นอร์เวย์ พบ ฝรั่งเศส คืนอันไม่มีวันลืมบน Boston Stadium หรือ Gillette Stadium เมืองฟ็อกซ์โบโร รัฐแมสซาชูเซตส์ ฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026 ฝรั่งเศสเปิดฉากเกมด้วยความเร็วและความรุนแรงที่นอร์เวย์ไม่สามารถรับมือได้ ผลการแข่งขันจบลงที่ 4-1 โดยฝรั่งเศสยิงประตูในนาทีที่ 7, 20 และ 32 จาก อุสมาน เดมเบเล ทั้งสามลูก ก่อนที่ เตโล โอสการ์ด จะยิงตีไข่แตกให้นอร์เวย์ในนาทีที่ 21 และ เดซีเร ดูเอ ปิดท้ายในช่วงทดเวลาพิเศษนาทีที่ 90+4 ข่าวบอลโลก
เดมเบเลสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการทำแฮตทริกที่เร็วที่สุดเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก ใช้เวลาเพียง 32 นาที ซึ่งสั้นกว่าทุกสถิติในยุคปัจจุบัน ยกเว้นสถิติของ เอริช โพรบสต์ ชาวออสเตรียที่ทำแฮตทริกใน 24 นาทีเมื่อปี 1954
ครึ่งแรก — เดมเบเลระเบิด ฝรั่งเศสถล่มพายุ

เกมเริ่มต้นด้วยความตื่นเต้นแทบจะทันที เมื่อ กีลีอัน มบาปเป วิ่งทะยานลงปีกขวาภายใน 25 วินาทีแรกหลังนัดเริ่ม และยิงด้วยความเร็วสูง แต่บอลกลับกระแทกเสาและคานของนอร์เวย์ สร้างความฮือฮาให้กับผู้ชมที่ยังไม่ทันนั่งลงด้วยซ้ำ
ในนาทีที่ 7 อุสมาน เดมเบเล รับบอลบนปีกขวา ล่อด้วยท่ายิงเท้าซ้ายก่อนจะสวิตช์มายิงด้วยเท้าขวา เอาชนะผู้รักษาประตู เอกิล เซลวิก ของนอร์เวย์ ฝรั่งเศสขึ้นนำ 1-0
นาทีที่ 20 เดมเบเลซ้ำรอยอีกครั้ง ด้วยการรับบอลบริเวณแนวโทษและยิงข้ามกรอบโทษด้วยเท้าซ้าย บอลพุ่งเข้ามุมประตูอย่างสวยงาม ทำให้ฝรั่งเศสขึ้นนำ 2-0
แต่นอร์เวย์ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เพราะเพียง 81 วินาทีหลังประตูที่สองของเดมเบเล เตโล โอสการ์ด บุกขึ้นมาอย่างรวดเร็วและยิงผ่าน ไมค์ แม็กนาน ผู้รักษาประตูฝรั่งเศส ทำให้สกอร์เหลือ 2-1 กดดันฝรั่งเศสกลับอย่างรวดเร็ว
แต่ฝรั่งเศสไม่หยุด เดมเบเลยิงประตูที่สามในนาทีที่ 32 ด้วยการตัดบอลเข้ากลางกรอบโทษและโค้งด้วยเท้าซ้ายเข้ามุมประตูอย่างสวยงาม ทำให้ฝรั่งเศสนำ 3-1 และปิดฉากแฮตทริกที่รวดเร็วที่สุดในบอลโลก 2026 ก่อนหมดครึ่งแรก
ฝรั่งเศสเข้าห้องพักในช่วงพักครึ่งด้วยความนำ 3-1 และบรรยากาศในสนามเต็มไปด้วยความปีติของแฟนฝรั่งเศสที่ถือครัวซองต์ชูขึ้นในอัฒจันทร์ ฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026
ครึ่งหลัง — ฮาลันด์นั่งแถม ฝรั่งเศสควบคุมจนจบ

ครึ่งหลังเปิดฉากด้วยคำถามสำคัญ ว่า เออร์ลิง ฮาลันด์ กองหน้าซูเปอร์สตาร์ของนอร์เวย์จะถูกส่งลงสนามหรือไม่ แต่โค้ชนอร์เวย์ยังคงให้เขานั่งอยู่บนม้านั่งสำรอง ท่ามกลางความสงสัยของแฟนบอลทั่วโลก
ฝรั่งเศสในครึ่งหลังเลือกที่จะควบคุมเกมด้วยการครองบอล ไม่ได้เร่งบุกอย่างดุดันเหมือนครึ่งแรก แต่ก็ไม่เปิดช่องให้นอร์เวย์ได้โอกาสอันตรายได้มากนัก
เหตุการณ์สำคัญในครึ่งหลังเกิดขึ้นเมื่อ ทีโอ แอร์นันเดซ เอาขาไปเกี่ยวขา ออสการ์ บ็อบบ์ ในเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้จุดโทษทันที แต่ นอร์เวย์ไม่สามารถใช้โอกาสนี้เปลี่ยนสกอร์ได้ เมื่อ ยอร์เกน สแตรนด์ ลาร์เซน ยิงจุดโทษแบบไม่มั่นใจ และแม็กนานเซฟได้ไม่ยาก
ในช่วงท้ายเกม โค้ชฝรั่งเศส ดีดิเยร์ เดส์ช็องส์ ส่งตัวสำรองลงมาแทน โดย มาโล กุสโต และ ฌอง-ฟีลิปป์ มาเตตา ลงมาแทน มบาปเปและกูเด เพื่อรักษาร่างกายนักเตะหลักไว้สำหรับรอบน็อคเอาท์
เดซีเร ดูเอ นักเตะของ PSG ที่ลงมาเป็นตัวสำรอง ปิดท้ายเกมด้วยการพุ่งหัวยิงประตูที่สี่ในช่วงทดเวลาพิเศษ นาทีที่ 90+4 ทำให้สกอร์จบที่ 4-1 ผลฟุตบอลโลก2026
สรุปผลการแข่งขัน
นอร์เวย์ พบ ฝรั่งเศส ฝรั่งเศสคว้าแชมป์กลุ่ม I อย่างสมบูรณ์แบบ ขณะที่นอร์เวย์ผ่านรอบในฐานะรองแชมป์กลุ่ม และจะต้องเผชิญหน้ากับไอวอรี่โคสต์ในรอบแพ้คัดออก
เดมเบเลกลายเป็นนักเตะคนที่สองในบอลโลก 2026 ที่ทำแฮตทริกได้สำเร็จ ต่อจาก ลิโอเนล เมสซี และพิสูจน์ให้โลกเห็นว่าฝรั่งเศสไม่ได้พึ่งพาแค่มบาปเปเพียงคนเดียว แต่มีความลึกของผู้เล่นระดับโลกในทุกตำแหน่ง
ทั้งฮาลันด์และมบาปเปต่างยิงได้คนละ 4 ประตูในรอบกลุ่ม แต่คืนนี้เป็นของเดมเบเลอย่างชัดเจน ฝรั่งเศสส่งสัญญาณเตือนทีมอื่นๆ ในรอบน็อคเอาท์อย่างชัดเจนว่า “เลบเลอ” มาเพื่อยกถ้วยใบที่สามในประวัติศาสตร์ชาติอย่างจริงจัง! ทันทุกเหตูการณ์ฟุตบอลโลก2026
