ถ้าวันหนึ่งคุณนั่งฟังเพลงอยู่คนเดียว แล้วรู้สึกว่าเพลงนั้น “รู้จักคุณ” มากกว่าคนส่วนใหญ่รอบข้าง นั่นอาจเป็นเพลงของ เรนิษรา
เบื้องหลังเสียงร้องชวนฝัน คือ ตั้ม-ชยพล ล้วนเส้ง และ สบาย-เรนิษรา ลีประโคน ดูโอ้คู่รักวัย 20 ต้นๆ ที่เปิดอกคุยถึงความหลังอันเจ็บช้ำ ตั้งแต่วันที่เกลียดตัวเองสุดขีด การถูกปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่า เรื่องรักของพวกเขาที่ทำให้วันนี้เป็นมากกว่าฝัน และก้าวใหม่ของเรนิษราในวันที่รับบทเป็นผู้เลือก
นี่คือเรื่องราวของสองคนที่ไม่ได้เริ่มต้นจากความพร้อม แต่เริ่มต้นจากความรักในเสียงเพลงที่มีต่อกัน
ชื่อที่มีความหมาย เรนิษรา = เกิดใหม่
ก่อนจะฟังเพลงของพวกเขา ต้องรู้จักที่มาของชื่อนี้ก่อน
เรนิษรา มาจากการที่สบายชอบเล่น Instagram มากๆ และชอบเห็นคนตั้งชื่อด้วยชื่อตัวเองสั้นๆ เธออยากใช้บ้าง แต่ชื่อจริงตอนนั้นมันยาว เลยไปลองหาชื่อที่เหมาะกับตัวเอง พอนั่งหาไปมาก็เจอชื่อภาษาละตินว่า เรนิตรา แล้วก็เลยเอามายำมั่วเอง จนได้คำว่า เรนิษรา เริ่มจากเปลี่ยนชื่อใน Instagram ก่อนจะไปเปลี่ยนเป็นชื่อจริงที่ใช้มาจนถึงวันนี้
ชื่อเรนิษรา มีความหมายว่า “เกิดใหม่” ศิลปินที่มีความเป็นตัวเอง ขณะเดียวกันก็เล่าเรื่องชีวิตของตัวเองผ่านท่วงทำนองและเนื้อเพลงที่สะท้อนตัวตนของพวกเขา
การ “เกิดใหม่” ไม่ได้หมายถึงการลืมทุกอย่างในอดีต แต่คือการก้าวออกมาจากสิ่งที่เคยกดทับตัวเองไว้ และนั่นคือสิ่งที่ เรนิษรา ทั้งในฐานะชื่อและในฐานะดนตรี พยายามสื่อสารมาตลอด
สองคนที่พบกันในรั้วมหาวิทยาลัย
ก่อนตั้มและสบายจะมาเจอกัน คบกัน และมาทำงานร่วมกัน ทั้งสองคนก็เคยเป็นเด็กคนหนึ่งที่กำลังหลงทางและค้นหาตัวเองผ่านสิ่งที่เขารัก
สบายเล่าว่า “เราชอบร้องเพลงในห้องน้ำ แล้วจะมีความหลงตัวเองนิดๆ ว่า เราก็ร้องเพลงเพราะเหมือนกันนะ แต่ว่าเราไม่ได้บอกใคร แล้วก็ไม่ชอบเวลามีคนขอให้ร้องเพลง หรือได้ยินเสียงตอนเราร้อง เพราะเรากลัวคนอื่นตัดสิน เวลามีคนมาถามว่าอยากเป็นอะไรก็บอกว่า อยากเป็นแอร์โฮสเตส”
เรื่องราวนี้ไม่ได้ถูกเล่าขึ้นเพื่อให้ฟังดูน่าประทับใจ แต่เพราะมันเป็นจริงขนาดนั้น ความกลัวการถูกตัดสินเป็นสิ่งที่ใครหลายคนรู้จักดี และนั่นคือหนึ่งในเหตุผลที่เพลงของ เรนิษรา โดนใจผู้ฟังได้ลึกกว่าที่คิด เพราะมันถูกเขียนขึ้นโดยคนที่เคยรู้สึกแบบเดียวกัน
แต่แล้วทั้งสองคนที่ต่างที่มามาเจอกันในรั้วมหาวิทยาลัย ทำความรู้จักกันและกันผ่านเพลง คนหนึ่งชอบพูด อีกคนชอบฟัง กลายมาเป็น “เรนิษรา”
เพลงแรกที่ปล่อยออกมา “อย่างไม่ตั้งใจ”

ตั้มเล่าว่า ดนตรีช่วงแรกจะฟุ้งกว่า เนื้อเพลงจะเปรียบเปรยมากกว่า ไม่ได้ตรงไปตรงมาเท่าเรนิษรา หลังจากคิดว่าจะสร้างช่องเอง ก็พบว่าชื่อเดิมมันซ้ำกับศิลปินต่างประเทศ ไม่ค่อยมีเอกลักษณ์ เราอยากได้ชื่อของเราเอง แล้วชื่อสบายก็ไม่เหมือนใครนี่นา ก็เลยเอามาใช้เป็นชื่อวง
เรนิษรา ศิลปินดูโอ้น้องใหม่ไฟแรงของวงการเพลงไทย มีผลงานเพลงแนวป๊อป โซล ออกมาให้แฟนฟังเพลงอย่างต่อเนื่อง หลังจากเริ่มออกเพลงแรกในช่วงปี พ.ศ. 2564
สิ่งที่น่าสนใจในแนวทางการทำงานของ ตั้ม ชยพล คือมุมมองต่อการสร้างคอนเทนต์ที่ไม่ได้พึ่งพาการโฆษณา
ตั้มบอกว่าเพลงแรกๆ เคยยิงแอดด้วย แต่มันก็ไม่ได้เวิร์กมาก จริงๆ ทุกอย่างมันควรเกิดจากออแกนิก เราไม่สามารถบังคับให้คนฟังได้ เขาเอาหลักการมาปรับใช้กับเพลง ว่ายุคนี้ต้องถี่ ทำอะไรก็ได้ แต่ต้องขยัน
วินัยในการปล่อยผลงานและความซื่อสัตย์ต่อเนื้อหา คือสิ่งที่ทำให้ เรนิษรา ค่อยๆ สร้างฐานผู้ฟังได้โดยไม่ต้องพึ่งกระแสชั่วคราว
ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวัง เพลงที่เปลี่ยนทุกอย่าง

“ก็เมื่อฉันรักใคร ฉันคงเป็นคนผิดหวัง สุดท้ายเมื่อรักไป หัวใจต้องแตกทุกครั้ง” หนึ่งในท่อนเพลงความหมายดีจากเพลง ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวัง (ดอกไม้ฤดูหนาว) – Sad flower เพลงฮิตติดหูจากศิลปินดูโอ้คู่รัก เรนิษรา ด้วยทำนองฟังสบาย ผสานกับเนื้อหาโดนใจ ชวนให้ผู้ฟังท่องไปในความทรงจำ ความรัก และความเจ็บปวดส่วนตัว
ผลงานเพลงฮิตอย่าง ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวัง (ดอกไม้ฤดูหนาว) – Sad flower คว้าอันดับ 1 บนชาร์ต Billboard Thailand ได้อย่างสวยงาม อีกทั้งยังมียอดวิวบน YouTube ทะลุกว่า 89 ล้านวิว
เพลงนี้ไม่ได้ดังเพราะมันเศร้าเพียงอย่างเดียว แต่เพราะมันเศร้าในแบบที่ “จริง” มันไม่ได้พยายามทำให้ความรู้สึกแย่ฟังดูสวยงามเกินจริง แต่บอกตรงๆ ว่าการรักแล้วผิดหวังมันเป็นอย่างไร และนั่นทำให้คนที่เคยผ่านประสบการณ์นั้นรู้สึกว่า “มีคนเข้าใจ”
ดนตรีเพื่อกำลังใจ ไม่ใช่แค่เพลงเศร้า
สิ่งที่หลายคนอาจเข้าใจผิดเกี่ยวกับ เรนิษรา คือการมองว่าพวกเขาทำแต่เพลงเศร้า
สบายและตั้มบอกไว้ว่า “เราตั้งใจสร้างสรรค์ผลงานเพลงเพื่อให้เพลงของเราเป็นกำลังใจให้ทุกคนมีกำลังใจในการใช้ชีวิต เติบโตบนโลกนี้ไปด้วยกันอย่างมีความสุข”
ตั้มอธิบายตัวตนของเรนิษราไว้ว่า “ตัวตนเรนิษราคือความเป็นมนุษย์” ความเป็นมนุษย์ที่ตั้มหมายถึงคือการใช้ชีวิต ลองผิดลองถูก และซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเอง
นั่นทำให้แม้แต่เพลงที่ฟังดูเศร้าที่สุดของ ศิลปินอินดี้ไทย คู่นี้ ยังมีบางอย่างที่ให้แล้วรู้สึกเบาลง เพราะมันไม่ได้จมอยู่กับความเจ็บปวด แต่ยืนยันว่า “ทุกคนผ่านมันไปได้”
ตัวเลขที่พิสูจน์ว่าคนฟังไม่เคยโกหก

ในปี 2023 ทาง Spotify ได้มอบ 3 ตำแหน่งสำคัญให้กับ “เรนิษรา” ทั้ง Thailand Top Local Songs of the Year 2023 ตามด้วย Top Songs from Indieology playlist และ Top RADAR Artist of the Year 2023 ที่ล้วนแล้วแต่เป็นเครื่องยืนยันว่าพวกเขาคือฮิตเมคเกอร์ของฝั่งเพลงอินดี้ในปีนั้นจริงๆ ส่วนใน Apple Music ผลงานเพลง “ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวัง (ดอกไม้ฤดูหนาว)” ก็ได้รับตำแหน่ง Apple Music’s Top Songs of 2023 Thailand อย่างสวยงาม
ตลอดระยะเวลาที่เรนิษราทำเพลงด้วยกัน 3 ปี ทั้งคู่ได้ปล่อยผลงานเพลงยอดฮิตกว่า 10 เพลง
ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่แค่สถิติ แต่คือหลักฐานว่าเพลงที่ซื่อสัตย์กับความรู้สึกของมนุษย์จริงๆ ไม่ต้องการงบโฆษณามหาศาลเพื่อให้คนค้นพบ มันเดินทางไปถึงหูคนที่ใช่เองโดยธรรมชาติ
เรื่องรักและเรื่องเพลง บางครั้งมันเป็นสิ่งเดียวกัน
หนึ่งในคำถามที่แฟนๆ เรนิษรา มักอยากรู้คือ เพลงที่ฟังดูเจ็บปวดขนาดนี้ มาจากชีวิตจริงของพวกเขาไหม
ตั้มอธิบายไว้ว่า การทำงานในวงการเพลงและความสัมพันธ์เป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกัน แม้ว่าทุกเพลงจะเขียนออกมาจากเรื่องจริง แต่ก็เป็นเพียงเรื่องในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง และนำมาเขียนเป็นเพลงในหลายๆ มุมมองแทน ทำให้ทุกผลงานเพลงของเรนิษราโดนใจผู้ฟังในหลายๆ เหตุการณ์
นั่นคือสิ่งที่ทำให้เพลงของ ดูโอ้คู่รัก วงนี้มีมิติมากกว่าแค่การเล่าเรื่องของตัวเอง เพราะมันเปิดพื้นที่ให้ผู้ฟังนำประสบการณ์ของตัวเองมาใส่ในบทเพลงได้ด้วย
ก้าวต่อไปของ เรนิษรา
วันนี้ เรนิษรา มีตารางทัวร์คอนเสิร์ตที่แน่นยาวออกไป ท่ามกลางการเติบโตอย่างต่อเนื่องของทั้งสองคน จากคนสองคนที่เชื่อว่าตนถูกเลือกให้ผิดหวัง พวกเขากลับมามีหวังอีกครั้ง เพราะเพลงที่ปล่อยออกมาอย่างไม่ตั้งใจนั้นเปลี่ยนชีวิตทั้งคู่ไปตลอดกาล
ตั้มพูดไว้ในช่วงหนึ่งว่า “บางคนก็เจอกับความผิดหวังตลอด วันหนึ่งที่เราเจอเรื่องลบอยู่ ก็ไม่ได้แปลว่ามันจะลบตลอดไป สักวันหนึ่งมันจะมีด้านบวกของมันเอง เราไม่รู้หรอกตอนเจอมันอยู่ แต่เมื่อไหร่ที่ก้าวผ่านไปแล้ว ซึ่งเราผ่านไปได้แน่นอน พอมันผ่านไปเราก็ได้บทเรียนจากมัน”
เรื่องราวของ เรนิษรา คือเรื่องราวที่พิสูจน์ว่า All You Need is Love ไม่ใช่แค่ชื่อเพลงของ The Beatles แต่เป็นความจริงที่สองคนนี้ได้สัมผัสและส่งต่อให้คนฟังทุกวัน เพราะเมื่อมีความรักเป็นตัวขับเคลื่อน ไม่ว่าจะเป็นความรักระหว่างกัน หรือความรักในเสียงเพลง ทุกอย่างก็กลายเป็นไปได้
