4 Sep 2017
4 PAGES
13 K

เจมส์ ธีรดนย์ ไม่สบาย

เย็นวันที่เราพบกัน ฉันได้รับข่าวว่า ‘เจมมี่เจมส์’ เป็นไข้เล็กน้อย ใบหน้าของนักแสดงหนุ่มซีดขาว แต่แววตายังมีประกายแจ่มใส อาการป่วยรบกวนร่างกาย แต่ข้างในหนุ่มน้อยยังเปี่ยมด้วยพลัง ความกระตือรือร้นแบบที่เราเห็นในตัว ซัน HORMONES วัยว้าวุ่น หรือ พัฒน์ จาก ฉลาดเกมส์โกง เปล่งประกายยามเจรจา ความร่าเริงเปิดเผยนี้เองคงเป็นเหตุให้ในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมา เราต่างมองเห็นตัวตนสนุกสนานของ ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ ผ่านซีรีส์หรือภาพยนตร์เสมอ

จนกระทั่งภาพ SOS skate ซึม ซ่าส์ ซีรีส์ลำดับที่ 3 ใน Project S The Series ปล่อยออกมา เจมส์พลิกบทบาทไปรับบท ‘บู’ เด็กหนุ่มซึมเศร้าที่ค้นพบการเยียวยาจากการเล่นสเก็ตบอร์ด ดวงตาลึกโหล ใบหน้าซูบผอม และท่าทางอมทุกข์ ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ชมหรือกระทั่งตัวเจมส์เองคุ้นเคยเลยสักนิด บทบาทคนป่วยข้างในใจทำให้เขาเติบโตขึ้น และน่าสนใจเกินกว่าจะมองเพียงในหน้าจอ ฉันต้องขอพบนักแสดงหนุ่มตัวจริงสักรอบ

เจมส์จิบน้ำอุ่น ฉันจิบน้ำเย็น เรานั่งลงสนทนากันเรื่องความป่วยไข้ และการไถลออกจากบทบาทที่เคยเป็น ไปแตะขอบความเศร้าที่ฝั่งตรงข้าม เพื่อหวนกลับสู่สมดุลอีกครั้ง

เจมส์ ธีรดนย์

โรคภัยอะไรที่คุณรู้จักดีที่สุด

ภูมิแพ้ ผมแพ้อากาศ ชอบมีอาการหวัดตอนเช้า ช่วงนึงเป็นหนักมาก เคยแพ้กุ้งด้วย กินแล้วปากบวมมาก แต่ผมชอบกินซีฟู้ดปิ้งย่างมาก เลยสู้ กินไปเรื่อยๆ แต่ก่อนไม่เข้าใจว่ากุ้งอร่อยตรงไหน ตอนนี้ก็เรียบร้อย เอาชนะได้แล้ว

 

ก่อนหน้ารับบท ‘บู’ คุณรู้จักโรคซึมเศร้ามากแค่ไหน

ไม่อยู่ในความคิดผมเลย ผมเคยได้ยินเรื่องโรคซึมเศร้ามาบ้าง แต่ไม่ได้เข้าใจ แต่ก็ไม่เคยไปตัดสินคนที่เป็น

ก่อนหน้านี้ผมไม่กล้าพูดเรื่องโรคซึมเศร้า พูดผิดพูดถูกเดี๋ยวโดนด่า แต่ตอนนี้เรียนรู้แล้วว่าแต่ละคนไม่เหมือนกัน ถ้าความคิดของเราไม่ได้ไปตัดสินใคร เบียดเบียนใคร ก็ไม่แปลกถ้าเราจะพูด ผมเห็นหลายคนออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับโรคซึมเศร้า ผมว่าไม่ผิดเลยนะ แต่ถ้าพูดโดยที่ไม่เข้าใจโรคนี้ แล้วไปโทษคนที่เป็น ไปตัดสินคนที่เป็น รู้สึกว่าไม่ควร

 

ในชีวิตจริง คุณเจอคนเป็นโรคซึมเศร้าบ้างมั้ย

เจอไม่มาก มีทั้งเพื่อนที่มหา’ลัยและเพื่อนที่ทำงาน บางคนผมไม่รู้ว่าเป็น พอรู้นี่ตกใจเหมือนกันนะ โรคซึมเศร้าไม่ได้มีอาการแบบเดียว มันเป็นเรื่องของสารเคมีในสมอง เราไม่รู้ว่าในหัวตอนนี้เขากำลังสู้อยู่หรือกำลังท้อ มันลึกมาก

เจมส์ ธีรดนย์ เจมส์ ธีรดนย์

จากแทบไม่รู้จักโรคนี้เลย คุณเตรียมตัวรับบทนี้อย่างไร

ตอนแรกไม่รู้ว่าต้องเล่นเป็นโรคซึมเศร้า พอรู้ผมดีใจนะ คาแรกเตอร์เก่าผมคือเด็ก ม.ปลาย ที่เป็นเพลย์บอย บ้านรวย เฮฮาปาร์ตี้ ใน ฉลาดเกมส์โกง ถือว่าไปสุดแล้วสำหรับคาแรกเตอร์นั้น ถ้าไปครึ่งๆ กลางๆ ผมคงเซ็ง ถ้าต้องได้รับบทแบบเดิมก็เซ็ง ผมเลยดีใจที่ได้รับบทที่ท้าทายมากๆ แล้วเราจะได้ตีแผ่เรื่องนี้ให้คนเข้าใจโรคซึมเศร้ามากขึ้น เพราะเรื่องดำเนินผ่านตัวละครบู

ตอนแรกผมรู้แค่ว่าจะได้รับบทเล่นสเก็ตบอร์ด ก็ไปฝึกสเก็ตบอร์ดตั้งแต่รู้เลย ก่อนหน้านี้ไม่เคยเล่น แต่โชคดีที่ที่ธรรมศาสตร์มีลานสเก็ตพอดี ผมก็ลองเล่น แต่ยังเล่นไม่ค่อยเป็น จนตอนหลังมีครูมาสอน ก็เจ็บตัวมาบ้าง แขนขวาหักไปรอบนึง แต่เล่นไปเรื่อยๆ ก็ชอบนะ ผมอยากเตรียมตัวให้เหมาะกับบทมากที่สุด

 

นอกจากฝึกสเก็ตบอร์ด คุณต้องเตรียมตัวอะไรอีก

ต่อมาก็เรื่องร่ายกาย ผมทิ้งตัวเองตั้งแต่ถ่าย ฉลาดเกมส์โกง เสร็จ ตอนแรกดูแลตัวเองมาก พี่พัฒน์ (พัฒน์ บุญนิธิพัฒน์-ผู้กำกับ) บอกว่าเรื่องนี้อยากให้ผอมเลย ไม่เอากล้ามเลย เมื่อก่อนผมหนัก 60 มีกล้าม ก็เลิกเล่นกล้าม งดข้าว คือถ้าลดน้ำหนักดีๆ แบบออกกำลังกายไปด้วย ร่างกายจะแข็งแรง กล้ามจะอยู่ ดูสุขภาพดีไงครับ

โรคซึมเศร้ามีหลายแบบ แตกต่างกันออกไป บางคนกินเยอะกว่าปกติ บางคนกินข้าวน้อยกว่าปกติ แล้วตัวละครผมเป็นประเภทไม่หิว ผมก็ค่อยๆ ลดน้ำหนักมาเรื่อยๆ ยกเว้นช่วงที่ถ่าย ฉลาดเกมส์โกง ตอนนั้นยังผอมมากไม่ได้ หลังจากถ่ายเสร็จก็ลดน้ำหนักจนซูบเลย ตื่นเช้า กินกาแฟ เข้าห้องเรียน แล้วก็ใช้ชีวิต กินข้าวเย็น แล้วก็นอน

 

แล้วอยู่ไหว เล่นสเก็ตไหวเหรอ

บางวันไม่ไหวก็กิน 2 มื้อ แต่คือกินน้อยมาก ครึ่งจานก็อิ่มแล้ว ลดแบบโภชนาการแย่ๆ ล่องลอยมาก เพื่อนมาบอกทีหลังว่าช่วงนั้นผมหงุดหงิดง่ายมาก เป็นผลข้างเคียงของการไม่กินอาหารนานๆ ลดน้ำหนักฮวบเฉียบพลัน ถ้าดูในเทรเลอร์จะเห็นว่าผอม ลดเหลือ 51 – 52 กิโลกรัม ผมเริ่มลดกล้ามตั้งแต่เดือนตุลาฯ พอถ่าย ฉลาดเกมส์โกง เสร็จเดือนกุมภาฯ ก็ลดอีกหนักๆ 2 เดือน หลังจากนั้นก็ต้องรักษาหุ่นไว้จนถ่ายเสร็จ ตอนนี้เสร็จหมดแล้ว ผมพร้อมจะกลับไปกินข้าว กลับไปฟิตเนสอีกครั้ง มันถึงเวลาแล้ว

เจมส์ ธีรดนย์ เจมส์ ธีรดนย์

แล้วด้านโรคซึมเศร้าล่ะ เตรียมตัวยังไง

พาร์ตโรคซึมเศร้า ผมคุยกับพี่พัฒน์มาตลอด รีเสิร์ชด้วยการอ่านเว็บบ้าง ดูเฟซบุ๊กของคนเป็นโรคซึมเศร้าบ้าง คุยกับคนที่เป็นโรคซึมเศร้าจริงๆ และคุยกับจิตแพทย์ด้วย คือผมเรียนสายวิทย์ ผมก็อยากรู้ว่าโรคนี้มันเกิดจากสารเคมีในสมองตัวไหน แล้วยาที่กินเป็นสารเคมีแบบไหน ผลข้างเคียงที่เกิดกับแต่ละคนก็แตกต่างกัน ทำให้ง่วง อาเจียน ช่วงที่ดูหนักๆ คือช่วงที่ผมหาตัวละคร ผมไม่ได้หาคนที่เป็นโรคซึมเศร้า ต้องหาตัว ‘บู’ ก่อน ว่าเขาเป็นใคร แบ็กกราวนด์ชีวิตบูเป็นยังไง ผมสร้างคนคนหนึ่งขึ้นมาใหม่ ไม่ใช่คนที่เคยเห็น แล้วค่อยเอาโรคซึมเศร้ามาครอบ

 

บูเป็นคนยังไง

พื้นฐานของบูเป็นคนไม่มั่นใจในตัวเอง ไม่กล้าเข้าสังคม รู้สึกว่าโดนกดอยู่ตลอดเวลา ด้วยปัญหาหลายๆ อย่างที่มีในเรื่อง ทำให้เขาปิดกั้นตัวเองและเป็นโรคซึมเศร้า ซึ่งคนที่เป็นโรคนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นแบบบู บางคนอาจเฮฮา แต่พออยู่คนเดียว ความคิดอาจถูกดูดไปหาความเศร้า

ผมไม่ได้เล่นแค่ข้างนอก พอได้ตัวบูแล้ว รู้ว่าภายนอกเขาเป็นยังไง ระบบความคิดเป็นยังไง ถึงได้รู้ว่ารีแอ็กชั่นที่เขาจะโต้ตอบกับสิ่งรอบข้างเป็นยังไง แล้วบูเทกยาตัวไหน เทกแล้วเปลี่ยนไปยังไง

ตัวบูไม่อยากให้คนเห็นเยอะ กลัวสายตาคนมอง ผมเลยดีไซน์ตัวละครให้เดินก้มตลอด ชอบจิกขา จิกมือ ดึงสติตัวเองให้เจ็บเพราะจะได้รู้สึกว่ามีตัวตนอยู่ ช่วงที่เล่นเลยปวดหลังน่าดู  

 

การสร้างคนที่เศร้าขึ้นมาส่งผลกับชีวิตคุณอย่างไรบ้าง

ผมเป็นคน extrovert มาก ได้รับบท introvert มากๆ มีช่วงที่ตกใจกับตัวเองว่า เฮ้ย ปกติเราไม่ใช่คนแบบนี้นี่ ทำไมกระบวนการความคิดเราเป็นแบบนี้ เกิดอะไรขึ้นกับเรา ไปเที่ยวต่างประเทศ นึกว่าจะอินกับแสงสีเสียงในเมือง เปล่าเลย อินกับธรรมชาติ ไปนั่งบนเขาชมวิว เหมือนเจอตัวเองอีกมุมนึง

พอช่วงถ่ายเสร็จก็หนักเพราะเจอเรื่องเครียดหลายเรื่อง คนทักว่าติดตัวละครบูมา ซึ่งก็อาจจะจริง ผมกลัวว่าตัวเองจะเป็นโรคซึมเศร้า เลยไปหาจิตแพทย์ แต่เพราะรู้จักโรคนี้เต็มๆ แล้ว เลยรู้ว่าที่จิตแพทย์ถาม เขาถามเรื่องอาการซึมเศร้าชัวร์ๆ ผมเลยตอบหลบในครั้งแรก ไม่ยอมกินยา แล้วช่วงนั้นผมคุยปรึกษาหลายคน คิดว่าน่าจะดีขึ้นได้ ปรากฏว่าเป็นหนักเลย มันเป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก แต่โลกหม่นหมองมาก เหนื่อย ช่วงเย็นคือดาวน์สุดๆ

ทำไมถึงได้รับผลกระทบมากขนาดนั้น

อาจเพราะติดคาแรกเตอร์ อาจเพราะจิตสั่งกายว่าเรากลัวจะเป็นแบบนี้ไปตลอด ยิ่งมีเรื่องเรียน เรื่องงานเข้ามา เป็นช่วงที่เราอ่อนแออยู่ พอเจอเรื่องหนักก็เป๋ เลยไปหาหมออีกรอบนึง คราวนี้ไปคนเดียว หมอบอกว่าเป็นภาวะเครียดและสั่งยาลดเครียดให้ ผมเพิ่งหยุดกินไปช่วงวันแม่และดีขึ้นแล้ว บาลานซ์ตัวเองได้ ตอนนี้หลุดออกมาได้แล้ว เหมือนเป็นการออกจากคาแรกเตอร์ ต้องใช้เวลา

ผมคิดว่าอาชีพนักแสดง ต่อให้เล่นได้เก่งแค่ไหน สุดท้ายแล้วนักแสดงที่ดีคือต้องเข้าได้ออกได้ เข้าได้แล้วจมคือทำได้งานเดียว เข้าได้ออกได้แล้วเรียนรู้ นั่นคือสิ่งที่นักแสดงต้องทำ

เจมส์ ธีรดนย์ เจมส์ ธีรดนย์

คุณเคยติดตัวละครอื่นที่เล่นมั้ย

ไม่ ซันใน HORMOMES วัยว้าวุ่น น่ะสร้างมาจากผมอยู่เยอะ พัฒน์ใน ฉลาดเกมส์โกง ก็มีความคล้ายผมอยู่เยอะเหมือนกัน ผมก็ได้เรียนรู้นะ แต่ว่าตัวเราก่อนเล่นกับหลังเล่นก็ไม่เปลี่ยน เรื่องนี้มันต่างกับผมเหมือนหยินกับหยาง เราเป็นหยินมาก่อน พอเจอหยางในตัว แล้วมันเข้ามารวมกันได้ ทำให้รู้สึกว่าเป็นการเรียนรู้ครั้งใหญ่มาก

แล้วสิ่งที่ได้เรียนรู้อีกอย่างคือสมาธิ เวลาจะจูนเข้าต้องใช้สมาธิสูงมาก ผมไปออกกองไม่มีใครคุยกับผมเลยทั้งวัน เอาน้ำมาให้ยังไม่กล้าเลย เพราะเป็นบูตั้งแต่ถึงกองยันเลิกกอง เป็นมวลหม่นๆ เดินไปเดินมาในกองตั้งแต่ตี 5 ครึ่งถึง 5 ทุ่ม กลับบ้านแต่ละวันนี่หมดพลัง ตรงข้ามกับตอนถ่าย ฉลาดเกมส์โกง ผมดู Steve Jobs ดู The Wolf of Wall Street มันมาก พยายามหาวิธีพูดแบบดึงความสนใจคน การไปกองแต่ละวันเลยสนุกเฮฮามาก

 

ดูเหมือนว่าตัวละครก่อนๆ ของคุณต้องการความสนใจ แต่ตัวละครบูต้องการความเห็นอกเห็นใจ

ไม่เคยคิดแบบนั้นเลย แต่ผมคิดว่าบูคงไม่ได้ต้องการความเห็นใจ เพราะถึงต้องการไปก็อาจไม่ได้ ลึกๆ เขาแค่ต้องการความรักและการยอมรับ ซึ่งตัวละครอื่นๆ ก็ต้องการการยอมรับเหมือนกันนะ แต่มันแตกต่าง คนละอย่างกัน

เจมส์ ธีรดนย์

ในอนาคต คุณอยากรับบทแบบไหนอีกบ้าง

แบบไหนก็ได้ บทเด็กก็ได้ บทผู้ใหญ่ก็ได้ ขอแค่ทุกคนรอบข้างทุ่มเท มีแพสชัน มีความละเอียด และให้ผมได้ใช้เวลากับมันเต็มที่ อยากได้บทที่มีความพิเศษในตัวของมัน อาจเป็นหน้าที่ผมที่ต้องทำเอง ผมแค่อยากกระโจนลงไปทำให้ดีที่สุด

 

คำถามสุดท้ายสำหรับคนป่วยวันนี้ โรคที่คุณไม่อยากเป็นที่สุดคืออะไร

โห ไม่อยากเป็นเลย เหมือนที่เขาบอกว่า ‘ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ’ ก็จริงนะ เวลาไม่ป่วยนี่ดีมาก ถ้าป่วย มีเงินเป็นล้านก็ไม่ได้ใช้ เลยไม่อยากเป็นโรคอะไรทั้งนั้น ภูมิแพ้ก็ไม่อยากเป็น ตอนนี้ถ่ายเสร็จหมดแล้ว ผมพร้อมจะกลับไปกินข้าว กลับไปฟิตเนสอีกครั้ง ได้เวลากลับไปแข็งแรงแล้ว (หัวเราะ)

เจมส์ ธีรดนย์

ภาพ: มณีนุช บุญเรือง

CONTRIBUTORS

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการหมวดท่องเที่ยวประจำ The Cloud นอกจากสนใจการเดินทาง ยังชอบละครเวที งานฝีมือ ของมือสอง และเครื่องหอมต่างๆ

มณีนุช บุญเรือง

สาวชาวเชียงใหม่ อดีตช่างภาพ a day BULLETIN LIFE หลงใหลในแสงแดด พอๆ กับอเมริกาโนฮ้อนๆ เจ้า