30 พฤษภาคม 2561
29.73 K
The Cloud x Nirvana

คุณอาจจะคลิกเข้ามาด้วยความสงสัยว่าเขตบางขุนเทียนของกรุงเทพฯ เรานี้ นอกจากทะเลกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีแล้ว ยังมีอะไรน่าสนใจซ่อนอยู่อีกเหรอ

คำตอบของเรา (ซึ่งคุณน่าจะเดาได้จากหัวเรื่องแล้ว) คือมี! ความจริงแล้ว บางมด-บางขุนเทียนเป็นย่านที่ทั้งน่าเที่ยวและน่าอยู่ เพราะมีพืื้นที่โล่งกว้างไม่แออัดเหมือนในเมืองใหญ่ เต็มไปด้วยผู้คนใจดี มีธรรมชาติสวย พื้นที่เกษตรกรรมเขียวชอุ่ม แถมยังมีอาหารอร่อยอีกหลายร้าน สถานที่ 5 แห่งซึ่งเราเลือกมาแนะนำเป็นเพียงบางส่วนของชุมชนชาวบางมดเท่านั้น นอกจากสถานที่เหล่านี้แล้วยังมีอย่างอื่นอีกมากมาย แต่ละที่ล้วนมีเสน่ห์แบบติดดินเข้าถึงง่าย เต็มไปด้วยกลิ่นอายอบอุ่นจนอยากย้ายบ้านไปอยู่ใกล้ๆ เลยทีเดียว

ให้เราได้พาคุณไปรู้จักมุมลับของกรุงเทพฯ ที่จะชวนให้คุณตกหลุมรักโดยไม่รู้ตัว

กินพิซซ่าเตาถ่านของครอบครัวในร้าน The Garden Dough

เริ่มต้นมาจากครอบครัวใหญ่ซึ่งชอบทำอาหารเลี้ยงกันเองอยู่เป็นนิจ ทำให้สองพี่น้อง บอม-ภัทรดิฐ พรหมเจริญ และ บิว-พิราอร พรหมเจริญ ตัดสินใจทำอาหารขายซะเลย อาหารของร้านเป็นสไตล์อิตาเลียน สาเหตุเพราะเป็นอาหารที่พิราอรชอบทำและที่บ้านชอบกิน โดยเริ่มจากทำเดลิเวอรี่เพียงอย่างเดียว เมื่อลูกค้าเริ่มติดใจก็ตามมากินถึงที่บ้าน ทำให้สนามหญ้าหน้าบ้านขยับขยายกลายเป็นร้านอาหาร บรรยากาศร่มรื่น เลือกนั่งได้ทั้งในสวนและในห้องแอร์ ไม่ว่าจะแบบไหนก็มองเห็นสีเขียวชอุ่มของสวนล้อมรอบเหมือนกัน

ของอร่อยประจำร้านคือพิซซ่าเตาถ่านที่มี 17 หน้าให้เลือกสรร แป้งพิซซ่าทำเองของร้านต้องหมักไว้นาน 24 ชั่วโมง ก่อนจะนำมาตกแต่งหน้าแล้วอบในเตาถ่านเพียง 3 – 4 นาที ผลลัพธ์ที่ออกมาคือพิซซ่าหอมกรอบ กัดแล้วเสียงดังกร๊อบ ในขณะที่วัตถุดิบอื่นๆ มาจากตลาดนัดประชาอุทิศ 61 ทำให้มีรสชาติสดใหม่ ทำออกมาเป็นอะไรก็อร่อย โดยส่วนตัวผู้เขียนขอแนะนำสปาเกตตีผัดพริกแห้งเบคอน ที่หอมกลิ่นโหระพาเคล้ากับรสเบคอนกรุบกรอบกำลังดี กินคู่กับน้ำผึ้งมะนาวแล้วสดชื่นมากทีเดียว

ที่อยู่: 32 ซอยพุทธบูชา 40 แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ
เวลาทำการ: พุธ-อาทิตย์ 11.00 – 20.00 น.
ติดต่อ: 064-189-8189
Facebook: The Garden Dough

เก็บส้มบางมดที่สวนส้มผู้ใหญ่ชาติ

หากไปถึงบางมดแล้วซื้อส้มบางมดเอาตามร้านก็คงจะธรรมดาเกินไปโลกไม่จำ เราเลยอยากชวนไปเก็บส้มกันสดๆ จากต้นที่สวนส้มบางมดผู้ใหญ่ชาติ เที่ยงธรรม สวนส้มเก่าแก่ขนาด 5 ไร่ที่ต้องปิดไปพร้อมกับสวนส้มอื่นๆ อีกมากมายในบริเวณนี้เมื่อช่วงน้ำท่วม แต่พอมีโครงการทำประตูน้ำกั้นรอบบริเวณ ผู้ใหญ่ชาติก็ตัดสินใจรื้อฟื้นสวนส้มของพ่อกลับมาทำอีกครั้ง ดินที่จมน้ำมานานดูดซึมแร่ธาตุจนมีคุณภาพดีกว่าเดิม ช่วยให้ปลูกส้มได้อร่อย หวาน มาถึงวันนี้ก็ผ่านมา 3 ปีแล้ว ผู้ใหญ่บอกว่าเป็นอายุของต้นที่กำลังออกผลได้ดี

แม้พันธุ์ส้มจะเพาะมาจากนนทบุรีเหมือนสวนอื่นในประเทศอีกหลายสวน แต่ผู้ใหญ่ชี้ว่า สิ่งที่ทำให้ส้มบางมดหวานแตกต่างจากที่อื่นคือดินกร่อยที่มีแร่ธาตุมากเพราะอยู่ติดทะเล ส้มที่สุกกำลังดีพร้อมให้เก็บจะมีเปลือกสีเหลืองออกน้ำตาล หากลองฉีกดูจะพบว่าเปลือกบาง และกากใยของส้มหลุดล่อนออกมาได้ง่าย วิธีการเลือกส้มให้ดีก็คือ ต้องไม่เลือกลูกที่ใหญ่เกินไป หัวจะต้องไม่เป็นสีขาว ถ้ามองไปแล้วถูกใจลูกไหนก็ไปเก็บมาได้เลยกับมือ รับรองว่าได้ชิมส้มหวานๆ ในราคากิโลกรัมละ 200 บาทเท่านั้น

ที่อยู่: ซอยอนามัยงามเจริญ 33/1 แยก 3 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ ที่กลางซอยจะมีศาลาไม้ ให้เลี้ยวขวาแล้วจอดรถลงเดินเข้าไปเล็กน้อยก็จะถึงสวนส้ม
เวลาทำการ: จะไปกี่โมงก็ได้ แต่โปรดโทรนัดแนะกับผู้ใหญ่ชาติ 1 วันก่อนหน้า แนะนำให้ไปช่วงเช้าหรือเย็นเพราะอากาศจะไม่ร้อน ส่วนถ้าอยากเก็บผลผลิตตอนกำลังอร่อย ต้องไปช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม
ติดต่อ: 062-652-4559
Facebook:    สวนส้มบางมด ผู้ใหญ่ชาติ เที่ยงธรรม

ออกกำลังกายในบรรยากาศร่มรื่นของสวนธนบุรีรมย์

ถ้าอยากรู้ว่าชาวบางมดเขาไปออกกำลังกายกันที่ไหน คำตอบคือที่สวนธนบุรีรมย์แห่งนี้นี่เอง นอกจากจะเป็นสวนประจำชุมชนของแขวงบางมดแล้ว สวนธนบุรีรมย์ยังเป็นสวนสาธารณะแห่งแรกของฝั่งธนบุรีอีกด้วย ระยะทางรอบสวน 1 รอบประมาณ 1 กิโลเมตรกว่า ด้วยขนาดที่ไม่ใหญ่นี้ทำให้มีทั้งคนวิ่ง คนเดินชมสวน และคนมานั่งพักผ่อนหย่อนใจมากมาย

ความพิเศษอีกอย่างหนึ่งคือ สวนนี้เริ่มต้นมาจากการเป็นสถานเพาะชำต้นไม้ ทำให้เมื่อกลายมาเป็นสวนสาธารณะ ก็ยังคงรายล้อมไปด้วยต้นไม้หลากหลายพันธุ์ เหล่านักศึกษาจากมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าฯ ซึ่งอยู่ติดกันมักจะมาเรียนรู้เรื่องพันธุ์ไม้ที่สวนนี้กันเป็นประจำ

ที่อยู่: หมู่ 2 ถนนประชาอุทิศ แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ
เวลาทำการ: ทุกวัน 04.00 – 21.00 น.

ปั่นจักรยานดูงานศิลปะบนผนังริมคลองบางมด

ตลอดระยะทางกว่า 3 กิโลเมตรของทางปั่นจักรยานเลียบคลองบางมด ขนาบข้างด้วยบรรยากาศร่มรื่น ทั้งต้นไม้เรียงรายเป็นทิวแถว น้ำที่รับประกายแสงแดดระยิบระยับ และบ้านหลังเล็กที่มีเสียงพูดคุยกันออกมาเป็นระยะๆ ส่วนสิ่งก่อสร้างที่มีกำแพงติดคลองก็ปล่อยพื้นที่บนผนังให้มีสีสันมาแต่งแต้ม ทั้งศิลปะฝาผนังแบบที่ใช้เซรามิกชิ้นเล็กชิ้นน้อยแปะรวมกันออกมาเป็นภาพใหญ่ และแบบที่วาดภาพไว้ให้คนในชุมชนมาช่วยกันลงสี สถานที่หย่อนใจแห่งนี้เหมาะกับทั้งการเดินเล่นชมวิวช้าๆ ปั่นจักรยานรับลมเย็น หรือจะนั่งเรือก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบ

เพราะเป็นพื้นที่ซึ่งมีคนอาศัยอยู่จริงๆ ทางริมคลองแห่งนี้จึงยังมีชีวิตอยู่ตลอด ทั้งวัดพุทธบูชาที่ชาวพุทธบางมดนิยมมาไหว้พระ และมัสยิดดาริลหะซันกับมัสยิดนูรุลหุดา ศูนย์รวมของชุมชนคนมุสลิมบางมด ทุกวันอาทิตย์ที่ 3 ของเดือน ชุมชนนูรุลหุดาจะเปิดตลาดมดตะนอย ตลาดน้ำฮาลาลที่เต็มไปด้วยของอร่อยและกิจกรรมสนุก

ส่วนอีกฝั่งหนึ่งของคลองยังมีวิถีชีวิตชาวบ้านให้ดูหลายอย่าง ทั้งสวนส้ม สวนมะพร้าว ร้านขายของชำที่ส่งสินค้าข้ามคลองมาด้วยตะกร้าชักรอก เต็นท์เรือแพตายืนซึ่งร้านขายเรือไม้กับอะไหล่เรือมานานนม และอีกมากมาย ซ่อนอยู่ตามคลองสายน้อยที่แตกย่อยออกไป หากอยากรู้ว่ามีอะไรเจ๋งๆ อยู่บ้าง ลองสอบถามชาวบ้านแถวนั้น หรือเช่าเรือให้คนในท้องถิ่นพาไปสำรวจก็ได้นะ

ที่อยู่: ทางปั่นจักรยานเริ่มตั้งแต่ที่วัดพุทธบูชา ยาวไปชนทางด่วนกาญจนาภิเษก แนะนำให้จอดรถที่วัดพุทธบูชา อยู่ระหว่างซอยพุทธบูชา 28 กับ 30 แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ
เวลาทำการ: เปิดตลอดเวลา
ถ้าอยากนั่งเรือ: ติดต่อเช่าเรือได้ที่ เพจตลาดมดตะนอย

นั่งเรือเข้าไปกินอาหารทะเลกลางฟาร์มที่ร้านฟาร์มสมใจ ซีฟู้ดส์

แม้จะอยู่ห่างจากที่อื่นๆ ไม่น้อย แต่ความอร่อยของร้านก็ทำให้เราขอแนะนำที่แห่งนี้ ฟาร์มสมใจ ซีฟู้ดส์ ร้านอาหารทะเลที่แทบจะลงไปอยู่ทะเลจริงๆ ตอนกิน เริ่มจากการนั่งเรือผ่านคลองที่มีต้นโกงกางขนาบซ้ายขวาเข้าไปประมาณ 10 นาที ลมที่ตีหน้าก็ปรับอารมณ์ให้รื่นรมย์แล้ว เมื่อไปถึงร้านก็จะพบบรรยากาศของฟาร์มกุ้งทอดยาวไปชนทิวต้นไม้ที่ริมขอบฟ้า สัตว์ที่ทางร้านเลี้ยงอย่างภูมิใจคือกุ้ง หอยแครง และปลากะพง ซึ่งเลี้ยงด้วยวิธีธรรมชาติทั้งหมด หากใครสนใจอยากดู วันเสาร์-อาทิตย์ตอนเย็นจะมีบริการล่องเรือพาออกไปดูทั่วทั้งฟาร์มด้วยนะ

สัตว์ทะเลทุกอย่างในจานมาจากฟาร์มของร้านทั้งหมด อาหารเด็ดที่ร้านภูมิใจเสนอคือปลากะพงหลงชะคราม ปลาทอดเป็นชิ้นๆ กรอบนอกนุ่มใน รสชาติเปรี้ยวหวานแต่ไม่รุนแรง มีกลิ่นเครื่องแกงจางๆ เมื่อกินคู่กับชะครามทอดกรอบที่มีรสเค็มแล้วก็จะลงตัวพอดี ส่วนอีกอย่างที่จะขาดไปไม่ได้เลยคือน้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซ่บจี๊ด ทำหน้าที่ช่วยเพิ่มสีสันให้อาหารทะเลแสนสดของร้าน

ที่อยู่ : จอดรถที่ตรงข้ามโรงเรียนคลองพิทยาลงกรณ์ 57 ซอยริมคลองประมง แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ แล้วเดินไปยังท่าน้ำของทางร้าน จะมีเรือมารับเข้าไป
วันทำการ :
วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
ติดต่อ : 062-141-4199 (วันธรรมดาโปรดโทรจองล่วงหน้า 1 วัน)
Facebook: ฟาร์มสมใจซีฟู้ดส์ บางขุนเทียนชายทะเล

นี่คือ 5 สถานที่ซึ่งสะท้อนเสน่ห์ของย่านบางมด-บางขุนเทียนที่แสนกว้างขวางอยู่สบาย แถมให้บรรยากาศดีเหมือนอยู่ต่างจังหวัด ทั้งที่จริงๆ แล้วขับรถออกมาจากเมืองเพียงไม่ถึงชั่วโมง หากอยากเปลี่ยนบรรยากาศจากเมืองใหญ่ ขอให้ลองมาสัมผัสย่านนี้สักครั้ง แล้วจะรู้ว่านี่เป็นการ Steps for More Space เพื่อเติมพลังชีวิตได้อย่างแท้จริง

ใครกำลังมองหาที่อยู่อาศัยในพื้นที่กว้างขวาง ใกล้ชิดธรรมชาติ เราขอแนะนำตัวเลือกอย่าง Nirvana Beyond Rama 2 โครงการบ้านเดี่ยวที่มีแนวคิดหลักคือ Steps for More Space ชวนคุณขยับออกนอกเมืองที่แออัดสู่บ้านทำเลติดถนนใหญ่และอยู่ใกล้เมืองที่สุดในย่านพระราม 2 พร้อมจุดเด่นคือการออกแบบสไตล์โมเดิร์นผสมผสานกับความโล่งสบายที่ดึงความเป็นธรรมชาตินอกบ้านเข้ามาในบ้าน และฟังก์ชันที่เน้นให้ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ในบ้านได้ทุกตารางนิ้ว เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้อาศัยทุกวัยอย่างแท้จริง

อ่านรายละเอียดโครงการเพิ่มได้ที่ www.nirvana-group.com

 

Writer

อลิษา ลิ้มไพบูลย์

นักอยากเขียนผู้เรียนปรัชญาเพื่อเยียวยาอาการคิดมาก เวลาว่างใช้ไปกับการร้องคอรัสเล่นๆ แบบจริงจัง และดูหนังอย่างจริงจังไปเล่นๆ

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

18 มิถุนายน 2565
13.73 K

The Cloud x สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)

“ศูนย์กลางไชนาทาวน์กรุงเทพฯ อยู่ที่ไหน”

คนยุคนี้คงตอบว่า ‘เยาวราช’ ด้วยความชินชาต่อภาพความพลุกพล่านของท้องถนนอันลานตาไปด้วยรถรา การค้าขาย ผู้คนสัญจรขวักไขว่ใต้ป้ายไฟภาษาจีน

แต่ถ้าเป็นคนยุคเก่าที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นี้มาตั้งแต่รุ่นอาเตี่ย อาม้า คำตอบของเขาอาจเป็น ‘สำเพ็ง’ หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า ‘ซอยวานิช 1’ ถนนสายแคบที่ทอดขนานแนวลำน้ำเจ้าพระยา เป็นที่ตั้งของธุรกิจการค้าและบ้านช่องของชาวจีน มาพร้อมกับการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานีใหม่ ซึ่งหมายความว่ามีมาก่อนถนนเยาวราชที่เริ่มตัดใน พ.ศ. 2435 นานถึง 110 ปี

ในช่วงอายุ 130 ปีของเยาวราช กับ 240 ปี ของสำเพ็ง ร้านรวงมากมายเริ่มเปิดกิจการขึ้นในย่านนี้ บางกิจการล้มหายตายจากไปพร้อมกับชีวิตเจ้าของ บางแห่งโยกย้ายไปยังทำเลที่ตั้งใหม่ บ้างปรับเปลี่ยนสินค้าหรือวิธีดำเนินธุรกิจตามความนิยมของสังคมซึ่งแปรผันไป ขณะที่อีกหลายร้านยังตั้งมั่นอยู่ที่เก่า ค้าขายสินค้าดั้งเดิมเพื่อสานต่อตำนานชื่อร้านของปู่ย่าตายายจวบจนวันนี้

คอลัมน์ Take Me Out พาผู้อ่านทุกเพศทุกวัยเจาะเวลาหาอดีตอันเรืองรองของไชนาทาวน์กรุงเทพฯ จากร้านค้าเก่าแก่ทั้ง 7 แห่ง ตามลายแทงของพ่อค้าเชือกผู้เรียกสำเพ็ง-เยาวราชว่า ‘บ้าน’ มาตั้งแต่ลืมตาดูโลก

01
ใจ่หลี

ห้องแถวแคบสุดในสำเพ็งที่ไม่น่าเชื่อว่าขายอุปกรณ์การเกษตรเพียบ

ใจ่หลี ห้องแถวแคบสุดในสำเพ็งที่ไม่น่าเชื่อว่าขายอุปกรณ์การเกษตรเพียบ

‘แคบ’ คือคำคุณศัพท์คำแรกที่ทุกคนน่าจะนึกเหมือนกันยามเห็นร้านนี้เป็นครั้งแรก

ด้านกว้างซึ่งมีเนื้อที่เพียงให้ผู้ใหญ่เดินผ่านได้ทีละคน หากเดินสวนกันต้องมีฝ่ายหนึ่งเอี้ยวตัวหลบ ทำให้ห้องแถวคูหานี้ครองรางวัลห้องแถวที่แคบที่สุดในย่านสำเพ็งได้อย่างปราศจากคู่ท้าชิง

ใจ่หลี ห้องแถวแคบสุดในสำเพ็งที่ไม่น่าเชื่อว่าขายอุปกรณ์การเกษตรเพียบ

หากมองผ่าน ๆ ตา ห้องแถวชั้นเดียวตรงนี้ดูเหมือนทางเดินระหว่างซอกตึก ซึ่งพบได้ตามย่านตึกแถวทั่วไป แต่เชื่อหรือไม่ว่าหลังประตูไม้บานเล็กคู่นี้ถูกใช้เป็นร้านขายด้ามจอบ พลั่ว เสียม อุปกรณ์การเกษตรและก่อสร้างอีกสารพัดชนิด ภายใต้ป้าย ‘ใจ่หลี 再利’ ที่ อากงเซียะโพ่ว แซ่บุ๊ง และ อาม่าฉุ่งฮ้อ แซ่ตั๊ง พากันมาเปิดตั้งแต่ 50 – 60 ปีก่อน

ใครกำลังมองหาจอบ เสียม หรืออุปกรณ์การเกษตรอื่นใด อย่าเพิ่งสบประมาทว่าร้านแคบแค่นี้จะมีของที่คุณต้องการขายหรือ เพราะแม้ด้านหน้าจะดูแคบ แต่ด้านในกลับลึกจนมีพื้นที่จุสินค้าได้เหลือเฟือ 

ดูจากปริมาณสินค้าที่รถส่งของนำมาลงแต่ละเที่ยว ก็การันตีความจิ๋วแต่แจ๋วของร้านนี้ได้ดียิ่งกว่าคำโฆษณาใด ๆ แล้ว

ใจ่หลี

ที่ตั้ง : 625/1 ซอยวานิช 1 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ไม่แน่นอนเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19

โทรศัพท์ : 0 2222 2438, 08 7806 6732

02
บ้วนฮวด

กว้างกว่าใจ่หลีนิดหน่อย ขายตะกาวที่ใช้แบกกระสอบ

บ้วนฮวด กว้างกว่าใจ่หลีนิดหน่อย ขายตะกาวที่ใช้แบกกระสอบ

ไม่กี่ช่วงก้าวจากร้านแคบเป็นอันดับหนึ่ง ก็มาถึงร้านแคบเป็นอันดับสอง

‘บ้วนฮวด 萬發’ คือชื่อที่ปรากฏตามป้ายหน้าร้านนี้ อีกหนึ่งร้านห้องแถวที่สร้างขึ้นจากที่ว่างซอกตึก เช่นเดียวกับห้องแถวอีกหลายแห่งในสำเพ็ง-เยาวราช ซึ่งพื้นที่ทุกตารางเมตรมีใช้สอยอย่างจำกัด

บ้วนฮวด กว้างกว่าใจ่หลีนิดหน่อย ขายตะกาวที่ใช้แบกกระสอบ

ข้าวของที่ร้านนี้จำหน่าย ประกอบด้วยอุปกรณ์จำพวกตะกาวหรือตะขอที่มีด้ามจับ มีไว้ใช้เกี่ยวและแบกกระสอบ เป็นเครื่องใช้ที่จำเป็นในย่านนี้ ด้วยเหตุที่ในอดีตริมถนนทรงวาดซึ่งอยู่ถัดไปจากสำเพ็ง มีท่าน้ำที่ใช้ลำเลียงกระสอบข้าว ร้านค้าบนถนนแถวนี้จึงขายพืชผลทางการเกษตรมากมาย 

ตะกาวที่ร้านบ้วนฮวดขายมีหลายขนาด ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้งาน หากใช้เกี่ยวกระสอบข้าวสารที่มีขนาดใหญ่และหนัก ก็ต้องใช้ตะกาวไซส์ใหญ่แต่สั้น หรือหากจะใช้เกี่ยวกระสอบที่เบาลงมา ก็ต้องใช้ตะกาวยาวที่เหมาะสมกับของที่ใช้ซ้อนกันเป็นชั้น ๆ เป็นต้น

บ้วนฮวด

ที่ตั้ง : 641 ซอยวานิช 1 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ไม่แน่นอนเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19

โทรศัพท์ : 0 2225 1526

03
ร้านขายยาไทย ฮกสูนตึ๊ง ตรากระต่ายคู่

ร้านคนจีนขายยาไทย

ร้านขายยาไทย ฮกสูนติ้ง ตรากระต่ายคู่ ร้านคนจีนขายยาไทย

ประมาณ 50 ปีก่อน สำเพ็งในสมัยนั้นเป็นย่านที่ใครพูดภาษาไทยจะกลายเป็นต่างด้าวในความรู้สึกของคนในพื้นที่ไปทันตา ถึงอย่างนั้นซอยวานิช 1 ก็ยังมีร้านขายยาไทย (แต่ชื่อจีน) อยู่ 1 แห่ง คือร้าน ‘ฮกสูนตึ๊ง ตรากระต่ายคู่’ ที่ขายทั้งสมุนไพรไทยและจีนในร้านเดียว

ร้านขายยาไทย ฮกสูนติ้ง ตรากระต่ายคู่ ร้านคนจีนขายยาไทย

นอกจากยาไทยแล้ว ห้องแถว 2 ห้องนี้ยังขายเครื่องแกงและเครื่องเทศที่ใช้ในชีวิตประจำวัน อย่างผักชี ยี่หร่า และขมิ้นชัน เรียกว่าเป็นร้านค้าเก่าแก่เพียงไม่กี่ร้านที่ชาวสำเพ็งในอดีตจะซื้อหายารักษาโรค สมุนไพร และเครื่องเทศเครื่องแกงอย่างคนไทยได้ โดยไม่ต้องย่างกรายไปนอกละแวกบ้านของพวกตน

ร้านขายยาไทย ฮกสูนตึ๊ง ตรากระต่ายคู่

ที่ตั้ง : 531-533 ซอยวานิช 1 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.30 – 16.30 น. ปิดทุกวันอาทิตย์

โทรศัพท์ : 0 2221 2426

04
ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง)

ร้านยาจีนที่คงสภาพเดิมไว้เหมือนตอนเปิดกิจการ

ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง) ร้านยาจีนที่คงสภาพเดิมไว้เหมือนตอนเปิดกิจการ

ห้างร้านที่พบได้มากที่สุดในสำเพ็งยุคเก่า ได้แก่ ร้านขายยาจีนและร้านโพยก๊วน กิจการทั้งสองอย่างนี้ สะท้อนสิ่งที่ชาวจีนโพ้นทะเลในไทยให้ความสำคัญได้เป็นอย่างดี กล่าวคือร้านยามีไว้รักษาทุกอาการเจ็บป่วย ขณะที่ร้านโพยก๊วนมีไว้ใช้บริการโอนเงินกลับบ้านเกิดที่เมืองจีน

ตัวอย่าง ‘ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง)’ ร้านยาจีนที่จดทะเบียนนิติบุคคลมาตั้งแต่ พ.ศ. 2504 โดย อากงฮุยจั๊ว แซ่อั๊ง อดีตลูกจ้างร้านไต้อันตึ๊ง ร้านขายยารุ่นเก่าที่มีมาตั้งแต่สมัย ดร.ซุน ยัตเซ็น เดินทางเยือนสยามประเทศเมื่อร้อยกว่าปีก่อน

ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง) ร้านยาจีนที่คงสภาพเดิมไว้เหมือนตอนเปิดกิจการ

ปัจจุบันร้านศิริภัณฑ์โอสถได้รับการสานต่อโดย เภสัชกรหญิงมุกดา หงไพศาล หลานสาวผู้ก่อตั้ง วันเวลาที่ล่วงเลยมานานกว่า 60 ปี นับตั้งแต่วันเริ่มกิจการแทบไม่ได้เปลี่ยนแปลงสภาพร้านจากเดิมเลย เพราะที่นี่ยังมีตู้ยาจีนแบบดั้งเดิม ตาชั่งยา รวมถึงยาจีนนานาชนิด ทั้งยาบำรุงและยาต้ม แม้แต่ชื่อยานำเข้าที่ไม่คุ้นหูสำหรับเด็กรุ่นใหม่อย่าง ‘ชวนป๋วยปี่แป่กอ’ และ ‘ชวนป๋วยปี่แป่โหล่ว’ ก็ยังเป็นสินค้าสำคัญประจำร้านที่มีพร้อมให้ลูกค้าซื้อไปบรรเทาอาการเจ็บคอได้ทุกเมื่อ

ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง)

ที่ตั้ง : 466 ซอยวานิช 1 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.00 – 16.30 น. ปิดทุกวันอาทิตย์

โทรศัพท์ : 0 2222 2502

05
เชี่ยงปู่

ร้านผลไม้ผู้บุกเบิกการนำเข้าเกาลัดสู่แผ่นดินไทย

เชี่ยงปู่ ร้านผลไม้ผู้บุกเบิกการนำเข้าเกาลัดสู่แผ่นดินไทย

ทะลุซอกซอยจากสำเพ็งมาถึงถนนเยาวราชที่ควันไฟคลุ้งโขมงตลอดสองฝั่งทาง คล้ายจะบอกให้รู้ว่าที่นี่คืออาณาเขตของรถเข็นและแผงลอยขายเกาลัด

แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าเกาลัดที่เดี๋ยวนี้เหล่าพ่อค้าแม่ค้าพากันคั่วขายเป็นล่ำเป็นสัน มีต้นตอมาจากร้าน ‘เชี่ยงปู่’ แผงขายผลไม้อันมีพืชผลนำเข้าอวดโฉมแน่นขนัดที่ปากทางเข้าตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

ธนกฤติ อังสุปาลี เจ้าของร้านคนรุ่นใหม่เล่าด้วยความภาคภูมิใจว่า ร้านนี้เปิดมานานกว่า 80 ปีแล้ว โดยการร่วมทุนกันของ 2 หุ้นส่วน ชื่อ เชี่ยงจั๊ว และ หย่งปู่ จึงนำชื่อของทั้งคู่มาผสมคำกันเป็น ‘เชี่ยงปู่ (长富)’ มีความหมายว่า มั่งคั่งยืนยง

แรกเริ่มเดิมที ร้านเชี่ยงปู่เน้นขายแค่ผลไม้นำเข้าจากต่างประเทศ เช่น ลิ้นจี่และแอปเปิล ถือเป็นของขวัญราคาแพงสำหรับคนจีน กระทั่งอากงเชี่ยงจั๊วหัวใส ได้ความคิดว่าจะนำเกาลัดเข้ามาขาย เพื่อให้คนละทิ้งแผ่นดินใหญ่ได้คลายความคิดถึงบ้านเกิด ต่อแต่นั้นมาร้านนี้ก็ได้เป็นผู้นำเทรนด์นำเข้าทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเกาลัด ทั้งเมล็ดเกาลัด เครื่องคั่ว ที่แกะ และนวัตกรรมที่ช่วยถนอมอายุเกาลัดให้มีกินได้ตลอดทั้งปี แทนที่จะออกผลแค่เดือนตุลาคม และเก็บได้แค่ราว 4 เดือนตามธรรมชาติของเกาลัด

เชี่ยงปู่

ที่ตั้ง : 293/1 ถนนเยาวราช ปากซอยเยาวราช 6 (อิสรานุภาพ) แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

โทรศัพท์ : 0 2222 2219, 08 9445 4544

06
ลิ่มงี่เฮียง

ต้นตำรับหมูแผ่นสยามประเทศ

ลิ่มงี่เฮียง ต้นตำรับหมูแผ่นสยามประเทศ

ตึกแถว 3 ห้องริมถนนเยาวราช จุดที่คึกคักตลอดวัน เป็นที่ตั้งของร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์เนื้อหมูแปรรูปที่มีอายุกว่า 100 ปี ‘ลิ่มงี่เฮียง 林宜香’ ซึ่งขนานนามตามชื่อของ อากงงี่เฮียง แซ่ลิ้ม ผู้ก่อตั้ง ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของ วาสนา ธนาสุนทรารัตน์ ทายาทรุ่นสามที่ยังเดินหน้าสืบสานตำนานร้านต่อไป

ถ้าหากคุณถวิลหารสชาติอันโอชะของหมูแผ่นบางกรอบ อย่าได้ลังเลที่จะมาเยี่ยมเยือนร้านนี้สักครั้ง เพราะนี่คือร้านแรกที่ริเริ่มทำหมูแผ่นทอดกรอบขายในเมืองไทย ยืนยันได้จากสโลแกนที่มักห้อยท้ายชื่อร้านว่า ‘ลิ่มงี่เฮียง หมูแผ่นแห่งแรกในประเทศไทย’

ลิ่มงี่เฮียง ต้นตำรับหมูแผ่นสยามประเทศ

บรรจุภัณฑ์ของร้านสวยงามมีเอกลักษณ์ โดยเฉพาะฝากล่องพิมพ์รูปวาด ‘สุพรรณหงส์หน้าพระปรางค์วัดอรุณฯ’ บอกถิ่นที่ตั้งร้าน ในอดีตเคยเป็นของฝากยอดฮิตที่ดังไกลถึงต่างแดน ชนิดที่ชาวต่างชาติ เช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ จำเป็นต้องซื้อเพื่อเป็นหลักประกันว่าเขาได้เหยียบย่างมาถึงไชนาทาวน์กรุงเทพฯ แล้ว

ในร้านที่หมูหย็อง หมูแผ่น กุนเชียง หมูเส้นกรอบ หมูพริกไทยดำ หมูหวาน หมูทุบ และอีกหลายหมูดูละลานตาจนยากจะไล่เรียงได้หมด สิ่งที่ดึงดูดสายตาลูกค้าผู้มาเยือนร้านลิ่มงี่เฮียงไม่แพ้สินค้าที่ขาย คือความโอ่อ่าของงานตกแต่งที่ฝังตัวอยู่ทั่วทุกมุมห้อง ตั้งแต่เคาน์เตอร์ ตู้โชว์เครื่องลายคราม จนถึงผนังแต่ละด้าน ให้ความรู้สึกราวกับอยู่ในจวนขุนนางจีนโบราณมากกว่าอยู่ในร้านขายของ

ลิ่มงี่เฮียง ต้นตำรับหมูแผ่นสยามประเทศ

งานไม้แกะสลักที่ประดับไว้ในร้านไม่ใช่ของเพิ่งทำใหม่ แต่เป็นของเก่าแก่อายุราว 40 – 50 ปีโดยประมาณ ข้อความภาษาจีนทั้งหมดเขียนอย่างประณีตด้วยลายพู่กัน ไม่ใช่กลอนคู่อวยพรอย่างที่หาอ่านได้ในร้านค้าของคนจีนธรรมดา หากเป็นถ้อยคำโฆษณาสรรพคุณอันโดดเด่นของสินค้าที่ทางร้านจำหน่าย เป็นต้นว่า “ไม่มีเนื้อที่ไม่สดใหม่” หรือ “มอบให้เป็นที่ระลึกร้านขายหมูแผ่นแห่งแรกในประเทศไทย”

ลิ้มงี่เฮียง

ที่ตั้ง : 301 ถนนเยาวราช แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 0 2221 1389

07
ก๊ำหล่ง

ร้านอาหารกวางตุ้งอายุเกินร้อยปีแห่งตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

ก๊ำหล่ง ร้านอาหารกวางตุ้งอายุเกินร้อยปีแห่งตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

เคลื่อนขบวนจากริมถนนใหญ่มายังซอยอิสรานุภาพ (ตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย) อันเป็นที่ตั้งของตลาดเก่า ซึ่งยังคงวิถีชีวิตเก่า ๆ ของชาวไทยเชื้อสายจีนเมื่อหลายสิบปีก่อนไว้เป็นอย่างดี

กว่าครึ่งหนึ่งของตลาดนี้เคยถูกครอบครองโดยชาวจีนกวางตุ้งที่นิยมเลี้ยงชีพด้วยการขายอาหาร ก่อนที่ชาวกวางตุ้งจะทยอยย้ายร้านออกไป เปิดทางให้ชาวจีนแต้จิ๋วเข้ามาจับจองพื้นที่จนแทบไม่เหลือร้านของชาวกวางตุ้ง แต่กระนั้นมรดกสำคัญซึ่งผู้ประกอบการชาวกวางตุ้งทิ้งไว้ให้ตลาดนี้ คือรสชาติอาหารที่ค่อนข้างหวาน กลมกล่อม ไม่สู้เค็มและจืดอย่างรสมือชาวแต้จิ๋ว

ก๊ำหล่ง ร้านอาหารกวางตุ้งอายุเกินร้อยปีแห่งตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

‘ก๊ำหล่ง 金隆’ คือประวัติศาสตร์มีชีวิตที่บอกให้คนรุ่นหลังรู้ว่า ร้านอาหารกวางตุ้งในตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ยมีสภาพเป็นอย่างไร บรรพบุรุษรุ่นแรกเริ่มกิจการร้านนี้มาจากเขตซ้ามยับ (แถบเมืองกว่างโจว) ในมณฑลกวางตุ้งเมื่อร้อยกว่าปีก่อน ปัจจุบันร้านนี้ได้ถูกเปลี่ยนมือเจ้าของมาจนถึงรุ่นที่ 4 แล้ว

นี่คือร้านที่ลูกจีนนักจับจ่ายหลายคนชอบนึกถึงในช่วงวันไหว้เจ้า เพราะของที่ร้านนี้จำหน่ายมีพร้อมสรรพทั้งวัตถุดิบและอาหารสำเร็จรูป อาทิ หมูย่าง หมูแดง เป็ดย่าง ไก่ย่าง กานาฉ่าย โปรตีนเกษตร อาหารเจ

เนื่องจากที่นี่เป็นร้านอาหารแห่งสุดท้ายในตลาดที่ยังต้านทานกระแสสังคม โดยการใช้เตาถ่าน ย่างฟืนแบบโบราณ ส่งผลให้กลิ่นเตาถ่านหอมตลบอบอวลอย่างไม่มีวันหาได้จากเตาไฟฟ้า

ก๊ำหล่ง ร้านอาหารกวางตุ้งอายุเกินร้อยปีแห่งตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

ถ้ากระเพาะของคุณยังมีที่ว่างเพียงพอ ขอแนะนำให้ลองชิม ‘บ๊ะจ่างกวางตุ้ง’ อันมีรูปทรงผิดแผกจากบ๊ะจ่างแต้จิ๋วในภาพจำของคนไทยส่วนใหญ่อย่างเห็นได้ชัด เพราะนี่คือสินค้าเฉพาะตัวของร้านกวางตุ้งที่หาไม่ได้ง่าย ๆ แล้ว

ก๊ำหล่ง

ที่ตั้ง : 218 ตรอกอิสรานุภาพ ถนนเยาวราช แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 0 2224 4056, 09 2442 4662

The Cloud Golden Week คือแคมเปญสนุก ๆ ที่ทีมงานก้อนเมฆขอประกาศลาพักร้อน 1 สัปดาห์ เนื่องในโอกาสฉลอง The Cloud ครบ 5 ปี เราเลยเปิดรับวัยอิสระ อายุ 50 ปีขึ้นไป ทั้งนักเขียน ช่างภาพ และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ เข้ามาประจำการแทนใน The Cloud Golden Week ขอเรียกว่าเป็นการรวมพลังวัยอิสระมา ‘เล่าเรื่อง’ ในฉบับของตนเองผ่านสื่อดิจิทัลบนก้อนเมฆ เพราะเราเชื่อว่า ‘ประสบการณ์’ ของวัยอิสระคือเรื่องราวอันมีค่า เราเชื่อในศักยภาพของมนุษย์ อายุที่เพิ่มขึ้นเป็นเพียงตัวเลข ไม่ใช่ข้อจำกัดของการเรียนรู้

แคมเปญนี้เราร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้วัยอิสระกล้ากระโจนเข้าหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ออกมาพูดคุยกับเพื่อนวัยเดียวกัน พร้อมแบ่งปันเรื่องราวอันเปี่ยมด้วยคุณค่า เพื่อเติมฟืนไฟให้กาย-ใจสดใสร่าเริง

นี่เป็นครั้งแรกที่ทีมงาน The Cloud มีสมาชิกอายุรวมกันมากกว่า 1,300 ปี!

Writers

สมชัย กวางทองพานิชย์

เป็นคนหลงใหลบ้านและชุมชนของตัวเอง

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

ชอบอ่านเขียนตั้งแต่จำความได้ สนใจวิชาสังคมศึกษาตั้งแต่จบอนุบาล ใฝ่รู้ประวัติศาสตร์ตั้งแต่อยู่ประถม หัดแต่งนวนิยายตั้งแต่เรียนมัธยม เขียนงานสารพัดด้วยนามปากกา “แพทริก เหล่า” ตั้งแต่เข้ามหา’ลัย

Photographer

สมชัย กวางทองพานิชย์

เป็นคนหลงใหลบ้านและชุมชนของตัวเอง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load