ลองนึกภาพว่าคุณกำลังเดินเข้าไปหาใครสักคน บอกว่า “เงินในอนาคตจะไม่ใช่เงินกระดาษ แต่จะเป็นรหัสในคอมพิวเตอร์” และคนนั้นมองหน้าคุณแล้วพยักหน้าหัวเราะ
นั่นคือสิ่งที่ จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ต้องเผชิญมาตลอด 8 ปีก่อนที่โลกจะเริ่มเชื่อในสิ่งที่เขาเชื่อมาตั้งแต่ต้น
เด็กกรุงเทพที่ไปเปลี่ยนตัวเองที่นิวซีแลนด์

ท็อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา เกิดเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2533 เติบโตมาในครอบครัวที่ทำธุรกิจขายปลีกและขายส่งเสื้อผ้า วัยเด็กถูกส่งไปเรียนระดับมัธยมที่ประเทศนิวซีแลนด์ พร้อมความฝันที่อยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพถึงขั้นได้เป็นกัปตันทีมฟุตบอลของโรงเรียน
เรื่องของ จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ไม่ได้เริ่มจากห้องคอมพิวเตอร์ แต่เริ่มจากสนามฟุตบอลในนิวซีแลนด์ ความฝันแรกของเขาธรรมดาและชัดเจน — เป็นนักฟุตบอลอาชีพ แต่ชีวิตมักพามนุษย์ไปในทิศทางที่ไม่เคยวางแผนไว้
ทำให้ชีวิตที่เหลือในช่วงที่เขาเรียนอยู่ที่นี่ เขาทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเพื่อการเรียนเพียงอย่างเดียว ตัดใจไม่ไปงานปาร์ตี้กับเพื่อนๆ งดเรื่องสาวๆ เอาไว้ก่อน แล้วหันไปอ่านหนังสือวันละ 10-12 ชั่วโมงอย่างบ้าคลั่ง จนกระทั่งถึงวันจบการศึกษา ปรากฏว่าเขาได้รับรางวัลเหรียญทองของเหรียญทอง หรือแปลได้ว่าในบรรดานักศึกษาที่ได้เหรียญทองทั้งหมดนั้น คุณท็อปได้อันดับ 1 ของพวกเขาอีกทีหนึ่ง ซึ่งทั้งมหาวิทยาลัยมีได้แค่คนเดียว
ชายคนเดียวกับที่เคยฝันเป็นนักฟุตบอล ยอมสละทุกความสนุกในชีวิตวัยเรียนเพื่ออ่านหนังสือวันละ 12 ชั่วโมง และคว้าเกียรตินิยมสูงสุดได้สำเร็จ นั่นบอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับวิธีคิดของ ท็อป Bitkub ที่ไม่เคยเปลี่ยนตลอดชีวิต
Oxford ไม่ใช่จุดหมาย แต่คือเครื่องมือ
จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา จบปริญญาตรีเศรษฐศาสตร์จาก The University of Manchester สหราชอาณาจักร ด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง และปริญญาโทเศรษฐศาสตร์จาก University of Oxford สหราชอาณาจักร
มหาวิทยาลัย Oxford เป็นชื่อที่ผู้คนส่วนใหญ่หยุดฟังด้วยความเคารพ แต่สำหรับ จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา มันไม่ใช่เป้าหมาย แต่เป็นเครื่องมือที่เขาใช้ฝึกตัวเองให้คิดแบบนักเศรษฐศาสตร์ก่อนจะเอาความคิดนั้นมาใช้กับวงการที่ยังไม่มีชื่อในตอนนั้น
หลังจากเรียนจบ เขาออกไปทำงานสายวาณิชธนกิจที่เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน
“ผมมองว่านักธุรกิจคืออาชีพหนึ่งที่สามารถสร้างผลกระทบในวงกว้างให้กับประเทศได้ นี่คือสาเหตุที่ผมอยากจะทำธุรกิจของตัวเอง” จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา กล่าวถึงแรงบันดาลใจในการเริ่มต้นสร้างธุรกิจสตาร์ทอัพของตัวเอง เขาเสริมด้วยว่า ในวัยเด็กนั้นเป็นคนที่ไม่อยู่นิ่งชอบการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งเริ่มต้นทำงานสายวาณิชธนกิจที่เซี่ยงไฮ้ ซึ่งเป็นอาชีพแรกหลังจากเรียนจบ แต่ก็ทนต่อสภาพแวดล้อมในการทำงานที่มีข้อจำกัดไม่ได้ จึงตัดสินใจกลับมาประเทศไทย เปิดบริษัทของตัวเอง เพื่อที่จะได้ทำอะไรใหม่ๆ ที่คนอื่นยังไม่ได้ทำ
บทความ Bitcoin หนึ่งชิ้นที่เปลี่ยนทุกอย่าง
บทสนทนาในวันหนึ่งที่ Silicon Valley ในร้านแพนเค้กวันเสาร์ ตอกย้ำว่า Bitcoin จะมาเปลี่ยนแปลงโลก ย้ำความเชื่อมั่นใน Cryptocurrency จากนั้นไม่ถึงเดือนเขาก็บินกลับมาเมืองไทย และเปิดบริษัทแรกในนาม Coins.co.th ราวปี 2013-2014 บนร้านขายเสื้อผ้าของคุณพ่อคุณแม่
ภาพนั้นน่าจดจำ ชายหนุ่มที่เพิ่งกลับจาก Oxford และ Silicon Valley มานั่งเขียนโค้ดและตั้งบริษัทอยู่บน “ร้านขายเสื้อผ้าของพ่อแม่” ไม่มีทุน ไม่มีทีม ไม่มีใครรู้จัก มีแค่ความเชื่อ
เริ่มต้นต่อสู้ธุรกิจเพียงลำพังจากคอมพิวเตอร์เก่าๆ หนึ่งเครื่อง กับห้องเช่าเล็กที่ประตูน้ำเป็นออฟฟิศแห่งแรก
ปปง. เคาะประตู วันที่ความเชื่อถูกทดสอบ
สิ่งที่ทำให้เรื่องราวของ จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ไม่ใช่เรื่องของคนโชคดีคือ มันผ่านความเจ็บปวดและความไม่แน่นอนมาตลอด
เมื่อมีการทำธุรกรรมที่มากขึ้น มันก็ไปเตะตากับ ปปง. หรือสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ที่ส่งจดหมายมาหาคุณท็อป ซึ่งจั่วหัวด้วยชื่อจริงว่าให้ นายจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ไปสอบปากคำเพื่อสืบสวนสอบสวนว่า Bitcoin เป็นการฟอกเงินหรือไม่อย่างไร
ในวันที่ คริปโตไทย ยังไม่มีใครรู้จัก และ Bitcoin ยังเป็นเรื่องของนักเก็งกำไรในอินเทอร์เน็ต ท็อป Bitkub ต้องไปนั่งอธิบายกับหน่วยงานรัฐว่าเขาไม่ได้ฟอกเงิน แต่กำลังสร้างอนาคตของระบบการเงิน นั่นคือประสบการณ์ที่ทำให้เขาเข้าใจดีว่า การเป็นคนแรกไม่ใช่เรื่องของความโรแมนติก แต่เป็นเรื่องของความอดทน
Bitkub ยูนิคอร์นตัวที่สองของไทย

จิรายุส ก่อตั้งบริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด ในปี พ.ศ. 2561 เป็นตลาดหลักทรัพย์ที่อาศัยเทคโนโลยีบล็อกเชนในการทำธุรกิจที่ได้รับรองโดยคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
Bitkub ของท็อป จิรายุส ผงาดยูนิคอร์นตัวใหม่ หลังกลุ่ม SCBX เข้าถือหุ้น 51% จากไทยพาณิชย์ มูลค่า 17,850 ล้านบาท
ความสำเร็จของ Bitkub ประวัติ ที่หลายคนอาจไม่รู้คือมันไม่ได้โตข้ามคืน แต่โตเพราะ จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ยืนหยัดในความเชื่อเรื่องสินทรัพย์ดิจิทัลมาตั้งแต่ก่อนคำนี้จะมีความหมายในสังคมไทย
ในเดือนตุลาคม ปี 2564 ท็อปได้ออกมาให้สัมภาษณ์ทางรายการ Woody ว่ามีเงินฝากอยู่ใน Bitkub มากกว่า 50,000 ล้านบาท และคาดการณ์ว่าภายในสิ้นปี 2021 ทางบริษัทน่าจะมีรายได้รวมกว่า 5,000 ล้านบาท ซึ่งส่งผลให้ Bitkub มีมูลค่าบริษัทเกินกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ ทำให้กลายเป็นบริษัทระดับยูนิคอร์นได้เป็นที่สำเร็จ
แนวคิดที่ทำให้ Bitkub ไม่ใช่แค่กระดานเทรด
ท็อปบอกพนักงานเลยว่า “ถ้าวันนี้ทุกคนมีเงินเป็นพันล้านเป็นหมื่นล้านหมดแล้ว เราเปิดบริษัทนี้เพื่ออะไร สำหรับผม ผมมีเป้าหมายสองแบบคือ Internal กับ External เป้าหมายแบบ Internal ถ้าผมนอนอยู่บ้านเฉยๆ ผมจะเป็นท็อป จิรายุส คนเดิม แต่ถ้าผมเปิด Bitkub และทุกคนเก่งกว่าผมหมด หนึ่งปีผ่านไปผมมองกลับมา ผมเป็นท็อป จิรายุส ที่เก่งขึ้น ผมต้องการเป็นคนที่เก่งขึ้นแบบที่เงินซื้อไม่ได้”
“ในองค์กรเราไม่มีคำว่าแผนก ต้องพูดคำว่าทีม เพราะถ้าพูดคำว่าแผนกเรื่อยๆ มันจะมีกำแพงขึ้นมาแล้ว มีแผนก มีชั้น มีการโยนความผิด โยนความรับผิดชอบ พอใช้คำว่าทีมเรื่อยๆ ก็เป็นหนึ่ง Bitkub เรามีเป้าหมายเดียวกันที่จะชนะแชมเปี้ยนชิป”
ปรัชญาการบริหารงานของ จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา บอกว่าเขาไม่ได้มองตัวเองเป็นแค่ผู้ก่อตั้งธุรกิจ แต่มองว่าบริษัทคือสนามฝึกซ้อมที่ทำให้ทุกคนในองค์กรเก่งขึ้นพร้อมกัน รวมถึงตัวเขาเอง
เมื่อไทยต้องเป็น Digital Asset Hub
จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ด้านการเงินในการประชุมสภาเศรษฐกิจโลก ประจำปี 2568 (World Economic Forum 2025) ภายใต้หัวข้อ “การเปลี่ยนแปลงจากสินทรัพย์สู่สินทรัพย์ดิจิทัล” ร่วมกับผู้นำด้านการเงินจากหลากหลายหน่วยงานทั่วโลก
จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ได้รับเชิญให้เข้าร่วมเป็นปีที่ 4 และมีโอกาสได้นำเสนอวิสัยทัศน์ร่วมกับผู้นำจากทั่วโลกถึง 4 เวที ได้แก่ นวัตกรรมการเงินเพื่อการค้า, กรอบความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน, การเปลี่ยนแปลงจากสินทรัพย์สู่สินทรัพย์ดิจิทัล และศูนย์กลางการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ในประเทศไทย
การที่ จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ได้รับเชิญขึ้น World Economic Forum ต่อเนื่องถึงปีที่ 4 บอกว่าโลกการเงินในตอนนี้มองไทยด้วยสายตาใหม่ ส่วนหนึ่งเพราะมีชายคนนี้ที่เริ่มวางรากฐานมาตั้งแต่วันที่ไม่มีใครสนใจ
ความผิดพลาดที่ไม่ถูกถาม แต่ทำให้เขาโต
ท็อป จิรายุส บอกว่า “สื่อส่วนมากมักไม่ถาม แต่ ‘ความผิดพลาด’ เป็นสิ่งที่ทำให้เราโต”
ประโยคนี้สรุปทุกอย่างที่เรื่องราวของ จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา พยายามจะบอก ความสำเร็จที่เห็นบนหน้าข่าวนั้น เป็นผลลัพธ์ของการตัดสินใจผิด การเรียนรู้ และการกลับมาลองใหม่ซ้ำๆ ในแวดวงที่ไม่มีใครเคยเดินมาก่อน
“เสื่อผืนหมอนใบอาจเป็นตำนานของเศรษฐีในยุคเก่า นี่คือตำนานของมหาเศรษฐีในยุคดิจิทัล ที่เริ่มต้นด้วยคอมพิวเตอร์เก่าเพียงหนึ่งเครื่องกับห้องเช่าเล็กๆ แถวประตูน้ำของชายหนุ่มที่ชื่อ จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา”
จากคอมพิวเตอร์เก่าหนึ่งเครื่องในห้องเช่าประตูน้ำ สู่เวที Davos ในสวิตเซอร์แลนด์ นั่นคือระยะทางของชายคนหนึ่งที่ไม่เคยหยุดเชื่อในสิ่งที่ตัวเองเห็น แม้ในวันที่ไม่มีใครเห็นด้วย
