🚀 SpaceX เปิดซื้อขายวันแรก ราคาพุ่งทะลุเพดาน วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2569 กลายเป็นวันประวัติศาสตร์ของวงการการเงินโลก Space X เริ่มซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แนสแด็กภายใต้ชื่อย่อ SPCX หลังจากตั้งราคา IPO ไว้ที่ 135 ดอลลาร์ต่อหุ้น แต่เปิดตลาดจริงที่ 150 ดอลลาร์ต่อหุ้น และพุ่งขึ้นสูงสุดถึงประมาณ 176 ดอลลาร์ในช่วงเช้าของการซื้อขาย ส่งผลให้มูลค่าตลาดรวมของ Space X ทะลุ 2 ล้านล้านดอลลาร์ ถือเป็นการเปิดตัวที่น่าตื่นตะลึงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้มาก
🚀 IPO ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลก ทุบสถิติซาอุดีอาระเบีย
การระดมทุนผ่าน IPO ครั้งนี้ของ Space X สามารถระดมเงินได้ถึง 75,000 ล้านดอลลาร์ ทุบสถิติ IPO ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ที่เคยถือครองโดย Saudi Aramco ที่ระดมได้ 29,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2562 อย่างไม่เป็นท่า ด้านนักวิเคราะห์จาก Morningstar ชี้ว่า มูลค่า IPO ของ Space X อยู่ที่ประมาณ 94 เท่าของรายได้ ซึ่งสูงกว่า Meta ที่ 22 เท่า และ Amazon ที่ 18 เท่าอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนต่างมองว่า Space X คือบริษัทแห่งอนาคตที่มีมูลค่าเกินกว่าตัวเลขปัจจุบัน
🚀 มัสก์กลายเป็น “ทริลเลียนแนร์” คนแรกของโลก ทรัพย์สินแซงชาติ
ผลพวงจากการเปิดซื้อขายหุ้น Space X วันแรก คือปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์มนุษยชาติมาก่อน อีลอน มัสก์ กลายเป็นบุคคลแรกในโลกที่มีมูลค่าทรัพย์สินทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์ โดยหุ้น Space X ที่เขาถืออยู่มีมูลค่ากว่า 766,000 ล้านดอลลาร์ รวมกับหุ้น Tesla อีก 280,000 ล้านดอลลาร์ ทำให้ทรัพย์สินสุทธิรวมอยู่ที่ประมาณ 1.05 ล้านล้านดอลลาร์ ตัวเลขนี้ยิ่งใหญ่แค่ไหน? ทรัพย์สินส่วนตัวของมัสก์ตอนนี้มากกว่า GDP ของประเทศไต้หวัน ไอร์แลนด์ หรือสวีเดนเสียอีก และเขามีทรัพย์สินมากกว่ามหาเศรษฐี 5 อันดับถัดมารวมกัน
🚀 SpaceX วางแผนใช้เงิน 75,000 ล้านดอลลาร์ไปกับอะไร
Space X ระบุว่าจะนำเงินที่ระดมได้ไปใช้สนับสนุนการเติบโตในขั้นต่อไป ได้แก่ โครงการ Starship การขยายโครงสร้างพื้นฐานการปล่อยจรวด การขยายเครือข่ายดาวเทียม Starlink และโครงสร้างพื้นฐาน AI นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนระยะยาวในการสร้างอาณานิคมบนดาวอังคาร และสร้างศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่บนวงโคจรเพื่อแข่งขันกับ Anthropic และ OpenAI ในสมรภูมิ AI ทั้งหมดนี้คือเหตุผลที่นักลงทุนยอมจ่ายราคาพรีเมียมสูงมากเพื่อถือหุ้น Space X ตั้งแต่วันแรก
🚀 พนักงาน Space X ได้อะไรจาก IPO ครั้งนี้
สำหรับพนักงาน การ IPO ครั้งนี้แปลงหุ้นที่สะสมมาหลายปีในช่วงที่บริษัทยังเป็นเอกชนให้กลายเป็นเงินจริงที่จับต้องได้ โดยพนักงานปัจจุบันและอดีตพนักงาน Space X นับพันคนคาดว่าจะได้รับกำไรจำนวนมากจากหุ้นที่สะสมไว้ในช่วงที่บริษัทยังเป็นเอกชน อย่างไรก็ตาม เอกสาร IPO มีเงื่อนไขล็อกอัปและวันปล่อยขายแบบขั้นบันไดที่จำกัดว่าผู้ถือหุ้นภายในจะขายได้เมื่อไร ซึ่ง Gwynne Shotwell ประธาน Space X ระบุว่าพนักงานส่วนใหญ่ยังคงมุ่งมั่นกับพันธกิจของบริษัทและไม่น่าจะมีการลาออกครั้งใหญ่ตามมา
🚀 ความกังวลของนักวิเคราะห์ ตัวเลขสวยงามแต่มีความเสี่ยงอะไร
แม้ตลาดจะตอบรับ Space X อย่างร้อนแรง แต่นักวิเคราะห์หลายรายยังคงมีความกังวลเชิงพื้นฐาน ระหว่างต้นปี 2568 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทขาดทุนสะสมรวม 8,700 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ การประเมินมูลค่า IPO บ่งชี้ว่ากำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษีของบริษัทในปี 2578 จะต้องเติบโตขึ้น 75 เท่าจากระดับปี 2568 ซึ่งถือเป็นความคาดหวังที่สูงมากและมีความเสี่ยงที่จะไม่เป็นไปตามเป้าหาก Starship ยังไม่สามารถพัฒนาเป็นระบบปล่อยจรวดแบบใช้ซ้ำได้เต็มรูปแบบ หรือหาก Starlink ต้องเผชิญแรงกดดันจากคู่แข่งและกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นในตลาดต่างประเทศ
🚀 เหตุการณ์นี้เปลี่ยนโลกอย่างไร บทสรุปสำหรับนักลงทุนไทย
การที่ Space X เข้าตลาดหุ้นครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของมัสก์หรือนักลงทุนอเมริกัน แต่เป็นเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแผนที่เศรษฐกิจโลกทั้งใบ การที่มัสก์กลายเป็นทริลเลียนแนร์คนแรกย่อมจะเพิ่มเชื้อไฟให้กับการถกเถียงเรื่องความเหลื่อมล้ำด้านความมั่งคั่งและการเพิ่มขึ้นของอิทธิพลของผู้ก่อตั้งบริษัทเทคโนโลยีผู้มั่งคั่งที่สุดของอเมริกา สำหรับนักลงทุนไทยที่สนใจ หุ้น SPCX เปิดซื้อขายบน Nasdaq แล้ว แต่ควรศึกษาความเสี่ยงอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ เนื่องจากราคาหุ้นปัจจุบันสะท้อนความคาดหวังอนาคตในระดับสูงมาก ความผันผวนในระยะสั้นหลัง IPO จึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยาก

