Akira Sakano ผู้ก่อตั้ง Zero Waste Japan และประธาน Zero Waste Academy ในเมืองคามิคัตสึ ญี่ปุ่น หญิงสาวที่ทำให้เมืองเล็กแห่งหนึ่งกลายเป็นเมืองไร้ขยะต้นแบบของโลก ด้วยการเปลี่ยนวิธีที่ชุมชนมองขยะจากปัญหาเป็นทรัพยากร
ถ้าจะหาคนที่พิสูจน์ว่า “เปลี่ยนโลกได้จริงๆ โดยไม่ต้องเป็นรัฐบาล” คนนั้นอาจเป็น Akira Sakano
ผู้หญิงคนหนึ่งที่เลือกกลับไปยังเมืองเล็กๆ ในชนบทญี่ปุ่น แล้วค่อยๆ เปลี่ยนวิธีที่ชุมชนทั้งเมืองมองขยะ — จนวันนี้เมืองนั้นกลายเป็นโมเดลที่นักนโยบาย นักสิ่งแวดล้อม และนักข่าวจากทั่วโลกต้องขอมาดูงาน

Akira Sakano คือใคร
Akira Sakano เป็นประธานคณะกรรมการของ Zero Waste Academy องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ตั้งอยู่ในเมืองคามิคัตสึ (Kamikatsu) เกาะชิโกกุ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเมืองเล็กที่เป็นที่รู้จักในฐานะเมืองแรกในเอเชียที่ประกาศนโยบาย Zero Waste อย่างเป็นทางการ
ก่อนจะมาทำงานด้านสิ่งแวดล้อม Akira Sakano เคยทำงานกับ AIESEC ในญี่ปุ่น มองโกเลีย และระดับโลก รวมถึงเป็น Trade Lane Management Head for Sales ที่ DHL Global Forwarding ในฟิลิปปินส์ ก่อนจะตัดสินใจกลับญี่ปุ่นเพื่อทำงานพัฒนาชุมชนชนบทอย่างยั่งยืน
ปี 2020 Akira Sakano ก่อตั้ง Zero Waste Japan องค์กรที่ส่งมอบการวางแผนและการนำนโยบาย Zero Waste ไปปฏิบัติให้กับรัฐบาลท้องถิ่น ชุมชน และธุรกิจต่างๆ ในญี่ปุ่นและต่างประเทศ และยังเป็น Global Shaper ของ World Economic Forum
เมืองคามิคัตสึ ก่อนจะเป็น Zero Waste
เพื่อเข้าใจว่าทำไม Akira Sakano ถึงสำคัญ ต้องเข้าใจก่อนว่าคามิคัตสึเคยเป็นอะไร
คามิคัตสึเป็นเมืองชนบทในชิโกกุ ล้อมรอบด้วยป่าและหุบเขา ก่อนการเปลี่ยนแปลง ชาวเมืองเผาขยะในบ้านหรือทิ้งในธรรมชาติ ส่งผลให้มีควันดำพุ่งขึ้นเหนือเมืองและปล่อยคาร์บอนสู่ธรรมชาติที่รายล้อมอยู่
เมื่อมลพิษจากการเผาขยะกลายเป็นปัญหาใหญ่ ในปี 1997 เมืองคามิคัตสึเริ่มคัดแยกขยะในเก้าประเภท และเพิ่มขึ้นเป็น 22 ประเภทในปีถัดมา ปี 2001 เตาเผาขยะขนาดใหญ่ถูกปิดตัวลง และปี 2003 เมืองประกาศนโยบาย Zero Waste อย่างเป็นทางการ — เป็นเมืองแรกในญี่ปุ่น
กระบวนการนั้นไม่ได้ราบรื่น และ Akira Sakano คือคนที่เข้ามาในช่วงที่ยากที่สุด

45 ประเภท ระบบที่โลกต้องมาเรียน
สิ่งที่ทำให้คามิคัตสึโดดเด่นที่สุดและทำให้คนทั่วโลกต้องมาดูงานคือ ระบบคัดแยกขยะ 45 ประเภท ที่ศูนย์ Zero Waste Center
ชาวเมืองต้องล้างทำความสะอาดขยะก่อนนำมาทิ้ง ขวดพลาสติกต้องถอดฉลากและฝาออก แยกส่วนที่เป็นพลาสติกชนิดต่างๆ ออกจากกัน ศูนย์แห่งนี้ทำหน้าที่เป็นทั้งจุดรับขยะ จุดคัดแยก และในบางส่วนยังเป็น “ตลาดของมือสอง” ที่ชาวเมืองนำสิ่งของที่ไม่ใช้แล้วมาวางไว้ให้คนอื่นหยิบไปใช้ได้ฟรี
ระบบนี้ทำให้คามิคัตสึสามารถรีไซเคิลได้ถึง 80% ของขยะทั้งหมด — สูงกว่าค่าเฉลี่ยของญี่ปุ่นถึง 60%
ความสำเร็จนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเพราะมีกฎหมายบังคับ แต่เพราะ Akira Sakano และทีม Zero Waste Academy ทำงานกับชุมชนเพื่อให้ชาวเมืองเข้าใจว่า “ทำไม” ถึงต้องทำ ไม่ใช่แค่บังคับให้ทำ
ความต้านทาน สิ่งที่ Akira Sakano เผชิญ
สิ่งที่ทำให้เรื่องราวของ Akira Sakano น่าสนใจไม่ใช่ความสำเร็จที่ปลายทาง แต่คือกระบวนการที่ผ่านมา
ในตอนแรก การนำระบบ Zero Waste มาใช้เผชิญกับการต่อต้านอย่างหนักจากชาวเมือง การที่ต้องล้างขยะและแยกเป็น 45 ประเภทก่อนนำมาทิ้งนั้นฟังดูยุ่งยากมาก และหลายคนไม่เห็นว่าทำไมต้องเปลี่ยนจากสิ่งที่ทำมาตลอด
แต่ Akira Sakano เลือกที่จะทำงานกับชุมชนแทนการออกคำสั่ง ผ่านการอธิบาย การสาธิต และการให้คนในชุมชนได้เห็นผลจริงๆ ของการเปลี่ยนแปลง ชาวเมืองค่อยๆ เปลี่ยนพฤติกรรม และเมื่อเห็นว่ามันได้ผล การต้านทานก็ค่อยๆ ลดลง
“เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งใดได้หากเริ่มต้นด้วยการบอกว่ามันแก้ไม่ได้” Akira Sakano เคยกล่าวไว้ และนั่นคือหลักการที่เธอใช้ตลอด
Zero Waste Japan จากเมืองหนึ่งสู่ทั่วประเทศ
หลังจากประสบความสำเร็จในคามิคัตสึ Akira Sakano ก่อตั้ง Zero Waste Japan เพื่อขยายโมเดลนี้ออกไปให้กว้างขึ้น
Zero Waste Japan ทำงานกับรัฐบาลท้องถิ่น ชุมชน และธุรกิจต่างๆ เพื่อวางนโยบายและนำไปปฏิบัติ ตัวอย่างเช่น งานในเมืองโอบุเสะ (Obuse) ในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น ที่ Akira Sakano ช่วยเมืองออกแบบนโยบายลดขยะในบริบทของเมืองที่มีการเกษตรเป็นหลัก เช่น การใช้เศษไม้ผลจากการตัดต้นไม้มาทำ Biochar แทนการเผาทิ้ง
“เราพยายามปรับแต่งนโยบายให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่” Akira Sakano อธิบาย “ความท้าทายในแต่ละที่จะต่างกัน แต่วิธีสร้างนโยบายนั้นเหมือนกัน คือทำอย่างไรให้ลดขยะและหมุนเวียนทรัพยากรในพื้นที่ได้”
เป้าหมายของ Zero Waste Japan คือการขยายจากหนึ่งเมืองไปยังเทศบาลทั้ง 1,700 แห่งในญี่ปุ่น ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่งานที่ทำได้ในคนเดียวหรือในเวลาสั้นๆ

บทเรียนจากคามิคัตสึ ที่ใช้ได้ทุกที่
สิ่งที่ Akira Sakano พิสูจน์ผ่านคามิคัตสึและ Zero Waste Japan มีบทเรียนที่นำไปใช้ได้ทุกที่ในโลก ไม่ว่าจะเป็นเมืองเล็กหรือมหานคร
การเปลี่ยนแปลงต้องเริ่มจากการเข้าใจ ไม่ใช่การบังคับ — ระบบ 45 ประเภทของคามิคัตสึไม่ได้สำเร็จเพราะมีโทษสำหรับคนที่ไม่ทำ แต่เพราะชาวเมืองเข้าใจว่าทำไมและเห็นผลจริง
ปัญหาสิ่งแวดล้อมต้องการคนในพื้นที่ — Akira Sakano ไม่ได้เป็นคนนอกที่เข้ามาบอกชาวเมืองว่าต้องทำอะไร แต่เป็นคนที่ทำงานร่วมกับชุมชนและเข้าใจบริบทของพื้นที่
ทรัพยากรที่หมุนเวียนในพื้นที่มีคุณค่า — แนวคิดของ Zero Waste ไม่ใช่แค่ “ลดขยะ” แต่คือ “ทำอย่างไรให้สิ่งที่เคยเป็นขยะกลับมามีมูลค่าในชุมชน” ซึ่งเป็นเรื่องของเศรษฐกิจและสังคมพอๆ กับสิ่งแวดล้อม
Akira Sakano กับเวทีโลก
Akira Sakano ไม่ได้ทำงานแค่ในญี่ปุ่น — เธอเป็น Global Shaper ของ World Economic Forum และเคยนำเสนอโมเดลคามิคัตสึในเวทีต่างๆ ทั่วโลก
การที่คนทั่วโลกสนใจคามิคัตสึไม่ใช่เพราะเมืองนั้นใหญ่หรือร่ำรวย แต่เพราะมันพิสูจน์ว่าเมืองเล็กที่ไม่มีทรัพยากรพิเศษสามารถแก้ปัญหาที่ทุกคนบอกว่าแก้ยากได้จริงๆ
“ปัญหาสังคมส่วนใหญ่ เราไม่มีอำนาจเปลี่ยนแปลงได้หากเริ่มต้นด้วยการบอกว่ามันแก้ไม่ได้” เป็นประโยคที่ Akira Sakano พูดซ้ำในหลายโอกาส และมันเป็นประโยคที่สรุปทัศนคติของเธอต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมและสังคมได้ดีที่สุด
หนึ่งคน หนึ่งเมือง เปลี่ยนวิธีที่โลกมองขยะ
ในยุคที่ปัญหาสิ่งแวดล้อมดูใหญ่เกินที่ใครคนหนึ่งจะทำอะไรได้ เรื่องราวของ Akira Sakano บอกบางอย่างที่สำคัญ
ว่าการเปลี่ยนแปลงไม่ต้องเริ่มจากทุกอย่างพร้อมกัน — เริ่มจากเมืองเล็กๆ หนึ่งเมือง ชุมชนหนึ่ง ปัญหาหนึ่ง แล้วค่อยๆ ขยายออกไปเมื่อมันได้ผล
คามิคัตสึไม่ได้ Zero Waste ในวันเดียว ใช้เวลาหลายสิบปีและต้องการคนที่เชื่อว่ามันทำได้และยังคงทำต่อไปแม้ในช่วงที่ยากที่สุด
Akira Sakano คือหลักฐานว่าคนหนึ่งคนในเมืองเล็กๆ สามารถเปลี่ยนวิธีที่โลกมองปัญหาได้
Akira Sakano | ประธาน Zero Waste Academy (คามิคัตสึ) | ผู้ก่อตั้ง Zero Waste Japan (2020) | Global Shaper, World Economic Forum | อ่านข้อมูลเพิ่มเติม: Zero Waste Academy zeroacademy.org | Zero Waste Japan: zerowaste-japan.jp linkedin
