ลองนึกดูว่าในหนึ่งวัน เราตัดสินใจเรื่องผมกี่ครั้ง — สระหรือไม่สระ หวีซ้ายหรือขวา มัดหรือปล่อย ตัดหรือยังไม่ตัด แต่ไม่ค่อยมีใครนึกถึงว่าเรื่องเล่าของเส้นผมนั้นเกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์ อำนาจ ชนชั้น และอัตลักษณ์ของมนุษย์มาตลอดหลายพันปี และบางครั้งการตัดผมคือการตัดชะตากรรม
ซามูไร สปาร์ตา และยุคที่ผมยาวคือพลังอำนาจ

ย้อนไปสู่โลกโบราณ การไว้ผมยาวในหมู่ผู้ชายไม่ใช่เรื่องอ่อนแอหรือขัดกับความเป็นชาย แต่กลับตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง นักรบในตำนานอย่างเจงกีส ข่าน อเล็กซานเดอร์มหาราช ซามูไร และชาวสปาร์ตาล้วนไว้ผมยาวเป็นเกลียว
ในวัฒนธรรมชาวสปาร์ตาของกรีซโบราณ นักรบจะไว้ผมยาวและตกแต่งอย่างพิถีพิถันก่อนออกรบ เพราะถือว่าผมยาวคือเครื่องหมายของนักรบที่แท้จริง ส่วนซามูไรญี่ปุ่นมีพิธีการเกี่ยวกับผมอย่างเคร่งครัด ทั้งการมัดเป็นมวยเพื่อใส่ชฎาและการโกนผมบางส่วนซึ่งบ่งบอกตำแหน่งและสถานะในสังคมศักดินา
เส้นผมในยุคนั้นจึงเป็นป้ายชื่อที่สังคมอ่านออกได้โดยไม่ต้องถาม
เมื่อดาราต้องสยายพระเกศา ฮอลลีวูดกับบทเรียนเรื่องผม
ในยุคสตูดิโอของฮอลลีวูดช่วงทศวรรษ 1930–1950 สัญญาที่ดาราผูกพันกับสตูดิโอไม่ใช่แค่งาน แต่รวมถึงรูปลักษณ์ทุกส่วน ทรงผม สีผม และแม้แต่ความยาวของเส้นผมก็อยู่ภายใต้การควบคุมของสตูดิโอ
ตัวอย่างที่ชัดที่สุดคือดาราหญิงในยุคนั้นที่ถูกบังคับให้สยายพระเกศาหรือตัดผมสั้นตามที่ผู้กำกับและโปรดิวเซอร์กำหนด เพราะในระบบสตูดิโอ ทรงผมของดาราคือทรัพย์สินของบริษัท ไม่ใช่ของตัวดาราเอง นี่คือยุคที่เรื่องเล่าของเส้นผมกับเรื่องของอำนาจในอุตสาหกรรมบันเทิงเป็นเรื่องเดียวกัน
ทหารอเมริกันและ “ทรงผมทหาร” ที่ไม่ได้เป็นแบบที่คิด

เมื่อพูดถึงทหาร หลายคนนึกถึงผมตัดสั้นเกรียน แต่ที่น่าสนใจคือ “ทรงอเมริกัน” ที่คนไทยรู้จักในชื่อ “ทรงผมทหาร” นั้น ไม่ใช่ผมสั้นเกรียนอย่างที่คิด
เมื่อปี 2509 เมื่อทหารจีไอ (ทหารอเมริกัน) เข้ามาตั้งฐานทัพในประเทศไทย พวกเขาไม่ค่อยนิยมตัดผมสั้นเหมือนทหารไทยในยุคนั้น แต่จะมีการเลี้ยงตอผมไล่ระดับขึ้นไปทั้งศีรษะ ส่วนผมด้านบนก็จะตัดให้สั้นไปหายาวจนถึงด้านหน้า ทรงนี้กลายเป็นที่นิยมในหมู่คนไทยและติดปากกันว่า “ทรงผมทหาร” ทั้งที่จริงๆ แล้วมันเป็นทรงผมที่ทหารสหรัฐนิยมตัดในยุคสงครามเย็น ไม่ใช่ผมเกรียนที่หลายคนจินตนาการ
ผม วินัย และการลบอัตลักษณ์ เมื่อรัฐเข้ามาในห้องตัดผม
หนึ่งในการใช้อำนาจที่เห็นได้ชัดที่สุดผ่านเรื่องผมคือสถาบันที่ต้องการให้คนในองค์กร “เหมือนกัน” และ “ควบคุมได้”
อาชีพที่ถูกควบคุมทั้งเครื่องแบบและเส้นผมอย่างเข้มงวดที่สุด คือพระ ตำรวจ และทหาร การโกนศีรษะของพระสงฆ์คือการสละตัวตนทางโลก การตัดผมเกรียนของทหารใหม่คือสัญลักษณ์ของการสิ้นสุดความเป็นปัจเจก และเริ่มต้นการเป็นหน่วยหนึ่งในกองทัพ
ในโรงเรียนและสถาบันราชการ ทรงผมที่กำหนดไว้ทำหน้าที่เดียวกัน — สลายตัวตนที่เป็นปัจเจกให้กลายเป็นตัวตนที่ถูกบังคับบงการโดยวินัย นักเรียน ตำรวจ ทหาร และนักโทษในระบบบางอย่างจึงแทบไม่ต่างกันเรื่องผม และนั่นไม่ใช่ความบังเอิญ
ผมไทยโบราณ ตัดผมตามยุคสมัยและสงคราม
วัฒนธรรมทรงผมในสังคมไทยมีการเปลี่ยนแปลงตามบริบทของยุคสมัย ในสมัยอยุธยาตอนปลายช่วงสงคราม ชายหญิงต้องจับดาบฟาดฟันกับผู้รุกราน ผู้หญิงบางส่วนจึงตัดผมสั้นลงเพื่อปลอมเป็นผู้ชายและสะดวกในการหนีภัย
ทรงผมมหาดไทยที่หลายคนรู้จักคือทรงที่โกนหรือตัดสั้นรอบข้าง ไว้ผมยาวพอประมาณเฉพาะตอนบนและกลางศีรษะ ซึ่งมีวิวัฒนาการมาจากยุคที่การรบและการดำรงชีพต้องการผมที่จัดการง่าย ไม่เป็นอุปสรรค
เส้นผมกับเพศ เรื่องที่ไม่เคยง่าย
ความเชื่อเรื่องความยาวของผมกับเพศนั้นขัดแย้งกันตามวัฒนธรรมและยุคสมัย ในวัฒนธรรมหนึ่งผมยาวอาจเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นหญิง แต่ในอีกวัฒนธรรมหนึ่งนักรบชายผมยาวคือความแข็งแกร่ง
ผู้หญิงและเส้นผมมีความเกี่ยวพันกันมาตั้งแต่ยุคแรกในประวัติศาสตร์ ในหลายวัฒนธรรม ผมของผู้หญิงถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นผู้หญิง ความงาม และบางครั้งถึงขั้นเซ็กซ์ชวลิตี้ ทำให้การบังคับผู้หญิงให้คลุมผมหรือโกนผมกลายเป็นเครื่องมือควบคุมที่ใช้มาตลอดประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะในนามของศาสนา วัฒนธรรม หรือการลงโทษ
บนหัวของเรา ยังมีประวัติศาสตร์
ทุกเช้าที่เราหวีผมหรือเซตทรง เรากำลังมีส่วนร่วมกับเรื่องราวที่ยาวกว่าชีวิตตัวเองมาก เรื่องเล่าของเส้นผม ไม่เคยเป็นแค่เรื่องสุนทรียะ แต่คือเรื่องของอำนาจ อัตลักษณ์ และการต่อรองระหว่างตัวตนส่วนตัวกับกฎเกณฑ์ของสังคม
และบางครั้ง การตัดสินใจว่าจะตัดผมหรือไม่ตัดผม ก็บอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับคนคนนั้นได้ลึกกว่าประวัติ CV หลายหน้า
