29 มิถุนายน 2562
12,826

The Cloud x KBank Live

ชีวิตยามราตรีของชาวบางกอกในยุคแรกเริ่ม เกิดขึ้นหลังพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ที่มีพระราชดำริให้ตัดถนนกว้างขวางอย่างตะวันตกขึ้นเป็นครั้งแรกใน พ.ศ. 2404 ชาวบ้านเรียกถนนนี้ว่า ‘ถนนใหม่’ ก่อนที่รัชกาลที่ 4 พระราชทานนามถนนสายนี้ว่า ‘เจริญกรุง’

การสร้างถนนเส้นนี้ขึ้นทำให้ชาวตะวันตกทยอยมาอยู่ย่านบางรักมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะการคมนาคมสะดวกสบาย บ้านเมืองก็เริ่มพัฒนา จากไม่มีไฟฟ้าก็กลับกลายเป็นเมืองที่สว่างไสว ตึกรามบ้านช่องผุดขึ้นมากมายตามความเจริญรุ่งเรือง เมืองหลวงจึงเริ่มครึกครื้นเต็มไปด้วยแสงไฟและกิจกรรมในยามราตรี ชาวบางกอกจึงเริ่มออกเที่ยวกลางคืนกันอย่างสนุกสนานบันเทิงใจบนถนนเส้นนี้

ปัจจุบันย่านเจริญกรุงเต็มเปี่ยมด้วยความทรงจำและวัฒนธรรมมากมาย แม้จะผ่านไปตามกาลเวลาแต่ก็ยังคงหลงเหลือร่องรอยของวัฒนธรรมและวิถีชีวิตอันน่าหลงใหลอยู่ The Cloud และ KBank Live จึงจับมือกันจัด ‘Walk with The Cloud 18 : เที่ยวกลางคืน’ พาทุกท่านสวมรอยเป็นชาวบางรัก เรียนรู้วิถีชีวิตและหมุนทวนเข็มนาฬิกาย้อนเวลากลับไปเมื่อร้อยกว่าปีก่อนกัน 

บ้าน

อยู่อย่างชาวบางกอก

ก่อนออกไปเที่ยวกลางคืน ขอเริ่มต้นที่บ้านเป็นอันดับแรก เพราะหากพูดถึงวิถีชีวิตแล้ว คงจะเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่พูดถึงบ้าน แหล่งรวมวิถีชีวิตของมนุษย์ทุกคน ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัยก็ตาม ตัวอย่างบ้านชาวเจริญกรุงแบบโบราณที่ยังสมบูรณ์มากคือ ‘พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก’ หรือ ‘พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร’

แต่เดิมที่นี่เป็นของ คุณแม่สอาง สุรวดี ซึ่งยกที่ดินผืนนี้ให้กับ อาจารย์วราพร สุรวดี ผู้เป็นลูกสาว จากนั้นอาจารย์วราพรตั้งใจเปลี่ยนบ้านเป็นแหล่งเรียนรู้ ให้คนรุ่นหลังเข้าใจวิถีชีวิตของคนในสมัยก่อน โดยจัดเก็บข้าวของเป็นพิพิธภัณฑ์เล็กๆ และยกอยู่ในความดูแลของสำนักงานเขตบางรัก กรุงเทพมหานคร

ที่นี่ดำรงอยู่ในย่านบางรักมานับร้อยปี ผ่านเหตุการณ์สำคัญอย่างสงครามโลกครั้งที่ 2 มาแล้ว จึงเต็มไปด้วยเรื่องราวและร่องรอยของอดีตมากมาย นอกบ้านมีหลุมหลบภัยที่ใช้กันจริงในขณะที่กำลังเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 และบ่อน้ำที่แต่ก่อนบ้านสุรวดีเคยใช้สำหรับจอดเรือที่ใช้เป็นพาหนะในการเดินทาง

ภายในพื้นที่พิพิธภัณฑ์ประกอบไปด้วยบ้าน 3 หลัง

หลังแรกเป็นอาคารไม้ 2 ชั้นที่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2480 ใช้งบในการสร้างรวมทั้งสิ้น 2,400 บาท เป็นบ้านหลังที่ครอบครัวสุรวดีเคยใช้อาศัยอยู่ในอดีต ทำให้ภายในเต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ที่ถูกจัดวางอย่างเป็นธรรมชาติและหาชมได้ยากในสมัยนี้ ไม่ว่าจะเป็นเปียโนงาช้างตัวเก่งของคุณแม่สอางค์ น้ำหอมในสมัยรัชกาลที่ 6 เครื่องเล่นแผ่นเสียงไขลาน และอีกมากมายที่ยังคงสภาพไว้ได้อย่างดีเยี่ยม 

ภายในห้องแต่ละห้องจะพบร่องรอยของวัฒนธรรมต่างชาติอยู่ เช่น ชุดดินเนอร์ฝรั่ง ถ้วยชามลวดลายจีน หรือหนังสือตำราภาษาอังกฤษนับสิบๆ เล่ม แต่จะเห็นได้ว่าวัฒนธรรมต่างชาติที่รับมานั้นถูกนำมาผสมผสานจัดวางเข้ากับวัฒนธรรมไทยได้อย่างลงตัว

สถาปัตยกรรมบ้านหลังนี้โปร่งโล่ง ทำให้มีลมพัดเข้าออกบ้านตลอดเวลา ห้องแต่ละห้องมีประตูทะลุหากันได้ นอกจากนี้บริเวณผนังฉลุเป็นลวดลายสวยงาม เพื่อให้อากาศสามารถถ่ายเทได้สะดวก บ้านเรือนและห้องต่างๆ ออกแบบให้เหมาะสมกับสภาพอากาศร้อนของบ้านเรา 

หากลองสังเกตห้องรับประทานอาหารให้ดี จะพบภูมิปัญญาที่น่ารักในสมัยก่อน นั่นคือการซ่อมกระจกที่ร้าว โดยการประยุกต์นำเหรียญสตางค์ในสมัยนั้นมาประกบทับกระจก และใช้ลวดร้อยเข้าหากันตามรอยร้าวเพื่อยึดกระจกให้สามารถใช้งานได้ต่อไป

บ้านหลังถัดมาเป็นบ้านไม้ 2 ชั้นที่มีโถงกว้างขวางบริเวณชั้นล่าง แต่เดิมบ้านหลังนี้เป็นของ คุณหมอฟรานซิส คริสเตียน สามีคนแรกของคุณแม่สอางค์ แต่เดิมเปิดเป็นคลินิกและบ้านพักอาศัยอยู่บริเวณทุ่งมหาเมฆ แต่ต่อมาคุณหมอฟรานซิสล้มป่วยและเสียชีวิต ทำให้บ้านหลังนี้ไม่มีคนอาศัยอยู่ อาจารย์วราพรจึงเคลื่อนย้ายบ้านมาปลูกใหม่ที่บางรักโดยย่อขนาดลงเล็กน้อย และนำข้าวของเครื่องใช้ของคุณหมอมาจัดแสดง จะเห็นได้ว่าชั้นบนของบ้านมีอุปกรณ์การแพทย์และอุปกรณ์การทำงานมากมาย เช่น ตาชั่งกลับหัว รวมถึงโต๊ะทำงานของคุณหมอด้วย

หลังสุดท้ายเป็นตึกแถว 2 ชั้นจำนวน 8 คูหา ชั้นล่างจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้และของสะสมของครอบครัวสุรวดีมากมาย ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวและวิถีชีวิตของชาวบางกอกได้อย่างดี มีทั้งอุปกรณ์ทำครัว เครื่องทำไอศครีมโบราณ ปิ่นโตโบราณ บัตรประชาชนและใบขับขี่ในยุคแรก รวมทั้งอุปกรณ์หัตถกรรมมากมาย

ส่วนชั้นสองจัดแสดงเรื่องราวที่น่าสนใจในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะภายในเขตบางรัก บอกเล่าตั้งแต่ที่มาของชื่อบางรัก บุคคลสำคัญ วิวัฒนาการของเขตบางรัก สถานที่ที่น่าสนใจ รวมทั้งวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวบางกอกในสมัยนั้นด้วย

ห้าง

เที่ยวอย่างชาวบางกอก

ออกจากบ้านแล้วก็ได้เวลาเที่ยว ความเจริญรุ่งเรืองและเฟื่องฟูของย่านเจริญกรุงสมัยก่อนทำให้มีชาวต่างชาติเข้ามาลงทุนและปักหลักอยู่ในประเทศไทยมากมาย ธุรกิจห้างสรรพสินค้าแสนโก้หรูผุดขึ้นเป็นระลอก ไม่ว่าจะเป็น ‘ห้างแบดแมน’ หรือ ‘Harry Badman & Co.’ ที่ก่อตั้งโดยนายแบดแมน ชาวอังกฤษ เมื่อ พ.ศ. 2422 เป็นห้างที่หรูหรา และจำหน่ายสิ่งของที่ทันสมัยอย่างมากในสมัยนั้น เช่น สุรา ยารักษาโรคต่างๆ

นอกจากนี้ยังมีห้าง Falck & Beidek Department Store ที่ก่อตั้งโดยชาวยุโรป เป็นอาคารที่เก่าแก่กว่า 1 ศตวรรษและยังคงสภาพไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ อาคารปูนสีขาวที่ผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมไทยและตะวันตกอย่างอลังการนี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อ ‘ห้างสิงโต’ ที่ผู้คนเรียกกันอย่างนี้เพราะว่าตัวอาคารถูกประดับด้วยปูนปั้นรูปหัวสิงโตขนาดใหญ่ ก่อตั้งในสมัยรัชกาลที่ 5 ในปัจจุบันยังคงเป็นห้างโบราณที่เปิดให้เข้าชมอยู่ในชื่อว่า O.P Place ภายในมีทั้งลิฟท์เก่าแก่ที่ยังคงโครงสร้างดั้งเดิมเอาไว้ โคมระย้าขนาดยักษ์ และมีงานฝีมือแขนงต่างๆ เช่น อัญมณี ผ้าไหม และโบราณวัตถุขายอีกด้วย

ส่วนห้างแรกของชาวไทยคือ ‘ห้างนายเลิศ’ ของ นายเลิศ เศรษฐบุตร คหบดีไทยเชื้อสายจีนที่สร้างห้างสูง 7 ชั้น เป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจของชาวบางกอกเป็นอย่างมาก นายเลิศนำเข้าสินค้าหรูหรามากมาย เช่น ลิ้นจี่กระป๋อง ผงกาแฟ จักรยาน จนถึงช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เศรษฐกิจตกต่ำลง ทำให้ห้างซบเซาลงและปิดตัวไปในที่สุด ในปัจจุบันห้างนายเลิศยังคงตั้งเด่นอยู่บริเวณแยกสี่พระยาให้คนรุ่นหลังได้ชื่นชมอยู่ แต่แน่นอนว่าไม่ใช่ห้างสูงระฟ้าของประเทศไทยอีกต่อไปแล้ว

โรงแรม

พักอย่างชาวบางกอก

‘ทรอคาเดโร’ ชื่อสุดโก้นี้ถูกตั้งตามชื่อของจตุรัส Palais du Trocadéro ที่ตั้งอยู่ตรงข้ามหอไอเฟลในประเทศฝรั่งเศส โรงแรมทรอคาเดโรขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนถนนสุรวงศ์ ถูกสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2470 โดยมี คุณฉวี บุนนาค เป็นผู้ก่อตั้ง ตัวโรงแรมมี 2 อาคาร แบ่งเป็นห้องพักจำนวน 45 ห้องพัก ซึ่งโรงแรมแห่งนี้เป็นโรงแรมแห่งแรกที่มีการใช้ลิฟต์และเครื่องปรับอากาศ ทำให้นับว่าเป็นโรงแรมที่หรูหราและทันสมัยที่สุดในขณะนั้น นอกจากเป็นที่พัก ยังเป็นแหล่งเต้นรำของชาวบางกอกอีกด้วย

ร้านอาหาร

กินอย่างชาวบางกอก

ร้านอาหารเก่าแก่สไตล์กวางตุ้งแห่งนี้ชื่อ ‘นิวเฮงกี่’ ร้านอาหารเก่าแก่ย่านบางรักที่สืบทอดความอร่อยจากรุ่นสู่รุ่น อาหารจีนเป็นเอกลักษณ์เด่นของพื้นที่แถบนี้ เพราะนอกจากมีชาวตะวันตกอาศัยอยู่มากมาย ชาวจีนยังพักอาศัยและเปิดร้านอาหารในย่านบางรักด้วย บรรยากาศร้านอบอวลไปด้วยบรรยากาศเก่าๆ ชวนให้นึกถึงอดีต มีเมนูเก่าที่อาหารยังราคาไม่กี่สตางค์ติดไว้บนผนัง ส่วนเมนูปัจจุบันมากมายหลากหลายให้เลือกทานทั้งอาหารจีนและอาหารไทย

ส่วนของหวาน ชาวบางกอกติดใจของหวานเย็นๆ ตั้งแต่ได้รู้จักน้ำแข็ง ซึ่งยุคแรกเป็นของนำเข้าจากสิงคโปร์ ต่อมาเมื่อนายเลิศ เศรษฐบุตร ตั้งโรงงานน้ำแข็ง อาหาร และเครื่องดื่มไทย ก็สนุกขึ้นเป็นกอง หนึ่งในเมนูของหวานยอดฮิตสมัยโบราณคือไอศครีมกะทิใส่เยลลี่ ขอแนะนำร้าน ‘ฮงฮวด’ ร้านไอศครีมเก่าแก่ในซอยเจริญกรุง 43 ที่ยังคงรสชาติดั้งเดิมของไอศครีมไว้อย่างเข้มข้น แม้ยุคสมัยเปลี่ยนไป กระบวนการผลิตบางขั้นตอนก็อาจถูกพัฒนาไปตามกาลเวลา แต่ร้านเก่าแก่อายุกว่า 70 ปียังคงใช้สูตรเดิมและวัตถุดิบคุณภาพ เพื่อรักษารสชาติไอศครีมเยลลี่ที่เป็นเอกลักษณ์นี้ไว้ให้คนรุ่นหลังได้ลิ้มลอง

โรงหนัง

ชมอย่างชาวบางกอก

อิ่มท้องแล้วก็ดูหนังช่วงกลางคืนต่อที่ ‘โรงหนังปรินซ์ รามา’ อาคารเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี ที่ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2455 ที่นี่เคยเป็นโรงบ่อนหลวง ก่อนจะถึงยุคเฟื่องฟูที่พัฒนาจนกลายเป็นโรงภาพยนตร์ สมัยก่อนการดูหนังครั้งแรกของชาวบางกอกเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นมาก และพากันมาดูกว่า 600 คนในคืนเดียว

ปัจจุบันโรงหนังสแตนด์อโลนนี้ได้รับการปรับปรุงโครงสร้างเป็นโรงแรม Prince Theater Heritage Stay Bangkok โดยหลงเหลือการตกแต่งสไตล์ Art Deco ให้เราได้ชื่นชมบริเวณด้านหน้าของโรงหนัง คือกระจกสีที่เป็นเอกลักษณ์ของโรงหนังปรินซ์ รามา บริเวณล็อบบี้ยังเป็นโรงหนังจอใหญ่ซึ่งจัดฉายหนังทุกวัน งานนี้ทางโรงแรมใจดีเปิดโอกาสให้เราได้เข้าไปฉายหนังเงียบขาวดำสุดคลาสสิกที่นี่เพื่อรำลึกถึงอดีตกันด้วย

เต้นรำ

ลีลาอย่างชาวบางกอก

การรับอิทธิพลจากชาติตะวันตกในสมัยนั้นทำให้ดนตรีแจ๊สของชาวอเมริกาและแอฟริกันเข้ามายังประเทศไทย และเกิดเป็นกระแสนิยมสู่ชาวบางกอกในช่วงปลายรัชกาลที่ 6 ทำให้โรงแรมหรือร้านอาหารหลายแห่งในขณะนั้นนิยมเปิดดนตรีแจ๊สเพื่อให้แขกได้มาเต้นรำกันอย่างสนุกสนาน อาทิ โรงแรมทรอคาเดโร โรงแรมโอเรียลเต็ล และกลายเป็นกิจกรรมฮอตฮิตมากๆ ของชาวบางกอก เราจึงปิดท้ายที่ The Hop คอมมูนิตี้ลับแสนอบอุ่นที่ซ่อนอยู่บนถนนสีลม ซึ่งพาคุณย้อนเวลาไปออกลีลาอย่างชาวบางกอก นอกจากจะชวนให้ซึบซับบรรยากาศเก่าๆ แล้ว ที่นี่ยังมีคลาสเปิดสอนการเต้นสวิงสำหรับทุกคนให้ได้มาขยับแข้งขยับขาออกลีลาไปพร้อมๆ กัน

Writer

นิธิตา เอกปฐมศักดิ์

นักคิดนักเขียนมือสมัครเล่น ผู้สนใจงานคราฟต์ ต้นไม้และการออกแบบเป็นพิเศษ แต่สนใจหมูสามชั้นย่างเป็นพิเศษใส่ไข่

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

Walk with The Cloud

กิจกรรมที่จะพาเดินทางไปทำความรู้จักเมืองในหลากหลายมิติ

28 พฤศจิกายน 2563
1,944

The Cloud x KIATNAKIN PHATRA

รู้ไหม นักประวัติศาสตร์สันนิษฐานว่า ชื่อ ‘บางกอก’ ถูกตั้งตามลักษณะพื้นที่ซึ่งเต็มไปด้วยต้นมะกอกน้ำริมเจ้าพระยาในอดีต 

มองย้อนกลับไปในหน้าประวัติศาสตร์ ต้นไม้คือหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่อยู่คู่กับการก่อร่างสร้างกรุงรัตนโกสินทร์มาตั้งแต่แรกเริ่ม ดังนั้น นอกจากศิลาจารึก โบราณวัตถุ และสถาปัตยกรรมเก่าแก่ทรงคุณค่าแล้ว เราเรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านการเติบโตและคงอยู่ของต้นไม้ได้เช่นกัน

วันเวลาล่วงเลย จากเวนิสตะวันออกที่เต็มไปด้วยคูคลอง สู่เมืองบกที่การพัฒนารุดหน้าและเติบโต ต้นไม้โบราณที่เติบโตมาพร้อมกับเมืองหลงเหลืออยู่น้อยแทบจะนับต้นได้ เราจึงชักชวนผู้อ่านร่วมแกะรอยประวัติศาสตร์ ผ่านการเยี่ยมชมต้นไม้ใหญ่ที่ตั้งตระหง่านผ่านร้อนหนาวมานับร้อยปี ในย่านเก่าแก่ที่เปี่ยมไปด้วยเรื่องราวการผันเปลี่ยนวิถีวัฒนธรรมไปตามยุคสมัย ภายในคลองรอบกรุง ในทริป Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees เมื่อวันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

จากความตั้งใจของ The Cloud และกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ร่วมด้วย BIG Trees กลุ่มคนที่ต้องการสร้างความเข้าใจเรื่องการสร้างพื้นที่สีเขียวที่ยั่งยืนให้กับเมือง โดยเราได้ ดร.พรธรรม ธรรมวิมล ผู้อำนวยการกลุ่มภูมิสถาปัตยกรรม สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ดร.วิภากร ธรรมวิมล ที่ปรึกษาและอดีตนายกสมาคมภูมิสถาปนิกประเทศไทย ชนัตฎา ดำเงิน รุกขกร อรยา สูตะบุตร และ สันติ โอภาสปกรณ์กิจ ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม BIG Trees มาเป็นวิทยากรประจำทริป

แม้สายฝนจะโปรยปรายลงมาตลอดทั้งวัน แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความรู้ ตลอดจนบรรยากาศและความสนุกสนานของทริปลดน้อยลงเลย เตรียมหมวกและน้ำดื่มให้พร้อม นี่คือ 20 เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่น่าสนใจของชิ้นส่วนทางประวัติศาสตร์จากอดีต ที่มีลมหายใจและเติบโตมาพร้อมกับเมืองจนถึงปัจจุบันไปพร้อมกัน

01 

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees
15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees
15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

ในแง่ภูมิทัศน์เมือง ต้นไม้ใหญ่ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญ เพราะแสดงถึงการตั้งอยู่ของชุมชนหรือสถานที่สำคัญที่มีความหมาย เกาะรัตนโกสินทร์ชั้นในประกอบไปด้วยพระบรมมหาราชวัง และวังของพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูงหลายพระองค์ ทำให้พื้นที่บริเวณนี้ ตั้งแต่ในอดีตมีการปลูกต้นไม้และจัดภูมิทัศน์ไว้อย่างดี

ต่อมาเมื่อสยามเปลี่ยนแปลงการปกครอง เป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข วังบางส่วนเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานไปตามบริบทสังคมที่เปลี่ยนแปลง อย่างวังหน้าที่ถูกปรับพื้นที่เป็นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ และโรงละครแห่งชาติ 

ต้นไม้เก่าแก่และการทำภูมิทัศน์โบราณรูปแบบต่างๆ จึงตกทอดกลายเป็นมรดกจากยุคเก่าที่ติดมากับพื้นที่ บางต้นยังคงอยู่ แต่บางต้นล้มหายตายจากไปตามสภาพการดูแลและเวลาที่ล่วงไป

ต้นโพธิ์ บริเวณลานโพธิ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ คือหนึ่งในต้นไม้เก่าแก่ประจำวังหน้าที่ตั้งตระหง่านอยู่ในบริเวณที่มีชัยภูมิเป็นที่นัดหมายและชุมนุมทางการเมืองของนักศึกษามายาวนาน ในสมัยแรกเริ่ม ตึกโดมมีปีกซ้ายขวา ขนาดอาคารยาวกว่าที่เห็นในปัจจุบันมาก แต่หลังจากเหตุการณ์ช่วง พ.ศ. 2519 ตึกโดมถูกตัดส่วนปีกซ้ายขวาออกไปเหลือเท่าที่เราเห็นในปัจจุบัน

นอกจากนี้ต้นโพธิ์ต้นนี้เคยเป็นที่เซ่นไหว้หัวหมูขอพรสำหรับการสอบของเหล่านักศึกษา แต่ถูกอาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ สั่งห้าม เพราะมองว่าเป็นความงมงายและติดสินบนเจ้าที่ ในปัจจุบันต้นโพธิ์จึงกลายเป็นแลนด์มาร์กที่สำคัญของธรรมศาสตร์แทน 

02

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

ต้นกร่างที่ตั้งอยู่หน้าคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นเสมือนจิตวิญญาณของเด็กศิลปากรที่ยุคหนึ่งผูกพันกับมันมากจนถึงขั้นเรียกต้นไม้ต้นนี้ว่าคุณปู่กร่าง ถ้าเทียบตามรูปภาพโบราณสมัยรัชกาลที่ 4 เราจะเห็นยอดของต้นกร่างต้นนี้สูงขึ้นมาเหนือหลังคาตึก ทำให้อนุมานได้ว่า คุณปู่ต้นนี้มีอายุมากเกิน 100 ปีแล้ว 

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

แม้ว่าทั้งต้นกร่างที่มหาวิทยาลัยศิลปากรและต้นโพธิ์ที่ลานโพธิ์ของธรรมศาสตร์จะดูสวยงาม แผ่กิ่งก้านใบออกเป็นร่มเงาให้กับเรา แต่ในความจริงนั้น ทั้งสองต้นโตขึ้นได้มากกว่านี้ แต่เพราะสภาพพื้นที่ที่ถูกอาคารปิดล้อม ทำให้เราไม่สามารถชื่นชมความงามของต้นไม้ทั้งสองต้นอย่างเต็มที่ 

03

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

ในอดีต บริเวณพื้นที่ของกรมศิลปากรเคยเป็นที่ตั้งของวังมาก่อน ซึ่งมีถึง 3 วังด้วยกัน และมีต้นไม้โบราณที่ยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน คือต้นกร่างและต้นยางอินเดีย ซึ่งนอกจากสองต้นนี้แล้ว ยังมีต้นจันทร์อีกต้นหนึ่งแทรกตัวอยู่ข้างหลังพิพิธภัณฑ์อาจารย์ศิลป์ พีระศรี ตึกที่เคยเป็นท้องพระโรงเก่ามาก่อน ต้นจันทร์นับเป็นต้นไม้ใหญ่อีกต้นที่ถูกลืมเลือนไป ถ้าใครมีโอกาสแวะไปกรมศิลป์ ก็เดินไปแวะทักทายคุณปู่ต้นไม้ต้นนี้กันได้นะ 

04

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees
15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

เคยได้ยินคำว่า ‘โพธิ์ไทรไกรกร่าง’ กันไหม 4 ต้นไม้ใหญ่เหล่านี้ คือต้นไม้ที่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์และพระพุทธประวัติ นอกจากแสดงฐานานุศักดิ์ของเจ้านายแล้ว ต้นไม้เหล่านี้ต้องใช้พื้นที่ในการเติบโตแผ่กิ่งก้านออกไปรอบด้าน จึงเหมาะให้ร่มเงากับพื้นที่ที่มีคนมารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก ทำให้เป็นที่นิยมปลูกกันมากในวัดและวังสมัยก่อน

05

แนวคิดในการปลูกต้นไม้และการออกแบบภูมิทัศน์โบราณของไทย ได้อิทธิพลมาจากประเทศอินเดียและจีนเป็นหลัก แนวคิดแบบอินเดียมีความเชื่อมโยงกับพุทธประวัติ ความเชื่อ และความศรัทธา มองต้นไม้เป็นแหล่งอาหารและยารักษาโรค ในขณะที่แนวคิดแบบจีน นิยมใช้ตกแต่งสวนเพื่อความสวยงาม และถือเป็นการบำบัดจิตใจชนิดหนึ่ง มักพบเห็นได้ในรูปแบบของเขามอและต้นไม้สวยงามในวัง

ดังนั้น ต้นไม้ที่ปลูกในพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ชั้นในจึงจำแนกได้เป็น 2 ประเภท คือไม้มงคลและไม้ผล ไม้มงคลมักปลูกในพื้นที่วัง ส่วนไม้ผลมักปลูกริมคูคลอง เพื่อให้ประชาชนเก็บดอกผลรับประทานได้

06

นอกจากการปลูกต้นไม้เพื่อความสวยงามและประโยชน์ คนไทยสมัยก่อนก็นิยมปลูกต้นไม้ในเชิงสัญลักษณ์ด้วย เช่น การปลูกต้นยางนาที่โตสูงชะลูดจนมองเห็นจากที่ไกลๆ ไว้ในบริเวณวัด ทำให้คนที่เดินทางมาสังเกตเห็นต้นยางนาแล้วรู้ได้ทันทีว่าใกล้จะเข้าถึงเขตวัดแล้ว 

ในบริเวณภาคเหนือ เช่นเชียงตุงและเชียงใหม่ ก็มีการปลูกต้นไม้ในลักษณะนี้เหมือนกัน เรียกว่าไม้หมายเมืองเพื่อสัญลักษณ์ให้ผู้คนที่กำลังเดินทางเข้ามารับรู้ว่ากำลังใกล้ถึงเมืองแล้ว ต้นไม้จึงเป็นเหมือนจุดเช็กอินในสมัยก่อน

07

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

ต้นยางอินเดียที่เรานิยมปลูกกันอยู่ตอนนี้ สามารถเจริญเติบโตจนใหญ่มาก ขนาดที่ว่าในสมัยก่อนเราใช้ลำต้นของมันผูกล่ามช้างได้เป็นสิบๆ เชือก ดังนั้น ถ้าใครมีต้นยางอินเดียอยู่ที่บ้านและคิดจะนำมันลงกระถาง อย่าลืมหาพื้นที่กว้างๆ ให้รากและกิ่งก้านได้แผ่ออกไป และไม่ควรปลูกใกล้ตัวอาคารก่อสร้างเด็ดขาด 

08

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

ถ้าเดินเลียบคลองคูเมืองเดิมต่อไปจะเจอกับกลุ่มต้นตะเคียน 4 – 5 ต้นที่หน้าวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เป็นต้นไม้ชุดดั้งเดิมที่รัชกาลที่ 1 ทรงปลูก เพื่อใช้ในการสร้างเรือ อีกทั้งยังเป็นต้นไม้ใหญ่ที่มีอายุมากที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่ของกรุงรัตนโกสินทร์ จากภาพถ่ายโบราณที่หลงเหลืออยู่ เห็นได้ว่าต้นตะเคียนเคยถูกปลูกมากในบริเวณนี้ เพื่อสร้างความเขียวชอุ่มให้กับผู้คนที่ผ่านไปมา

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

นักประวัติศาสตร์ค้นพบผังภูมิทัศน์สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ที่ระบุตำแหน่งและชนิดต้นไม้ที่ปลูกริมคลองคูเมืองเดิม ทั้งต้นพิกุล จำปี มะม่วง และขนุน แต่ปัจจุบันต้นไม้ดั้งเดิมแทบทั้งหมดถูกแทนที่ด้วยต้นไม้ชุดใหม่ จากการปรับปรุงพื้นที่สาธารณะริมคลองหลายครั้ง รวมถึงการสร้างสิ่งปลูกสร้าง อย่างสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ที่จำเป็นต้องก่อสร้างทับคลองคูเมืองเดิมทิศเหนือ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชน เมื่อระบบถนนกลายเป็นการสัญจรหลัก

ข้างๆ กันนั้น เราจะเจอสะพานหก ซึ่งยกขึ้นลงได้สำหรับเรือสัญจรผ่านไปมา แต่เป็นอันจำลองที่ถูกสร้างขึ้นมาในสมัยฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี ส่วนของจริงผุพังลงไปมากแล้ว สันนิษฐานว่าเคยตั้งอยู่ที่แถวโรงสี ข้างอนุสาวรีย์สหแห่งชาติหรืออนุสาวรีย์หมู ไม่ไกลกันเท่าไรจากตำแหน่งปัจจุบัน

09

ถัดจากเกาะรัตนโกสินทร์ชั้นในออกมาเพียงข้ามฝั่งคลองคูเมืองเดิม คือแพร่งภูธร แพร่งนรา และแพร่งสรรพศาสตร์ จุดเริ่มต้นการค้าที่เชื่อมต่อไปยังเยาวราชและเจริญกรุง สถาปัตยกรรมเก่าบริเวณนี้ได้อิทธิพลมาจากฝรั่งเศสที่เป็นห้องแถวล้อมรอบคอร์ทสี่เหลี่ยม หากสังเกตดีๆ จะเห็นต้นไม้ใหญ่เหลือรอดอยู่บ้างในบางคอร์ท

คลองคูเมืองเดิมจึงเป็นเหมือนเส้นแบ่งเขตของรัตนโกสินทร์ชั้นนอกและในออกจากกัน จากการสำรวจพื้นที่ยังขุดเจอโบราณสถานต่างๆ เช่น กำแพงเมืองเดิม ร่องรอยของรถรางต่างๆ ภูมิสมาคมสถาปัตยกรรมแห่งประเทศไทยและกรมศิลปากร จึงเริ่มโครงการปรับภูมิทัศน์และ Live Museum เพื่อให้เป็นอีกสถานที่หนึ่งสำหรับศึกษาประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯ 

10

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

ต้นมะฮอกกานีต้นใหญ่บริเวณหลังกระทรวงกลาโหม กลายเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กของพื้นที่บริเวณนี้ เพราะความสวยงามของใบและกิ่งที่แผ่ออกเห็นเด่นชัดมาแต่ไกล ครั้งหนึ่งเคยเกือบถูกเปลี่ยนให้เป็นต้นขนุนเพราะความเข้าใจผิดแต่มีเอกสารเก่ายืนยันถึงที่มาของต้นไม้ได้ จึงได้รับการดูแลแทนการขุดทิ้งไป ซึ่งทั้งหมดเป็นความร่วมมือกันจากหน่วยงานของภาครัฐ ทหาร และภาคประชาชน ทำให้ต้นไม้นี้กลับมาสวยงามอีกครั้งหนึ่ง 

09

เมื่อรัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสเมืองใหญ่ในต่างประเทศ พระองค์ทอดพระเนตรเห็นความศิวิไลซ์ในการวางผังและการจัดการพื้นที่เมือง จึงดำริให้สร้างสนามหลวงอย่างพลาซ่าในยุโรปและปรับปรุงถนน พร้อมปลูกต้นไม้อย่างเป็นระเบียบสวยงามเช่นถนนฌ็องเซลิเซ่ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส 

โดยประยุกต์แนวคิดการปลูกไม้ผลอย่างต้นมะขามเข้าไป เพราะต้นมะขามเป็นพืชสารพัดประโยชน์ ประชาชนเก็บใบ เปลือก ผล ไปรับประทานได้ และที่สำคัญคือใบละเอียด เช่นเดียวกับต้นมะฮอกกานี ไม้ยืนต้นที่ให้ร่มเงาได้ดีแม้มีใบขนาดเล็ก เพราะใบเล็กละเอียดเหล่านี้ปลิวไปได้และทำความสะอาดง่าย ไม่อุดตันท่อระบายน้ำ ไม่ทำให้บ้านเมืองสกปรก 

นอกจากนั้น ท่านยังคิดชื่อต้นมะขามด้วยเองสื่อถึงความน่าเกรงขาม แต่ในปัจจุบันนั้นหลงเหลือต้นมะขามที่อยู่มาตั้งแต่สมัยแรกเริ่มเพียงประมาณ 20 – 30 ต้นเท่านั้น 

10

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

เมื่อก่อนต้นมะขามตรงสนามหลวงเคยสุขภาพแข็งแรงมาก จนกระทั่งช่วงที่เป็นตลาดนัดสนามหลวง ทำให้มะขามถูกใช้เป็นเสาผูกผ้าใบกางเต็นท์ของแม่ค้า บ้างก็ถูกเทน้ำร้อนราด ทำให้ไม่เจริญเติบโต แต่ในปัจจุบันกำลังถูกฟื้นฟูจากความร่วมมือกันของภาครัฐและกลุ่ม BIG Trees 

11

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

อุทยานพระราชวังสราญรมย์สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 เพื่อเป็นที่ประทับปลายรัชสมัยของพระองค์ แต่พระองค์เสด็จสวรรคตก่อน ภายหลังรัชกาลที่ 5 มีพระราชดำริให้จัดสวนของตามแบบสวนอังกฤษ และทรงใช้อุทยานแห่งนี้เป็นพื้นที่ต้อนรับพระราชอาคันตุกะจากต่างชาติ มีการออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมและตกแต่งอุทยานด้วยสระน้ำพุ สวนดอกไม้ โดยเฉพาะกุหลาบแดง ไม้ดอกที่ทรงโปรดปราน เรื่อยมาจนถึงการจัดงานฤดูหนาวในสมัยรัชกาลที่ 6

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

ภายหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง รัชกาลที่ 7 ทรงโปรดเกล้าฯ มอบอุทยานแห่งนี้ให้รัฐบาล จากนั้นจึงมีการปรับปรุงและเปิดเป็นสวนสาธารณะแห่งแรกๆ ของสยาม และหลังจากปลี่ยนมือมาอยู่ในการดูแลของคณะราษฎร จึงมีการสร้างสำนักงานของคณะราษฎรไว้ภายในพื้นที่อีกด้วย 

แม้ที่นี่จะมีพันธุ์ไม้หายากมากมายที่รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้นำมาปลูกไว้ แต่ต้นจามจุรีและมะขาม สองไม้ยืนต้นเก่าแก่ในไทยก็ยังคงยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ที่นี่ตลอดมา

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

12

ภายในสวนสราญรมย์ยังมีอนุสาวรีย์ของพระนางเรือล่ม หรือสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี หนึ่งในพระราชินีของรัชกาลที่ 5 ที่เสด็จประพาสบางปะอิน ก่อนเกิดเหตุการณ์เรือล่มและไม่มีใครช่วยเหลือพระนางได้ เนื่องจากกฎมณเฑียรบาลในสมัยก่อน รัชกาลที่ 5 จึงทรงมีรับสั่งให้สร้างอนุสาวรีย์นี้ไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์ถึงความรักของพระองค์ที่มีต่อพระนาง

13

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

ย้อนกลับไปช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ พื้นที่บริเวณมิวเซียมสยามเคยเป็นวังที่พระทับของเจ้านายถึง 5 พระองค์ เรื่อยมาถึงสมัยรัชกาลที่ 6 พระองค์มีพระบรมราชโองกางให้จัดตั้งกระทรวงพาณิชย์ขึ้นที่นี่ เนื่องจากอยู่ใกล้ย่านการค้าริมแม่น้ำเจ้าพระยา 

นอกจากอาคารกระทวงพาณิชย์ที่ต่อมาถูกปรับปรุงเป็นมิวเซียมสยาม จะเป็นสถาปัตยกรรมทรงคุณค่าที่ออกแบบและก่อสร้างด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยในยุคนั้นแล้ว ยังมีต้นไทรเก่าแก่อีก 2 ต้นที่เติบโตมาพร้อมกับอาคารตั้งแต่ยังเป็นกระทรวงพาณิชย์

14

เนื่องจากไม่มีการบันทึกเรื่องราวแรกเริ่มของต้นไทรคู่นี้เอาไว้ จึงคาดว่าอาจมีจุดเริ่มต้นได้ 2 กรณี คือ ตั้งใจปลูก เพราะเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อทางพุทธประวัติ จึงนำมาปลูกไว้ในสถานที่สำคัญ หรือเติบโตขึ้นเองจากการทิ้งเมล็ดของนกที่บินมาบริเวณนี้ เนื่องจากต้นไทรเป็นไม้ยืนต้นที่ทนทานและมีระบบรากแข็งแรงมาก 

ความน่าสนใจคือ ในช่วงปรับปรุงอาคารและภูมิทัศน์เป็นมิวเซียมสยาม นักประวัติศาสตร์และนักออกแบบต้องร่วมมือกันประเมินคุณค่าของต้นไม้และองค์ประกอบต่างๆ โดยรอบพื้นที่ ต้นไทรใหญ่คู่นี้ทรงคุณค่าทั้งทาง Tangible และ Intangible ระบบก้านใบและรากค้ำจุนพื้นที่มาเนิ่นนาน พอๆ กับความเคารพศรัทธาที่ผู้คนมอบให้อย่างไม่เสื่อมคลาย

15

เคยมีโครงการสำรวจต้นไม้เก่าแก่ของประเทศไทยตามลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้ค้นพบว่า ความเชื่อเรื่องผีของคนไทยมีส่วนช่วยในการรักษาต้นไม้ จากการศึกษาพบว่า ต้นไม้เก่าแก่ส่วนใหญ่ที่ยังคงอยู่มักถูกปลูกอยู่ตามบริเวณอาณาเขตวัด ซึ่งต้นไม้ที่โตสมบูรณ์และแข็งแรงที่สุดมักอยู่ตามป่าช้าที่ไม่มีใครกล้าไปรบกวน

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งของเกร็ดความรู้ที่เราได้รับจาก Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees สัปดาห์หน้า เตรียมพบกับเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่บอกเล่าผ่านต้นไม้โบราณ ที่ชี้ให้เห็นรูปแบบการดำรงชีวิต ความศรัทธา การเปลี่ยนแปลงของเมืองและสังคมในแต่ละยุคสมัย ตั้งแต่เรื่องราวการวางผังเมืองโบราณ วิสัยทัศน์เกี่ยวกับการปลูกต้นในเมืองของเจ้านายหลายพระองค์ในอดีต เรื่อยมาจนถึงเรื่องราวการเคลื่อนไหวของภาครัฐ เอกชน และประชาสังคมในปัจจุบัน เพื่ออนุรักษ์ต้นไม้ซึ่งเปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์รอบเกาะรัตนโกสินทร์ 

Writer

ณัฐณิชา โอภาสเสรีผดุง

นิสิตสถาปัตย์ สนใจประวัติศาสตร์ สถาปัตย์ ไลฟ์สไตล์ เวลาว่างหมดไปกับแมวและของกิน

Photographer

ปวรุตม์ งามเอกอุดมพงศ์

นักศึกษาถ่ายภาพที่กำลังตามหาแนวทางของตัวเอง ผ่านมุมมอง ผ่านการคิด และ ดู

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load