ผมเชื่อว่าใครก็ตามที่เคยไปหลวงพระบางจะต้องเคยไปวัดนี้มาแน่ๆ หรือถ้าใครไม่เคยไป ที่นี่ถือเป็นไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง เพราะวัดแห่งนี้ถือเป็นมณีแห่งเมืองหลวงพระบางและศิลปะล้านช้าง ที่นี่ยังเป็นสถานที่ประดิษฐานหนึ่งในพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์และสำคัญที่สุดองค์หนึ่งของเมืองหลวงพระบางอีกด้วย เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา เราไปชมวัดเชียงทองกันเถอะครับ

วัดเชียงทองสร้างขึ้นในรัชกาลของพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช กษัตริย์ผู้เคยปกครองทั้งล้านนาและล้านช้างเมื่อราว พ.ศ. 2101 – 2103 ซึ่งเกิดขึ้นก่อนพระองค์จะย้ายเมืองหลวงไปยังเวียงจันทน์ไม่นาน วัดนี้ยังถือเป็น ‘วัดประตูเมือง’ และท่าเทียบเรือทางเหนือของตัวเมือง ซึ่งคนที่ใช้มีทั้งกษัตริย์และนักเดินทางชาวต่างชาติ 

ที่สำคัญ วัดแห่งนี้ยังเป็นวัดที่รอดพ้นจากอัคคีภัยครั้งใหญ่ที่เผาผลาญเมืองใน พ.ศ. 2430 โดยฝีมือของพวกฮ่อมาได้อีกด้วย เรียกได้ว่านี่เป็นสิมหลังที่เก่าที่สุดภายในตัวเมืองเก่าหลวงพระบางเลยครับ

พอไปถึงวัดเชียงทอง ที่แรกที่คุณควรจะต้องเดินไปชมก่อนก็คือ สิม หรืออุโบสถของวัดเชียงทอง สิมหลังนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นอัญมณีแห่งศิลปะล้านช้าง และกลายเป็นต้นแบบของงานสถาปัตยกรรมในเวลาต่อมา ไม่ว่าจะเป็นหอพระบาง หรือแม้แต่ในบ้านเรา เช่น วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว จังหวัดอุบลราชธานี หรือ วัดวังคำ จังหวัดกาฬสินธุ์ สิมหลังนี้ถือเป็นตัวอย่างของสิมแบบหลวงพระบางที่ยังสมบูรณ์และเก่าแก่ที่สุดอีกด้วย 

เอกลักษณ์ของสิมแบบนี้คือความอ่อนโค้งที่แตกต่างจากสิมแบบอื่นๆ ด้านนอกมีลายฟอกคำที่ทำขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2471 เมื่อสิมได้รับการบูรณะ โดยข้างนอกจะมีทั้งภาพเล่าเรื่องนิทานพื้นบ้าน เช่น พระสุธน-มโนราห์ ส่วนตรงประตูทางเข้าจะเป็นเรื่องการไหว้เจดีย์จุฬามณีบนสวรรค์ 

แต่สิ่งที่ยังไงก็ห้ามพลาดอยู่ด้านหลังสิมครับ เป็นงานประดับกระจกรูปต้นทองขนาดใหญ่ ซึ่งสื่อถึงตำนานการสร้างเมืองหลวงพระบางที่ครั้งหนึ่งเคยมีชื่อว่าเมืองเชียงดงเชียงทอง สิ่งนี้ยังถือเป็นลักษณะสำคัญ ที่เมื่อมีการจำลองสิมหลังนี้เข้ามาในเมืองไทยจะเป็นองค์ประกอบที่ขาดไม่ได้เลยครับ 

ชมความเก่าแก่และความงามของสถาปัตย์ วัดเชียงทอง ฝีมือนายช่างใหญ่แห่งราชสำนักหลวงพระบาง
ชมความเก่าแก่และความงามของสถาปัตย์ วัดเชียงทอง ฝีมือนายช่างใหญ่แห่งราชสำนักหลวงพระบาง
ชมความเก่าแก่และความงามของสถาปัตย์ วัดเชียงทอง ฝีมือนายช่างใหญ่แห่งราชสำนักหลวงพระบาง

พอเข้าไปข้างในสิม เราก็จะพบแท่นประดิษฐานพระประธานขนาดใหญ่ที่ตั้งร่วมกับพระพุทธรูปขนาดเล็กๆ อีกนับสิบองค์ มีทั้งพระยืน พระนั่ง แต่องค์ที่อยากให้ลองไปชมใกล้ๆ อยู่ทางฝั่งซ้ายของพระประธาน หรือถ้าเราเดินเข้าไปในสิมก็จะอยู่ทางขวามือของเรา เป็นพระพุทธรูปนั่งปางมารวิชัยที่หน้าตาเหมือนกับพระพุทธรูปแบบอู่ทองรุ่น 3 ซึ่งถ้าเราเจอท่านแถวๆ อยุธยา นนทบุรี หรือกรุงเทพมหานคร อาจจะเป็นเรื่องปกติ แต่การที่ท่านไปโผล่ที่หลวงพระบางถือว่าไม่ปกติ แถมยังมีแค่องค์เดียวด้วย ก็น่าสงสัยว่าใครอัญเชิญท่านไปและอัญเชิญไปเมื่อไหร่กันแน่ และแน่นอนว่า ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันครับ 

อีกสิ่งหนึ่งที่เราจะไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือ ผนังด้านในที่ได้รับการตกแต่งด้วยลายฟอกคำเหมือนที่อยู่ด้านนอกของสิมเลยครับ แต่ข้างในจะเล่าเรื่องพุทธประวัติ ชาดก และตำนานเมืองหลวงพระบาง ซึ่งแม้จะไม่ได้เป็นงานช่างชั้นสูงเพราะเป็นงานที่เกิดจากการบูรณะในสมัยหลังแล้ว แต่ก็มีความงามในแบบเรียบง่ายอยู่ครับผม

ชมความเก่าแก่และความงามของสถาปัตย์ วัดเชียงทอง ฝีมือนายช่างใหญ่แห่งราชสำนักหลวงพระบาง
ชมความเก่าแก่และความงามของสถาปัตย์ วัดเชียงทอง ฝีมือนายช่างใหญ่แห่งราชสำนักหลวงพระบาง

เยื้องไปทางด้านหน้าสิมของวัดเป็นอีกหนึ่งอาคารสำคัญคือ โรงราชรถ หรือหอราชโกศ เรามาดูกันทีละชื่อครับ โรงราชรถ มีที่มาจากสิ่งที่เก็บเอาไว้ภายใน นั่นก็คือราชรถไม้แกะสลักปิดทอง ส่วนชื่อ หอราชโกศ ก็มาจากสิ่งที่ประดิษฐานอยู่บนราชรถไม้ ซึ่งก็คือพระโกศนั่นเอง แถมไม่ได้มีแค่ 1 แต่มีถึง 3 โดยองค์ใหญ่เป็นของเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ กษัตริย์แห่งเมืองหลวงพระบางองค์ก่อนสุดท้าย ส่วนองค์ที่อยู่ด้านหน้าเป็นของพระเจ้าอา ในขณะที่ด้านหลังเป็นของพระราชมารดาของพระองค์ 

ชมความเก่าแก่และความงามของสถาปัตย์ วัดเชียงทอง ฝีมือนายช่างใหญ่แห่งราชสำนักหลวงพระบาง
ชมความเก่าแก่และความงามของสถาปัตย์ วัดเชียงทอง ฝีมือนายช่างใหญ่แห่งราชสำนักหลวงพระบาง
ชมความเก่าแก่และความงามของสถาปัตย์ วัดเชียงทอง ฝีมือนายช่างใหญ่แห่งราชสำนักหลวงพระบาง

อาคารหลังนี้สามารถเปิดฝาด้านหน้าออกได้แบบเดียวกับโรงราชรถในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เลยครับ อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ไม่ควรพลาดก็คือความงามหน้าบัน บานประตูและหน้าต่าง ฝีมือเพียตัน นายช่างใหญ่แห่งราชสำนักหลวงพระบาง โดยงานไม้ทั้ง 3 แบบนี้เล่าเรื่องเดียวกัน นั่นก็คือ รามเกียรติ์ ซึ่งเป็นวรรณคดีเฉลิมพระเกียรติและส่งเสริมบารมีของพระมหากษัตริย์ได้เป็นอย่างดี

ชมความเก่าแก่และความงามของสถาปัตย์ วัดเชียงทอง ฝีมือนายช่างใหญ่แห่งราชสำนักหลวงพระบาง

ดูอาคารหลังใหญ่ๆ มา 2 หลังแล้ว ไปชมอาคารหลังเล็กๆ กันบ้างครับ ซึ่งด้านหลังสิมมีหอไหว้ที่น่าสนใจอยู่ 2 หอ หอไหว้หลังแรกก็คือ หอไหว้พระพุทธไสยาสน์ หรือที่คนส่วนใหญ่นิยมเรียกว่า หอไหว้สีกุหลาบ เพราะสีของผนังด้านนอกเป็นสีชมพูคล้ายสีกุหลาบจริงๆ แต่ชื่อนี้น่าจะมาเรียกกันในตอนหลัง เพราะในเอกสารเก่าของชาวฝรั่งเศสเรียกที่นี่ว่า หอไหว้สีแดง แต่ไม่ว่าจะแดงหรือชมพู ความน่าสนใจของที่นี่ก็ไม่ได้อยู่ที่สี แต่อยู่ที่งานกระจกที่ติดอยู่บนผนังต่างหาก เพราะเล่าเรื่องนิทานพื้นบ้านที่สั่งสอนเรื่องธรรมะอย่างง่ายๆ เช่น กรรมตามสนอง หรือความกตัญญู แถมยังสอดแทรกวิถีชีวิตของชาวลาวเอาไว้มากมายเลยครับ ส่วนข้างในก็แน่นอน เมื่อชื่อบอกมาขนาดนี้แล้ว ข้างในก็ต้องประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ หรือพระนอน แถมยังเป็นพระนอนโบราณที่มีอายุถึง 400 ปีอีกด้วย

ชมความเก่าแก่และความงามของสถาปัตย์ วัดเชียงทอง ฝีมือนายช่างใหญ่แห่งราชสำนักหลวงพระบาง
ชมความเก่าแก่และความงามของสถาปัตย์ วัดเชียงทอง ฝีมือนายช่างใหญ่แห่งราชสำนักหลวงพระบาง

นอกจากหอไหว้สีกุหลาบแล้ว ยังมีหอไหว้อีกหลังหนึ่งซึ่งสำคัญมากๆ นั่นก็คือ หอพระม่าน หอไหว้หลังเล็กสีชมพูเช่นกัน ซึ่งผนังด้านนอกตกแต่งด้วยกระจกเล่าเรื่องนิทานพื้นบ้านคล้ายกับหอไหว้หลังที่แล้ว แต่ภายในประดิษฐานพระม่าน 1 ใน 3 พระพุทธรูปสำคัญของเมืองหลวงพระบาง ร่วมกับพระบางซึ่งอยู่ที่หอพระบาง และพระเจ้าองค์แสนซึ่งอยู่ที่วัดหนองศรีคูนเมือง 

โดยปกติพระม่านจะประดิษฐานอยู่ภายในหอพระม่านและไม่เปิดให้ใครได้ชม ใครอยากชมก็ต้องมองลอดรูเล็กๆ ตรงประตูเข้าไป ทว่าจะมีการอัญเชิญพระพุทธรูปองค์นี้ออกมาปีละ 1 ครั้งช่วงหลังสงกรานต์ ในระหว่างวันที่ 23 – 27 เมษายน โดยจะประดิษฐานภายในวัดเชียงทองให้คนได้สรงน้ำ ซึ่งเราสามารถเห็นพระพุทธรูปองค์นี้ได้อย่างชัดเจน

ก่อนจะไปต่อขออนุญาตเล่าถึงพระม่านสักนิดหนึ่ง พระม่านนี้เชื่อกันว่าสร้างขึ้นโดยชาวพม่า พระพุทธรูปองค์นี้จึงได้ชื่อว่า พระม่าน เพราะคำว่า ม่าน หมายถึง ชนชาติพม่า (อย่างไรก็ตาม พุทธศิลป์ของพระพุทธรูปองค์นี้เป็นศิลปะล้านช้างแน่นอนครับ) 

ตำนานเล่าต่อว่า พอสร้างพระพุทธรูปองค์นี้เสร็จก็นำแพล่องไปในแม่น้ำโขงเพื่อนำกลับไปยังประเทศพม่า แต่เมื่อผ่านเมืองหลวงพระบาง พระพุทธรูปองค์นี้กลับหยุดและหมุนวนกับที่ ทำอย่างไรก็อัญเชิญไปต่อไม่ได้ ผู้อัญเชิญจึงได้ตั้งจิตอธิษฐานว่า “หากท่านไม่ประสงค์จะไปยังหงสาวดี ก็ขอให้ท่านเลือกวัดอยู่เองเถิด” 

เจ้าอาวาสจากวัดหลายแห่งก็มาอัญเชิญท่านแต่ไม่สำเร็จ จนมาถึงเจ้าอาวาสวัดเชียงทองซึ่งสามารถอัญเชิญท่านขึ้นจากน้ำได้ จึงได้อัญเชิญกลับวัด ระหว่างนั้นมีฝนตกอย่างไม่มีท่าทีจะหยุด จึงสร้างหอพระม่านขึ้นเพื่อประดิษฐานท่าน และเกิดความเชื่อว่าหากยามใดฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาลให้อัญเชิญท่านมาสรงน้ำ แล้วฝนก็จะตก ส่วนชาวลาวนิยมมาขอลูกจากพระม่านครับ

ไฮไลต์ประจำหลวงพระบางกับสิมหลังเก่าแก่ที่สุดของเมืองที่เป็นอัญมณีแห่งศิลปะล้านช้าง พระม่านที่ต้องมองลอดรูดู และพระนอนโบราณอายุ 400 ปี

ผมเพิ่งมีโอกาสได้นมัสการท่านตอนไปเที่ยวหลวงพระบางครั้งล่าสุดแบบบังเอิญ ตอนจองตั๋วเครื่องบินก็ไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน พอใกล้ๆ วันไปถึงได้รู้ ก็รู้สึกโชคดีมากๆ ดังนั้น พอไปถึงเมืองหลวงพระบางวันแรกก็เลยตัดสินใจไปชมความงามของพระม่านเลยครับ โดยไปชมตอนกลางคืนก่อน พอไปถึงวัดก็ช็อกเพราะคนเยอะมาก ข้างในมีศาลาที่มีบุษบกสำหรับสรงน้ำอยู่ตรงกลาง สองข้างมีแท่นสำหรับขึ้นไปสรงน้ำ โดยจะเทน้ำลงไปในรางรดสรง หรือฮางฮดสรง ซึ่งแท่นทั้งสองฝั่งเต็มไปด้วยประชาชนชาวลาวที่ต่อแถวยาวโคตรๆ ทุกคนจะถือขันคนละใบ ข้างในใส่น้ำสำหรับสรงน้ำที่น่าจะเตรียมกันมาเองจากบ้าน ส่วนด้านหน้าเป็นพื้นไม้เอาไว้สำหรับคนที่เข้าไปกราบพระม่าน ซึ่งคนเยอะมากเช่นกัน เรียกได้ว่าต้องต่อคิวกันเข้าไปกราบเลยทีเดียว 

แต่ที่ผมเห็นแล้วเซอร์ไพรส์ที่สุดก็คงเป็นเทียนที่เขาใช้ เพราะเทียนยาวมากกกกกกกกก (ขออนุญาตใช้ ก ไก่ เยอะหน่อยเพราะยาวจริงๆ) แถมถ้าเป็นบ้านเราก็จะเอาเทียนไปปักบนรางเทียนหรือกระถางธูปใช่ไหมครับ ของที่นี่คือติดไปบนรางเทียนเลยครับ และเนื่องจากปริมาณคนอันมหาศาล วันนั้นก็เลยแค่เข้าไปกราบท่านอย่างเดียว ยังไม่ได้สรงน้ำ แล้วพอวันกลับก็กลับไปสรงน้ำกับนมัสการท่านอีกครั้งในตอนเช้าซึ่งคนน้อยกว่าเยอะเลยครับ แต่ก็ถือว่าเป็นโชคดีของผมที่ได้เข้าไปกราบท่าน ได้ชมความงามของท่านด้วยตาตัวเอง รู้สึกว่าเป็นโชคดีและเป็นบุญมากจริงๆ

ไฮไลต์ประจำหลวงพระบางกับสิมหลังเก่าแก่ที่สุดของเมืองที่เป็นอัญมณีแห่งศิลปะล้านช้าง พระม่านที่ต้องมองลอดรูดู และพระนอนโบราณอายุ 400 ปี
ไฮไลต์ประจำหลวงพระบางกับสิมหลังเก่าแก่ที่สุดของเมืองที่เป็นอัญมณีแห่งศิลปะล้านช้าง พระม่านที่ต้องมองลอดรูดู และพระนอนโบราณอายุ 400 ปี
ไฮไลต์ประจำหลวงพระบางกับสิมหลังเก่าแก่ที่สุดของเมืองที่เป็นอัญมณีแห่งศิลปะล้านช้าง พระม่านที่ต้องมองลอดรูดู และพระนอนโบราณอายุ 400 ปี

วัดเชียงทองจึงถือเป็น The Must สำหรับใครก็ตามที่เพิ่งเคยมายังเมืองหลวงพระบางเป็นครั้งแรก หรือแม้จะมาแล้วหลายครั้ง วัดแห่งนี้ก็ยังคงอีกวัดที่ไม่ควรพลาดเช่นกัน หรือถ้าใครมาแล้วอยากจะสัมผัสบรรยากาศใหม่ๆ ผมก็ขอแนะนำให้มาตรงกับช่วงที่มีการอัญเชิญพระม่านออกมาครับ คุณจะเห็นถึงศรัทธาที่ชาวลาว ไม่ใช่แค่หลวงพระบางแต่ยังรวมถึงเมืองอื่นๆ ด้วย ที่เดินทางมาเพื่อกราบนมัสการและสรงน้ำพระปฏิมาสำคัญองค์นี้ครับผม

เกร็ดแถมท้าย

  1. วัดเชียงทองเป็นหนึ่งในไม่กี่วัดในหลวงพระบางที่เป็นวัดและสถานที่สำคัญ ค่าเข้าชมอยู่ที่ 20,000 กีบ จะมีโต๊ะจำหน่ายตั๋วอยู่แถวประตูทางเข้า แต่ถ้าสมมติเดินเข้าไปโดยไม่ได้ซื้อจะเข้าไปดูข้างในสิมไม่ได้นะครับ เพราะคนตรวจปี้ (ตั๋ว) จะอยู่ตรงนั้นครับ
  2. ใกล้กับวัดเชียงทองมีท่าเรือซึ่งสามารถเหมาเรือข้ามไปยังฝั่งเชียงแมนที่อยู่ตรงข้ามได้ โดยจะเหมาพาเที่ยววัดที่ฝั่งเชียงแมน หรือจะไปถึงถ้ำติ่งก็ยังได้ แต่ต้องต่อรองราคาดีๆ นะครับ ไม่งั้นโดนฟันราคาหัวแบะแน่นอน
  3. อีกหนึ่งพระพุทธรูปสำคัญของหลวงพระบางที่มีการแห่ก็คือ พระบาง ซึ่งปกติประดิษฐานอยู่ในหอพระบางด้านหน้าพระราชวังหลวงซึ่งปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ โดยพระบางปกติห้ามถ่ายรูป (ยกเว้นคุณจะซุ่มจากด้านนอกไกลๆ) แต่ถ้าอยากถ่ายภาพ ก็ต้องรอช่วงที่มีการแห่พระบาง โดยจะแห่จากหอพระบางไปประดิษฐานเอาไว้ที่วัดใหม่สุวรรณาภูมาราม (วัดใหม่สุวันนะพูมาราม) ซึ่งพระบางจะแห่ออกมาในวันที่ 17 เมษายน และประดิษฐานอยู่ 3 วัน 3 คืน ก่อนจะอัญเชิญกลับไปในวันที่ 20 ครับ
  4. ส่วนใครที่อยากมาสรงน้ำพระม่านแต่ไม่มีขัน คุณสามารถหาซื้อขันในเมืองและมาซื้อน้ำที่หน้าวัดได้ครับ รวมถึงดอกไม้ ธูป เทียน ทั้งหมดสามารถหาซื้อได้บริเวณทางเข้าวัดเลยครับ หรือถ้าไม่ใช้ขัน ก็เอาน้ำในขวดที่ขายหน้าวัดเทลงไปในรางรดสรงได้เลยเช่นกัน (ผมใช้วิธีนี้ครับ)

Writer & Photographer

ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล

ต้า วัดไทย เด็กประวัติศาสตร์ศิลปะผู้ดูวัดมาแล้วกว่าพันวัดแม้จะยังไม่ครบทุกจังหวัด ชื่นชอบในความงามของศิลปะทั้งไทยและเทศรวมถึงเรื่องราวของสถานที่นั้นๆ ปัจจุบันยังคงออกเที่ยวชมวัดทุกศาสนารวมถึงวังต่างๆ อย่างต่อเนื่องพร้อมกับนำเรื่องราวมาเผยแพร่บน Facebook อยู่เป็นระยะๆ

The Cloud x สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)

ก่อนจะเล่าเรื่องราวในความทรงจำเรื่องหนึ่งให้ฟัง ต้องขอเกริ่นก่อนเล็กน้อยว่า ที่ทุกท่านจะได้อ่านต่อไปนี้ ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล ไม่ได้เป็นคนเขียนนะครับ เนื่องในโอกาสพิเศษ ผม คุณพ่อของต้า เจ้าของคอลัมน์อารามบอย จะขอเป็นคนเล่าเรื่องเอง แต่ไม่ต้องห่วง เรื่องราวในครั้งนี้ก็ยังคงเกี่ยวข้องกับวัดเหมือนเช่นเคย

พ่อ ‘อารามบอย’ ยึดคอลัมน์ พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง ชมพระธาตุเจดีย์สำคัญของล้านนา

ผมกับครอบครัวเที่ยววัดด้วยกันมากว่า 20 ปีแล้ว ในช่วงเวลานี้ก็ไปวัดมาแล้วแทบทุกแบบ ทั้งวัดร้าง วัดเก่า วัดใหม่ วัดที่ไปครั้งเดียวแล้วไม่ได้ไปอีก และวัดที่ไปแล้วก็ยังได้ไป จนถึงตอนนี้น่าจะไปมาเกิน 100 วัดไปนานแล้ว แต่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี แต่วัดแห่งหนึ่งก็ยังคงอยู่ในความทรงจำเสมอมา แม้เวลาจะผ่านไปแค่ไหนก็ตาม และวัดนั้นก็คือ วัดพระธาตุลำปางหลวง จังหวัดลำปาง

รักแรกที่วัดพระธาตุลำปางหลวง

พ่อ ‘อารามบอย’ ยึดคอลัมน์ พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง ชมพระธาตุเจดีย์สำคัญของล้านนา

ผมไปวัดพระธาตุลำปางหลวงครั้งแรกเมื่อประมาณ 20 ปีก่อน ปีนั้นเป็นครั้งแรกที่ไปเที่ยวกับครอบครัวในช่วงเทศกาลตรุษจีน ครั้งนั้นไป 3 จังหวัด คือ กำแพงเพชร ตาก และลำปาง พอไปถึงก็เอารถไปจอดอยู่ด้านล่างใกล้ ๆ ทางขึ้น พอลงรถไปก็เจอพวกแม่หมออยู่ริมถนนเลย ดูดวงบ้าง ขายของบูชาพระธาตุบ้าง ลูกชายผมตอนนั้นก็ได้กระดาษเขียนเรื่องพระธาตุประจำปีเกิดมาด้วย

พอเดินขึ้นบันได ผ่านประตูโขงไป ถึงจะเห็นวิหารหลวงก่อน แต่ไปสะดุดตากับลานทราย เพราะลานทรายในสมัยนั้นครอบคลุมพื้นที่ข้างบนแทบทั้งหมด มองไปตรงไหนก็เป็นทราย เวลาเดินบนพื้นทรายแล้วนุ่ม เดินด้วยเท้าเปล่าได้เลยไม่ร้อน เพราะถึงผิวหน้าจะร้อน แต่ย่ำลงไปแล้วข้างล่างเย็น และที่สะดุดตาที่สุดก็คือองค์พระธาตุลำปางหลวง พระธาตุองค์ไม่ใหญ่ แต่โดดเด่นเหลือเกินแม้จะมีอาคารอื่นอยู่โดยรอบ แถมสัดส่วนขององค์พระธาตุก็สวยมาก กลายเป็นความประทับใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เห็น

พ่อ ‘อารามบอย’ ยึดคอลัมน์ พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง ชมพระธาตุเจดีย์สำคัญของล้านนา

นอกจากพระธาตุลำปางหลวงแล้ว วิหารแต่ละหลังที่อยู่รอบพระธาตุก็สวยงาม มีเอกลักษณ์ วิหารหลวงมีพระเจ้าล้านทองอยู่ภายในกู่ พระเจ้าดูแปลกตา ไม่เคยเห็นมาก่อน มีวิหารน้ำแต้ม วิหารหลังเล็กที่มีจิตรกรรมอยู่ซ้ายขวา ข้างหลังมีต้นโพธิ์สีทองอยู่ แล้วก็มีวิหารพระพุทธ วิหารทึบหลังเดียวที่อยู่ข้างบน ข้างในพระพุทธรูปองค์ใหญ่และมีลายคำอยู่ตามเสา

พอดูโดยรอบพระธาตุเสร็จก็เดินทะลุไปข้างหลัง ไปที่พิพิธภัณฑ์ของวัดเพื่อไปกราบพระแก้วดอนเต้า พระพุทธรูปสำคัญของวัดที่ตั้งอยู่ในตู้ สมัยนั้นพิพิธภัณฑ์ยังดูรก ๆ มีข้าวของและพระพุทธรูปตั้งอยู่เต็มไปหมด

พ่อ ‘อารามบอย’ ยึดคอลัมน์ พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง ชมพระธาตุเจดีย์สำคัญของล้านนา

เมื่อความเปลี่ยนแปลงมาเยือน

พ่อ ‘อารามบอย’ ยึดคอลัมน์ พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง ชมพระธาตุเจดีย์สำคัญของล้านนา

หลังจากนั้น เวลาไปเที่ยวเหนือกับครอบครัว ทุกครั้งที่ผ่านลำปางก็จะต้องแวะวัดพระธาตุลำปางหลวงทุกครั้ง อย่างน้อยก็ขึ้นไปกราบพระนมัสการพระพุทธรูป และทุกครั้งที่ไปก็จะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับวัด จากเมื่อก่อนเคยจอดด้านหน้าได้ ก็ต้องขยับไปจอดที่ลานจอดรถ ด้านหน้าที่เคยมีบรรดาแม่หมอดูดวงก็หายไปหมดกลายเป็นสวน ด้านข้างที่เคยมีตลาดก็หายไป บรรดาร้านค้าไปอยู่แถวลานจอดรถแทน

พ่อ ‘อารามบอย’ ยึดคอลัมน์ พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง ชมพระธาตุเจดีย์สำคัญของล้านนา

พอขึ้นไปข้างบน บรรยากาศข้างบนก็เปลี่ยน เริ่มมีอาคาร มีเต็นท์เพิ่มเติมขึ้น แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปมากที่สุดก็คือลานทราย จากครั้งแรกที่มามีลานทรายอยู่เต็มไปหมด เริ่มมีการเอากระเบื้องมาปูแทนที่ทราย แม้แต่รอบพระธาตุก็มีจากที่ครั้งแรกไม่มี แล้วต้องเดินไปด้วยเท้าเปล่า ร้อนเท้ามาก เดินได้ไม่นานก็ต้องรีบใส่รองเท้าไม่ก็เข้าไปในร่ม ตอนหลังดีหน่อยที่เขาเอาออกไปเยอะแต่ก็ยังไม่หมด ยังเหลือบริเวณรอบองค์พระธาตุอยู่ดี

ผู้คนหรือกิจกรรมรอบ ๆ ก็มีทั้งที่เพิ่มขึ้นและหายไป จำได้ว่าครั้งแรกจะมีการถวายรูปปั้นวัว เพราะพระธาตุลำปางหลวงเป็นพระธาตุประจำปีฉลู สมัยก่อนตามพระธาตุประจำปีเกิดจะมีการถวายรูปสัตว์ประจำปีเกิดแทบทุกที่ แต่ไปครั้งหลัง ๆ ก็ไม่เห็นแล้ว และไม่ใช่แค่ที่นี่ รวมถึงพระธาตุประจำปีเกิดองค์อื่น ๆ ด้วย

จริงอยู่ที่ความเปลี่ยนแปลงนำพาความสวยงาม ความเป็นระเบียบ ความสะดวกสบาย เข้ามา แต่บรรยากาศหลาย ๆ อย่างก็พลอยเปลี่ยนไปด้วย ส่วนตัวรู้สึกเสียดาย เพราะยังรู้สึกประทับใจวัดพระธาตุลำปางหลวงที่ได้สัมผัสในครั้งแรกมากที่สุด ชอบความโล่งของพื้นที่ที่ทำให้เห็นวัด เห็นพระธาตุได้ชัดเจน รวมถึงวิถีแบบเก่า ๆ บรรยากาศเดิม ๆ ยังอยู่ในความทรงจำไม่เสื่อมคลาย จนยังแอบคิดอยู่บ่อย ๆ ว่า อยากให้กลับไปเหมือนเดิม เหมือนครั้งแรกที่มา

ไปหลายครั้ง ได้หลายสิ่ง

ถึงวัดจะเปลี่ยนไปแค่ไหน แต่ความประทับใจที่มีต่อพระธาตุลำปางหลวงก็ไม่เคยเปลี่ยน ถ้าใครมาถามว่าชอบเจดีย์องค์ไหนมากที่สุด ผมก็คงตอบพระธาตุลำปางหลวงอยู่ดี แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือมุมมองหรือรายละเอียดต่าง ๆ ที่ได้รู้ได้เห็นมากขึ้น

อย่างพระธาตุกลับหัว ซึ่งถือเป็นไฮไลต์ของวัดพระธาตุลำปางหลวงที่ทุกคนต้องไปดูกัน ผมเพิ่งจะได้ดูตอนไปครั้งที่ 3 โน่น เพราะครั้งแรกไม่รู้ รู้แต่ที่วัดพระธาตุจอมปิงมีพระธาตุกลับหัว เลยได้ไปดูที่นั่น พอกลับไปรอบที่ 3 ก็เลยไปดู อยู่ในหอพระพุทธบาทเยื้อง ๆ กับพระธาตุ แต่ผู้หญิงขึ้นไม่ได้ ผู้ชายขึ้นได้อย่างเดียว ครั้งนั้นเลยขึ้นไปดูกับลูกชาย แต่ส่วนตัวไปดูแล้วเฉย ๆ คือพระธาตุกลับหัวก็สวย แต่ถ้าจะดูพระธาตุ รู้สึกว่าดูของจริงสวยกว่า

พ่อ ‘อารามบอย’ ยึดคอลัมน์ พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง ชมพระธาตุเจดีย์สำคัญของล้านนา
พ่อ ‘อารามบอย’ ยึดคอลัมน์ พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง ชมพระธาตุเจดีย์สำคัญของล้านนา

พอลูกชายเรียนที่คณะโบราณคดี เวลามาดูวัดพระธาตุลำปางหลวงก็สนุกมากขึ้น เพราะผมก็เข้าใจในศิลปะมากขึ้น ทั้งรูปแบบของเจดีย์ กู่พระเจ้าล้านทอง เริ่มรู้ว่าสิ่งนั้นสิ่งนี้เรียกว่าอะไร เริ่มดูจิตรกรรมฝาผนังที่อยู่ที่วิหารหลวงกับวิหารน้ำแต้มออก เวลาไปทีไรก็ได้ความรู้ แล้วก็ได้ถาม ได้คุย ได้แลกเปลี่ยนความรู้และมุมมองกับลูกชายด้วย จากที่ครั้งแรกมาแค่ชื่นชมความงามของพระธาตุและสิ่งต่าง ๆ ในวัดอย่างเดียว

พ่อของ ‘อารามบอย’ ขอยึดคอลัมน์ชั่วคราว พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง วัดสำคัญของลำปางที่อยู่ในใจมากว่า 20 ปี
พ่อของ ‘อารามบอย’ ขอยึดคอลัมน์ชั่วคราว พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง วัดสำคัญของลำปางที่อยู่ในใจมากว่า 20 ปี

แล้วยิ่งพอรู้มากขึ้น ก็กลายเป็นยิ่งเพิ่มความประทับใจในองค์พระธาตุลำปางหลวงมากขึ้นอีก ทั้งรูปทรงที่ไม่เหมือนใคร เมื่อเทียบกับพระธาตุองค์สำคัญ ๆ หลายองค์ทางภาคเหนือ เช่น พระธาตุดอยสุเทพ พระธาตุหริภุญชัย ทั้งสัดส่วนของพระธาตุที่ดูกี่ครั้งก็รู้สึกว่าลงตัวเหลือเกิน กลายเป็นยิ่งชื่นชอบในองค์พระธาตุ และชื่นชมคนที่ออกแบบพระธาตุไปพร้อม ๆ กัน

พ่อของ ‘อารามบอย’ ขอยึดคอลัมน์ชั่วคราว พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง วัดสำคัญของลำปางที่อยู่ในใจมากว่า 20 ปี
พ่อของ ‘อารามบอย’ ขอยึดคอลัมน์ชั่วคราว พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง วัดสำคัญของลำปางที่อยู่ในใจมากว่า 20 ปี

คำขอต่อองค์พระธาตุ

อาจจะส่วนตัวสักหน่อย แต่ในใจก็ยังอยากให้วัดพระธาตุลำปางหลวงเก็บรักษาสิ่งต่าง ๆ เอาไว้ให้ดี ตรงไหนผุ ตรงไหนพัง ก็ต้องซ่อมแซม แต่ต้องซ่อมให้ดี ให้คงสภาพเดิม ไม่ใช่สักแต่ว่าซ่อม แต่ผิดเพี้ยนผิดแผกไปจากเดิม แบบนั้นก็ไม่ดี 

และถ้าเป็นไปได้ อยากเห็นลานทรายแบบครั้งแรกที่ผมเห็น อยากให้เอากระเบื้องออกจากบริเวณรอบพระธาตุ เวลาไปนมัสการพระธาตุจะได้เดินบนพื้นทราย แล้วก็อยากให้คนลำปางรักษาความเป็นตัวเองเอาไว้ เพราะผมชอบอัธยาศัยของคนลำปาง พวกเขาเป็นคนที่พร้อมต้อนรับ พร้อมให้ความช่วยเหลือผู้มาเยือน อีกอย่างก็อย่าให้พุทธพาณิชย์เข้ามาแทรกซึมมากจนเกินพอดี ไม่ได้บอกว่าห้ามมี แต่ควรมีอย่างพอดี

ทั้งหมดนี้เป็นมุมมองส่วนตัวของผม เป็นความทรงจำของผมที่มีต่อวัดพระธาตุลำปางหลวงที่ผมเอามาแบ่งปัน ผมไม่ได้บอกให้คุณคิดเหมือนผม รู้สึกเหมือนผม เพราะทุกคนมีความประทับใจ มีความชื่นชอบ มีรสนิยมต่างกันอยู่แล้ว แต่ที่จะฝากก็คือ อยากให้ทุกคนช่วยกันเก็บรักษาสิ่งดี ๆ เอาไว้ บ้านเรามีสิ่งที่ดี สิ่งที่งามเยอะแยะ อยากให้ช่วยกันคนละไม้คนละมือ เก็บรักษาของเหล่านี้ไว้ เพราะถ้าวันใดวันหนึ่งที่สิ่งนั้นหายไป เราจะได้ไม่มาเสียดายทีหลัง เพราะบางสิ่งเปลี่ยนแล้วเอากลับมาได้ แต่บางสิ่งเปลี่ยนแล้วเปลี่ยนไปเลย

เกร็ดแถมท้าย

  1. วัดพระธาตุลำปางหลวงเป็นหนึ่งในพระธาตุเจดีย์สำคัญของจังหวัดลำปางและดินแดนล้านนา สังเกตได้จากการมีเวียงพระธาตุ ซึ่งเป็นธรรมเนียมที่พบร่วมกับพระธาตุสำคัญองค์อื่น ๆ ในล้านนา
  2. การเดินทางมายังวัดพระธาตุลำปางมีทั้งใช้รถส่วนตัว หรือจะเหมารถจากในตัวเมืองลำปางมาก็ได้ หรือหากอยากลองขนส่งสาธารณะ สามารถนั่งรถสองแถวสายเกาะคา-ลำปางได้
  3. หรือถ้าใครสนใจเรื่องเงาพระธาตุ ที่จังหวัดลำปางยังมีอีกหลายวัดที่มีเงาพระธาตุเช่นกัน เช่น วัดพระธาตุจอมปิง วัดพระธาตุดอยน้อย วัดอักโขชัยคีรี รวมถึงวัดประตูป่อง หรือวัดผาแดงหลวงก็มีเช่นกัน
  4. นอกจากวัดพระธาตุลำปางแล้ว ในตัวเมืองยังมีพระธาตุสำคัญอีกหลายองค์ ทั้งวัดพระแก้วดอนเต้า วัดพระธาตุเสด็จ รวมถึงยังมีวัดสำคัญในตัวเมืองอีกหลายวัดที่น่าไปชม ใครที่ยังไม่เคยไป แนะนำให้ลองไปดูสักครั้งครับ

The Cloud Golden Week คือแคมเปญสนุก ๆ ที่ทีมงานก้อนเมฆขอประกาศลาพักร้อน 1 สัปดาห์ เนื่องในโอกาสฉลอง The Cloud ครบ 5 ปี เราเลยเปิดรับวัยอิสระ อายุ 50 ปีขึ้นไป ทั้งนักเขียน ช่างภาพ และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ เข้ามาประจำการแทนใน The Cloud Golden Week ขอเรียกว่าเป็นการรวมพลังวัยอิสระมา ‘เล่าเรื่อง’ ในฉบับของตนเองผ่านสื่อดิจิทัลบนก้อนเมฆ เพราะเราเชื่อว่า ‘ประสบการณ์’ ของวัยอิสระคือเรื่องราวอันมีค่า เราเชื่อในศักยภาพของมนุษย์ อายุที่เพิ่มขึ้นเป็นเพียงตัวเลข ไม่ใช่ข้อจำกัดของการเรียนรู้

แคมเปญนี้เราร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้วัยอิสระกล้ากระโจนเข้าหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ออกมาพูดคุยกับเพื่อนวัยเดียวกัน พร้อมแบ่งปันเรื่องราวอันเปี่ยมด้วยคุณค่า เพื่อเติมฟืนไฟให้กาย-ใจสดใสร่าเริง

นี่เป็นครั้งแรกที่ทีมงาน The Cloud มีสมาชิกอายุรวมกันมากกว่า 1,300 ปี!

Writer

พรชัย ลิ้มหัสนัยกุล

พ่อค้าและนักเดินทางผู้สนใจประวัติศาสตร์ศิลปะและการพูดคุยแลกเปลี่ยนกับผู้คน

Photographers

พรชัย ลิ้มหัสนัยกุล

พ่อค้าและนักเดินทางผู้สนใจประวัติศาสตร์ศิลปะและการพูดคุยแลกเปลี่ยนกับผู้คน

ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล

ต้า วัดไทย เด็กประวัติศาสตร์ศิลปะผู้ดูวัดมาแล้วกว่าพันวัดแม้จะยังไม่ครบทุกจังหวัด ชื่นชอบในความงามของศิลปะทั้งไทยและเทศรวมถึงเรื่องราวของสถานที่นั้นๆ ปัจจุบันยังคงออกเที่ยวชมวัดทุกศาสนารวมถึงวังต่างๆ อย่างต่อเนื่องพร้อมกับนำเรื่องราวมาเผยแพร่บน Facebook อยู่เป็นระยะๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load