The Cloud x การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

Sivatel Bangkok คือกรีนโฮเทลกลางป่าคอนกรีตย่านเพลินจิต

จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นจากอากงผู้มองกว้างของ หนิง-อลิสรา ศิวยาธร CEO คนปัจจุบัน ผู้เห็นโอกาสจากการท่องเที่ยวที่กำลังขยายตัวมากขึ้นเมื่อ 10 กว่าปีก่อน อาคารมิกซ์ยูสสูง 32 ชั้นใจกลางเมืองแบ่งเป็นสำนักงาน อพาร์ตเมนต์ และโรงแรม จึงเติบโตขึ้นแทนที่พักขนาดเล็ก ซึ่งเป็นธุรกิจเดิมของครอบครัวที่สร้างอยู่ก่อน

Sivatel โรงแรมรักษ์โลกกลางกรุงที่ตั้งใจให้ทุกการพักผ่อนมีส่วนช่วยให้โลกใบนี้ดีขึ้น

“อากงมองว่าธุรกิจท่องเที่ยวโรงแรมเป็นธุรกิจที่ทำลายสิ่งแวดล้อม การที่เราใช้ชีวิต ก็ต้องใช้ไฟ ใช้แอร์ ใช้ทรัพยากรธรรมชาติอยู่แล้ว ส่วนเรื่องของขยะ เรากินเยอะมันก็มีขยะเยอะ เขาก็มองว่านักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเมืองไทย ไม่ได้มาแค่ช้อปปิ้ง ยิ่งนักท่องเที่ยวเยอะ ยิ่งสร้างขยะ ยิ่งทำลายสิ่งแวดล้อม ในฐานะที่เราจะทำธุรกิจ ก็ควรจะทำแบบมีความรับผิดชอบ คำว่ากรีนเลยอยู่ในดีเอ็นเอของ Sivatel มาตั้งแต่ต้น” หนิงพาย้อนไปดูที่มาที่ไปเมื่อ 10 กว่าปีก่อน

แนวคิดเรื่องสิ่งแวดล้อมถูกวางให้เป็นเข็มทิศนำทางธุรกิจตั้งแต่ต้น 

Sivatel โรงแรมรักษ์โลกกลางกรุงที่ตั้งใจให้ทุกการพักผ่อนมีส่วนช่วยให้โลกใบนี้ดีขึ้น

เมื่อวันที่หนิง ทายาทรุ่นที่ 3 ได้รับคิวต้องเข้ามารับไม้ผลัด เป็นตัวแทนของครอบครัวพาธุรกิจนี้วิ่งต่อ จึงเป็นการทำงานที่ง่ายและไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรไปจากเจตนารมณ์เดิมของผู้บริหารรุ่นก่อนมากนัก

แต่สิ่งที่หัวเรือคนใหม่ลงมือปรุงให้ชัดเจนและลึกขึ้น คือ Brand Purpose หรือจุดมุ่งหมายของแบรนด์ จากโรงแรมที่มีแนวคิดประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สู่การเป็น Sustainable Boutique Hotel โรงแรมที่ใส่ใจความยั่งยืน เคารพต่อธรรมชาติในทุกกิจกรรม เช่น นำเสนออาหารปลอดภัยให้กับลูกค้า และเน้นการทำงานร่วมกับชุมชน รวมถึงการจัดการขยะภายในโรงแรม

The Cloud ได้มีโอกาสพูดคุยกับหนิงมาแล้วเมื่อเกือบ 3 ปีก่อน ถึงเคล็ดลับของการดำเนินธุรกิจ ตอนนั้นหนิงเพิ่งจบคอร์ส พอแล้วดี The Creator ได้ไม่นาน วันนี้น่าสนใจว่า Sivatel มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงใหม่ ดอกผลที่ได้รับผลิบานมากน้อยเพียงไร การลดขยะประเภทต่างๆ คืบหน้าไปถึงไหนแล้ว และเหตุใดโรงแรมใหญ่ใจกลางเมืองแบบนี้ถึงเลือกโน้มตัวให้อยู่ใกล้กับท้องถิ่นมากขึ้นเรื่อยๆ

ไปฟังด้วยกัน

Sivatel โรงแรมรักษ์โลกกลางกรุงที่ตั้งใจให้ทุกการพักผ่อนมีส่วนช่วยให้โลกใบนี้ดีขึ้น

จากชุมชนสู่คนเมือง

ข้าวกล้องและผักปลอดสารจากไร่รื่นรมย์ จังหวัดเชียงราย ข้าวหอมมะลิจากเกษตรกรทัพไทย จังหวัดสุรินทร์ หมูหลุมอินทรีย์จากฟาร์มในราชบุรี ไก่อารมณ์ดีที่เลี้ยงปล่อยตามธรรมชาติ จากแทนคุณ ออร์แกนิคฟาร์มที่นครปฐม ฯลฯ สังเกตว่าวัตถุดิบที่เป็นมิตรกับทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคเหล่านี้ ล้วนมาจากต่างภูมิภาค

หนิงเต็มใจให้โรงแรมกลางเมืองนี้เป็นพื้นที่สังสรรค์กันระหว่างชุมชนกับคนเมือง ร่นระยะทางจากฟาร์มทั่วไทยส่งตรงสู่กรุงเทพฯ เพื่อให้ลูกค้าได้เข้าถึงอาหารที่ดีต่อสุขภาพได้ง่ายขึ้น 

“จริงๆ ต้องบอกว่านี่คือสิ่งที่ธุรกิจใช้เวลาทำงานมาสองสามปีแล้ว ซึ่งหลังจากนี้เป็นเวลาที่เราต้องการสื่อสาร เพราะคนคิดว่าออร์แกนิกจะเป็นแค่เรื่อง Healthy แต่สำหรับเรามันคือ Safety ด้วย อย่างข้าวกะเพรา เราใช้ข้าวออร์แกนิก หมูหลุมอินทรีย์ ไข่ไก่จากแทนคุณ ออร์แกนิคฟาร์ม ส่วนกะเพราก็ปลูกเอง ในที่นี้คือปลอดสารเคมีแล้ว เป็นออร์แกนิกแล้ว มันคือเมนูที่เรากินได้ทุกวันในชีวิตประจำวัน” หนิงยกตัวอย่างเมนูง่ายๆ ที่หากินได้ทั่วไป แต่ยากที่จะมีใครทำโดยเลือกใช้วัตถุดิบอินทรีย์ทุกองค์ประกอบในจาน

Sivatel โรงแรมรักษ์โลกกลางกรุงที่ตั้งใจให้ทุกการพักผ่อนมีส่วนช่วยให้โลกใบนี้ดีขึ้น

จากที่เคยเห็นมา สรรพสินค้าใดๆ เมื่อมีออร์แกนิกต่อท้าย ราคาของผลิตภัณฑ์นั้นก็จะสูงตามไปด้วย หนิงไม่ปฏิเสธในจุดนี้ แต่ชวนเราคิดตามว่า ด้วยคุณภาพของวัตถุดิบออร์แกนิก จึงทำให้ปริมาณการใช้น้อยลงกว่าของตามท้องตลาด สุดท้ายเมื่อนำมาคิดค่าใช้จ่ายก็ถือว่าราคาสูงกว่ากันไม่มากนัก แถมยังได้ออกมาเป็นอาหารที่ปลอดภัยกับคนกิน และสิ่งที่เราคิดไม่ถึง คือบางอย่างยังมีการสูญเสียอาหาร (Food Loss) น้อยกว่าด้วย 

“อย่างหมูปกติมีไขมัน ต้องตัดแต่งทิ้ง แต่หมูของพี่สุพจน์ (หมูหลุม G-Pork Farm) มีไขมันน้อย ไม่ต้องตัดแต่ง เราใช้เนื้อได้เต็ม ตอนรับเข้ามาราคาสูงกว่า แต่พอมาคิดตอนสิ้นเดือน ต้องบวก Food Loss กลับไป ราคาก็พอๆ กัน”

ก่อนจะเสิร์ฟอาหารให้กับลูกค้า สิ่งหนึ่งที่หนิงเน้นเป็นพิเศษ คือการลงไปดูพื้นที่จริงถึงฟาร์ม เพื่อทำความรู้จักถึงที่มาที่ไปของวัตถุดิบ พาทีมงานฝ่ายต่างๆ ในโรงแรมติดสอยห้อยตามไปด้วยกัน เพื่อซึมซับและทำความเข้าใจกับวิถีอินทรีย์มากขึ้น ซึ่งนี่เป็นส่วนหนึ่งของการทำงานอย่างใส่ใจ เพื่อเสาะหาและคัดสรรผลผลิตออร์แกนิกจากทั่วประเทศมายังโรงแรมกลางกรุงนี้ ผ่านเงื่อนไข 2 ข้อ คือ รสชาติถูกปากและถูกใจแนวคิดของเกษตรกรที่ได้ไปพูดคุยด้วย

โรงแรมห้าดาวย่านเพลินจิตที่มีแนวคิดความยั่งยืน เสิร์ฟอาหารออร์แกนิกจากเกษตรกรวิถีอินทรีย์ทั่วไทย และวางเป้าหมายจัดการขยะจนเหลือศูนย์ให้ได้ภายในอีกไม่กี่ปี
โรงแรมห้าดาวย่านเพลินจิตที่มีแนวคิดความยั่งยืน เสิร์ฟอาหารออร์แกนิกจากเกษตรกรวิถีอินทรีย์ทั่วไทย และวางเป้าหมายจัดการขยะจนเหลือศูนย์ให้ได้ภายในอีกไม่กี่ปี

“Sivatel เน้นการรู้จักเกษตรกร เน้นการดูทัศนคติ ดูความตั้งใจ ดูการเชื่อมโยงกับชุมชน เพราะเราเชื่อว่าถ้าเริ่มต้นจากคนที่ทำด้วยแพสชัน ด้วยความตั้งใจ เขาจะไม่โกงเรา” หนิงอธิบายเพิ่มถึงวิธีการทำงาน

ความน่ารักของที่นี่ คือเมื่อเราเปิดรายการอาหารของโรงแรม สิ่งแรกที่เจอกลับไม่ใช่หน้าอาหารแนะนำประจำร้าน หรือของกินเล่นเรียกน้ำย่อย แต่กลับเป็นข้อมูลของเกษตรกร และผลผลิตประจำฟาร์มที่เราคัดสรรมาปรุงเป็นอาหาร เพื่อให้ลูกค้าได้ทำความรู้จักโปรไฟล์ของเกษตรกรเจ้าของวัตถุดิบไปด้วย

“เราใช้วัตถุดิบออร์แกนิก ทุกอย่างคือชีวิตของเกษตรกร คือชีวิตของชาวประมง คนเลี้ยงสัตว์ เลี้ยงไก่ เราต้องกินแบบเคารพธรรมชาติ สุดท้ายแล้ว เราอยากบอกผู้คนว่า โลกกำลังจะแตกนะ อุณหภูมิโลกเพิ่มไปเท่าไหร่แล้ว

“เมื่อมาที่นี่ คุณจะได้กินอยู่แบบเคารพธรรมชาติ เราจะจัดสิ่งที่อร่อยและดีงามจากวัตถุดิบออร์แกนิก ซึ่งทั้งอร่อยและปลอดภัย ทำมาด้วยความตั้งใจของเกษตรกร ฉะนั้น เราควรใช้ ควรกินอย่างเคารพ กินแบบพอดี เพื่อจะกลับไปช่วยสนับสนุนชุมชนให้อยู่ได้ ให้เขามีชีวิตที่ดีขึ้น และเคารพธรรมชาติที่กำลังจะแย่ เราเป็นแบรนด์สำหรับคนที่อยากให้การกินอยู่ของคนมีความหมายกับคนอื่นด้วย ไม่ใช่แค่กับตัวเอง” หนิงเฉลยถึงความตั้งใจจริง

อยู่อย่างไร้พลาสติก

แม้จะเห็นว่าตึกสูงกว่า 30 ชั้น แต่ Sivatel มีห้องพักทั้งหมดเพียง 75 ห้อง ซึ่งเป็นห้องสวีตทั้งหมด โดยกลุ่มลูกค้าที่วางไว้ในตอนแรกคือนักธุรกิจ ด้วยเหตุผลใหญ่ คือทำเลที่ตั้งอยู่ในพื้นที่สำคัญกลางเมือง

เมื่อหน้าที่เปลี่ยนมือมาสู่อีกรุ่น หนิงสังเกตเห็นว่า ถึงเป้าหมายหลักจะเป็นนักธุรกิจ แต่ด้วยขนาดของห้องที่ใหญ่มาก แบ่งออกเป็นส่วนห้องนอนและรับแขกด้านหน้า สิ่งนี้ไม่สัมพันธ์กับกิจวัตรของกลุ่มเป้าหมาย หนำซ้ำแขกส่วนใหญ่ที่พบเจอ กลับเป็นครอบครัวที่มาพักผ่อนแบบสบายๆ ใช้เวลากับการช้อปปิ้ง ว่ายน้ำ ฯลฯ 

เธอจึงปรับแนวทางของแบรนด์เสียใหม่ และรีโนเวตห้องพักด้วยในคราวเดียวกัน

โรงแรมห้าดาวย่านเพลินจิตที่มีแนวคิดความยั่งยืน เสิร์ฟอาหารออร์แกนิกจากเกษตรกรวิถีอินทรีย์ทั่วไทย และวางเป้าหมายจัดการขยะจนเหลือศูนย์ให้ได้ภายในอีกไม่กี่ปี
โรงแรมห้าดาวย่านเพลินจิตที่มีแนวคิดความยั่งยืน เสิร์ฟอาหารออร์แกนิกจากเกษตรกรวิถีอินทรีย์ทั่วไทย และวางเป้าหมายจัดการขยะจนเหลือศูนย์ให้ได้ภายในอีกไม่กี่ปี

ห้องพักแบ่งเป็น 8 แบบที่แตกต่างกันตามขนาดพื้นที่ มีชื่อเรียกเป็นดอกไม้ชนิดต่างๆ แสดงออกผ่านการตกแต่งภายในห้อง โดยมีแรงบันดาลใจจากกระเบื้องโมเสกที่ประดับประดาสถาปัตยกรรมของวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม 

ข้าวของเครื่องใช้ภายในห้อง หนิงเลือกนำเสนอความใกล้ชิดกับธรรมชาติและท้องถิ่นให้กับแขกที่เข้าพัก อาทิ เฟอร์นิเจอร์เครื่องสานจากเตยปาหนัน หัตถกรรมขึ้นชื่อของภาคใต้ ส่วนเสื่อปูพื้นห้องก็ทำจากเส้นใยผักตบชวา ขณะที่อุปกรณ์ภายในห้องน้ำทั้งหมด ก็เลือกใช้แบรนด์รักษ์สิ่งแวดล้อมอย่าง Hug Organic โดยเปลี่ยนจากขวดพลาสติกเล็กๆ ที่พบได้ตามโรงแรมเป็นขวดปั๊มแบบรีฟิล ขวดน้ำดื่มที่เป็นพลาสติกก็ใช้เป็นขวดแก้วทั้งหมด และปลอดหลอดพลาสติกด้วย

โรงแรมห้าดาวย่านเพลินจิตที่มีแนวคิดความยั่งยืน เสิร์ฟอาหารออร์แกนิกจากเกษตรกรวิถีอินทรีย์ทั่วไทย และวางเป้าหมายจัดการขยะจนเหลือศูนย์ให้ได้ภายในอีกไม่กี่ปี
โรงแรมห้าดาวย่านเพลินจิตที่มีแนวคิดความยั่งยืน เสิร์ฟอาหารออร์แกนิกจากเกษตรกรวิถีอินทรีย์ทั่วไทย และวางเป้าหมายจัดการขยะจนเหลือศูนย์ให้ได้ภายในอีกไม่กี่ปี

“เราเลิกใช้ขวดพลาสติกแล้วเปลี่ยนมาเป็นขวดแก้ว ขยะขวดพลาสติกก็หายไปเกือบปีละสองแสนใบ เราเปลี่ยนสิ่งอำนวยความสะดวกในห้องน้ำ จากขวดเล็กๆ มีตราโรงแรม เปลี่ยนมาเป็นขวดปั๊ม ทำให้ค่าใช้จ่ายถูกลง เพราะเราไม่ต้องไปทำเฮาส์แบรนด์ ไม่ต้องมีออร์เดอร์ขั้นต่ำ ไม่ต้องนับสต็อก ทำแบบนี้ขยะขวดพลาสติกที่เป็นขวดแชมพูหายไปปีละแสนสอง แล้วในห้องพักก็ไม่มีหลอดให้ ลูกค้าไม่ได้มีปัญหาอะไร ปีหนึ่งขยะหลอดพลาสติกหายไปเกือบๆ ประมาณแสนหลอด ขยะพลาสติกมันก็ค่อยๆ ลดลง” ผู้บริหารตรงหน้าเล่าถึงความสำเร็จ

ปัจจุบันการคัดแยกและบันทึกน้ำหนักขยะที่ทำกันทุกเดือนของชาว Sivatel บ่งบอกชัดว่าตัวเลขของขยะประเภท Single Use Plastic ลดลงได้แล้วแทบจะ 100 เปอร์เซ็นต์

กินอย่างเคารพธรรมชาติ

จากข้อมูลเมื่อปีที่ผ่านมา ประเทศไทยอยู่ในภาวะที่ต้องเผชิญกับขยะจำนวนมากถึงประมาณ 28 ล้านตัน เป็นขยะตกค้างที่ไม่สามารถกำจัดได้ 5.8 ล้านตัน และเป็นขยะเศษอาหารหรือ Food Waste สูงถึง 4 ล้านตัน คิดโดยประมาณเป็นร้อยละ 60 ของขยะที่กำจัดไม่ได้

ภาคอุตสาหกรรมโรงแรมและการท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในผู้ที่ไม่อาจปัดความรับผิดชอบปัญหาดังกล่าว หนิงตระหนักในข้อนี้ดี นี่จึงเป็นที่มาของสารพัดวิธีการลดขยะเศษอาหาร ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเกิดขึ้นจากภายในครัวของโรงแรม

เชฟเอ้-สิทธิโชค เงินฉลาด Executive Chef ของ Sivatel คือหัวแรงสำคัญในการทำให้ความฝันของหนิงเป็นรูปเป็นร่างและจับต้องได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม น่าสนใจมากว่าปลายทางของขยะเศษอาหารที่เกิดขึ้นภายในโรงแรมใจกลางเมืองนี้ไม่ได้ไปสู่ถังขยะหรือหลุมฝังกลบ แต่ผ่านการวางแผนอย่างจริงจังจนแทบจะไม่เหลือส่วนที่ต้องทิ้งไปโดยไร้ค่า เมื่อวัตถุดิบส่งเข้ามาที่ครัว ก็เป็นหน้าที่ของเชฟเอ้ที่ต้องมองข้ามไปอีกขั้นว่าวัตถุดิบต่างๆ เหล่านี้ นำไปทำอะไรเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดประโยชน์ได้บ้าง

โรงแรมห้าดาวย่านเพลินจิตที่มีแนวคิดความยั่งยืน เสิร์ฟอาหารออร์แกนิกจากเกษตรกรวิถีอินทรีย์ทั่วไทย และวางเป้าหมายจัดการขยะจนเหลือศูนย์ให้ได้ภายในอีกไม่กี่ปี

เริ่มจากเศษผักโรยหน้าอย่างต้นหอม ขึ้นฉ่าย นำไปตากแห้งแล้วโรยเกลือ แปลงโฉมเป็นผงชูรสจากธรรมชาติที่ดีกับสุขภาพ ส่วนเศษเนื้อสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นหัวปลาและโครงไก่ จับหยิบใส่หม้อก็ได้เป็นหัวเชื้อของน้ำสต๊อกที่ใช้ปรุงสารพัดเมนูต้มในครัว 

หรือแม้แต่กระดูกของปลาแซลมอน เศษอาหารที่ฟังแล้วอาจมืดแปดด้านว่าจะนำไปทำอะไรได้นอกจากโยนลงถัง เชฟมองเห็นค่าของเนื้อปลาที่ซ่อนอยู่ โดยเอากระดูกไปอบแบบฮาล์ฟคุก เพื่อให้เนื้อร่อนออกง่ายขึ้น ก่อนนำเนื้อที่ได้ไปทำเป็นข้าวผัดปลาแซลมอนหรือยำปลาแซลมอนตะไคร้ก็ได้ โดยวิธีนี้เชฟเอ้บอกกับเราว่าปลาแซลมอนน้ำหนัก 5 กิโลกรัม เลาะเนื้อเล็กๆ ที่ถูกมองข้ามนี้ออกมาได้มากถึงเกือบ 2 กิโลกรัม

หนิงช่วยยกตัวอย่างให้ฟังอีกว่า อย่างเมนูผัดไทยกุ้งสด ที่นี่เลือกปอกเปลือกและหัวกุ้งออกตั้งแต่ก่อนเสิร์ฟ แล้วนำส่วนเกินที่ว่าไปเจียวเป็นมันกุ้ง รอใช้ปรุงกับอาหารอื่นๆ เช่น ล็อบสเตอร์บิตและข้าวต้มกุ้ง เพื่อที่แขกก็จะได้ไม่ต้องทิ้งเปลือกกุ้งเป็นขยะ แถมยังสะดวกตอนกินด้วย

โรงแรมห้าดาวย่านเพลินจิตที่มีแนวคิดความยั่งยืน เสิร์ฟอาหารออร์แกนิกจากเกษตรกรวิถีอินทรีย์ทั่วไทย และวางเป้าหมายจัดการขยะจนเหลือศูนย์ให้ได้ภายในอีกไม่กี่ปี

อีกวิธีที่น่าสนใจ คือการดีไซน์เมนูอาหารต่างๆ ทั้งในมื้ออาหารเช้าและร้านอาหารของโรงแรม ให้ออกมาเป็นสารพัดเมนูที่ใช้วัตถุดิบอย่างคุ้มค่า เหลือเป็นขยะเศษอาหารให้น้อยที่สุด อย่างเมนูสเต๊กพอร์กชอปที่มีกระดูกติดมา จะดีกว่าไหมหากเลือกนำเสนอเป็นเนื้อส่วนอื่น เช่น สันในที่ไม่ทำให้เกิดขยะส่วนเกินมากขึ้น นอกจากนี้ ในรายการอาหารของที่นี่ยังไม่มีเมนูที่ทำจากหอยทุกชนิด เพราะว่าเปลือกหอยถือเป็นหนึ่งในขยะที่นำไปเพิ่มมูลค่าได้ยาก และสุดท้ายก็จำเป็นที่จะต้องทิ้งโดยเปล่าประโยชน์

จะว่าไปแล้ว แทบทุกอย่างดูง่ายดายจนน่าจดกลับไปลองทำเองที่บ้าน

จุดเริ่มต้นใหม่หลังเส้นชัย

ในวันนี้ ด้วยวิธีการต่างๆ ที่ Sivatel ได้เริ่มนำร่องทำมา ลดปริมาณขยะเศษอาหารจากครัวไปได้เยอะ แม้จะมีบางส่วนที่ยังเหลืออยู่ และนำไปแปรรูปหรือปรุงเป็นเมนูอื่นไม่ได้ แต่ทางหนึ่งเศษอาหารเหล่านี้จะย้อนกลับไปเลี้ยงหมูในฟาร์มเครือข่ายเกษตรกร ในอีกทางก็จะนำไปให้หนอนแมลงวันลายที่เลี้ยงไว้คอยเป็นผู้ช่วยย่อยสลาย แล้วจึงส่งไปให้ฟาร์มไก่ออร์แกนิกได้ใช้เป็นตัวบำรุงโปรตีนโดยไม่คิดสตางค์ เป็นน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ที่โรงแรมมีส่วนช่วยลดต้นทุนให้กับเกษตรกร ซึ่งนอกจากไข่ไก่คุณภาพแล้ว ผลพลอยได้คือราคาไข่ไก่ที่กลับมาก็จะถูกลงด้วย 

“ขยะเศษอาหารคือกลุ่มสุดท้ายที่เหลืออยู่ ห้าปีนี้ โรงแรมลดขยะทั้งหมดไปถึงประมาณเจ็ดสิบถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์ ขยะอาหารก็ลดมาประมาณเจ็ดสิบห้าเปอร์เซ็นต์แล้ว จากที่เราเคยอยู่เดือนละประมาณสามพันกิโลกรัม ตอนนี้เพราะโควิด-19 ด้วย เลยเหลือประมาณเจ็ดถึงแปดร้อยกิโลกรัม ก็คือประมาณห้าสิบถึงหกสิบเปอร์เซ็นต์ที่เราเหลืออยู่ เราจึงให้ความสำคัญมาก เพราะขยะพลาสติกไม่มีแล้ว” หนิงอธิบายถึงเส้นชัยที่ใกล้ถึงเข้าไปทุกที

เป้าหมายในการทำงานเพื่อลดขยะประเภทต่างๆ ภายใต้การนำของหนิงไม่ได้ทำเล่นๆ เพราะเธอกำลังชวนพนักงานก้าวไปพร้อมกัน ไม่ช้า ไม่เร็ว เพียงปีละ 1 ก้าวแต่สำคัญ

ภายในปีหน้า Sivatel จะก้าวไปเป็นครัวที่ปลอดขยะเศษอาหารทั้งหมด, ปีถัดมาร้านอาหารของโรงแรมจะเป็น Zero Waste Restaurant, ค.ศ. 2024 ทั้งโรงแรมจะกลายเป็นพื้นที่ปลอดขยะทุกชนิด และในที่สุดเมื่อเข้าสู่ขวบปีที่ 5 ของโครงการนี้ หนิงมองว่าระบบที่วางไว้จะเริ่มเข้าที่เข้าทาง วันนั้นเธอวางให้ที่นี่เป็น Learning Center เกี่ยวกับการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะ

Sivatel โรงแรมรักษ์โลกย่านเพลินจิตที่ตั้งใจให้ทุกการพักผ่อนมีส่วนช่วยให้โลกใบนี้

สุขบนความยั่งยืน

ขณะที่บรรยากาศกว่าค่อนโลกยังคงซึมจากโควิด-19 ประเทศไทยที่พึ่งพาธุรกิจท่องเที่ยวเป็นหลักประสบปัญหานี้เข้าอย่างจัง แม้แนวทางของโรงแรมที่วางไว้อย่างแน่วแน่ จะประคับประคองให้ไม่บอบช้ำมากนักในสถานการณ์ตอนนี้

แต่ความหวังว่าจะกลับมาเปิดต้อนรับผู้มาเยือนจากต่างประเทศ ก็พังทลายให้ใจปิ๋วแทบทุกไตรมาส 

วันนี้ผู้ประกอบการไม่น้อยยังคงสาละวนกับการแก้ไขปัญหาให้ธุรกิจของตัวเองลุกขึ้นเดินหน้าต่อ ในฐานะผู้บริหารซึ่งเจอปัญหาไม่ต่างกันเรียนรู้จากวิกฤตครั้งนี้ว่า นับจากนี้ธุรกิจโรงแรมคงหวังพึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติมากไม่ได้เหมือนแต่ก่อน เพราะสถานการณ์ปัจจุบันแสดงให้เห็นแล้วว่าสิ่งนี้ไม่ยั่งยืน 

เธอเชื่อว่าในอนาคต ผู้ประกอบการควรเน้นการสร้างแบรนด์ที่เป็นมิตรกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งน่าจะเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น เมื่อบ้านเมืองกลับมาหายใจหายคอได้คล่องกว่านี้

“เรื่องสิ่งแวดล้อม มีแต่ควรจะพูดให้ดังขึ้นเรื่อยๆ เป็นหนึ่งหัวข้อที่คนรุ่นใหม่อยากเห็น ในภาคธุรกิจเองเรามองว่าคุณทำไปเถอะ มันมีแต่จะเป็นภาพลักษณ์ที่ดีของแบรนด์ ถ้าคุณมี Mindset นะ มันเป็นธุรกิจที่มีส่วนทำให้เกิดสิ่งดีๆ กับชุมชน สังคม สิ่งแวดล้อม 

“ความจริงคือมันรอไม่ได้แล้ว ทุกคนต้องช่วยกัน แต่น้อยคนที่จะตระหนักไปถึงตรงนั้น แต่ที่แน่ๆ ความตระหนักขององค์กรต่างๆ หลังจากนี้จะมีมากขึ้น ของลูกค้าก็จะมีมากขึ้น ถ้าคุณรอให้ลูกค้ามาเยอะๆ แล้วค่อยทำ ตอนนั้นก็กลายเป็นผู้ตามแล้ว” หนิงฝากคำแนะนำให้สำหรับธุรกิจที่ริเริ่มเพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงตัวเอง

Sivatel โรงแรมรักษ์โลกย่านเพลินจิตที่ตั้งใจให้ทุกการพักผ่อนมีส่วนช่วยให้โลกใบนี้
Sivatel โรงแรมรักษ์โลกย่านเพลินจิตที่ตั้งใจให้ทุกการพักผ่อนมีส่วนช่วยให้โลกใบนี้

นอกจากนี้ สิ่งที่พวกเขากำลังทำอยู่ น่าจะเป็นโมเดลทางธุรกิจให้กับผู้ที่สนใจในจังหวัดอื่นๆ ได้เช่นกัน

“เราอยู่กลางเมือง อยากให้เห็นว่าเรายังทำได้ ถ้าเราอยู่ใจกลางเพลินจิตที่ที่ดินแพงสุดในกรุงเทพฯ เราทำสิ่งเหล่านี้ได้ ทั้งๆ ที่เราอยู่ห่างไกลจากเกษตรกรมากกว่า ถ้าคุณเป็นโรงแรมที่เชียงใหม่ ขอนแก่น หรืออัมพวา ซึ่งคุณอยู่ใกล้เกษตรกรและชุมชนมากกว่าเราเยอะ ถ้าสิ่งเหล่านี้เราทำได้ ใครๆ ก็ทำได้”

ความสุขของคนทำธุรกิจที่พัก อาจเป็นการเห็นแขกผู้มาเยือนอิ่มเอมใจกลับไป หรือบางคนอาจเป็นตัวเงินที่ทำรายได้ให้เป็นกอบเป็นกำ แต่การสร้างโรงแรมที่มีอัตลักษณ์ชัดเจนแบบนี้ มีความยาก ทั้งต้องลงแรงและค่าใช้จ่ายที่ต้องเสีย แล้วความสุขของผู้บริหาร Sivatel ในวันนี้คืออะไร-เราถาม

Sivatel โรงแรมรักษ์โลกย่านเพลินจิตที่ตั้งใจให้ทุกการพักผ่อนมีส่วนช่วยให้โลกใบนี้
Sivatel โรงแรมรักษ์โลกย่านเพลินจิตที่ตั้งใจให้ทุกการพักผ่อนมีส่วนช่วยให้โลกใบนี้

“เราภูมิใจที่ธุรกิจเรามีส่วนเกื้อกูลหลายๆ ชีวิต อย่างเอาแง่การทำงาน ก็คือน้องๆ พนักงานที่เขาฝากความหวัง ฝากชีวิตไว้กับเรา ส่วนสำหรับชุมชนคือกำลังใจ สิ่งที่ SME ต้องการมาก คือกำลังใจที่อยากจะได้ในการดำรงชีวิตอยู่ ชุมชนเขาก็มีกำลังใจ ว่าอย่างน้อยมีผู้ประกอบการเห็นคุณค่าในงานของเขา ที่เขาพยายามจะทำ ยังเห็นความหมายของสิ่งที่ชุมชน หรือเกษตรกรผลิต

“ในแง่สิ่งแวดล้อม เราก็เห็นว่าเรามีความสุขกับการทำธุรกิจแล้ว ซึ่งมีส่วนร่วมช่วยแก้ปัญหา ถึงแม้ว่าทุกคนอาจจะบอกว่า ทำองค์กรเดียวแล้วไม่เกิดผลหรอก แต่สิ่งที่เราคาดหวังมากกว่านั้นคือ ใครก็ตามที่มาอ่านเรื่องราวของที่นี่ หรือได้เข้ามาสัมผัส เรารู้สึกว่าเขาจะได้รับพลังบวก หรือได้แรงบันดาลใจบางอย่างกลับไป แค่นั้นเราก็รู้สึกว่างานที่ทำ มันมีความหมายกับผู้คน กับสังคม กับประเทศชาติ กับสิ่งแวดล้อมแล้ว 

“ถ้าเราเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นริเริ่ม หรือแม้แต่คิดจะเปลี่ยนอะไรบางอย่างในชีวิต เรารู้สึกว่ามันคงมีคนอีกคน หรือมีองค์กรหนึ่งที่เขากำลังเริ่มปักเมล็ดลงไปแล้ว” 

ทายาทรุ่นสามทิ้งท้ายถึงความสุขอย่างเรียบง่าย

Sivatel Bangkok Hotel

ที่ตั้ง : 53 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2309 5000

เว็บไซต์ : www.sivatelbangkok.com

Facebook : Sivatel Bangkok Hotel

Writer

พณิช ตั้งวิชิตฤกษ์

นักลองฝึกพิสูจน์อักษร ผู้แสร้งเป็นนักลองฝึกเขียน อดีตเป็นนักเรียนภาษา ผู้สนใจเป็นนักเรียนประวัติศาสตร์ศิลป์ รักในมวลรอบข้างที่ดี กาแฟ ชาเขียว และแมวเหมียว

Photographer

สิทธิพงษ์ ติยะวรากุล

ชอบถ่ายรูป แต่ชอบฟังนักเขียนขณะสัมภาษณ์มากกว่า

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

หลายคนเคยบอกว่าพิษณุโลกเป็นมืองทางผ่าน ขนาด ตาล-พญ.ทวินันท์ ฉิมนาค ลูกหลานคนพิดโลกก็บอกกับเราเช่นนั้น แต่วันนี้ไม่เป็นดังคำบอกเล่า เพราะการเกิดขึ้นของ ‘หุ่น ไร่ กา’ รีสอร์ตและคาเฟ่กลางผืนนาของคุณย่า สร้างปรากฏการณ์ใหม่ กลายเป็นแลนด์มาร์กสร้างชื่อของจังหวัด ดึงดูดผู้คนต่างถิ่นแวะเวียนมาพักไม่ขาดสาย

รีสอร์ตและคาเฟ่กลางทุ่งนาสีเขียวขจีขนาด 13 ไร่ ก่อร่างความคิดจากตาล เธอชักชวนคนในครอบครัวมาร่วมลงแรงกายและแรงใจพัฒนาพื้นที่ โดยมีเป้าหมายคือความยั่งยืนที่มาพร้อมการรักษาสมบัติชิ้นสุดท้ายของคุณย่า

ที่สำคัญ หุ่น ไร่ กา ยังนำความเจริญเข้ามาสู่ชุมชนนอกเมือง และเติบโตไปพร้อมๆ กับเพื่อนบ้าน

เพียงระยะเวลาไม่ถึงขวบปี ที่พักพ่วงคาเฟ่แห่งนี้เคยมีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากถึง 1,000 คน ต่อวัน แม้สถานการณ์วิกฤตโรคระบาด หุ่น ไร่ กา ก็ยังคงยืนอยู่ได้อย่างมั่นคง และคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่อยู่เสมอ

อะไรเป็นเหตุผลให้หลานสาวของคุณย่าทุ่มเทพลังใจได้มากมายขนาดนี้ นี่คือคำตอบ

หุ่น ไร่ กา รีสอร์ตกลางทุ่งนาที่ทำให้ชุมชนกลับมาคึกคักจนเป็นแลนด์มาร์กของพิษณุโลก

จากหุ่นไล่กา สู่ หุ่น ไร่ กา

ก่อนจะกลายมาเป็นเจ้าของกิจการที่พัก หมอตาลเปิดคลินิกความงามอยู่ในตัวเมืองพิษณุโลกนานกว่าสิบปี จนมีความคิดอยากทำโปรเจกต์ที่ครอบครัวได้อยู่กันพร้อมหน้า โดยเธอมีที่ดินหนึ่งผืนที่คุณพ่อมอบให้เป็นมรดก

“ความตั้งใจจริงๆ เราไม่อยากให้ที่ดินผืนนี้หายไป เพราะมันเป็นผืนสุดท้ายของย่าที่เก็บไว้ให้ลูกๆ เมื่อก่อนย่ามีที่ดินเยอะกว่านี้ แต่ต้องขายเพื่อเลี้ยงลูกทั้งหมดเก้าคน ที่ดินผืนนี้เลยมีคุณค่าที่ควรจะรักษาไว้” หลานย่าเล่า

หุ่น ไร่ กา รีสอร์ตกลางทุ่งนาที่ทำให้ชุมชนกลับมาคึกคักจนเป็นแลนด์มาร์กของพิษณุโลก

เดิมทีผืนนานี้ถูกปล่อยเช่าให้คนในชุมชนมาทำนา ตาลมองว่าถ้ายังทำแบบเดิม ก็ไม่เกิดการพัฒนาของชุมชนและพื้นที่ เธอปิ๊งความคิดทำเป็นคาเฟ่บนท้องนาของคุณย่า และรีสอร์ตขนาด 4 ห้องพักบนท้องนาของคุณป้า 

ความคิดในหัวถูกแปลงออกมาเป็นจริงด้วยการร่วมมือกันกับ ภูริทัต ชลประทิน จาก ธรรมดา อาร์คิเทค ตาลให้โจทย์สถาปนิกไปว่า ‘เรียบง่าย ไม่ธรรมดา มีลูกเล่น’ โดยบริบทเกิดขึ้นกลางทุ่งนา ภูริทัตก็ตีความหมายออกมาเป็นคอนเซ็ปต์ไม่ธรรมดา จนกลายมาเป็น หุ่น ไร่ กา ที่เกิดจากการเริ่มต้นมองหาบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ในท้องนาสีขจี

“หุ่นไล่กา คือสัญลักษณ์อย่างหนึ่งในทุ่งนา เป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อช่วยแก้ปัญหา จนเราเข้าใจว่าหุ่นไล่กาเป็นหนึ่งเดียวกับทุ่งนาไปแล้ว เราเลือกแทนการคงอยู่ของหุ่นไล่กาเป็นคอนเซ็ปต์ในการออกแบบครั้งนี้

“เราแทนค่าเพลนของอาคารเป็นหุ่นไล่กา ที่วางตัวอยู่ในทุ่งนาอย่างเรียบง่ายและตรงไปตรงมา ภาพรวมของรีสอร์ตจะเห็นเพลนอยู่แปดเพลน เรียงตัวในมุมที่ต่างกัน เกิดที่ว่างระหว่างแต่ละเพลน ที่ว่างส่วนหนึ่งก่อตัวเป็นที่พัก และอีกส่วนหนึ่งปล่อยให้ทุ่งนาไหลเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของอาคาร ที่เหลือคือหน้าที่ของแสง ทำให้เห็นมุมมองที่ต่างไปในแต่ละช่วงเวลา ฉะนั้น หุ่นไร่กาจึงเป็นการเปรียบเปรยสิ่งที่มีอยู่แล้วในทุ่งนา เป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น และพยายามให้ตัวเองดูกลมกลืนกับความเรียบง่ายที่สุดของบริบทรอบข้าง แต่ก็ยังมีความต่างในตัวเอง” สถาปนิกอธิบายความคิด

หุ่น ไร่ กา รีสอร์ตกลางทุ่งนาที่ทำให้ชุมชนกลับมาคึกคักจนเป็นแลนด์มาร์กของพิษณุโลก

วัสดุที่ใช้ก่อร่างเป็นกำแพงสูง มาจากอิฐบล็อกฉาบพร้อมสีฝุ่นสีส้ม ได้แรงบันดาลใจจากดิน ซึ่งเด่นชัดตัดกับสีเขียวจากธรรมชาติ แถมมีเท็กซ์เจอร์เป็นเส้นตรงบ้างไม่ตรงบ้าง ลากยาวจากบนสุดถึงล่างสุด ตาลกระซิบว่ามีไอเดียน่ารักมาจากรอยไถคราด หรือกระบวนการเตรียมดินก่อนปักดำ ทั้งหมดเป็นฝีมือของช่างก่อสร้างในจังหวัดพิษณุโลก

ส่วนคาเฟ่ก็งดงามไม่น้อยหน้า ใช้อิฐบล็อกและบล็อกช่องลมหลายรูปแบบมาก่อจนเป็นผนังสูง 

หุ่น ไร่ กา รีสอร์ตกลางทุ่งนาที่ทำให้ชุมชนกลับมาคึกคักจนเป็นแลนด์มาร์กของพิษณุโลก
หุ่น ไร่ กา รีสอร์ตกลางทุ่งนาที่ทำให้ชุมชนกลับมาคึกคักจนเป็นแลนด์มาร์กของพิษณุโลก

“กำแพงช่องลมตรงหน้าของโครงการ เราเปรียบเป็นกริดของทุ่งนาที่เราจับมันตั้งขึ้นมาอีกที แล้วมันก็คล้ายลายผ้าขาวม้าที่ชาวบ้านเขาใช้กัน” ภูริทัตเล่า ก่อนตาลจะเสริมต่อ “เราใช้กระจกมาใส่บริเวณทุ่งนาด้วย เพื่อให้กระจกสะท้อนภาพวิวรอบข้างทั้งหมด คนที่ไปอยู่ตรงนั้นจริงๆ จะรู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่ไกลสุดลูกหูลูกตา”

หัวใจสำคัญที่ภูริทัตและตาล หนุ่ม-สาวพิษณุโลกเห็นพ้องต้องกัน และอยากสื่อสารกับผู้มาเยือนก็คือ

“เราอยากให้คนรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติในทุ่งนาแต่ละฤดูกาล บางช่วงทุ่งนาเป็นสีเขียว บางช่วงทุ่งนาเป็นสีทอง เราไม่อยากให้คนยึดติดว่าทุ่งนาต้องเขียวเสมอ แต่เรามองว่าทุ่งนาก็มีความน่าสนใจต่างกันในแต่ละฤดู และสถาปัตยกรรมจะคงอยู่ เพื่อรอให้ธรรมชาติมาทำหน้าที่แต่งแต้มให้มันมีชีวิตที่ต่างกันไป” ภูริทัตขยายความ

เพราะทุกความเปลี่ยนแปลงงดงามเสมอ ธรรมชาติก็เช่นกัน

หุ่น ไร่ กา รีสอร์ตกลางทุ่งนาที่ทำให้ชุมชนกลับมาคึกคักจนเป็นแลนด์มาร์กของพิษณุโลก

จากทางผ่าน สู่แลนด์มาร์ก

“ตอนเช้าคุณจะถูกปลุกด้วยฝูงนกกลุ่มใหญ่ที่ลงมากินน้ำค้างยอดข้าว จนคุณต้องตื่นมาดู ส่วนตอนกลางวัน สายลมเอื่อยๆ ชวนให้คุณเอนตัวลงตามร่มเงา และตอนค่ำ คุณจะถูกขับกล่อมด้วยเสียงกบ เสียงเขียด” 

คำบรรยายบรรยากาศของสถาปนิกจาก ธรรมดา อาร์คิเทค ทำเอาเราอยากจะพุ่งตัวไปยืนหน้ารีสอร์ตแห่งนี้เสียจริงๆ ขอพิสูจน์ว่ากลิ่นดิน กลิ่นโคลน สายลม แสงแดด และทุ่งนาเขียวขจี จะเพลินตา เพลินใจ ขนาดไหน 

ที่พัก 4 ห้องกลางท้องนา ถูกออกแบบให้ทันสมัยและสะดวกสบาย ต่างกันตรงวิวธรรมชาติ แต่ละห้องจะไม่เหมือนกัน ตามแต่องศาที่ถูกบิดไปบิดมา เพื่อให้เกิดความเป็นส่วนตัว ที่เก๋ไก๋ใกล้ชิดท้องทุ่งคือ หุ่น ไร่ กา จะมีแปลงนาอยู่หน้าห้องพัก ให้คุณสัมผัสกลิ่นต้นข้าวอ่อนๆ ตั้งแต่หน้าประตู ซึ่งนาข้าวทั้งหมดก็ทำจริง ขายจริงด้วยนะ

รีสอร์ตและคาเฟ่กลางทุ่งนาพิษณุโลก ที่ตั้งใจรักษาที่ดินผืนสุดท้ายของคุณย่าไปพร้อมๆ กับพัฒนาพื้นที่และนำความเจริญเข้ามาสู่ชุมชน
รีสอร์ตและคาเฟ่กลางทุ่งนาพิษณุโลก ที่ตั้งใจรักษาที่ดินผืนสุดท้ายของคุณย่าไปพร้อมๆ กับพัฒนาพื้นที่และนำความเจริญเข้ามาสู่ชุมชน

ส่วนอาหารการกินไม่ต้องห่วง อิ่มท้อง นอนอุ่น! เพราะอาหารเช้าทางที่พักจัดเตรียมให้ ถ้าอยากได้อาหารท้องถิ่น ปาท่องโก๋ ก็กระซิบบอกพี่ๆ พนักงานได้เลย พร้อมจับจ่ายจากตลาดถึงหน้าห้อง อ้อ อาหารไทยของที่นี่ก็ได้รับความนิยมจนต้องยกนิ้ว คุณพ่อของตาลจ่ายตลาดและเข้าครัวต้ม ผัด แกง ทอด ร่วมกับป้าๆ น้าๆ เองด้วย แต่ละเมนูชื่อน่าลิ้ม อย่างยำหัวปลีทอด สำรับคุณปู่ สำรับคุณย่า รวมของโปรดคุณปู่ คุณย่า ไว้ในสำรับ หรือ ไข่พะโล้โบราณ มีที่มาจากสูตรของคุณป้าที่เคยทำขายอยู่ในกรุงเทพฯ กว่า 50 ปี ซึ่งเมนูส่วนใหญ่คิดขึ้นจากวัตถุดิบที่มีในท้องถิ่นเป็นหลัก

รีสอร์ตและคาเฟ่กลางทุ่งนาพิษณุโลก ที่ตั้งใจรักษาที่ดินผืนสุดท้ายของคุณย่าไปพร้อมๆ กับพัฒนาพื้นที่และนำความเจริญเข้ามาสู่ชุมชน
รีสอร์ตและคาเฟ่กลางทุ่งนาพิษณุโลก ที่ตั้งใจรักษาที่ดินผืนสุดท้ายของคุณย่าไปพร้อมๆ กับพัฒนาพื้นที่และนำความเจริญเข้ามาสู่ชุมชน

เมื่อพักผ่อนเต็มตื่น ถึงเวลาท่องเที่ยว ตาลแนะนำว่า ตื่นเช้าๆ มาใส่บาตร ทำบุญ แล้วไปไหว้พระพุทธชินราช วัดใหญ่ เที่ยวในเมืองจนหนำใจแล้วมุ่งหน้าสู่แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ อย่างเนินมะปราง อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ภูหินร่องกล้า ฯลฯ หรือจะเดินทางไปจังหวัดใกล้เคียงอย่างสุโขทัย ขับสบายๆ 50 กิโลเมตรก็ถึงปลายทาง

“ปกติพิษณุโลกเป็นเมืองผ่าน เขาจะไม่แวะนอนกันเลย กลายเป็นว่าเขาเลือกแวะนอนที่นี่สักคืนแล้วค่อยเดินทางต่อ บางคนมาจากเชียงรายจะเข้ากรุงเทพฯ ก็แวะพิษณุโลกก่อน หรือมาจากกรุงเทพฯ ก็แวะพักที่เราก่อนแล้วค่อยเข้าเชียงใหม่ ลูกค้ารู้สึกว่า หุ่น ไร่ กา เป็นส่วนตัว มาพักที่นี่แล้วปลอดภัย มันเป็นการมาพักผ่อนจริงๆ

“ตอนนี้กลายเป็นแลนด์มาร์กของพิษณุโลกไปแล้ว” เจ้าบ้านเล่ายิ้มๆ 

การเกิดขึ้นของ หุ่น ไร่ กา พาผู้คนจากทั่วสารทิศมาหยุดที่ (อดีต) เมืองทางผ่าน แวะชมธรรมชาติ สนุกกับวิถีท้องถิ่น อุดหนุนกิจการเล็กๆ ในจังหวัด กำไรที่ได้คือเมืองพิษณุโลกเป็นที่รู้จักและกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัด

รีสอร์ตและคาเฟ่กลางทุ่งนาพิษณุโลก ที่ตั้งใจรักษาที่ดินผืนสุดท้ายของคุณย่าไปพร้อมๆ กับพัฒนาพื้นที่และนำความเจริญเข้ามาสู่ชุมชน

จากท้องนา สู่ความเจริญ 

เราชวนตาลย้อนวัยเด็กถึงพื้นที่ก่อนจะมาเป็น หุ่น ไร่ กา, สมัยนู้น ณ ตำบลมะขามสูง พื้นที่ของ หุ่น ไร่ กา เป็นท้องนา ไม่มีแม้กระทั่งบ้านเรือน ส่วนฝั่งตรงข้ามติดกับแม่น้ำน่าน มีคนอาศัยและบ้านหลายหลังคาเรือน หากพูดกันตามตรง ก็ยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงของพื้นที่มากนัก และชุมชนละแวกนั้นยังไม่มีใครกล้าสร้างกิจการใดๆ ขึ้นมา

จนวันที่ หุ่น ไร่ กา เริ่มก่อร่างจากศูนย์ถึงร้อย ชาวบ้านรู้สึกถึงสิ่งใหม่ที่จะเกิดขึ้น ทุกคนลุ้นและรอคอย

“มันเป็นปรากฏการณ์จริงๆ นะ” ตาลพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “ช่วงแรกที่เปิด รถจอดจนล้น คนแถวนั้นตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา คนมาเป็นพันต่อวัน ผลที่ตามมาทำให้คนแถวนั้นรู้สึกว่าชุมชนของเขาเจริญขึ้น มีการพัฒนา และแถวร้านเราก็มีตลาดนัดเกิดขึ้น ลูกค้าบางคนแวะมากินกาแฟที่ร้าน แล้วไปทานข้าวในร้านอาหารละแวกนั้นต่อ ซึ่งปกติมันไม่เคยเกิดการกระจายรายได้ขนาดนี้มาก่อน” ความตั้งใจของเธอทำให้ชุมชนกลับมาคึกคัก

ไม่เพียงนำสิ่งสวยงามมาสู่ท้องถิ่น แต่ หุ่น ไร่ กา กลายเป็นมาตรฐานใหม่ให้คนพิษณุโลก

ตาลเล่าด้วยความดีใจ (มาก) ว่า มีสถาปนิกท่านหนึ่งบอกว่าคาเฟ่ของ หุ่น ไร่ กา เป็นมาตรฐานให้คาเฟ่น้องใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในพิดโลก ถ้าจะทำ ต้องทำให้ดีและมีเรื่องราว นอกจากคาเฟ่แล้ว สถานที่กลางทุ่งนาแห่งนี้ยังเป็นไอเดียตั้งต้นให้คนพิดโลกหยิบที่ดินมรดกของครอบครัว มาแปรเปลี่ยนเป็นกิจการเล็กๆ ในท้องถิ่นของตัวเองด้วย 

รีสอร์ตและคาเฟ่กลางทุ่งนาพิษณุโลก ที่ตั้งใจรักษาที่ดินผืนสุดท้ายของคุณย่าไปพร้อมๆ กับพัฒนาพื้นที่และนำความเจริญเข้ามาสู่ชุมชน

“เราภูมิใจนะที่ได้ยินแบบนั้น เพราะเราพยายามสู้ พยายามสร้าง จนมันเป็นสิ่งที่ทำให้ทุกคนในบ้านภูมิใจ อีกอย่าง การสร้างคาเฟ่เราว่าไม่ยากหรอก ใครมีเงินก็สร้างได้ แต่ตอนดำเนินการต่างหากที่ยาก มันต้องใช้ใจ”

ความแน่วแน่ที่จะพัฒนาพื้นที่ก็ยังเป็นพลังคอยผลักดันเธออยู่เสมอ ตอนนี้เธอและภูริทัตกำลังคิดโปรเจกต์ใหม่ สร้างอาคารขนาดย่อมใน หุ่น ไร่ กา เพื่อแบ่งปันความรู้ในการออกแบบร้านกาแฟในสถานการณ์โควิด-19

“เราพยายามแชร์กับสถาปนิกเพื่อสร้างอะไรใหม่ๆ กัน แล้วก็อยากดึงธรรมชาติเข้ามาด้วย” 

ทำไมต้องคิดสร้างสิ่งใหม่ในพื้นที่อยู่ตลอด-เราถามทันที 

รีสอร์ตและคาเฟ่กลางทุ่งนาพิษณุโลก ที่ตั้งใจรักษาที่ดินผืนสุดท้ายของคุณย่าไปพร้อมๆ กับพัฒนาพื้นที่และนำความเจริญเข้ามาสู่ชุมชน

“เพราะเราไม่อยากให้มันตายไปหรือเป็นแค่กระแส ถ้าไม่เกิดการพัฒนา ร้านจะอยู่ได้แค่เดือนแรก เลยต้องพัฒนาเรื่อยๆ ให้เข้ากับยุคสมัย เมื่อเลือกจะทำแบบนี้แล้วก็ไม่ควรหยุดนิ่ง ควรจะเป็นธุรกิจที่ส่งต่อให้คนอื่นได้”

การมีหัวใจที่คิดจะส่งต่อ เป็นหนทางหนึ่งที่จะพาท้องนาบ้านย่าสู่ความยั่งยืนในอนาคต

จากการรักษา สู่การแบ่งปัน

เป็นอันรู้กันว่าสถานการณ์ปัจจุบันส่งผลต่อกิจการที่พัก ร้านอาหาร และสารพัดธุรกิจ

“ตอนตั้งโจทย์ เราขายคนต่างจังหวัดที่มาท่องเที่ยว คิดว่าจะขายยากเหมือนกัน เพราะเราไม่ได้อยู่ในสถานที่ท่องเที่ยว เราอยู่ในอำเภอเมือง มีบริบททุ่งนาเป็นจุดขาย เพราะพิษณุโลกก็ยังไม่มีที่พักกลางทุ่งนาที่ชัดเจนแบบนี้ 

“แต่สุดท้ายกลายเป็นว่าคนมาพักจากจังหวัดพิษณุโลกเยอะเหมือนกัน บางคนก็มาพักซ้ำ ในช่วงโควิดแบบนี้ เขาบอกว่ามันเครียด อยากพักผ่อน ขอแค่ออกมาเปลี่ยนที่นอน ได้มองดูธรรมชาติ แค่นี้เขาก็สบายใจแล้ว”

แม้คลื่นระลอกสามจะพัดพารายได้และลูกค้าลดลง แต่เธอยังรักษาพนักงานไว้ครบ กิจการอยู่ได้อย่างมั่นคง ส่วนหนึ่งมาจากแรงสนับสนุนของคนในพิษณุโลก ที่แวะเวียนมาเปลี่ยนบรรยากาศและสูดอากาศบริสุทธิ์

รีสอร์ตและคาเฟ่กลางทุ่งนาพิษณุโลก ที่ตั้งใจรักษาที่ดินผืนสุดท้ายของคุณย่าไปพร้อมๆ กับพัฒนาพื้นที่และนำความเจริญเข้ามาสู่ชุมชน

“แล้วก็ความจริงใจ” ตาลเผยเคล็ดลับที่ทำให้ หุ่น ไร่ กา เป็นรีสอร์ตและคาเฟ่ที่เหนือความคาดหมาย

“เคยมีคนถามเราถึงแผนธุรกิจว่าคืนทุนหรือยัง เราบอกว่าเราไม่ได้คิด คิดแต่จะทำเพิ่มมากกว่า แล้วก็คิดว่าจะทำยังไงให้ธุรกิจยั่งยืนต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งเรามองว่าการพัฒนาจะพาเราไปถึงจุดนั้นได้ และเราก็ไม่ได้โตแค่คนเดียว 

“เราโตไปพร้อมๆ กับชุมชนรอบข้าง สิ่งที่เราทำเป็นการดึงความเจริญเข้ามาสู่นอกเมือง พอมีคนรู้จักหรือพูดถึง หุ่น ไร่ กา นั่นแสดงถึงการมีตัวตนของ หุ่น ไร่ กาด้วย ความภูมิใจของเราคือการให้ ให้คนในชุมชนมีอาชีพ”

การทำธุรกิจด้วยใจที่แบ่งปันและเดินหน้าพร้อมกันกับกิจการเพื่อนบ้าน แม้ช้า แต่ชัวร์

“ส่วนความสุขของเราคือการรักษา เติบโต และพัฒนาที่ดินของคุณย่า” หลานย่าเล่าหัวใจสำคัญ

หุ่น ไร่ กา ไม่ได้มีตัวตนแค่ในประโยคที่คนพูดถึง ตาลและท้องนาบ้านคุณย่าพิสูจน์แล้วว่า สถานที่แห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ ผู้คน ชุมชน และจังหวัดพิษณุโลก สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ถึงขวบปีนี่ ‘เป็นปรากฏการณ์จริงๆ’

รีสอร์ตและคาเฟ่กลางทุ่งนาพิษณุโลก ที่ตั้งใจรักษาที่ดินผืนสุดท้ายของคุณย่าไปพร้อมๆ กับพัฒนาพื้นที่และนำความเจริญเข้ามาสู่ชุมชน

หุ่น ไร่ กา 

ที่ตั้ง : 99 ตำบลมะขามสูง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก 65000

คาเฟ่และร้านอาหารเปิดบริการทุกวัน เวลา 09.30 – 18.30 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เปิดเวลา 09.00 – 19.00 น.

โทรศัพท์ : 06 2927 5155

Facebook : หุ่น l ไร่ l กา

ภาพ : หุ่น ไร่ กา

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

สโรชา อินอิ่ม

Freelance photographer ชอบความอิสระ ชอบเดินทางท่องเที่ยว บันทึกความทรงจำผ่านภาพถ่าย

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load