The Cloud x การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

Sivatel Bangkok คือกรีนโฮเทลกลางป่าคอนกรีตย่านเพลินจิต

จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นจากอากงผู้มองกว้างของ หนิง-อลิสรา ศิวยาธร CEO คนปัจจุบัน ผู้เห็นโอกาสจากการท่องเที่ยวที่กำลังขยายตัวมากขึ้นเมื่อ 10 กว่าปีก่อน อาคารมิกซ์ยูสสูง 32 ชั้นใจกลางเมืองแบ่งเป็นสำนักงาน อพาร์ตเมนต์ และโรงแรม จึงเติบโตขึ้นแทนที่พักขนาดเล็ก ซึ่งเป็นธุรกิจเดิมของครอบครัวที่สร้างอยู่ก่อน

Sivatel โรงแรมรักษ์โลกกลางกรุงที่ตั้งใจให้ทุกการพักผ่อนมีส่วนช่วยให้โลกใบนี้ดีขึ้น

“อากงมองว่าธุรกิจท่องเที่ยวโรงแรมเป็นธุรกิจที่ทำลายสิ่งแวดล้อม การที่เราใช้ชีวิต ก็ต้องใช้ไฟ ใช้แอร์ ใช้ทรัพยากรธรรมชาติอยู่แล้ว ส่วนเรื่องของขยะ เรากินเยอะมันก็มีขยะเยอะ เขาก็มองว่านักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเมืองไทย ไม่ได้มาแค่ช้อปปิ้ง ยิ่งนักท่องเที่ยวเยอะ ยิ่งสร้างขยะ ยิ่งทำลายสิ่งแวดล้อม ในฐานะที่เราจะทำธุรกิจ ก็ควรจะทำแบบมีความรับผิดชอบ คำว่ากรีนเลยอยู่ในดีเอ็นเอของ Sivatel มาตั้งแต่ต้น” หนิงพาย้อนไปดูที่มาที่ไปเมื่อ 10 กว่าปีก่อน

แนวคิดเรื่องสิ่งแวดล้อมถูกวางให้เป็นเข็มทิศนำทางธุรกิจตั้งแต่ต้น 

Sivatel โรงแรมรักษ์โลกกลางกรุงที่ตั้งใจให้ทุกการพักผ่อนมีส่วนช่วยให้โลกใบนี้ดีขึ้น

เมื่อวันที่หนิง ทายาทรุ่นที่ 3 ได้รับคิวต้องเข้ามารับไม้ผลัด เป็นตัวแทนของครอบครัวพาธุรกิจนี้วิ่งต่อ จึงเป็นการทำงานที่ง่ายและไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรไปจากเจตนารมณ์เดิมของผู้บริหารรุ่นก่อนมากนัก

แต่สิ่งที่หัวเรือคนใหม่ลงมือปรุงให้ชัดเจนและลึกขึ้น คือ Brand Purpose หรือจุดมุ่งหมายของแบรนด์ จากโรงแรมที่มีแนวคิดประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สู่การเป็น Sustainable Boutique Hotel โรงแรมที่ใส่ใจความยั่งยืน เคารพต่อธรรมชาติในทุกกิจกรรม เช่น นำเสนออาหารปลอดภัยให้กับลูกค้า และเน้นการทำงานร่วมกับชุมชน รวมถึงการจัดการขยะภายในโรงแรม

The Cloud ได้มีโอกาสพูดคุยกับหนิงมาแล้วเมื่อเกือบ 3 ปีก่อน ถึงเคล็ดลับของการดำเนินธุรกิจ ตอนนั้นหนิงเพิ่งจบคอร์ส พอแล้วดี The Creator ได้ไม่นาน วันนี้น่าสนใจว่า Sivatel มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงใหม่ ดอกผลที่ได้รับผลิบานมากน้อยเพียงไร การลดขยะประเภทต่างๆ คืบหน้าไปถึงไหนแล้ว และเหตุใดโรงแรมใหญ่ใจกลางเมืองแบบนี้ถึงเลือกโน้มตัวให้อยู่ใกล้กับท้องถิ่นมากขึ้นเรื่อยๆ

ไปฟังด้วยกัน

Sivatel โรงแรมรักษ์โลกกลางกรุงที่ตั้งใจให้ทุกการพักผ่อนมีส่วนช่วยให้โลกใบนี้ดีขึ้น

จากชุมชนสู่คนเมือง

ข้าวกล้องและผักปลอดสารจากไร่รื่นรมย์ จังหวัดเชียงราย ข้าวหอมมะลิจากเกษตรกรทัพไทย จังหวัดสุรินทร์ หมูหลุมอินทรีย์จากฟาร์มในราชบุรี ไก่อารมณ์ดีที่เลี้ยงปล่อยตามธรรมชาติ จากแทนคุณ ออร์แกนิคฟาร์มที่นครปฐม ฯลฯ สังเกตว่าวัตถุดิบที่เป็นมิตรกับทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคเหล่านี้ ล้วนมาจากต่างภูมิภาค

หนิงเต็มใจให้โรงแรมกลางเมืองนี้เป็นพื้นที่สังสรรค์กันระหว่างชุมชนกับคนเมือง ร่นระยะทางจากฟาร์มทั่วไทยส่งตรงสู่กรุงเทพฯ เพื่อให้ลูกค้าได้เข้าถึงอาหารที่ดีต่อสุขภาพได้ง่ายขึ้น 

“จริงๆ ต้องบอกว่านี่คือสิ่งที่ธุรกิจใช้เวลาทำงานมาสองสามปีแล้ว ซึ่งหลังจากนี้เป็นเวลาที่เราต้องการสื่อสาร เพราะคนคิดว่าออร์แกนิกจะเป็นแค่เรื่อง Healthy แต่สำหรับเรามันคือ Safety ด้วย อย่างข้าวกะเพรา เราใช้ข้าวออร์แกนิก หมูหลุมอินทรีย์ ไข่ไก่จากแทนคุณ ออร์แกนิคฟาร์ม ส่วนกะเพราก็ปลูกเอง ในที่นี้คือปลอดสารเคมีแล้ว เป็นออร์แกนิกแล้ว มันคือเมนูที่เรากินได้ทุกวันในชีวิตประจำวัน” หนิงยกตัวอย่างเมนูง่ายๆ ที่หากินได้ทั่วไป แต่ยากที่จะมีใครทำโดยเลือกใช้วัตถุดิบอินทรีย์ทุกองค์ประกอบในจาน

Sivatel โรงแรมรักษ์โลกกลางกรุงที่ตั้งใจให้ทุกการพักผ่อนมีส่วนช่วยให้โลกใบนี้ดีขึ้น

จากที่เคยเห็นมา สรรพสินค้าใดๆ เมื่อมีออร์แกนิกต่อท้าย ราคาของผลิตภัณฑ์นั้นก็จะสูงตามไปด้วย หนิงไม่ปฏิเสธในจุดนี้ แต่ชวนเราคิดตามว่า ด้วยคุณภาพของวัตถุดิบออร์แกนิก จึงทำให้ปริมาณการใช้น้อยลงกว่าของตามท้องตลาด สุดท้ายเมื่อนำมาคิดค่าใช้จ่ายก็ถือว่าราคาสูงกว่ากันไม่มากนัก แถมยังได้ออกมาเป็นอาหารที่ปลอดภัยกับคนกิน และสิ่งที่เราคิดไม่ถึง คือบางอย่างยังมีการสูญเสียอาหาร (Food Loss) น้อยกว่าด้วย 

“อย่างหมูปกติมีไขมัน ต้องตัดแต่งทิ้ง แต่หมูของพี่สุพจน์ (หมูหลุม G-Pork Farm) มีไขมันน้อย ไม่ต้องตัดแต่ง เราใช้เนื้อได้เต็ม ตอนรับเข้ามาราคาสูงกว่า แต่พอมาคิดตอนสิ้นเดือน ต้องบวก Food Loss กลับไป ราคาก็พอๆ กัน”

ก่อนจะเสิร์ฟอาหารให้กับลูกค้า สิ่งหนึ่งที่หนิงเน้นเป็นพิเศษ คือการลงไปดูพื้นที่จริงถึงฟาร์ม เพื่อทำความรู้จักถึงที่มาที่ไปของวัตถุดิบ พาทีมงานฝ่ายต่างๆ ในโรงแรมติดสอยห้อยตามไปด้วยกัน เพื่อซึมซับและทำความเข้าใจกับวิถีอินทรีย์มากขึ้น ซึ่งนี่เป็นส่วนหนึ่งของการทำงานอย่างใส่ใจ เพื่อเสาะหาและคัดสรรผลผลิตออร์แกนิกจากทั่วประเทศมายังโรงแรมกลางกรุงนี้ ผ่านเงื่อนไข 2 ข้อ คือ รสชาติถูกปากและถูกใจแนวคิดของเกษตรกรที่ได้ไปพูดคุยด้วย

โรงแรมห้าดาวย่านเพลินจิตที่มีแนวคิดความยั่งยืน เสิร์ฟอาหารออร์แกนิกจากเกษตรกรวิถีอินทรีย์ทั่วไทย และวางเป้าหมายจัดการขยะจนเหลือศูนย์ให้ได้ภายในอีกไม่กี่ปี
โรงแรมห้าดาวย่านเพลินจิตที่มีแนวคิดความยั่งยืน เสิร์ฟอาหารออร์แกนิกจากเกษตรกรวิถีอินทรีย์ทั่วไทย และวางเป้าหมายจัดการขยะจนเหลือศูนย์ให้ได้ภายในอีกไม่กี่ปี

“Sivatel เน้นการรู้จักเกษตรกร เน้นการดูทัศนคติ ดูความตั้งใจ ดูการเชื่อมโยงกับชุมชน เพราะเราเชื่อว่าถ้าเริ่มต้นจากคนที่ทำด้วยแพสชัน ด้วยความตั้งใจ เขาจะไม่โกงเรา” หนิงอธิบายเพิ่มถึงวิธีการทำงาน

ความน่ารักของที่นี่ คือเมื่อเราเปิดรายการอาหารของโรงแรม สิ่งแรกที่เจอกลับไม่ใช่หน้าอาหารแนะนำประจำร้าน หรือของกินเล่นเรียกน้ำย่อย แต่กลับเป็นข้อมูลของเกษตรกร และผลผลิตประจำฟาร์มที่เราคัดสรรมาปรุงเป็นอาหาร เพื่อให้ลูกค้าได้ทำความรู้จักโปรไฟล์ของเกษตรกรเจ้าของวัตถุดิบไปด้วย

“เราใช้วัตถุดิบออร์แกนิก ทุกอย่างคือชีวิตของเกษตรกร คือชีวิตของชาวประมง คนเลี้ยงสัตว์ เลี้ยงไก่ เราต้องกินแบบเคารพธรรมชาติ สุดท้ายแล้ว เราอยากบอกผู้คนว่า โลกกำลังจะแตกนะ อุณหภูมิโลกเพิ่มไปเท่าไหร่แล้ว

“เมื่อมาที่นี่ คุณจะได้กินอยู่แบบเคารพธรรมชาติ เราจะจัดสิ่งที่อร่อยและดีงามจากวัตถุดิบออร์แกนิก ซึ่งทั้งอร่อยและปลอดภัย ทำมาด้วยความตั้งใจของเกษตรกร ฉะนั้น เราควรใช้ ควรกินอย่างเคารพ กินแบบพอดี เพื่อจะกลับไปช่วยสนับสนุนชุมชนให้อยู่ได้ ให้เขามีชีวิตที่ดีขึ้น และเคารพธรรมชาติที่กำลังจะแย่ เราเป็นแบรนด์สำหรับคนที่อยากให้การกินอยู่ของคนมีความหมายกับคนอื่นด้วย ไม่ใช่แค่กับตัวเอง” หนิงเฉลยถึงความตั้งใจจริง

อยู่อย่างไร้พลาสติก

แม้จะเห็นว่าตึกสูงกว่า 30 ชั้น แต่ Sivatel มีห้องพักทั้งหมดเพียง 75 ห้อง ซึ่งเป็นห้องสวีตทั้งหมด โดยกลุ่มลูกค้าที่วางไว้ในตอนแรกคือนักธุรกิจ ด้วยเหตุผลใหญ่ คือทำเลที่ตั้งอยู่ในพื้นที่สำคัญกลางเมือง

เมื่อหน้าที่เปลี่ยนมือมาสู่อีกรุ่น หนิงสังเกตเห็นว่า ถึงเป้าหมายหลักจะเป็นนักธุรกิจ แต่ด้วยขนาดของห้องที่ใหญ่มาก แบ่งออกเป็นส่วนห้องนอนและรับแขกด้านหน้า สิ่งนี้ไม่สัมพันธ์กับกิจวัตรของกลุ่มเป้าหมาย หนำซ้ำแขกส่วนใหญ่ที่พบเจอ กลับเป็นครอบครัวที่มาพักผ่อนแบบสบายๆ ใช้เวลากับการช้อปปิ้ง ว่ายน้ำ ฯลฯ 

เธอจึงปรับแนวทางของแบรนด์เสียใหม่ และรีโนเวตห้องพักด้วยในคราวเดียวกัน

โรงแรมห้าดาวย่านเพลินจิตที่มีแนวคิดความยั่งยืน เสิร์ฟอาหารออร์แกนิกจากเกษตรกรวิถีอินทรีย์ทั่วไทย และวางเป้าหมายจัดการขยะจนเหลือศูนย์ให้ได้ภายในอีกไม่กี่ปี
โรงแรมห้าดาวย่านเพลินจิตที่มีแนวคิดความยั่งยืน เสิร์ฟอาหารออร์แกนิกจากเกษตรกรวิถีอินทรีย์ทั่วไทย และวางเป้าหมายจัดการขยะจนเหลือศูนย์ให้ได้ภายในอีกไม่กี่ปี

ห้องพักแบ่งเป็น 8 แบบที่แตกต่างกันตามขนาดพื้นที่ มีชื่อเรียกเป็นดอกไม้ชนิดต่างๆ แสดงออกผ่านการตกแต่งภายในห้อง โดยมีแรงบันดาลใจจากกระเบื้องโมเสกที่ประดับประดาสถาปัตยกรรมของวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม 

ข้าวของเครื่องใช้ภายในห้อง หนิงเลือกนำเสนอความใกล้ชิดกับธรรมชาติและท้องถิ่นให้กับแขกที่เข้าพัก อาทิ เฟอร์นิเจอร์เครื่องสานจากเตยปาหนัน หัตถกรรมขึ้นชื่อของภาคใต้ ส่วนเสื่อปูพื้นห้องก็ทำจากเส้นใยผักตบชวา ขณะที่อุปกรณ์ภายในห้องน้ำทั้งหมด ก็เลือกใช้แบรนด์รักษ์สิ่งแวดล้อมอย่าง Hug Organic โดยเปลี่ยนจากขวดพลาสติกเล็กๆ ที่พบได้ตามโรงแรมเป็นขวดปั๊มแบบรีฟิล ขวดน้ำดื่มที่เป็นพลาสติกก็ใช้เป็นขวดแก้วทั้งหมด และปลอดหลอดพลาสติกด้วย

โรงแรมห้าดาวย่านเพลินจิตที่มีแนวคิดความยั่งยืน เสิร์ฟอาหารออร์แกนิกจากเกษตรกรวิถีอินทรีย์ทั่วไทย และวางเป้าหมายจัดการขยะจนเหลือศูนย์ให้ได้ภายในอีกไม่กี่ปี
โรงแรมห้าดาวย่านเพลินจิตที่มีแนวคิดความยั่งยืน เสิร์ฟอาหารออร์แกนิกจากเกษตรกรวิถีอินทรีย์ทั่วไทย และวางเป้าหมายจัดการขยะจนเหลือศูนย์ให้ได้ภายในอีกไม่กี่ปี

“เราเลิกใช้ขวดพลาสติกแล้วเปลี่ยนมาเป็นขวดแก้ว ขยะขวดพลาสติกก็หายไปเกือบปีละสองแสนใบ เราเปลี่ยนสิ่งอำนวยความสะดวกในห้องน้ำ จากขวดเล็กๆ มีตราโรงแรม เปลี่ยนมาเป็นขวดปั๊ม ทำให้ค่าใช้จ่ายถูกลง เพราะเราไม่ต้องไปทำเฮาส์แบรนด์ ไม่ต้องมีออร์เดอร์ขั้นต่ำ ไม่ต้องนับสต็อก ทำแบบนี้ขยะขวดพลาสติกที่เป็นขวดแชมพูหายไปปีละแสนสอง แล้วในห้องพักก็ไม่มีหลอดให้ ลูกค้าไม่ได้มีปัญหาอะไร ปีหนึ่งขยะหลอดพลาสติกหายไปเกือบๆ ประมาณแสนหลอด ขยะพลาสติกมันก็ค่อยๆ ลดลง” ผู้บริหารตรงหน้าเล่าถึงความสำเร็จ

ปัจจุบันการคัดแยกและบันทึกน้ำหนักขยะที่ทำกันทุกเดือนของชาว Sivatel บ่งบอกชัดว่าตัวเลขของขยะประเภท Single Use Plastic ลดลงได้แล้วแทบจะ 100 เปอร์เซ็นต์

กินอย่างเคารพธรรมชาติ

จากข้อมูลเมื่อปีที่ผ่านมา ประเทศไทยอยู่ในภาวะที่ต้องเผชิญกับขยะจำนวนมากถึงประมาณ 28 ล้านตัน เป็นขยะตกค้างที่ไม่สามารถกำจัดได้ 5.8 ล้านตัน และเป็นขยะเศษอาหารหรือ Food Waste สูงถึง 4 ล้านตัน คิดโดยประมาณเป็นร้อยละ 60 ของขยะที่กำจัดไม่ได้

ภาคอุตสาหกรรมโรงแรมและการท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในผู้ที่ไม่อาจปัดความรับผิดชอบปัญหาดังกล่าว หนิงตระหนักในข้อนี้ดี นี่จึงเป็นที่มาของสารพัดวิธีการลดขยะเศษอาหาร ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเกิดขึ้นจากภายในครัวของโรงแรม

เชฟเอ้-สิทธิโชค เงินฉลาด Executive Chef ของ Sivatel คือหัวแรงสำคัญในการทำให้ความฝันของหนิงเป็นรูปเป็นร่างและจับต้องได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม น่าสนใจมากว่าปลายทางของขยะเศษอาหารที่เกิดขึ้นภายในโรงแรมใจกลางเมืองนี้ไม่ได้ไปสู่ถังขยะหรือหลุมฝังกลบ แต่ผ่านการวางแผนอย่างจริงจังจนแทบจะไม่เหลือส่วนที่ต้องทิ้งไปโดยไร้ค่า เมื่อวัตถุดิบส่งเข้ามาที่ครัว ก็เป็นหน้าที่ของเชฟเอ้ที่ต้องมองข้ามไปอีกขั้นว่าวัตถุดิบต่างๆ เหล่านี้ นำไปทำอะไรเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดประโยชน์ได้บ้าง

โรงแรมห้าดาวย่านเพลินจิตที่มีแนวคิดความยั่งยืน เสิร์ฟอาหารออร์แกนิกจากเกษตรกรวิถีอินทรีย์ทั่วไทย และวางเป้าหมายจัดการขยะจนเหลือศูนย์ให้ได้ภายในอีกไม่กี่ปี

เริ่มจากเศษผักโรยหน้าอย่างต้นหอม ขึ้นฉ่าย นำไปตากแห้งแล้วโรยเกลือ แปลงโฉมเป็นผงชูรสจากธรรมชาติที่ดีกับสุขภาพ ส่วนเศษเนื้อสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นหัวปลาและโครงไก่ จับหยิบใส่หม้อก็ได้เป็นหัวเชื้อของน้ำสต๊อกที่ใช้ปรุงสารพัดเมนูต้มในครัว 

หรือแม้แต่กระดูกของปลาแซลมอน เศษอาหารที่ฟังแล้วอาจมืดแปดด้านว่าจะนำไปทำอะไรได้นอกจากโยนลงถัง เชฟมองเห็นค่าของเนื้อปลาที่ซ่อนอยู่ โดยเอากระดูกไปอบแบบฮาล์ฟคุก เพื่อให้เนื้อร่อนออกง่ายขึ้น ก่อนนำเนื้อที่ได้ไปทำเป็นข้าวผัดปลาแซลมอนหรือยำปลาแซลมอนตะไคร้ก็ได้ โดยวิธีนี้เชฟเอ้บอกกับเราว่าปลาแซลมอนน้ำหนัก 5 กิโลกรัม เลาะเนื้อเล็กๆ ที่ถูกมองข้ามนี้ออกมาได้มากถึงเกือบ 2 กิโลกรัม

หนิงช่วยยกตัวอย่างให้ฟังอีกว่า อย่างเมนูผัดไทยกุ้งสด ที่นี่เลือกปอกเปลือกและหัวกุ้งออกตั้งแต่ก่อนเสิร์ฟ แล้วนำส่วนเกินที่ว่าไปเจียวเป็นมันกุ้ง รอใช้ปรุงกับอาหารอื่นๆ เช่น ล็อบสเตอร์บิตและข้าวต้มกุ้ง เพื่อที่แขกก็จะได้ไม่ต้องทิ้งเปลือกกุ้งเป็นขยะ แถมยังสะดวกตอนกินด้วย

โรงแรมห้าดาวย่านเพลินจิตที่มีแนวคิดความยั่งยืน เสิร์ฟอาหารออร์แกนิกจากเกษตรกรวิถีอินทรีย์ทั่วไทย และวางเป้าหมายจัดการขยะจนเหลือศูนย์ให้ได้ภายในอีกไม่กี่ปี

อีกวิธีที่น่าสนใจ คือการดีไซน์เมนูอาหารต่างๆ ทั้งในมื้ออาหารเช้าและร้านอาหารของโรงแรม ให้ออกมาเป็นสารพัดเมนูที่ใช้วัตถุดิบอย่างคุ้มค่า เหลือเป็นขยะเศษอาหารให้น้อยที่สุด อย่างเมนูสเต๊กพอร์กชอปที่มีกระดูกติดมา จะดีกว่าไหมหากเลือกนำเสนอเป็นเนื้อส่วนอื่น เช่น สันในที่ไม่ทำให้เกิดขยะส่วนเกินมากขึ้น นอกจากนี้ ในรายการอาหารของที่นี่ยังไม่มีเมนูที่ทำจากหอยทุกชนิด เพราะว่าเปลือกหอยถือเป็นหนึ่งในขยะที่นำไปเพิ่มมูลค่าได้ยาก และสุดท้ายก็จำเป็นที่จะต้องทิ้งโดยเปล่าประโยชน์

จะว่าไปแล้ว แทบทุกอย่างดูง่ายดายจนน่าจดกลับไปลองทำเองที่บ้าน

จุดเริ่มต้นใหม่หลังเส้นชัย

ในวันนี้ ด้วยวิธีการต่างๆ ที่ Sivatel ได้เริ่มนำร่องทำมา ลดปริมาณขยะเศษอาหารจากครัวไปได้เยอะ แม้จะมีบางส่วนที่ยังเหลืออยู่ และนำไปแปรรูปหรือปรุงเป็นเมนูอื่นไม่ได้ แต่ทางหนึ่งเศษอาหารเหล่านี้จะย้อนกลับไปเลี้ยงหมูในฟาร์มเครือข่ายเกษตรกร ในอีกทางก็จะนำไปให้หนอนแมลงวันลายที่เลี้ยงไว้คอยเป็นผู้ช่วยย่อยสลาย แล้วจึงส่งไปให้ฟาร์มไก่ออร์แกนิกได้ใช้เป็นตัวบำรุงโปรตีนโดยไม่คิดสตางค์ เป็นน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ที่โรงแรมมีส่วนช่วยลดต้นทุนให้กับเกษตรกร ซึ่งนอกจากไข่ไก่คุณภาพแล้ว ผลพลอยได้คือราคาไข่ไก่ที่กลับมาก็จะถูกลงด้วย 

“ขยะเศษอาหารคือกลุ่มสุดท้ายที่เหลืออยู่ ห้าปีนี้ โรงแรมลดขยะทั้งหมดไปถึงประมาณเจ็ดสิบถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์ ขยะอาหารก็ลดมาประมาณเจ็ดสิบห้าเปอร์เซ็นต์แล้ว จากที่เราเคยอยู่เดือนละประมาณสามพันกิโลกรัม ตอนนี้เพราะโควิด-19 ด้วย เลยเหลือประมาณเจ็ดถึงแปดร้อยกิโลกรัม ก็คือประมาณห้าสิบถึงหกสิบเปอร์เซ็นต์ที่เราเหลืออยู่ เราจึงให้ความสำคัญมาก เพราะขยะพลาสติกไม่มีแล้ว” หนิงอธิบายถึงเส้นชัยที่ใกล้ถึงเข้าไปทุกที

เป้าหมายในการทำงานเพื่อลดขยะประเภทต่างๆ ภายใต้การนำของหนิงไม่ได้ทำเล่นๆ เพราะเธอกำลังชวนพนักงานก้าวไปพร้อมกัน ไม่ช้า ไม่เร็ว เพียงปีละ 1 ก้าวแต่สำคัญ

ภายในปีหน้า Sivatel จะก้าวไปเป็นครัวที่ปลอดขยะเศษอาหารทั้งหมด, ปีถัดมาร้านอาหารของโรงแรมจะเป็น Zero Waste Restaurant, ค.ศ. 2024 ทั้งโรงแรมจะกลายเป็นพื้นที่ปลอดขยะทุกชนิด และในที่สุดเมื่อเข้าสู่ขวบปีที่ 5 ของโครงการนี้ หนิงมองว่าระบบที่วางไว้จะเริ่มเข้าที่เข้าทาง วันนั้นเธอวางให้ที่นี่เป็น Learning Center เกี่ยวกับการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะ

Sivatel โรงแรมรักษ์โลกย่านเพลินจิตที่ตั้งใจให้ทุกการพักผ่อนมีส่วนช่วยให้โลกใบนี้

สุขบนความยั่งยืน

ขณะที่บรรยากาศกว่าค่อนโลกยังคงซึมจากโควิด-19 ประเทศไทยที่พึ่งพาธุรกิจท่องเที่ยวเป็นหลักประสบปัญหานี้เข้าอย่างจัง แม้แนวทางของโรงแรมที่วางไว้อย่างแน่วแน่ จะประคับประคองให้ไม่บอบช้ำมากนักในสถานการณ์ตอนนี้

แต่ความหวังว่าจะกลับมาเปิดต้อนรับผู้มาเยือนจากต่างประเทศ ก็พังทลายให้ใจปิ๋วแทบทุกไตรมาส 

วันนี้ผู้ประกอบการไม่น้อยยังคงสาละวนกับการแก้ไขปัญหาให้ธุรกิจของตัวเองลุกขึ้นเดินหน้าต่อ ในฐานะผู้บริหารซึ่งเจอปัญหาไม่ต่างกันเรียนรู้จากวิกฤตครั้งนี้ว่า นับจากนี้ธุรกิจโรงแรมคงหวังพึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติมากไม่ได้เหมือนแต่ก่อน เพราะสถานการณ์ปัจจุบันแสดงให้เห็นแล้วว่าสิ่งนี้ไม่ยั่งยืน 

เธอเชื่อว่าในอนาคต ผู้ประกอบการควรเน้นการสร้างแบรนด์ที่เป็นมิตรกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งน่าจะเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น เมื่อบ้านเมืองกลับมาหายใจหายคอได้คล่องกว่านี้

“เรื่องสิ่งแวดล้อม มีแต่ควรจะพูดให้ดังขึ้นเรื่อยๆ เป็นหนึ่งหัวข้อที่คนรุ่นใหม่อยากเห็น ในภาคธุรกิจเองเรามองว่าคุณทำไปเถอะ มันมีแต่จะเป็นภาพลักษณ์ที่ดีของแบรนด์ ถ้าคุณมี Mindset นะ มันเป็นธุรกิจที่มีส่วนทำให้เกิดสิ่งดีๆ กับชุมชน สังคม สิ่งแวดล้อม 

“ความจริงคือมันรอไม่ได้แล้ว ทุกคนต้องช่วยกัน แต่น้อยคนที่จะตระหนักไปถึงตรงนั้น แต่ที่แน่ๆ ความตระหนักขององค์กรต่างๆ หลังจากนี้จะมีมากขึ้น ของลูกค้าก็จะมีมากขึ้น ถ้าคุณรอให้ลูกค้ามาเยอะๆ แล้วค่อยทำ ตอนนั้นก็กลายเป็นผู้ตามแล้ว” หนิงฝากคำแนะนำให้สำหรับธุรกิจที่ริเริ่มเพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงตัวเอง

Sivatel โรงแรมรักษ์โลกย่านเพลินจิตที่ตั้งใจให้ทุกการพักผ่อนมีส่วนช่วยให้โลกใบนี้
Sivatel โรงแรมรักษ์โลกย่านเพลินจิตที่ตั้งใจให้ทุกการพักผ่อนมีส่วนช่วยให้โลกใบนี้

นอกจากนี้ สิ่งที่พวกเขากำลังทำอยู่ น่าจะเป็นโมเดลทางธุรกิจให้กับผู้ที่สนใจในจังหวัดอื่นๆ ได้เช่นกัน

“เราอยู่กลางเมือง อยากให้เห็นว่าเรายังทำได้ ถ้าเราอยู่ใจกลางเพลินจิตที่ที่ดินแพงสุดในกรุงเทพฯ เราทำสิ่งเหล่านี้ได้ ทั้งๆ ที่เราอยู่ห่างไกลจากเกษตรกรมากกว่า ถ้าคุณเป็นโรงแรมที่เชียงใหม่ ขอนแก่น หรืออัมพวา ซึ่งคุณอยู่ใกล้เกษตรกรและชุมชนมากกว่าเราเยอะ ถ้าสิ่งเหล่านี้เราทำได้ ใครๆ ก็ทำได้”

ความสุขของคนทำธุรกิจที่พัก อาจเป็นการเห็นแขกผู้มาเยือนอิ่มเอมใจกลับไป หรือบางคนอาจเป็นตัวเงินที่ทำรายได้ให้เป็นกอบเป็นกำ แต่การสร้างโรงแรมที่มีอัตลักษณ์ชัดเจนแบบนี้ มีความยาก ทั้งต้องลงแรงและค่าใช้จ่ายที่ต้องเสีย แล้วความสุขของผู้บริหาร Sivatel ในวันนี้คืออะไร-เราถาม

Sivatel โรงแรมรักษ์โลกย่านเพลินจิตที่ตั้งใจให้ทุกการพักผ่อนมีส่วนช่วยให้โลกใบนี้
Sivatel โรงแรมรักษ์โลกย่านเพลินจิตที่ตั้งใจให้ทุกการพักผ่อนมีส่วนช่วยให้โลกใบนี้

“เราภูมิใจที่ธุรกิจเรามีส่วนเกื้อกูลหลายๆ ชีวิต อย่างเอาแง่การทำงาน ก็คือน้องๆ พนักงานที่เขาฝากความหวัง ฝากชีวิตไว้กับเรา ส่วนสำหรับชุมชนคือกำลังใจ สิ่งที่ SME ต้องการมาก คือกำลังใจที่อยากจะได้ในการดำรงชีวิตอยู่ ชุมชนเขาก็มีกำลังใจ ว่าอย่างน้อยมีผู้ประกอบการเห็นคุณค่าในงานของเขา ที่เขาพยายามจะทำ ยังเห็นความหมายของสิ่งที่ชุมชน หรือเกษตรกรผลิต

“ในแง่สิ่งแวดล้อม เราก็เห็นว่าเรามีความสุขกับการทำธุรกิจแล้ว ซึ่งมีส่วนร่วมช่วยแก้ปัญหา ถึงแม้ว่าทุกคนอาจจะบอกว่า ทำองค์กรเดียวแล้วไม่เกิดผลหรอก แต่สิ่งที่เราคาดหวังมากกว่านั้นคือ ใครก็ตามที่มาอ่านเรื่องราวของที่นี่ หรือได้เข้ามาสัมผัส เรารู้สึกว่าเขาจะได้รับพลังบวก หรือได้แรงบันดาลใจบางอย่างกลับไป แค่นั้นเราก็รู้สึกว่างานที่ทำ มันมีความหมายกับผู้คน กับสังคม กับประเทศชาติ กับสิ่งแวดล้อมแล้ว 

“ถ้าเราเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นริเริ่ม หรือแม้แต่คิดจะเปลี่ยนอะไรบางอย่างในชีวิต เรารู้สึกว่ามันคงมีคนอีกคน หรือมีองค์กรหนึ่งที่เขากำลังเริ่มปักเมล็ดลงไปแล้ว” 

ทายาทรุ่นสามทิ้งท้ายถึงความสุขอย่างเรียบง่าย

Sivatel Bangkok Hotel

ที่ตั้ง : 53 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2309 5000

เว็บไซต์ : www.sivatelbangkok.com

Facebook : Sivatel Bangkok Hotel

Writer

พณิช ตั้งวิชิตฤกษ์

นักลองฝึกพิสูจน์อักษร ผู้แสร้งเป็นนักลองฝึกเขียน อดีตเป็นนักเรียนภาษา ผู้สนใจเป็นนักเรียนประวัติศาสตร์ศิลป์ รักในมวลรอบข้างที่ดี กาแฟ ชาเขียว และแมวเหมียว

Photographer

สิทธิพงษ์ ติยะวรากุล

ชอบถ่ายรูป แต่ชอบฟังนักเขียนขณะสัมภาษณ์มากกว่า

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

บ้านคะมะณา เป็นเกสต์เฮาส์ขนาดกะทัดรัดย่านหาดนาใต้ โดย เต๋า-ทรงพล ศักดาศักดิ์ สถาปนิกรุ่นใหม่ ผู้ตัดสินใจกลับไปปลุกบ้านเกิดของตัวเองให้มีชีวิตชีวา ผ่านงานสถาปัตยกรรมที่กลมกลืนกับชุมชนโคกกลอย

จากคนที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว มาเป็นเจ้าของเกสต์เฮาส์ขนาดย่อมในพื้นที่ทางผ่านของจังหวัดพังงา (เป็นทางผ่านไปเขาหลัก เสม็ดนางชี และจังหวัดภูเก็ต) แต่การอยู่ห่างจากสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ไม่ได้ทำให้ที่พักแห่งนี้เงียบเหงา เพราะการมานอนหย่อนใจที่นี่ มีดีทั้งบรรยากาศและผู้คน เรื่องอาหารการกินก็หรอยไม่แพ้กัน

Baan kamana จ.พังงา เปลี่ยนห้องแถว 60 ปี เป็นเกสต์เฮาส์น่ารักที่ทำให้โคกกลอยคึกคัก

บริบทแวดล้อมเดิมของโคกกลอยเคยเป็นศูนย์รวมของคนขุดเหมือง ที่มักไปขุดหาแร่แถบทะเล คนส่วนใหญ่เป็นชาวไทยเชื้อสายจีน มีห้องแถวที่ซอยห้องแบ่งให้เช่า หน้าตาละม้ายคล้ายเมืองภูเก็ตขนาดย่อม

สิ่งที่หนุ่มพังงาคนนี้กำลังทำ เขาพยายามหยิบหัวใจของชุมชนบ้านเกิด ทั้งวิถีชีวิตและสถาปัตยกรรมที่เขาเห็น เขาอยู่ และเขาเคยชิน มาทำให้ชุมชนเกิดความภูมิใจ พื้นที่เล็ก ๆ นี้ก็เก๋ เท่ มีเสน่ห์ ไม่แพ้พื้นที่ไหน ๆ

แพ็กกระเป๋าลงใต้ ไปนอนเมืองสวยในหุบเขากันสักคืนสองคืนนะพี่บ่าว สาวนุ้ย ลุย!

คะ-มะ-ณา ที่เกิดจากการเดินทาง

โปรเจกต์นี้เกิดจากความร่วมมือของพี่สาวและแรงสนับสนุนจากคนทั้งบ้าน เดิมทีบ้านหลังนี้เป็นห้องแถวของตระกูลคุณพ่อ มีขนาด 2 ชั้น ตัวบ้านอายุมากกว่า 60 ปี หน้ากว้างเกือบ 6 เมตร และถูกเปลี่ยนให้เป็นที่พักจำนวน 9 ห้อง คอร์ตกลางบ้านกลายเป็นพื้นที่ส่วนกลางสำหรับพบปะพูดคุยของผู้มาเยือนจากทั่วสารทิศ

เกสต์เฮาส์หลังนี้ เต๋านิยามการออกแบบว่า ‘ร้อนชื้นประยุกต์’ ด้วยความตั้งใจว่าอยากให้คุณพ่อและคุณแม่วัยเกษียณมีกิจกรรมทำยามว่าง และอยากเปลี่ยนพื้นที่ทำเลทางผ่านให้ไม่เป็นแค่ทางผ่านอีกต่อไป

Baan kamana จ.พังงา เปลี่ยนห้องแถว 60 ปี เป็นเกสต์เฮาส์น่ารักที่ทำให้โคกกลอยคึกคัก

การมีทำเลที่ตั้งอยู่นอกศูนย์กลางการท่องเที่ยวเป็นข้อเสียเปรียบของกิจการที่พัก ถ้าหากที่นี่ไม่ใช่จุดหมาย ก็เท่ากับว่าต้องสร้างบางอย่างขึ้นมา นี่เป็นแนวคิดแรกเริ่มในการปรับปรุงห้องแถวเก่าของครอบครัว เต๋ามุ่งหมายให้นักเดินทางมาเจอกันแบบตั้งใจ ไม่ใช่แค่ผ่านมาเจอ จึงเกิดเป็นชื่อบ้าน คะ-มะ-ณา

“คะมะณา มาจากคมนาคม เพราะคมนาคมคือการเดินทาง” เต๋ารวบรัดใจความสำคัญ

ร้อนชื้นประยุกต์

Baan kamana จ.พังงา เปลี่ยนห้องแถว 60 ปี เป็นเกสต์เฮาส์น่ารักที่ทำให้โคกกลอยคึกคัก

การออกแบบบ้านคะมะณาค่อนข้างอิงกับวิถีท้องถิ่น กลมกลืน ไม่ขาดและไม่เกิน หากถามว่าร้อนชื้นประยุกต์มีที่มาอย่างไร เต๋าเฉลยให้ฟังว่า ‘ร้อนชื้น’ มาจากสภาพภูมิอากาศของภาคใต้ ฝน 8 แดด 4 ส่วน ‘ประยุกต์’ เป็นการผสมผสานระหว่างความเป็นท้องถิ่นกับโครงสร้างการออกแบบร่วมสมัย หากใครไปพักคงสังเกตเห็น ‘เล่าเต๊ง’ ผสมอยู่กับดีไซน์ร่วมสมัยใหม่อย่างลงตัว เขานำไม้เก่าของบ้านหลังเดิมมาใช้ในการก่อสร้างด้วย เต๋าว่าเป็นไม้นาคบุตร มีเนื้อไม้สีแดง แข็งแรงทนทาน ปลวกเจาะไม่เข้า พี่บ่าวชาวใต้มักเอาไม้ชนิดนี้ไปทำด้ามพร้า

Baan kamana จ.พังงา เปลี่ยนห้องแถว 60 ปี เป็นเกสต์เฮาส์น่ารักที่ทำให้โคกกลอยคึกคัก
Baan kamana จ.พังงา เปลี่ยนห้องแถว 60 ปี เป็นเกสต์เฮาส์น่ารักที่ทำให้โคกกลอยคึกคัก

ส่วนห้องพักมีทั้งหมด 9 ห้อง รองรับตั้งแต่นักเดินทางคนเดียว นักเดินทางเป็นคู่ นักเดินทางเป็นครอบครัว หรือเหมาเกสต์เฮาส์ยกหลัง (รองรับสมาชิก 20 คน) ก็ทำได้ ภายในห้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นครบครัน

Baan kamana จ.พังงา เปลี่ยนห้องแถว 60 ปี เป็นเกสต์เฮาส์น่ารักที่ทำให้โคกกลอยคึกคัก
ภาพ : พราน มณีรัตน์

นอกจากรูปโฉมใหม่ สิ่งที่ยังเหลือไว้คือกลิ่นอายสถาปัตยกรรมของคนไทยเชื้อสายจีน บ้านคะมะณาจึงมี ‘ฉิ่มแจ้’ และ ‘จุ้ยตี๋’ พื้นที่โล่งกลางบ้านที่เคยมีบ่อเก็บน้ำและลานซักล้าง เพื่อให้แสงแดดส่องถึง บ้านไม่อับ ไล่ความชื้น สุขภาพความเป็นอยู่ของคนในบ้านดีขึ้น เพราะบ้านไม่ร้อนไป ไม่ชื้นไป เต๋าว่าเป็นการออกแบบจากประสบการณ์การอยู่บ้านจริง ๆ ของคนสมัยก่อน โดยคอร์ตพื้นที่ส่วนกลางมีขนาดใหญ่ เมื่อเทียบกับห้องพักขนาดกะทัดรัด 9 ห้อง ตามความตั้งใจของบ้านคะมะณา ที่อยากให้แขกออกมานั่งพบปะพูดคุย ทำกิจกรรมร่วมกัน ตอนนี้แขกที่ใช้คอร์ตยังมีแค่ 10 – 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่เต๋าตั้งใจถ่ายทอดไอเดียนี้จนกว่าพื้นที่ส่วนกลางจะคึกครื้นมีชีวิตชีวา

นอนเกสต์เฮาส์สุดอบอุ่นในบ้านสไตล์ไทย-จีน ย่านโคกกลอย-หาดนาใต้ จังหวัดพังงา หลงเสน่ห์ธรรมชาติ ผู้คน และฝน 8 แดด 4

Welcome Fruit

นอกจากส่วนกลางของเกสต์เฮาส์ที่เหมือนห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ บ้านคะมะณายังเตรียมพื้นที่ครัวไว้สำหรับแขกที่อยากทำอาหารเอง มีโต๊ะตัวยาวไว้นั่งทานอาหารด้วย ที่น่ารักมากคือ คุณแม่และคุณพ่อเตรียม ‘Welcome Fruit’ ผลไม้ไทยจากสวนไว้ต้อนรับ แขกไปใครมาก็ต้องประทับใจ นอกจากแสดงให้เห็นถึงความเป็นมิตรของเจ้าบ้าน ผลไม้ที่จัดไว้ต้อนรับยังเป็นผลไม้เจ้าถิ่นตามฤดูกาล อย่างเงาะและมังคุด รับรองกินกันแบบจุใจ!

“เราไม่รู้ว่าแขกจะชอบมั้ย แต่ตั้งไว้ทีไร ก็หมดทุกที” เต๋าเล่าความน่ารักของแขกด้วยเสียงหัวเราะ

นอนเกสต์เฮาส์สุดอบอุ่นในบ้านสไตล์ไทย-จีน ย่านโคกกลอย-หาดนาใต้ จังหวัดพังงา หลงเสน่ห์ธรรมชาติ ผู้คน และฝน 8 แดด 4
นอนเกสต์เฮาส์สุดอบอุ่นในบ้านสไตล์ไทย-จีน ย่านโคกกลอย-หาดนาใต้ จังหวัดพังงา หลงเสน่ห์ธรรมชาติ ผู้คน และฝน 8 แดด 4

ลูกค้าของที่นี่เป็นชาวต่างชาติ Welcome Fruit จึงดึงดูดความสนใจจากผู้มาเยือนไม่น้อย ชิมแล้วอร่อยถูกใจก็หาซื้อมากินตาม ๆ กัน ตะกร้าผลไม้เล็ก ๆ นี้นอกจากช่วยอุดหนุนชาวบ้าน ยังเกิดการขับเคลื่อนในชุมชนด้วย

ไม่เพียงแค่ผลไม้ที่เจ้าบ้านคัดสรร ขนมนมเนยก็ไม่เคยขาด ทุกครั้งที่จ่ายตลาด คุณแม่ของเต๋ามักมีขนมติดไม้ติดมือมาวางบนโต๊ะเสมอ ชวนให้รู้สึกถึงความกันเองเหมือนอยู่บ้าน หากจะพูดว่าการมาพักผ่อนในบ้านหลังนี้เปรียบเสมือนการมาหาเพื่อนสนิทก็คงไม่ผิดนัก เพราะที่นี่ต้อนรับทุกคนอย่างดี เหมือนลูกหลานที่กลับมาเยี่ยมบ้าน

อาหารเช้าจากชุมชน

หนุ่มพังงาเล่าวิถีฉบับพังงาให้เราฟังว่า คนที่นี่ตื่นเช้ามาต้องกินขนมจีน ไม่ก็ติ่มซำ ส่วนกลางวันกินเมนูง่าย ๆ ตกเย็นก็ล้อมวงทำกับข้าว น้ำชุบหยำ แกงส้ม ปลาทอด ลูกเนียง ลูกตอ อย่าให้ขาด พอตกดึกวัยคึกคักก็ชวนกันไปประจำการที่ร้านน้ำชาละแวกบ้าน สั่งโรตีกรอบ ๆ คู่กับชาร้อน ๆ เคล้าบทสนทนา พอได้ที่ก็แหลงกันหนุกหนัด!

เมื่อมีของดีล้อมรอบขนาดนี้ บ้านคะมะณาเลยอยากให้แขกออกไปสัมผัสวิถีชีวิตฉบับพังงา อุดหนุนร้านค้าชุมชน ลองนึกภาพว่า ตื่นเช้าไปกินติ่มซำ ตอนเย็นไปแฮงก์เอาต์กันที่ร้านน้ำชา แค่นี้ก็เป็นการพักผ่อนที่คุ้มค่าแล้ว

นอนเกสต์เฮาส์สุดอบอุ่นในบ้านสไตล์ไทย-จีน ย่านโคกกลอย-หาดนาใต้ จังหวัดพังงา หลงเสน่ห์ธรรมชาติ ผู้คน และฝน 8 แดด 4

“เราไม่ได้มองเกสต์เฮาส์นี้เป็นแค่ธุรกิจ ถ้าเราอยู่ได้ แต่ร้านรอบข้างอยู่ไม่ได้ ชุมชนอยู่ไม่ได้ มันก็เท่านั้น”

บ้านคะมะณาตั้งใจกระจายรายได้ให้คนในชุมชนไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง การที่คนมาพักออกไปจับจ่ายสินค้าย่านนั้น นับเป็นหนึ่งในหมุดหมายของเต๋า เพราะเกสต์เฮาส์หลังนี้ไม่อยากเติบโตเพียงลำพังโดยปราศจากมิตรสหาย แต่อยากเติบโตไปพร้อม ๆ กับลุง ป้า น้า อา ผู้เป็นเจ้าของร้านรวงขนาดจิ๋วในละแวกโคกกลอยด้วย

อีกเหตุผลในการทำโรงแรม เต๋าอยากให้ที่นี่เป็นหนึ่งในตัวเลือกให้กับนักเดินทาง การันตีว่านอนอุ่น กินอิ่ม ในราคาสบายกระเป๋า เขาจะดีใจมาก ๆ หากที่พักแห่งนี้เป็นมิตรกับผู้คน ชุมชน และนักเดินทาง

โคกกลอยที่มีลมหายใจ

บ้านเกิดในมุมมองของเต๋าคือความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ หน้าร้อนทะเลสวย หน้าฝนต้นไม้เขียวชอุ่ม เต๋าออกปากชวนและกาดอกจันให้เรามาเที่ยวทะเลช่วงหน้าฝน จะได้สัมผัสกับความสดชื่นของพังงาอีกรูปแบบหนึ่ง

นอนเกสต์เฮาส์สุดอบอุ่นในบ้านสไตล์ไทย-จีน ย่านโคกกลอย-หาดนาใต้ จังหวัดพังงา หลงเสน่ห์ธรรมชาติ ผู้คน และฝน 8 แดด 4

หากถามว่าสถาปนิกที่หลงรักการท่องเที่ยวหันมาทำกิจการที่พักได้อย่างไร ก็คงเพราะ

“เราไม่อยากเห็นเมืองตายไป โดยไม่มีใครเข้ามาทำอะไรเลย เราลองเปิดประตูแง้ม ๆ เอาไว้ เผื่อมีคนกลับบ้านมาทำโปรเจกต์สนุก ๆ เราว่าการเกิดขึ้นของบ้านคะมะณาอาจช่วยได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ถ้ามีคนเข้ามา มันเกิดกิจกรรม เกิดงาน เกิดรายได้ แค่นั้นก็พอจะทำให้เมืองมีลมหายใจขึ้นมาบ้าง เราอยากเห็นเมืองยังมีชีวิต”

บ้านคะมะณาเป็นจุดเริ่มต้นให้คนอยากกลับบ้านเห็นโอกาสในบ้านเกิดและเป็นโอกาสสำคัญให้ท้องถิ่นเติบโต จากการมีอยู่ของกิจการเล็ก ๆ แห่งนี้, อนาคต เต๋าหวังว่าจะมีกิจการจากเพื่อนใหม่ที่กลับมาพัฒนาบ้านเกิดมากขึ้น

Baan kamana จ.พังงา เปลี่ยนห้องแถว 60 ปี เป็นเกสต์เฮาส์น่ารักที่ทำให้โคกกลอยคึกคัก
ภาพ : พราน มณีรัตน์

ก่อนบอกลากัน เต๋าทิ้งท้ายกับเราถึง ‘พังงา’ ไว้ว่า

“พังงา ถ้ารู้จักแล้วจะสนุก สนุกกับการดื่มด่ำธรรมชาติ ได้รีชาร์จพลังจากวันที่เหนื่อยล้า ถ้าอยากสัมผัสวิถีชุมชนไปพร้อม ๆ กับการพักผ่อน บ้านคะมะณายินดีต้อนรับเสมอ พร้อมตะกร้าผลไม้สด ๆ และขนมอร่อย ๆ”

นี่คือคำเชิญชวนที่จริงใจที่สุดจากเจ้าบ้าน, แล้วทำไมจะไม่ตกหลุมรักบ้านคะมะณา

Baan kamana

ที่ตั้ง : เลขที่ 1/1 ถนนเพชรเกษม ตำบลโคกกลอย อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 7278 8877

Facebook : Baan kamana

Writer

ชัชชญา แสงสาคร

นักเขียนที่ชอบเที่ยวเชียงใหม่และรักแมวส้มเป็นชีวิตจิตใจ

Photographer

ปฐมพร รุยันต์

ช่างภาพอิสระชาวตะกั่วป่า หลงรักการโต้คลื่นและการท่องเที่ยวไม่น้อยไปกว่าการถ่ายภาพ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load