The Cloud x การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

Sivatel Bangkok คือกรีนโฮเทลกลางป่าคอนกรีตย่านเพลินจิต

จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นจากอากงผู้มองกว้างของ หนิง-อลิสรา ศิวยาธร CEO คนปัจจุบัน ผู้เห็นโอกาสจากการท่องเที่ยวที่กำลังขยายตัวมากขึ้นเมื่อ 10 กว่าปีก่อน อาคารมิกซ์ยูสสูง 32 ชั้นใจกลางเมืองแบ่งเป็นสำนักงาน อพาร์ตเมนต์ และโรงแรม จึงเติบโตขึ้นแทนที่พักขนาดเล็ก ซึ่งเป็นธุรกิจเดิมของครอบครัวที่สร้างอยู่ก่อน

Sivatel โรงแรมรักษ์โลกกลางกรุงที่ตั้งใจให้ทุกการพักผ่อนมีส่วนช่วยให้โลกใบนี้ดีขึ้น

“อากงมองว่าธุรกิจท่องเที่ยวโรงแรมเป็นธุรกิจที่ทำลายสิ่งแวดล้อม การที่เราใช้ชีวิต ก็ต้องใช้ไฟ ใช้แอร์ ใช้ทรัพยากรธรรมชาติอยู่แล้ว ส่วนเรื่องของขยะ เรากินเยอะมันก็มีขยะเยอะ เขาก็มองว่านักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเมืองไทย ไม่ได้มาแค่ช้อปปิ้ง ยิ่งนักท่องเที่ยวเยอะ ยิ่งสร้างขยะ ยิ่งทำลายสิ่งแวดล้อม ในฐานะที่เราจะทำธุรกิจ ก็ควรจะทำแบบมีความรับผิดชอบ คำว่ากรีนเลยอยู่ในดีเอ็นเอของ Sivatel มาตั้งแต่ต้น” หนิงพาย้อนไปดูที่มาที่ไปเมื่อ 10 กว่าปีก่อน

แนวคิดเรื่องสิ่งแวดล้อมถูกวางให้เป็นเข็มทิศนำทางธุรกิจตั้งแต่ต้น 

Sivatel โรงแรมรักษ์โลกกลางกรุงที่ตั้งใจให้ทุกการพักผ่อนมีส่วนช่วยให้โลกใบนี้ดีขึ้น

เมื่อวันที่หนิง ทายาทรุ่นที่ 3 ได้รับคิวต้องเข้ามารับไม้ผลัด เป็นตัวแทนของครอบครัวพาธุรกิจนี้วิ่งต่อ จึงเป็นการทำงานที่ง่ายและไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรไปจากเจตนารมณ์เดิมของผู้บริหารรุ่นก่อนมากนัก

แต่สิ่งที่หัวเรือคนใหม่ลงมือปรุงให้ชัดเจนและลึกขึ้น คือ Brand Purpose หรือจุดมุ่งหมายของแบรนด์ จากโรงแรมที่มีแนวคิดประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สู่การเป็น Sustainable Boutique Hotel โรงแรมที่ใส่ใจความยั่งยืน เคารพต่อธรรมชาติในทุกกิจกรรม เช่น นำเสนออาหารปลอดภัยให้กับลูกค้า และเน้นการทำงานร่วมกับชุมชน รวมถึงการจัดการขยะภายในโรงแรม

The Cloud ได้มีโอกาสพูดคุยกับหนิงมาแล้วเมื่อเกือบ 3 ปีก่อน ถึงเคล็ดลับของการดำเนินธุรกิจ ตอนนั้นหนิงเพิ่งจบคอร์ส พอแล้วดี The Creator ได้ไม่นาน วันนี้น่าสนใจว่า Sivatel มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงใหม่ ดอกผลที่ได้รับผลิบานมากน้อยเพียงไร การลดขยะประเภทต่างๆ คืบหน้าไปถึงไหนแล้ว และเหตุใดโรงแรมใหญ่ใจกลางเมืองแบบนี้ถึงเลือกโน้มตัวให้อยู่ใกล้กับท้องถิ่นมากขึ้นเรื่อยๆ

ไปฟังด้วยกัน

Sivatel โรงแรมรักษ์โลกกลางกรุงที่ตั้งใจให้ทุกการพักผ่อนมีส่วนช่วยให้โลกใบนี้ดีขึ้น

จากชุมชนสู่คนเมือง

ข้าวกล้องและผักปลอดสารจากไร่รื่นรมย์ จังหวัดเชียงราย ข้าวหอมมะลิจากเกษตรกรทัพไทย จังหวัดสุรินทร์ หมูหลุมอินทรีย์จากฟาร์มในราชบุรี ไก่อารมณ์ดีที่เลี้ยงปล่อยตามธรรมชาติ จากแทนคุณ ออร์แกนิคฟาร์มที่นครปฐม ฯลฯ สังเกตว่าวัตถุดิบที่เป็นมิตรกับทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคเหล่านี้ ล้วนมาจากต่างภูมิภาค

หนิงเต็มใจให้โรงแรมกลางเมืองนี้เป็นพื้นที่สังสรรค์กันระหว่างชุมชนกับคนเมือง ร่นระยะทางจากฟาร์มทั่วไทยส่งตรงสู่กรุงเทพฯ เพื่อให้ลูกค้าได้เข้าถึงอาหารที่ดีต่อสุขภาพได้ง่ายขึ้น 

“จริงๆ ต้องบอกว่านี่คือสิ่งที่ธุรกิจใช้เวลาทำงานมาสองสามปีแล้ว ซึ่งหลังจากนี้เป็นเวลาที่เราต้องการสื่อสาร เพราะคนคิดว่าออร์แกนิกจะเป็นแค่เรื่อง Healthy แต่สำหรับเรามันคือ Safety ด้วย อย่างข้าวกะเพรา เราใช้ข้าวออร์แกนิก หมูหลุมอินทรีย์ ไข่ไก่จากแทนคุณ ออร์แกนิคฟาร์ม ส่วนกะเพราก็ปลูกเอง ในที่นี้คือปลอดสารเคมีแล้ว เป็นออร์แกนิกแล้ว มันคือเมนูที่เรากินได้ทุกวันในชีวิตประจำวัน” หนิงยกตัวอย่างเมนูง่ายๆ ที่หากินได้ทั่วไป แต่ยากที่จะมีใครทำโดยเลือกใช้วัตถุดิบอินทรีย์ทุกองค์ประกอบในจาน

Sivatel โรงแรมรักษ์โลกกลางกรุงที่ตั้งใจให้ทุกการพักผ่อนมีส่วนช่วยให้โลกใบนี้ดีขึ้น

จากที่เคยเห็นมา สรรพสินค้าใดๆ เมื่อมีออร์แกนิกต่อท้าย ราคาของผลิตภัณฑ์นั้นก็จะสูงตามไปด้วย หนิงไม่ปฏิเสธในจุดนี้ แต่ชวนเราคิดตามว่า ด้วยคุณภาพของวัตถุดิบออร์แกนิก จึงทำให้ปริมาณการใช้น้อยลงกว่าของตามท้องตลาด สุดท้ายเมื่อนำมาคิดค่าใช้จ่ายก็ถือว่าราคาสูงกว่ากันไม่มากนัก แถมยังได้ออกมาเป็นอาหารที่ปลอดภัยกับคนกิน และสิ่งที่เราคิดไม่ถึง คือบางอย่างยังมีการสูญเสียอาหาร (Food Loss) น้อยกว่าด้วย 

“อย่างหมูปกติมีไขมัน ต้องตัดแต่งทิ้ง แต่หมูของพี่สุพจน์ (หมูหลุม G-Pork Farm) มีไขมันน้อย ไม่ต้องตัดแต่ง เราใช้เนื้อได้เต็ม ตอนรับเข้ามาราคาสูงกว่า แต่พอมาคิดตอนสิ้นเดือน ต้องบวก Food Loss กลับไป ราคาก็พอๆ กัน”

ก่อนจะเสิร์ฟอาหารให้กับลูกค้า สิ่งหนึ่งที่หนิงเน้นเป็นพิเศษ คือการลงไปดูพื้นที่จริงถึงฟาร์ม เพื่อทำความรู้จักถึงที่มาที่ไปของวัตถุดิบ พาทีมงานฝ่ายต่างๆ ในโรงแรมติดสอยห้อยตามไปด้วยกัน เพื่อซึมซับและทำความเข้าใจกับวิถีอินทรีย์มากขึ้น ซึ่งนี่เป็นส่วนหนึ่งของการทำงานอย่างใส่ใจ เพื่อเสาะหาและคัดสรรผลผลิตออร์แกนิกจากทั่วประเทศมายังโรงแรมกลางกรุงนี้ ผ่านเงื่อนไข 2 ข้อ คือ รสชาติถูกปากและถูกใจแนวคิดของเกษตรกรที่ได้ไปพูดคุยด้วย

โรงแรมห้าดาวย่านเพลินจิตที่มีแนวคิดความยั่งยืน เสิร์ฟอาหารออร์แกนิกจากเกษตรกรวิถีอินทรีย์ทั่วไทย และวางเป้าหมายจัดการขยะจนเหลือศูนย์ให้ได้ภายในอีกไม่กี่ปี
โรงแรมห้าดาวย่านเพลินจิตที่มีแนวคิดความยั่งยืน เสิร์ฟอาหารออร์แกนิกจากเกษตรกรวิถีอินทรีย์ทั่วไทย และวางเป้าหมายจัดการขยะจนเหลือศูนย์ให้ได้ภายในอีกไม่กี่ปี

“Sivatel เน้นการรู้จักเกษตรกร เน้นการดูทัศนคติ ดูความตั้งใจ ดูการเชื่อมโยงกับชุมชน เพราะเราเชื่อว่าถ้าเริ่มต้นจากคนที่ทำด้วยแพสชัน ด้วยความตั้งใจ เขาจะไม่โกงเรา” หนิงอธิบายเพิ่มถึงวิธีการทำงาน

ความน่ารักของที่นี่ คือเมื่อเราเปิดรายการอาหารของโรงแรม สิ่งแรกที่เจอกลับไม่ใช่หน้าอาหารแนะนำประจำร้าน หรือของกินเล่นเรียกน้ำย่อย แต่กลับเป็นข้อมูลของเกษตรกร และผลผลิตประจำฟาร์มที่เราคัดสรรมาปรุงเป็นอาหาร เพื่อให้ลูกค้าได้ทำความรู้จักโปรไฟล์ของเกษตรกรเจ้าของวัตถุดิบไปด้วย

“เราใช้วัตถุดิบออร์แกนิก ทุกอย่างคือชีวิตของเกษตรกร คือชีวิตของชาวประมง คนเลี้ยงสัตว์ เลี้ยงไก่ เราต้องกินแบบเคารพธรรมชาติ สุดท้ายแล้ว เราอยากบอกผู้คนว่า โลกกำลังจะแตกนะ อุณหภูมิโลกเพิ่มไปเท่าไหร่แล้ว

“เมื่อมาที่นี่ คุณจะได้กินอยู่แบบเคารพธรรมชาติ เราจะจัดสิ่งที่อร่อยและดีงามจากวัตถุดิบออร์แกนิก ซึ่งทั้งอร่อยและปลอดภัย ทำมาด้วยความตั้งใจของเกษตรกร ฉะนั้น เราควรใช้ ควรกินอย่างเคารพ กินแบบพอดี เพื่อจะกลับไปช่วยสนับสนุนชุมชนให้อยู่ได้ ให้เขามีชีวิตที่ดีขึ้น และเคารพธรรมชาติที่กำลังจะแย่ เราเป็นแบรนด์สำหรับคนที่อยากให้การกินอยู่ของคนมีความหมายกับคนอื่นด้วย ไม่ใช่แค่กับตัวเอง” หนิงเฉลยถึงความตั้งใจจริง

อยู่อย่างไร้พลาสติก

แม้จะเห็นว่าตึกสูงกว่า 30 ชั้น แต่ Sivatel มีห้องพักทั้งหมดเพียง 75 ห้อง ซึ่งเป็นห้องสวีตทั้งหมด โดยกลุ่มลูกค้าที่วางไว้ในตอนแรกคือนักธุรกิจ ด้วยเหตุผลใหญ่ คือทำเลที่ตั้งอยู่ในพื้นที่สำคัญกลางเมือง

เมื่อหน้าที่เปลี่ยนมือมาสู่อีกรุ่น หนิงสังเกตเห็นว่า ถึงเป้าหมายหลักจะเป็นนักธุรกิจ แต่ด้วยขนาดของห้องที่ใหญ่มาก แบ่งออกเป็นส่วนห้องนอนและรับแขกด้านหน้า สิ่งนี้ไม่สัมพันธ์กับกิจวัตรของกลุ่มเป้าหมาย หนำซ้ำแขกส่วนใหญ่ที่พบเจอ กลับเป็นครอบครัวที่มาพักผ่อนแบบสบายๆ ใช้เวลากับการช้อปปิ้ง ว่ายน้ำ ฯลฯ 

เธอจึงปรับแนวทางของแบรนด์เสียใหม่ และรีโนเวตห้องพักด้วยในคราวเดียวกัน

โรงแรมห้าดาวย่านเพลินจิตที่มีแนวคิดความยั่งยืน เสิร์ฟอาหารออร์แกนิกจากเกษตรกรวิถีอินทรีย์ทั่วไทย และวางเป้าหมายจัดการขยะจนเหลือศูนย์ให้ได้ภายในอีกไม่กี่ปี
โรงแรมห้าดาวย่านเพลินจิตที่มีแนวคิดความยั่งยืน เสิร์ฟอาหารออร์แกนิกจากเกษตรกรวิถีอินทรีย์ทั่วไทย และวางเป้าหมายจัดการขยะจนเหลือศูนย์ให้ได้ภายในอีกไม่กี่ปี

ห้องพักแบ่งเป็น 8 แบบที่แตกต่างกันตามขนาดพื้นที่ มีชื่อเรียกเป็นดอกไม้ชนิดต่างๆ แสดงออกผ่านการตกแต่งภายในห้อง โดยมีแรงบันดาลใจจากกระเบื้องโมเสกที่ประดับประดาสถาปัตยกรรมของวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม 

ข้าวของเครื่องใช้ภายในห้อง หนิงเลือกนำเสนอความใกล้ชิดกับธรรมชาติและท้องถิ่นให้กับแขกที่เข้าพัก อาทิ เฟอร์นิเจอร์เครื่องสานจากเตยปาหนัน หัตถกรรมขึ้นชื่อของภาคใต้ ส่วนเสื่อปูพื้นห้องก็ทำจากเส้นใยผักตบชวา ขณะที่อุปกรณ์ภายในห้องน้ำทั้งหมด ก็เลือกใช้แบรนด์รักษ์สิ่งแวดล้อมอย่าง Hug Organic โดยเปลี่ยนจากขวดพลาสติกเล็กๆ ที่พบได้ตามโรงแรมเป็นขวดปั๊มแบบรีฟิล ขวดน้ำดื่มที่เป็นพลาสติกก็ใช้เป็นขวดแก้วทั้งหมด และปลอดหลอดพลาสติกด้วย

โรงแรมห้าดาวย่านเพลินจิตที่มีแนวคิดความยั่งยืน เสิร์ฟอาหารออร์แกนิกจากเกษตรกรวิถีอินทรีย์ทั่วไทย และวางเป้าหมายจัดการขยะจนเหลือศูนย์ให้ได้ภายในอีกไม่กี่ปี
โรงแรมห้าดาวย่านเพลินจิตที่มีแนวคิดความยั่งยืน เสิร์ฟอาหารออร์แกนิกจากเกษตรกรวิถีอินทรีย์ทั่วไทย และวางเป้าหมายจัดการขยะจนเหลือศูนย์ให้ได้ภายในอีกไม่กี่ปี

“เราเลิกใช้ขวดพลาสติกแล้วเปลี่ยนมาเป็นขวดแก้ว ขยะขวดพลาสติกก็หายไปเกือบปีละสองแสนใบ เราเปลี่ยนสิ่งอำนวยความสะดวกในห้องน้ำ จากขวดเล็กๆ มีตราโรงแรม เปลี่ยนมาเป็นขวดปั๊ม ทำให้ค่าใช้จ่ายถูกลง เพราะเราไม่ต้องไปทำเฮาส์แบรนด์ ไม่ต้องมีออร์เดอร์ขั้นต่ำ ไม่ต้องนับสต็อก ทำแบบนี้ขยะขวดพลาสติกที่เป็นขวดแชมพูหายไปปีละแสนสอง แล้วในห้องพักก็ไม่มีหลอดให้ ลูกค้าไม่ได้มีปัญหาอะไร ปีหนึ่งขยะหลอดพลาสติกหายไปเกือบๆ ประมาณแสนหลอด ขยะพลาสติกมันก็ค่อยๆ ลดลง” ผู้บริหารตรงหน้าเล่าถึงความสำเร็จ

ปัจจุบันการคัดแยกและบันทึกน้ำหนักขยะที่ทำกันทุกเดือนของชาว Sivatel บ่งบอกชัดว่าตัวเลขของขยะประเภท Single Use Plastic ลดลงได้แล้วแทบจะ 100 เปอร์เซ็นต์

กินอย่างเคารพธรรมชาติ

จากข้อมูลเมื่อปีที่ผ่านมา ประเทศไทยอยู่ในภาวะที่ต้องเผชิญกับขยะจำนวนมากถึงประมาณ 28 ล้านตัน เป็นขยะตกค้างที่ไม่สามารถกำจัดได้ 5.8 ล้านตัน และเป็นขยะเศษอาหารหรือ Food Waste สูงถึง 4 ล้านตัน คิดโดยประมาณเป็นร้อยละ 60 ของขยะที่กำจัดไม่ได้

ภาคอุตสาหกรรมโรงแรมและการท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในผู้ที่ไม่อาจปัดความรับผิดชอบปัญหาดังกล่าว หนิงตระหนักในข้อนี้ดี นี่จึงเป็นที่มาของสารพัดวิธีการลดขยะเศษอาหาร ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเกิดขึ้นจากภายในครัวของโรงแรม

เชฟเอ้-สิทธิโชค เงินฉลาด Executive Chef ของ Sivatel คือหัวแรงสำคัญในการทำให้ความฝันของหนิงเป็นรูปเป็นร่างและจับต้องได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม น่าสนใจมากว่าปลายทางของขยะเศษอาหารที่เกิดขึ้นภายในโรงแรมใจกลางเมืองนี้ไม่ได้ไปสู่ถังขยะหรือหลุมฝังกลบ แต่ผ่านการวางแผนอย่างจริงจังจนแทบจะไม่เหลือส่วนที่ต้องทิ้งไปโดยไร้ค่า เมื่อวัตถุดิบส่งเข้ามาที่ครัว ก็เป็นหน้าที่ของเชฟเอ้ที่ต้องมองข้ามไปอีกขั้นว่าวัตถุดิบต่างๆ เหล่านี้ นำไปทำอะไรเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดประโยชน์ได้บ้าง

โรงแรมห้าดาวย่านเพลินจิตที่มีแนวคิดความยั่งยืน เสิร์ฟอาหารออร์แกนิกจากเกษตรกรวิถีอินทรีย์ทั่วไทย และวางเป้าหมายจัดการขยะจนเหลือศูนย์ให้ได้ภายในอีกไม่กี่ปี

เริ่มจากเศษผักโรยหน้าอย่างต้นหอม ขึ้นฉ่าย นำไปตากแห้งแล้วโรยเกลือ แปลงโฉมเป็นผงชูรสจากธรรมชาติที่ดีกับสุขภาพ ส่วนเศษเนื้อสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นหัวปลาและโครงไก่ จับหยิบใส่หม้อก็ได้เป็นหัวเชื้อของน้ำสต๊อกที่ใช้ปรุงสารพัดเมนูต้มในครัว 

หรือแม้แต่กระดูกของปลาแซลมอน เศษอาหารที่ฟังแล้วอาจมืดแปดด้านว่าจะนำไปทำอะไรได้นอกจากโยนลงถัง เชฟมองเห็นค่าของเนื้อปลาที่ซ่อนอยู่ โดยเอากระดูกไปอบแบบฮาล์ฟคุก เพื่อให้เนื้อร่อนออกง่ายขึ้น ก่อนนำเนื้อที่ได้ไปทำเป็นข้าวผัดปลาแซลมอนหรือยำปลาแซลมอนตะไคร้ก็ได้ โดยวิธีนี้เชฟเอ้บอกกับเราว่าปลาแซลมอนน้ำหนัก 5 กิโลกรัม เลาะเนื้อเล็กๆ ที่ถูกมองข้ามนี้ออกมาได้มากถึงเกือบ 2 กิโลกรัม

หนิงช่วยยกตัวอย่างให้ฟังอีกว่า อย่างเมนูผัดไทยกุ้งสด ที่นี่เลือกปอกเปลือกและหัวกุ้งออกตั้งแต่ก่อนเสิร์ฟ แล้วนำส่วนเกินที่ว่าไปเจียวเป็นมันกุ้ง รอใช้ปรุงกับอาหารอื่นๆ เช่น ล็อบสเตอร์บิตและข้าวต้มกุ้ง เพื่อที่แขกก็จะได้ไม่ต้องทิ้งเปลือกกุ้งเป็นขยะ แถมยังสะดวกตอนกินด้วย

โรงแรมห้าดาวย่านเพลินจิตที่มีแนวคิดความยั่งยืน เสิร์ฟอาหารออร์แกนิกจากเกษตรกรวิถีอินทรีย์ทั่วไทย และวางเป้าหมายจัดการขยะจนเหลือศูนย์ให้ได้ภายในอีกไม่กี่ปี

อีกวิธีที่น่าสนใจ คือการดีไซน์เมนูอาหารต่างๆ ทั้งในมื้ออาหารเช้าและร้านอาหารของโรงแรม ให้ออกมาเป็นสารพัดเมนูที่ใช้วัตถุดิบอย่างคุ้มค่า เหลือเป็นขยะเศษอาหารให้น้อยที่สุด อย่างเมนูสเต๊กพอร์กชอปที่มีกระดูกติดมา จะดีกว่าไหมหากเลือกนำเสนอเป็นเนื้อส่วนอื่น เช่น สันในที่ไม่ทำให้เกิดขยะส่วนเกินมากขึ้น นอกจากนี้ ในรายการอาหารของที่นี่ยังไม่มีเมนูที่ทำจากหอยทุกชนิด เพราะว่าเปลือกหอยถือเป็นหนึ่งในขยะที่นำไปเพิ่มมูลค่าได้ยาก และสุดท้ายก็จำเป็นที่จะต้องทิ้งโดยเปล่าประโยชน์

จะว่าไปแล้ว แทบทุกอย่างดูง่ายดายจนน่าจดกลับไปลองทำเองที่บ้าน

จุดเริ่มต้นใหม่หลังเส้นชัย

ในวันนี้ ด้วยวิธีการต่างๆ ที่ Sivatel ได้เริ่มนำร่องทำมา ลดปริมาณขยะเศษอาหารจากครัวไปได้เยอะ แม้จะมีบางส่วนที่ยังเหลืออยู่ และนำไปแปรรูปหรือปรุงเป็นเมนูอื่นไม่ได้ แต่ทางหนึ่งเศษอาหารเหล่านี้จะย้อนกลับไปเลี้ยงหมูในฟาร์มเครือข่ายเกษตรกร ในอีกทางก็จะนำไปให้หนอนแมลงวันลายที่เลี้ยงไว้คอยเป็นผู้ช่วยย่อยสลาย แล้วจึงส่งไปให้ฟาร์มไก่ออร์แกนิกได้ใช้เป็นตัวบำรุงโปรตีนโดยไม่คิดสตางค์ เป็นน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ที่โรงแรมมีส่วนช่วยลดต้นทุนให้กับเกษตรกร ซึ่งนอกจากไข่ไก่คุณภาพแล้ว ผลพลอยได้คือราคาไข่ไก่ที่กลับมาก็จะถูกลงด้วย 

“ขยะเศษอาหารคือกลุ่มสุดท้ายที่เหลืออยู่ ห้าปีนี้ โรงแรมลดขยะทั้งหมดไปถึงประมาณเจ็ดสิบถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์ ขยะอาหารก็ลดมาประมาณเจ็ดสิบห้าเปอร์เซ็นต์แล้ว จากที่เราเคยอยู่เดือนละประมาณสามพันกิโลกรัม ตอนนี้เพราะโควิด-19 ด้วย เลยเหลือประมาณเจ็ดถึงแปดร้อยกิโลกรัม ก็คือประมาณห้าสิบถึงหกสิบเปอร์เซ็นต์ที่เราเหลืออยู่ เราจึงให้ความสำคัญมาก เพราะขยะพลาสติกไม่มีแล้ว” หนิงอธิบายถึงเส้นชัยที่ใกล้ถึงเข้าไปทุกที

เป้าหมายในการทำงานเพื่อลดขยะประเภทต่างๆ ภายใต้การนำของหนิงไม่ได้ทำเล่นๆ เพราะเธอกำลังชวนพนักงานก้าวไปพร้อมกัน ไม่ช้า ไม่เร็ว เพียงปีละ 1 ก้าวแต่สำคัญ

ภายในปีหน้า Sivatel จะก้าวไปเป็นครัวที่ปลอดขยะเศษอาหารทั้งหมด, ปีถัดมาร้านอาหารของโรงแรมจะเป็น Zero Waste Restaurant, ค.ศ. 2024 ทั้งโรงแรมจะกลายเป็นพื้นที่ปลอดขยะทุกชนิด และในที่สุดเมื่อเข้าสู่ขวบปีที่ 5 ของโครงการนี้ หนิงมองว่าระบบที่วางไว้จะเริ่มเข้าที่เข้าทาง วันนั้นเธอวางให้ที่นี่เป็น Learning Center เกี่ยวกับการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะ

Sivatel โรงแรมรักษ์โลกย่านเพลินจิตที่ตั้งใจให้ทุกการพักผ่อนมีส่วนช่วยให้โลกใบนี้

สุขบนความยั่งยืน

ขณะที่บรรยากาศกว่าค่อนโลกยังคงซึมจากโควิด-19 ประเทศไทยที่พึ่งพาธุรกิจท่องเที่ยวเป็นหลักประสบปัญหานี้เข้าอย่างจัง แม้แนวทางของโรงแรมที่วางไว้อย่างแน่วแน่ จะประคับประคองให้ไม่บอบช้ำมากนักในสถานการณ์ตอนนี้

แต่ความหวังว่าจะกลับมาเปิดต้อนรับผู้มาเยือนจากต่างประเทศ ก็พังทลายให้ใจปิ๋วแทบทุกไตรมาส 

วันนี้ผู้ประกอบการไม่น้อยยังคงสาละวนกับการแก้ไขปัญหาให้ธุรกิจของตัวเองลุกขึ้นเดินหน้าต่อ ในฐานะผู้บริหารซึ่งเจอปัญหาไม่ต่างกันเรียนรู้จากวิกฤตครั้งนี้ว่า นับจากนี้ธุรกิจโรงแรมคงหวังพึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติมากไม่ได้เหมือนแต่ก่อน เพราะสถานการณ์ปัจจุบันแสดงให้เห็นแล้วว่าสิ่งนี้ไม่ยั่งยืน 

เธอเชื่อว่าในอนาคต ผู้ประกอบการควรเน้นการสร้างแบรนด์ที่เป็นมิตรกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งน่าจะเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น เมื่อบ้านเมืองกลับมาหายใจหายคอได้คล่องกว่านี้

“เรื่องสิ่งแวดล้อม มีแต่ควรจะพูดให้ดังขึ้นเรื่อยๆ เป็นหนึ่งหัวข้อที่คนรุ่นใหม่อยากเห็น ในภาคธุรกิจเองเรามองว่าคุณทำไปเถอะ มันมีแต่จะเป็นภาพลักษณ์ที่ดีของแบรนด์ ถ้าคุณมี Mindset นะ มันเป็นธุรกิจที่มีส่วนทำให้เกิดสิ่งดีๆ กับชุมชน สังคม สิ่งแวดล้อม 

“ความจริงคือมันรอไม่ได้แล้ว ทุกคนต้องช่วยกัน แต่น้อยคนที่จะตระหนักไปถึงตรงนั้น แต่ที่แน่ๆ ความตระหนักขององค์กรต่างๆ หลังจากนี้จะมีมากขึ้น ของลูกค้าก็จะมีมากขึ้น ถ้าคุณรอให้ลูกค้ามาเยอะๆ แล้วค่อยทำ ตอนนั้นก็กลายเป็นผู้ตามแล้ว” หนิงฝากคำแนะนำให้สำหรับธุรกิจที่ริเริ่มเพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงตัวเอง

Sivatel โรงแรมรักษ์โลกย่านเพลินจิตที่ตั้งใจให้ทุกการพักผ่อนมีส่วนช่วยให้โลกใบนี้
Sivatel โรงแรมรักษ์โลกย่านเพลินจิตที่ตั้งใจให้ทุกการพักผ่อนมีส่วนช่วยให้โลกใบนี้

นอกจากนี้ สิ่งที่พวกเขากำลังทำอยู่ น่าจะเป็นโมเดลทางธุรกิจให้กับผู้ที่สนใจในจังหวัดอื่นๆ ได้เช่นกัน

“เราอยู่กลางเมือง อยากให้เห็นว่าเรายังทำได้ ถ้าเราอยู่ใจกลางเพลินจิตที่ที่ดินแพงสุดในกรุงเทพฯ เราทำสิ่งเหล่านี้ได้ ทั้งๆ ที่เราอยู่ห่างไกลจากเกษตรกรมากกว่า ถ้าคุณเป็นโรงแรมที่เชียงใหม่ ขอนแก่น หรืออัมพวา ซึ่งคุณอยู่ใกล้เกษตรกรและชุมชนมากกว่าเราเยอะ ถ้าสิ่งเหล่านี้เราทำได้ ใครๆ ก็ทำได้”

ความสุขของคนทำธุรกิจที่พัก อาจเป็นการเห็นแขกผู้มาเยือนอิ่มเอมใจกลับไป หรือบางคนอาจเป็นตัวเงินที่ทำรายได้ให้เป็นกอบเป็นกำ แต่การสร้างโรงแรมที่มีอัตลักษณ์ชัดเจนแบบนี้ มีความยาก ทั้งต้องลงแรงและค่าใช้จ่ายที่ต้องเสีย แล้วความสุขของผู้บริหาร Sivatel ในวันนี้คืออะไร-เราถาม

Sivatel โรงแรมรักษ์โลกย่านเพลินจิตที่ตั้งใจให้ทุกการพักผ่อนมีส่วนช่วยให้โลกใบนี้
Sivatel โรงแรมรักษ์โลกย่านเพลินจิตที่ตั้งใจให้ทุกการพักผ่อนมีส่วนช่วยให้โลกใบนี้

“เราภูมิใจที่ธุรกิจเรามีส่วนเกื้อกูลหลายๆ ชีวิต อย่างเอาแง่การทำงาน ก็คือน้องๆ พนักงานที่เขาฝากความหวัง ฝากชีวิตไว้กับเรา ส่วนสำหรับชุมชนคือกำลังใจ สิ่งที่ SME ต้องการมาก คือกำลังใจที่อยากจะได้ในการดำรงชีวิตอยู่ ชุมชนเขาก็มีกำลังใจ ว่าอย่างน้อยมีผู้ประกอบการเห็นคุณค่าในงานของเขา ที่เขาพยายามจะทำ ยังเห็นความหมายของสิ่งที่ชุมชน หรือเกษตรกรผลิต

“ในแง่สิ่งแวดล้อม เราก็เห็นว่าเรามีความสุขกับการทำธุรกิจแล้ว ซึ่งมีส่วนร่วมช่วยแก้ปัญหา ถึงแม้ว่าทุกคนอาจจะบอกว่า ทำองค์กรเดียวแล้วไม่เกิดผลหรอก แต่สิ่งที่เราคาดหวังมากกว่านั้นคือ ใครก็ตามที่มาอ่านเรื่องราวของที่นี่ หรือได้เข้ามาสัมผัส เรารู้สึกว่าเขาจะได้รับพลังบวก หรือได้แรงบันดาลใจบางอย่างกลับไป แค่นั้นเราก็รู้สึกว่างานที่ทำ มันมีความหมายกับผู้คน กับสังคม กับประเทศชาติ กับสิ่งแวดล้อมแล้ว 

“ถ้าเราเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นริเริ่ม หรือแม้แต่คิดจะเปลี่ยนอะไรบางอย่างในชีวิต เรารู้สึกว่ามันคงมีคนอีกคน หรือมีองค์กรหนึ่งที่เขากำลังเริ่มปักเมล็ดลงไปแล้ว” 

ทายาทรุ่นสามทิ้งท้ายถึงความสุขอย่างเรียบง่าย

Sivatel Bangkok Hotel

ที่ตั้ง : 53 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2309 5000

เว็บไซต์ : www.sivatelbangkok.com

Facebook : Sivatel Bangkok Hotel

Writer

พณิช ตั้งวิชิตฤกษ์

นักลองฝึกพิสูจน์อักษร ผู้แสร้งเป็นนักลองฝึกเขียน อดีตเป็นนักเรียนภาษา ผู้สนใจเป็นนักเรียนประวัติศาสตร์ศิลป์ รักในมวลรอบข้างที่ดี กาแฟ ชาเขียว และแมวเหมียว

Photographer

สิทธิพงษ์ ติยะวรากุล

ชอบถ่ายรูป แต่ชอบฟังนักเขียนขณะสัมภาษณ์มากกว่า

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

“ถ้าจะไปเที่ยวจังหวัดบ้านเธอ เธอว่าเราพักที่ไหนดี…”

เป็นคำถามที่เด็กต่างจังหวัดผู้ย้ายมาใช้ชีวิตในเมืองกรุงประสบพบเจออยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน และแม้จะเกิดและโตที่ภูเก็ต เกาะสวาทหาดสวรรค์ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวทั่วทุกมุมโลก คำถามข้างต้นก็ยังยากสำหรับเราอยู่ดี ในเมื่อมีบ้านอยู่ในจังหวัดนี้ ก็คงไม่แปลกหากเราจะไม่มีความรู้เรื่องที่พัก ต้องขอโทษเพื่อน ๆ ด้วยที่ให้คำแนะนำที่มีประโยชน์ไม่ได้

การพูดคุยกับเจ้าของโรงแรมหน้าใหม่ในวันนี้ ช่วยให้เรามีคำตอบดี ๆ เกี่ยวกับที่พักในภูเก็ตเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งแห่ง

Hotel Verdigris ร.ร.ชิโน-ยูโรเปียนในเมืองเก่าภูเก็ต ดีไซน์จากเลดี้ลึกลับและ 'สนิมเขียว'

ลูกพีช – พิชชากร พานิชวงศ์ คือสาวภูเก็ตรุ่นใหม่ผู้มีความตั้งใจควบคู่ไอเดียแหวกแนว ทั้งที่ภูเก็ตอุดมไปด้วยชายหาดอันน่าหลงใหล เธอกลับเลือกปลูกโรงแรมซึ่งเป็นโปรเจ็กต์ในฝันไว้ใจกลางเมือง ยิ่งไปกว่านั้น โรงแรมที่สาวผมยาวในชุดสีขาวปลุกปั้น ก็ไม่ใช่โฮสเทลขนาดกระทัดรัดสำหรับนักท่องเที่ยวแบ็กแพ็กเหมือนอย่างที่พักส่วนใหญ่ในย่านเมืองเก่า หากแต่เป็นบูทีกโฮเทลสุดประณีตสำหรับผู้ที่สนใจในเรื่องราวและสถาปัตยกรรมสไตล์โคโลเนียล

Hotel Verdigris ร.ร.ชิโน-ยูโรเปียนในเมืองเก่าภูเก็ต ดีไซน์จากเลดี้ลึกลับและ 'สนิมเขียว'

ไม่ไกลจากถนนถลาง ห่างจากที่ว่าการอำเภอแห่งเก่าไม่ถึง 200 เมตร โรงแรมสีครีม 4 ชั้น 14 ห้อง รูปทรงไม่เหมือนใครตั้งเด่นเป็นสง่า เฝ้าคอยนักท่องเที่ยวและกาลเวลามาแต่งแต้มความทรงจำ นี่คือ Hotel Verdigris ที่พักเปี่ยมอัตลักษณ์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสุภาพสตรีลึกลับของภูเก็ตเมื่อวันวาน 

Deserving – ควรค่า

“เราเชื่อว่า ถ้ารักอะไรมาก ๆ เราก็เราจะทำสิ่งนั้นได้ดี” พิชชากรขึ้นต้นบทสนทนา

จุดเริ่มต้นของ Hotel Verdigris ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าความคลั่งไคล้ชื่นชอบ

เมื่อคุณพ่อคุณแม่อยากให้กลับมาอยู่บ้าน แต่พิชชากรไม่ต้องการสืบทอดธุรกิจครอบครัว ทันทีที่เรียนจบ เธอจึงต้องขบคิดกับตัวเองว่า เธอจะทำอะไรได้บ้างในจังหวัดบ้านเกิด

เนื่องจากตกหลุมรักวิชาวิทยาศาสตร์มาตั้งแต่เด็ก พิชชากรจึงสมัครเป็นคุณครูมัธยมให้กับโรงเรียนนานาชาติที่เธอเป็นศิษย์เก่า ขณะเดียวกัน อีกหนึ่งความฝันก็ค่อย ๆ ก่อตัวทีละเล็กละน้อย

นอกเหนือจากการสอนหนังสือ สิ่งที่ชาวภูเก็ตผู้นี้สนใจคือเมืองเก่า ทุกครั้งที่ไปเที่ยวยุโรป เธอมักหลีกหนีที่พักหลังใหญ่เพื่อไปพักผ่อนหย่อนใจในโรงแรมขนาดเล็ก ด้วยอยากสัมผัสวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่นนั้น ๆ ให้ได้ใกล้ชิดที่สุด พิชชากรค้นพบว่า ทุกสถานที่ล้วนมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ เสน่ห์แห่งวัฒนธรรม ตลอดจนมรดกจากคนรุ่นก่อน ซึ่งกาลเวลาไม่อาจลดทอนคุณค่าได้

เพราะเหตุนี้ ตลอดระยะ 6 ปีหลังเรียนจบ เธอจึงหมกมุ่นฝุ่นตลบอยู่กับความพยายามในการสร้างสรรค์โรงแรมขนาดเล็กกลางย่านเมืองเก่า แต่ก็ไม่เคยลืมที่จะแบ่งเวลาไปสอนหนังสือ พูดง่าย ๆ ว่า ศึกษาสิ่งที่สนใจเป็นงานหลัก ทำสิ่งที่รักเป็นงานเสริม หากผนังสีครีมและพื้นหินอ่อนตรงหน้ามีชีวิต พวกมันคงกระซิบโดยพร้อมเพรียงว่า พิชชากรแต่งแต้มพวกมันด้วยความหลงใหลและตั้งใจจริง

Hotel Verdigris ร.ร.ชิโน-ยูโรเปียนในเมืองเก่าภูเก็ต ดีไซน์จากเลดี้ลึกลับและ 'สนิมเขียว'

“พ่อแม่ก็เตือน คนก็ถามบ่อยมากว่าทำไมไม่เปิดโรงแรมติดชายหาด ราคานี้นอนริมทะเลดีกว่า สำหรับเรา หน้าหาดมีโรงแรมดี ๆ ที่ภูเก็ตสมควรมีเรียบร้อยแล้ว แต่ในตัวเมืองยังขาดบูทีกโฮเทลบางแบบ”

คุณครูผู้เป็นเจ้าของโรงแรมเล่าถึงเมืองเก่าภูเก็ตที่มีเสน่ห์และเรื่องราวไม่แพ้ ‘Old Town’ ในประเทศไหน ๆ จังหวัดนี้ไม่ได้มีดีเพียงน้ำทะเลใส ๆ และหาดทรายทอดยาว หากยังเต็มไปด้วยเรื่องราวทางวัฒธรรมของการผสมผสานระหว่างความเป็นไทย จีน และชาติตะวันตกซึ่งสะท้อนผ่านวิถีชีวิตและสถาปัตยกรรมสไตล์ชิโน-ยูโรเปียนที่ยากจะเลียนแบบ

สำหรับคนที่เกิดและโตที่นี่อย่างเราและพิชชากร ภูเก็ตไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยว แต่เป็นบ้านที่มีชีวิตของผู้คน เป็นชุมชนที่ยังมีลมหายใจ หากคนภูเก็ตอยากกินโรตี พวกเราก็ยังต้องมากินที่ถนนถลาง หากอยากซื้อเพชร เราก็ยังแวะมาหยิบจับที่ย่านเมืองเก่า เหล่านี้คือวิถีชีวิตที่คนท้องถิ่นอาจคิดว่าไม่น่าสนใจในสายตาผู้มาเยือนมากเท่าการเล่นน้ำอาบแดด แต่หากเราสื่อสารอย่างใส่ใจมากพอ ความเป็นอยู่อันมีเอกลักษณ์นี้ก็อาจทำให้นักท่องเที่ยวตกหลุมรักได้เช่นเดียวกัน

“เมืองเก่าภูเก็ตมีเสน่ห์ไม่ได้ต่างจากยุโรปเลย มีภาษา อาหาร และวัฒนธรรมต่าง ๆ ที่เป็นของเราเองเยอะมาก เป็นวัฒนธรรมที่แตกต่างจากจังหวัดอื่นในภาคใต้ เราอยากให้ทุกคนมีโอกาสชื่นชมมรดกเหล่านี้ พื้นที่ตรงนี้ควรค่าที่จะมีโรงแรมของเราอีกแห่งหนึ่ง” เธอว่าอย่างนั้น

Hotel Verdigris ร.ร.ชิโน-ยูโรเปียนในเมืองเก่าภูเก็ต ดีไซน์จากเลดี้ลึกลับและ 'สนิมเขียว'

Retelling – เล่าใหม่

ในเมื่ออยากปลูกโรงแรมในย่านเมืองเก่า เหตุใดเล่าจึงไม่นำตึกเก่าจริง ๆ มาสร้างเป็นโรงแรม

ชื่อว่าผู้อ่านเองก็น่าจะสงสัยไม่ต่างจากผู้เขียน

ในทางปฏิบัติ การปรับสภาพอาคารเก่าอายุกว่าร้อยปีให้เป็นโรงแรมที่มีมาตรฐานครบถ้วนตามข้อบังคับนั้นทำได้ยาก บางหลังพื้นที่ไม่มากพอ บางตึกก็สร้างทางหนีไฟลำบาก หรือหากจะซื้อหลายอาคารต่อกันก็ดูเป็นการลงทุนที่มากเกินจำเป็น ท้ายที่สุด พิชชากรจึงตัดสินใจซื้อที่ดินเปล่าแปลงสุดท้ายแถวย่านเมืองเก่า เพื่อนำมาปลูกปรับขยับเหลาจนได้เป็นโรงแรมอย่างที่เห็น

“เราไม่อยากสร้างสถาปัตยกรรมเลียนแบบของเก่า เราสร้างของใหม่ให้เหมือนของเก่าไม่ได้อยู่แล้ว ต่อให้ออกแบบเหมือนเป๊ะ ๆ ก็ไม่มีเสน่ห์ของสิ่งเก่าอยู่ดี เราจะไม่ทำ บ้านชินประชา อีกหลัง”

ดังนั้น สิ่งที่พิชชากรทำจึงเป็นการรังสรรค์สถาปัตยกรรมรูปแบบใหม่ โดยนำองค์ประกอบของอาคารชิโน-ยูโรเปียนดั้งเดิมมาเติมแต่งด้วยคอนเซ็ปต์ ซึ่งสะท้อนเรื่องราวของภูเก็ตในอดีตที่ควรค่าแก่การเล่าใหม่อีกครั้งในยุคปัจจุบัน น่าสนใจไม่น้อยเพราะสิ่งที่เธอใช้เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างโรงแรมคือบุคคลที่มีตัวตนจริงบนหน้าประวัติศาสตร์

Hotel Verdigris ร.ร.ชิโน-ยูโรเปียนในเมืองเก่าภูเก็ต ดีไซน์จากเลดี้ลึกลับและ 'สนิมเขียว'

มาร์ทีนา โรเซลส์ (Martina Rozells) คือสาวชาวภูเก็ตเชื้อสายไทย-โปรตุกีส ที่มีชีวิตอยู่ในช่วงศตวรรษที่ 18 ประวัติของเธอค่อนข้างลึกลับคลุมเครือ ถูกบอกเล่าแตกต่างกันไปตามแต่ละบันทึกและจดหมายเหตุ บ้างบรรยายว่าหน้าตาของเธอละม้ายคล้ายชาวจีนรูปร่างผอม บ้างอ้างว่าเธอดูเหมือนชาวยุโรปที่มีลักษณะค่อนข้างท้วม ใจความเดียวที่บันทึกทุกเล่มว่าไว้ตรงกันคือมาร์ทีนาเป็นภรรยาของนักเดินเรือคนสำคัญผู้บุกเบิกเกาะปีนังอย่าง กัปตันฟรานซิส ไลท์ (Francis Light)

“เด็กภูเก็ตส่วนมากต้องเคยได้ยินชื่อกัปตันฟรานซิส ไลท์ เขาเคยสร้างคุณงามความดีไว้ถึงขนาดที่พระเจ้าตากสินพระราชทานยศให้เป็นพระยาราชกปิตัน แต่สิ่งที่น้อยคนจะรู้คือเรื่องราวของภรรยาที่อยู่เคียงข้างกัปตันผู้นี้” พิชชากรพูดด้วยแววตาเป็นประกาย

การเป็นสุภาพสตรีเลือดผสมของมาร์ทีนา โรเซลส์ แสดงถึงการเฉลิมฉลองซึ่งความหลากหลายทางวัฒนธรรม ไม่ต่างจากการผสมผสานของสถาปัตยกรรมชิโน-ยูโรเปียน เจ้าของที่จึงมั่นใจในทันทีว่า มาร์ทีนาคือคาแรคเตอร์ที่ถูกต้องที่สุดในการสร้างเป็นที่พักประดับเมืองเก่าภูเก็ต

Hotel Verdigris ร.ร.ชิโน-ยูโรเปียนในเมืองเก่าภูเก็ต ดีไซน์จากเลดี้ลึกลับและ 'สนิมเขียว'

“คีย์เวิร์ดในการสร้าง Hotel Verdigris คือ ‘Retelling a story lost in time’ เหมือนเรื่องราวของคุณมาร์ทีนาที่อาจสูญหายไปตามกาลเวลา แต่เราก็อยากนำมาเล่าใหม่ มรดกต่าง ๆ ของภูเก็ตก็เหมือนกัน คำศัพท์บางคำ อาหารบางอย่าง ผู้คนอาจหลงลืมไปแล้ว เราอยากเชิญชวนให้คนหันกลับมาสนใจและใส่ใจมันอีกครั้ง”

แม้เป็นเพียงรายละเอียดยิบย่อยของที่พัก พิชชากรก็ตีความจากตัวตนของมาร์ทีนาแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าเป็นสีสัน บรรยากาศ หรือเฟอร์นิเจอร์ เธออยากให้ผู้ที่ตบเท้าเข้าสู่โรงแรมค่อย ๆ รู้จักกับผู้หญิงคนนี้มากขึ้น อย่างไรก็ดี ด้วยความที่เรื่องราวของมาร์ทีนาไม่ได้ถูกบันทึกบนหน้าจดหมายเหตุมากนัก ภาพวาดที่พอหาได้ก็หลากหลายเกินจะพิสูจน์ว่าภาพไหนคือตัวจริง พิชชากรจึงต้องตีความสิ่งที่ไม่ได้อยู่ในบันทึกด้วยตัวเอง

ผลลัพธ์ที่ได้คือการใช้ศิลปะสไตล์อาร์ตเดโค (Art Deco) ที่เน้นรูปทรงเรขาคณิตจับคู่กับวัสดุทองเหลือง สื่อถึงความเป็นลูกครึ่งโปรตุเกสที่มีกลิ่นอายแบบจีน เป็นความสง่างามที่ไม่มีวันหมดอายุเฉกเช่นตึกเก่าภูเก็ต

Hotel Verdigris ร.ร.ชิโน-ยูโรเปียนในเมืองเก่าภูเก็ต ดีไซน์จากเลดี้ลึกลับและ 'สนิมเขียว'

Verdigris – สนิมเขียว

“ใช้คุณมาร์ทีนาเป็นแรงบันดาลใจขนาดนี้ ทำไมไม่ตั้งชื่อโรงแรมว่ามาร์ทีนาล่ะครับ” – เราถาม

“ต้องถามก่อนว่าคุณรู้จักคำว่า ‘Verdigris หรือรึเปล่าคะ” เจ้าของโรงแรมยิ้มร่า ถามเรากลับ

Verdigris แปลเป็นภาษาไทยตรงตัวว่า ‘สนิมเขียว’ ซึ่งเป็นผลของปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติเมื่อทองแดง ทองเหลือง หรือบรอนซ์ ผุกร่อนและสัมผัสกับน้ำหรืออากาศเป็นเวลานาน 

ในปัจจุบันมีสิ่งปลูกสร้างมากมายที่ได้รับอิทธิพลจากปฏิกิริยานี้ อาทิ เทพีเสรีภาพที่อเมริกาหรือหลังคาของพระที่นั่งอนันตสมาคม ทั้งสองแปรสภาพจากสีทองแดงเงางามสู่สีครามอมเขียว

Hotel Verdigris ร.ร.ชิโน-ยูโรเปียนในเมืองเก่าภูเก็ต ดีไซน์จากเลดี้ลึกลับและ 'สนิมเขียว'

“เราตั้งใจใช้ชื่อนี้ เพราะคนจีนสมัยก่อนใช้ Verdigris เป็นเม็ดสีในการระบาย สนิมเขียวที่ได้แต่ละครั้งจึงไม่เหมือนเดิม บางทีอมเขียว อมเทา อมแดง คาดเดาไม่ได้ คล้ายกับเรื่องราวชีวิตของคุณมาร์ทีนาที่เราก็สรุปไม่ได้ว่าเธอเป็นคนยังไงกันแน่” สาวผู้หลงรักประวัติศาสตร์เมืองเก่าเล่าที่มาของชื่อโรงแรมให้เราฟัง 

พิชชากรจริงจังกับการถ่ายทอด Verdigris อย่างถึงที่สุด เธอพยายามนำสนิมเขียวจริง ๆ มาประกอบร่างสร้างเป็นองค์ประกอบภายในตัวอาคาร ดูเป็นความต้องการที่ทำได้ยาก แต่เธอก็ทำได้จริงด้วยความช่วยเหลือของ Underwood Art Factory หนึ่งในบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านของตกแต่งที่นำเสาแบบเดียวกับตึกเก่าภูเก็ตซึ่งทำจากทองแดงไปเร่งปฏิกิริยาจนกลายเป็นสนิมเขียว นักท่องเที่ยวจึงได้พบกับสนิมเขียวแท้ ๆ ตั้งแต่ก้าวแรกที่มาถึงที่พัก

Hotel Verdigris ร.ร.ชิโน-ยูโรเปียนในเมืองเก่าภูเก็ต ดีไซน์จากเลดี้ลึกลับและ 'สนิมเขียว'

ผมถูกสะกดไว้ด้วยความสวยงามของเสาเขียวกลางล็อบบี้ ที่เพียงต้นเดียวก็มีหลากหลายเฉดสีอย่างไม่น่าเชื่อ ตั้งแต่เขียว ฟ้า ไปจนถึงสีแดงเดิมของทองแดง ความไม่แน่นอนบนเสาที่ได้จากปฏิกิริยาเคมีไม่ต่างจากคาแรกเตอร์ของมาร์ทีนาที่ลึกลับคาดเดาไม่ได้ แต่ยังงดงามผ่านกาลเวลาได้ในแบบของตัวเอง

Synergy – ทำงานเป็นทีม

มีความตั้งใจ มีที่ดิน มีชื่อโรงแรม แถมยังมีคอนเซ็ปต์ สเต็ปต่อไปคือการทำให้ไอเดียทั้งหมดเกิดขึ้นจริง โจทย์ของพิชชากรห่างไกลคำว่าง่าย ไหนจะต้องสร้างสถาปัตยกรรมสไตล์โคโลเนียลขึ้นมาใหม่ ไหนจะต้องผสมผสานตัวตนของคุณมาร์ทีนาและศิลปะแบบอาร์ตเดโคเข้าไปเสริม 

ที่สำคัญ สนิมเขียวและความเป็นภูเก็ตวันวานก็ต้องสอดแทรกอยู่ในรายละเอียด

พิชชากรเล่าว่านี่คือการทำงานเป็นทีมที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าจะให้เครดิตแก่สถาปนิกเพียง 1-2 คน ขั้นตอนเริ่มต้นจาก ธรัช​ ศิวภัก​ดิ์​วัจนเลิศ ผู้เข้ามาดูแลการออกแบบรูปทรงตึกและเลย์เอาท์ของโรงแรม นับเป็นเรื่องที่ท้าทายพอสมควร เพราะที่ดินแปลงนี้ไม่ได้มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมพื้นผ้าที่จะปลูกอาคารได้ง่าย ๆ 

“เขาเสนอมาหลายอัน แต่เราจิ้มแบบไม่ต้องเลือกว่าเอาอันนี้ เพราะนี่เป็นแบบเดียวที่ทำให้เรามี ‘ฉิ่มแจ้’ ในอาคารได้”

ตึกแถวของภูเก็ตในอดีตไม่มีหน้าต่างไว้รับแสงหรือระบายอากาศ คนสมัยก่อนจึงนิยมปลูกบ้านโดยมี ฉิ่มแจ้ หรือช่องว่างกลางหลังคาเพื่อช่วยให้อากาศหมุนเวียน ทั้งยังใช้รองรับน้ำฝนได้ด้วย 

Hotel Verdigris ร.ร.ชิโน-ยูโรเปียนในเมืองเก่าภูเก็ต ดีไซน์จากเลดี้ลึกลับและ 'สนิมเขียว'

พิชชากรขอนำเอกลักษณ์นี้มาไว้ที่ Hotel Verdigris แม้จะเป็นฉิ่มแจ้ที่ไม่ได้เปิดโล่ง เพราะมีหลังคากระจกใสปกคลุม แต่คุณสมบัติในการรับแสงยังคงอยู่ เราเงยหน้าดูสามเหลี่ยมด้านเท่าเหนือบันไดวนที่มีบ่อปลาวางเด่นสง่าอยู่เบื้องล่าง ต่อให้ไม่ตั้งใจสังเกตก็คงเห็นได้ไม่ยากว่า Hotel Verdigris ใช้หินอ่อน สีโทนขาวดำ และลักษณะเลขาคณิตด้านเท่าแทบจะทุกซอกมุม 

“เราเลือกใช้ศิลปะแนวอาร์ตเดโคโดยตีความจากคุณมาร์ทีนา ความเป็นอาร์ตเดโคมาพร้อมรูปทรงเรขาคณิตและดีไซน์สีขาวดำ จะเห็นเลยว่าทางเดินของทุกชั้น ยกเว้นชั้นล่างสุดเป็นหินอ่อนที่ตัดเป็นสามเหลี่ยมด้านเท่าทั้งหมด”

เราประทับใจในความพยายามเพื่อให้ได้มาซึ่งหินอ่อนของเจ้าของที่พักผู้นี้ พิชชากรลงทุนนั่งแกรบไปตามหาหินอ่อนแทบทุกโรงงานหินในจังหวัดนนทบุรี เพียงเพราะเธอต้องการให้ลายหินอ่อนบนขั้นบันไดมีความต่อเนื่องตั้งแต่ชั้นบนจนถึงชั้นล่าง

“เราอยากให้ขั้นบันไดออกมาเหมือนงานจิตรกรรมมากที่สุด อยากให้เหมือนสีน้ำค่อย ๆ ไหลลงชั้นล่าง หมายความว่าต้องเป็นหินก้อนเดียวกัน ลายต้องไม่เกินความกว้างของขั้นบันไดด้วย ท้าทายมาก แต่ก็ดีใจที่หาเจอ”

Hotel Verdigris ร.ร.ชิโน-ยูโรเปียนในเมืองเก่าภูเก็ต ดีไซน์จากเลดี้ลึกลับและ 'สนิมเขียว'

ศิลปะอาร์ตเดโคให้ความรู้สึกหรูหราน่าค้นหาตามแบบฉบับยุโรป แต่เลือดเนื้ออีกครึ่งหนึ่ง มาร์ทีนา โรเซลส์ยังเป็นคนภูเก็ตแท้ ๆ พิชชากรจึงนำไม้มาใช้เป็นวัสดุเพิ่มความอบอุ่นในการพักผ่อนตามแบบฉบับของคนเอเชียโบราณ เตียงซึ่งประกอบขึ้นจากโครงเหล็กของทุกห้องจึงมีไม้เป็นส่วนเสริมเพิ่มความสบาย เจ้าของโรงแรมยังย้ำอีกว่า Hotel Verdigris ใช้ไม้จริงทั้งโครงการ

Hotel Verdigris ร.ร.ชิโน-ยูโรเปียนในเมืองเก่าภูเก็ต ดีไซน์จากเลดี้ลึกลับและ 'สนิมเขียว'
Hotel Verdigris ร.ร.ชิโน-ยูโรเปียนในเมืองเก่าภูเก็ต ดีไซน์จากเลดี้ลึกลับและ 'สนิมเขียว'

เราชื่นชมความงามของอาคารภายในไปจนถึงห้องพัก บอกได้คำเดียวว่านี่คือการรวมพลังที่ประสบความสำเร็จของยอดฝีมือด้านการออกแบบ ทั้ง พงศ์พรภรณี พึ่งบุญ ณ อยุธยา ที่เข้ามาดูแลภาพรวมการออกแบบภายใน โดยมี ณิชกุล กุลวานิชย์ ช่วยเติมเต็ม ด้านคุณ Zachary Underwood ก็รับผิดชอบการออกแบบและผลิตเฟอร์นิเจอร์จนทำให้รายละเอียดปลีกย่อยของที่นี่มีทัศนียภาพเฉพาะตัว

Original – ต้นฉบับ

Hotel Verdigris เพิ่งจะเปิดอย่างไม่เป็นทางการเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่เฟอร์นิเจอร์ชิ้นเล็กชิ้นน้อยตรงหน้าดูราวกับมีอายุเก่าแก่กว่าร้อยปี พิชชากรย้ำกับเราว่า ถ้าจะ ‘Retelling Story’ ยังไงก็ต้องนำของเก่ามาช่วยเล่าเรื่องด้วย เฟอร์นิเจอร์เก่าที่เธอภูมิใจที่สุดคือตู้ที่สั่งซื้อจากปารีส ความพิเศษของสิ่งอำนวยความสะดวกชิ้นนี้คือการเป็นตู้ทรงจีนที่ออกแบบโดยนักทำเฟอร์นิเจอร์ชื่อดังชาวยุโรป ตรงตามคาแรกเตอร์ของโรงแรมที่อยู่กึ่งกลางระหว่างสองทวีป

Hotel Verdigris ร.ร.ชิโน-ยูโรเปียนในเมืองเก่าภูเก็ต ดีไซน์จากเลดี้ลึกลับและ 'สนิมเขียว'

“เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้น ถ้าไม่ตั้งใจทำก็ตั้งใจเลือกมาเองกับมือ ทุกวันที่เรามาโรงแรมรู้สึกเหมือนเข้าพิพิธภัณฑ์ ชื่มชนว่าชิ้นนี้สวยจัง ชิ้นนั้นสวยจัง คนที่มาพักก็อาจจะชื่นชมอะไรแบบนี้เหมือนกัน”

“แปลว่าลูกค้าถามได้เลยใช่มั้ยว่าชิ้นนี้มีเรื่องราวยังไง” – เราถาม

“ถามได้เลย ทุกชิ้นมีเรื่องราวของมัน เรายินดีเล่าให้ฟัง แต่ขอเวลาสักสี่วันได้ไหม” พิชชากรเล่าไปหัวเราะไป เราฟังแล้วก็อดอมยิ้มไม่ได้เช่นกัน

นอกจากเฟอร์นิเจอร์อันเลอค่า อีกสิ่งที่ตรึงความสนใจเราไว้แทบตลอดเวลาคือภาพวาด ใครจะเชื่อว่าโรงแรมความสูงเพียงสี่ชั้นจะเก็บรวบรวมจิตรกรรมไว้กว่า 500 ชิ้น ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นภาพที่วาดขึ้นใหม่โดยฝีมือของ ครูใหญ่-ถาวร เมรุรัตน์ ศิลปินมากความสามารถแห่งเกาะภูเก็ต

Hotel Verdigris ร.ร.ชิโน-ยูโรเปียนในเมืองเก่าภูเก็ต ดีไซน์จากเลดี้ลึกลับและ 'สนิมเขียว'
บูทีกโฮเทลสไตล์ชิโน-ยูโรเปียน ใกล้เมืองเก่าภูเก็ต ที่สร้างโดยตีความจากตัวตนของ มาร์ทีนา โรเซลส์ ภรรยากัปตันฟรานซิส

“เราชอบความออริจินัล มันคือคุณค่าที่เราอยากให้ลูกค้าได้เห็น Kru Yai อาศัยอยู่ในย่านเมืองเก่า เขาเป๊ะมากเรื่องรายละเอียดของสถาปัตยกรรม คนที่มาพักจะได้มองรูปภาพผ่านสายตาของคนที่อยู่ในพื้นที่จริง” 

ศิลปะใน Hotel Verdigris ไม่ได้จำกัดแค่เพียงภาพวาดสถาปัตยกรรมที่ติดอยู่บนฝาผนัง แต่ยังมีการถ่ายทอดจินตนาการลงบนเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะหัวเตียงภายในห้องพักทุกห้องได้รับการตบแต่งด้วยสีน้ำมัน ฝีมือ เกรียงรัตน์ เทพบุตร คนภูเก็ตแท้ ๆ ที่ช่วยเติมเต็มจิตวิญญาณของชาวบาบ๋า-ย่าหยา (วัฒนธรรมผสมผสานระหว่างชาวมลายูและชาวจีน) จนออกมาเป็นภาพสัญลักษณ์อย่างหงส์และดอกโบตั๋น

บูทีกโฮเทลสไตล์ชิโน-ยูโรเปียน ใกล้เมืองเก่าภูเก็ต ที่สร้างโดยตีความจากตัวตนของ มาร์ทีนา โรเซลส์ ภรรยากัปตันฟรานซิส

Book Chamber – ห้องสมุด

นอกจากจะมีสระว่ายน้ำสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของโรงแรมสนิมเขียวคือห้องสมุดที่บรรจุองค์ความรู้หลากหลายแขนง ตั้งแต่ความรู้ทั่วไปจนถึงเรื่องราวน้อยใหญ่ของภูเก็ตในอดีต

ด้วยความเป็นคนชอบอ่านหนังสือตั้งแต่เด็ก พิชชากรจึงแน่วแน่ที่จะลดจำนวนห้องพักลงหนึ่งห้องเพื่อสร้างเป็นห้องสมุดส่วนกลาง หากนักท่องเที่ยวเกิดอยากรู้ความเป็นมาของเกาะก็แค่เดินเลาะเข้าไปอ่านด้วยตนเอง

“การค้นหาประวัติของภูเก็ตเป็นเรื่องยาก คนภูเก็ตแท้ ๆ ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องไปหาจากไหน นักท่องเที่ยวบางคนอาจจะอยากรู้ว่า เอ๊ะ ทำไมตึกเก่าตรงนี้คล้ายกับที่ปีนัง ถามพนักงาน พนักงานก็อาจจะตอบได้ไม่ครบ เราเลยอยากรวบรวมให้ครบที่สุดในห้องสมุด”

บูทีกโฮเทลสไตล์ชิโน-ยูโรเปียน ใกล้เมืองเก่าภูเก็ต ที่สร้างโดยตีความจากตัวตนของ มาร์ทีนา โรเซลส์ ภรรยากัปตันฟรานซิส

เราทอดสายตาอย่างสบายอารมณ์ขณะชื่นชมหนังสือแต่ละเล่ม เล่มหนึ่งที่เตะตาคือ History of Phuket หนังสือภาษาอังกฤษที่หาซื้อไม่ได้ในไทย จนพิชชากรต้องสั่งซื้อพิเศษจากลอนดอน เธอมองว่า หากห้องสมุดมีเพียงหนังสือภาษาไทยก็คงไม่เพียงพอที่จะสื่อสารมรดกทางวัฒธรรมของภูเก็ตสู่สายตานักท่องเที่ยวต่างชาติ มากไปกว่านั้น ถ้าหากใครเปรื่องปราดข้อมูลของจังหวัดภูเก็ตอยู่แล้ว ห้องสมุดแห่งนี้ก็ยังมีนวนิยาย บทกวี หนังสือท่องเที่ยว หรือกระทั่งคู่มือวิทยาศาสตร์ให้หยิบจับตามชอบใจ ยังไงก็ต้องมีสักเล่มที่เป็นเพื่อนคลายเหงาของเราอย่างแน่นอน

ตรงมุมหนึ่งของห้องสมุดคือกรุหนังสือเก่าที่คุณพ่อของพิชชากรเป็นเจ้าของ เธอบอกว่าน่าจะดี หากคนที่มาที่นี่ได้รู้ด้วยว่าคนภูเก็ตอ่านหนังสืออะไรบ้าง

บูทีกโฮเทลสไตล์ชิโน-ยูโรเปียน ใกล้เมืองเก่าภูเก็ต ที่สร้างโดยตีความจากตัวตนของ มาร์ทีนา โรเซลส์ ภรรยากัปตันฟรานซิส

Lovestoned – คลั่งรัก

“เรารักโรงแรมนี้มากเหมือนเป็นลูกของเรา แปลว่าคนที่มาพักที่นี่ก็น่าจะรักลูกของเราเหมือนกัน เวลารักใคร เราทำยังไง เราก็ต้องอยากดูแลเขาให้ดีที่สุด ให้ไปรับที่สนามบินมั้ย ให้ไปส่งที่ไหนหรือเปล่า พรุ่งนี้อยากกินอะไร เรียกว่าดูแลแบบคนคลั่งรักเลยล่ะ” พิชชากรยิ้มเขิน ๆ

บูทีกโฮเทลสไตล์ชิโน-ยูโรเปียน ใกล้เมืองเก่าภูเก็ต ที่สร้างโดยตีความจากตัวตนของ มาร์ทีนา โรเซลส์ ภรรยากัปตันฟรานซิส

ไม่แน่ใจว่าการเป็นคุณครูในโรงเรียนมัธยมช่วยเพาะบ่มนิสัยชอบดูแลคนอื่นของเธอหรือไม่ แต่นี่คือความใส่ใจที่น่ารักน่าชัง ไล่เรียงตั้งแต่การช่วยโทรจองร้านอาหารเจ้าดัง บริการรับส่งในย่านเมืองเก่า ไปจนถึงการแจกแบบฟอร์มให้ลูกค้าเลือกว่าอยากรับประทานอาหารภูเก็ตเมนูไหนเป็นมื้อเช้า ด้วยวิธีการนี้ ลูกค้าจะได้รับประทานที่ต้องการจริง ๆ ที่สำคัญยังเป็นการลดปริมาณเศษอาหารที่อาจต้องเหลือทิ้งแต่ละมื้ออีกด้วย

“ถ้าเราบริการในสิ่งที่ลูกค้าเลือก แนวโน้มที่อาหารจะเหลือก็น้อยลง เราเลยอยากตามใจเขาจริง ๆ ยากแค่ไหน เราก็จะพยายามหามาให้ได้”

“ที่ว่ายากนี่เช่นเมนูอะไรเหรอครับ”

“ล่าสุดมีลูกค้าอยากกินข้าวเหนียวหมูปิ้ง ข้าวมันไก่เบตงก็มีคนเคยสั่ง ยากหน่อย แต่เราก็ยังหามาได้ ยังไม่เจอเมนูที่ยากเกินความสามารถนะ” เจ้าของโรงแรมตอบพร้อมยื่นแบบฟอร์มสั่งอาหารให้เราดู

บูทีกโฮเทลสไตล์ชิโน-ยูโรเปียน ใกล้เมืองเก่าภูเก็ต ที่สร้างโดยตีความจากตัวตนของ มาร์ทีนา โรเซลส์ ภรรยากัปตันฟรานซิส

แผ่นกระดาษในมือคือสิ่งสะท้อนความคลั่งรักได้เป็นอย่างดี เริ่มที่การแนะนำเมนูท้องถิ่น เขียนอธิบายอย่างเป็นกันเองว่าเมนูขึ้นชื่อคืออะไร ร้านไหนเป็นที่นิยม แต่หากลูกค้ามีเมนูในใจก็เขียนไว้ในช่อง ‘Request’ ด้านล่าง พนักงานของที่นี่จัดให้ได้ ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม

“เราไม่ได้ทำอะไรมากเลย แค่คิดว่าเราดูแลคนที่เรารักยังไง ก่อนนอนก็อาจจะมีการ์ดบอกฝันดี ตื่นเช้าก็บอกสวัสดีตอนเช้า ไม่ได้มีอะไรแฟนซี มีแค่ความใส่ใจ”

Market Feasibility – ความเป็นไปได้ทางการตลาด

แม้การเยี่ยมชม Hotel Verdigris กำลังจะจบลง แต่เรายังคงมีคำถามคาใจ

นี่คือบูทีกโฮเทลขนาดค่อนข้างใหญ่ใจกลางเมือง เจ้าของที่พักใส่ใจในทุกรายละเอียดตั้งแต่การตีความ การพยายามเลือกหินและงานศิลป์มาเล่าเรื่อง การแสวงหานักออกแบบมือหนึ่งที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ไปจนถึงการสร้างห้องสมุดและดูแลลูกค้าดุจสมาชิกในครอบครัว ทุกกระบวนการเหล่านี้น่าจะใช้ต้นทุนที่สูงมาก เพราะเหตุใดพิชชากรจึงเชื่อว่า โรงแรมของเธอจะไปรอด

“ทีแรกเราก็สงสัยนะว่าจะมีแต่คนรู้จักมานอนรึเปล่า แต่กลายเป็นว่ามีคนติดต่อเข้ามาพักจริง ๆ แปลว่ายังมีนักท่องเที่ยวที่เห็นคุณค่าของวัฒนธรรมเมืองเก่าภูเก็ต ยอมจ่ายเงินมาพักกับเราแทนที่จะไปพักหน้าหาด ถึงยอดจองจะไม่เต็ม แต่ก็ไม่เคยน้อย ดีเหมือนกัน เหมือนเราได้รักษาความลึกลับให้ตรงกับคาแรคเตอร์ของคุณมาร์ทีนาด้วย”

“งั้นถ้า The Cloud เขียนถึง โรงแรมจะหมดความลึกลับมั้ย” – เราถามยิ้ม ๆ 

“ไม่ค่ะ เป็นโรงแรม ก็ต้องมีคนมานอนบ้าง” พิชชากรหัวเราะ

ความลึกลับที่เจ้าของที่พักเอ่ยถึงไม่ใช่ไม่พยายามตามหาลูกค้าเลย ถ้าผู้อ่านเข้าเว็บไซต์หาที่พัก Hotel Verdigris ก็จะปรากฏให้เห็นได้ไม่ยาก เพียงแต่วิธีส่งเสริมการขายของที่นี่ไม่ใช่การประโคมข่าวหรือเชิญผู้มีชื่อเสียงมาพัก แต่เป็นการนำเสนอลักษณะทางสถาปัตยกรรมที่น่าค้นหา พิชชากรรู้ดีว่านักท่องเที่ยวตื่นตาตื่นใจกับเมืองเก่าภูเก็ตมาก เพียงแต่หลายคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าภูเก็ตมีสถาปัตยกรรมเหล่านี้ด้วย

“โรงแรมอื่นอาจจะทำ Financial Feasibility เป็นสิ่งแรก แต่สิ่งแรกที่เราทำคือ Marketing Feasibility เราเชื่อว่า ถ้าเราขายอะไรแล้วมีคนซื้อ ยังไงธุรกิจก็ไปรอด ถ้าสินค้าดี เขาจะมีแนวทางการขายของเขาเอง”

 ได้เวลาอันสมควร เราบอกลาที่พักสนิมเขียวของสุภาพสตรีที่ตั้งใจ ใส่ใจ และมีความรักที่สดใสให้ลูกค้าที่แวะมาเยี่ยมเยือน

“ถ้าจะไปเที่ยวจังหวัดบ้านเธอ เธอว่าเราพักที่ไหนดี…”

ครั้งหน้าถ้ามีคนถาม เรามีหนึ่งบทความแทนคำตอบให้เขาแล้ว

บูทีกโฮเทลสไตล์ชิโน-ยูโรเปียน ใกล้เมืองเก่าภูเก็ต ที่สร้างโดยตีความจากตัวตนของ มาร์ทีนา โรเซลส์ ภรรยากัปตันฟรานซิส

Hotel Verdigris

ที่ตั้ง : 145 ถนนเยาวราช ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต 83000 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 076 530 629

Facebook : Hotel Verdigris

Instagram : hotelverdigrisphuket

Writer

สิรวิชญ์ บุญประสิทธิการ

มนุษย์ภูเก็ต เด็กนิเทศที่ทำงานพิเศษเป็นนักเล่าเรื่อง โกโก้ หนัง และฟุตบอล ช่วยให้เข้านอนอย่างมีคุณภาพ

Photographer

อธิวัฒน์ สุขคุ้ม

เป็นช่างภาพฟรีแลนซ์ ทำเพจรีวิวชื่อ ‘วาดแสง’ ชอบในการท่องเที่ยว เขา ทะเล ถ่ายภาพ กล้องฟิล์ม แคมปิ้ง รักอิสระ เป็นคนภูเก็ตโดยกำเนิด

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load