The Cloud x การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

Sivatel Bangkok คือกรีนโฮเทลกลางป่าคอนกรีตย่านเพลินจิต

จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นจากอากงผู้มองกว้างของ หนิง-อลิสรา ศิวยาธร CEO คนปัจจุบัน ผู้เห็นโอกาสจากการท่องเที่ยวที่กำลังขยายตัวมากขึ้นเมื่อ 10 กว่าปีก่อน อาคารมิกซ์ยูสสูง 32 ชั้นใจกลางเมืองแบ่งเป็นสำนักงาน อพาร์ตเมนต์ และโรงแรม จึงเติบโตขึ้นแทนที่พักขนาดเล็ก ซึ่งเป็นธุรกิจเดิมของครอบครัวที่สร้างอยู่ก่อน

Sivatel โรงแรมรักษ์โลกกลางกรุงที่ตั้งใจให้ทุกการพักผ่อนมีส่วนช่วยให้โลกใบนี้ดีขึ้น

“อากงมองว่าธุรกิจท่องเที่ยวโรงแรมเป็นธุรกิจที่ทำลายสิ่งแวดล้อม การที่เราใช้ชีวิต ก็ต้องใช้ไฟ ใช้แอร์ ใช้ทรัพยากรธรรมชาติอยู่แล้ว ส่วนเรื่องของขยะ เรากินเยอะมันก็มีขยะเยอะ เขาก็มองว่านักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเมืองไทย ไม่ได้มาแค่ช้อปปิ้ง ยิ่งนักท่องเที่ยวเยอะ ยิ่งสร้างขยะ ยิ่งทำลายสิ่งแวดล้อม ในฐานะที่เราจะทำธุรกิจ ก็ควรจะทำแบบมีความรับผิดชอบ คำว่ากรีนเลยอยู่ในดีเอ็นเอของ Sivatel มาตั้งแต่ต้น” หนิงพาย้อนไปดูที่มาที่ไปเมื่อ 10 กว่าปีก่อน

แนวคิดเรื่องสิ่งแวดล้อมถูกวางให้เป็นเข็มทิศนำทางธุรกิจตั้งแต่ต้น 

Sivatel โรงแรมรักษ์โลกกลางกรุงที่ตั้งใจให้ทุกการพักผ่อนมีส่วนช่วยให้โลกใบนี้ดีขึ้น

เมื่อวันที่หนิง ทายาทรุ่นที่ 3 ได้รับคิวต้องเข้ามารับไม้ผลัด เป็นตัวแทนของครอบครัวพาธุรกิจนี้วิ่งต่อ จึงเป็นการทำงานที่ง่ายและไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรไปจากเจตนารมณ์เดิมของผู้บริหารรุ่นก่อนมากนัก

แต่สิ่งที่หัวเรือคนใหม่ลงมือปรุงให้ชัดเจนและลึกขึ้น คือ Brand Purpose หรือจุดมุ่งหมายของแบรนด์ จากโรงแรมที่มีแนวคิดประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สู่การเป็น Sustainable Boutique Hotel โรงแรมที่ใส่ใจความยั่งยืน เคารพต่อธรรมชาติในทุกกิจกรรม เช่น นำเสนออาหารปลอดภัยให้กับลูกค้า และเน้นการทำงานร่วมกับชุมชน รวมถึงการจัดการขยะภายในโรงแรม

The Cloud ได้มีโอกาสพูดคุยกับหนิงมาแล้วเมื่อเกือบ 3 ปีก่อน ถึงเคล็ดลับของการดำเนินธุรกิจ ตอนนั้นหนิงเพิ่งจบคอร์ส พอแล้วดี The Creator ได้ไม่นาน วันนี้น่าสนใจว่า Sivatel มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงใหม่ ดอกผลที่ได้รับผลิบานมากน้อยเพียงไร การลดขยะประเภทต่างๆ คืบหน้าไปถึงไหนแล้ว และเหตุใดโรงแรมใหญ่ใจกลางเมืองแบบนี้ถึงเลือกโน้มตัวให้อยู่ใกล้กับท้องถิ่นมากขึ้นเรื่อยๆ

ไปฟังด้วยกัน

Sivatel โรงแรมรักษ์โลกกลางกรุงที่ตั้งใจให้ทุกการพักผ่อนมีส่วนช่วยให้โลกใบนี้ดีขึ้น

จากชุมชนสู่คนเมือง

ข้าวกล้องและผักปลอดสารจากไร่รื่นรมย์ จังหวัดเชียงราย ข้าวหอมมะลิจากเกษตรกรทัพไทย จังหวัดสุรินทร์ หมูหลุมอินทรีย์จากฟาร์มในราชบุรี ไก่อารมณ์ดีที่เลี้ยงปล่อยตามธรรมชาติ จากแทนคุณ ออร์แกนิคฟาร์มที่นครปฐม ฯลฯ สังเกตว่าวัตถุดิบที่เป็นมิตรกับทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคเหล่านี้ ล้วนมาจากต่างภูมิภาค

หนิงเต็มใจให้โรงแรมกลางเมืองนี้เป็นพื้นที่สังสรรค์กันระหว่างชุมชนกับคนเมือง ร่นระยะทางจากฟาร์มทั่วไทยส่งตรงสู่กรุงเทพฯ เพื่อให้ลูกค้าได้เข้าถึงอาหารที่ดีต่อสุขภาพได้ง่ายขึ้น 

“จริงๆ ต้องบอกว่านี่คือสิ่งที่ธุรกิจใช้เวลาทำงานมาสองสามปีแล้ว ซึ่งหลังจากนี้เป็นเวลาที่เราต้องการสื่อสาร เพราะคนคิดว่าออร์แกนิกจะเป็นแค่เรื่อง Healthy แต่สำหรับเรามันคือ Safety ด้วย อย่างข้าวกะเพรา เราใช้ข้าวออร์แกนิก หมูหลุมอินทรีย์ ไข่ไก่จากแทนคุณ ออร์แกนิคฟาร์ม ส่วนกะเพราก็ปลูกเอง ในที่นี้คือปลอดสารเคมีแล้ว เป็นออร์แกนิกแล้ว มันคือเมนูที่เรากินได้ทุกวันในชีวิตประจำวัน” หนิงยกตัวอย่างเมนูง่ายๆ ที่หากินได้ทั่วไป แต่ยากที่จะมีใครทำโดยเลือกใช้วัตถุดิบอินทรีย์ทุกองค์ประกอบในจาน

Sivatel โรงแรมรักษ์โลกกลางกรุงที่ตั้งใจให้ทุกการพักผ่อนมีส่วนช่วยให้โลกใบนี้ดีขึ้น

จากที่เคยเห็นมา สรรพสินค้าใดๆ เมื่อมีออร์แกนิกต่อท้าย ราคาของผลิตภัณฑ์นั้นก็จะสูงตามไปด้วย หนิงไม่ปฏิเสธในจุดนี้ แต่ชวนเราคิดตามว่า ด้วยคุณภาพของวัตถุดิบออร์แกนิก จึงทำให้ปริมาณการใช้น้อยลงกว่าของตามท้องตลาด สุดท้ายเมื่อนำมาคิดค่าใช้จ่ายก็ถือว่าราคาสูงกว่ากันไม่มากนัก แถมยังได้ออกมาเป็นอาหารที่ปลอดภัยกับคนกิน และสิ่งที่เราคิดไม่ถึง คือบางอย่างยังมีการสูญเสียอาหาร (Food Loss) น้อยกว่าด้วย 

“อย่างหมูปกติมีไขมัน ต้องตัดแต่งทิ้ง แต่หมูของพี่สุพจน์ (หมูหลุม G-Pork Farm) มีไขมันน้อย ไม่ต้องตัดแต่ง เราใช้เนื้อได้เต็ม ตอนรับเข้ามาราคาสูงกว่า แต่พอมาคิดตอนสิ้นเดือน ต้องบวก Food Loss กลับไป ราคาก็พอๆ กัน”

ก่อนจะเสิร์ฟอาหารให้กับลูกค้า สิ่งหนึ่งที่หนิงเน้นเป็นพิเศษ คือการลงไปดูพื้นที่จริงถึงฟาร์ม เพื่อทำความรู้จักถึงที่มาที่ไปของวัตถุดิบ พาทีมงานฝ่ายต่างๆ ในโรงแรมติดสอยห้อยตามไปด้วยกัน เพื่อซึมซับและทำความเข้าใจกับวิถีอินทรีย์มากขึ้น ซึ่งนี่เป็นส่วนหนึ่งของการทำงานอย่างใส่ใจ เพื่อเสาะหาและคัดสรรผลผลิตออร์แกนิกจากทั่วประเทศมายังโรงแรมกลางกรุงนี้ ผ่านเงื่อนไข 2 ข้อ คือ รสชาติถูกปากและถูกใจแนวคิดของเกษตรกรที่ได้ไปพูดคุยด้วย

โรงแรมห้าดาวย่านเพลินจิตที่มีแนวคิดความยั่งยืน เสิร์ฟอาหารออร์แกนิกจากเกษตรกรวิถีอินทรีย์ทั่วไทย และวางเป้าหมายจัดการขยะจนเหลือศูนย์ให้ได้ภายในอีกไม่กี่ปี
โรงแรมห้าดาวย่านเพลินจิตที่มีแนวคิดความยั่งยืน เสิร์ฟอาหารออร์แกนิกจากเกษตรกรวิถีอินทรีย์ทั่วไทย และวางเป้าหมายจัดการขยะจนเหลือศูนย์ให้ได้ภายในอีกไม่กี่ปี

“Sivatel เน้นการรู้จักเกษตรกร เน้นการดูทัศนคติ ดูความตั้งใจ ดูการเชื่อมโยงกับชุมชน เพราะเราเชื่อว่าถ้าเริ่มต้นจากคนที่ทำด้วยแพสชัน ด้วยความตั้งใจ เขาจะไม่โกงเรา” หนิงอธิบายเพิ่มถึงวิธีการทำงาน

ความน่ารักของที่นี่ คือเมื่อเราเปิดรายการอาหารของโรงแรม สิ่งแรกที่เจอกลับไม่ใช่หน้าอาหารแนะนำประจำร้าน หรือของกินเล่นเรียกน้ำย่อย แต่กลับเป็นข้อมูลของเกษตรกร และผลผลิตประจำฟาร์มที่เราคัดสรรมาปรุงเป็นอาหาร เพื่อให้ลูกค้าได้ทำความรู้จักโปรไฟล์ของเกษตรกรเจ้าของวัตถุดิบไปด้วย

“เราใช้วัตถุดิบออร์แกนิก ทุกอย่างคือชีวิตของเกษตรกร คือชีวิตของชาวประมง คนเลี้ยงสัตว์ เลี้ยงไก่ เราต้องกินแบบเคารพธรรมชาติ สุดท้ายแล้ว เราอยากบอกผู้คนว่า โลกกำลังจะแตกนะ อุณหภูมิโลกเพิ่มไปเท่าไหร่แล้ว

“เมื่อมาที่นี่ คุณจะได้กินอยู่แบบเคารพธรรมชาติ เราจะจัดสิ่งที่อร่อยและดีงามจากวัตถุดิบออร์แกนิก ซึ่งทั้งอร่อยและปลอดภัย ทำมาด้วยความตั้งใจของเกษตรกร ฉะนั้น เราควรใช้ ควรกินอย่างเคารพ กินแบบพอดี เพื่อจะกลับไปช่วยสนับสนุนชุมชนให้อยู่ได้ ให้เขามีชีวิตที่ดีขึ้น และเคารพธรรมชาติที่กำลังจะแย่ เราเป็นแบรนด์สำหรับคนที่อยากให้การกินอยู่ของคนมีความหมายกับคนอื่นด้วย ไม่ใช่แค่กับตัวเอง” หนิงเฉลยถึงความตั้งใจจริง

อยู่อย่างไร้พลาสติก

แม้จะเห็นว่าตึกสูงกว่า 30 ชั้น แต่ Sivatel มีห้องพักทั้งหมดเพียง 75 ห้อง ซึ่งเป็นห้องสวีตทั้งหมด โดยกลุ่มลูกค้าที่วางไว้ในตอนแรกคือนักธุรกิจ ด้วยเหตุผลใหญ่ คือทำเลที่ตั้งอยู่ในพื้นที่สำคัญกลางเมือง

เมื่อหน้าที่เปลี่ยนมือมาสู่อีกรุ่น หนิงสังเกตเห็นว่า ถึงเป้าหมายหลักจะเป็นนักธุรกิจ แต่ด้วยขนาดของห้องที่ใหญ่มาก แบ่งออกเป็นส่วนห้องนอนและรับแขกด้านหน้า สิ่งนี้ไม่สัมพันธ์กับกิจวัตรของกลุ่มเป้าหมาย หนำซ้ำแขกส่วนใหญ่ที่พบเจอ กลับเป็นครอบครัวที่มาพักผ่อนแบบสบายๆ ใช้เวลากับการช้อปปิ้ง ว่ายน้ำ ฯลฯ 

เธอจึงปรับแนวทางของแบรนด์เสียใหม่ และรีโนเวตห้องพักด้วยในคราวเดียวกัน

โรงแรมห้าดาวย่านเพลินจิตที่มีแนวคิดความยั่งยืน เสิร์ฟอาหารออร์แกนิกจากเกษตรกรวิถีอินทรีย์ทั่วไทย และวางเป้าหมายจัดการขยะจนเหลือศูนย์ให้ได้ภายในอีกไม่กี่ปี
โรงแรมห้าดาวย่านเพลินจิตที่มีแนวคิดความยั่งยืน เสิร์ฟอาหารออร์แกนิกจากเกษตรกรวิถีอินทรีย์ทั่วไทย และวางเป้าหมายจัดการขยะจนเหลือศูนย์ให้ได้ภายในอีกไม่กี่ปี

ห้องพักแบ่งเป็น 8 แบบที่แตกต่างกันตามขนาดพื้นที่ มีชื่อเรียกเป็นดอกไม้ชนิดต่างๆ แสดงออกผ่านการตกแต่งภายในห้อง โดยมีแรงบันดาลใจจากกระเบื้องโมเสกที่ประดับประดาสถาปัตยกรรมของวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม 

ข้าวของเครื่องใช้ภายในห้อง หนิงเลือกนำเสนอความใกล้ชิดกับธรรมชาติและท้องถิ่นให้กับแขกที่เข้าพัก อาทิ เฟอร์นิเจอร์เครื่องสานจากเตยปาหนัน หัตถกรรมขึ้นชื่อของภาคใต้ ส่วนเสื่อปูพื้นห้องก็ทำจากเส้นใยผักตบชวา ขณะที่อุปกรณ์ภายในห้องน้ำทั้งหมด ก็เลือกใช้แบรนด์รักษ์สิ่งแวดล้อมอย่าง Hug Organic โดยเปลี่ยนจากขวดพลาสติกเล็กๆ ที่พบได้ตามโรงแรมเป็นขวดปั๊มแบบรีฟิล ขวดน้ำดื่มที่เป็นพลาสติกก็ใช้เป็นขวดแก้วทั้งหมด และปลอดหลอดพลาสติกด้วย

โรงแรมห้าดาวย่านเพลินจิตที่มีแนวคิดความยั่งยืน เสิร์ฟอาหารออร์แกนิกจากเกษตรกรวิถีอินทรีย์ทั่วไทย และวางเป้าหมายจัดการขยะจนเหลือศูนย์ให้ได้ภายในอีกไม่กี่ปี
โรงแรมห้าดาวย่านเพลินจิตที่มีแนวคิดความยั่งยืน เสิร์ฟอาหารออร์แกนิกจากเกษตรกรวิถีอินทรีย์ทั่วไทย และวางเป้าหมายจัดการขยะจนเหลือศูนย์ให้ได้ภายในอีกไม่กี่ปี

“เราเลิกใช้ขวดพลาสติกแล้วเปลี่ยนมาเป็นขวดแก้ว ขยะขวดพลาสติกก็หายไปเกือบปีละสองแสนใบ เราเปลี่ยนสิ่งอำนวยความสะดวกในห้องน้ำ จากขวดเล็กๆ มีตราโรงแรม เปลี่ยนมาเป็นขวดปั๊ม ทำให้ค่าใช้จ่ายถูกลง เพราะเราไม่ต้องไปทำเฮาส์แบรนด์ ไม่ต้องมีออร์เดอร์ขั้นต่ำ ไม่ต้องนับสต็อก ทำแบบนี้ขยะขวดพลาสติกที่เป็นขวดแชมพูหายไปปีละแสนสอง แล้วในห้องพักก็ไม่มีหลอดให้ ลูกค้าไม่ได้มีปัญหาอะไร ปีหนึ่งขยะหลอดพลาสติกหายไปเกือบๆ ประมาณแสนหลอด ขยะพลาสติกมันก็ค่อยๆ ลดลง” ผู้บริหารตรงหน้าเล่าถึงความสำเร็จ

ปัจจุบันการคัดแยกและบันทึกน้ำหนักขยะที่ทำกันทุกเดือนของชาว Sivatel บ่งบอกชัดว่าตัวเลขของขยะประเภท Single Use Plastic ลดลงได้แล้วแทบจะ 100 เปอร์เซ็นต์

กินอย่างเคารพธรรมชาติ

จากข้อมูลเมื่อปีที่ผ่านมา ประเทศไทยอยู่ในภาวะที่ต้องเผชิญกับขยะจำนวนมากถึงประมาณ 28 ล้านตัน เป็นขยะตกค้างที่ไม่สามารถกำจัดได้ 5.8 ล้านตัน และเป็นขยะเศษอาหารหรือ Food Waste สูงถึง 4 ล้านตัน คิดโดยประมาณเป็นร้อยละ 60 ของขยะที่กำจัดไม่ได้

ภาคอุตสาหกรรมโรงแรมและการท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในผู้ที่ไม่อาจปัดความรับผิดชอบปัญหาดังกล่าว หนิงตระหนักในข้อนี้ดี นี่จึงเป็นที่มาของสารพัดวิธีการลดขยะเศษอาหาร ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเกิดขึ้นจากภายในครัวของโรงแรม

เชฟเอ้-สิทธิโชค เงินฉลาด Executive Chef ของ Sivatel คือหัวแรงสำคัญในการทำให้ความฝันของหนิงเป็นรูปเป็นร่างและจับต้องได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม น่าสนใจมากว่าปลายทางของขยะเศษอาหารที่เกิดขึ้นภายในโรงแรมใจกลางเมืองนี้ไม่ได้ไปสู่ถังขยะหรือหลุมฝังกลบ แต่ผ่านการวางแผนอย่างจริงจังจนแทบจะไม่เหลือส่วนที่ต้องทิ้งไปโดยไร้ค่า เมื่อวัตถุดิบส่งเข้ามาที่ครัว ก็เป็นหน้าที่ของเชฟเอ้ที่ต้องมองข้ามไปอีกขั้นว่าวัตถุดิบต่างๆ เหล่านี้ นำไปทำอะไรเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดประโยชน์ได้บ้าง

โรงแรมห้าดาวย่านเพลินจิตที่มีแนวคิดความยั่งยืน เสิร์ฟอาหารออร์แกนิกจากเกษตรกรวิถีอินทรีย์ทั่วไทย และวางเป้าหมายจัดการขยะจนเหลือศูนย์ให้ได้ภายในอีกไม่กี่ปี

เริ่มจากเศษผักโรยหน้าอย่างต้นหอม ขึ้นฉ่าย นำไปตากแห้งแล้วโรยเกลือ แปลงโฉมเป็นผงชูรสจากธรรมชาติที่ดีกับสุขภาพ ส่วนเศษเนื้อสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นหัวปลาและโครงไก่ จับหยิบใส่หม้อก็ได้เป็นหัวเชื้อของน้ำสต๊อกที่ใช้ปรุงสารพัดเมนูต้มในครัว 

หรือแม้แต่กระดูกของปลาแซลมอน เศษอาหารที่ฟังแล้วอาจมืดแปดด้านว่าจะนำไปทำอะไรได้นอกจากโยนลงถัง เชฟมองเห็นค่าของเนื้อปลาที่ซ่อนอยู่ โดยเอากระดูกไปอบแบบฮาล์ฟคุก เพื่อให้เนื้อร่อนออกง่ายขึ้น ก่อนนำเนื้อที่ได้ไปทำเป็นข้าวผัดปลาแซลมอนหรือยำปลาแซลมอนตะไคร้ก็ได้ โดยวิธีนี้เชฟเอ้บอกกับเราว่าปลาแซลมอนน้ำหนัก 5 กิโลกรัม เลาะเนื้อเล็กๆ ที่ถูกมองข้ามนี้ออกมาได้มากถึงเกือบ 2 กิโลกรัม

หนิงช่วยยกตัวอย่างให้ฟังอีกว่า อย่างเมนูผัดไทยกุ้งสด ที่นี่เลือกปอกเปลือกและหัวกุ้งออกตั้งแต่ก่อนเสิร์ฟ แล้วนำส่วนเกินที่ว่าไปเจียวเป็นมันกุ้ง รอใช้ปรุงกับอาหารอื่นๆ เช่น ล็อบสเตอร์บิตและข้าวต้มกุ้ง เพื่อที่แขกก็จะได้ไม่ต้องทิ้งเปลือกกุ้งเป็นขยะ แถมยังสะดวกตอนกินด้วย

โรงแรมห้าดาวย่านเพลินจิตที่มีแนวคิดความยั่งยืน เสิร์ฟอาหารออร์แกนิกจากเกษตรกรวิถีอินทรีย์ทั่วไทย และวางเป้าหมายจัดการขยะจนเหลือศูนย์ให้ได้ภายในอีกไม่กี่ปี

อีกวิธีที่น่าสนใจ คือการดีไซน์เมนูอาหารต่างๆ ทั้งในมื้ออาหารเช้าและร้านอาหารของโรงแรม ให้ออกมาเป็นสารพัดเมนูที่ใช้วัตถุดิบอย่างคุ้มค่า เหลือเป็นขยะเศษอาหารให้น้อยที่สุด อย่างเมนูสเต๊กพอร์กชอปที่มีกระดูกติดมา จะดีกว่าไหมหากเลือกนำเสนอเป็นเนื้อส่วนอื่น เช่น สันในที่ไม่ทำให้เกิดขยะส่วนเกินมากขึ้น นอกจากนี้ ในรายการอาหารของที่นี่ยังไม่มีเมนูที่ทำจากหอยทุกชนิด เพราะว่าเปลือกหอยถือเป็นหนึ่งในขยะที่นำไปเพิ่มมูลค่าได้ยาก และสุดท้ายก็จำเป็นที่จะต้องทิ้งโดยเปล่าประโยชน์

จะว่าไปแล้ว แทบทุกอย่างดูง่ายดายจนน่าจดกลับไปลองทำเองที่บ้าน

จุดเริ่มต้นใหม่หลังเส้นชัย

ในวันนี้ ด้วยวิธีการต่างๆ ที่ Sivatel ได้เริ่มนำร่องทำมา ลดปริมาณขยะเศษอาหารจากครัวไปได้เยอะ แม้จะมีบางส่วนที่ยังเหลืออยู่ และนำไปแปรรูปหรือปรุงเป็นเมนูอื่นไม่ได้ แต่ทางหนึ่งเศษอาหารเหล่านี้จะย้อนกลับไปเลี้ยงหมูในฟาร์มเครือข่ายเกษตรกร ในอีกทางก็จะนำไปให้หนอนแมลงวันลายที่เลี้ยงไว้คอยเป็นผู้ช่วยย่อยสลาย แล้วจึงส่งไปให้ฟาร์มไก่ออร์แกนิกได้ใช้เป็นตัวบำรุงโปรตีนโดยไม่คิดสตางค์ เป็นน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ที่โรงแรมมีส่วนช่วยลดต้นทุนให้กับเกษตรกร ซึ่งนอกจากไข่ไก่คุณภาพแล้ว ผลพลอยได้คือราคาไข่ไก่ที่กลับมาก็จะถูกลงด้วย 

“ขยะเศษอาหารคือกลุ่มสุดท้ายที่เหลืออยู่ ห้าปีนี้ โรงแรมลดขยะทั้งหมดไปถึงประมาณเจ็ดสิบถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์ ขยะอาหารก็ลดมาประมาณเจ็ดสิบห้าเปอร์เซ็นต์แล้ว จากที่เราเคยอยู่เดือนละประมาณสามพันกิโลกรัม ตอนนี้เพราะโควิด-19 ด้วย เลยเหลือประมาณเจ็ดถึงแปดร้อยกิโลกรัม ก็คือประมาณห้าสิบถึงหกสิบเปอร์เซ็นต์ที่เราเหลืออยู่ เราจึงให้ความสำคัญมาก เพราะขยะพลาสติกไม่มีแล้ว” หนิงอธิบายถึงเส้นชัยที่ใกล้ถึงเข้าไปทุกที

เป้าหมายในการทำงานเพื่อลดขยะประเภทต่างๆ ภายใต้การนำของหนิงไม่ได้ทำเล่นๆ เพราะเธอกำลังชวนพนักงานก้าวไปพร้อมกัน ไม่ช้า ไม่เร็ว เพียงปีละ 1 ก้าวแต่สำคัญ

ภายในปีหน้า Sivatel จะก้าวไปเป็นครัวที่ปลอดขยะเศษอาหารทั้งหมด, ปีถัดมาร้านอาหารของโรงแรมจะเป็น Zero Waste Restaurant, ค.ศ. 2024 ทั้งโรงแรมจะกลายเป็นพื้นที่ปลอดขยะทุกชนิด และในที่สุดเมื่อเข้าสู่ขวบปีที่ 5 ของโครงการนี้ หนิงมองว่าระบบที่วางไว้จะเริ่มเข้าที่เข้าทาง วันนั้นเธอวางให้ที่นี่เป็น Learning Center เกี่ยวกับการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะ

Sivatel โรงแรมรักษ์โลกย่านเพลินจิตที่ตั้งใจให้ทุกการพักผ่อนมีส่วนช่วยให้โลกใบนี้

สุขบนความยั่งยืน

ขณะที่บรรยากาศกว่าค่อนโลกยังคงซึมจากโควิด-19 ประเทศไทยที่พึ่งพาธุรกิจท่องเที่ยวเป็นหลักประสบปัญหานี้เข้าอย่างจัง แม้แนวทางของโรงแรมที่วางไว้อย่างแน่วแน่ จะประคับประคองให้ไม่บอบช้ำมากนักในสถานการณ์ตอนนี้

แต่ความหวังว่าจะกลับมาเปิดต้อนรับผู้มาเยือนจากต่างประเทศ ก็พังทลายให้ใจปิ๋วแทบทุกไตรมาส 

วันนี้ผู้ประกอบการไม่น้อยยังคงสาละวนกับการแก้ไขปัญหาให้ธุรกิจของตัวเองลุกขึ้นเดินหน้าต่อ ในฐานะผู้บริหารซึ่งเจอปัญหาไม่ต่างกันเรียนรู้จากวิกฤตครั้งนี้ว่า นับจากนี้ธุรกิจโรงแรมคงหวังพึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติมากไม่ได้เหมือนแต่ก่อน เพราะสถานการณ์ปัจจุบันแสดงให้เห็นแล้วว่าสิ่งนี้ไม่ยั่งยืน 

เธอเชื่อว่าในอนาคต ผู้ประกอบการควรเน้นการสร้างแบรนด์ที่เป็นมิตรกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งน่าจะเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น เมื่อบ้านเมืองกลับมาหายใจหายคอได้คล่องกว่านี้

“เรื่องสิ่งแวดล้อม มีแต่ควรจะพูดให้ดังขึ้นเรื่อยๆ เป็นหนึ่งหัวข้อที่คนรุ่นใหม่อยากเห็น ในภาคธุรกิจเองเรามองว่าคุณทำไปเถอะ มันมีแต่จะเป็นภาพลักษณ์ที่ดีของแบรนด์ ถ้าคุณมี Mindset นะ มันเป็นธุรกิจที่มีส่วนทำให้เกิดสิ่งดีๆ กับชุมชน สังคม สิ่งแวดล้อม 

“ความจริงคือมันรอไม่ได้แล้ว ทุกคนต้องช่วยกัน แต่น้อยคนที่จะตระหนักไปถึงตรงนั้น แต่ที่แน่ๆ ความตระหนักขององค์กรต่างๆ หลังจากนี้จะมีมากขึ้น ของลูกค้าก็จะมีมากขึ้น ถ้าคุณรอให้ลูกค้ามาเยอะๆ แล้วค่อยทำ ตอนนั้นก็กลายเป็นผู้ตามแล้ว” หนิงฝากคำแนะนำให้สำหรับธุรกิจที่ริเริ่มเพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงตัวเอง

Sivatel โรงแรมรักษ์โลกย่านเพลินจิตที่ตั้งใจให้ทุกการพักผ่อนมีส่วนช่วยให้โลกใบนี้
Sivatel โรงแรมรักษ์โลกย่านเพลินจิตที่ตั้งใจให้ทุกการพักผ่อนมีส่วนช่วยให้โลกใบนี้

นอกจากนี้ สิ่งที่พวกเขากำลังทำอยู่ น่าจะเป็นโมเดลทางธุรกิจให้กับผู้ที่สนใจในจังหวัดอื่นๆ ได้เช่นกัน

“เราอยู่กลางเมือง อยากให้เห็นว่าเรายังทำได้ ถ้าเราอยู่ใจกลางเพลินจิตที่ที่ดินแพงสุดในกรุงเทพฯ เราทำสิ่งเหล่านี้ได้ ทั้งๆ ที่เราอยู่ห่างไกลจากเกษตรกรมากกว่า ถ้าคุณเป็นโรงแรมที่เชียงใหม่ ขอนแก่น หรืออัมพวา ซึ่งคุณอยู่ใกล้เกษตรกรและชุมชนมากกว่าเราเยอะ ถ้าสิ่งเหล่านี้เราทำได้ ใครๆ ก็ทำได้”

ความสุขของคนทำธุรกิจที่พัก อาจเป็นการเห็นแขกผู้มาเยือนอิ่มเอมใจกลับไป หรือบางคนอาจเป็นตัวเงินที่ทำรายได้ให้เป็นกอบเป็นกำ แต่การสร้างโรงแรมที่มีอัตลักษณ์ชัดเจนแบบนี้ มีความยาก ทั้งต้องลงแรงและค่าใช้จ่ายที่ต้องเสีย แล้วความสุขของผู้บริหาร Sivatel ในวันนี้คืออะไร-เราถาม

Sivatel โรงแรมรักษ์โลกย่านเพลินจิตที่ตั้งใจให้ทุกการพักผ่อนมีส่วนช่วยให้โลกใบนี้
Sivatel โรงแรมรักษ์โลกย่านเพลินจิตที่ตั้งใจให้ทุกการพักผ่อนมีส่วนช่วยให้โลกใบนี้

“เราภูมิใจที่ธุรกิจเรามีส่วนเกื้อกูลหลายๆ ชีวิต อย่างเอาแง่การทำงาน ก็คือน้องๆ พนักงานที่เขาฝากความหวัง ฝากชีวิตไว้กับเรา ส่วนสำหรับชุมชนคือกำลังใจ สิ่งที่ SME ต้องการมาก คือกำลังใจที่อยากจะได้ในการดำรงชีวิตอยู่ ชุมชนเขาก็มีกำลังใจ ว่าอย่างน้อยมีผู้ประกอบการเห็นคุณค่าในงานของเขา ที่เขาพยายามจะทำ ยังเห็นความหมายของสิ่งที่ชุมชน หรือเกษตรกรผลิต

“ในแง่สิ่งแวดล้อม เราก็เห็นว่าเรามีความสุขกับการทำธุรกิจแล้ว ซึ่งมีส่วนร่วมช่วยแก้ปัญหา ถึงแม้ว่าทุกคนอาจจะบอกว่า ทำองค์กรเดียวแล้วไม่เกิดผลหรอก แต่สิ่งที่เราคาดหวังมากกว่านั้นคือ ใครก็ตามที่มาอ่านเรื่องราวของที่นี่ หรือได้เข้ามาสัมผัส เรารู้สึกว่าเขาจะได้รับพลังบวก หรือได้แรงบันดาลใจบางอย่างกลับไป แค่นั้นเราก็รู้สึกว่างานที่ทำ มันมีความหมายกับผู้คน กับสังคม กับประเทศชาติ กับสิ่งแวดล้อมแล้ว 

“ถ้าเราเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นริเริ่ม หรือแม้แต่คิดจะเปลี่ยนอะไรบางอย่างในชีวิต เรารู้สึกว่ามันคงมีคนอีกคน หรือมีองค์กรหนึ่งที่เขากำลังเริ่มปักเมล็ดลงไปแล้ว” 

ทายาทรุ่นสามทิ้งท้ายถึงความสุขอย่างเรียบง่าย

Sivatel Bangkok Hotel

ที่ตั้ง : 53 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2309 5000

เว็บไซต์ : www.sivatelbangkok.com

Facebook : Sivatel Bangkok Hotel

Writer

พณิช ตั้งวิชิตฤกษ์

นักลองฝึกพิสูจน์อักษร ผู้แสร้งเป็นนักลองฝึกเขียน อดีตเป็นนักเรียนภาษา ผู้สนใจเป็นนักเรียนประวัติศาสตร์ศิลป์ รักในมวลรอบข้างที่ดี กาแฟ ชาเขียว และแมวเหมียว

Photographer

สิทธิพงษ์ ติยะวรากุล

ชอบถ่ายรูป แต่ชอบฟังนักเขียนขณะสัมภาษณ์มากกว่า

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

เดือนแรกของปีมาถึงพร้อมกับสายลมหนาว สัญญาณเข้าสู่ฤดูกาลเดินทางมาอีกหน หลายคนคงมีจุดมุ่งหมายสัมผัสอากาศหนาวอยู่ในใจ ถ้ายังคิดไม่ตกว่าจะออกไปสูดอากาศดีที่ไหน หรือหากใครกำลังมองหาที่พักแนวโฮมสเตย์ ใช้ชีวิตวิถีชาวบ้านตามย่านเมืองเก่า เราขอเสนอที่พักในจังหวัดสุโขทัยแห่งนี้เข้าไปเป็นหนึ่งในตัวเลือก

โฮมสเตย์หลังนี้อยากให้คุณนอนหลับสบายในบ้านไม้กลางสวนแสนอบอุ่น อิ่มอร่อยกับอาหารพื้นบ้านสูตรคุณแม่ ทั้งยังมีส่วนช่วยเหลือโลกไปพร้อมกับการพักผ่อน นี่คือบางสิ่งที่คุณจะได้พบ ณ สถานที่แห่งนี้

หากพร้อมแล้ว แพ็กกระเป๋าสาวเท้าเข้าสวนผลไม้ ปะทะลมหนาวครั้งใหม่ที่เริ่มหวนพัดมาไล้ผิว ศุ-ศุภลักษณ์ คงรุ่ง สาวสุ้โข่ทัยเจ้าของ ‘สุขเสมอ Relaxation Homestay’ โฮมสเตย์รักษ์โลกที่พร้อมมอบประสบการณ์แสนเรียบง่ายแบบชาวบ้านท้องถิ่น แนบธรรมชาติอย่างใกล้ชิด รอต้อนรับเราอย่างอบอุ่นอยู่ปากทางเข้าสวน พร้อมชวนเราสวนทางลม ไล่เรียงเรื่องราวย้อนกลับไปเมื่อครั้งรุ่งอรุณแห่งสุขเสมอเพิ่งเริ่มต้นขึ้นพ้นทิวไม้ในสวนของครอบครัว

สุขเสมอ : โฮมสเตย์รักษ์โลกในสวนมะยงชิด จ.สุโขทัย ให้คุณนั่งนับดาว-นอนเสมอดวงจันทร์

รุ่งอรุณแห่งสุขเสมอ

สุขเสมอ Relaxation Homestay เกิดขึ้นบนสวนผลไม้ของครอบครัว ขนาดเพียง 3 ไร่นิด ๆ อบอุ่นด้วยวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม เพราะอยู่ท่ามกลางชุมชนชาวสวนเก่าแก่ของเมืองสวรรคโลก มีต้นละมุดที่ปลูกกันเป็นหลักยืนพื้นมาตั้งแต่รุ่นเก่าก่อน ภายหลังสวนของศุเปลี่ยนจากสวนละมุดเป็นสวนมะยงชิด และปัจจุบันพัฒนาเป็นสวนผสมผสาน มีสมาชิกผลไม้ต่าง ๆ เพิ่มเข้ามาด้วย เช่น ขนุน มะม่วง กล้วย ฯลฯ หลังจากเธอกลับบ้านมาลองเปิดสวนเป็นร้านกาแฟได้สักพัก ศุมีความคิดอยากขยับขยายพื้นที่ให้เป็นบ้านพักกลางสวน ให้ผู้มาเยือนได้แอบอิงแนบชิดกับธรรมชาติ

“หลังเรียนจบ เราไป Work and Travel มาหกเดือน แล้วก็กลับมาทำงานที่กรุงเทพฯ ปีนั้นน้ำท่วมเราเลยกลับมาบ้าน ช่วงนั้นพ่อแม่ใกล้จะเกษียณ และเขาเพิ่งเปลี่ยนจากสวนละมุดเป็นสวนผลไม้อื่น ๆ ตั้งใจปลูกให้ลูก ๆ เวลาเราออกมาสวนกับพ่อแม่ตอนกลางคืน มันสวยนะ ก็เลยคุยกันว่าอยากทำที่พักในสวน” เจ้าบ้านสาวเล่าถึงที่มา

หลังจากศุได้ภาพของบ้านพักในหัว ที่เธอเก็บแรงบันดาลใจมาจากโรงแรมในต่างประเทศ สิ่งต่อมาที่เจ้าบ้านทำคือ เริ่มตั้งโจทย์ให้แตกต่าง ต้องสร้างคาแรกเตอร์ของที่พักให้แปลกใหม่ เธอสังเกตเห็นว่า นักท่องเที่ยวที่มาสุโขทัยบางกลุ่มตั้งใจมาพักผ่อน อยากลองสัมผัสวิถีของคนในพื้นที่ แบบที่หลายคนเลือกพักตามโฮมสเตย์ แต่ขณะเดียวกันก็ไม่อยากมาใช้ชีวิตแบบชาวบ้าน ชนิดถอดแบบทั้งการกินอยู่ทุกกระเบียด

“โฮมสเตย์ทั่วไปในสุโขทัยก็มีอยู่แล้ว แต่เราอยากทำที่พักให้ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มที่อยากสัมผัสความเป็นโฮมสเตย์ ขณะเดียวกันก็ยังอยากนอนหลับสบาย อยากมีเครื่องทำน้ำอุ่น อยากมีแอร์” ศุค่อย ๆ ตีโจทย์ให้ฟัง

คอนเซ็ปต์ของที่นี่จึงออกมาเป็นที่พักในสวนผลไม้ และมอบความสะดวกสบายในการมาพักผ่อนคล้ายกับโรงแรม แต่ขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกเป็นกันเองแบบวิถีชีวิตชาวบ้าน ตามอย่างที่โฮมสเตย์ควรจะเป็น

แถมความโชคดีอย่างหนึ่ง แม้ที่นี่อยู่ไม่อยู่ไกลจากชุมชนมากนัก แต่กลับสงบและไม่วุ่นวาย แขกไปใครมาก็ยังได้เห็นภาพวิถีชีวิตอย่างเก่าครบถ้วน ทั้งคุณย่า คุณยาย ตื่นเช้ามาใส่บาตร คุณป้าข้างบ้านมาเก็บผักผลไม้ในสวนเป็นกิจวัตรประจำวัน เป็นบรรยากาศที่คุณเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปเมื่อหลายสิบปีก่อนของเมืองสวรรคโลก

“เราเป็น Relaxation Homestay เป็นโฮมสเตย์ที่สบายกว่าทั่วไป ตอนเปิดแรก ๆ ก็เกินคาด เพราะเราไม่ได้มีจุดขายอะไร ไม่ใกล้เมืองเก่า แต่เรามั่นใจในชุมชนแถวนี้ว่า ยังมีวิถีชีวิตที่เราเห็นตั้งแต่เด็ก มันน่าสนใจนะ” เธอยิ้ม

สุขเสมอ : โฮมสเตย์รักษ์โลกในสวนมะยงชิด จ.สุโขทัย ให้คุณนั่งนับดาว-นอนเสมอดวงจันทร์
สุขเสมอ : โฮมสเตย์รักษ์โลกในสวนมะยงชิด จ.สุโขทัย ให้คุณนั่งนับดาว-นอนเสมอดวงจันทร์

พักอย่างสุขเสมอ

ท่ามกลางโอบกอดของหมู่มวลต้นมะยงชิด มีบ้านพัก 2 หลังตั้งอยู่ระหว่างแมกไม้ สาวคู่สนทนาเล่าอย่างภูมิใจว่า ตอนแรกสร้างนั้นตั้งใจพยายามไม่ให้รบกวนธรรมชาติที่มีอยู่ จึงแทบไม่ได้ตัดต้นไม้เดิมออกไปเลย 

“เราใช้การแทรกที่พักเข้าไปในที่ว่างในสวน ตั้งใจอยากให้เห็นวิวยอดไม้ด้านบน เพราะแถวบ้านไม่มีภูเขาเหมือนที่อื่น เลยทำที่พักให้สูงขึ้นจากพื้น ไม่ได้เป็นกระท่อมใต้ต้นไม้” เจ้าบ้านไขเหตุผลที่สร้างบ้านพักทรงสูงเหนือทิวไม้

‘เสมอจันทร์’ คือชื่อบ้านพักหลังแรกที่สร้างขึ้นในสวนแห่งนี้ เป็นบ้านหลังน้อยใต้ถุนสูง เมื่อเดินขึ้นบันไดไปจะมีห้องนอนอยู่ชั้นบน เหนือขึ้นมาจากต้นไม้ในสวน ซึ่งชื่อของบ้านหลังนี้ก็มาจากวิวของห้องนอนในคืนพระจันทร์เต็มดวง ที่จะโผล่ขึ้นมาทักทายผู้มาเยือนอยู่เสมอระดับเดียวกับระเบียงห้อง น่าจะถูกใจสำหรับคู่รักที่อยากมาพักผ่อนด้วยกัน

เมื่อผลตอบรับของบ้านหลังแรกดีเกินกว่าที่คิดไว้ ลูกค้าเก่ากลับมาพักซ้ำบ่อยครั้ง แขกหน้าใหม่ก็แวะมาไม่ขาด ‘นับดาว’ จึงเกิดขึ้นในอีก 1 ปีให้หลัง ครั้งนี้เธอสร้างไว้เป็นทางเลือกให้แขกที่มาพักแบบครอบครัวใหญ่ ออกแบบให้มีความสูงย่อมลงมา แต่ยังมองลอดเห็นยอดไม้ไม่ต่างกับหลังก่อนหน้า ตั้งใจว่าหากแขกพาผู้สูงอายุมาด้วย ก็จะชมสวนโดยไม่มีอุปสรรคเรื่องการขึ้นบันไดหลายขั้น ชั้นบนดีไซน์ให้ห้องพักทั้ง 2 ห้องโปร่งสบาย เพราะใช้กระจกเปิดโล่งรับลม ทำระเบียงตรงกลางไว้นั่งมองท้องฟ้าตัดกับพื้นที่สีเขียว ตื่นเช้ามาฟังเสียงนกร้อง ได้กลิ่นอายแบบที่หาไม่ได้จากเมืองหลวง

บ่อยครั้งแขกที่สนใจเข้าพักมักมาพร้อมคำถาม 

‘มีห้องน้ำในตัวมั้ย’ หรือ ‘นอนสบายหรือเปล่า’ 

สุขเสมอ : โฮมสเตย์รักษ์โลกในสวนมะยงชิด จ.สุโขทัย ให้คุณนั่งนับดาว-นอนเสมอดวงจันทร์
สุขเสมอ : โฮมสเตย์รักษ์โลกในสวนมะยงชิด จ.สุโขทัย ให้คุณนั่งนับดาว-นอนเสมอดวงจันทร์

เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว ศุก็เลยทำห้องพักให้สบายไปเลยดีกว่า เพียงแต่ไม่หรูหราระดับโรงแรม ที่นี่จึงเป็นโฮมสเตย์ที่มีเครื่องอำนวยความสะดวกพร้อมสรรพ ทั้งเครื่องปรับอากาศ เครื่องทำน้ำอุ่น (ที่เจ้าของบ้านกระซิบว่า มีฝักบัว Rain Shower ด้วยนะ) และที่น่าสนใจคือ การให้ความสำคัญกับการนอนมาก ๆ เธอพิถีพิถันเลือกที่นอนแบบที่ใช้ในโรงแรม ยามแขกกลับมาจากการเที่ยวที่เหนื่อยสุด ๆ จะได้พร้อมทิ้งตัวนอนหลับสบาย และพร้อมออกเดินทางต่อในวันถัดไป 

อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องบอกไว้ก่อน ที่นี่ไม่มีโทรทัศน์และตู้เย็น 

“แต่เรามีสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่แรงมากนะ” ศุรีบบอก ก่อนอธิบายต่อ

“เราคิดว่าตรงนี้สำคัญกว่าทีวี เพราะสมัยนี้อยู่บ้านก็ดูได้ การมี Wi-Fi ก็ครอบคลุมทุกอย่าง ตอนแรกก็หวั่น ๆ แต่ตั้งแต่เปิดมาไม่มีลูกค้าติเรื่องนี้เลย ลูกค้าก็ชอบ เราก็ค่อย ๆ คัดกรองกลุ่มเป้าหมายของเราไปเรื่อย ๆ ส่วนใหญ่เขาก็มีไอแพดมาด้วย ขอแค่มี Wi-Fi ให้เขาก็พอ อย่างแขกที่มาทำงานช่วงโควิด เขาก็อยู่เป็นอาทิตย์ได้ ส่วนตู้เย็น ถ้าแขกมีของต้องแช่ ก็ฝากไว้ที่ร้านกาแฟของเราได้” ศุเฉลยเหตุของการตัดบางสิ่งและเพิ่มบางอย่างในห้องพัก

แพ็กกระเป๋าเข้าสวนผลไม้แห่งเมืองสวรรคโลก พักผ่อนสบาย ๆ ในโฮมสเตย์ใกล้ชิดชุมชน ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและเกื้อกูลท้องถิ่น

อยู่แบบสุขเสมอ

หลายต่อหลายคนที่มาสุโขทัย มีจุดมุ่งหมายคือการเยือนเมืองมรดกโลก ได้ออกแรงรีดเหงื่อจากการเดินทอดน่องชมโบราณสถานในอุทยานประวัติศาสตร์ ซึ่งความดีงามของสุขเสมอคืออยู่แทบจะกึ่งกลางพอดี ระหว่างเมืองเก่าเหนือกับเมืองเก่าใต้ ทำให้เลือกแวะไปท่องเที่ยวได้ทั้ง 2 ฝั่งด้วยระยะทางพอ ๆ กัน พักผ่อนสัก 2 คืนก็กำลังดี เพราะจัดโปรแกรมหนึ่งวันลงไปเมืองเก่าสุโขทัย อีกวันก็มุ่งทางเหนือไปอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยได้แบบไม่เหนื่อยมาก

ส่วนกิจกรรมภายในที่พัก จริง ๆ แล้วศุอยากแนะนำให้แขกได้ใช้เวลานอกสถานที่มากกว่า ตะลอนให้ทั่วจังหวัดสุโขทัย แล้วค่อยกลับมาดื่มด่ำบรรยากาศของที่พักในช่วงเย็น แต่หากมาในโอกาสเหมาะเหม็งช่วงหน้าผลไม้ เจ้าของบ้านพ่วงเจ้าของสวนก็ยินดีชวนคว้าตะกร้าคนละใบเดินเก็บผลไม้รอบสวน ถ้ามาแล้วไม่ใช่หน้าฤดูผลไม้ แต่ก็ไม่อยากออกไปไหนไกล ยังมีแกลเลอรี่และเวิร์กช็อปงานปั้นใกล้ ๆ ไว้เป็นอีกตัวเลือก หากสนใจลองให้เธอช่วยเป็นไกด์ให้ได้

เรื่องอาหารการกินเป็นสิ่งสำคัญ แขกที่เจาะจงมาพักโฮมสเตย์ส่วนหนึ่งก็เพราะอยากลิ้มชิมรสอาหารพื้นบ้านจากวัตถุดิบท้องถิ่น สำหรับที่สุขเสมอ มีอาหารเช้าเป็นแพ็กเกจพร้อมห้องพัก หากใครที่อยากได้อาหารเย็นด้วยก็แจ้งไว้ก่อนล่วงหน้า โดยคุณแม่ของศุจะเป็นผู้รับหน้าที่ถ่ายทอดรสมืออย่างเรียบง่าย ฉบับชาวสวนเมืองสวรรคโลกให้ได้ลองกัน เสิร์ฟมาครบสำรับทั้งต้ม ผัด แกง ทอด พร้อมเซ็ตน้ำพริกผักลวก ให้ดื่มด่ำตามประสาชาวบ้านกันอย่างอิ่มหนำ

แพ็กกระเป๋าเข้าสวนผลไม้แห่งเมืองสวรรคโลก พักผ่อนสบาย ๆ ในโฮมสเตย์ใกล้ชิดชุมชน ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและเกื้อกูลท้องถิ่น
แพ็กกระเป๋าเข้าสวนผลไม้แห่งเมืองสวรรคโลก พักผ่อนสบาย ๆ ในโฮมสเตย์ใกล้ชิดชุมชน ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและเกื้อกูลท้องถิ่น

แม้จะดูเป็นมื้อง่าย ๆ ธรรมดา แต่ขอบอกว่าที่นี่เลือกใช้วัตถุดิบปลอดภัย หาได้จากสวนของบ้าน อย่างไข่จากไก่ที่เลี้ยงไว้ ผักก็ปลูกเองจากสวน อาทิ กระเจี๊ยบ ตำลึง ตามแต่ว่าตอนนั้นจะมีผักอะไรพร้อมนำมาเข้าครัว ส่วนผลไม้ชนิดใดออกผลก็เก็บเตรียมไว้รับแขก อย่างช่วงไหนมีกล้วยก็ให้ลูกค้าลองชิม ส่วนช่วงมะยงชิดก็ทำเป็นเมนู Welcome Drink ที่สำคัญ ผลผลิตทั้งหมดยังเป็นออร์แกนิก 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะเป็นสวนที่ไม่ใช้ยาฆ่าแมลงและยาฆ่าหญ้าเลย

ไม่เพียงแต่ในอาณาบริเวณของสุขเสมอเท่านั้นที่เป็นพื้นที่ปลอดภัยกับคนและสัตว์ แต่ในสวนแถบนี้ต่างก็ยึดถือแนวทางปลอดสารพิษกันแทบทุกครัวเรือน ช่วยกันรณรงค์และขอความร่วมมือกันภายในชุมชนคนละไม้ละมือ จนตอนนี้ชาวสวนส่วนมากก็เปลี่ยนมาใช้การตัดหญ้าแทน ด้วยเหตุผลใหญ่ที่ว่า ‘ยาฆ่าหญ้าจะทำให้หิ่งห้อยหายไป’

ใช่ ที่สุขเสมอมีหิ่งห้อยด้วย

“ตอนกลางคืนมีหิ่งห้อย เราเห็นมานานแล้ว แต่ช่วงหนึ่งมันหายไป เพราะใช้ยาฆ่าหญ้ากันเยอะ” ศุเสริม

เพราะธรรมชาติของหิ่งห้อยเป็นสัตว์ที่อ่อนไหวต่อสภาพแวดล้อม เมื่อในพื้นที่เริ่มลดการใช้สารเคมี ผลลัพธ์ที่เห็นชัดคือ หิ่งห้อยเริ่มกลับมา เจ้าของบ้านบอกว่าแม้ปริมาณไฟดวงจิ๋วจะไม่มากมายถึงขั้นอัมพวา แต่เวลามาก็มีหลายตัว ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาและฤดูกาล เป็นเสน่ห์และความน่ารักจากธรรมชาติที่เข้ามาแต้มสวนยามค่ำให้งามยิ่งกว่าเดิม

แพ็กกระเป๋าเข้าสวนผลไม้แห่งเมืองสวรรคโลก พักผ่อนสบาย ๆ ในโฮมสเตย์ใกล้ชิดชุมชน ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและเกื้อกูลท้องถิ่น

ส่งต่อความสุขเสมอ

ปัจจุบันแนวทาง Zero Waste เป็นแนวทางที่หลายคนและหลายผู้ประกอบการเริ่มตระหนัก เพราะปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นวาระที่ต้องเร่งแก้ไข ระยะหลังมานี้หลายพื้นที่เลยเริ่มเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางนี้มากขึ้น 

สำหรับสุขเสมอ ที่นี่ยึดแนวทางเป็นมิตรกับธรรมชาติอย่างเงียบ ๆ มาตั้งแต่ก้าวแรก

“เราทำเรื่องนี้มาตั้งแต่เริ่มเปิดเลยก็ว่าได้ เราค่อย ๆ ทำนะ ไม่ใช่ทำครั้งเดียวแล้วได้เลย ต้องค่อย ๆ ปรับ และเราเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ ถ้าผลิตภัณฑ์ไหนเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เราก็เลือกมาใช้ในที่พัก รวมถึงมีการแยกขยะด้วย อีกอย่างเราปลูกต้นไม้อยู่แล้ว ขยะเปียกก็เอามาทำปุ๋ยได้” ศุเผยแนวทางจัดการขยะฉบับสุขเสมอ

ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในห้องพักจำพวกคอตตอนบัดและแปรงสีฟัน ที่นี่เลือกใช้ที่เป็นก้านไม้ทั้งหมด นอกจากไม่สร้างขยะ แถมยังย่อยสลายได้ ตัดบางอย่างที่จะกลายเป็นขยะพลาสติกออกไป เช่น หมวกคลุมผม บรรจุภัณฑ์ในห้องน้ำใช้เป็นเซรามิกทั้งหมด และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์รีฟิลจากธรรมชาติ อย่างแชมพูจากอัญชันและข้าวหอมนิล สบู่จากขมิ้นและน้ำผึ้ง ที่น่ารักคือ เธอเขียนบอกด้วยว่าเป็นฝีมือของคนในชุมชนรอบข้าง แขกจะได้รู้ที่มาที่ไปของสิ่งที่ใช้ เธอว่าลูกค้าหลายคนใช้แล้วติดใจ ซื้อผลิตภัณฑ์ของชุมชนติดมือไปใช้ต่อที่บ้านก็มาก ถือเป็นการสนับสนุนวิสาหกิจของชาวบ้านอีกแรง

แพ็กกระเป๋าเข้าสวนผลไม้แห่งเมืองสวรรคโลก พักผ่อนสบาย ๆ ในโฮมสเตย์ใกล้ชิดชุมชน ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและเกื้อกูลท้องถิ่น

ส่วนถุงขยะอาจจะไม่ถึงกับใช้ถุงกระดาษ แต่พยายามนำถุงพลาสติกที่ได้เวลาซื้อของจากห้างร้านต่าง ๆ กลับมาใช้ใหม่ ช่วยลดการซื้อถุงขยะพลาสติกไปได้เยอะ และภายในสุขเสมอก็มีจุดแยกขยะโดยเฉพาะ ขยะเปียกเอาไปทำเป็นปุ๋ยหมักอินทรีย์ ใช้บำรุงพืชพรรณในสวน เศษผักผลไม้ในครัวก็เอาไปเป็นอาหารไก่ที่เลี้ยงไว้ ขณะที่ขยะพลาสติกก็เอาไปขายเป็นขยะรีไซเคิลได้ เป็นการจัดการขยะที่ไม่หวือหวา แต่เป็นวิธีง่าย ๆ ที่เริ่มทำเองได้ในครัวเรือน

“เราแค่อยากเป็นจุดเริ่มต้น” เธอพูดด้วยแววตามุ่งมั่น 

“แนวทางแบบนี้นี้ต้องเริ่มทำตั้งแต่บ้านเราเองก่อน เราค่อย ๆ ทำ ให้คนในซอยเห็นว่าเขาก็ทำได้ ไม่ยาก ช่วงแรกป้า ๆ แถวบ้านก็ไม่ค่อยเชื่อวิธีนี้ พอเราทำให้เขาเห็น เริ่มมีการเปลี่ยนแปลง เขาก็จัดการขยะหน้าบ้านเขาเอง มีการมาคุยกัน จนเขาเชื่อมั่นเรามากขึ้น เพราะเห็นว่าเราทำสำเร็จ” ศุเล่าถึงความร่วมมือที่ค่อย ๆ ขยายไปยังคนในชุมชน

นอกจากเรื่องของสิ่งแวดล้อมและชุมชนข้างเคียง สุขเสมอยังเชื่อมโยงกับผู้คนท้องถิ่นในขนาดที่กว้างขึ้น วันหนึ่งศุพบว่าในอำเภอใกล้ ๆ กันอย่างศรีสัชนาลัย มีไร่กาแฟไม่ต่างจากบนดอยทางเหนือ และรสชาติก็ดีไม่แพ้กันด้วย เมื่อเข้าไปพูดคุยจึงพบว่า เกษตรกรที่นี่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายส่งไปคั่วถึงเชียงใหม่ ก่อนนำกลับมาจำหน่ายที่สุโขทัย

“ตอนแรกเราชิมก็ไม่รู้ว่ามันมาจากที่ไหน แต่ชิมแล้วอร่อย เลยถามลุง แกบอกว่าปลูกอยู่ในศรีสัชนาลัยเนี่ยแหละ เราเลยสนใจ เพราะคิดว่ารสชาติไม่เหมือนโรบัสต้าทั่วไป พอสนิทสนมมากขึ้นก็ไปเที่ยวสวนของลุง สอบถามว่าส่งคั่วที่ไหน แกว่าปกติต้องส่งไปเชียงใหม่ มีค่าขนส่งไปกลับ ทำให้ต้นทุนกาแฟของลุงสูง” ศุเริ่มต้นพูดถึงที่มาของเครื่องคั่วกาแฟ ซึ่งเธอลงขันซื้อร่วมกับกลุ่มญาติพี่น้องและเพื่อน ๆ ทางหนึ่งคือช่วยเกษตรกรเจ้าของสวนกาแฟในจังหวัดลดต้นทุน โดยยังจำหน่ายเมล็ดกาแฟได้ในราคาเท่าเดิม อีกทางคือให้แขกที่มาได้ลองชิมกาแฟดี ๆ ที่ปลูกในจังหวัดสุโขทัย

“ผลคือต่างคนก็ต่างพอใจ เพราะมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์จริง ๆ เราเลยลงทุนในส่วนนี้เพิ่ม และใช้กาแฟนี้มาตลอด ใครกินเราก็ภูมิใจที่จะบอกว่าเมล็ดกาแฟปลูกที่นี่” สาวเจ้าเล่าให้ฟังด้วยน้ำเสียงบ่งบอกความสุข

ดวงอาทิตย์คล้อยลับลงจากยอดมะยงชิด พระจันทร์ขึ้นมาเสมอระเบียงบ้าน และดวงดาวเริ่มพราวเต็มฟ้า หิ่งห้อยเจ้าถิ่นบินมาทักทายนักเดินทางแปลกหน้า หลังจบบทสนทนา สิ่งหนึ่งที่เรารับรู้ได้คือ ทุกวันนี้สุขเสมอไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงเจ้าบ้านที่สุขใจยามได้ต้อนรับแขกที่มาพัก หรือเป็นแค่โฮมสเตย์ที่มอบการพักผ่อนแสนสุขให้ผู้มาเยือน เพราะที่นี่ยังมีส่วนในทุกความสุขที่ช่วยเกื้อกูลให้ชุมชน ชาวสวนรอบข้าง ได้พากันสุขเสมอไปพร้อมกัน

แพ็กกระเป๋าเข้าสวนผลไม้แห่งเมืองสวรรคโลก พักผ่อนสบาย ๆ ในโฮมสเตย์ใกล้ชิดชุมชน ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและเกื้อกูลท้องถิ่น

Suksamer Relaxation Homestay

ที่ตั้ง : 40 ตำบลเมืองบางยม อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย (แผนที่)

โทรศัพท์ : 09 6916 6992

Facebook : Suksamer Relaxation Homestay

Writer

พณิช ตั้งวิชิตฤกษ์

นักลองฝึกพิสูจน์อักษร ผู้แสร้งเป็นนักลองฝึกเขียน อดีตเป็นนักเรียนภาษา ผู้สนใจเป็นนักเรียนประวัติศาสตร์ศิลป์ รักในมวลรอบข้างที่ดี กาแฟ ชาเขียว และแมวเหมียว

Photographer

ภาณุวิช ขวัญยืน

ช่างภาพจากสุโขทัย

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load