“จะนั่งรถไฟไปเชียงใหม่ ขึ้นรถไฟที่ไหน”

“ก็ไปหัวลำโพงสิ ต้นสายเลย”

“เย่ๆ วันนี้จะนั่งรถไฟแล้ว ตอนนี้อยู่สถานีหัวลำโพง”

เราคุ้นเคยกับคำพูด หรือประโยคเช่นนี้เมื่อพูดถึงการเดินทางด้วยรถไฟในประเทศไทย สถานีรถไฟต้นทางที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร มีสัณฐานเป็นอาคารทรงยุโรปประกอบหลังคาครึ่งวงกลมโค้งทรงกระบอกผ่าซีก ประดับด้วยนาฬิกาเรือนมโหฬารอยู่ด้านหน้าสถานีที่ประดับด้วยกระจกสี คนส่วนใหญ่ในประเทศจะเรียกสถานีนี้ว่า ‘หัวลำโพง’ แต่ในความเป็นจริงนั้น สถานีรถไฟที่เราเห็นและเรียกกันว่าหัวลำโพงนั้นไม่เคยชื่อว่า หัวลำโพง มาก่อนเลย

ไม่เชื่อก็ลองดูป้ายที่อยู่ข้างรถไฟ จะเห็นข้อความว่า ‘กรุงเทพ-เชียงใหม่’ ‘กรุงเทพ-อุบลราชธานี’ ไม่ได้เขียนว่า ‘หัวลำโพง-เชียงใหม่’ หรือ ‘หัวลำโพง-อุบลราชธานี’ แต่อย่างใด

รถไฟ

รถไฟสายแรกของไทย

ทางรถไฟสายแรกของไทยคือ เส้นทางเชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพ-สมุทรปราการ มีชื่อเรียกว่า ‘ทางรถไฟสายปากน้ำ’ ได้สัมปทานโดยชาวเดนมาร์ก เปิดเดินรถในวันที่ 11 เมษายน 2436 มีสถานีต้นทางอยู่ที่ริมคลองหัวลำโพงตัดกับคลองผดุงกรุงเกษม สถานีนี้มีชื่อว่า ‘สถานีหัวลำโพง’ ตามชื่อคลองที่ทางรถไฟขนานไป

ทางรถไฟสายปากน้ำมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านสามย่าน ศาลาแดง คลองเตย บ้านกล้วย เลียบแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านบางนางเกรง พระโขนง สำโรง และสิ้นสุดที่เมืองปากน้ำสมุทรปราการ ระยะทาง 21 กิโลเมตร เดิมทีใช้รถจักรไอน้ำลากจูงขบวนรถไฟโดยสาร (และสินค้าอีกเล็กน้อย) ต่อมาในวันที่ 13 กันยายน 2469 ได้เปลี่ยนเป็นระบบไฟฟ้า ถ้าจะให้พูดกันตรงๆ รถไฟสายปากน้ำนับเป็นรถไฟฟ้าสายแรกของประเทศไทยก่อนรถไฟฟ้า BTS อีกด้วย

สถานีกรุงเทพ
สถานีกรุงเทพ

รถไฟหลวงสายแรกของไทย

รถไฟของรัฐบาลสยามเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการให้หลังจากการเปิดเดินรถไฟสายปากน้ำเพียง 3 ปี โดยมีพิธีเปิดอย่างใหญ่โต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระอรรคราชเทวี ทรงเป็นประธานในการเปิดเดินรถไฟเที่ยวปฐมฤกษ์ในวันที่ 26 มีนาคม 2439 จากกรุงเทพ-กรุงเก่า (ปัจจุบันคือสถานีอยุธยา) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทางรถไฟสายกรุงเทพ-นครราชสีมา โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงประทับรถไฟพระที่นั่งถึงสถานีบางปะอิน นับเป็นการเริ่มต้นรถไฟของรัฐบาลสยามอย่างเป็นทางการ ก่อนจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปได้เดินทางด้วยรถไฟในวันที่ 28 มีนาคม 2439

สถานีรถไฟต้นทางนั้นตั้งอยู่ริมคลองผดุงกรุงเกษม ตรงข้ามกับโรงเรียนสายปัญญา เป็นอาคารไม้ 2 ชั้นสำหรับเป็นสำนักงานและส่วนบริการ สถานีนี้ชื่อว่า ‘สถานีกรุงเทพ’ ต้นทางของรถไฟสายหลักของประเทศ และยังเป็นสถานีประจำพระนครอีกด้วย

สถานีกรุงเทพ
สถานีกรุงเทพ

เมื่อทั้งสองสถานีเริ่มขยับมาอยู่ใกล้กัน

ทางรถไฟทั้งสองสายและสถานีรถไฟทั้งสองแห่งทำหน้าที่รับใช้ประชาชนเรื่อยมา แต่แรกนั้นอยู่ห่างกันเกือบครึ่งกิโลเมตร ทางรถไฟสายปากน้ำไม่ได้มีการขยายเส้นทางออกไปแต่อย่างใด แต่รถไฟหลวงนั้นได้ทอดยาวไปตามมณฑลต่างๆ มากมาย ทำให้ปริมาณรถไฟเพิ่มขึ้นจนสถานีกรุงเทพเริ่มคับแคบ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงมีพระราชดำริให้กรมรถไฟหลวงขยายสถานีรถไฟกรุงเทพให้ใหญ่โต เพื่อรองรับการเดินรถโดยสารและสินค้าที่มีมากขึ้น

การสร้างสถานีใหม่เริ่มต้นขึ้นในพื้นที่ใกล้เคียงกับสถานีหัวลำโพงห่างกันเพียงแค่ข้ามถนน เพื่อหวังว่าจะได้เป็นการเชื่อมต่อของระบบรถไฟ 2 สายอย่างมีประสิทธิภาพ คนที่มาจากปากน้ำเมื่อเดินทางมาถึงหัวลำโพงแล้วก็ข้ามฝั่งไปสถานีกรุงเทพเพื่อต่อรถไปมณฑลทางเหนือหรือเมืองโคราชได้อย่างสะดวกสบาย

การก่อสร้างดำเนินเรื่อยมา จนในวันที่ 25 มิถุนายน 2459 เวลา 17.00 น. สถานีรถไฟกรุงเทพอาคารหลังปัจจุบันได้เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ โดยมีพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงกดปุ่มไฟฟ้าเป็นสัญญาณให้รถไฟขบวนแรกวิ่งเข้าสู่สถานีกรุงเทพ ส่วนสถานีกรุงเทพหลังเดิมหลังจากใช้งานมา 20 ปีก็ปิดตัวลง

สถานีกรุงเทพหลังใหม่ถูกสร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบอิตาเลียนเรเนซองส์ ออกแบบโดยมิสเตอร์มาริโอ ตามัญโญ (Mario Tamagno) สถาปนิกชาวอิตาลี ผู้ออกแบบอาคารที่สวยงามหลายแห่งในประเทศไทย เช่น สะพานมัฆวานรังสรรค์ พระที่นั่งอนันตสมาคม วังปารุสกวัน เป็นต้น แปลนของสถานีเป็นแบบปลายชานชาลาตัน มีตัวอาคารสถานีขวางไว้สุดปลายทางรถไฟ ซึ่งมีเพียงแค่สถานีกรุงเทพและสถานีเชียงใหม่เท่านั้นที่มีรูปแบบการวางทางรถไฟแบบนี้ ตัวสถานีประกอบด้วยโครงหลังคาโค้งแบบทรงกระบอกผ่าซีกตามแบบฉบับสถานีรถไฟสำคัญๆ ในยุโรป สถานีกรุงเทพนั้นมีลักษณะคล้ายคลึงกับสถานีแฟรงก์เฟิร์ต (Frankfurt Hauptbahnhof)

สถานีกรุงเทพ
สถานีกรุงเทพ
สถานีกรุงเทพ

สองพี่น้อง หัวลำโพง-กรุงเทพ

สถานีกรุงเทพและหัวลำโพงตั้งอยู่คู่กันมาแบบสถานีพี่-สถานีน้องตั้งแต่ปี 2459 โดยมีสถานีหัวลำโพงเป็นพี่ สถานีกรุงเทพเป็นน้อง เป็นสถานีเชื่อมต่อของระบบรางในสมัยนั้นที่มีประสิทธิภาพมาก นอกจากจะเป็นการเชื่อมต่อระหว่างรถไฟสองสายแล้ว ยังมีรถราง เรือ รวมถึงถนนเจริญกรุงในพื้นที่ใกล้เคียงกันนั้น ถือได้ว่าเป็นย่านที่สำคัญของพระนคร การเรียกขานสถานีรถไฟนั้นมักจะนิยมเรียกกันว่า ‘สถานีหัวลำโพงสายปากน้ำ’ และ ‘สถานีรถไฟหลวงที่หัวลำโพง’ น่าจะเป็นที่มาของการเรียก ‘สถานีหัวลำโพง’ แทนสถานีรถไฟทั้งสองมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน

สถานีกรุงเทพ

หัวลำโพง-วัวลำพอง???

ชื่อของหัวลำโพง สันนิษฐานตามตำนานว่าบริเวณทุ่งนี้มีการเลี้ยงวัวอยู่มากมาย วัววิ่งเล่นคึกคะนองร้องมอๆ กันอย่างสนุกสนาน จึงเรียกว่า ‘ทุ่งวัวลำพอง’ ก่อนจะเพี้ยนเป็นหัวลำโพง แต่ก็มีข้อมูลเพิ่มเติมว่าหัวลำโพงก็คือหัวลำโพงเนี่ยแหละไม่ใช่วัวลำพอง ซึ่งลำโพงที่ว่าคือชื่อต้นลำโพง มีดอกใหญ่เหมือนลำโพงซึ่งขึ้นมากมายอยู่ริมคลองหัวลำโพงนั้น (บริเวณตำบลคลองเตยก็ได้ชื่อมาจากมีกอเตยขึ้นริมคลองหัวลำโพง ซึ่งเป็นคลองเส้นเดียวกันเนี่ยแหละ)

รวมถึงอีกประเด็นในการออกเสียงไม่ชัดเจนของชาวต่างชาติที่มีอยู่มากในช่วงรัชกาลที่ 4 – 5 นั้น เกี่ยวกับการออกเสียงคำว่า ‘หัวลำโพง’ ผิดเพี้ยน และคนไทยเราก็ไปเรียกตามการออกเสียงเพี้ยนของฝรั่งมังค่า ซึ่งในหนังสือ ประมวลพระราชนิพนธ์เบ็ดเตล็ด ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีปรากฏความเกี่ยวกับการเรียกชื่อไม่ชัดตามแบบฝรั่งว่า “….การเช่นนี้มีจนกระทั่งในกรุงเทพฯ เช่น หัวลำโพง ฝรั่งเรียกไม่ชัด ไทยเราพลอยเรียกตามว่า วัวลำพอง นี่เป็นเรื่องที่ควรฟาดเคราะห์จริงๆ…”

สถานีกรุงเทพ

ลาก่อนหัวลำโพง

เมื่อการเดินทางด้วยถนนจากพระนครไปปากน้ำมีความสะดวกมากขึ้น ประกอบกับกิจการรถไฟสายปากน้ำก็เริ่มลดความสำคัญลง ในวันที่ 1 มกราคม 2503 ได้มีการยกเลิกกิจการของรถไฟสายนี้ และได้รื้อถอนทางรถไฟตั้งแต่สถานีหัวลำโพงถึงสถานีปากน้ำออกเสียหมด พร้อมขยายถนนพระรามที่ 4 สิ่งที่ยังคงเป็นอนุสรณ์จากทางรถไฟสายปากน้ำนั้นก็คือ ‘ถนนทางรถไฟสายเก่าปากน้ำ’ ที่สร้างทับไปบนแนวเส้นทางรถไฟสายปากน้ำนั่นเอง

ส่วนสถานีหัวลำโพงก็ต้องเป็นอันยุติบทบาทลง และหายไปจากสารบบสถานีรถไฟในไทย แถมยังถูกเอาชื่อไปเรียกสถานีกรุงเทพว่าสถานีหัวลำโพงเสียอีก คนในรุ่นหลังที่เกิดไม่ทันรถไฟสายปากน้ำจึงเข้าใจไปโดยอัตโนมัติว่าสถานีรถไฟรูปทรงตะวันตกมีหลังคาโค้งครึ่งวงกลมนั้นคือ สถานีหัวลำโพง

สถานีกรุงเทพ
*หมายเหตุ ถนนพระรามที่ 4 สร้างทับทางรถไฟสายปากน้ำเดิม

เป็นมากกว่าสถานีรถไฟ

พื้นที่ของสถานีกรุงเทพส่วนหนึ่งถูกใช้เป็นโรงแรมดำเนินกิจการโดยกรมรถไฟ เปิดกิจการเมื่อปี 2470 มีชื่อว่า ‘โรงแรมราชธานี’ มีห้องพักจำนวน 10 ห้อง มีความทันสมัย (ในขณะนั้น) มีระเบียงโดยเฉพาะ รวมถึงเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ มากมาย จุดประสงค์เพื่อการพักผ่อนระหว่างต่อรถไฟเนื่องจากสมัยก่อนนั้นรถไฟตู้นอนยังไม่มีให้บริการ จึงมีโรงแรมรถไฟอยู่ตามเมืองใหญ่ต่างๆ ภายหลังได้ยุติกิจการลงในปี 2512

ร่องรอยที่ยังคงเหลือความสวยงามให้เห็นอยู่คือโถงบันไดกลางหน้าห้องน้ำ ซึ่งในอดีตเคยเป็น Lobby โรงแรม สิ่งที่ยังคงอยู่คือเสาหินอ่อนสลักหัวเสาเป็นตัวอักษร RSR (กรมรถไฟหลวง) และฝ้าเพดานไม้ ส่วนห้องพักและระเบียงทางเดินได้ปรับเปลี่ยนเป็นที่ทำการของการรถไฟฯ

สถานีกรุงเทพ
สถานีกรุงเทพ
สถานีกรุงเทพ
สถานีกรุงเทพ

101 ปี สถานีกรุงเทพ

นับตั้งแต่สถานีกรุงเทพเปิดใช้งานเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2459 จนถึงวันนี้ผ่านไป 101 ปีแล้ว สถานีรถไฟกรุงเทพยังคงทำหน้าที่อย่างต่อเนื่องไม่มีวันหยุด มีรถไฟเข้า-ออกตลอดตั้งแต่เช้ามืดจนถึงดึกดื่นกว่า 100 ขบวน ทั้งรถไฟชานเมืองในระยะทางใกล้ๆ หรือรถไฟทางไกลมุ่งหน้าสู่เชียงใหม่ อุบลราชธานี หนองคาย หาดใหญ่ หรือแม้แต่ประเทศมาเลเซีย สถานีกรุงเทพจึงเป็นไอคอนของการเดินทางด้วยรถไฟอย่างแท้จริง เมื่อเราพูดถึงรถไฟไทย ภาพแรกที่แวบเข้ามาในหัวต้องไม่พ้นสถานีรถไฟกรุงเทพแห่งนี้

ระยะเวลาที่ผ่านมา สถานีกรุงเทพมีการเปลี่ยนแปลงไปหลายอย่าง จากแรกเริ่มนั้นมีเพียง 4 ชานชาลาในโถงสถานี ปัจจุบันนั้นเพิ่มมาอีกหลายเท่าตัวคือ 14 ชานชาลา มีการติดเครื่องปรับอากาศลดความร้อนจากอากาศที่ร้อนระอุของประเทศไทย มีร้านรวงมากมายให้เลือกซื้อของ มีห้องจำหน่ายตั๋วล่วงหน้าและห้องจำหน่ายตั๋วของชาวต่างประเทศโดยเฉพาะ แต่กระนั้นแล้วขนาดของสถานที่ก็ยังไม่เพียงพอกับปริมาณผู้โดยสารในแต่ละวัน

สถานีกรุงเทพ

อนาคตของสถานีกรุงเทพ

จังหวะชีวิตของสถานีกรุงเทพนั้นยังคงดำเนินต่อไป มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นที่นี่ มันอาจจะเป็นต้นทางของใครหลายๆ คน และอาจจะเป็นปลายทางของใครบางคน แต่อย่างไรแล้วหน้าที่ของสถานีกรุงเทพก็กำลังจะยุติบทบาทลงในเร็วๆ นี้ พร้อมกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟครั้งใหญ่เรียกได้ว่าพลิกกิจการรถไฟของไทยที่ล่าช้าและอืดอาดยืดยาดในสายตานักเดินทางไปได้ทีเดียว นั่นคือการเปิดใช้สถานีกลางบางซื่อ สถานีรถไฟแห่งใหม่ที่รวมรถไฟทางไกล รถไฟฟ้าชานเมือง รถไฟเชื่อมต่อท่าอากาศยาน และรถไฟความเร็วสูงเข้าด้วยกัน โดยมีแผนเปิดใช้งานในปี 2563 ใครจะนั่งรถไฟไปต่างจังหวัดต้องมาใช้สถานีแห่งนี้ หลงไปที่สถานีกรุงเทพไม่ได้แล้ว

เมื่อสถานีกลางบางซื่อเป็นคลื่นลูกใหม่ สถานีกรุงเทพก็เหมือนคนแก่ใกล้เกษียณ บทบาทจะถูกลดลงเป็นเพียงแค่สถานีรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงช่วงบางซื่อ-หัวลำโพง (มีส่วนต่อขยายไปถึงมหาชัยและปากท่อ) รวมถึงการเปลี่ยนพื้นที่บางส่วนเพื่อเป็นพิพิธภัณฑ์รถไฟอีกด้วย

สถานีกรุงเทพ
สถานีกรุงเทพ
สถานีกรุงเทพ

อีกนิดอีกหน่อย

  1. สถานีกรุงเทพ ไม่ต้องใส่ไปยาลน้อย (ฯ) เพราะเป็นชื่อเฉพาะ ไม่ได้ย่อมาจากคำว่ากรุงเทพมหานครแต่อย่างใด
  2. สถานีหัวลำโพงนั้นไม่ได้จากเราไปไหน นางกลับชาติมาเกิดใหม่เป็นสถานีรถไฟสายสีน้ำเงิน (MRT) หัวลำโพง โดยตัวสถานี MRT นั้นอยู่ในตำแหน่งเดียวกับสถานีรถไฟหัวลำโพงสายปากน้ำเลย เพียงแต่ย้ายจากบนดินลงไปอยู่ใต้ดินเท่านั้นเอง (กว่าจะกลับชาติมาเกิดใหม่ก็หลายสิบปีแฮะ)
  3. สถานีกรุงเทพมีการเชื่อมต่อกับสถานี MRT หัวลำโพง ระหว่างทางเดินนั้นก็จะมีนิทรรศการวิวัฒนาการขนส่งให้อ่านไปตลอดทาง
  4. มีห้องจัดแสดงอุปกรณ์เก่าๆ ของรถไฟ โดยมูลนิธิพิพิธภัณฑ์รถไฟ อยู่ด้านหน้าสถานีกรุงเทพ เปิดทุกวันอังคาร-อาทิตย์ 08.00 – 17.00 น. (ปิดพักเที่ยง) นอกจากการแสดงของใช้เก่าแล้วยังมีของที่ระลึกจำหน่ายอีกด้วย
  5. ปลายชานชาลาที่ 11 และ 12 นั้น จะมีอนุสรณ์ปฐมฤกษ์รถไฟหลวงตั้งอยู่ ซึ่งตรงนั้นแหละเคยเป็นตำแหน่งของสถานีกรุงเทพหลังแรกก่อนจะเป็นสถานีใหญ่โตให้เราใช้อย่างทุกวันนี้
  6. วงเวียนน้ำพุด้านหน้าสถานี เดิมเป็นหลุมหลบภัยทางอากาศ อีกนัยหนึ่งนั้นคือสัญลักษณ์ กม.ที่ 0 ของทางรถไฟในประเทศไทย

Along the Railroad

เรื่องราวและเรื่องเล่าเกี่ยวกับรถไฟจากชายผู้ใช้ชีวิตอยู่กับรถไฟมาตลอด 30 ปี

6 กุมภาพันธ์ 2566
1 K

อาคารสถานีรถไฟแต่ละแห่งมีรูปแบบอาคารที่ทั้งเหมือนกันและแตกต่างกัน ส่วนใหญ่แล้วมักสร้างในรูปแบบมาตรฐานที่กรมรถไฟ (ต่อมาคือการรถไฟ) ออกแบบเอาไว้ ชั้นเดียวบ้าง 2 ชั้นบ้าง ใหญ่บ้าง เล็กบ้าง ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะมีหน้าตาธรรมดา ๆ แต่ดูอบอุ่นเหมือนบ้านไม้ที่แสนสุข

'สถานีบนทางรถไฟสายล้านนา' สถาปัตยกรรมลูกครึ่งที่สวยงามกลมกล่อมจนแฟนรถไฟไม่ควรพลาด

แต่ถ้าลองสังเกตสถานีรถไฟบางแห่งโดยเฉพาะในสายเหนือ จะเห็นว่ามีอยู่ไม่กี่แห่งที่มีลักษณะอาคารแปลกตา ซึ่งรูปแบบของสถานีนั้นแฝงลักษณะสถาปัตยกรรมยุโรปแบบ Half-timbered ที่มีความโดดเด่นด้านรูปลักษณ์มาจากแคว้นบาวาเรียในเยอรมนี ผสมผสานกับความอ่อนช้อยและรายละเอียดแบบศิลปะล้านนา รวมกันเป็นสถานีรถไฟลูกครึ่งที่กลมกล่อมและลงตัวเชื้อเชิญให้ทอดสายตามอง

เราจะเชิญชวนทุกคนไปรู้จักกับ ‘สถานีบนทางรถไฟสายล้านนา’ ที่สวยงามจนต้องไปเยี่ยมเยียน

สถานีห้างฉัตร

อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง

'สถานีบนทางรถไฟสายล้านนา' สถาปัตยกรรมลูกครึ่งที่สวยงามกลมกล่อมจนแฟนรถไฟไม่ควรพลาด

ห้างฉัตรเป็นสถานีรถไฟเล็ก ๆ และเป็นสถานีประจำอำเภอ น่าเสียดายที่สถานีนี้ไม่มีรถไฟสายไกลจากกรุงเทพฯ จอด เราจำเป็นต้องเดินทางมาที่นี่ด้วยรถไฟท้องถิ่นที่วิ่งจากนครสวรรค์-เชียงใหม่ และเชียงใหม่-นครสวรรค์ เท่านั้น

อาคารเล็ก ๆ สร้างมาพร้อมกับทางสายเหนือช่วงหลัง ร.6 หลังจากที่รถไฟมาถึงลำปางแล้ว ไม่ปรากฏผู้ออกแบบ ลักษณะของย่านทางรถไฟในสถานีแตกต่างกับสถานีเล็ก ๆ ทั่วไป คือโดยทั่วไปนั้นทางประธาน (Mainline) จะอยู่ชิดติดริมชานชาลาหน้าสถานี แต่สำหรับห้างฉัตรนั้น ทางประธานอยู่ตรงกลาง มีทางหลีกแยกออกด้านซ้ายและขวา โดยตัวอาคารสถานีตั้งอยู่ทางฝั่งทิศตะวันตกของทางรถไฟ ไม่ติดทางประธาน

ข้อดีของผังย่านสถานีแบบนี้คือ เวลามีรถไฟไม่จอดสถานีนั้นวิ่งผ่าน ผู้โดยสารที่รออยู่บนชานชาลาจะไม่ได้รับอันตรายจากขบวนรถไฟ แต่ถ้าขบวนไหนจอด ต้องเลี้ยวเข้ามาในทางติดด้านหน้าอาคาร ทำให้ต้องลดความเร็วก่อนเข้าสถานีมาตั้งแต่ไกล 

'สถานีบนทางรถไฟสายล้านนา' สถาปัตยกรรมลูกครึ่งที่สวยงามกลมกล่อมจนแฟนรถไฟไม่ควรพลาด
'สถานีบนทางรถไฟสายล้านนา' สถาปัตยกรรมลูกครึ่งที่สวยงามกลมกล่อมจนแฟนรถไฟไม่ควรพลาด
'สถานีบนทางรถไฟสายล้านนา' สถาปัตยกรรมลูกครึ่งที่สวยงามกลมกล่อมจนแฟนรถไฟไม่ควรพลาด

อาคารของสถานีห้างฉัตรมีชั้นครึ่ง มองจากภายนอกเหมือนสถานีชั้นเดียว ช่องขายตั๋วมีลายฉลุเป็นรูปหม้อดอกไม้ (หม้อปูรณฆฏะ) ลายฉลุช่องลมเป็นลายดอกไม้ ตัวอาคารเป็นแบบ Half-timbered (ลายผนังที่เป็นรูปเส้นไขว้) มีความนิยมมากในเยอรมนี ซึ่งเอารูปแบบจากแคว้นบาวาเรียมาใช้ผสมผสานกับศิลปะล้านนา 

ชั้นของสถานีนั้น ส่วนที่ติดกับพื้น เป็นที่ทำการนายสถานีและคันกลับประแจ ส่วนชั้นลอยเป็นห้องอเนกประสงค์

สถานีนี้ได้รับรางวัลอนุรักษ์สมเด็จพระเทพฯ ในหมวดหมู่อาคารสะระไนและขนมปังขิง 

'สถานีบนทางรถไฟสายล้านนา' สถาปัตยกรรมลูกครึ่งที่สวยงามกลมกล่อมจนแฟนรถไฟไม่ควรพลาด

พิกัดสถานีห้างฉัตร (แผนที่)

สถานีนครลำปาง

อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง

'สถานีบนทางรถไฟสายล้านนา' สถาปัตยกรรมลูกครึ่งที่สวยงามกลมกล่อมจนแฟนรถไฟไม่ควรพลาด

มาต่อกันที่สถานีข้างเคียงซึ่งห่างจากห้างฉัตรลงไปทางกรุงเทพฯ ประมาณ 10 กว่ากิโลเมตร และเป็นสถานีประจำจังหวัด นั่นคือสถานีนครลำปาง

สถานีนครลำปางเปิดใช้งานในช่วงรัชกาลที่ 6 เป็นอาคาร 2 ชั้นที่มีกลิ่นอายของล้านนาและยุโรปแบบบาวาเรียนคอทเทจ (Bavarian Cottage) ออกแบบโดย เอิรสท์ อัลท์มันน์ (Mr.Ernst Altmann) วิศวกรชาวเยอรมัน 

ชั้นล่างบริเวณทางเข้าสถานีไปห้องตั๋วและออกไปชานชาลา ก่ออิฐฉาบปูนใช้ระบบคานโค้ง (Arch) 4 ช่วง ขนาบด้วยโค้งช่วงเล็กประกบทั้ง 2 ฝั่ง ชั้นบนสร้างด้วยไม้ มีกรอบเป็นโครงสร้างสี่เหลี่ยม มีไม้ยึดยันแนวทแยงเสริมเป็นช่วง ๆ อวดโครงสร้างกรอบเป็นรูปแบบ Half-timbered เหมือนกับสถานีห้างฉัตรและสถานีอื่น ๆ ที่เราจะพาไปดู

'สถานีบนทางรถไฟสายล้านนา' สถาปัตยกรรมลูกครึ่งที่สวยงามกลมกล่อมจนแฟนรถไฟไม่ควรพลาด
'สถานีบนทางรถไฟสายล้านนา' สถาปัตยกรรมลูกครึ่งที่สวยงามกลมกล่อมจนแฟนรถไฟไม่ควรพลาด

ชั้น 2 ของอาคารเป็นที่ทำการอยู่ภายใต้หลังคาทรงปั้นหยาผสมจั่ว ราวระเบียบและช่องแสงเป็นช่องปรุลวดลายพรรณพฤกษาและหม้อปูรณฆฏะ (หม้อดอก) มีเพียงราวบางส่วนเท่านั้นที่มีลายกรุเป็นรูปช้าง ซึ่งตอนแรกเราก็ไม่เห็น แต่ไปเจอในภาพถ่ายเก่า ว่าลายช้างอยู่บริเวณริมสุดของรั้วชั้น 2 ฝั่งด้านหน้าสถานี 

บนหน้าจั่วของอาคารชั้นบนมีตัวเลข พ.ศ. 2458 และ ค.ศ. 1915 ซึ่งเป็นปีสร้างอาคารเป็นตัวนูนออกมา โดยฝั่งที่หันไปทางกรุงเทพฯ เป็นคริสต์ศักราช และฝั่งที่หันไปทางเชียงใหม่เป็นพุทธศักราช

สถานีนครลำปางเป็น 1 ใน 2 สถานีที่สร้างด้วยรูปแบบ Half-timbered ขนาดใหญ่ แต่ยังมีความเป็นล้านนาผสมอยู่ค่อนข้างมาก แตกต่างจากสถานีบ้านปินที่อยู่ในกลุ่มอาคารเดียวกันซึ่งมีความยุโรปมากกว่าหลายเท่า

'สถานีบนทางรถไฟสายล้านนา' สถาปัตยกรรมลูกครึ่งที่สวยงามกลมกล่อมจนแฟนรถไฟไม่ควรพลาด

พิกัดสถานีนครลำปาง (แผนที่)

สถานีแม่ทะ

อ.แม่ทะ จ.ลำปาง

'สถานีบนทางรถไฟสายล้านนา' สถาปัตยกรรมลูกครึ่งที่สวยงามกลมกล่อมจนแฟนรถไฟไม่ควรพลาด

อาคารสถานีทรงคล้ายกับห้างฉัตรและแม่จาง ต่างกันตรงที่ขายตั๋วเป็นไม้ลายพรรณพฤกษา แตกต่างจากห้างฉัตรและแม่จางที่เป็นหม้อดอก 

ส่วนประกอบสำคัญของสถานีแม่ทะคือ สะระไน ซึ่งเป็นเสาสูงเป็นแท่งอยู่ปลายจั่วทั้ง 2 ข้างของหลังคา

รูปแบบของอาคารบ้านเรือนในสมัยช่วง ร. 4 – 5 ได้รับอิทธิพลมาจากตะวันตก พัฒนาตามแบบสถาปัตยกรรมในเขตร้อนชื้นต่างถิ่น (Tropical Architecture) รวมถึงเรือนขนมปังขิงและเรือนสะระไนจากอังกฤษด้วย

'สถานีบนทางรถไฟสายล้านนา' สถาปัตยกรรมลูกครึ่งที่สวยงามกลมกล่อมจนแฟนรถไฟไม่ควรพลาด

เรือนสะระไน เป็นเรือนสากลที่มาจากภาคกลาง ได้รับอิทธิพลมาจากกระท่อมแบบอังกฤษ (English Cottage) จุดเด่นอยู่ตรงหลังคาแบบหน้าจั่ว มีแท่งไม้สี่เหลี่ยมหรือทรงกลมประดับอยู่ตรงส่วนยอดของจั่ว

จากลักษณะของสะระไนที่เป็นแท่งยาวนี้เอง มีการสันนิษฐานว่า คำว่า ‘สะระไน’ อาจมาจากคำว่า ‘สุระหนี่’ ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีประเภทปี่ของชวา เป็นทรงแท่งยาว คาดว่าเสาสะระไนที่อยู่บนปลายจั่วนั้นอาจมีประโยชน์จากการใช้ห้อยธงเพื่อประดับประดาได้ด้วย 

สำหรับสถานีแม่ทะ ด้านบนหลังคามีเสาสะระไนทั้ง 2 ฝั่ง มีลักษณะลาดเอียงลง ไม่มีส่วนค้ำยันทำให้ดูเป็นทรงแท่งแหลมออกมาแบบไม่สมบูรณ์ ส่วนด้านในช่องระบายอากาศเป็นรูปไม้ คล้ายดอกไม้รูปทรงมีรัศมีเหมือนดวงอาทิตย์เพียงสถานีเดียวในกลุ่ม แป้นน้ำย้อย (ชายคา) อยู่รอบบริเวณหลังคายาวไปตลอดแนว ส่วนค้ำยันบนเสามีปรากฏเพียงบางต้นเท่านั้น และไม่อ่อนช้อยเท่ากับสถานีอื่น ๆ

'สถานีบนทางรถไฟสายล้านนา' สถาปัตยกรรมลูกครึ่งที่สวยงามกลมกล่อมจนแฟนรถไฟไม่ควรพลาด
'สถานีบนทางรถไฟสายล้านนา' สถาปัตยกรรมลูกครึ่งที่สวยงามกลมกล่อมจนแฟนรถไฟไม่ควรพลาด
'สถานีบนทางรถไฟสายล้านนา' สถาปัตยกรรมลูกครึ่งที่สวยงามกลมกล่อมจนแฟนรถไฟไม่ควรพลาด

สถานีแม่ทะตั้งอยู่ท้ายสุดของหมู่บ้าน หากมาทางถนนถือว่าเข้ามาลึกมาก ฝั่งตรงข้ามสถานีเป็นภูเขา จึงทำให้ตัวทางรถไฟที่ผ่านหน้าสถานีเป็นทางโค้งทั้งฝั่งขาเข้าและขาออกสถานีเหมือนเกือกม้า

การเดินทางมาถึงสถานีนี้ได้นั้น ต้องนั่งรถไฟท้องถิ่นขบวน 407/408 นครสวรรค์-เชียงใหม่-นครสวรรค์ ได้เพียงตัวเลือกเดียว

'สถานีบนทางรถไฟสายล้านนา' สถาปัตยกรรมลูกครึ่งที่สวยงามกลมกล่อมจนแฟนรถไฟไม่ควรพลาด

พิกัดสถานีแม่ทะ (แผนที่)

สถานีแม่จาง

อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง

'สถานีบนทางรถไฟสายล้านนา' สถาปัตยกรรมลูกครึ่งที่สวยงามกลมกล่อมจนแฟนรถไฟไม่ควรพลาด

เป็นสถานีรถไฟขนาดเล็กที่มีผังคล้ายกับห้างฉัตร ตัวอาคารตั้งอยู่ฝั่งทิศตะวันออกของทางรถไฟ ซึ่งเป็นตำแหน่งส่วนน้อยของทางรถไฟสายเหนือ ส่วนใหญ่ตัวอาคารสถานีจะตั้งอยู่ฝั่งทิศตะวันตก 

อาคารสถานีมีชั้นครึ่งไม่แตกต่างกับทุกแห่ง หน้าห้องขายตั๋วมีไม้สลักเหนือช่องเป็นรูปหม้อดอกเหมือนสถานีห้างฉัตร แต่ต่างกันที่รายละเอียดที่ลดทอนลง บางส่วนเปลี่ยนจากรูปดอกเป็นรูปใบ ช่องระบายอากาศด้านบนเป็นรูปช่อพฤกษา 

ในขณะที่สถานีอื่น ๆ ในกลุ่มอาคารสะระไนทาสีเหลืองที่กรอบไม้ แต่สำหรับแม่จาง ตัวอาคารเป็นสีขาวและกรอบไม้สีน้ำตาล ตัวท้าวแขนมีขนาดเล็กกว่าห้างฉัตร แป้นน้ำย้อยที่มีการสลักกรุอย่างสวยงามทำให้สถานีเหมือนประดับด้วยชายผ้าลูกไม้

สถานีแม่จางเป็นสถานีที่ใช้ระบบอาณัติสัญญาณแบบไฟสีเขียวเหลืองแดง เหมือนกับถนนและทางรถไฟในพื้นที่ที่มีปริมาณรถหนาแน่น ทำให้ห้องควบคุมสัญญาณหรือที่คนรถไฟเรียกว่าห้องประแจ มีส่วนประกอบของอุปกรณ์ที่เพิ่มเข้ามา คือเครื่องสัญญาณจำลอง ห้อยอยู่เหนือตัวสับสัญญาณ มีหน้าที่ตรวจสอบสถานะสัญญาณ การสับราง หรือแม้แต่ตำแหน่งของรถไฟที่ตรวจจับจากระบบไฟฟ้า 

พิกัดสถานีแม่จาง (แผนที่)

สถานีปางป๋วย

อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง

ชมสถาปัตยกรรมลูกครึ่งเยอรมัน-ล้านนา ในสถานีรถไฟสายเหนือ ความสวยงามกลมกล่อมและลงตัวจนแฟนรถไฟต้องไปเยือน

ปางป๋วยเป็นสถานีที่ชื่อออกจะเรียกยากในครั้งแรก

‘ป๋วย’ เป็นภาษาพื้นถิ่นภาคเหนือ แปลว่า ต้นตะแบก ปางป๋วย จึงน่าจะหมายถึง ดงต้นตะแบก แต่ที่ดูขัดกับชื่อเลยคือ บริเวณรอบข้างสถานีปางป๋วยในปัจจุบันไม่เห็นต้นตะแบกเลยสักต้น แต่กลับเต็มไปด้วยต้นสักสูงใหญ่ จนทำให้เกิดร่มเงาและความเยือกเย็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหน้าหนาว

อาคารสถานีในโอบล้อมของป่าและต้นสัก ซุกตัวอยู่ภายใต้ขุนเขา และเป็นสถานีแรกของจังหวัดลำปางเมื่อนั่งรถไฟมาจากกรุงเทพฯ ปางป๋วยเป็นอาคารสถานีเล็กที่สุดในบรรดาทุกสถานีที่อยู่ในรูปแบบเดียวกัน แต่มีความสมบูรณ์ของส่วนประกอบอาคารมากกว่าทุกที่ โดยเฉพาะเสาสะระไนที่สมบูรณ์และมีท้าวแขนประกอบด้านข้างอย่างชัดเจน 

ชมสถาปัตยกรรมลูกครึ่งเยอรมัน-ล้านนา ในสถานีรถไฟสายเหนือ ความสวยงามกลมกล่อมและลงตัวจนแฟนรถไฟต้องไปเยือน
ชมสถาปัตยกรรมลูกครึ่งเยอรมัน-ล้านนา ในสถานีรถไฟสายเหนือ ความสวยงามกลมกล่อมและลงตัวจนแฟนรถไฟต้องไปเยือน
ชมสถาปัตยกรรมลูกครึ่งเยอรมัน-ล้านนา ในสถานีรถไฟสายเหนือ ความสวยงามกลมกล่อมและลงตัวจนแฟนรถไฟต้องไปเยือน
ชมสถาปัตยกรรมลูกครึ่งเยอรมัน-ล้านนา ในสถานีรถไฟสายเหนือ ความสวยงามกลมกล่อมและลงตัวจนแฟนรถไฟต้องไปเยือน

บริเวณช่องจำหน่ายตั๋วเห็นหม้อดอกแบบมีฐาน ท้าวแขนค้ำยันเสามีขนาดใหญ่และอ่อนช้อย และแป้นน้ำย้อยตามชายคามีลวดลายสวยงาม 

การเข้ามาถึงสถานีรถไฟปางป๋วยนั้นไม่ได้ง่าย ทางถนนถือว่าเข้ามาลึกทีเดียว ทางรถไฟก็ดูจะง่ายที่สุด แต่ก็มีเพียงขบวนรถท้องถิ่นจอดวันละ 2 ขบวนเท่านั้น ภารกิจหลักใช้หลีกขบวนรถมากกว่าการให้บริการด้านโดยสารและสินค้า 

ลักษณะโดดเด่นอีกอย่างของสถานีนี้ คือมีอาคารสำหรับการสับรางโดยเฉพาะที่แยกออกมาจากสถานี ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วทุกสถานีจะนำอุปกรณ์สับรางไว้ในอาคารเพื่อความสะดวกในการใช้งาน ที่สำคัญ อาคารสับรางนี้ยังคงใช้อยู่ ณ ตอนนี้ด้วยเช่นกัน

ชมสถาปัตยกรรมลูกครึ่งเยอรมัน-ล้านนา ในสถานีรถไฟสายเหนือ ความสวยงามกลมกล่อมและลงตัวจนแฟนรถไฟต้องไปเยือน

พิกัดสถานีปางป๋วย (แผนที่)

สถานีบ้านปิน

อ.ลอง จ.แพร่

ชมสถาปัตยกรรมลูกครึ่งเยอรมัน-ล้านนา ในสถานีรถไฟสายเหนือ ความสวยงามกลมกล่อมและลงตัวจนแฟนรถไฟต้องไปเยือน

สถานีบ้านปิน มีสถาปัตยกรรมโดดเด่นที่สุดของเส้นทางสายเหนือในความเป็นยุโรปเกือบทั้งหมด 

บ้านปินเป็นสถานีประจำ อ.ลอง จ.แพร่ เรียกได้ว่าโดดเด่นมากในระดับละสายตาไม่ได้ อาคารสถานีสไตล์เยอรมันลูกครึ่งล้านนานิด ๆ ตามรายละเอียดเหนือช่องหน้าต่างและบานประตู ถ้าเป็นคนก็คงเป็นลูกครึ่งที่ดูฝรั่งมากกว่าไทย

อาคารแบบ Half-timbered มีความโดดเด่นตามอาคารในแคว้นบาวาเรียตอนใต้ของเยอรมนี ลักษณะหน้าจั่วที่ชัดเจนจนแปลกตากว่าสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ ในละแวกใกล้เคียง ตำแหน่งที่ตั้งอยู่ในพื้นที่โอบล้อมด้วยภูเขา หากมองไปทางกรุงเทพฯ และลำปาง จะเห็นพืดเขาขวางไว้และมีทางรถไฟขึ้นเนินทั้งคู่ จนเหมือนสถานีบ้านปินตั้งอยู่กลางแอ่งเขานั้น ความโดดเด่นของอาคารจึงทำให้คนหลายคนขนานนามว่า ‘ฝรั่งกลางป่า’

ชมสถาปัตยกรรมลูกครึ่งเยอรมัน-ล้านนา ในสถานีรถไฟสายเหนือ ความสวยงามกลมกล่อมและลงตัวจนแฟนรถไฟต้องไปเยือน
ชมสถาปัตยกรรมลูกครึ่งเยอรมัน-ล้านนา ในสถานีรถไฟสายเหนือ ความสวยงามกลมกล่อมและลงตัวจนแฟนรถไฟต้องไปเยือน

สาเหตุของสถานีที่มีสถาปัตยกรรมเยอรมนีโดดเด่นในสายเหนือ เป็นเพราะการสร้างทางรถไฟสายเหนือนั้นใช้วิศวกรชาวเยอรมันเป็นคนคุมงาน เราจึงเห็นร่องรอยของเยอรมนีในทางรถไฟสายเหนือค่อนข้างมาก ตั้งแต่รูปแบบของสะพาน ระบบสัญญาณหางปลา (Semaphore Signal) รวมถึงสถาปัตยกรรมของสถานีรถไฟ

ความโดดเด่นของอาคารสถานีบ้านปินคือลวดลายที่อยู่บนอาคาร มีทั้งความสมมาตรและการเล่นลวดลายที่แตกต่างกันไปชวนให้สังเกต รวมถึงคานไม้ที่ยื่นออกมานอกอาคารซึ่งใช้รับน้ำหนักพื้นบนชั้น 2 ลักษณะอาคารด้านล่างบริเวณโถงทางเข้าเป็นซุ้มประตูโค้งแบบ Arch เหมือนสถานีนครลำปาง ช่องระบายอากาศเหนือหน้าต่างและบานประตูกรุ เป็นลวดลายหม้อดอกและพรรณพฤกษาเหมือนกับสถานีอื่น ๆ ก่อนหน้า

ชมสถาปัตยกรรมลูกครึ่งเยอรมัน-ล้านนา ในสถานีรถไฟสายเหนือ ความสวยงามกลมกล่อมและลงตัวจนแฟนรถไฟต้องไปเยือน
ชมสถาปัตยกรรมลูกครึ่งเยอรมัน-ล้านนา ในสถานีรถไฟสายเหนือ ความสวยงามกลมกล่อมและลงตัวจนแฟนรถไฟต้องไปเยือน
ชมสถาปัตยกรรมลูกครึ่งเยอรมัน-ล้านนา ในสถานีรถไฟสายเหนือ ความสวยงามกลมกล่อมและลงตัวจนแฟนรถไฟต้องไปเยือน

ด้านตรงข้ามอาคารสถานีมีหอสัญญาณแบบเสาเดี่ยว เรียกกันลำลองว่า ‘หอพม่า’ ตามแบบหอสัญญาณในพม่า ซึ่งมีรถไฟก่อนเรานับ 20 ปี หอสัญญาณนี้ใช้สำหรับสถานีที่ต้องการมุมมองของการจัดการจราจรที่แตกต่างจากสถานีระดับเล็ก เช่น สถานีที่มีทางรถไฟมากมายจนมองออกมาจากตัวอาคารสถานีได้ไม่ชัดเจน หรือสถานีที่ต้องใช้การสังเกตจากที่สูงเพื่อการจัดการจราจรและระบบสัญญาณ แต่ต่อมามีการปรับปรุงด้านหน้าอาคารใหม่ ให้นำอุปกรณ์การสับรางทั้งหมดไปไว้ในตัวสถานี หอสัญญาณเดิมจึงไม่ได้ใช้งานจนถึงปัจจุบัน

สถานีรถไฟบ้านปินนับเป็นอัญมณีในป่า เป็นสถานีรถไฟที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ และทรงคุณค่าแบบประเมินค่าไม่ได้ 

ชมสถาปัตยกรรมลูกครึ่งเยอรมัน-ล้านนา ในสถานีรถไฟสายเหนือ ความสวยงามกลมกล่อมและลงตัวจนแฟนรถไฟต้องไปเยือน

พิกัดสถานีบ้านปิน (แผนที่)

สถานีแก่งหลวง

อ.เด่นชัย จ.แพร่

ชมสถาปัตยกรรมลูกครึ่งเยอรมัน-ล้านนา ในสถานีรถไฟสายเหนือ ความสวยงามกลมกล่อมและลงตัวจนแฟนรถไฟต้องไปเยือน

แก่งหลวงที่คุ้นเคยคงเป็นโค้งรถไฟลัดเลาะไหล่เขาไปตามลำน้ำยม

สถานีแก่งหลวงเลยจากโค้งนั้นไม่ไกลมาก สถานีเล็ก ๆ แห่งนี้ห้อมล้อมด้วยธรรมชาติ ทั้งต้นไม้ ป่า เขา และแม่น้ำยม 

อาคารหลังน้อยของสถานีแก่งหลวงสร้างในแบบ Half-timbered เช่นเดียวกับสถานีอื่นก่อนหน้า แต่รายละเอียดแตกต่างกันมากอยู่ ตามเสาท้าวแขนค่อนข้างเล็กและอ่อนช้อยน้อยกว่าทุก ๆ สถานี ลายฉลุไม้เหนือบานหน้าต่างรูปพรรณพฤกษากลับสวยที่สุดด้วยรายละเอียดที่สละสลวยและอ่อนช้อย 

ชมสถาปัตยกรรมลูกครึ่งเยอรมัน-ล้านนา ในสถานีรถไฟสายเหนือ ความสวยงามกลมกล่อมและลงตัวจนแฟนรถไฟต้องไปเยือน
ชมสถาปัตยกรรมลูกครึ่งเยอรมัน-ล้านนา ในสถานีรถไฟสายเหนือ ความสวยงามกลมกล่อมและลงตัวจนแฟนรถไฟต้องไปเยือน

เป็นที่น่าเสียดายว่า สถานีแก่งหลวงมีการปรับปรุงรูปแบบอาคารเพิ่มเติมส่วนรอการโดยสารที่มีหลังคาคลุมเข้าไป รวมถึงมีการซ่อมแซมบางส่วน ทำให้รายละเอียดส่วนประกอบของสถานี เช่น แป้นน้ำย้อย หรือแม้แต่เสาสะระไนก็ถูกถอดออกไป เวลานั่งรถไฟ มองผ่าน ๆ อาจดูไม่แตกต่างอะไรกับสถานีอื่นยกเว้นลายกรอบไม้ของ Half-timbered ที่ทำให้สถานีแก่งหลวงดูแตกต่างกับสถานีอื่น ๆ  

โดยรวมแม้ว่าความสมบูรณ์ของอาคารจะน้อยที่สุด แต่บรรยากาศดีที่สุดไม่แพ้ใคร โดยเฉพาะด้านหลังสถานีที่เดินลงไปถึงแม่น้ำยมได้เลย

ชมสถาปัตยกรรมลูกครึ่งเยอรมัน-ล้านนา ในสถานีรถไฟสายเหนือ ความสวยงามกลมกล่อมและลงตัวจนแฟนรถไฟต้องไปเยือน

พิกัดสถานีแก่งหลวง (แผนที่)

เกร็ดท้ายขบวน

  1. สถานีในลิสต์นี้ส่วนใหญ่แล้วเป็นสถานีย่อย มีเพียงรถท้องถิ่น 407/408 นครสวรรค์-เชียงใหม่-นครสวรรค์ จอดเท่านั้น หากจะเดินทางทั้งหมดอาจต้องใช้เวลาหลายวัน ยกเว้นสถานีนครลำปางและสถานีบ้านปินที่มีรถจอดเยอะหน่อย
  2. การวางแผนเดินทางไปชมสถานีทั้งหมดต้องใช้รถยนต์เข้ามาช่วย ไม่ต้องกังวล เราแปะพิกัดไว้ให้แล้วสำหรับคนที่อยากไปสถานีทั้งหมดแบบเจาะลึก

Writer & Photographer

Avatar

วันวิสข์ เนียมปาน

มนุษย์ผู้มีรถไฟไทยเป็นเพื่อนสนิท และอยากแนะนำเพื่อนให้ชาวบ้านสนิทด้วย รักการเดินทางและชอบเดินเป็นชีวิตจิตใจ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load