ในวงการบันเทิงไทยที่เต็มไปด้วยค่ายเพลงและบริษัทจัดการศิลปินมาแล้วนับไม่ถ้วน TADA Entertainment คือชื่อที่น่าจับตาที่สุดในรอบหลายปี — ไม่ใช่เพราะมีทุนหนาหรือดาราดังในมือ แต่เพราะผู้ก่อตั้งมีความชัดเจนในสิ่งที่ตัวเองจะทำและสิ่งที่ไม่ทำ และนั่นคือจุดต่างที่ทำให้บริษัทนี้น่าสนใจ
นาดาวบางกอก : รากเหง้าก่อนจะเป็น TADA

บริษัท ทาดา เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด เปิดตัวเมื่อปี พ.ศ. 2566 ผ่านการเปลี่ยนชื่อบริษัทจากนาดาวบางกอก โดยมี ทรงยศ สุขมากอนันต์ หรือ “ย้ง ทรงยศ” เป็นผู้บริหาร ซึ่งชื่อ “นาดาวบางกอก” นั้นคนในวงการบันเทิงรู้จักดี เพราะเป็นบริษัทที่เคยดูแลนักแสดงให้กับค่ายภาพยนตร์ GTH และต่อมาคือ GDH 559 มาเป็นเวลานาน
ที่มาของชื่อ TADA นั้น ย้ง ทรงยศเล่าว่า “TADA เป็นเสียงเหมือนเวลาที่เราทำอะไรสำเร็จ แล้วภูมิใจที่จะนำเสนอสิ่งนี้ ตอนที่คิดชื่อนี้มีน้องๆ เสนอมา ก็รู้สึกชอบมาก” — ชื่อเดียวที่บอกทั้งความตั้งใจและอารมณ์ของคนสร้างมันขึ้นมา
โครงสร้างสามขา : บริษัทแม่และบริษัทลูกที่แยกบทบาทชัดเจน
สิ่งที่ทำให้ TADA Entertainment ต่างจากค่ายเพลงทั่วไปคือการออกแบบโครงสร้างธุรกิจอย่างรอบคอบ
TADA Entertainment เป็นบริษัทแม่ เป็นเสาหลักของออฟฟิศในเครือ ทั้งเรื่องลงทุน, operate, ดูแลการทำงานหลังบ้าน อย่างเช่น marketing / กฎหมาย / บัญชีต่างๆ ส่วนบริษัทลูก มีสองฝั่ง คือ SONRAY MUSIC ดูแลผลิตศิลปินไอดอลชาย และ ILY LAB ดูแลผลิตศิลปินไอดอลหญิง
ย้งอธิบายว่า จากประสบการณ์ การดูแลศิลปินชายและหญิงมีรายละเอียดแตกต่างกัน จึงอยากแยกการบริหารออกเป็น 2 บริษัท แต่ศิลปินจาก 2 ค่ายก็จะได้ทำงานร่วมกันในบางโอกาส
นอกจากนี้ยังมี 5×6 House บริษัทผลิตคอนเทนต์ ที่ทำหน้าที่ป้อนงานด้านสื่อและโปรดักชันให้กับทั้งระบบ รวมกันเป็นระบบนิเวศที่ครบวงจรตั้งแต่เทรนศิลปิน ผลิตเพลง จนถึงสร้างเนื้อหาที่คนดูอยากติดตาม
นิยามไอดอลของย้ง : ไม่ใช่แค่หน้าตาดี

ย้ง ทรงยศให้นิยามว่า “ศิลปินไอดอลเป็นศิลปินที่มีการฝึกหัดและพัฒนาให้มาเป็นศิลปิน บอยแบนด์หรือเกิร์ลกรุ๊ปสมัยก่อนอาจอาศัยหน้าตาดี ความสามารถกลางๆ ได้ แต่ยุคนี้ผู้บริโภคต้องการศิลปินที่นอกจากภาพลักษณ์และบุคลิกดีแล้ว เขายังต้องมีความสามารถสูง ทั้งด้านการร้องเพลง การแสดง และการเต้นด้วย”
นี่คือปรัชญาที่กำหนดทุกอย่างใน TADA Entertainment ตั้งแต่กระบวนการคัดเลือก การเทรน ไปจนถึงการเดบิวต์ ไม่มีการลัดขั้นตอนเพื่อให้ได้ศิลปินออกตลาดเร็วขึ้น เพราะพวกเขาเชื่อว่าคนดูในยุคนี้รู้ความแตกต่าง
ไม่ใช่ Fail Fast Fail Cheap : ความรับผิดชอบต่อความฝันของคน
หนึ่งในจุดยืนที่ชัดเจนที่สุดของ TADA Entertainment คือย้งไม่คิดแบบ Fail Fast, Fail Cheap และเห็นด้วยว่าความฝันของเด็กสาวไม่ควรถูกเอามาใช้เป็นการทดลองทางธุรกิจ ศิลปินไอดอลหญิงกลุ่มแรกจึงเป็นเด็กที่เทรนมาแล้วเกือบ 2 ปี
คำพูดนั้นพูดได้มาก เพราะในวงการไอดอลทั่วโลก การทดลองตลาดด้วยการเดบิวต์ศิลปินหน้าใหม่โดยยังไม่พร้อมเป็นเรื่องปกติ แต่ย้งเลือกมองว่าเด็กที่เข้ามาเทรนคือคนจริงๆ ที่มีความฝันจริงๆ ไม่ใช่หน่วยทดสอบสมมติฐานทางธุรกิจ
MXFRUIT และ DICE : ผลผลิตแรกที่โลกได้เห็น
ศิลปินกลุ่มแรกที่ TADA Entertainment นำเสนอสู่สาธารณะคือ MXFRUIT (มิกซ์ฟรุต) เกิร์ลกรุ๊ป 5 สมาชิกจากค่าย ILY LAB ที่เดบิวต์ในปี 2566 ชื่อวงสื่อถึงความหลากหลายที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว ซึ่งสะท้อนแนวคิดของค่ายได้ชัดเจน
ส่วนฝั่งบอยกรุ๊ป SONRAY MUSIC สร้างกระแสด้วยรายการ 789 SURVIVAL รายการที่นำเด็กฝึกทั้ง 24 คน มา MIX & MATCH ผ่าน MISSION ต่างๆ เพื่อค้นหากรุ๊ปที่ลงตัวที่สุดในจำนวน 7 หรือ 8 หรือ 9 คน เพื่อเดบิวต์เป็น BOY GROUP วงแรก
ผลของรายการคือ DICE บอยแบนด์ที่มีสมาชิก 10 คน ได้แก่ มิน ธนกฤต, อเล็กซ์ อเล็กซานเดอร์ บัคแลนด์, เจย์ กาญจน์โสภณ, อาโป วชิรากร, จีซัง อคิรา คิม, โอโบ อภิณัฏฐ์, ชีส ชยพล, แมดดอค รีส์ เดวีส์, อ๊อตโต้ สิปปวิชญ์ และเฟรม ธนันณัฐ ที่เดบิวต์เมื่อวันที่ 19 มีนาคม
T-Pop ยุคใหม่ : สนามที่ TADA เลือกแข่ง
TADA Entertainment ไม่ได้ก้าวเข้าสู่วงการไอดอลโดยไม่รู้อะไรเลย แต่มาพร้อมกับมุมมองที่ชัดเจนว่า T-Pop หรือ Thai Pop กำลังมีโอกาสครั้งสำคัญในตลาดเอเชีย และไทยยังขาดบริษัทที่ทำเรื่องนี้อย่างจริงจังและเป็นระบบ
ต่างจากการเทรนศิลปินเพื่อตลาดในประเทศเพียงอย่างเดียว TADA มองไปที่ตลาดต่างประเทศตั้งแต่ต้น ความหลากหลายของสมาชิกในวง DICE ที่มีทั้งคนไทย ลูกครึ่ง และชาวต่างชาติ คือหลักฐานชิ้นแรกที่บอกว่าค่ายนี้ออกแบบมาเพื่อโลก ไม่ใช่แค่ประเทศเดียว
สร้างผู้บริหารรุ่นใหม่ ไม่ใช่แค่ศิลปิน
สิ่งที่ทำให้วิสัยทัศน์ของ TADA Entertainment น่าสนใจมากกว่าค่ายเพลงทั่วไปคือเป้าหมายที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่การสร้างศิลปิน แต่รวมถึงการสร้างคนรุ่นใหม่ที่เข้าใจธุรกิจบันเทิงอย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะอยู่หน้าจอหรือหลังจอ
ในอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงเร็ว สิ่งที่จะอยู่รอดได้ไม่ใช่แค่ศิลปินที่ดัง แต่คือองค์กรที่รู้จักตัวเอง รู้จักตลาด และรู้ว่าจะปรับตัวอย่างไรเมื่อสิ่งรอบข้างเปลี่ยนไป — และนั่นคือสิ่งที่ TADA Entertainment ออกแบบตัวเองมาเพื่อทำ
