มีนิทรรศการบางอย่างที่ฟังแล้วรู้สึกว่าตัวเองอยากเข้าไปอยู่ในนั้น ไม่ใช่แค่ดู แต่อยากนั่งลงและฟัง Hundred Years Between คือนิทรรศการแบบนั้น — ไม่ใช่นิทรรศการที่โชว์ภาพถ่ายสวยๆ แต่เป็นเรื่องราวโรแมนติกของคนสองคนจากครอบครัวเดียวกัน ที่ว่าด้วยการเดินทางโพ้นทะเล ในห้วงเวลาที่ห่างกันกว่าศตวรรษ
ต้นทาง ไกลบ้าน และพระราชนิพนธ์ที่รอคนตามรอย
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสยุโรป 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2440 และครั้งที่สอง เมื่อ พ.ศ. 2450 โดยเฉพาะการเสด็จครั้งหลังนี้มีพระราชนิพนธ์เล่มสำคัญคือ “ไกลบ้าน” ซึ่งเล่าเรื่องราวและเหตุการณ์ต่างๆ ให้สมเด็จเจ้าฟ้านิภานภดล กรมขุนอู่ทองเขตขัติยนารี ทรงทราบ
ในพระราชหัตถเลขานั้นได้เล่าถึงเรื่องราวเมื่อครั้งเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ 2 โดยเสด็จเยือนประเทศนอร์เวย์เป็นเวลาหนึ่งเดือน ซึ่งเป็นการเล่าทำนองการบันทึกประจำวัน มีทั้งความรู้และเรื่องราวต่างๆ รวมถึงการเสนอแนวพระราชดำริ และพระราชวินิจฉัยส่วนพระองค์ต่อเหตุการณ์มากมาย
นั่นคือต้นทางที่ทำให้ Hundred Years Between เกิดขึ้น — พระราชนิพนธ์ที่เขียนจากนอร์เวย์เมื่อ 118 ปีก่อน กลายเป็นแผนที่ให้ทายาทรุ่นโหลนออกเดินทางตามในปี 2562
ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน : โหลนที่ออกเดินทางตามรอยเทียด

ย้อนไปราวเดือนมีนาคม พ.ศ. 2562 เมื่อครั้งที่ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน ได้รับเชิญจากสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงออสโล ให้ร่วมสร้างสรรค์ผลงานในวาระครบรอบ 115 ปีความสัมพันธ์ไทย-นอร์เวย์ พระองค์ตัดสินใจออกเดินทางตามรอยเสด็จประพาสนอร์เวย์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และได้เขียนจดหมาย 4 ฉบับถึงท่านเทียดของพระองค์ในแบบส่วนตัวที่สุด
เพราะความหลงใหลในประวัติศาสตร์ การเดินทาง และการถ่ายภาพ ทำให้ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซนตัดสินใจออกเดินทางตามรอยรัชกาลที่ 5 เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินเยือนราชอาณาจักรนอร์เวย์เมื่อปี พ.ศ. 2450 แม้การเดินทางจะห่างกันเกินกว่าศตวรรษ หากแต่ภูมิทัศน์ดินแดนไวกิ้งอันแสนงาม ลึกลับและทรงพลัง ยังคงเป็นประจักษ์พยานให้มนุษย์ตระหนักถึงความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติที่ยืนหยัดข้ามกาลเวลา
ในจดหมายของท่าน มีใจความตอนหนึ่งกล่าวไว้ว่า “ข้าพระพุทธเจ้าเติบโตมาในกรอบวัฒนธรรมและห้วงยามประวัติศาสตร์อันต่างจากที่รัชกาลที่ 5 ทรงเจริญวัยขึ้น ดังนั้น แม้ข้าพระพุทธเจ้าจะเดินทางตามเส้นทางเดียวกับที่ใต้ฝ่าพระบาททรงเคยเสด็จพระราชดำเนิน ทว่าบริบทระหว่างการเดินทางทั้งกาลเวลา ตำแหน่งแห่งที่ และมุมมองของผู้มาเยือน ที่ใต้ฝ่าพระบาทเคยทรงพานพบ ย่อมต่างจากที่ข้าพระพุทธเจ้าได้ประสบมา”
สถานที่จัดนิทรรศการ : ศุลกสถาน อาคารที่เชื่อมสองกาลเวลาเข้าหากัน

นิทรรศการ Hundred Years Between จัดแสดงขึ้น ณ ศุลกสถาน (โรงภาษีร้อยชักสาม) หรือ The Custom House ติดตั้งภาพถ่ายธรรมชาติ ภูมิประเทศ อาคารสถานที่ในประเทศนอร์เวย์ ที่รัชกาลที่ 5 ได้เสด็จฯ เมื่อ พ.ศ. 2450
สถานที่แห่งนี้ถือเป็น “ครั้งแรก” ที่สาธารณชนจะได้เข้าชมนิทรรศการภาพถ่าย ณ อาคารหลังประวัติศาสตร์ของกรุงเทพมหานครอย่าง “ศุลกสถาน” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “โรงภาษีร้อยชักสาม” ที่ตัวอาคารถูกออกแบบเป็นศิลปโรมันคลาสสิคผสมผสานระหว่างนีโอคลาสสิกกับปัลลาดีโอ ถูกสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ตั้งตระหง่านอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยามายาวนานกว่า 136 ปี
และความบังเอิญที่งดงามคือ เมื่อครั้งที่รัชกาลที่ 5 เสด็จกลับจากประพาสยุโรปครั้งที่ 2 นั้น สยามได้จัดสร้างซุ้มรับเสด็จ และมีการจัดงานเลี้ยงต้อนรับที่ศุลกสถานแห่งนี้เอง นิทรรศการที่ว่าด้วยการตามรอยเสด็จนอร์เวย์ จึงกลับมาจัดในอาคารที่เคยต้อนรับการเสด็จกลับจากนอร์เวย์ — นั่นไม่ใช่ความบังเอิญ แต่คือสิ่งที่ประวัติศาสตร์จัดให้
สามชั้น สามมิติของเวลา
การออกแบบนิทรรศการ Hundred Years Between แบ่งพื้นที่ตามชั้นของอาคารอย่างชาญฉลาด แต่ละชั้นให้บรรยากาศที่ต่างกัน
เมื่อเดินขึ้นชั้น 3 ห้องนี้จะออกโทนสีอมเขียว โดยออกแบบโต๊ะวางจดหมายให้แตกต่างกัน ถ้าเป็นจดหมายของรัชกาลที่ 5 เป็นโต๊ะไม้ ส่วนจดหมายของท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน เป็นโต๊ะอะคริลิค ชั้นนี้มีจอโปรเจกเตอร์ภาพถ่ายรัชกาลที่ 5 เมื่อตอนเสด็จเยือนประเทศนอร์เวย์ ซึ่งเกี่ยวโยงกับภาพถ่ายของท่านผู้หญิงสิริกิติยา
การออกแบบโต๊ะสองรูปแบบในห้องเดียวกันนั้นพูดได้ทุกอย่างโดยไม่ต้องใช้คำอธิบาย — โต๊ะไม้จากอดีต โต๊ะอะคริลิคจากปัจจุบัน สองยุคที่นั่งอยู่ในห้องเดียวกัน
“นิทรรศการของเราจะไม่ปกปิดร่องรอยในตึก เปิดให้เห็นช่วงเวลาของรัชกาลที่ 5 และหลังจากนั้นตำรวจน้ำมาพัก อยากให้คนเห็นทั้งหมด เพราะประวัติศาสตร์ประกอบด้วยเรื่องราวหลายๆ มุมมอง บนฝาผนังตึกก็มีคำต่างๆ ที่คนยุคนี้เขียนไว้ตอนเครียดๆ ก็เป็นประวัติศาสตร์หน้าหนึ่ง”
กล้องฟิล์มและดินแดนไวกิ้ง : ภาพที่ถ่ายข้ามเวลา
สายใยระหว่าง ‘เทียด’ และ ‘ลื่อ’ ที่ไม่เคยพบหน้าค่าตากันมาก่อน ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นบนเส้นทางการผจญภัย การอ่าน การเขียน และภาพถ่ายกล้องฟิล์มสุดโรแมนติก
การเลือกใช้กล้องฟิล์มถ่ายภาพชุดนี้ไม่ใช่เหตุผลด้านเทคนิค แต่เป็นการตัดสินใจทางความรู้สึก ฟิล์มไม่รู้ผลทันที ต้องรอ ต้องอดทน เหมือนกับจดหมายที่ส่งข้ามทะเล — ทั้งสองสิ่งบังคับให้ผู้สร้างใส่ใจกับปัจจุบันมากขึ้น ก่อนจะได้เห็นผลในภายหลัง
ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน บอกเล่าถึงจุดเริ่มต้นว่า ความตั้งใจแรกคือการตามรอยเสด็จจากพระราชนิพนธ์ไกลบ้านไปยังนอร์เวย์ ซึ่งไม่ได้เป็นการตามไปเพียงแค่สถานที่ แต่เป็นการดึงสิ่งที่ได้เห็นจากจดหมายที่พระองค์เขียนมาเล่าในมุมมองของรุ่นโหลน ในช่วงเวลาที่ห่างกันร้อยกว่าปี
Bangkok Design Week 2020 : ฉากสุดท้ายของอาคารก่อนบูรณะ
นิทรรศการภาพถ่าย Hundred Years Between จัดแสดงขึ้นภายในงาน “เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2563 (BKKDW 2020)” ในวันที่ 1-9 กุมภาพันธ์ 2563 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ณ ศุลกสถาน และงานครั้งนี้ถือเป็นการเปิดให้ชมอาคารครั้งสุดท้ายก่อนการบูรณะครั้งใหญ่ที่กินเวลายาวนานกว่า 6 ปี
ทั้งหมดนั้นรวมอยู่ใน Hundred Years Between — นิทรรศการของคนสองคนที่ไม่เคยพบกัน แต่เดินบนเส้นทางเดียวกัน ในเวลาที่ห่างกันหนึ่งร้อยปี ในอาคารที่เคยต้อนรับการกลับมาของคนคนหนึ่ง และต้อนรับการจากไปก่อนบูรณะของคนอีกนับพัน
