พ.ศ. 2528 ที่เมืองซานดิเอโก ประเทศสหรัฐอเมริกา เธอเลือกเรียนรู้ฝีมือออกแบบกับ Yohji Yamamoto ก่อนจะค้นพบว่าหัวใจของเธอแท้จริงแล้วอยู่กับประวัติศาสตร์ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของเส้นทางที่นำเธอกลับมาเป็นนักประวัติศาสตร์ที่กำลังเปลี่ยนวิธีที่คนไทยมองอดีตของตัวเอง
ใหม่ สิริกิติยา เจนเซน คือใคร

ท่านผู้หญิง สิริกิติยา เจนเซน หรือ คุณใหม่ เป็นพระธิดาคนเล็กในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี กับปีเตอร์ แลดด์ เจนเซน เป็นพระราชนัดดาในพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ในวัยเยาว์ ท่านผู้หญิงสิริกิติยาได้ศึกษาขั้นต้นที่โรงเรียนมัธยมศึกษาเอิร์ลวอร์เรนจูเนียร์ และโรงเรียนมัธยมศึกษาทอร์เรย์ไพนส์ ก่อนที่สำเร็จการศึกษาด้านวิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก สาขาการศึกษาภูมิภาคเอเชียตะวันออก
แต่กว่าจะมาถึงจุดที่เธอยืนยันตัวเองในฐานะนักประวัติศาสตร์ได้อย่างมั่นใจ สิริกิติยา เจนเซน ผ่านเส้นทางที่อ้อมและน่าสนใจกว่าที่หลายคนคิด
จาก Yohji Yamamoto ถึง Hermès เส้นทางที่ไม่ตรงไปตรงมา
เรียนจบปริญญาตรีสาขาเอเชียศึกษา จากมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก เคยฝึกงานกับนักออกแบบชาวญี่ปุ่น Yohji Yamamoto และทำงานกับ Hermès ที่นิวยอร์ก
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดเกี่ยวกับเส้นทางของ คุณใหม่ เจนเซน คือเธอไม่ได้ตรงดิ่งสู่งานประวัติศาสตร์ทันทีที่เรียนจบ
ช่วงนั้นยังไม่อยากทำงานวิชาการ กลัวจะไม่ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ เรายังเป็นเด็กอยู่ ถ้าลองไปทำงานอีกด้านหนึ่งก่อนก็ไม่เสียหาย ก็เปิดหนังสือพิมพ์หางาน แล้วสมัครฝึกงานกับนักออกแบบชาวญี่ปุ่น Yohji Yamamoto งานแฟชั่นเป็นสิ่งที่สนุกดี แต่สุดท้ายเราก็ชอบงานที่ค่อนข้างเป็นวิชาการ เป็นประวัติศาสตร์”
จุดเปลี่ยนที่ทำให้เธอกลับสู่เส้นทางประวัติศาสตร์เกิดขึ้นที่ Hermès ช่วงที่ทำงานกับ Hermès หัวหน้าของเราเคยทำงานที่ Costume Institute ซึ่งเอาเรื่องเครื่องแต่งกายของคนยุคก่อนมาเล่าให้คนเข้าใจว่าเมื่อก่อนคนแต่งตัวแบบนั้นเพราะอะไร เล่าถึงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมของคน ทำให้เราเห็นว่า ประวัติศาสตร์กับความคิดสร้างสรรค์ไปด้วยกันได้ เลยคิดว่าอยากจะกลับมาทำงานด้านประวัติศาสตร์”
ประสบการณ์ในโลกแฟชั่นนั้นไม่ได้สูญเปล่า มันคือสิ่งที่ทำให้ ใหม่ สิริกิติยา เจนเซน มองเห็นว่าประวัติศาสตร์ไม่จำเป็นต้องแห้งแล้งหรือน่าเบื่อ มันสามารถมีชีวิตชีวาผ่านความคิดสร้างสรรค์ได้เช่นเดียวกับงานออกแบบ
วังหน้านฤมิต เมื่อพิพิธภัณฑ์กลับมามีชีวิต

วันที่ 6 มีนาคม – 28 เมษายน 2562 ท่านผู้หญิงสิริกิติยาร่วมกับนาตาลี บูแตง และแมรี่ ปานสง่าจัดโครงการ “วังหน้านฤมิต ในมิติแห่งการเวลา” และนิทรรศการ “นัยระนาบนอก อินซิทู : แปลงร่างอดีตในหลืบแห่งปัจจุบัน” ที่พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เพื่อศึกษาเกี่ยวกับพระราชวังบวรสถานมงคล โดยเพิ่มเติมชิ้นงานของผู้คนที่โดดเด่นจากวงการต่างๆ 20 คน และหนึ่งคณะนักร้องประสานเสียง
คุณสิริกิติยาใช้เวลาศึกษาและพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำโครงการนี้กว่า 3 ปี ด้วยความหวังว่าอยากให้คนไทยรู้จักพื้นที่ประวัติศาสตร์ด้วยความเข้าใจที่ง่ายขึ้น
นิทรรศการวังน่านิมิตก่อนหน้านี้ได้ทำให้หลายคนได้รู้ว่าพื้นที่วังหน้าเคยอยู่ตรงไหน คือพื้นที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โรงละครแห่งชาติ ซึ่งเมื่อไปยืนที่สนามหลวง ก็พอจะจินตนาการได้ว่าตรงนี้คืออะไร แต่นิทรรศการวังหน้านฤมิตนี้จะทำให้คนเริ่มกลับไปสืบค้นข้อมูล อยากรู้ความสำคัญ เกิดการพูดคุยกัน จนเกิดเป็นประวัติศาสตร์ร่วมสมัย
ปรัชญาที่ว่าประวัติศาสตร์ไม่ใช่สิ่งตายตัว
สิ่งที่ทำให้แนวคิดของ สิริกิติยา เจนเซน น่าสนใจคือมุมมองที่เธอมีต่อตัววิชาประวัติศาสตร์เอง
ประวัติศาสตร์มีหลายมุมมอง มีมุมที่เคยมีคนอธิบายไว้ มุมที่ถูกบันทึกอย่างเป็นทางการ และมุมของคนทั่วไปที่อยู่ในเหตุการณ์ซึ่งไม่เคยมีคนบันทึกไว้ แล้วประวัติศาตร์ก็ยังถูกบันทึกไว้ในวรรณกรรม สถาปัตยกรรม ศิลปะ หลายประเทศสอนประวัติศาสตร์ไม่เก่งเท่าไหร่ ให้ท่องจำอย่างเดียว เราต้องเข้าใจว่าประวัติศาสตร์เปลี่ยนแปลงได้ เมื่อโลกเปลี่ยน วิธีคิดของคนที่มีต่อโลกก็เปลี่ยน ศิลปะก็เปลี่ยน สถาปัตยกรรมก็เปลี่ยน สิ่งที่ถูกบันทึกก็เปลี่ยน เราต้องคุยกันแบบนี้
ประโยคนั้นคือหัวใจสำคัญของวิธีที่ ใหม่ สิริกิติยา เจนเซน ทำงาน เธอไม่ได้มองประวัติศาสตร์ว่าเป็นข้อมูลแข็งทื่อที่ต้องท่องจำ แต่เป็นบทสนทนาที่มีชีวิตและเปลี่ยนแปลงไปตามมุมมองของแต่ละยุคสมัย
ชีวิตข้าราชการกรมศิลปากร
ค่อนข้างสนุก อย่างการรับผิดชอบโครงการนี้ มีบรรยากาศการทำงานที่หลากหลาย มีโอกาสคุยกับคนทำงานที่เป็นผู้เชี่ยวชาญหลายด้าน เช่น นักประวัติศาสตร์ศิลป์ ภัณฑารักษ์ ภัณฑารักษ์ฝรั่งเศส นักดนตรี เลยรู้สึกว่าได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านมุมมองหลายมุมมอง ทำให้เรียนรู้ว่าต้องฟังคนและเข้าใจ เพราะทุกคนต่างถูกกันหมด แล้วแต่ว่าจะอยู่ตรงไหน” คุณสิริกิติยากล่าวถึงการทำงานในกรมศิลปากร
ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน นับตั้งแต่เริ่มต้นชีวิตราชการในกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ได้ใช้ความรู้ด้านประวัติศาสตร์จากการศึกษาวิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก รวมถึงการทำงานกับพิพิธภัณฑ์ชื่อดัง และแบรนด์ดังระดับโลก มาสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับแวดวงประวัติศาสตร์ไม่น้อย
นักประวัติศาสตร์ผู้ขี่จักรยาน ปีนเขา และถ่ายภาพด้วยเลนส์เก่า
นอกเหนือจากนิทรรศการประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับวังหน้า ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน ยังสนใจในเรื่องของภาพถ่ายต่างๆ อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นภาพทิวทัศน์ วิถีชีวิต และมักบันทึกภาพในส่วนที่ประชาชนไม่ค่อยมีโอกาสได้เห็น
ด้านที่หลากหลายของ คุณใหม่ เจนเซน ตั้งแต่การปั่นจักรยาน ปีนเขา ไปจนถึงการถ่ายภาพด้วยเลนส์เก่า สะท้อนวิธีที่เธอมองโลกในแบบที่ผสมความช่างสังเกตเข้ากับความรักในรายละเอียด — คุณสมบัติเดียวกับที่ทำให้เธอเป็นนักประวัติศาสตร์ที่ดี
มรดกที่ยังเดินหน้าต่อ
จากเด็กสาวที่ลังเลระหว่างแฟชั่นกับวิชาการ สู่นักประวัติศาสตร์ที่ทำให้วังหน้ากลับมามีชีวิตอีกครั้ง ใหม่ สิริกิติยา เจนเซน พิสูจน์ว่าเส้นทางที่ไม่ตรงไปตรงมาบางครั้งก็พาเราไปถึงสิ่งที่ใช่ที่สุดสำหรับตัวเรา
และในขณะที่ห้องเรียนวิชาประวัติศาสตร์แบบดั้งเดิมมักทำให้นักเรียนรู้สึกว่าต้องท่องจำ สิริกิติยา เจนเซน กำลังพิสูจน์ว่าประวัติศาสตร์ที่ดีคือประวัติศาสตร์ที่ชวนให้คนตั้งคำถามและค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง
“เราต้องเข้าใจว่าประวัติศาสตร์เปลี่ยนแปลงได้ เมื่อโลกเปลี่ยน วิธีคิดของคนที่มีต่อโลกก็เปลี่ยน” — ใหม่ สิริกิติยา เจนเซน
