มีพื้นที่ประวัติศาสตร์บางแห่งที่อยู่ตรงหน้าคนทุกวัน แต่ไม่มีใครรู้ว่ากำลังยืนอยู่ในจุดที่เคยสำคัญที่สุดในชาติ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และโรงละครแห่งชาติที่อยู่รายล้อมสนามหลวงคือซากของพระราชวังบวรสถานมงคล หรือ “วังหน้า” — พระราชวังที่อยู่คู่กรุงรัตนโกสินทร์มาตั้งแต่รัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 5 และ คุณใหม่ สิริกิติยา เจนเซน คือคนที่ตั้งใจจะทำให้ทุกคนรู้ว่าสิ่งนั้นเคยอยู่ที่นี่
วังหน้า : พระราชวังที่หายไปแต่ยังอยู่

โครงการวังหน้าเคยเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาโบราณคดีมาก่อน เมื่อนำมาทำเป็นนิทรรศการจึงต้องหาวิธีที่จะทำให้คนเข้าถึงหรือเข้าใจได้ง่ายขึ้น โดยการใช้เทคโนโลยีหรือสื่อร่วมสมัยให้คนเห็นว่า อดีตกับปัจจุบันไปด้วยกัน คุณใหม่อธิบายเหตุผลของโครงการไว้อย่างชัดเจน
พระราชวังบวรสถานมงคลหรือวังหน้า เป็นที่ประทับของวังหน้า (พระมหาอุปราช) ตั้งแต่รัชกาลที่ 1 มาโดยตลอด จนกระทั่งสิ้นสุดในรัชสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อพระยศวังหน้าถูกยกเลิก พื้นที่ส่วนหนึ่งจึงถูกเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ซึ่งเปิดให้ประชาชนเข้าชมมาตั้งแต่ปี 2469 แต่ส่วนที่เหลือกระจายออกไปเป็นสถาบันต่างๆ จนปัจจุบันคนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเดินบนพื้นที่ที่เคยเป็นพระราชวัง
วังน่านิมิต : บทแรกของการเล่าเรื่องใหม่
ในปี 2561 ท่านผู้หญิงใหม่รับหน้าที่เป็นผู้อำนวยการโครงการวังหน้า เปิดนิทรรศการ “วังน่านิมิต” ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เพื่อเสนอข้อมูล ประเด็น เรื่องราว ที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์พระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) ซึ่งเป็นที่ประทับของกรมพระราชวังบวรสถานมงคล ตั้งแต่รัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 5 โดยมีการเปิดเว็บไซต์ให้คนเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย
ความสำเร็จของวังน่านิมิตทำให้คนจำนวนมากเริ่มรู้ว่าพื้นที่วังหน้าเคยอยู่ที่ไหน แต่นั่นเป็นแค่บทเริ่มต้น — เพราะคุณใหม่ตั้งใจไว้ว่างานนี้ต้องมีหลายบท
วังหน้านฤมิต : 16 ชิ้นงานจาก 16 โลกที่ต่างกัน

โครงการนี้ชื่อ ‘วังหน้านฤมิต ในมิติแห่งกาลเวลา’ เป็นเรื่องการสร้างสรรค์ ถ้าเอาคนที่หลากหลายเข้าไปในพื้นที่ เขาจะคุยอะไรกัน สร้างสรรค์เรื่องราวอะไรขึ้นมา ทุกอย่างในงานจริงเป็นการสร้างสรรค์ แม้กระทั่งชื่อนิทรรศการ เราก็ชวนคนมาตั้งชื่อ
กรมศิลปากร โดย คุณใหม่-สิริกิติยา เจนเซน ทำโครงการ ‘วังหน้านฤมิต ในมิติแห่งกาลเวลา’ ระหว่างวันที่ 6 มีนาคม – 28 เมษายน 2562 ที่พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
สิ่งที่ทำให้ วังหน้านฤมิต ต่างจากนิทรรศการประวัติศาสตร์ทั่วไปคือรายชื่อผู้สร้างงาน — 16 ชิ้นงานศิลปะของช่างเขียนรูป นักพัฒนาแอปพลิเคชัน นักพฤกษศาสตร์ นักร้องประสานเสียง นักทำหนัง ร็อกเกอร์ เชฟ สถาปนิก นักภาษาศาสตร์ ใน ‘วังหน้า’ ที่จะเผยร่องรอยประวัติศาสตร์สำคัญช่วงหนึ่งของชาติไทย
ไม่มีนักประวัติศาสตร์อาชีพในรายชื่อนั้น — นั่นคือการตัดสินใจที่ตั้งใจ เพราะคุณใหม่ สิริกิติยา เจนเซนเชื่อว่าประวัติศาสตร์ไม่ได้เป็นของนักวิชาการเท่านั้น แต่เป็นของทุกคนที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินนี้
Keyword ที่เข้าชมได้ฟรี : นิทรรศการที่คิดเรื่องการเข้าถึง
หนึ่งในรายละเอียดที่น่าสนใจที่สุดของวังหน้านฤมิตคือระบบ Keyword ที่ให้ผู้ชมเข้าชมได้ฟรี
นิทรรศการครั้งนี้ปรัชญาเลือกแสดงความคิดผ่านนัยของพฤติกรรมมนุษย์ ทุกวันจะมีการระบุคำสำคัญ (Keyword) เพื่อให้ผู้ชมแจ้งแก่ห้องขายตั๋ว สำหรับใช้เป็นรหัสเข้าพิพิธภัณฑ์ได้ฟรี ในบริเวณนิทรรศการ ร่องรอยเวลานี้จะถูกบันทึกไว้โดยเจ้าหน้าที่และจัดแสดงไว้ตลอดระยะเวลาที่จัดนิทรรศการ
ทุก Keyword ที่คนบอกคือข้อมูล และข้อมูลทั้งหมดกลายเป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการด้วย — นั่นคือการออกแบบที่ทำให้ผู้ชมกลายเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ที่กำลังถูกเขียนขึ้น
จากพิพิธภัณฑ์สู่ Google Art & Culture : วังหน้าที่โลกเห็นได้
ก่อนต่อยอดนำนิทรรศการชิ้นนี้ สู่สายตาของชาวโลก ด้วยการนำเข้าสู่รูปแบบดิจิทัลบนเว็บไซต์ กูเกิล อาร์ต แอนด์ คัลเจอร์ ที่เปิดให้คนทั่วทั้งโลกเข้าชมได้ทั้งจากคอมพิวเตอร์ หรือ แอพพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟน
การนำวังหน้านฤมิตขึ้น Google Art & Culture ไม่ใช่แค่การขยายพื้นที่แสดง แต่คือการยืนยันว่าประวัติศาสตร์ไทยมีพื้นที่บนเวทีโลก และคุณใหม่ สิริกิติยา เจนเซนเป็นคนที่ทำให้มันเกิดขึ้น
ประวัติศาสตร์ที่มีชีวิต : สิ่งที่วังหน้านฤมิตพิสูจน์
นิทรรศการวังน่านิมิตก่อนหน้านี้ได้ทำให้หลายคนได้รู้ว่าพื้นที่วังหน้าเคยอยู่ตรงไหน คือพื้นที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โรงละครแห่งชาติ ซึ่งเมื่อไปยืนที่สนามหลวง ก็พอจะจินตนาการได้ว่าตรงนี้คืออะไร แต่นิทรรศการวังหน้านฤมิตนี้จะทำให้คนเริ่มกลับไปสืบค้นข้อมูล อยากรู้ความสำคัญ เกิดการพูดคุยกัน จนเกิดเป็นประวัติศาสตร์ร่วมสมัย
ในเมืองที่ประวัติศาสตร์มักถูกมองว่าเป็นเรื่องของคนแก่และนักวิชาการ สิ่งที่คุณใหม่ สิริกิติยา เจนเซนทำกับวังหน้านฤมิตคือพิสูจน์ว่าประวัติศาสตร์สามารถเป็นเรื่องที่คนรุ่นใหม่อยากพูดถึง — ถ้าคุณหาภาษาที่ถูกต้องมาเล่ามัน
