21 กุมภาพันธ์ 2562
23 K

“ความจริงเราเป็นคู่แข่งยาโยอิ คุซามะ เขาบ้าลายจุด เราบ้าลายตาราง”

พาฉัตร ทิพทัส ภัณฑารักษ์ประจำมิวเซียมสยาม พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ (Museum Siam: Discovery Museum) ยอมรับว่าเขาเป็นคู่แข่งกับคุณป้าลายจุด ศิลปินหญิงจากประเทศญี่ปุ่น เพราะเขาคลั่งไคล้ลายตารางหมากรุกมากพอกับยาโยอิคลั่งไคล้ลายจุดจุดจุดบนสารพัดข้าวของ แต่ลายตารางหมากรุกของพาฉัตรอยู่บนผ้าขาวม้าไทบ้านจากโรงงานอุตสาหกรรมของประเทศไทย

เอกลักษณ์ของผ้าขาวม้าแบบ Thailand Only นอกจากราคาแสนถูก ลายตารางหมากรุกยังมีขนาดช่องเท่ากันเป๊ะแนวตั้งจรดแนวนอน สีสังเคราะห์จากเคมีก็สดแปร๊ดจนคนมองว่าเชย แต่พาฉัตรกลับมองว่าสวย ยิ่งผ้าขาวม้าสีแดงสลับสีขาว สีขาวสลับสีน้ำเงิน บอกได้คำเดียวเลยว่า คลาสสิก!

ผ้าขาวม้า ผ้าขาวม้า

ผ้า (ไม่) ขาว (ไม่) ม้า

ผ้าขาวม้าไม่ได้มีความเชื่อมโยงอะไรกับผ้าสีขาวหรือม้าเลยสักนิด แต่รากศัพท์ของ ‘ผ้าขาวม้า’ มากจากภาษาเปอร์เซียคำว่า ‘กะมัรบันด์’ (Kamar band) กะมัร แปลว่า เอว และ บันด์ แปลว่า พัน  คาดว่าคนไทยรับวัฒนธรรมการทอและการสวมใส่ผ้าขาวม้าจากผ้าคาดเอวลายตารางของขุนนางและพ่อค้าชาวเปอร์เซียสมัยอยุธยา และพ่อค้าโมกุลสมัยอยุธยาตอนปลาย มากกว่าฟังก์ชันคาดเอว ยังเป็นเครื่องหมายบ่งบอกสถานะของผู้สวมใส่ด้วย

ถ้าตามรอยบรรพบุรุษผ้าขาวม้าไปไกลถึงประเทศเปอร์เซีย แล้วถามหา ‘กะมัรบันด์’ อาจจะได้เข็มขัดเส้นยาวมาแบบคาดไม่ถึง เพราะว่ายุคสมัยเปลี่ยน ความหมายกะมัรบันด์ก็เปลี่ยน และคนเปอร์เซียเองก็เลิกใช้ผ้าคาดเอวกันแล้ว แต่คำว่ากะมัรบันด์ก็ยังมีความหมายว่า ผ้าคาดเอว ผ้าขาวม้า ซึ่งกลายเป็นคำศัพท์โบราณในปัจจุบัน

ผ้าขาวม้า

ผ้าขาวม้าผืนแรกของพาฉัตร

ผ้าขาวม้าผืนแรกในชีวิตของเด็กชายพาฉัตร ต้องย้อนกลับไปสมัยเขาเป็นลูกเสือสำรอง จำเป็นจะต้องเข้าค่ายลูกเสือ แต่ยังขาดผ้านุ่งสำหรับอาบน้ำ คุณพ่อเลยจัดหาผ้าขาวม้ามาให้เขา 1 ผืน เป็นผ้าฝ้ายทอมือ ยิ่งใช้ยิ่งนุ่มสบาย

จากเด็กชายกลายเป็นนาย ผ้าขาวม้าผืนแรกถูกใช้ครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ว่าจะนุ่งอาบน้ำ พกติดกระเป๋าไว้อุ่นใจ หรือบรรเทาอาการหนาวกาย เรียกว่าสมบุกสมบันทุกการใช้งาน จนถูกปลดประจำการเพราะขาดจนเป็นช่องขนาดใหญ่

ผ้าขาวม้า ผ้าขาวม้า

ก่อนจะลงลึกไปถึงผ้าขาวม้าอีกหลายสิบผืน เขาออกตัวว่าไม่ใช่นักสะสมผ้าขาวม้า เพียงแต่เป็นชายหนุ่มผู้ชื่นชอบลายตารางหมากรุกและมองฟังก์ชันแท้จริงของผ้าขาวม้า มากกว่าจะเก็บสะสมเป็นของเลอค่าจนยากจะจับต้อง

“เราชอบแนวคิดของผ้าขาวม้าในการเป็นผ้าสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน โดยไม่ต้องสนใจรักษาอะไรมาก ยิ่งซัก ยิ่งใช้ ยิ่งนุ่มกว่าเดิม เราเลยไม่อยากเรียกว่าสะสม เพราะเราใช้มันสารพัดประโยชน์เลย สมมติเราจะต้องไปค้างบ้านคนนั้นคนนี้ อย่างน้อยเราก็มีผ้าสำหรับอาบน้ำของเราแล้ว หรือเราซื้อแกงถุงกลับบ้าน ก็จะบอกแม่ค้าว่าไม่ต้องใส่ถุงก๊อบแก๊บนะ เราเอาแกงถุงมาเรียงบนผืนผ้าขาวม้าแล้วห่อเป็นกระเป๋าถือ”

ฉะนั้น คอลเลกชันผ้าคาดเอวลายตารางหรือผ้าขาวม้าของเขาแสนจะธรรมดา มีสีสันโดดเด่นเป็นพิเศษจากการผสมกันของสีสังเคราะห์จากเคมี และมักจะได้มาจากตลาดประจำจังหวัด ซึ่งผลิตจากจังหวัดราชบุรีเป็นส่วนใหญ่ เพราะจังหวัดราชบุรีเป็นจังหวัดผลิตผ้าขาวม้ารายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

“เวลาไปทำงานต่างจังหวัด ถ้ามีเวลาเหลือเราจะแวะไปตลาดประจำจังหวัด ด้านล่างจะขายของสด ส่วนด้านบนจะขายเสื้อผ้าสำเร็จรูป เราชอบไปหยิบผ้าเล่นซึ่งก็ไม่ใช่ผ้าขาวม้าไฮโซหรือทอมืออย่างดี แต่เป็นผ้าขาวม้าทอจากโรงงานในซองพลาสติกแปะตราสินค้าด้วยกระดาษสติกเกอร์

“ไม่ว่าเราจะซื้อผ้าขาวม้าจากส่วนไหนของประเทศก็มักจะมาจากราชบุรี ผ้าขาวม้าเหล่านั้นจะไม่นุ่มละเอียดแบบผ้าฝ้าย แต่จะเป็นผ้าฝ้ายผสมใยสังเคราะห์ ทอด้วยเครื่องจักร บางทีการผสมคู่สีก็สวยบ้าง แปลกบ้าง มีความเท่ปนความเสี่ยวอยู่ในนั้น เราจะเลือกจากสีสันเป็นหลัก เพราะลายก็เป็นลายตารางเหมือนกันหมด” พาฉัตรเล่า

ผ้าขาวม้า ผ้าขาวม้า

ผ้าขาวม้าไทบ้านยุคแรก

หากนับผ้าขาวม้าผืนแรกสมัยประถม 3 ของพาฉัตรเป็นผ้าขาวม้ายุคแรก แน่นอนว่าทำมาจากผ้าฝ้ายทอมือในระบบอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง จากการสัมผัสด้วยมือมันเนียนนุ่มเสียจริง

“ผ้าขาวม้าผืนแรกของเราเนื้อผ้าดีมากจนต้องขอกราบ เมื่อเทียบกับผ้าขาวม้าปัจจุบันจากจังหวัดราชบุรี ลายสวยมาก เล่นสีน้ำเงินเข้มกับเหลือง

“แต่มีผ้าขาวม้าผืนนึงจากโรงงานที่ราชบุรี เป็นสีน้ำเงินโคบอลต์สลับสีขาว เราว่ามันเท่มากเลยเอามาใช้ที่ออฟฟิศ ปรากฏว่าผ้าไม่ซับน้ำเลย ไม่มีแม้แต่น้ำติดอยู่บนเส้นใยของผ้า เรายืนสะบัดอยู่นานจนโกรธมาก (หัวเราะ)

“บังเอิญมีคุยงานกับน้องดีไซเนอร์ เพราะจะมีงานแสดงกลางแจ้งเป็นโครงเหล็กรูปช้างหุ้มด้วยผ้า ด้วยแนวคิดว่าสมัยก่อนเราเอาช้างไทยไปแลกกับผ้าอินเดีย ฉะนั้น วัสดุของผ้าจะต้องไม่ยืด เพราะโดนความร้อนจะเหลืองจนกรอบ ผ้าฝ้ายก็ไม่ได้ เมื่อไหร่ที่ผ้าฝ้ายอุ้มน้ำราจะขึ้นทันที จึงต้องใช้ผ้าใยสังเคราะห์เท่านั้น

“เรานึกขึ้นได้รีบกลับไปคว้าผ้าขาวม้าผืนนั้นมาจากออฟฟิศเลย บอกน้องว่าเอาแบบนี้นะ เลยมารู้ว่าผ้าผืนนั้นทำมาจากใยสังเคราะห์ 100 เปอร์เซ็นต์ นอกจากจะไม่อุ้มน้ำแล้ว ยังใส่ไม่สบายตัวอีกด้วย” พาฉัตรแบ่งปันประสบการณ์ผ้าขาวม้า และเสริมอีกว่า “ผ้าขาวม้าจากโรงงานราชบุรีก็มีหลายเกรดนะ ขึ้นอยู่กับว่าล็อตนั้นเขาผสมสัดส่วนของผ้าฝ้ายหรือใยสังเคราะห์มากกว่ากัน แต่ปัจจุบันเราก็ยังใช้ผ้าขาวม้าโรงงานผลัดอาบน้ำอยู่”

ผ้าขาวม้า ผ้าขาวม้า

ผ้าขาวม้ายุคถัดจากผ้าขาวม้าไทบ้านยุคแรก

ผ้าขาวม้าไทบ้านผ่านร้อน ผ่านร้อนมาก และร้อนมากๆ ของประเทศไทยมานาน จากผ้าฝ้าย เป็นฝ้ายผสมใยสังเคราะห์ และผ้าใยสังเคราะห์แท้ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะบางยุคบางช่วงคนไทยแทบจะไม่เหลียวมองผ้าผลิตจากฝ้าย เพราะการเลือกซื้อผ้าขาวม้าหรือผ้าสำเร็จรูปจากโรงงานอุตสาหกรรมแสดงถึงความก้าวหน้าทันสมัย และราคาถูกกว่ากันมาก

ปัจจุบัน บ้างก็ว่าผ้าขาวม้าหายากเหลือเกิน บ้างก็ว่าเปลี่ยนไปเสียจนจำหน้าค่าตาไม่ได้ ช่วงระยะเวลา 5 ปีให้หลัง เรามักเห็นคนไทยนิยมส่วมใส่ผ้าขาวม้ามากขึ้น พยายามนำมาใส่ในชีวิตประจำวันจนกลายเป็นแฟชั่น

รวมถึงผู้ประกอบการหัวคิดดีนำผ้าขาวม้าแปลงเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า หมวกหลากสไตล์ แม้กระทั่งเด็กรุ่นใหม่ไฉไลที่เบื่อชีวิตคนเมืองบวกกับอาการโหยหาอดีตก็กลับบ้านไปพัฒนาของดีชุมชน ไม่เว้นแต่ผ้าขาวม้า!  

“เราว่าปัจจุบันผ้าขาวม้ากลายเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกของความเป็นไทยไปแล้ว ถูกนำมาใช้เป็นของที่ระลึกมากกว่าการใช้ในชีวิตประจำวัน ยกตัวอย่างม็อบที่ต้องการแสดงความเป็นไทย เขาใช้ผ้าขาวม้ามาพันคอเพื่อบ่งบอกว่าฉันรักประเทศไทยนะ หรือแบรนด์ Pakamian เราเห็นเขาครั้งแรกในงานแสดงสินค้าโอท็อป

“ทราบมาว่าเขาเป็นลูกสาวโรงงานผ้าขาวม้าในจังหวัดราชบุรี เขาทำแบรนด์เพราะผ้าขาวม้าเดินทางมาถึงทางตัน ถูกลดค่าจนคนมองว่าเป็นของใช้สำหรับคนชนชั้นล่างสุด เขาเลยคิดวิธีเพิ่มมูลค่าด้วยการแปลงเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า แต่ที่เราชอบมากคือเทดดี้แบร์ เขาเอาผ้าขาวม้าที่เป็นสัญลักษณ์ของกรรมาชีพ มาทำเป็นตุ๊กตาหมีที่เป็นของเล่นเด็กสากล เรารู้สึกว่าความคิดเขาดีมาก เพิ่มมูลค่าแล้วยังร่วมสมัย และกล้าที่จะเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ของครอบครัว”

พาฉัตรเล่าวิธีพลิกวิกฤตเป็นโอกาสด้วยสีหน้าปลื้มปริ่มจนเราแอบดีใจกับบรรดาผ้าขาวม้าไทบ้านไปด้วย

ลายชนลายเดียวกัน

อ่านมาจนถึงบรรทัดนี้ ดูเหมือนว่าพาฉัตรจะเป็นเจ้าพ่อผ้าขาวม้าทุกสถาบัน แต่ความจริงแล้วเขาไม่ได้เลือกหาเลือกซื้อแต่ผ้าขาวม้าไทบ้านเท่านั้น ยังขยับขยายไปถึงผ้าลายตารางหมากรุกของไทยและต่างแดน หากจะเปรียบลายตารางหมากรุกของไทยกับลายสกอตของเทศ ก็คือคือกัน พาฉัตรเฉลยให้เราฟังว่า

“เรามองว่าเป็นธรรมชาติของมนุษย์ในการทอผ้าจะต้องมีเส้นยืนกับเส้นนอน ถ้าทำลายข้าวหลามตัด ลายดอกพิกุล คงจะยาก เพราะเป็นการฝืนธรรมชาติของเส้นนอน จะเห็นว่าทุกวัฒนธรรมจะมีเส้นยืนกับเส้นนอนหรือลายสกอตนั่นแหละ แต่ลายของประเทศเราทอง่ายที่สุดแล้ว เป็นลายตารางหมากรุกขนาดช่องเท่ากันและมีขนบของการทอผ้า เพราะผ้าจะต้องมีท้องผ้าที่เป็นลายตารางหมากรุกและเชิงผ้า”

ผ้าขาวม้า

จากคำบอกเล่าของพาฉัตร เราเชื่อว่านักอ่านคงจะอดใจรอแทบไม่ไหว ลองนั่งสังเกตสีสัน เพ่งให้ถึงเนื้อผ้า และเปรียบเทียบลวดลายตารางของคอลเลคชันผ้าลายตารางหมากรุกฉบับคัดพิเศษทั้ง 24 ผืน 17 เรื่องราวของเขาพร้อมกัน!

01

ผ้าขาวม้าผืนแรกจากคุณพ่อ

ผ้าขาวม้า

“ตอน ป.3 เราจะต้องไปเข้าค่ายลูกเสือ แล้วยังไม่มีผ้าสำหรับอาบน้ำ คุณพ่อก็ซื้อผ้าขาวม้าให้ 1 ผืน สีสวยมาก เนื้อผ้าเป็นฝ้าย กลายเป็นว่าโตแล้วเรายังพกติดกระเป๋าตลอด ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม อาจจะเพราะเราเป็นคนขี้หนาวการจะพกเสื้อกันหนาวมันก็เทอะทะ เราจะมีผืนนี้ติดกระเป๋าไว้พันคอ ห่มตัว พกแล้วอุ่นใจดี”

02 

ผ้าขาวม้าผืนโปรดจากเกาะยอ จังหวัดสงขลา

ผ้าขาวม้า

“ผืนนี้เป็นผ้าฝ้ายแท้ทอมือแบบพื้นบ้าน ทอที่เกาะยอ ขายที่ตลาดกิมหยง (หาดใหญ่) เขาเลือกสีเก่งมาก เป็นสีเคมีที่ไม่สดจนเกินไป เป็นผ้าขาวม้าเกรดดีที่สุดที่เราเคยซื้อในราคาหลักร้อย เวลาเราใช้ผืนนี้พันคอ ทุกคนจะมาขอจับแล้วถามว่า ‘แบรนด์อะไร’ เพราะมันดูไม่เหมือนผ้าขาวม้าพื้นบ้าน”

03

ผ้าขาวม้าคู่สีสวยจากกราฟิกดีไซเนอร์ไทบ้าน

ผ้าขาวม้า

“เราชอบสีมาก สีสวย แล้วคู่สีของเขาเหมือนมีกราฟิกดีไซเนอร์มืออาชีพมาคิดให้ แต่ความจริงเป็นชาวบ้าน”

04

ผ้าขาวม้าจากโรงงานไม่ได้เชยอย่างที่คิด

ผ้าขาวม้า

“ผ้าผืนนี้เป็นผ้าขาวม้าจากโรงงาน พอคนเห็นสีจะคิดว่ามันเชย แต่ไม่ได้เชยอย่างที่คิด มันสวยดี แม้คุณภาพจะไม่ดีเท่าไหร่เพราะสีตกไปแล้ว”

05

ผ้าขาวม้าสุดคลาสสิกจากโรงงานในจังหวัดราชบุรี

ผ้าขาวม้า

“ผืนนี้มาจากโรงงานทอผ้าขาวม้าแท้ๆ จากจังหวัดราชบุรี เนื้อผ้าเป็นใยสังเคราะห์ 100 เปอร์เซ็นต์ ผ้าไม่ซับน้ำเลย แต่เราซื้อเพราะมันเก๋มาก มันเป็นลายตารางหมากรุก ขณะเดียวกันก็ยังร่วมสมัยอยู่”

06

ผ้าขาวม้าฉบับหลวงพระบางจากประเทศลาว

ผ้าขาวม้า ผ้าขาวม้า

“ตอนนั้นเราไปหลวงพระบาง อยากได้ผ้าขาวม้าของเขามาก เลยไปถามคนพื้นเมือง เขาบอกว่าให้ไปตลาดพูสี ซึ่งเป็นตลาดประจำเมืองของเขา แต่เพราะไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวเราจึงไม่เจอจากหนังสือนำเที่ยว พอไปถึงตลาดเราก็ตามหาจนเจอร้านขายผ้าขาวม้าแต่ปรากฏว่ามีแค่สีเดียวและลายเดียวเท่านั้น ซึ่งเขาเล่นสีเก่งมาก ท้องผ้าเป็นลายตารางหมากรุกขาวดำ เชิงผ้าเป็นสีแดง มีขลิบริมแซมสีเหลือง เป็นผ้าทอพื้นบ้านที่ยังคงขนบและจารีตของผ้าครบถ้วน จำได้ดีว่าคนขายบอกว่าเอกลักษณ์ของผ้าขาวม้าหลวงพระบางต้องลายแบบนี้เท่านั้น เราจึงภูมิใจมากที่ได้มา”

07

ผ้าขาวม้าลายตารางเล็กจากผองเพื่อน

ผ้าขาวม้า

“ผืนนี้เป็นของขวัญวันเกิดที่เพื่อนให้มาปีที่แล้ว เราจำไม่ได้ว่ามาจากโรงงานอะไร แต่ราคาถูก และลายตารางเล็กแปลกตาดี”

08

ผ้าขาวม้าจากของชำร่วย สวยจนอยากตัดเสื้อ

ผ้าขาวม้า

“สองผืนนี้เราเพิ่งได้มาล่าสุดจากของชำร่วยเหลือแจกในงานของมิวเซียมสยาม เราเลยขอแล้วกัน (หัวเราะ) ถ้าเอามาตัดเสื้อสวยเลย สีก็สวยมาก แล้วเนื้อผ้าเป็นผ้าฝ้ายอย่างดี”

09

ผ้าขาวม้าที่ไม่เหมือนผ้าขาวม้า

ผ้าขาวม้า

“ทั้งสามผืนเป็นผ้าคลุมไหล่ สีและลายทำให้เรารู้สึกก้าวข้ามภาพจำว่าผ้าขาวม้าจะต้องเชยหรือล้าหลัง”

10

โสร่งลายตารางจากประเทศพม่า

ผ้าขาวม้า ผ้าขาวม้า

“เราไปพม่าเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ตอนนั้นพม่าเพิ่งเปิดประเทศเป็นปีแรก เราก็ไปเดินตลาดอีกเหมือนเคย แต่เขาไม่มีผ้าขาวม้า เราจึงซื้อผ้าโสร่งมาแทน ซื้อเสร็จนุ่งไม่ได้ต้องให้เขาเย็บเป็นโสร่งให้ จะเห็นชัดเจนว่าสมัยนั้นพม่ายังไม่มีผ้าฝ้ายทอมือ มีแต่ผ้าโทเรจากโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นผ้าใยสังเคราะห์ใส่ไม่สบายตัว แต่ยอมรับว่าแห้งเร็วมาก

“ผ้า 2 ชิ้นเป็นผืนออริจินัล เป็นลายตาราง คู่สีเคมีไม่ค่อยสวย อีกอันเป็นผืนที่น้องออฟฟิศซื้อมาฝาก ผ่านไป 30 ปี ไม่มีความแตกต่างเลย (หัวเราะ) ยังเป็นลายตารางพื้นฐานของโสร่งพม่า คล้ายกันกับลายผ้าโสร่งของอินเดีย”

11

กางเกงเลลายตารางจากด้ามขวานของประเทศไทย

ผ้าขาวม้า

  ตัวนี้เป็นกางเกงเลที่ตัดจากผ้าขาวม้า เจ้าของจบจากช่างศิลป์ เขาเลยมีวิธีพลิกแพลงที่จะเอาผ้าท้องถิ่นมาทำตอนแรกเขาใช้ผ้าปาเต๊ะ แล้วก็มีผ้าขาวม้าหลายสีมากที่เขาเอามาทำกางเกงเล เราใส่จนขาดแล้วก็ทิ้งไปเยอะเหมือนกัน”

12

เสื้อเชิ้ตลายตารางจากชาวบ้านจังหวัดลำพูน

ผ้าขาวม้า

“เราไปทำงานในลำพูน แล้วมีเวลาประมาณครึ่งชั่วโมงในการแวะพระธาตุหริภุญชัยและช้อปปิ้งนิดหน่อย ก็เลยเดินไปร้านขายสินค้าโอท็อปแถวพระธาตุ เจอเสื้อเชิ้ตตัดจากผ้าขาวม้า แม้จะซื้อเพราะราคาถูก แต่เราชอบมาก เพราะแสดงถึงความตั้งใจของชาวบ้านที่ปรับตัวด้วยการนำผ้าขาวม้ามาแปรรูปเป็นเสื้อผ้า”

13

หมวกชาวสวนสุดเท่จากคุณป้าในออฟฟิศ

ผ้าขาวม้า

“หมวกใบนี้คุณป้าที่ออฟฟิศซื้อมาให้ เขาบอกเราว่า ‘เธอบ้านักหรอ’ แล้วยื่นหมวกชาวสวนมาให้ เราคิดว่านอกจากฟังก์ชันจะดีมากแล้ว ยังเป็นการเพิ่มคุณค่าให้ผ้าขาวม้าอีกด้วย”

14

ผ้าพันคอลายตาราง ราคามือสอง คุณภาพมือหนึ่ง

ผ้าขาวม้า

“ผืนนี้เป็นผ้าฝ้ายทอมือของแบรนด์จิม ทอมป์สัน แต่เราซื้อมือสองมาในราคา 100 บาท”

15

ผ้าพันคอลายตารางแบบแมสๆ จากประเทศกัมพูชา

ผ้าขาวม้า ผ้าขาวม้า

“ผ้าขาวม้าของกัมพูชาหายาก เพราะเราเองยังเข้าไม่ถึงตลาดพื้นเมืองของเขา และเรายังสืบค้นไม่พบว่าประเทศกัมพูชามีผ้าขาวม้าหรือเปล่า เห็นแต่เพียงสินค้าที่ทำมาเพื่อขายนักท่องเที่ยว ส่วนหนึ่งที่หายไปอาจเป็นเพราะผลกระทบหลังสงครามกลางเมือง แต่ในที่สุด เราก็ได้ผ้าพันคอลายตารางนี้มาซึ่งชอบนะ มันแมสดี

“ส่วนอีกผืนเป็นผ้าพันคอเหมือนกัน เจ้านายซื้อมาฝาก เป็นผ้าที่ทอจากผ้าไหม จะเห็นว่ามีการผสมสีเยอะ ดูแล้วไม่น่าจะเป็นการผสมสีของชาวบ้าน เราคิดว่าคงมีชาวต่างชาติมาช่วยปรับสีให้เขา”

16

ผ้าพันคอทอมือสี Shocking Pink จากชาวกะยัน

ผ้าขาวม้า

“เราต้องทำโครงการเกี่ยวกับกะเหรี่ยงคอยาว ด้วยเวลาและงบจำกัดเราจึงส่งพี่ดีไซเนอร์ไปเก็บข้อมูลตอนเช้า และตอนเย็นเขากลับมาพร้อมของขวัญมอบให้เรา เป็นผ้าพันคอทอลายตารางของชาวกะยัน ซึ่งตรงกับธีมงานของนิทรรศการไฉไลไปไหน ที่เป็นสี Shocking Pink พอดี นอกจากนี้ ผ้าทอยังแสดงให้เห็นว่าลายตารางเป็นลายพื้นฐาน ทอง่าย ใครก็ทอได้”

17

ผ้าพันคอมัดย้อมลายตารางจากประเทศเนปาล

ผ้าขาวม้า   “ผ้าพันคอจากประเทศเนปาล ดูแล้วคล้ายกับแบรนด์ Burberry มาก แถมมีการทำพลีตด้วย เราเดาว่าสมัยก่อนผ้าคาดเอวก็คงมีการทำพลีตเหมือนกัน เพื่อความสวยงาม โดยสมัยโบราณมีเทคนิคพิเศษในการทำผ้ายืดก่อนจะมีผ้าสเปนเดกซ์ใช้กันแพร่หลาย ด้วยการมัดย้อมเป็นปมขนาดเล็กทั้งผืน พอทำเสร็จแล้วผ้าจะยืดได้ มาจากการทำชิโบริของประเทศญี่ปุ่น ส่วนประเทศไทยจะเรียกว่า ผ้าหนามขนุน เพราะปมขนาดเล็กเมื่อคลี่ออกจะมีลักษณะคล้ายหนามของเปลือกขนุน”

21 กุมภาพันธ์ 2562
23 K

“ความจริงเราเป็นคู่แข่งยาโยอิ คุซามะ เขาบ้าลายจุด เราบ้าลายตาราง”

พาฉัตร ทิพทัส ภัณฑารักษ์ประจำมิวเซียมสยาม พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ (Museum Siam: Discovery Museum) ยอมรับว่าเขาเป็นคู่แข่งกับคุณป้าลายจุด ศิลปินหญิงจากประเทศญี่ปุ่น เพราะเขาคลั่งไคล้ลายตารางหมากรุกมากพอกับยาโยอิคลั่งไคล้ลายจุดจุดจุดบนสารพัดข้าวของ แต่ลายตารางหมากรุกของพาฉัตรอยู่บนผ้าขาวม้าไทบ้านจากโรงงานอุตสาหกรรมของประเทศไทย

เอกลักษณ์ของผ้าขาวม้าแบบ Thailand Only นอกจากราคาแสนถูก ลายตารางหมากรุกยังมีขนาดช่องเท่ากันเป๊ะแนวตั้งจรดแนวนอน สีสังเคราะห์จากเคมีก็สดแปร๊ดจนคนมองว่าเชย แต่พาฉัตรกลับมองว่าสวย ยิ่งผ้าขาวม้าสีแดงสลับสีขาว สีขาวสลับสีน้ำเงิน บอกได้คำเดียวเลยว่า คลาสสิก!

ผ้าขาวม้า ผ้าขาวม้า

ผ้า (ไม่) ขาว (ไม่) ม้า

ผ้าขาวม้าไม่ได้มีความเชื่อมโยงอะไรกับผ้าสีขาวหรือม้าเลยสักนิด แต่รากศัพท์ของ ‘ผ้าขาวม้า’ มากจากภาษาเปอร์เซียคำว่า ‘กะมัรบันด์’ (Kamar band) กะมัร แปลว่า เอว และ บันด์ แปลว่า พัน  คาดว่าคนไทยรับวัฒนธรรมการทอและการสวมใส่ผ้าขาวม้าจากผ้าคาดเอวลายตารางของขุนนางและพ่อค้าชาวเปอร์เซียสมัยอยุธยา และพ่อค้าโมกุลสมัยอยุธยาตอนปลาย มากกว่าฟังก์ชันคาดเอว ยังเป็นเครื่องหมายบ่งบอกสถานะของผู้สวมใส่ด้วย

ถ้าตามรอยบรรพบุรุษผ้าขาวม้าไปไกลถึงประเทศเปอร์เซีย แล้วถามหา ‘กะมัรบันด์’ อาจจะได้เข็มขัดเส้นยาวมาแบบคาดไม่ถึง เพราะว่ายุคสมัยเปลี่ยน ความหมายกะมัรบันด์ก็เปลี่ยน และคนเปอร์เซียเองก็เลิกใช้ผ้าคาดเอวกันแล้ว แต่คำว่ากะมัรบันด์ก็ยังมีความหมายว่า ผ้าคาดเอว ผ้าขาวม้า ซึ่งกลายเป็นคำศัพท์โบราณในปัจจุบัน

ผ้าขาวม้า

ผ้าขาวม้าผืนแรกของพาฉัตร

ผ้าขาวม้าผืนแรกในชีวิตของเด็กชายพาฉัตร ต้องย้อนกลับไปสมัยเขาเป็นลูกเสือสำรอง จำเป็นจะต้องเข้าค่ายลูกเสือ แต่ยังขาดผ้านุ่งสำหรับอาบน้ำ คุณพ่อเลยจัดหาผ้าขาวม้ามาให้เขา 1 ผืน เป็นผ้าฝ้ายทอมือ ยิ่งใช้ยิ่งนุ่มสบาย

จากเด็กชายกลายเป็นนาย ผ้าขาวม้าผืนแรกถูกใช้ครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ว่าจะนุ่งอาบน้ำ พกติดกระเป๋าไว้อุ่นใจ หรือบรรเทาอาการหนาวกาย เรียกว่าสมบุกสมบันทุกการใช้งาน จนถูกปลดประจำการเพราะขาดจนเป็นช่องขนาดใหญ่

ผ้าขาวม้า ผ้าขาวม้า

ก่อนจะลงลึกไปถึงผ้าขาวม้าอีกหลายสิบผืน เขาออกตัวว่าไม่ใช่นักสะสมผ้าขาวม้า เพียงแต่เป็นชายหนุ่มผู้ชื่นชอบลายตารางหมากรุกและมองฟังก์ชันแท้จริงของผ้าขาวม้า มากกว่าจะเก็บสะสมเป็นของเลอค่าจนยากจะจับต้อง

“เราชอบแนวคิดของผ้าขาวม้าในการเป็นผ้าสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน โดยไม่ต้องสนใจรักษาอะไรมาก ยิ่งซัก ยิ่งใช้ ยิ่งนุ่มกว่าเดิม เราเลยไม่อยากเรียกว่าสะสม เพราะเราใช้มันสารพัดประโยชน์เลย สมมติเราจะต้องไปค้างบ้านคนนั้นคนนี้ อย่างน้อยเราก็มีผ้าสำหรับอาบน้ำของเราแล้ว หรือเราซื้อแกงถุงกลับบ้าน ก็จะบอกแม่ค้าว่าไม่ต้องใส่ถุงก๊อบแก๊บนะ เราเอาแกงถุงมาเรียงบนผืนผ้าขาวม้าแล้วห่อเป็นกระเป๋าถือ”

ฉะนั้น คอลเลกชันผ้าคาดเอวลายตารางหรือผ้าขาวม้าของเขาแสนจะธรรมดา มีสีสันโดดเด่นเป็นพิเศษจากการผสมกันของสีสังเคราะห์จากเคมี และมักจะได้มาจากตลาดประจำจังหวัด ซึ่งผลิตจากจังหวัดราชบุรีเป็นส่วนใหญ่ เพราะจังหวัดราชบุรีเป็นจังหวัดผลิตผ้าขาวม้ารายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

“เวลาไปทำงานต่างจังหวัด ถ้ามีเวลาเหลือเราจะแวะไปตลาดประจำจังหวัด ด้านล่างจะขายของสด ส่วนด้านบนจะขายเสื้อผ้าสำเร็จรูป เราชอบไปหยิบผ้าเล่นซึ่งก็ไม่ใช่ผ้าขาวม้าไฮโซหรือทอมืออย่างดี แต่เป็นผ้าขาวม้าทอจากโรงงานในซองพลาสติกแปะตราสินค้าด้วยกระดาษสติกเกอร์

“ไม่ว่าเราจะซื้อผ้าขาวม้าจากส่วนไหนของประเทศก็มักจะมาจากราชบุรี ผ้าขาวม้าเหล่านั้นจะไม่นุ่มละเอียดแบบผ้าฝ้าย แต่จะเป็นผ้าฝ้ายผสมใยสังเคราะห์ ทอด้วยเครื่องจักร บางทีการผสมคู่สีก็สวยบ้าง แปลกบ้าง มีความเท่ปนความเสี่ยวอยู่ในนั้น เราจะเลือกจากสีสันเป็นหลัก เพราะลายก็เป็นลายตารางเหมือนกันหมด” พาฉัตรเล่า

ผ้าขาวม้า ผ้าขาวม้า

ผ้าขาวม้าไทบ้านยุคแรก

หากนับผ้าขาวม้าผืนแรกสมัยประถม 3 ของพาฉัตรเป็นผ้าขาวม้ายุคแรก แน่นอนว่าทำมาจากผ้าฝ้ายทอมือในระบบอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง จากการสัมผัสด้วยมือมันเนียนนุ่มเสียจริง

“ผ้าขาวม้าผืนแรกของเราเนื้อผ้าดีมากจนต้องขอกราบ เมื่อเทียบกับผ้าขาวม้าปัจจุบันจากจังหวัดราชบุรี ลายสวยมาก เล่นสีน้ำเงินเข้มกับเหลือง

“แต่มีผ้าขาวม้าผืนนึงจากโรงงานที่ราชบุรี เป็นสีน้ำเงินโคบอลต์สลับสีขาว เราว่ามันเท่มากเลยเอามาใช้ที่ออฟฟิศ ปรากฏว่าผ้าไม่ซับน้ำเลย ไม่มีแม้แต่น้ำติดอยู่บนเส้นใยของผ้า เรายืนสะบัดอยู่นานจนโกรธมาก (หัวเราะ)

“บังเอิญมีคุยงานกับน้องดีไซเนอร์ เพราะจะมีงานแสดงกลางแจ้งเป็นโครงเหล็กรูปช้างหุ้มด้วยผ้า ด้วยแนวคิดว่าสมัยก่อนเราเอาช้างไทยไปแลกกับผ้าอินเดีย ฉะนั้น วัสดุของผ้าจะต้องไม่ยืด เพราะโดนความร้อนจะเหลืองจนกรอบ ผ้าฝ้ายก็ไม่ได้ เมื่อไหร่ที่ผ้าฝ้ายอุ้มน้ำราจะขึ้นทันที จึงต้องใช้ผ้าใยสังเคราะห์เท่านั้น

“เรานึกขึ้นได้รีบกลับไปคว้าผ้าขาวม้าผืนนั้นมาจากออฟฟิศเลย บอกน้องว่าเอาแบบนี้นะ เลยมารู้ว่าผ้าผืนนั้นทำมาจากใยสังเคราะห์ 100 เปอร์เซ็นต์ นอกจากจะไม่อุ้มน้ำแล้ว ยังใส่ไม่สบายตัวอีกด้วย” พาฉัตรแบ่งปันประสบการณ์ผ้าขาวม้า และเสริมอีกว่า “ผ้าขาวม้าจากโรงงานราชบุรีก็มีหลายเกรดนะ ขึ้นอยู่กับว่าล็อตนั้นเขาผสมสัดส่วนของผ้าฝ้ายหรือใยสังเคราะห์มากกว่ากัน แต่ปัจจุบันเราก็ยังใช้ผ้าขาวม้าโรงงานผลัดอาบน้ำอยู่”

ผ้าขาวม้า ผ้าขาวม้า

ผ้าขาวม้ายุคถัดจากผ้าขาวม้าไทบ้านยุคแรก

ผ้าขาวม้าไทบ้านผ่านร้อน ผ่านร้อนมาก และร้อนมากๆ ของประเทศไทยมานาน จากผ้าฝ้าย เป็นฝ้ายผสมใยสังเคราะห์ และผ้าใยสังเคราะห์แท้ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะบางยุคบางช่วงคนไทยแทบจะไม่เหลียวมองผ้าผลิตจากฝ้าย เพราะการเลือกซื้อผ้าขาวม้าหรือผ้าสำเร็จรูปจากโรงงานอุตสาหกรรมแสดงถึงความก้าวหน้าทันสมัย และราคาถูกกว่ากันมาก

ปัจจุบัน บ้างก็ว่าผ้าขาวม้าหายากเหลือเกิน บ้างก็ว่าเปลี่ยนไปเสียจนจำหน้าค่าตาไม่ได้ ช่วงระยะเวลา 5 ปีให้หลัง เรามักเห็นคนไทยนิยมส่วมใส่ผ้าขาวม้ามากขึ้น พยายามนำมาใส่ในชีวิตประจำวันจนกลายเป็นแฟชั่น

รวมถึงผู้ประกอบการหัวคิดดีนำผ้าขาวม้าแปลงเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า หมวกหลากสไตล์ แม้กระทั่งเด็กรุ่นใหม่ไฉไลที่เบื่อชีวิตคนเมืองบวกกับอาการโหยหาอดีตก็กลับบ้านไปพัฒนาของดีชุมชน ไม่เว้นแต่ผ้าขาวม้า!  

“เราว่าปัจจุบันผ้าขาวม้ากลายเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกของความเป็นไทยไปแล้ว ถูกนำมาใช้เป็นของที่ระลึกมากกว่าการใช้ในชีวิตประจำวัน ยกตัวอย่างม็อบที่ต้องการแสดงความเป็นไทย เขาใช้ผ้าขาวม้ามาพันคอเพื่อบ่งบอกว่าฉันรักประเทศไทยนะ หรือแบรนด์ Pakamian เราเห็นเขาครั้งแรกในงานแสดงสินค้าโอท็อป

“ทราบมาว่าเขาเป็นลูกสาวโรงงานผ้าขาวม้าในจังหวัดราชบุรี เขาทำแบรนด์เพราะผ้าขาวม้าเดินทางมาถึงทางตัน ถูกลดค่าจนคนมองว่าเป็นของใช้สำหรับคนชนชั้นล่างสุด เขาเลยคิดวิธีเพิ่มมูลค่าด้วยการแปลงเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า แต่ที่เราชอบมากคือเทดดี้แบร์ เขาเอาผ้าขาวม้าที่เป็นสัญลักษณ์ของกรรมาชีพ มาทำเป็นตุ๊กตาหมีที่เป็นของเล่นเด็กสากล เรารู้สึกว่าความคิดเขาดีมาก เพิ่มมูลค่าแล้วยังร่วมสมัย และกล้าที่จะเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ของครอบครัว”

พาฉัตรเล่าวิธีพลิกวิกฤตเป็นโอกาสด้วยสีหน้าปลื้มปริ่มจนเราแอบดีใจกับบรรดาผ้าขาวม้าไทบ้านไปด้วย

ลายชนลายเดียวกัน

อ่านมาจนถึงบรรทัดนี้ ดูเหมือนว่าพาฉัตรจะเป็นเจ้าพ่อผ้าขาวม้าทุกสถาบัน แต่ความจริงแล้วเขาไม่ได้เลือกหาเลือกซื้อแต่ผ้าขาวม้าไทบ้านเท่านั้น ยังขยับขยายไปถึงผ้าลายตารางหมากรุกของไทยและต่างแดน หากจะเปรียบลายตารางหมากรุกของไทยกับลายสกอตของเทศ ก็คือคือกัน พาฉัตรเฉลยให้เราฟังว่า

“เรามองว่าเป็นธรรมชาติของมนุษย์ในการทอผ้าจะต้องมีเส้นยืนกับเส้นนอน ถ้าทำลายข้าวหลามตัด ลายดอกพิกุล คงจะยาก เพราะเป็นการฝืนธรรมชาติของเส้นนอน จะเห็นว่าทุกวัฒนธรรมจะมีเส้นยืนกับเส้นนอนหรือลายสกอตนั่นแหละ แต่ลายของประเทศเราทอง่ายที่สุดแล้ว เป็นลายตารางหมากรุกขนาดช่องเท่ากันและมีขนบของการทอผ้า เพราะผ้าจะต้องมีท้องผ้าที่เป็นลายตารางหมากรุกและเชิงผ้า”

ผ้าขาวม้า

จากคำบอกเล่าของพาฉัตร เราเชื่อว่านักอ่านคงจะอดใจรอแทบไม่ไหว ลองนั่งสังเกตสีสัน เพ่งให้ถึงเนื้อผ้า และเปรียบเทียบลวดลายตารางของคอลเลคชันผ้าลายตารางหมากรุกฉบับคัดพิเศษทั้ง 24 ผืน 17 เรื่องราวของเขาพร้อมกัน!

01

ผ้าขาวม้าผืนแรกจากคุณพ่อ

ผ้าขาวม้า

“ตอน ป.3 เราจะต้องไปเข้าค่ายลูกเสือ แล้วยังไม่มีผ้าสำหรับอาบน้ำ คุณพ่อก็ซื้อผ้าขาวม้าให้ 1 ผืน สีสวยมาก เนื้อผ้าเป็นฝ้าย กลายเป็นว่าโตแล้วเรายังพกติดกระเป๋าตลอด ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม อาจจะเพราะเราเป็นคนขี้หนาวการจะพกเสื้อกันหนาวมันก็เทอะทะ เราจะมีผืนนี้ติดกระเป๋าไว้พันคอ ห่มตัว พกแล้วอุ่นใจดี”

02 

ผ้าขาวม้าผืนโปรดจากเกาะยอ จังหวัดสงขลา

ผ้าขาวม้า

“ผืนนี้เป็นผ้าฝ้ายแท้ทอมือแบบพื้นบ้าน ทอที่เกาะยอ ขายที่ตลาดกิมหยง (หาดใหญ่) เขาเลือกสีเก่งมาก เป็นสีเคมีที่ไม่สดจนเกินไป เป็นผ้าขาวม้าเกรดดีที่สุดที่เราเคยซื้อในราคาหลักร้อย เวลาเราใช้ผืนนี้พันคอ ทุกคนจะมาขอจับแล้วถามว่า ‘แบรนด์อะไร’ เพราะมันดูไม่เหมือนผ้าขาวม้าพื้นบ้าน”

03

ผ้าขาวม้าคู่สีสวยจากกราฟิกดีไซเนอร์ไทบ้าน

ผ้าขาวม้า

“เราชอบสีมาก สีสวย แล้วคู่สีของเขาเหมือนมีกราฟิกดีไซเนอร์มืออาชีพมาคิดให้ แต่ความจริงเป็นชาวบ้าน”

04

ผ้าขาวม้าจากโรงงานไม่ได้เชยอย่างที่คิด

ผ้าขาวม้า

“ผ้าผืนนี้เป็นผ้าขาวม้าจากโรงงาน พอคนเห็นสีจะคิดว่ามันเชย แต่ไม่ได้เชยอย่างที่คิด มันสวยดี แม้คุณภาพจะไม่ดีเท่าไหร่เพราะสีตกไปแล้ว”

05

ผ้าขาวม้าสุดคลาสสิกจากโรงงานในจังหวัดราชบุรี

ผ้าขาวม้า

“ผืนนี้มาจากโรงงานทอผ้าขาวม้าแท้ๆ จากจังหวัดราชบุรี เนื้อผ้าเป็นใยสังเคราะห์ 100 เปอร์เซ็นต์ ผ้าไม่ซับน้ำเลย แต่เราซื้อเพราะมันเก๋มาก มันเป็นลายตารางหมากรุก ขณะเดียวกันก็ยังร่วมสมัยอยู่”

06

ผ้าขาวม้าฉบับหลวงพระบางจากประเทศลาว

ผ้าขาวม้า ผ้าขาวม้า

“ตอนนั้นเราไปหลวงพระบาง อยากได้ผ้าขาวม้าของเขามาก เลยไปถามคนพื้นเมือง เขาบอกว่าให้ไปตลาดพูสี ซึ่งเป็นตลาดประจำเมืองของเขา แต่เพราะไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวเราจึงไม่เจอจากหนังสือนำเที่ยว พอไปถึงตลาดเราก็ตามหาจนเจอร้านขายผ้าขาวม้าแต่ปรากฏว่ามีแค่สีเดียวและลายเดียวเท่านั้น ซึ่งเขาเล่นสีเก่งมาก ท้องผ้าเป็นลายตารางหมากรุกขาวดำ เชิงผ้าเป็นสีแดง มีขลิบริมแซมสีเหลือง เป็นผ้าทอพื้นบ้านที่ยังคงขนบและจารีตของผ้าครบถ้วน จำได้ดีว่าคนขายบอกว่าเอกลักษณ์ของผ้าขาวม้าหลวงพระบางต้องลายแบบนี้เท่านั้น เราจึงภูมิใจมากที่ได้มา”

07

ผ้าขาวม้าลายตารางเล็กจากผองเพื่อน

ผ้าขาวม้า

“ผืนนี้เป็นของขวัญวันเกิดที่เพื่อนให้มาปีที่แล้ว เราจำไม่ได้ว่ามาจากโรงงานอะไร แต่ราคาถูก และลายตารางเล็กแปลกตาดี”

08

ผ้าขาวม้าจากของชำร่วย สวยจนอยากตัดเสื้อ

ผ้าขาวม้า

“สองผืนนี้เราเพิ่งได้มาล่าสุดจากของชำร่วยเหลือแจกในงานของมิวเซียมสยาม เราเลยขอแล้วกัน (หัวเราะ) ถ้าเอามาตัดเสื้อสวยเลย สีก็สวยมาก แล้วเนื้อผ้าเป็นผ้าฝ้ายอย่างดี”

09

ผ้าขาวม้าที่ไม่เหมือนผ้าขาวม้า

ผ้าขาวม้า

“ทั้งสามผืนเป็นผ้าคลุมไหล่ สีและลายทำให้เรารู้สึกก้าวข้ามภาพจำว่าผ้าขาวม้าจะต้องเชยหรือล้าหลัง”

10

โสร่งลายตารางจากประเทศพม่า

ผ้าขาวม้า ผ้าขาวม้า

“เราไปพม่าเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ตอนนั้นพม่าเพิ่งเปิดประเทศเป็นปีแรก เราก็ไปเดินตลาดอีกเหมือนเคย แต่เขาไม่มีผ้าขาวม้า เราจึงซื้อผ้าโสร่งมาแทน ซื้อเสร็จนุ่งไม่ได้ต้องให้เขาเย็บเป็นโสร่งให้ จะเห็นชัดเจนว่าสมัยนั้นพม่ายังไม่มีผ้าฝ้ายทอมือ มีแต่ผ้าโทเรจากโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นผ้าใยสังเคราะห์ใส่ไม่สบายตัว แต่ยอมรับว่าแห้งเร็วมาก

“ผ้า 2 ชิ้นเป็นผืนออริจินัล เป็นลายตาราง คู่สีเคมีไม่ค่อยสวย อีกอันเป็นผืนที่น้องออฟฟิศซื้อมาฝาก ผ่านไป 30 ปี ไม่มีความแตกต่างเลย (หัวเราะ) ยังเป็นลายตารางพื้นฐานของโสร่งพม่า คล้ายกันกับลายผ้าโสร่งของอินเดีย”

11

กางเกงเลลายตารางจากด้ามขวานของประเทศไทย

ผ้าขาวม้า

  ตัวนี้เป็นกางเกงเลที่ตัดจากผ้าขาวม้า เจ้าของจบจากช่างศิลป์ เขาเลยมีวิธีพลิกแพลงที่จะเอาผ้าท้องถิ่นมาทำตอนแรกเขาใช้ผ้าปาเต๊ะ แล้วก็มีผ้าขาวม้าหลายสีมากที่เขาเอามาทำกางเกงเล เราใส่จนขาดแล้วก็ทิ้งไปเยอะเหมือนกัน”

12

เสื้อเชิ้ตลายตารางจากชาวบ้านจังหวัดลำพูน

ผ้าขาวม้า

“เราไปทำงานในลำพูน แล้วมีเวลาประมาณครึ่งชั่วโมงในการแวะพระธาตุหริภุญชัยและช้อปปิ้งนิดหน่อย ก็เลยเดินไปร้านขายสินค้าโอท็อปแถวพระธาตุ เจอเสื้อเชิ้ตตัดจากผ้าขาวม้า แม้จะซื้อเพราะราคาถูก แต่เราชอบมาก เพราะแสดงถึงความตั้งใจของชาวบ้านที่ปรับตัวด้วยการนำผ้าขาวม้ามาแปรรูปเป็นเสื้อผ้า”

13

หมวกชาวสวนสุดเท่จากคุณป้าในออฟฟิศ

ผ้าขาวม้า

“หมวกใบนี้คุณป้าที่ออฟฟิศซื้อมาให้ เขาบอกเราว่า ‘เธอบ้านักหรอ’ แล้วยื่นหมวกชาวสวนมาให้ เราคิดว่านอกจากฟังก์ชันจะดีมากแล้ว ยังเป็นการเพิ่มคุณค่าให้ผ้าขาวม้าอีกด้วย”

14

ผ้าพันคอลายตาราง ราคามือสอง คุณภาพมือหนึ่ง

ผ้าขาวม้า

“ผืนนี้เป็นผ้าฝ้ายทอมือของแบรนด์จิม ทอมป์สัน แต่เราซื้อมือสองมาในราคา 100 บาท”

15

ผ้าพันคอลายตารางแบบแมสๆ จากประเทศกัมพูชา

ผ้าขาวม้า ผ้าขาวม้า

“ผ้าขาวม้าของกัมพูชาหายาก เพราะเราเองยังเข้าไม่ถึงตลาดพื้นเมืองของเขา และเรายังสืบค้นไม่พบว่าประเทศกัมพูชามีผ้าขาวม้าหรือเปล่า เห็นแต่เพียงสินค้าที่ทำมาเพื่อขายนักท่องเที่ยว ส่วนหนึ่งที่หายไปอาจเป็นเพราะผลกระทบหลังสงครามกลางเมือง แต่ในที่สุด เราก็ได้ผ้าพันคอลายตารางนี้มาซึ่งชอบนะ มันแมสดี

“ส่วนอีกผืนเป็นผ้าพันคอเหมือนกัน เจ้านายซื้อมาฝาก เป็นผ้าที่ทอจากผ้าไหม จะเห็นว่ามีการผสมสีเยอะ ดูแล้วไม่น่าจะเป็นการผสมสีของชาวบ้าน เราคิดว่าคงมีชาวต่างชาติมาช่วยปรับสีให้เขา”

16

ผ้าพันคอทอมือสี Shocking Pink จากชาวกะยัน

ผ้าขาวม้า

“เราต้องทำโครงการเกี่ยวกับกะเหรี่ยงคอยาว ด้วยเวลาและงบจำกัดเราจึงส่งพี่ดีไซเนอร์ไปเก็บข้อมูลตอนเช้า และตอนเย็นเขากลับมาพร้อมของขวัญมอบให้เรา เป็นผ้าพันคอทอลายตารางของชาวกะยัน ซึ่งตรงกับธีมงานของนิทรรศการไฉไลไปไหน ที่เป็นสี Shocking Pink พอดี นอกจากนี้ ผ้าทอยังแสดงให้เห็นว่าลายตารางเป็นลายพื้นฐาน ทอง่าย ใครก็ทอได้”

17

ผ้าพันคอมัดย้อมลายตารางจากประเทศเนปาล

ผ้าขาวม้า   “ผ้าพันคอจากประเทศเนปาล ดูแล้วคล้ายกับแบรนด์ Burberry มาก แถมมีการทำพลีตด้วย เราเดาว่าสมัยก่อนผ้าคาดเอวก็คงมีการทำพลีตเหมือนกัน เพื่อความสวยงาม โดยสมัยโบราณมีเทคนิคพิเศษในการทำผ้ายืดก่อนจะมีผ้าสเปนเดกซ์ใช้กันแพร่หลาย ด้วยการมัดย้อมเป็นปมขนาดเล็กทั้งผืน พอทำเสร็จแล้วผ้าจะยืดได้ มาจากการทำชิโบริของประเทศญี่ปุ่น ส่วนประเทศไทยจะเรียกว่า ผ้าหนามขนุน เพราะปมขนาดเล็กเมื่อคลี่ออกจะมีลักษณะคล้ายหนามของเปลือกขนุน”

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

The Collector

คอลเลกชันความหลงใหลของนักสะสมนานาประเภท

ผี [น.] สิ่งที่มนุษย์เชื่อว่าเป็นสภาพลึกลับ มองไม่เห็น แต่สามารถปรากฏเหมือนมีตัวตนได้ หรือหมายถึงคนที่ตายไปแล้ว 

คุณมีความทรงจำกับผีแบบไหน 

ผีเป็นตัวแทนความมืดที่น่ากลัว เป็นสิ่งลี้ลับที่น่าค้นหา หรือคุณจดจำ ‘ผี’ เป็นความทรงจำวัยเด็กเหมือนกับ ป๋าเอ็กซ์-อรรถกฤตย์ จีนมหันต์ นักสะสมการ์ตูนมากกว่า 50,000 เล่ม และการ์ตูนที่เขาสนใจมากที่สุด คือ ‘การ์ตูนผีเล่มละบาท’

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสมการ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“อะไรที่เป็นของเก่า ที่พาเรานึกย้อนไปในอดีตได้ เราก็สนใจอย่าง การ์ตูนผีเล่มละบาท เราเคยอ่านในวัยเด็กเพราะมันราคาถูก” ป๋าเอ็กซ์เล่าถึงจุดเริ่มต้นการสะสมของเล่นในวัยเด็ก เช่น ตุ๊กตุ่นและตุ๊กตาทอยเส้น

 หมุดหมายของการถวิลหาอดีตในรูปแบบของ การ์ตูนผีเล่มละบาท ของป๋าเอ็กซ์ เริ่มต้นขึ้นเมื่อไทม์แมชชีนแห่งเวลาพาเขาเดินทางจากมีนบุรี มุ่งสู่บ้านเกิดที่จังหวัดนครสวรรค์ นั่นทำให้เขาได้เจอกับ การ์ตูนผีเล่มละบาท อีกครั้ง

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสมการ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก
01

“เขาเรียกหนังสืออ่านฆ่าเวลานะ” ป๋าเอ็กซ์เปรยพร้อมกับเล่าความหลังระหว่างตัวเขาและ หนังสือการ์ตูนผีเล่มละบาท ระยะทางบนท้องถนนได้เชื่อมเขากับการ์ตูนผีเล่มละบาทเข้าด้วยกัน เพราะการเดินทางไปต่างจังหวัดในวัยเด็ก ไม่มีมือถือ ไม่มีแท็บเล็ต สิ่งที่อยู่กับเขาตลอดการเดินทาง คือการ์ตูนผีเล่มละบาท 

“หนังสือเหล่านี้มันเลยมีความทรงจำวัยเด็ก มักผุดเรื่องในอดีตของเราขึ้นมาเสมอ อดีตที่มีแต่ความสนุก และเมื่อถูกวาดเป็นการ์ตูน ก็ยิ่งทำให้เราจินตนาการว่าจะเจอเนื้อเรื่องแบบไหน จะเห็นบรรยากาศแบบใด มันทำให้เราเห็นว่า เฮ้ย เมื่อก่อนบ้านเป็นแบบนี้นะ ก่อนจะขึ้นบ้านต้องล้างเท้าก่อน นี่คือกลิ่นอายของอดีตที่หนังสือมอบให้กับเรา

ตอนเด็กไม่กลัวผีเหรอคะ-เราถามด้วยความสงสัย

“ตอนเด็กกลัว แต่เราก็อยากอ่าน เหมือนเวลาเราดูหนังผี บางทีก็ไปนั่งดูกับแม่หรือคลุมโปงดู มันมีความอยากรู้อยากเห็นว่าผีมีจริงไหม วันไหนอ่านหนังสือการ์ตูนผีแล้วเจอฉากน่ากลัว เราก็ค่อยกลับมาอ่านตอนกลางวันต่อ อ่านตอนไม่มืด เลยกลายเป็นความสนุกความเร้าใจ

“สมัยก่อนคนอ่านการ์ตูนเล่มละบาทเป็นพวกพ่อค้า แม่ค้า เอาไว้อ่านระหว่างขายของ เมื่อไม่มีลูกค้าก็เปิดอ่าน แต่พอลูกค้ามาก็เก็บไว้ใต้หาบ เพราะมันเป็นการ์ตูนราคาถูก เมื่อก่อนการ์ตูนญี่ปุ่นราคาแพงมากหากเทียบกับการ์ตูนเล่มละบาท แต่เป็นเรื่องที่สนุกนะ บางเรื่องเกี่ยวกับจักรๆ วงศ์ๆ บางเรื่องเป็นปาฏิหาริย์ ที่มาฮิตสุดๆ ช่วงหลังก็เป็นเรื่องผี จนตอนหลังเราเรียกกันว่าการ์ตูนผีแทน เพราะเป็นประเภทการ์ตูนที่ขายดีที่สุดในบรรดาการ์ตูนเล่มละบาท”

ด้วยความที่หนังสือการ์ตูนผีเล่มละบาทส่วนมากมีความยาวเพียง 16 หน้า จึงแตกต่างจากหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น ที่นักวาด นักเขียน จะค่อยๆ จินตนาการและคอยเก็บรายละเอียดการ์ตูนไปทีละเล่ม การ์ตูนผีเล่มละบาทพิเศษตรงที่ไม่ว่าเนื้อเรื่องคุณจะดำเนินมาอย่างไร แต่เมื่อถึงหน้า 16 ก็ต้องจบเรื่องผีนี้ให้ได้

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสมการ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“บางทีนะ เนื้อเรื่องปูมาสนุกมาก เขียนมาอย่างดี แต่พอนักวาดหันมาดู อ้าวสิบห้าหน้าแล้ว ก็จบเลย จบแบบห้วนๆ จบแบบง่ายๆ (หัวเราะ) บางคนงงว่าจบแล้วหรือ นี่เป็นอีกเสน่ห์ของหนังสือการ์ตูนผีเล่มละบาท” 

ป๋าเอ็กซ์เล่าต่อว่า ภายหลังเริ่มมีการเขียนการ์ตูนแบบภาคต่อหลายเล่ม แต่คนไม่นิยมมากนัก เพราะต้องรอเล่มต่อไปและต้องตามเก็บ บางสำนักพิมพ์จึงเพิ่มจำนวนหน้าเป็น 24 หน้า หรือ 32 หน้าแทน แต่มาตรฐานของหนังสือผีเล่มละบาทก็ยังคงเป็น 16 หน้า 

“แต่ผมชอบแบบหลายเล่มจบ เพราะมันต่อเนื่อง อ่านเพลิน และที่สำคัญคือ การตามหาให้ครบชุด บางทีเราเจอเล่ม 1 และเล่ม 3 เหมือนการเดินทางหาขุมทรัพย์ ต้องตามหาเล่มที่ 2 ให้เจอ มันเลยตื่นเต้นมากๆ ต้องคอยสอบถามแลกเปลี่ยนใครมีเล่มนี้บ้าง ฉันขาดเล่มนี้”

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสมการ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก
02

แรกเริ่มหนังสือการ์ตูนเล่มละบาทเกิดจากการพยายามใช้ประโยชน์จากเศษกระดาษที่เหลือในโรงพิมพ์ และนำไปขายด้วยราคา 1 บาท ทำให้หลายโรงพิมพ์ต้องหาวิธีลดต้นทุนการผลิตลง โดยหันไปจ้างนัดวาดหน้าใหม่แทนนักวาดมืออาชีพ เช่น นักเรียน นักศิลปะ หนังสือการ์ตูนผีเล่มละบาท จึงสร้างชื่อให้นักเขียนหน้าใหม่มากมาย บางเล่มใช้นักวาดมืออาชีพมาวาดแค่หน้าปก แต่ในเรื่องเป็นอีกคน เช่น หน้าปกโดย จุก เบี้ยวสกุล, เทพบุตร เขียนเรื่อง 

ป๋าเอ็กซ์อธิบายต่อว่า วิธีที่หนังสือการ์ตูนผีเล่มละบาทจะดึงดูดคนซื้อผ่านหน้าปกได้มี 2 ทาง คือ หนึ่ง ต้องมีผี สอง ต้องมีผู้หญิงสวยและเซ็กซี่ เพื่อดึงดูดคนอ่านเพราะเปิดดูเนื้อหาก่อนซื้อหนังสือไม่ได้ 

แล้วป๋าเอ็กซ์มีเงื่อนไขในการเลือกสะสมหนังสือการ์ตูนหรือเปล่า 

“ผมเลือกเก็บหนังสือการ์ตูนตามนักเขียนคนโปรดก่อน แล้วก็หน้าปก 

“ถ้าสังเกตดีๆ อาจารย์ชาตรี สังวรศิลป์ จะวาดแนวตากลมๆ ตาสวยคิ้วหนา ผู้หญิงสวยมาก นี่คือแนวผีสไตล์เขา เวลาเห็นแค่หน้าปกก็จะรู้ทันทีว่านี่เป็นเรื่องของแก แต่ต้องสังเกตนะ บางทีอีกคนวาดรูปข้างใน แต่ปกเป็นของอาจารย์ชาตรี อีกคนที่ชอบคือ อาจารย์โต้ด โกสุมพิสัย คนนี้เขาจะชอบวาดแนวอิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ ก็วาดได้ ผมมีประมาณสี่ถึงห้าร้อยเล่ม” 

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสมการ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

อ่านทุกเล่มไหมคะ-เราถามขึ้นด้วยความสงสัย เพราะหนังสือการ์ตูนราว 50,000 เล่ม ถูกเก็บและบรรจุ แยกประเภทนักวาดไว้อย่างดี 

“แรกๆ อ่านทุกเล่ม เพราะเมื่อก่อนได้มาทีห้าเล่ม สิบเล่ม ก็เปิดอ่านได้ แต่ตอนนี้มันเรียกพวกมาเรื่อยๆ ไม่มีเวลาอ่านแล้ว เลยหันมาดูลายเส้นเป็นหลัก คือเราหลงรักปกมัน แค่เห็นก็รู้แล้วว่าราคาเกินคำว่าหนึ่งบาทมาก มันเป็นงานฝีมือ เป็นงานศิลปะ”

แม้การ์ตูนผีจะมีบทบาทตัวละครผีหน้าเดิมๆ เช่น ผีกระสือ ผีกระหัง ผีตานี ผีเปรต และผีหัวขาด แต่รายละเอียดเนื้อเรื่อง เกร็ด การวาดของแต่ละเล่มต่างกันแน่นอน ป๋าเอ็กซ์ยกตัวอย่างให้เราฟังว่า บางเรื่องแต่งให้ผีกระสือกินไส้คน บางเรื่องกินวัว จนไปถึงกินขี้ก็มี ซึ่งสิ่งนี้เป็นจินตนาการของผู้เขียนที่ผู้อ่านไม่สามารถคาดเดาได้ 

จากที่อ่านมา เคยเจอผีแปลกๆ บ้างไหม

“มี (หัวเราะ) มันจะมีชื่อผีแบบแปลกๆ แบบคำผวน เช่น ผีจับหัว ผีกระชากหัว ชื่อที่เห็นแล้วทะลึ่ง จะช่วยเรียกลูกค้านะ”

ย้อนวันวานกับ ป๋าเอ็กซ์-อรรถกฤตย์ จีนมหันต์ นักสะสมการ์ตูนกว่า 5 หมื่นเล่ม ผู้ต่อยอดธุรกิจอุตสาหกรรมการ์ตูนไทย
ย้อนวันวานกับ ป๋าเอ็กซ์-อรรถกฤตย์ จีนมหันต์ นักสะสมการ์ตูนกว่า 5 หมื่นเล่ม ผู้ต่อยอดธุรกิจอุตสาหกรรมการ์ตูนไทย
03

จากการเริ่มสะสมตามหาอดีตส่วนตัว กลายเป็นคอมมูนิตี้ขนาดกว้างแบ่งปันความคิดถึงวัยเด็ก สู่การเปิดร้าน ATAKITO’S SHOP ขายของสะสม รวมไปถึงการจัดกิจกรรมแสดงผลงานตามห้างสรรพสินค้า ทำให้ป๋าเอ็กซ์ได้มีโอกาสพบเจอนักวาดที่ชื่นชอบ ผ่านการสัมภาษณ์มุมมองนักเก็บและนักวาด โดยคนแรกที่เจอคือ อาจารย์ชาตรี สังวรศิลป์ 

“ตอนครั้งแรกที่เจอกันดีใจมาก เราได้เจอนักเขียนคนโปรด ในขณะที่เขาก็ดีใจที่มีคนชื่นชอบผลงาน มีคนเก็บผลงานเขามากมาย ขนาดเขาเองยังเก็บผลงานตัวเองไม่กี่เล่ม แต่เราดันมีหลายพันเล่ม” 

ป๋าเอ็กซ์เล่าต่อด้วยความตื่นเต้นว่า นักวาดคนโปรดที่เขาเจอคนต่อมาคือ อาจารย์โต้ด โกสุมพิสัย เมื่อถ่ายรายการเสร็จจึงพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน และพบว่าขณะนี้โรงพิมพ์ไม่รับพิมพ์การ์ตูนแบบเดิมแล้ว ส่งผลให้นักวาดการ์ตูนคนโปรดต้องหยุดการวาดไปโดยปริยาย เพราะถนัดการวาดมือมากกว่าใช้คอมพิวเตอร์

ย้อนวันวานกับ ป๋าเอ็กซ์-อรรถกฤตย์ จีนมหันต์ นักสะสมการ์ตูนกว่า 5 หมื่นเล่ม ผู้ต่อยอดธุรกิจอุตสาหกรรมการ์ตูนไทย

 “วาดการ์ตูนให้หน่อย” สั้นและเรียบง่าย นี่คือคำพูดของป๋าเอ็กซ์หลังเดินทางไปบ้านนักเขียนที่เขาชื่นชอบ โดยให้อาจารย์โต้ดเริ่มวาดการ์ตูนในแบบที่เขาชอบและใฝ่ฝันอยากจะมี ต้นฉบับเรื่อง จอมคาถาธุดงค์ จึงเกิดขึ้น 

“ผมบอกให้อาจารย์วาดมาก่อนตอนหนึ่ง เรื่องไสยศาสตร์ เรื่องภูติผี พอวาดเสร็จหนึ่งตอน แกบอกว่า ‘พี่อยากวาดต่อ’ ผมเลยให้แกวาดต่อ พอถึงภาคที่สาม ดันมีหน้า มีชื่อผมเข้าไปเป็นตัวประกอบด้วย เฮ้ย เราชอบการ์ตูน เราสะสมการ์ตูน แต่นี่มีตัวเองเข้ามาเล่นด้วย และที่สำคัญ นักเขียนที่เราชื่นชอบวาดให้เรา มันเจ๋งมาก เราเลยนำตอนเหล่านั้นมารวมเล่ม” 

จากต้นฉบับวาดมือสู่การรวมเล่มด้วยตัวเอง ป๋าเอ็กซ์เริ่มต้นจากการนำต้นฉบับเหล่านี้มาถ่ายเอกสาร ตัดขอบกระดาษ และเย็บเล่มเอง ภายหลังการลองลงมือทำ พบว่าค่าถ่ายเอกสารแบบสีแพงกว่าการส่งโรงพิมพ์ จึงตัดสินใจส่งโรงพิมพ์เพื่อแจกเป็นเล่มสูจิบัตร

ย้อนวันวานกับ ป๋าเอ็กซ์-อรรถกฤตย์ จีนมหันต์ นักสะสมการ์ตูนกว่า 5 หมื่นเล่ม ผู้ต่อยอดธุรกิจอุตสาหกรรมการ์ตูนไทย
ย้อนวันวานกับ ป๋าเอ็กซ์-อรรถกฤตย์ จีนมหันต์ นักสะสมการ์ตูนกว่า 5 หมื่นเล่ม ผู้ต่อยอดธุรกิจอุตสาหกรรมการ์ตูนไทย

“ลองเอามือลูบดูสิ นี่เรียกว่าการแปะสกรีนโทน คือวิธีการตัดและนำกาวแปะ หลังจากนั้นนำสีมาระบายทับ ซึ่งต้นฉบับจะวาดในกระดาษขนาดเอสี่ แล้วโรงพิมพ์จะนำไปย่อให้มีขนาดเท่ากับหนังสือการ์ตูนที่เราเห็น เลยส่งผลให้ภาพมีความคมชัด มีมิตินูนๆ ขึ้นมา” ป๋าเอ็กซ์พูดพร้อมกับยื่นต้นฉบับหนังสือการ์ตูนให้เราสัมผัส

ภายหลังการรวมเล่มงานอาจารย์โต้ด ป๋าเอ็กซ์ได้ผันตัวมาเป็นนักเขียนการ์ตูน หนังสือการ์ตูน หุ่นพลังเวทย์ จึงเกิดขึ้น ที่เขียนเรื่องโดยป๋าเอ็กซ์ และวาดภาพโดยโต้ด โกสุมพิสัย

“หลังๆ เพื่อนมาเห็นหน้าเราในหนังสือการ์ตูน ก็บอกว่าอยากอยู่ในหนังสือบ้าง เราเลยจับเพื่อน จับคนรู้จัก เข้ามาเล่นด้วย แต่เราเป็นพระเอกนะ (หัวเราะ) อย่างเช่นพล่ากุ้งก็มาโผล่ในเรื่องนี้”

04

ถ้าให้เลือกหนังสือการ์ตูนที่เราชอบมากที่สุดมา 5 เรื่องจะมีเรื่องอะไรบ้าง

ป๋าเอ็กซ์เดินนำเราไปยังกรุสมบัติ ที่ระหว่างทางเต็มไปด้วยของสะสม ทั้งตุ๊กตุ่น ตุ๊กตาทอยเส้น จัดเรียงรายเต็มผนัง เขาย้ำกับเราว่า “ที่เห็นเรียงรายอยู่ตรงนี้ไม่ได้มีไว้ขายนะ มีไว้เก็บอย่างเดียว”

เพียงชั่วครู่เท่านั้น ป๋าเอ็กซ์เลือกหนังสือที่ติดตรึงในความทรงจำและมีค่ากับเขามากที่สุดจำนวน 5 เล่มจากชั้นที่มีหนังสือการ์ตูนวางอัดแน่นซ้อนทับกันอยู่หลายหมื่นเล่ม

01 ประตูผี

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสม การ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“หากถามว่าทำไมถึงเลือกเล่มนี้ มันเป็นเรื่องผีที่หายากมาก เพราะมีถึงสิบเล่ม ที่พิเศษคือ ราชันย์เป็นคนวาดหน้าปก สังเกตดูนะ เขาวาดสวยมาก เป็นแนวผีแบบแปลกๆ คนส่วนมากสะสมไม่ครบกัน ผมใช้เวลาเกือบสองปีกว่าจะตามหาจนครบสิบเล่ม บางทีเจอหนึ่งเล่มแต่ปนกับที่เขาขายยกชุด เราก็ต้องเหมามาทั้งหมด”

02 ฉลากแผงการ์ตูน

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสม การ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“อันนี้ที่ชอบเพราะสมัยก่อนเราไปร้านขายของเล่น มันจะมีฉลากของเล่น ฉลากเหล้าเบียร์ ฉลากบุหรี่ เต็มไปหมด แต่นี่เป็นฉลากหนังสือการ์ตูน แล้วมันเรียงเลขครบนะ 1 2 3 4 5 6 7 เป็นแนวและฉลากมีสภาพดีมาก ยังไม่ได้ใช้แผงหนึ่งราคาเกือบสองพัน แต่ผมก็ต้องซื้อเพราะมาสภาพเดิม ของที่หายากคือของที่เก็บและมีสภาพดี เลยชื่นชอบมากๆ”

03 เมียงู

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสม การ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“นี่เป็นหนังสือการ์ตูนผีที่ชอบในวัยเด็ก ชาตรี สังวรศิลป์ นักวาดที่ผมชื่นชอบเป็นคนวาด เป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงที่หนีมาอยู่กับผู้ชาย แต่ปรากฏว่าผู้หญิงเป็นงู พอตกกลางคืนก็ออกหากิน สุดท้ายโดนตีตาย การ์ตูนผีเล่มละบาทมันก็จบสั้นๆ แบบนี้แหละ แต่อีกเหตุผลที่ชื่นชอบคือ เราบังเอิญไปเจอคนขายต้นฉบับหน้าปกนี้ในเว็บซึ่งเป็นของหายาก เราจึงมีทั้งหนังสือและต้นฉบับ”

04 ต้นฉบับการ์ตูนของ อาจารย์ชาตรี สังวรศิลป์

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสม การ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“ผมไปงานนิทรรศการที่อาจารย์จัด แล้วอาจารย์ก็ถามผมว่ามีต้นฉบับเก็บไว้ สนใจไหม ผมรีบตอบเลยว่าสนใจ ทำไมจะไม่สนใจ มีหนังสือไม่พอยังมีต้นฉบับอีก เพราะต้นฉบับเป็นสิ่งที่หายากมากๆ และสวยมาก สังเกตดูนะว่าแกจะวาดผู้หญิงอึ๋มๆ หน่อย”

05 หุ่นพลังเวทย์ เรื่องโดย ป๋าเอ็กซ์ ภาพโดย โต้ด โกสุมพิสัย

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสม การ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“เล่มนี้ผมชอบมาก เพราะนักเขียนในดวงใจที่เราชื่นชอบเป็นคนวาดและมีเราไปร่วมแสดง ร่วมแต่งด้วย เป็นเรื่องราวการออกผจญภัยไปเจอภูตผีปีศาจ นอกจากนี้ ผมยังให้อาจารย์ปั้นเปเปอร์มาเช่ตัวละครในหนังสือการ์ตูน เพื่อเอามาจัดบูทนำเอาหนังสือไปวางขายด้วย ตอนนี้เลยเหมือนเป็นการต่อยอดจากความชอบเรา 

“จากที่เราสนุกๆ ชอบสะสม และช่วยให้นักเขียนคนโปรดมีงานทำ ไม่น่าเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้มันสร้างรายได้จนเป็นธุรกิจ เพราะผมนำผลงานของอาจารย์ไปจัดแสดงในร้าน ไปออกรายการบ้าง ตอนนี้มีทั้งคนไทยและต่างชาติสนใจซื้อผลงาน หรือให้อาจารย์ออกแบบวาดรูปผีให้ นอกจากนี้ ยังมีการต่อยอดนำภาพวาดมาทำเสื้อ ทำกระเป๋าลายรวมผี หรือใครอยากมีหนังสือการ์ตูนที่มีตัวเองเป็นนักแสดงก็ติดต่อผมได้ ตอนนี้ก็เหมือนผมเป็นบรรณาธิการ อาจารย์เป็นคนวาด 

“ใครจะไปเชื่อว่าจากการสะสมด้วยใจรัก สุดท้ายมันสามารถต่อลมหายใจการ์ตูนผีได้มากขนาดนี้”

ผี [น.] สิ่งที่มนุษย์เชื่อว่าเป็นสภาพลึกลับ มองไม่เห็น แต่สามารถปรากฏเหมือนมีตัวตนได้ หรือหมายถึงคนที่ตายไปแล้ว 

คุณมีความทรงจำกับผีแบบไหน 

ผีเป็นตัวแทนความมืดที่น่ากลัว เป็นสิ่งลี้ลับที่น่าค้นหา หรือคุณจดจำ ‘ผี’ เป็นความทรงจำวัยเด็กเหมือนกับ ป๋าเอ็กซ์-อรรถกฤตย์ จีนมหันต์ นักสะสมการ์ตูนมากกว่า 50,000 เล่ม และการ์ตูนที่เขาสนใจมากที่สุด คือ ‘การ์ตูนผีเล่มละบาท’

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสมการ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“อะไรที่เป็นของเก่า ที่พาเรานึกย้อนไปในอดีตได้ เราก็สนใจอย่าง การ์ตูนผีเล่มละบาท เราเคยอ่านในวัยเด็กเพราะมันราคาถูก” ป๋าเอ็กซ์เล่าถึงจุดเริ่มต้นการสะสมของเล่นในวัยเด็ก เช่น ตุ๊กตุ่นและตุ๊กตาทอยเส้น

 หมุดหมายของการถวิลหาอดีตในรูปแบบของ การ์ตูนผีเล่มละบาท ของป๋าเอ็กซ์ เริ่มต้นขึ้นเมื่อไทม์แมชชีนแห่งเวลาพาเขาเดินทางจากมีนบุรี มุ่งสู่บ้านเกิดที่จังหวัดนครสวรรค์ นั่นทำให้เขาได้เจอกับ การ์ตูนผีเล่มละบาท อีกครั้ง

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสมการ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก
01

“เขาเรียกหนังสืออ่านฆ่าเวลานะ” ป๋าเอ็กซ์เปรยพร้อมกับเล่าความหลังระหว่างตัวเขาและ หนังสือการ์ตูนผีเล่มละบาท ระยะทางบนท้องถนนได้เชื่อมเขากับการ์ตูนผีเล่มละบาทเข้าด้วยกัน เพราะการเดินทางไปต่างจังหวัดในวัยเด็ก ไม่มีมือถือ ไม่มีแท็บเล็ต สิ่งที่อยู่กับเขาตลอดการเดินทาง คือการ์ตูนผีเล่มละบาท 

“หนังสือเหล่านี้มันเลยมีความทรงจำวัยเด็ก มักผุดเรื่องในอดีตของเราขึ้นมาเสมอ อดีตที่มีแต่ความสนุก และเมื่อถูกวาดเป็นการ์ตูน ก็ยิ่งทำให้เราจินตนาการว่าจะเจอเนื้อเรื่องแบบไหน จะเห็นบรรยากาศแบบใด มันทำให้เราเห็นว่า เฮ้ย เมื่อก่อนบ้านเป็นแบบนี้นะ ก่อนจะขึ้นบ้านต้องล้างเท้าก่อน นี่คือกลิ่นอายของอดีตที่หนังสือมอบให้กับเรา

ตอนเด็กไม่กลัวผีเหรอคะ-เราถามด้วยความสงสัย

“ตอนเด็กกลัว แต่เราก็อยากอ่าน เหมือนเวลาเราดูหนังผี บางทีก็ไปนั่งดูกับแม่หรือคลุมโปงดู มันมีความอยากรู้อยากเห็นว่าผีมีจริงไหม วันไหนอ่านหนังสือการ์ตูนผีแล้วเจอฉากน่ากลัว เราก็ค่อยกลับมาอ่านตอนกลางวันต่อ อ่านตอนไม่มืด เลยกลายเป็นความสนุกความเร้าใจ

“สมัยก่อนคนอ่านการ์ตูนเล่มละบาทเป็นพวกพ่อค้า แม่ค้า เอาไว้อ่านระหว่างขายของ เมื่อไม่มีลูกค้าก็เปิดอ่าน แต่พอลูกค้ามาก็เก็บไว้ใต้หาบ เพราะมันเป็นการ์ตูนราคาถูก เมื่อก่อนการ์ตูนญี่ปุ่นราคาแพงมากหากเทียบกับการ์ตูนเล่มละบาท แต่เป็นเรื่องที่สนุกนะ บางเรื่องเกี่ยวกับจักรๆ วงศ์ๆ บางเรื่องเป็นปาฏิหาริย์ ที่มาฮิตสุดๆ ช่วงหลังก็เป็นเรื่องผี จนตอนหลังเราเรียกกันว่าการ์ตูนผีแทน เพราะเป็นประเภทการ์ตูนที่ขายดีที่สุดในบรรดาการ์ตูนเล่มละบาท”

ด้วยความที่หนังสือการ์ตูนผีเล่มละบาทส่วนมากมีความยาวเพียง 16 หน้า จึงแตกต่างจากหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น ที่นักวาด นักเขียน จะค่อยๆ จินตนาการและคอยเก็บรายละเอียดการ์ตูนไปทีละเล่ม การ์ตูนผีเล่มละบาทพิเศษตรงที่ไม่ว่าเนื้อเรื่องคุณจะดำเนินมาอย่างไร แต่เมื่อถึงหน้า 16 ก็ต้องจบเรื่องผีนี้ให้ได้

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสมการ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“บางทีนะ เนื้อเรื่องปูมาสนุกมาก เขียนมาอย่างดี แต่พอนักวาดหันมาดู อ้าวสิบห้าหน้าแล้ว ก็จบเลย จบแบบห้วนๆ จบแบบง่ายๆ (หัวเราะ) บางคนงงว่าจบแล้วหรือ นี่เป็นอีกเสน่ห์ของหนังสือการ์ตูนผีเล่มละบาท” 

ป๋าเอ็กซ์เล่าต่อว่า ภายหลังเริ่มมีการเขียนการ์ตูนแบบภาคต่อหลายเล่ม แต่คนไม่นิยมมากนัก เพราะต้องรอเล่มต่อไปและต้องตามเก็บ บางสำนักพิมพ์จึงเพิ่มจำนวนหน้าเป็น 24 หน้า หรือ 32 หน้าแทน แต่มาตรฐานของหนังสือผีเล่มละบาทก็ยังคงเป็น 16 หน้า 

“แต่ผมชอบแบบหลายเล่มจบ เพราะมันต่อเนื่อง อ่านเพลิน และที่สำคัญคือ การตามหาให้ครบชุด บางทีเราเจอเล่ม 1 และเล่ม 3 เหมือนการเดินทางหาขุมทรัพย์ ต้องตามหาเล่มที่ 2 ให้เจอ มันเลยตื่นเต้นมากๆ ต้องคอยสอบถามแลกเปลี่ยนใครมีเล่มนี้บ้าง ฉันขาดเล่มนี้”

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสมการ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก
02

แรกเริ่มหนังสือการ์ตูนเล่มละบาทเกิดจากการพยายามใช้ประโยชน์จากเศษกระดาษที่เหลือในโรงพิมพ์ และนำไปขายด้วยราคา 1 บาท ทำให้หลายโรงพิมพ์ต้องหาวิธีลดต้นทุนการผลิตลง โดยหันไปจ้างนัดวาดหน้าใหม่แทนนักวาดมืออาชีพ เช่น นักเรียน นักศิลปะ หนังสือการ์ตูนผีเล่มละบาท จึงสร้างชื่อให้นักเขียนหน้าใหม่มากมาย บางเล่มใช้นักวาดมืออาชีพมาวาดแค่หน้าปก แต่ในเรื่องเป็นอีกคน เช่น หน้าปกโดย จุก เบี้ยวสกุล, เทพบุตร เขียนเรื่อง 

ป๋าเอ็กซ์อธิบายต่อว่า วิธีที่หนังสือการ์ตูนผีเล่มละบาทจะดึงดูดคนซื้อผ่านหน้าปกได้มี 2 ทาง คือ หนึ่ง ต้องมีผี สอง ต้องมีผู้หญิงสวยและเซ็กซี่ เพื่อดึงดูดคนอ่านเพราะเปิดดูเนื้อหาก่อนซื้อหนังสือไม่ได้ 

แล้วป๋าเอ็กซ์มีเงื่อนไขในการเลือกสะสมหนังสือการ์ตูนหรือเปล่า 

“ผมเลือกเก็บหนังสือการ์ตูนตามนักเขียนคนโปรดก่อน แล้วก็หน้าปก 

“ถ้าสังเกตดีๆ อาจารย์ชาตรี สังวรศิลป์ จะวาดแนวตากลมๆ ตาสวยคิ้วหนา ผู้หญิงสวยมาก นี่คือแนวผีสไตล์เขา เวลาเห็นแค่หน้าปกก็จะรู้ทันทีว่านี่เป็นเรื่องของแก แต่ต้องสังเกตนะ บางทีอีกคนวาดรูปข้างใน แต่ปกเป็นของอาจารย์ชาตรี อีกคนที่ชอบคือ อาจารย์โต้ด โกสุมพิสัย คนนี้เขาจะชอบวาดแนวอิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ ก็วาดได้ ผมมีประมาณสี่ถึงห้าร้อยเล่ม” 

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสมการ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

อ่านทุกเล่มไหมคะ-เราถามขึ้นด้วยความสงสัย เพราะหนังสือการ์ตูนราว 50,000 เล่ม ถูกเก็บและบรรจุ แยกประเภทนักวาดไว้อย่างดี 

“แรกๆ อ่านทุกเล่ม เพราะเมื่อก่อนได้มาทีห้าเล่ม สิบเล่ม ก็เปิดอ่านได้ แต่ตอนนี้มันเรียกพวกมาเรื่อยๆ ไม่มีเวลาอ่านแล้ว เลยหันมาดูลายเส้นเป็นหลัก คือเราหลงรักปกมัน แค่เห็นก็รู้แล้วว่าราคาเกินคำว่าหนึ่งบาทมาก มันเป็นงานฝีมือ เป็นงานศิลปะ”

แม้การ์ตูนผีจะมีบทบาทตัวละครผีหน้าเดิมๆ เช่น ผีกระสือ ผีกระหัง ผีตานี ผีเปรต และผีหัวขาด แต่รายละเอียดเนื้อเรื่อง เกร็ด การวาดของแต่ละเล่มต่างกันแน่นอน ป๋าเอ็กซ์ยกตัวอย่างให้เราฟังว่า บางเรื่องแต่งให้ผีกระสือกินไส้คน บางเรื่องกินวัว จนไปถึงกินขี้ก็มี ซึ่งสิ่งนี้เป็นจินตนาการของผู้เขียนที่ผู้อ่านไม่สามารถคาดเดาได้ 

จากที่อ่านมา เคยเจอผีแปลกๆ บ้างไหม

“มี (หัวเราะ) มันจะมีชื่อผีแบบแปลกๆ แบบคำผวน เช่น ผีจับหัว ผีกระชากหัว ชื่อที่เห็นแล้วทะลึ่ง จะช่วยเรียกลูกค้านะ”

ย้อนวันวานกับ ป๋าเอ็กซ์-อรรถกฤตย์ จีนมหันต์ นักสะสมการ์ตูนกว่า 5 หมื่นเล่ม ผู้ต่อยอดธุรกิจอุตสาหกรรมการ์ตูนไทย
ย้อนวันวานกับ ป๋าเอ็กซ์-อรรถกฤตย์ จีนมหันต์ นักสะสมการ์ตูนกว่า 5 หมื่นเล่ม ผู้ต่อยอดธุรกิจอุตสาหกรรมการ์ตูนไทย
03

จากการเริ่มสะสมตามหาอดีตส่วนตัว กลายเป็นคอมมูนิตี้ขนาดกว้างแบ่งปันความคิดถึงวัยเด็ก สู่การเปิดร้าน ATAKITO’S SHOP ขายของสะสม รวมไปถึงการจัดกิจกรรมแสดงผลงานตามห้างสรรพสินค้า ทำให้ป๋าเอ็กซ์ได้มีโอกาสพบเจอนักวาดที่ชื่นชอบ ผ่านการสัมภาษณ์มุมมองนักเก็บและนักวาด โดยคนแรกที่เจอคือ อาจารย์ชาตรี สังวรศิลป์ 

“ตอนครั้งแรกที่เจอกันดีใจมาก เราได้เจอนักเขียนคนโปรด ในขณะที่เขาก็ดีใจที่มีคนชื่นชอบผลงาน มีคนเก็บผลงานเขามากมาย ขนาดเขาเองยังเก็บผลงานตัวเองไม่กี่เล่ม แต่เราดันมีหลายพันเล่ม” 

ป๋าเอ็กซ์เล่าต่อด้วยความตื่นเต้นว่า นักวาดคนโปรดที่เขาเจอคนต่อมาคือ อาจารย์โต้ด โกสุมพิสัย เมื่อถ่ายรายการเสร็จจึงพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน และพบว่าขณะนี้โรงพิมพ์ไม่รับพิมพ์การ์ตูนแบบเดิมแล้ว ส่งผลให้นักวาดการ์ตูนคนโปรดต้องหยุดการวาดไปโดยปริยาย เพราะถนัดการวาดมือมากกว่าใช้คอมพิวเตอร์

ย้อนวันวานกับ ป๋าเอ็กซ์-อรรถกฤตย์ จีนมหันต์ นักสะสมการ์ตูนกว่า 5 หมื่นเล่ม ผู้ต่อยอดธุรกิจอุตสาหกรรมการ์ตูนไทย

 “วาดการ์ตูนให้หน่อย” สั้นและเรียบง่าย นี่คือคำพูดของป๋าเอ็กซ์หลังเดินทางไปบ้านนักเขียนที่เขาชื่นชอบ โดยให้อาจารย์โต้ดเริ่มวาดการ์ตูนในแบบที่เขาชอบและใฝ่ฝันอยากจะมี ต้นฉบับเรื่อง จอมคาถาธุดงค์ จึงเกิดขึ้น 

“ผมบอกให้อาจารย์วาดมาก่อนตอนหนึ่ง เรื่องไสยศาสตร์ เรื่องภูติผี พอวาดเสร็จหนึ่งตอน แกบอกว่า ‘พี่อยากวาดต่อ’ ผมเลยให้แกวาดต่อ พอถึงภาคที่สาม ดันมีหน้า มีชื่อผมเข้าไปเป็นตัวประกอบด้วย เฮ้ย เราชอบการ์ตูน เราสะสมการ์ตูน แต่นี่มีตัวเองเข้ามาเล่นด้วย และที่สำคัญ นักเขียนที่เราชื่นชอบวาดให้เรา มันเจ๋งมาก เราเลยนำตอนเหล่านั้นมารวมเล่ม” 

จากต้นฉบับวาดมือสู่การรวมเล่มด้วยตัวเอง ป๋าเอ็กซ์เริ่มต้นจากการนำต้นฉบับเหล่านี้มาถ่ายเอกสาร ตัดขอบกระดาษ และเย็บเล่มเอง ภายหลังการลองลงมือทำ พบว่าค่าถ่ายเอกสารแบบสีแพงกว่าการส่งโรงพิมพ์ จึงตัดสินใจส่งโรงพิมพ์เพื่อแจกเป็นเล่มสูจิบัตร

ย้อนวันวานกับ ป๋าเอ็กซ์-อรรถกฤตย์ จีนมหันต์ นักสะสมการ์ตูนกว่า 5 หมื่นเล่ม ผู้ต่อยอดธุรกิจอุตสาหกรรมการ์ตูนไทย
ย้อนวันวานกับ ป๋าเอ็กซ์-อรรถกฤตย์ จีนมหันต์ นักสะสมการ์ตูนกว่า 5 หมื่นเล่ม ผู้ต่อยอดธุรกิจอุตสาหกรรมการ์ตูนไทย

“ลองเอามือลูบดูสิ นี่เรียกว่าการแปะสกรีนโทน คือวิธีการตัดและนำกาวแปะ หลังจากนั้นนำสีมาระบายทับ ซึ่งต้นฉบับจะวาดในกระดาษขนาดเอสี่ แล้วโรงพิมพ์จะนำไปย่อให้มีขนาดเท่ากับหนังสือการ์ตูนที่เราเห็น เลยส่งผลให้ภาพมีความคมชัด มีมิตินูนๆ ขึ้นมา” ป๋าเอ็กซ์พูดพร้อมกับยื่นต้นฉบับหนังสือการ์ตูนให้เราสัมผัส

ภายหลังการรวมเล่มงานอาจารย์โต้ด ป๋าเอ็กซ์ได้ผันตัวมาเป็นนักเขียนการ์ตูน หนังสือการ์ตูน หุ่นพลังเวทย์ จึงเกิดขึ้น ที่เขียนเรื่องโดยป๋าเอ็กซ์ และวาดภาพโดยโต้ด โกสุมพิสัย

“หลังๆ เพื่อนมาเห็นหน้าเราในหนังสือการ์ตูน ก็บอกว่าอยากอยู่ในหนังสือบ้าง เราเลยจับเพื่อน จับคนรู้จัก เข้ามาเล่นด้วย แต่เราเป็นพระเอกนะ (หัวเราะ) อย่างเช่นพล่ากุ้งก็มาโผล่ในเรื่องนี้”

04

ถ้าให้เลือกหนังสือการ์ตูนที่เราชอบมากที่สุดมา 5 เรื่องจะมีเรื่องอะไรบ้าง

ป๋าเอ็กซ์เดินนำเราไปยังกรุสมบัติ ที่ระหว่างทางเต็มไปด้วยของสะสม ทั้งตุ๊กตุ่น ตุ๊กตาทอยเส้น จัดเรียงรายเต็มผนัง เขาย้ำกับเราว่า “ที่เห็นเรียงรายอยู่ตรงนี้ไม่ได้มีไว้ขายนะ มีไว้เก็บอย่างเดียว”

เพียงชั่วครู่เท่านั้น ป๋าเอ็กซ์เลือกหนังสือที่ติดตรึงในความทรงจำและมีค่ากับเขามากที่สุดจำนวน 5 เล่มจากชั้นที่มีหนังสือการ์ตูนวางอัดแน่นซ้อนทับกันอยู่หลายหมื่นเล่ม

01 ประตูผี

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสม การ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“หากถามว่าทำไมถึงเลือกเล่มนี้ มันเป็นเรื่องผีที่หายากมาก เพราะมีถึงสิบเล่ม ที่พิเศษคือ ราชันย์เป็นคนวาดหน้าปก สังเกตดูนะ เขาวาดสวยมาก เป็นแนวผีแบบแปลกๆ คนส่วนมากสะสมไม่ครบกัน ผมใช้เวลาเกือบสองปีกว่าจะตามหาจนครบสิบเล่ม บางทีเจอหนึ่งเล่มแต่ปนกับที่เขาขายยกชุด เราก็ต้องเหมามาทั้งหมด”

02 ฉลากแผงการ์ตูน

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสม การ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“อันนี้ที่ชอบเพราะสมัยก่อนเราไปร้านขายของเล่น มันจะมีฉลากของเล่น ฉลากเหล้าเบียร์ ฉลากบุหรี่ เต็มไปหมด แต่นี่เป็นฉลากหนังสือการ์ตูน แล้วมันเรียงเลขครบนะ 1 2 3 4 5 6 7 เป็นแนวและฉลากมีสภาพดีมาก ยังไม่ได้ใช้แผงหนึ่งราคาเกือบสองพัน แต่ผมก็ต้องซื้อเพราะมาสภาพเดิม ของที่หายากคือของที่เก็บและมีสภาพดี เลยชื่นชอบมากๆ”

03 เมียงู

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสม การ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“นี่เป็นหนังสือการ์ตูนผีที่ชอบในวัยเด็ก ชาตรี สังวรศิลป์ นักวาดที่ผมชื่นชอบเป็นคนวาด เป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงที่หนีมาอยู่กับผู้ชาย แต่ปรากฏว่าผู้หญิงเป็นงู พอตกกลางคืนก็ออกหากิน สุดท้ายโดนตีตาย การ์ตูนผีเล่มละบาทมันก็จบสั้นๆ แบบนี้แหละ แต่อีกเหตุผลที่ชื่นชอบคือ เราบังเอิญไปเจอคนขายต้นฉบับหน้าปกนี้ในเว็บซึ่งเป็นของหายาก เราจึงมีทั้งหนังสือและต้นฉบับ”

04 ต้นฉบับการ์ตูนของ อาจารย์ชาตรี สังวรศิลป์

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสม การ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“ผมไปงานนิทรรศการที่อาจารย์จัด แล้วอาจารย์ก็ถามผมว่ามีต้นฉบับเก็บไว้ สนใจไหม ผมรีบตอบเลยว่าสนใจ ทำไมจะไม่สนใจ มีหนังสือไม่พอยังมีต้นฉบับอีก เพราะต้นฉบับเป็นสิ่งที่หายากมากๆ และสวยมาก สังเกตดูนะว่าแกจะวาดผู้หญิงอึ๋มๆ หน่อย”

05 หุ่นพลังเวทย์ เรื่องโดย ป๋าเอ็กซ์ ภาพโดย โต้ด โกสุมพิสัย

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสม การ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“เล่มนี้ผมชอบมาก เพราะนักเขียนในดวงใจที่เราชื่นชอบเป็นคนวาดและมีเราไปร่วมแสดง ร่วมแต่งด้วย เป็นเรื่องราวการออกผจญภัยไปเจอภูตผีปีศาจ นอกจากนี้ ผมยังให้อาจารย์ปั้นเปเปอร์มาเช่ตัวละครในหนังสือการ์ตูน เพื่อเอามาจัดบูทนำเอาหนังสือไปวางขายด้วย ตอนนี้เลยเหมือนเป็นการต่อยอดจากความชอบเรา 

“จากที่เราสนุกๆ ชอบสะสม และช่วยให้นักเขียนคนโปรดมีงานทำ ไม่น่าเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้มันสร้างรายได้จนเป็นธุรกิจ เพราะผมนำผลงานของอาจารย์ไปจัดแสดงในร้าน ไปออกรายการบ้าง ตอนนี้มีทั้งคนไทยและต่างชาติสนใจซื้อผลงาน หรือให้อาจารย์ออกแบบวาดรูปผีให้ นอกจากนี้ ยังมีการต่อยอดนำภาพวาดมาทำเสื้อ ทำกระเป๋าลายรวมผี หรือใครอยากมีหนังสือการ์ตูนที่มีตัวเองเป็นนักแสดงก็ติดต่อผมได้ ตอนนี้ก็เหมือนผมเป็นบรรณาธิการ อาจารย์เป็นคนวาด 

“ใครจะไปเชื่อว่าจากการสะสมด้วยใจรัก สุดท้ายมันสามารถต่อลมหายใจการ์ตูนผีได้มากขนาดนี้”

Writer

พาฝัน หน่อแก้ว

เด็กวารสารศาสตร์ ผู้ใช้ชีวิตไปกับการเดินทางตามจังหวะเสียงเพลงโฟล์คซองและ R&B จุดอ่อนแพ้ทางของเซลล์ทุกชนิด

Photographer

ณัฐสุชา เลิศวัฒนนนท์

เรียนวารสาร เที่ยวไปถ่ายรูปไปคืองานอดิเรก และหลงใหลช่วงเวลา Magic Hour ของทุกๆวัน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load