21 กุมภาพันธ์ 2562
24 K

“ความจริงเราเป็นคู่แข่งยาโยอิ คุซามะ เขาบ้าลายจุด เราบ้าลายตาราง”

พาฉัตร ทิพทัส ภัณฑารักษ์ประจำมิวเซียมสยาม พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ (Museum Siam: Discovery Museum) ยอมรับว่าเขาเป็นคู่แข่งกับคุณป้าลายจุด ศิลปินหญิงจากประเทศญี่ปุ่น เพราะเขาคลั่งไคล้ลายตารางหมากรุกมากพอกับยาโยอิคลั่งไคล้ลายจุดจุดจุดบนสารพัดข้าวของ แต่ลายตารางหมากรุกของพาฉัตรอยู่บนผ้าขาวม้าไทบ้านจากโรงงานอุตสาหกรรมของประเทศไทย

เอกลักษณ์ของผ้าขาวม้าแบบ Thailand Only นอกจากราคาแสนถูก ลายตารางหมากรุกยังมีขนาดช่องเท่ากันเป๊ะแนวตั้งจรดแนวนอน สีสังเคราะห์จากเคมีก็สดแปร๊ดจนคนมองว่าเชย แต่พาฉัตรกลับมองว่าสวย ยิ่งผ้าขาวม้าสีแดงสลับสีขาว สีขาวสลับสีน้ำเงิน บอกได้คำเดียวเลยว่า คลาสสิก!

ผ้าขาวม้า ผ้าขาวม้า

ผ้า (ไม่) ขาว (ไม่) ม้า

ผ้าขาวม้าไม่ได้มีความเชื่อมโยงอะไรกับผ้าสีขาวหรือม้าเลยสักนิด แต่รากศัพท์ของ ‘ผ้าขาวม้า’ มากจากภาษาเปอร์เซียคำว่า ‘กะมัรบันด์’ (Kamar band) กะมัร แปลว่า เอว และ บันด์ แปลว่า พัน  คาดว่าคนไทยรับวัฒนธรรมการทอและการสวมใส่ผ้าขาวม้าจากผ้าคาดเอวลายตารางของขุนนางและพ่อค้าชาวเปอร์เซียสมัยอยุธยา และพ่อค้าโมกุลสมัยอยุธยาตอนปลาย มากกว่าฟังก์ชันคาดเอว ยังเป็นเครื่องหมายบ่งบอกสถานะของผู้สวมใส่ด้วย

ถ้าตามรอยบรรพบุรุษผ้าขาวม้าไปไกลถึงประเทศเปอร์เซีย แล้วถามหา ‘กะมัรบันด์’ อาจจะได้เข็มขัดเส้นยาวมาแบบคาดไม่ถึง เพราะว่ายุคสมัยเปลี่ยน ความหมายกะมัรบันด์ก็เปลี่ยน และคนเปอร์เซียเองก็เลิกใช้ผ้าคาดเอวกันแล้ว แต่คำว่ากะมัรบันด์ก็ยังมีความหมายว่า ผ้าคาดเอว ผ้าขาวม้า ซึ่งกลายเป็นคำศัพท์โบราณในปัจจุบัน

ผ้าขาวม้า

ผ้าขาวม้าผืนแรกของพาฉัตร

ผ้าขาวม้าผืนแรกในชีวิตของเด็กชายพาฉัตร ต้องย้อนกลับไปสมัยเขาเป็นลูกเสือสำรอง จำเป็นจะต้องเข้าค่ายลูกเสือ แต่ยังขาดผ้านุ่งสำหรับอาบน้ำ คุณพ่อเลยจัดหาผ้าขาวม้ามาให้เขา 1 ผืน เป็นผ้าฝ้ายทอมือ ยิ่งใช้ยิ่งนุ่มสบาย

จากเด็กชายกลายเป็นนาย ผ้าขาวม้าผืนแรกถูกใช้ครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ว่าจะนุ่งอาบน้ำ พกติดกระเป๋าไว้อุ่นใจ หรือบรรเทาอาการหนาวกาย เรียกว่าสมบุกสมบันทุกการใช้งาน จนถูกปลดประจำการเพราะขาดจนเป็นช่องขนาดใหญ่

ผ้าขาวม้า ผ้าขาวม้า

ก่อนจะลงลึกไปถึงผ้าขาวม้าอีกหลายสิบผืน เขาออกตัวว่าไม่ใช่นักสะสมผ้าขาวม้า เพียงแต่เป็นชายหนุ่มผู้ชื่นชอบลายตารางหมากรุกและมองฟังก์ชันแท้จริงของผ้าขาวม้า มากกว่าจะเก็บสะสมเป็นของเลอค่าจนยากจะจับต้อง

“เราชอบแนวคิดของผ้าขาวม้าในการเป็นผ้าสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน โดยไม่ต้องสนใจรักษาอะไรมาก ยิ่งซัก ยิ่งใช้ ยิ่งนุ่มกว่าเดิม เราเลยไม่อยากเรียกว่าสะสม เพราะเราใช้มันสารพัดประโยชน์เลย สมมติเราจะต้องไปค้างบ้านคนนั้นคนนี้ อย่างน้อยเราก็มีผ้าสำหรับอาบน้ำของเราแล้ว หรือเราซื้อแกงถุงกลับบ้าน ก็จะบอกแม่ค้าว่าไม่ต้องใส่ถุงก๊อบแก๊บนะ เราเอาแกงถุงมาเรียงบนผืนผ้าขาวม้าแล้วห่อเป็นกระเป๋าถือ”

ฉะนั้น คอลเลกชันผ้าคาดเอวลายตารางหรือผ้าขาวม้าของเขาแสนจะธรรมดา มีสีสันโดดเด่นเป็นพิเศษจากการผสมกันของสีสังเคราะห์จากเคมี และมักจะได้มาจากตลาดประจำจังหวัด ซึ่งผลิตจากจังหวัดราชบุรีเป็นส่วนใหญ่ เพราะจังหวัดราชบุรีเป็นจังหวัดผลิตผ้าขาวม้ารายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

“เวลาไปทำงานต่างจังหวัด ถ้ามีเวลาเหลือเราจะแวะไปตลาดประจำจังหวัด ด้านล่างจะขายของสด ส่วนด้านบนจะขายเสื้อผ้าสำเร็จรูป เราชอบไปหยิบผ้าเล่นซึ่งก็ไม่ใช่ผ้าขาวม้าไฮโซหรือทอมืออย่างดี แต่เป็นผ้าขาวม้าทอจากโรงงานในซองพลาสติกแปะตราสินค้าด้วยกระดาษสติกเกอร์

“ไม่ว่าเราจะซื้อผ้าขาวม้าจากส่วนไหนของประเทศก็มักจะมาจากราชบุรี ผ้าขาวม้าเหล่านั้นจะไม่นุ่มละเอียดแบบผ้าฝ้าย แต่จะเป็นผ้าฝ้ายผสมใยสังเคราะห์ ทอด้วยเครื่องจักร บางทีการผสมคู่สีก็สวยบ้าง แปลกบ้าง มีความเท่ปนความเสี่ยวอยู่ในนั้น เราจะเลือกจากสีสันเป็นหลัก เพราะลายก็เป็นลายตารางเหมือนกันหมด” พาฉัตรเล่า

ผ้าขาวม้า ผ้าขาวม้า

ผ้าขาวม้าไทบ้านยุคแรก

หากนับผ้าขาวม้าผืนแรกสมัยประถม 3 ของพาฉัตรเป็นผ้าขาวม้ายุคแรก แน่นอนว่าทำมาจากผ้าฝ้ายทอมือในระบบอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง จากการสัมผัสด้วยมือมันเนียนนุ่มเสียจริง

“ผ้าขาวม้าผืนแรกของเราเนื้อผ้าดีมากจนต้องขอกราบ เมื่อเทียบกับผ้าขาวม้าปัจจุบันจากจังหวัดราชบุรี ลายสวยมาก เล่นสีน้ำเงินเข้มกับเหลือง

“แต่มีผ้าขาวม้าผืนนึงจากโรงงานที่ราชบุรี เป็นสีน้ำเงินโคบอลต์สลับสีขาว เราว่ามันเท่มากเลยเอามาใช้ที่ออฟฟิศ ปรากฏว่าผ้าไม่ซับน้ำเลย ไม่มีแม้แต่น้ำติดอยู่บนเส้นใยของผ้า เรายืนสะบัดอยู่นานจนโกรธมาก (หัวเราะ)

“บังเอิญมีคุยงานกับน้องดีไซเนอร์ เพราะจะมีงานแสดงกลางแจ้งเป็นโครงเหล็กรูปช้างหุ้มด้วยผ้า ด้วยแนวคิดว่าสมัยก่อนเราเอาช้างไทยไปแลกกับผ้าอินเดีย ฉะนั้น วัสดุของผ้าจะต้องไม่ยืด เพราะโดนความร้อนจะเหลืองจนกรอบ ผ้าฝ้ายก็ไม่ได้ เมื่อไหร่ที่ผ้าฝ้ายอุ้มน้ำราจะขึ้นทันที จึงต้องใช้ผ้าใยสังเคราะห์เท่านั้น

“เรานึกขึ้นได้รีบกลับไปคว้าผ้าขาวม้าผืนนั้นมาจากออฟฟิศเลย บอกน้องว่าเอาแบบนี้นะ เลยมารู้ว่าผ้าผืนนั้นทำมาจากใยสังเคราะห์ 100 เปอร์เซ็นต์ นอกจากจะไม่อุ้มน้ำแล้ว ยังใส่ไม่สบายตัวอีกด้วย” พาฉัตรแบ่งปันประสบการณ์ผ้าขาวม้า และเสริมอีกว่า “ผ้าขาวม้าจากโรงงานราชบุรีก็มีหลายเกรดนะ ขึ้นอยู่กับว่าล็อตนั้นเขาผสมสัดส่วนของผ้าฝ้ายหรือใยสังเคราะห์มากกว่ากัน แต่ปัจจุบันเราก็ยังใช้ผ้าขาวม้าโรงงานผลัดอาบน้ำอยู่”

ผ้าขาวม้า ผ้าขาวม้า

ผ้าขาวม้ายุคถัดจากผ้าขาวม้าไทบ้านยุคแรก

ผ้าขาวม้าไทบ้านผ่านร้อน ผ่านร้อนมาก และร้อนมากๆ ของประเทศไทยมานาน จากผ้าฝ้าย เป็นฝ้ายผสมใยสังเคราะห์ และผ้าใยสังเคราะห์แท้ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะบางยุคบางช่วงคนไทยแทบจะไม่เหลียวมองผ้าผลิตจากฝ้าย เพราะการเลือกซื้อผ้าขาวม้าหรือผ้าสำเร็จรูปจากโรงงานอุตสาหกรรมแสดงถึงความก้าวหน้าทันสมัย และราคาถูกกว่ากันมาก

ปัจจุบัน บ้างก็ว่าผ้าขาวม้าหายากเหลือเกิน บ้างก็ว่าเปลี่ยนไปเสียจนจำหน้าค่าตาไม่ได้ ช่วงระยะเวลา 5 ปีให้หลัง เรามักเห็นคนไทยนิยมส่วมใส่ผ้าขาวม้ามากขึ้น พยายามนำมาใส่ในชีวิตประจำวันจนกลายเป็นแฟชั่น

รวมถึงผู้ประกอบการหัวคิดดีนำผ้าขาวม้าแปลงเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า หมวกหลากสไตล์ แม้กระทั่งเด็กรุ่นใหม่ไฉไลที่เบื่อชีวิตคนเมืองบวกกับอาการโหยหาอดีตก็กลับบ้านไปพัฒนาของดีชุมชน ไม่เว้นแต่ผ้าขาวม้า!  

“เราว่าปัจจุบันผ้าขาวม้ากลายเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกของความเป็นไทยไปแล้ว ถูกนำมาใช้เป็นของที่ระลึกมากกว่าการใช้ในชีวิตประจำวัน ยกตัวอย่างม็อบที่ต้องการแสดงความเป็นไทย เขาใช้ผ้าขาวม้ามาพันคอเพื่อบ่งบอกว่าฉันรักประเทศไทยนะ หรือแบรนด์ Pakamian เราเห็นเขาครั้งแรกในงานแสดงสินค้าโอท็อป

“ทราบมาว่าเขาเป็นลูกสาวโรงงานผ้าขาวม้าในจังหวัดราชบุรี เขาทำแบรนด์เพราะผ้าขาวม้าเดินทางมาถึงทางตัน ถูกลดค่าจนคนมองว่าเป็นของใช้สำหรับคนชนชั้นล่างสุด เขาเลยคิดวิธีเพิ่มมูลค่าด้วยการแปลงเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า แต่ที่เราชอบมากคือเทดดี้แบร์ เขาเอาผ้าขาวม้าที่เป็นสัญลักษณ์ของกรรมาชีพ มาทำเป็นตุ๊กตาหมีที่เป็นของเล่นเด็กสากล เรารู้สึกว่าความคิดเขาดีมาก เพิ่มมูลค่าแล้วยังร่วมสมัย และกล้าที่จะเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ของครอบครัว”

พาฉัตรเล่าวิธีพลิกวิกฤตเป็นโอกาสด้วยสีหน้าปลื้มปริ่มจนเราแอบดีใจกับบรรดาผ้าขาวม้าไทบ้านไปด้วย

ลายชนลายเดียวกัน

อ่านมาจนถึงบรรทัดนี้ ดูเหมือนว่าพาฉัตรจะเป็นเจ้าพ่อผ้าขาวม้าทุกสถาบัน แต่ความจริงแล้วเขาไม่ได้เลือกหาเลือกซื้อแต่ผ้าขาวม้าไทบ้านเท่านั้น ยังขยับขยายไปถึงผ้าลายตารางหมากรุกของไทยและต่างแดน หากจะเปรียบลายตารางหมากรุกของไทยกับลายสกอตของเทศ ก็คือคือกัน พาฉัตรเฉลยให้เราฟังว่า

“เรามองว่าเป็นธรรมชาติของมนุษย์ในการทอผ้าจะต้องมีเส้นยืนกับเส้นนอน ถ้าทำลายข้าวหลามตัด ลายดอกพิกุล คงจะยาก เพราะเป็นการฝืนธรรมชาติของเส้นนอน จะเห็นว่าทุกวัฒนธรรมจะมีเส้นยืนกับเส้นนอนหรือลายสกอตนั่นแหละ แต่ลายของประเทศเราทอง่ายที่สุดแล้ว เป็นลายตารางหมากรุกขนาดช่องเท่ากันและมีขนบของการทอผ้า เพราะผ้าจะต้องมีท้องผ้าที่เป็นลายตารางหมากรุกและเชิงผ้า”

ผ้าขาวม้า

จากคำบอกเล่าของพาฉัตร เราเชื่อว่านักอ่านคงจะอดใจรอแทบไม่ไหว ลองนั่งสังเกตสีสัน เพ่งให้ถึงเนื้อผ้า และเปรียบเทียบลวดลายตารางของคอลเลคชันผ้าลายตารางหมากรุกฉบับคัดพิเศษทั้ง 24 ผืน 17 เรื่องราวของเขาพร้อมกัน!

01

ผ้าขาวม้าผืนแรกจากคุณพ่อ

ผ้าขาวม้า

“ตอน ป.3 เราจะต้องไปเข้าค่ายลูกเสือ แล้วยังไม่มีผ้าสำหรับอาบน้ำ คุณพ่อก็ซื้อผ้าขาวม้าให้ 1 ผืน สีสวยมาก เนื้อผ้าเป็นฝ้าย กลายเป็นว่าโตแล้วเรายังพกติดกระเป๋าตลอด ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม อาจจะเพราะเราเป็นคนขี้หนาวการจะพกเสื้อกันหนาวมันก็เทอะทะ เราจะมีผืนนี้ติดกระเป๋าไว้พันคอ ห่มตัว พกแล้วอุ่นใจดี”

02 

ผ้าขาวม้าผืนโปรดจากเกาะยอ จังหวัดสงขลา

ผ้าขาวม้า

“ผืนนี้เป็นผ้าฝ้ายแท้ทอมือแบบพื้นบ้าน ทอที่เกาะยอ ขายที่ตลาดกิมหยง (หาดใหญ่) เขาเลือกสีเก่งมาก เป็นสีเคมีที่ไม่สดจนเกินไป เป็นผ้าขาวม้าเกรดดีที่สุดที่เราเคยซื้อในราคาหลักร้อย เวลาเราใช้ผืนนี้พันคอ ทุกคนจะมาขอจับแล้วถามว่า ‘แบรนด์อะไร’ เพราะมันดูไม่เหมือนผ้าขาวม้าพื้นบ้าน”

03

ผ้าขาวม้าคู่สีสวยจากกราฟิกดีไซเนอร์ไทบ้าน

ผ้าขาวม้า

“เราชอบสีมาก สีสวย แล้วคู่สีของเขาเหมือนมีกราฟิกดีไซเนอร์มืออาชีพมาคิดให้ แต่ความจริงเป็นชาวบ้าน”

04

ผ้าขาวม้าจากโรงงานไม่ได้เชยอย่างที่คิด

ผ้าขาวม้า

“ผ้าผืนนี้เป็นผ้าขาวม้าจากโรงงาน พอคนเห็นสีจะคิดว่ามันเชย แต่ไม่ได้เชยอย่างที่คิด มันสวยดี แม้คุณภาพจะไม่ดีเท่าไหร่เพราะสีตกไปแล้ว”

05

ผ้าขาวม้าสุดคลาสสิกจากโรงงานในจังหวัดราชบุรี

ผ้าขาวม้า

“ผืนนี้มาจากโรงงานทอผ้าขาวม้าแท้ๆ จากจังหวัดราชบุรี เนื้อผ้าเป็นใยสังเคราะห์ 100 เปอร์เซ็นต์ ผ้าไม่ซับน้ำเลย แต่เราซื้อเพราะมันเก๋มาก มันเป็นลายตารางหมากรุก ขณะเดียวกันก็ยังร่วมสมัยอยู่”

06

ผ้าขาวม้าฉบับหลวงพระบางจากประเทศลาว

ผ้าขาวม้า ผ้าขาวม้า

“ตอนนั้นเราไปหลวงพระบาง อยากได้ผ้าขาวม้าของเขามาก เลยไปถามคนพื้นเมือง เขาบอกว่าให้ไปตลาดพูสี ซึ่งเป็นตลาดประจำเมืองของเขา แต่เพราะไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวเราจึงไม่เจอจากหนังสือนำเที่ยว พอไปถึงตลาดเราก็ตามหาจนเจอร้านขายผ้าขาวม้าแต่ปรากฏว่ามีแค่สีเดียวและลายเดียวเท่านั้น ซึ่งเขาเล่นสีเก่งมาก ท้องผ้าเป็นลายตารางหมากรุกขาวดำ เชิงผ้าเป็นสีแดง มีขลิบริมแซมสีเหลือง เป็นผ้าทอพื้นบ้านที่ยังคงขนบและจารีตของผ้าครบถ้วน จำได้ดีว่าคนขายบอกว่าเอกลักษณ์ของผ้าขาวม้าหลวงพระบางต้องลายแบบนี้เท่านั้น เราจึงภูมิใจมากที่ได้มา”

07

ผ้าขาวม้าลายตารางเล็กจากผองเพื่อน

ผ้าขาวม้า

“ผืนนี้เป็นของขวัญวันเกิดที่เพื่อนให้มาปีที่แล้ว เราจำไม่ได้ว่ามาจากโรงงานอะไร แต่ราคาถูก และลายตารางเล็กแปลกตาดี”

08

ผ้าขาวม้าจากของชำร่วย สวยจนอยากตัดเสื้อ

ผ้าขาวม้า

“สองผืนนี้เราเพิ่งได้มาล่าสุดจากของชำร่วยเหลือแจกในงานของมิวเซียมสยาม เราเลยขอแล้วกัน (หัวเราะ) ถ้าเอามาตัดเสื้อสวยเลย สีก็สวยมาก แล้วเนื้อผ้าเป็นผ้าฝ้ายอย่างดี”

09

ผ้าขาวม้าที่ไม่เหมือนผ้าขาวม้า

ผ้าขาวม้า

“ทั้งสามผืนเป็นผ้าคลุมไหล่ สีและลายทำให้เรารู้สึกก้าวข้ามภาพจำว่าผ้าขาวม้าจะต้องเชยหรือล้าหลัง”

10

โสร่งลายตารางจากประเทศพม่า

ผ้าขาวม้า ผ้าขาวม้า

“เราไปพม่าเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ตอนนั้นพม่าเพิ่งเปิดประเทศเป็นปีแรก เราก็ไปเดินตลาดอีกเหมือนเคย แต่เขาไม่มีผ้าขาวม้า เราจึงซื้อผ้าโสร่งมาแทน ซื้อเสร็จนุ่งไม่ได้ต้องให้เขาเย็บเป็นโสร่งให้ จะเห็นชัดเจนว่าสมัยนั้นพม่ายังไม่มีผ้าฝ้ายทอมือ มีแต่ผ้าโทเรจากโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นผ้าใยสังเคราะห์ใส่ไม่สบายตัว แต่ยอมรับว่าแห้งเร็วมาก

“ผ้า 2 ชิ้นเป็นผืนออริจินัล เป็นลายตาราง คู่สีเคมีไม่ค่อยสวย อีกอันเป็นผืนที่น้องออฟฟิศซื้อมาฝาก ผ่านไป 30 ปี ไม่มีความแตกต่างเลย (หัวเราะ) ยังเป็นลายตารางพื้นฐานของโสร่งพม่า คล้ายกันกับลายผ้าโสร่งของอินเดีย”

11

กางเกงเลลายตารางจากด้ามขวานของประเทศไทย

ผ้าขาวม้า

  ตัวนี้เป็นกางเกงเลที่ตัดจากผ้าขาวม้า เจ้าของจบจากช่างศิลป์ เขาเลยมีวิธีพลิกแพลงที่จะเอาผ้าท้องถิ่นมาทำตอนแรกเขาใช้ผ้าปาเต๊ะ แล้วก็มีผ้าขาวม้าหลายสีมากที่เขาเอามาทำกางเกงเล เราใส่จนขาดแล้วก็ทิ้งไปเยอะเหมือนกัน”

12

เสื้อเชิ้ตลายตารางจากชาวบ้านจังหวัดลำพูน

ผ้าขาวม้า

“เราไปทำงานในลำพูน แล้วมีเวลาประมาณครึ่งชั่วโมงในการแวะพระธาตุหริภุญชัยและช้อปปิ้งนิดหน่อย ก็เลยเดินไปร้านขายสินค้าโอท็อปแถวพระธาตุ เจอเสื้อเชิ้ตตัดจากผ้าขาวม้า แม้จะซื้อเพราะราคาถูก แต่เราชอบมาก เพราะแสดงถึงความตั้งใจของชาวบ้านที่ปรับตัวด้วยการนำผ้าขาวม้ามาแปรรูปเป็นเสื้อผ้า”

13

หมวกชาวสวนสุดเท่จากคุณป้าในออฟฟิศ

ผ้าขาวม้า

“หมวกใบนี้คุณป้าที่ออฟฟิศซื้อมาให้ เขาบอกเราว่า ‘เธอบ้านักหรอ’ แล้วยื่นหมวกชาวสวนมาให้ เราคิดว่านอกจากฟังก์ชันจะดีมากแล้ว ยังเป็นการเพิ่มคุณค่าให้ผ้าขาวม้าอีกด้วย”

14

ผ้าพันคอลายตาราง ราคามือสอง คุณภาพมือหนึ่ง

ผ้าขาวม้า

“ผืนนี้เป็นผ้าฝ้ายทอมือของแบรนด์จิม ทอมป์สัน แต่เราซื้อมือสองมาในราคา 100 บาท”

15

ผ้าพันคอลายตารางแบบแมสๆ จากประเทศกัมพูชา

ผ้าขาวม้า ผ้าขาวม้า

“ผ้าขาวม้าของกัมพูชาหายาก เพราะเราเองยังเข้าไม่ถึงตลาดพื้นเมืองของเขา และเรายังสืบค้นไม่พบว่าประเทศกัมพูชามีผ้าขาวม้าหรือเปล่า เห็นแต่เพียงสินค้าที่ทำมาเพื่อขายนักท่องเที่ยว ส่วนหนึ่งที่หายไปอาจเป็นเพราะผลกระทบหลังสงครามกลางเมือง แต่ในที่สุด เราก็ได้ผ้าพันคอลายตารางนี้มาซึ่งชอบนะ มันแมสดี

“ส่วนอีกผืนเป็นผ้าพันคอเหมือนกัน เจ้านายซื้อมาฝาก เป็นผ้าที่ทอจากผ้าไหม จะเห็นว่ามีการผสมสีเยอะ ดูแล้วไม่น่าจะเป็นการผสมสีของชาวบ้าน เราคิดว่าคงมีชาวต่างชาติมาช่วยปรับสีให้เขา”

16

ผ้าพันคอทอมือสี Shocking Pink จากชาวกะยัน

ผ้าขาวม้า

“เราต้องทำโครงการเกี่ยวกับกะเหรี่ยงคอยาว ด้วยเวลาและงบจำกัดเราจึงส่งพี่ดีไซเนอร์ไปเก็บข้อมูลตอนเช้า และตอนเย็นเขากลับมาพร้อมของขวัญมอบให้เรา เป็นผ้าพันคอทอลายตารางของชาวกะยัน ซึ่งตรงกับธีมงานของนิทรรศการไฉไลไปไหน ที่เป็นสี Shocking Pink พอดี นอกจากนี้ ผ้าทอยังแสดงให้เห็นว่าลายตารางเป็นลายพื้นฐาน ทอง่าย ใครก็ทอได้”

17

ผ้าพันคอมัดย้อมลายตารางจากประเทศเนปาล

ผ้าขาวม้า   “ผ้าพันคอจากประเทศเนปาล ดูแล้วคล้ายกับแบรนด์ Burberry มาก แถมมีการทำพลีตด้วย เราเดาว่าสมัยก่อนผ้าคาดเอวก็คงมีการทำพลีตเหมือนกัน เพื่อความสวยงาม โดยสมัยโบราณมีเทคนิคพิเศษในการทำผ้ายืดก่อนจะมีผ้าสเปนเดกซ์ใช้กันแพร่หลาย ด้วยการมัดย้อมเป็นปมขนาดเล็กทั้งผืน พอทำเสร็จแล้วผ้าจะยืดได้ มาจากการทำชิโบริของประเทศญี่ปุ่น ส่วนประเทศไทยจะเรียกว่า ผ้าหนามขนุน เพราะปมขนาดเล็กเมื่อคลี่ออกจะมีลักษณะคล้ายหนามของเปลือกขนุน”

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

The Collector

คอลเลกชันความหลงใหลของนักสะสมนานาประเภท

หากพูดถึงไพ่ทาโรต์ การดูดวง การทำนายทายทัก คงเป็นอย่างแรกที่หลายคนนึกถึง แต่กับ ภูมิ น้ำวล นักสะสมไพ่ทาโรต์กว่า 70 สำรับ และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ กลับมีมุมมองที่ต่างออกไป เขามองว่าไพ่ทาโรต์คือวรรณกรรมภาษาที่มาในรูปแบบสำรับ เราใช้ภาษาไพ่บอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ได้เหมือนภาษาทั่วไป เช่น การดูหนัง ฟังเพลง หนังสือ และวัฒนธรรม

จุดเริ่มต้นของการสะสมไพ่ทาโรต์จนนำไปสู่การทำความเข้าใจภาษาวรรณกรรม (ไพ่) เริ่มต้นเมื่อคุณภูมิเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาตอนปลาย เขาบังเอิญได้รับไพ่การ์ตูนชุด โจโจ้ ล่าข้ามศตวรรษ ที่แถมมากับนิตยสาร ความคลั่งไคล้ในไพ่ทาโรต์ของเขาเริ่มต้นอย่างเรียบง่าย และเหนียวแน่นมาตั้งแต่ตอนนั้น

“ผมเป็นเด็กเนิร์ดๆ หน่อยที่สนใจหนังสือวรรณกรรมมาตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะตำนาน Mythology และสิ่งลึกลับ ซึ่งไพ่ทาโรต์เป็นศาสตร์หนึ่งที่น่าค้นหา เป็นเหมือนวรรณกรรม เพราะไพ่แต่ละใบ แต่ละสำรับ มีเอกลักษณ์ มีเรื่องราวของตัวเอง ไพ่ทุกใบจึงมีเรื่องเล่า”

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

01

ไพ่ = Something

จากการได้ไพ่แถมฟรีมากับนิตยสาร นำไปสู่การสะสมและทำความเข้าใจไพ่ทาโรต์กว่า 70 สำรับ เพราะไพ่แต่ละชุดมีความงาม มีเอกลักษณ์ มีสิ่งที่ซ่อนมาแตกต่างกันออกไป เขาบอกกับเราว่านี่เป็นความน่าตื่นเต้นอย่างหนึ่งของการสะสมไพ่ทาโรต์

“ตอนนี้มีไพ่เยอะมากครับ ทั้งไพ่ไทยและไพ่นอก ต้องบอกก่อนว่าผมไม่ได้เป็นคนที่สะสมไพ่เยอะที่สุด ไม่ได้เป็นคนที่มีไพ่ราคาแรงที่สุด แต่ผมเลือกเก็บไพ่ที่มันเหมาะกับเรา”

ค.ศ. 2008 คือจุดเริ่มต้นการซื้อไพ่ทาโรต์ครั้งแรกของคุณภูมิ นอกเหนือจากไพ่ที่มักแถมมากับหนังสือคู่มือการอ่าน เขาคิดว่าการได้คลุกคลี จับต้องกับไพ่จริงๆ น่าจะส่งผลให้รู้จักไพ่ได้ดีกว่านี้ 

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

“ผมมองว่าไพ่ทาโรต์ ไพ่ทำนาย รวมถึงเครื่องมือการทำนายอย่างอื่นเป็นภาษา เหมือนกับภาษาที่มนุษย์ใช้ในการสื่อสารหรือถอดความจากไพ่ บางทีอาจเป็นพลังงานบางอย่างเหนือธรรมชาติซึ่งเราก็ไม่เข้าใจ คนอื่นอาจจะเรียกว่าเทพเจ้าหรือพระเจ้า แต่สำหรับผมแล้ว ผมเรียกมันว่า Something”

คุณภูมิอธิบายเพิ่มเติมว่า การสื่อสารกับอะไรสักอย่างที่เขาเรียกว่า Something เป็นเพียงการสอบถามในสิ่งที่ ‘เรา’ หรือมนุษย์หยั่งรู้ไม่ได้ด้วยตัวเอง เช่น อยากรู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น หรือคนที่คุยด้วยตอนนี้คิดอย่างไรกับเรา เพราะมนุษย์อ่านใจคนอื่นไม่ได้

จึงสอดคล้องกับไพ่ทาโรต์ที่บอกเรื่องราวจังหวะชีวิตของมนุษย์ผ่านหน้าไพ่ ยกตัวอย่างไพ่ทาโรต์ชุดคลาสสิก The Rider-Waite Tarot ชุดนี้ออกแบบมา 78 ใบ แบ่งออกเป็น 2 ชุด คือ 1)​ ไพ่ชุดใหญ่มีจำนวน 22 ใบ (Major Arcana) 2) ไพ่ชุดเล็กมีจำนวน 56 ใบ (Minor Arcana) ซึ่งไพ่แต่ละใบจะบ่งบอกเรื่องราวหรือองค์ประกอบสำคัญของมนุษย์ เช่น การเปลี่ยนแปลง การเกิด การดับสูญ และการหยุดนิ่ง นี่จึงเป็นเสน่ห์ของไพ่ทาโรต์ มันคือความพยายามที่จะทำความเข้าใจหรือหยั่งรู้ถึงอนาคต

ยกตัวอย่างไพ่ชุดเล็ก ไพ่ไม้ (Wands) เป็นตัวแทนความคิดสร้างสรรค์หรือแพสชัน ถ้ามองในแง่พื้นฐานคือการพูดเรื่องการงาน ไพ่ถ้วย (Cups) เป็นเรื่องอารมณ์ความรู้สึก ใช้ดูความสัมพันธ์ของคน ไพ่ดาบ (Swords) เป็นเรื่องความคิดความอ่าน คำพูด บางคนก็จะมองว่าเป็นเรื่องปัญหา ไพ่เหรียญ (Pentacle / Coins) สื่อเรื่องวัตถุ สิ่งที่เป็นรูปธรรม ทรัพย์สมบัติ เงินทอง ความร่ำรวย

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

เมื่อดูแบบนี้แล้ว ไพ่ทั้งหมดมีความหมายแทนตัวเองอยู่ การที่เราเปิดไพ่จึงเหมือนกับการอ่าน ราวกับว่าไพ่แต่ละใบเป็นองค์ประกอบของภาษา มีพยัญชนะ มีเสียงอ่าน มีรูป มีสัญญะ มีไวยากรณ์ ซึ่งไวยากรณ์ในที่นี้หมายถึงจังหวะและรูปแบบการวางไพ่ 

ยกตัวอย่างการวางไพ่ 5 ใบเพื่อเผาตัวเองในตอนแรก เป็นรูปแบบหนึ่งของไวยากรณ์และยังมีอีกหลายรูปแบบมาก บางคนนำไพ่มาวาง 10 ใบ (Celtic Cross) หรือไพ่บางสำรับคนสร้างก็ได้คิดไวยากรณ์เฉพาะของแต่ละไพ่ขึ้นมา ตั้งแต่คิดคอนเซ็ปต์หรือการวางไพ่ประจำตำแหน่งแต่ละชุด (Spade) ดังนั้น การเปิดไพ่ในแต่ละครั้ง จึงเหมือนกับเรากำลังอ่านภาษาที่บรรจุมากับไพ่แต่ละใบ 

02

ไพ่ = ภาษา

แปลว่าไพ่แต่ละสำรับมีภาษาเป็นของตัวเองหรือเปล่า

“ใช่ แต่บางอันก็เป็นภาษาที่ใกล้เคียงกับภาษาที่มีมาก่อนหน้า ยกตัวอย่างภาษาฝรั่งเศส ภาษาอิตาลี สังเกตไหมว่าคำบางคำคล้ายกัน เพราะมีรากศัพท์มาจากภาษาละตินเหมือนกัน ไพ่ทาโรต์ก็มีรากฐานภาษามาจากไพ่ชุดคลาสสิก ซึ่งหลักๆ มีสามชุด ได้แก่ Rider-Waite’s, Tarot de Marseille และ Thoth สามชุดนี้เรียกได้ว่าเป็นสามเสาหลักแห่งไพ่ทาโรต์ได้เลย”

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

เราอดสงสัยไม่ได้ว่าการทำความเข้าใจภาษาถิ่นของไพ่แต่ละสำรับยากไหม เมื่อเหลือบไปเห็นภูเขาไพ่ทาโรต์ที่กองอยู่ข้างๆ คุณภูมิ นี่คือภาษาถิ่นที่นักดูไพ่ทาโรต์ต้องทำความเข้าใจ และจดจำองค์ประกอบของภาษาซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละท้องที่ด้วย เช่น Shuffle Tarot ไพ่สัญชาติไทยสังกัดสำนักพิมพ์ Destiny ก็มีวิธีการอ่านที่สลับซับซ้อนตรงข้ามความหมายไปมา หรือไพ่ Housing Tarot ของ California Rail Map ก็ต้องทำความเข้าใจเรื่องสถานที่ด้วย 

 “แล้วแต่ไพ่แต่ละสำรับเลยครับ” คุณภูมิตอบพร้อมอธิบายต่อว่า เพราะไพ่แต่ละสำรับโฟกัสภาษาที่ต่างกัน หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพ เช่น ภาษาไทยเป็นภาษาที่มีหลายระดับชั้น สังเกตได้จากสรรพนามหรือคำราชาศัพท์ที่ใช้ต่างกันไป ส่วนของพวกอินูอิต (Inuit) ก็มีคำเรียกหิมะหลายรูปแบบ เช่นเดียวกับไพ่ที่มีจุดโฟกัสแตกต่างกัน หรือไพ่บางชุดจะให้ความสำคัญในเรื่องของเพศหญิงมากกว่าเพศชาย เป็นต้น 

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

“นอกจากการอ่านไพ่ที่เหมือนการแปลภาษาแล้ว ผมยังคิดว่าการอ่านไพ่ก็เหมือนกับการอ่านวรรณกรรม” นอกจากศาสตร์ในการตีความแล้ว คุณภูมิยังดึงวิธีคิดแบบอักษรศาสตร์มาใช้ร่วมกับการตีความอีกด้วย เพราะเขามีพื้นฐานมุมมองมาจากการเรียนคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ

เขากล่าวต่อว่า ทฤษฎีการอ่านหรือการวิจารณ์วรรณคดีมีหลายรูปแบบ ซึ่งไม่ใช่ทุกรูปแบบที่จะนำมาใช้กับหนังสือทุกเล่มได้ เฉกเช่นเดียวกับไพ่ที่วิธีการอ่านทุกรูปแบบใช้กับไพ่ทุกสำรับไม่ได้ บางชุดอาจตีความได้เลยตั้งแต่เห็นหน้าไพ่ การสัมผัสเห็นหน้าตัวละคร รับรู้ถึงความรู้สึก และตีความจากภาพได้ บางภาพอาจจะแทรกสัญลักษณ์ในเชิงโหราศาสตร์ สัญลักษณ์การเล่นแร่แปรธาตุเข้ามาด้วย เมื่อคิดอย่างนี้แล้วการสะสมไพ่ทาโรต์จึงสนุกขึ้นมากๆ เพราะต้องคอยทำความเข้าใจ และนี่คือสิ่งที่เขาได้มาจากการสะสมไพ่ทาโรต์นอกจากศาสตร์แห่งการทำนาย

03

Possible Future 

ทั้งสะสมไพ่ เรียนรู้ภาษาของไพ่แต่ละสำรับ แล้วส่วนตัวเขาเชื่อเรื่องการทำนายทายทักหรือเปล่า คำตอบของเขาทำให้เราเลิกคิ้วสงสัยนิดหน่อย

“ผมอยากเชื่อ” คุณภูมิขยายความว่า เขาอยากเชื่อว่ามีอะไรบางอย่างนอกเหนือไปจากสิ่งที่มนุษย์กำหนด และเชื่อสิ่งที่ไพ่สื่อสาร

“ส่วนตัวผมไม่เชื่อว่าบางสิ่งมันถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจนจนเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ เพราะยังเชื่อในเจตจำนงอิสระหรือ Free Will อยู่” เขาอ้างอิงวรรณกรรมเรื่อง ขุมทรัพย์สุดปลายฝัน :The Alchemist เพื่อมาอธิบายให้เราเห็นภาพชัดเจน

“เรื่องนี้ตัวละครพูดถึงการทำนายของพระอัลเลาะห์ ว่าพระองค์ไม่ได้ต่อต้าน ปฏิเสธการทำนาย หรือการดูดวงอนาคต แต่การที่พระองค์ยอมให้ทำนาย เพราะมองว่ามนุษย์เปลี่ยนแปลงได้ หากเป็นอนาคตหรือสิ่งที่เป็นมติจากสวรรค์ชัดเจน สิ่งเหล่านี้อ่านไม่ได้ผ่านการเปิดไพ่หรือดูดวง การดูดวงในตอนนี้จึงเป็นการ Possible Future ดูแนวโน้มว่าเปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้าง เพราะการพยากรณ์มีสิ่งที่เรียกว่าการทำงานเชิงสถิติอยู่ จะพูดว่านี่คือสิ่งเร้นลับของไพ่ทาโรต์ ซึ่่งพยายามเอาชนะสิ่งที่เราไม่รู้ก็ได้” 

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

คุณภูมิเล่าต่อว่า เมื่อเรามองไพ่ทาโรต์เป็นหนึ่งในภาษา สิ่งที่ได้ตามมาจึงเป็นมากกว่าการทำนายดวงชะตา เพราะเราหยิบจับภาษาเหล่านี้มาเล่าเรื่องต่างๆ และทำให้ไพ่ทาโรต์มีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น ไพ่ทาโรต์จึงเป็นมากกว่าของสะสมทั่วไป เพราะไพ่ช่วยส่งสารและดึงมุมมอง สติ แง่การใช้ชีวิตต่างๆ ของเขาได้ การทำนายจากไพ่ทาโรต์เหมือนการสะท้อนภาพปัจจุบัน และคาดเดาถึงอนาคตอันใกล้ที่เจ้าตัวเปลี่ยนแปลงได้

 “มีช่วงหนึ่งที่ผมพยายามทำความเข้าใจไพ่ ก็จะหยิบไพ่ประจำวันขึ้นมาทำนายว่าวันนี้เราจะเป็นอย่างไร ให้ความหมายอะไรบ้าง แล้วตอนเย็นก็กลับมาเทียบว่ามันเป็นอย่างที่ไพ่เขาทำนายหรือเปล่า เหมือนเป็นการพูดคุยกับตัวเอง”

04

ไพ่เราเผาเรื่อง

ไพ่เราเผาเรื่อง เป็นเพจที่นำไพ่ทาโรต์มาเล่าเรื่องต่างๆ ทั้งหนังสือ เกม เขียนรีวิว หรือวิจารณ์ จุดเริ่มต้นมาจากคุณภูมิสนใจอยากทำเพจคอนเทนต์รีวิว และอยากทำเพจที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับไพ่ทาโรต์ การรวมกันของ Passion ทั้งคู่กลายเป็นเพจที่พูดเรื่องการสะสมไพ่ทาโรต์ การเสพสื่อ การรีวิวผ่านภาษาของไพ่ ว่าไพ่แต่ละชุดจะเล่าหรือวิจารณ์สื่อเหล่านี้ออกมาในรูปแบบไหน ไม่ว่าจะเป็นเผาบอกเล่าเกี่ยวกับ MV เพลง Lalisa, เผาเกม Popcat และภาพยนตร์เอนิเมชัน Raya and the Last Dragon

แล้วไพ่ให้มุมมองการเผาเรื่อง ต่างจากมุมมองทั่วไปที่เราประจักษ์หรือเปล่า

 “ไพ่ให้มุมมองความเป็นกลาง” เขายกตัวอย่างว่าตัวเองชอบเพลงของวงลาบานูนเพลงหนึ่งมาก แต่ไม่ชอบมิวสิกวิดีโอเพลงนี้ จึงนำไพ่ทาโรต์มาเผาเล่าเรื่องว่ามองอย่างไร มีความเห็นอย่างไร เลยทำให้เห็นมุมมองที่กลางกว่า ถ้าพูดอีกทางก็คล้ายกับว่าการสะสมไพ่ทาโรต์ช่วยให้มองภาพในอีกมิติหนึ่ง นอกเหนือมุมมองเดิมที่อาจมีอคติ หรือมีส่วนไหนที่เราพลาดไป

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

ในสภาพสังคมที่รายล้อมไปด้วยความตึงเครียด และจำนวนผู้ป่วยโรคซึมเศร้าพุ่งสูงขึ้นในทุกปี คุณภูมิบอกกับเราว่าไพ่ทาโรต์ก็เป็นเหมือนการพักผ่อนทางจิตใจ หลีกหนีความตึงเครียด ความกังวล หรือโรคซึมเศร้าได้ นอกจากนี้ การศึกษาภาษาของไพ่ ยังทำให้เห็นความพยายามของมนุษย์ที่อยากเอาชนะธรรมชาติ เพราะมนุษย์ควบคุมธรรมชาติไม่ได้ การดูดวงอาจเป็นหนึ่งในวิธีการเอาตัวรอด เพื่อพิชิตสิ่งที่มวลมนุษยชนไม่อาจเข้าใจ ‘อนาคต’ ได้

“ส่วนตัวผมมองว่าการสะสมก็เหมือนงานอดิเรกอย่างหนึ่ง เป็นการใช้เวลาในช่วงที่เราได้เป็นตัวของตัวเอง เป็นช่วงที่ไม่ได้ทำงานหรือใช้ชีวิตท่ามกลางคนอื่นๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมากๆ”

06

สำรับสำคัญ

นี่คือไพ่ชุดพิเศษที่มีความหมายต่อนักสะสมไพ่มากที่สุด ขณะบอกเล่าเรื่องราวความพิเศษที่ซ่อนอยู่ในไพ่แต่ละชุด เขาทิ้งท้ายกับเราว่า อนาคตก็อยากจะมีไพ่ทาโรต์ของตัวเองเหมือนกัน

01 Manga Tarot (2006)

ผู้ผลิต : Lo Scarabeo

ออกแบบโดย : Riccardo Minetti

วาดโดย : Anna Lazzarini

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

“เหตุผลที่เลือกไพ่สำรับนี้เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของการสะสมและศึกษาไพ่ทาโร่อย่างจริงจัง เป็นการซื้อไพ่ที่นอกเหนือจากไพ่แถมมากับหนังสือคู่มือตำราสอน ความพิเศษของไพ่ชุดนี้คือการสลับเพศตัวละครของไพ่ ยกตัวอย่างหากตัวละครในไพ่จากชุดคลาสสิกเป็นผู้ชาย ไพ่สำรับนี้ก็จะเป็นผู้หญิง มีความเป็นเฟมินิสต์ เพราะตัวละครผู้หญิง Active มากกว่าตัวละครผู้ชาย 

“อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจในไพ่ชุดนี้คือทุกใบมีสัญลักษณ์บ่งบอกถึงฤดูกาล 4 ฤดู คือ ฤดูหนาว ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งฤดูเหล่านี้นำมาประกอบการตีความ การทำนายได้ ซึ่งคนวาดไพ่ชุดนี้มีความละเอียดมาก สื่ออารมณ์ผ่านโทนสีของภาพได้อย่างชัดเจน”

“ที่เห็นไพ่ทาโร่ชุดนี้ จริงๆ ไม่ได้หน้าตาเป็นแบบนี้นะ ตอนซื้อมามันมีกรอบสีดำล้อมรอบรูป และมีชื่อไพ่เป็นภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศสอยู่ด้วย แต่อันนี้ผ่านการ Deck Modification หรือว่าการโมไพ่ ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่ฝรั่งมาก แต่คนไทยไม่นิยมทำกัน เรารู้สึกว่าภาพชุดนี้สวย แต่มันน่าเสียดายที่มันมีกรอบที่กักขังความงามของไพ่อยู่ ก็เลยตัดสินใจโมไพ่เองด้วยคัตเตอร์ และเอาปากกาเจลมาทาขอบสีดำ”

02 The Dark Mansion Tarot (2019)

ผู้ผลิต : Taroteca Studio

วาดโดย : Magdalena Kaczan

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“เป็นชุดที่เรียกแพสชันการสะสมของเรากลับมา เพราะมีช่วงหนึ่งที่ความสนใจของเราไปอยู่กับสิ่งอื่นมากกว่า แต่พอเห็นไพ่ชุดนี้ในอินเทอร์เน็ตก็รู้สึกว่าไม่ได้แล้ว เราต้องมี เพราะชอบสไตล์ลายเส้นมาก มีบางคนบอกว่าไพ่ชุดนี้คล้ายงานของ ทิม เบอร์ตัน (Tim Burton) ซึ่งส่วนตัวชอบงานของเขาเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเลยสั่งไพ่ชุดนี้มา นี่จึงเป็นการซื้อของจากต่างประเทศครั้งแรกผ่าน Paypal”

03 Shuffle Tarot (2020)

ผู้ผลิต : Deckstiny

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“ชุดนี้เป็นของ คุณเมท ทศวิวัศน์ เขาผันตัวเองมาเป็นผู้ผลิตพิมพ์ไพ่เมื่อไม่นานมานี้ สาเหตุที่เลือกชุดนี้มีสามเหตุผลคือ หนึ่ง เป็นชุดแรกที่เปิดตัว เป็นการประกาศว่ามีแบรนด์ไทยนะ แม้ว่าจะเป็นไพ่อินดี้ ไม่ได้จำหน่ายในร้านหนังสือ แต่ก็เป็นที่รู้จักในออนไลน์อย่างมาก และต่างชาติก็สั่งเยอะ สอง มันชื่อว่าไพ่ Shuffle Tarot หมายถึงการสับเปลี่ยนไปมา อย่างภาพหน้ากล่องเป็นไพ่ The Fool แต่มันกลับมานั่งที่ของจักรพรรดิ หากเคยดูซีรีย์ What if…? ของดิสนีย์ก็จะอารมณ์คล้ายๆ กัน เป็นสถานการณ์โลกคู่ขนานแปลกๆ ที่ตัวละครกลับกันหมด เช่นไพ่ The Lover ก็เอา The Devil ขึ้นมาแทน และสาม ไพ่ชุดนี้แฟนให้เป็นของขวัญวันเกิด

“การสลับกันส่งผลต่อการอ่าน การที่ไพ่ The Lover ถูกแทนด้วย The Devil หมายความว่า เราแน่ใจจริงๆ หรือว่าสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้คือความรัก หรือมันเป็นแค่ความหลงใหล”

04 Housing Tarot

ผู้ผลิต : California Rail Map

วาดโดย : Alfred Twu

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“ไพ่ชุดนี้เป็นชุดที่เล็งมานาน แต่ไม่มีโอกาสซื้อสักที เพราะเป็นไพ่ที่ขายเมืองนอกและไม่มีคนนำเข้า จนสุดท้ายเราสั่งซื้อเข้ามาเอง จุดเด่นของไพ่นี้คือสถานที่ แม้ว่าไพ่ทาโรต์จะมีพื้นฐานอ่านได้ว่าหมายถึงสถานที่แบบไหน แต่ไพ่ชุดนี้กลับทำให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ยกตัวอย่างไพ่ The Tower ที่หมายถึงการทลายโครงสร้างดั้งเดิม การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน คนวาดก็สื่อความหมายผ่านภาพการประท้วง ไพ่ชุดนี้จึงสนุก เพราะได้แสดงศักยภาพการตีความของมนุษย์อีกด้วย” 

05 The Mystery Tarot (2021)

ผู้ผลิต : Quarter Press

ออกแบบและวาดโดย : Chris Smith

ไพ่ที่สร้างจากการ์ตูน Disney เรื่อง Gravity Falls (2012 – 2014)

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“เป็นไพ่ที่วาดและสร้างมาจากการ์ตูนเรื่อง Gravity Falls ของดิสนีย์ ข้อดีของไพ่ชุดนี้คือ แม้ว่าเราไม่เคยดูการ์ตูนเรื่องนี้ก็สามารถตีความได้ เพราะตัวละครทำท่าทางเหมือนไพ่ชุดคลาสสิก แต่หากเรารู้พื้นฐานของการ์ตูนไปด้วย จะทำให้ตีความไพ่ได้ดียิ่งขึ้น ที่เลือกสำรับนี้มาเพราะอยากบอกคนอื่นว่า เวลาจะใช้ไพ่ที่มีพื้นฐานมาจากการ์ตูนหรือมีเนื้อเรื่องมาแล้ว ควรศึกษาต้นฉบับและศึกษาตัวละครก่อน มันจะทำให้คุณตีความหมายของไพ่ได้ดีขึ้น” 

06 Decameron Tarot (2003)

ผู้ผลิต : Lo Scarabeo

ออกแบบและวาดโดย : Giacinto Gaudenzi

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“อันนี้ใครมาเห็นอาจจะมองว่าไม่แปลกเท่าไหร่ แต่เรามองว่าแปลกมาก ตอนเห็นไพ่ชุดนี้ครั้งแรกตกใจเล็กน้อย (หัวเราะ) เพราะมันมีความ 18+ อย่างชัดเจน โจ่งครึ้ม ที่สร้างมาจากหนังสือรวมเรื่องสั้นท้าทายศีลธรรมเรื่อง The Decameron โดย Giovanni Boccaccio นักเขียนชาวอิตาเลียนสมัยศตวรรษที่ 14 งานเขียนนี้ก็จะพูดถึงเรื่องของคนที่ใช้ชีวิตทั่วไป ไม่สนใจกรอบขนบของศีลธรรมใดๆ รวมถึงเรื่องเพศที่ถูกโยนออกนอกประตูไปเลย ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้ตามใจชอบ ได้แบบเต็มที่ ไพ่ที่ออกมาเลยไม่มีการเซ็นเซอร์ใดๆ

“เราจะเห็นเลยว่ามันโจ๋งครึ่มมาก ไม่มีการเซ็นเซอร์ มันเลยทำให้เรารู้สึกว่า ไพ่มันมาทำแบบนี้ได้ด้วยหรือ แม้ว่าไพ่สำรับนี้ไม่ใช่ชุดแรกที่พูดถึงเรื่อง 18+ แต่ชุดอื่นที่เราเคยเห็นมันไม่ได้เห็นอวัยะ หรือฉากร่วมรักแบบอล่างฉ่างแบบนี้ จะออกแนวศิลปะนู้ดๆ มากกว่า ไม่ก็ปิดนั่นปิดนี่ แต่ไพ่นี้ไม่สน เปิดเลย (หัวเราะ) “

07 Food Fortunes (2016)

ผู้ผลิต : Chronicle Books

ออกแบบและวาดโดย : Josh LaFayette

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“อันนี้ผมมองว่าเป็นไพ่ที่แปลกมาก เขามีชื่อ ว่า Food Fortunes หลักๆ เป็นไพ่ธีมอาหารจากทั่วโลก เช่น อาหารญี่ปุ่น อาหารจีน อาหารอินเดีย และอาหารกรีก ภาพหน้าไพ่เป็นแนว Parody RWS ไพ่ชุดใหญ่มียี่สิบสองใบ เป็นอาหารจำพวกของกินที่ขาดไม่ได้ ส่วนไพ่ชุดเล็กมีห้าสิบหกใบ จะแบ่งเป็นสี่กลุ่ม กลุ่มละสิบสี่ใบ แบ่งเป็นอาหารจานหลัก (Mains) เครื่องเคียง (Slides) ของหวาน (Sweet) และเครื่องดื่ม (Drinks)

“มีสินค้าของไทยอยู่ด้วยนะครับไพ่ชุดนี้” คุณภูมิพูดพร้อมกับหยิบไพ่รูปวาดซอสพริกศรีราชาออกมา และบอกกับเราว่าอยากนำเสนอใบนี้มากๆ ส่วนไพ่ที่เราเห็นอยู่ผ่านการโมตัดขอบเรียบร้อยแล้ว

 “มีคนเคยถามผมเหมือนกันว่าไพ่ชุดนี้มีไว้สำหรับอะไร เพราะมันนำไปเทียบกับไพ่ทาโรต์ตัวหลักไม่ได้ คนที่นำไปใช้นอกจากสะสมแบบผมแล้ว เขาก็นำไปปรับใช้ เช่น เวลาออกไปกินข้าวกับลูกค้า กับหัวหน้า วันนี้ต้องกินอาหารประเทศไหน ถึงจะทำให้การเจรจาธุรกิจราบรื่น หรือเดทแรกควรไปกินอะไร”

08 จาตุมหาราชทาโรต์ (4 Heavenly Kings Tarot) (2011)

ผู้ผลิต : Line Art Planning

ออกแบบโดย : วิโรจน์ ตั้งฑัตสวัสดิ์ และ ดร.เซ่ ไพ่พยากรณ์

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

 “ไพ่ชุดนี้ที่เลือกมาเพราะไพ่อ้างอิงกับพระจตุมหาราชหรือจตุโลกบาล ตามความเชื่อของ ไตรภูมิพระร่วง ที่นำโครงสร้างจากไพ่ชุดพื้นฐานมาเชื่อมโยงกับจตุโลกบาลทั้งสี่แบบ จุดที่ทำให้สนใจจริงๆ คือหน้าไพ่ที่ออกแบบมาเหมือนกับจิตรกกรรมฝาผนัง ตรงโครงสร้างของไพ่อ้างอิงมาจากไพ่ชุดคลาสสิก แต่สำรับนี้เขาเปลี่ยนตัวละคร เปลี่ยนสิ่งของต่างๆ ให้กลายเป็นภาพจิตรกรรมผนังแบบไทยๆ

“แล้วก็เช่นเคย ไพ่สำรับนี้แต่เดิมมันมีขอบอยู่ แต่ผ่านการโมเรียบร้อยแล้ว บางคนอาจจะรู้สึกไม่ชอบที่เราโมตัดขอบออก เพราะจะส่งผลต่อราคาไพ่ได้ และบอกไม่ได้ว่าเป็นไพ่รุ่นไหน เนื่องจากมีหลายเวอร์ชัน แต่ละเวอร์ชันมีราคาแตกต่างกันไป เช่น เวอร์ชันที่ขอบเป็นทองแท้และขอบเงิน แต่ส่วนตัวเราไม่ชอบเลยตัดออก เพราะเป็นของสะสม ไม่คิดจะปล่อยต่ออยู่แล้ว เลยเลือกทำไพ่ในแบบที่เราชอบดีกว่า”

09 The Tarot of Loka (2014)

ผู้ผลิต : River Horse

ออกแบบโดย : Alessio Cavatore

วาดโดย : Pete Borlace

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“ความแปลกของไพ่สำรับนี้คือ ปกติแล้วไพ่ทาโรต์เคยมีที่มาจากไพ่ป๊อก แต่ไพ่ชุดนี้กลับนำตัวเอกของไพ่ป๊อก เช่น แจ็ก แหม่ม คิง มาเป็นหน้าไพ่ และมีดอกต่างๆ ร่วมด้วย ที่สำคัญคือ ไพ่สำรับนี้ออกแบบมาให้มองกลับด้านได้

“ที่สำคัญคือ ไพ่ชุดนี้มีกติการของตัวเอง ใช้ทำนายได้ และนำไปเล่นเกมได้ ผู้ออกแบบไพ่ชุดนี้คือ Alessio Cavatore เป็นนักออกแบบคิดค้นบอร์ดเกมชื่อดังต่างๆ เช่น Warhammer และ King of War”

Writer

พาฝัน หน่อแก้ว

เด็กวารสารศาสตร์ ผู้ใช้ชีวิตไปกับการเดินทางตามจังหวะเสียงเพลงโฟล์คซองและ R&B จุดอ่อนแพ้ทางของเซลล์ทุกชนิด

Photographer

ณัฐสุชา เลิศวัฒนนนท์

เรียนวารสาร เที่ยวไปถ่ายรูปไปคืองานอดิเรก และหลงใหลช่วงเวลา Magic Hour ของทุกๆวัน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load