เนเธอร์แลนด์ vs โมร็อกโก วันที่ 29 มิถุนายน 2026 บน Estadio BBVA เมืองมอนเทอร์เรย์ ประเทศเม็กซิโก กลายเป็นเวทีของหนึ่งในความตกตะลึงครั้งใหญ่ที่สุดของบอลโลก 2026 เมื่อโมร็อกโกพลิกตื้นด้วยประตูช่วงทดเวลาในนาทีที่ 91 จาก อิสซา ดิยอป ก่อนจะคว้าชัยชนะในการดวลจุดโทษ 3-2 ส่งเนเธอร์แลนด์ทีมเต็งของทัวร์นาเมนต์ต้องอำลาบอลโลกอย่างเจ็บปวด นี่คือนัดที่สองในวันเดียวกันที่ต้องตัดสินด้วยจุดโทษ หลังจากปารากวัยล้มเยอรมนีไปก่อนหน้านี้
เกมนี้ถือเป็นนัดสุดท้ายที่ Estadio BBVA จะได้เป็นเจ้าภาพในบอลโลก ฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026 และเป็นการพบกันครั้งที่สี่ในประวัติศาสตร์ระหว่างสองชาติ โดยทุกครั้งก่อนหน้านี้จบลงด้วยสกอร์ 2-1 เหมือนกันทุกครั้ง ข่าวฟุตบอลโลก2026
ครึ่งแรก — โมร็อกโกครองเกม ฮาคิมิโชว์ฟอร์มเดือด

ในครึ่งแรกที่เต็มไปด้วยการปะทะทางร่างกายอย่างหนัก โมร็อกโกดูเป็นทีมที่อันตรายกว่าตลอดเกม ด้วยความลื่นไหลในการส่งบอลและความตรงไปตรงมาในสไตล์การเล่นที่ทำให้เนเธอร์แลนด์ลำบากเป็นระยะๆ สร้างโอกาสยิงอันตรายได้หลายครั้ง
อาชราฟ ฮาคิมิ ผู้เล่นคนสำคัญและกัปตันทีมของโมร็อกโก เปิดลูกเตะมุมไปยังเสาใกล้ ซึ่ง เนล เอล อายเนาอุย พุ่งหัวรับได้อย่างยอดเยี่ยมแต่ผู้รักษาประตูเซฟไว้ได้ และเพียงนาทีต่อมา ฮาคิมิเองก็ยิงเข้ากรอบจากการเล่นต่อเนื่องอันชาญฉลาดระหว่าง บราฮิม ดิแอซ และ บิลาล เอล คานนูส
นาทีที่ 52 ฮาคิมิเกือบทำลายความเงียบ เมื่อยิงด้วยพลังอย่างทรงพลัง แต่บอลกระแทกคานก่อนกระดอนออกไปอย่างน่าเสียดาย
ทั้งสองทีมเดินเข้าห้องพักด้วยสกอร์ 0-0 แม้โมร็อกโกจะดูเป็นทีมที่อันตรายกว่าตลอดครึ่งแรก ฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026
ครึ่งหลัง — ฟาน เดอ เฟนสกัดวีรกรรม กักโปเปิดสกอร์

ครึ่งหลังเริ่มต้นด้วยใบเหลืองให้ อิสซา ดิยอป ของโมร็อกโกจากการฟาวล์ บรียัน บรอบเบย์ จากนั้นในนาทีที่ 55 ฟาน เดอ เฟน กองหลังเนเธอร์แลนด์ใช้เท้าซ้ายอันร้ายกาจวิ่งสกัดฮาคิมิอย่างกล้าหาญก่อนที่เขาจะยิงได้
การเปลี่ยนเกมมาถึงในนาทีที่ 72 เมื่อ โคดี กักโป ยิงประตูให้เนเธอร์แลนด์ขึ้นนำ 1-0 สร้างความหวังให้กับแฟนบอลดัตช์ที่เริ่มมองเห็นทางผ่านเข้าสู่รอบต่อไป
หลังทำประตู กักโป เริ่มมีอาการตะคริวและล้มลงอีกครั้งหลังโดนปะทะอย่างหนัก โค้ช โรนัลด์ คูมัน ตัดสินใจเปลี่ยนตัวออกแทนที่จะให้เขาเล่นต่อ โดยส่ง จัสติน คลุยเฟิร์ต ลงแทน
แต่ความสุขของแฟนบอลดัตช์อยู่ได้ไม่นาน เมื่อในนาทีที่ 91 ของช่วงทดเวลาพิเศษ อิสซา ดิยอป กระโดดขึ้นพุ่งหัวอย่างแม่นยำ ทำให้สกอร์เท่ากัน 1-1 และนี่คือประตูแรกในนามทีมชาติของเขา ซึ่งกลายเป็นวีรบุรุษที่ไม่มีใครคาดคิดของ “สิงโตแอตลาส” ฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026
ต่อเวลาพิเศษ — ฮาคิมิเฉียดเสา เวอร์บรุกเกนเซฟยอดเยี่ยม

ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ดูเหมือนจะเป็นประตูแน่นอนสำหรับโมร็อกโก เมื่อ ซูฟียาน ราฮิมี หลุดผ่านแนวรับเนเธอร์แลนด์และยิงปล่อยสุดแรง แต่ บาร์ต เวอร์บรุกเกน ผู้รักษาประตูดัตช์ใช้เท้าสกัดได้อย่างหวุดหวิด รักษาเกมไว้ได้
โมร็อกโกยังคงสร้างโอกาสต่อเนื่อง เมื่อฟรีคิกของพวกเขาเฉียดผ่าน อิสมาเอล ไซบารี ไปอย่างเส้นบางๆ แสดงให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ในการรุกที่ยังคงรักษาความเป็นระเบียบในแนวรับไว้ได้อย่างมั่นคง
ทั้งสองทีมดูเหนื่อยล้าหลังเล่นมา 115 นาที และทีมงานถ่ายทอดของ Fox วิจารณ์ว่าเนเธอร์แลนด์ดูไม่ได้เล่นเชิงรุกมากนักในช่วงต่อเวลาพิเศษ ดูเหมือนจะพอใจกับการพาเกมไปสู่จุดโทษมากกว่า ทั้งสองทีมจึงต้องเข้าสู่การดวลจุดโทษเป็นนัดที่สองของวัน
จุดโทษ — ฮาคิมิโดนเสา เนเธอร์แลนด์พลาดชี้ชะตา

ในการดวลจุดโทษ กองหน้าของเนเธอร์แลนด์ยิงโดน เวอร์บรุกเกนของโมร็อกโกเซฟไว้ได้ด้วยมือซ้ายอันยอดเยี่ยม จากนั้น อาชราฟ ฮาคิมิ กัปตันทีมโมร็อกโกยิงไปทางซ้าย แต่บอลกระแทกเสาไกลและกระดอนออกไป ทำให้สกอร์เท่ากัน 2-2 โดยแต่ละทีมเหลือยิงคนละหนึ่งคน
นักเตะของเนเธอร์แลนด์ยิงพลาดในจังหวะถัดมา บอลออกไปทางซ้ายของประตู ทำให้สกอร์ยังคง 2-2 แต่เปิดโอกาสให้โมร็อกโกคว้าชัยชนะได้หากยิงสำเร็จในสองจังหวะถัดไป ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดสุดขีด กล้องจับภาพโค้ช โมฮาเหม็ด อูฮ์บี ของโมร็อกโกพร้อมทีมงานยืนเป็นวงกลมราวกับกำลังสวดมนต์ ก่อนนักเตะโมร็อกโกคนสุดท้ายจะก้าวขึ้นยิงและส่งทีมเข้าสู่รอบ 16 ทีมด้วยจุดโทษ 3-2 ผลฟุตบอลโลก2026
สรุปผลการแข่งขัน
เนเธอร์แลนด์ vs โมร็อกโก โมร็อกโกผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีม และจะพบกับแคนาดาในวันที่ 4 กรกฎาคม สร้างประวัติศาสตร์อีกหน้าให้กับฟุตบอลแอฟริกาเหนือ ขณะที่เนเธอร์แลนด์ซึ่งเป็นทีมเต็งของทัวร์นาเมนต์ต้องอำลาบอลโลก 2026 ในรอบ 32 ทีมอย่างเจ็บปวดที่สุด
ความผิดหวังของ “ออเรนจ์” ครั้งนี้จะถูกจดจำในฐานะหนึ่งในความพลิกผันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของทัวร์นาเมนต์ ขณะที่ดิยอปจะถูกจารึกชื่อในฐานะวีรบุรุษที่ยิงประตูแรกในนามทีมชาติได้ในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของอาชีพ ฟุตบอลโลก 2026 ยังคงพิสูจน์ให้เห็นซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า เกมลูกหนังไม่มีอะไรแน่นอน และทุกอย่างสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในวินาทีสุดท้าย! สรุปผลการแข่งขันฟุตบอลโลก
