แอลจีเรีย vs ออสเตรีย หากมีเกมหนึ่งในฟุตบอลโลก ฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026 ที่จะถูกพูดถึงในฐานะ “เกมแห่งอารมณ์” นัดปิดกลุ่ม J ระหว่าง แอลจีเรีย และ ออสเตรีย ณ แอร์โรว์เฮด สเตเดียม เมืองแคนซัสซิตี คือตัวเต็งอันดับหนึ่งสำหรับตำแหน่งนั้น เพราะในเวลา 90 นาทีบวก สกอร์พลิกไปมาถึง หกครั้ง ประตูทำลายสถิติส่วนตัว ความหวังที่ลุกโชน และหัวใจที่แตกสลายในเวลาเดียวกัน ก่อนทุกอย่างจะจบลงด้วยผลเสมอ 3-3 ที่ทั้งสองทีมต่างเจ็บปวดพอๆ กัน ข่าวฟุตบอลโลก2026
ครึ่งแรก — ออสเตรียนำก่อนนาทีที่ 28 แอลจีเรียทวงคืนปลายครึ่ง

แอลจีเรียเปิดเกมด้วยการครองบอลได้สูงถึง 60% ตลอดทั้งเกม ผ่านเครื่องจักรแดนกลางนำโดย รียาด มาห์เรซ ดาวเด่นที่ยังไม่หมดไฟ, อุสแซม อาวาร์ ที่คุมจังหวะได้อย่างสุขุม และ อิบราฮิม มาซา ที่เชื่อมเกมได้อย่างมีระบบ แต่ความครองบอลนั้นก็ไม่ได้แปลว่าจะปลอดภัย
ออสเตรียได้รับใบเหลืองในนาทีที่ 11 จากการเข้าสกัดที่แรงเกินไป สัญญาณที่บ่งบอกถึงความดุดันของพวกเขา ก่อนที่จะพิสูจน์อันตรายในนาทีที่ 28 เมื่อใช้ประโยชน์จากพื้นที่ที่เปิดว่างในแดนรับแอลจีเรีย เปิดสกอร์ขึ้นนำ 0-1 ผ่านการโจมตีสายฟ้าที่ มาร์โก อาร์นาวโตวิช และ มาร์เซล ซาบิตเซอร์ เชื่อมกันได้อย่างสวยงาม ทำให้ อุสซามา เบนบอต ผู้รักษาประตูแอลจีเรียแทบไม่มีโอกาสสกัดได้
แอลจีเรียที่ตามหลังรีบเร่งสร้างจังหวะทำประตูตีเสมอทันที และความพยายามนั้นเบ่งบานในนาทีที่ 45 วินาทีสุดท้ายก่อนหมดครึ่งแรก เมื่อ อะมีน กูอีรี รับบอลในพื้นที่ที่เหมาะสมที่สุดแล้วยิงกลับมาตีเสมอ 1-1 ได้อย่างน่าตื่นเต้น ทำให้ทั้งสองทีมเดินเข้าห้องพักด้วยหัวใจที่เต้นแรงและเกมที่ยังเปิดกว้างอย่างสมบูรณ์ ฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026
ครึ่งหลัง — สกอร์พลิก 4 ครั้งใน 35 นาที ก่อนออสเตรียทำลายหัวใจในนาทีที่ 90

โค้ชออสเตรียตัดสินใจเปลี่ยนตัวครั้งใหญ่ทันทีที่เริ่มครึ่งหลัง ส่งนักเตะสด 3 คนพร้อมกัน ในนาทีที่ 46 รวมถึง คาร์นี ชุกวูเอเมกา และ พอล แวนเนอร์ ที่ลงมาสร้างความแปลกใหม่ในแดนกลาง แผนนั้นได้ผลทันทีในนาทีที่ 55 เมื่อออสเตรียพลิกนำอีกครั้ง 1-2 ผ่านการโจมตีที่รวดเร็วและแม่นยำ
แต่แอลจีเรียไม่ใช่ทีมที่จะก้มหัวให้ง่ายๆ ในนาทีที่ 60 เพียงห้านาทีให้หลัง ฟาเรส ชาอิบี ดาวรุ่งที่เล่นให้เอสปันยอล ฝ่าแนวรับออสเตรียตีเสมอ 2-2 ได้อีกครั้งอย่างสวยงาม ทำให้สนามระเบิดด้วยเสียงเฉลิมฉลองอีกรอบ
ความตื่นเต้นยังไม่จบ โค้ชออสเตรียส่ง ฟลอเรียน กริลลิทช์ ลงมาในนาทีที่ 62 เพื่อเสริมแดนกลาง ขณะที่แอลจีเรียปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ในนาทีที่ 71 ด้วยการส่งนักเตะสดถึง 3 คนพร้อมกัน รวมถึง นาธีร์ เบนบูอาลี กองหน้าพลังงานสูง ก่อนที่ในนาทีที่ 90 สิ่งที่ไม่มีใครคาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อแอลจีเรียเปิดสกอร์ขึ้นนำ 3-2 ได้ในนาทีสุดท้ายของเวลาปกติ ทำให้แฟนบอลชาวแอฟริกาเหนือในสนามระเบิดเสียงดังสนั่น และดูเหมือนว่าชัยชนะกำลังจะมาเยือน
แต่โชคชะตายังไม่หยุดเล่นตลก เพราะในนาทีเดียวกันนั้นเอง นาทีที่ 90 ออสเตรียโต้กลับอย่างเหลือเชื่อด้วยประตูที่ทำให้เกมเสมอกัน 3-3 โดยมีเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ระหว่างสองประตูนั้น ภาพที่แอลจีเรียฉลองในนาทีหนึ่งแล้วต้องยืนนิ่งด้วยความตกใจในนาทีถัดไปคือภาพที่จะถูกจดจำตลอดกาล ออสเตรียปิดเกมด้วยการเปลี่ยนตัวในนาทีเดียวกัน รวม 5 คน ตลอดครึ่งหลัง เทียบกับแอลจีเรีย 4 คน รวมทั้งเกม ผลการแข่งขันทุกคู่
สรุปผลการแข่งขัน
แอลจีเรีย vs ออสเตรีย แอลจีเรียและออสเตรียแบ่งแต้มกันด้วยผลเสมออันแสนเจ็บปวด 3-3 ในเกมที่สกอร์พลิกไปมาถึงหกครั้งตลอด 90 นาที สถิติบ่งบอกถึงความสมดุลที่น่าสนใจ แอลจีเรียครองบอล 60% ยิงรวม 11 ครั้ง เข้ากรอบ 5 ครั้ง เทียบกับออสเตรียที่ยิงรวม 11 ครั้ง เท่ากัน แต่เข้ากรอบ 4 ครั้ง ความแตกต่างอยู่ที่จังหวะสำคัญมากกว่าตัวเลข
สำหรับ แอลจีเรีย คืนนี้คือความเจ็บปวดที่สุดในรายการ เพราะนำอยู่ 3-2 ในนาทีที่ 90 แต่ยังไม่อาจรักษาชัยชนะไว้ได้ รียาด มาห์เรซ และ ชาอิบี โชว์ฝีเท้าได้อย่างยอดเยี่ยม แต่แนวรับที่รั่วในจังหวะวิกฤตคือปัญหาที่ต้องแก้ ส่วน ออสเตรีย พิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเขาไม่มีคำว่าหมดแรงในพจนานุกรม ด้วยประตูในนาทีสุดท้ายที่กลายเป็นจุดพลิกผันชะตาในกลุ่ม J แห่งฟีฟ่า เวิลด์คัพ 2026 สรุปผลฟุตบอลโลก2026
