วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 19.30 น. สนามปทุมธานี สเตเดียม คือจุดนัดพบของฟุตบอลอุ่นเครื่อง ฟีฟ่า เดย์ นัดแรก เมื่อ ทีมชาติไทย อันดับ 93 ของโลก เปิดบ้านรับ ทีมชาติคูเวต อันดับ 134 ของโลก ผลที่ออกมาคือ เสมอ 2-2 ท่ามกลางความน่าเสียดายของสาวก บอลไทย ที่เฝ้ารอชัยชนะในบ้านอย่างเต็มเปี่ยม
ทว่าแม้จะชวดสามแต้มในนัดนี้ สิ่งที่เห็นตลอด 90 นาทีก็เต็มไปด้วยประเด็นให้พูดถึงมากมาย ทั้งแง่บวกที่ทำให้มีความหวัง และจุดอ่อนที่ต้องรีบแก้ไขก่อนดวลจีนในอีก 4 วัน
แท็กติกฮัดสัน วางหมากรุกตั้งแต่ต้น

แอนโธนี ฮัดสัน หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย วางรูปแบบทีมเน้นเกมรุกตั้งแต่นาทีแรก โดยส่ง ธีรศักดิ์ เผยพิมาย ขึ้นยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า พร้อมด้วย เสกสรรค์ ราตรี, อนันต์ ยอดสังวาลย์ และ สุรชาติ สารีพิมพ์ คอยประสานงานในแนวรุก ขณะที่กองกลางตัวหลักอย่าง สารัช อยู่เย็น คุมเกมบริเวณแดนกลาง
รายชื่อตัวจริง 11 คนของทัพ บอลไทย คืนนี้ประกอบด้วย ปฏิวัติ คำไหม (GK), ณัฐพงษ์ สายริยา, มานูเอล ทอม เบียรห์, กฤษดา กาแมน, สารัช อยู่เย็น (กัปตัน), อนันต์ ยอดสังวาลย์, วาริส ชูทอง, สุรชาติ สารีพิมพ์, ธีรศักดิ์ เผยพิมาย, ศุภนันท์ บุรีรัตน์ และ เสกสรรค์ ราตรี
ครึ่งแรก ช้างศึกดุดัน ทำสองประตูสวย
เกมเปิดมาด้วยฝ่ายเจ้าบ้านที่ครองบอลและเดินหน้าบุกอย่างมีระบบ จังหวะแรกที่น่าลุ้นเกิดขึ้นเมื่อ สุรชาติ สารีพิมพ์ โหม่งเสยให้ เสกสรรค์ ราตรี ตวัดยิงด้วยขวา แต่ถูก คอลิด เอล ราชิดี นายด่านคูเวตสกัดไว้ได้
จนถึงนาที 42 รอยยิ้มก็ผลิบาน เมื่อ สารัช อยู่เย็น กัปตันทีมตักบอลหยอดเข้าไปในเขตโทษให้ เสกสรรค์ ราตรี วิ่งสอดมาแปด้วยขวา เบียดเสาสองเข้าไปอย่างเฉียบคม ทีมชาติไทยขึ้นนำ 1-0
ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก นาที 45+4 กฤษดา กาแมน เก็บตกบอลสองหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะกดด้วยขวาสวนตัวผู้รักษาประตูเข้าไปอย่างเด็ดขาด ขยับห่างเป็น 2-0 ปิดครึ่งแรกอย่างสวยงาม
ครึ่งหลัง ปรับทัพรวดเดียวสามคน แต่กลับโดนตีกลับ
เข้าสู่ครึ่งหลัง ฮัดสันปรับทัพรวดเดียวสามตำแหน่ง ส่ง จู๊ด เบลล์, ธีรภัทร ปรือทอง และ เอราวัณ การ์นิเย่ ลงสนามแทน ธีรศักดิ์ เผยพิมาย, สุรชาติ สารีพิมพ์ และ เสกสรรค์ ราตรี
การเปลี่ยนตัวแบบรวดเดียวสามคนทำให้จังหวะการเล่นสะดุดพอสมควร และแขกผู้มาเยือนฉวยโอกาสนั้น ในนาที 48 นาเซอร์ จาซาร์ เปิดครอสจากกราบข้างให้ ยูเซฟ อัล ชามมารี เทกตัวโหม่งตุงตาข่าย คูเวตตีไข่แตกลดช่องว่างเป็น 1-2
แม้จะมีจังหวะที่คูเวตเกือบได้ประตูในนาที 52 แต่ผู้ช่วยผู้ตัดสินยกธงออฟไซด์ก่อน ทำให้ทีมชาติไทยหายใจโล่งชั่วคราว
นาที 59 ฮัดสันส่ง ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าตัวเก๋าและ วีระเทพ ป้อมพันธ์ ลงแทน อนันต์ ยอดสังวาลย์ และ สารัช อยู่เย็น หวังให้พี่ใหญ่ช่วยสร้างความสมดุล
แต่จุดพลิกผันสำคัญมาถึงในนาที 69 โมฮัมหมัด อับดุลลาห์ ส่องไกลซัดมา ปฏิวัติ คำไหม ปัดออกมาไม่ดีพอ อีด อัล รอชิด จับบอลได้และซ้ำจ่อๆ เข้าไปอย่างเรียบง่าย คูเวตตีเสมอ 2-2 กลางความเงียบของสนาม
ช่วงท้ายเกม เบลล์เกือบฝัง แต่ยังไม่โชคดีพอ

ในนาที 81 ฮัดสันส่ง ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ และ นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม ลงมาแทน วาริส ชูทอง และ กฤษดา กาแมน เพื่อลุ้นทำประตูชัยในช่วงท้าย
จังหวะใกล้จะสำเร็จมาถึงในนาที 89 เมื่อ จู๊ด เบลล์ ใช้ทักษะเฉพาะตัวหลุดเดี่ยวเข้าไปดวลกับผู้รักษาประตู แต่น่าเสียดายที่ยิงด้วยขวาไปติดเซฟของ คอลิด เอล ราชิดี อีกครั้ง เกมจบลงที่ 2-2
วิเคราะห์ แง่บวกและแง่ลบที่ต้องแก้ไข
ในแง่บวก ทีมชาติไทยแสดงให้เห็นว่ามีพลังในการทำประตู โดยเฉพาะในครึ่งแรกที่เล่นได้อย่างมีระบบและดุดัน ประตูของเสกสรรค์และกฤษดาล้วนเป็นประตูที่สวยงามและเกิดจากการผสมผสานที่ดีของทีม
แต่ในแง่ที่ต้องปรับปรุง การเปลี่ยนตัวสามคนพร้อมกันในครึ่งหลังทำให้จังหวะเกมสะดุดอย่างเห็นได้ชัด ประกอบกับการรักษาสกอร์ที่ยังไม่แน่นหนาพอ ทำให้คูเวตซึ่งมีอันดับโลกต่ำกว่า 41 อันดับสามารถไล่ตีเสมอได้ในที่สุด
มองไปข้างหน้า จีนรออยู่วันที่ 9 มิ.ย.
สำหรับโปรแกรมถัดไป ช้างศึกจะบินลัดฟ้าสู่แดนมังกรเพื่อพบกับ ทีมชาติจีน อันดับ 94 ของโลก ณ สนาม จินหัว สปอร์ตส์ เซนเตอร์ ในวันที่ 9 มิถุนายน 2569 เวลา 18.35 น. ตามเวลาไทย ติดตามชมถ่ายทอดสดทาง ไทยรัฐ ทีวี ช่อง 32 และทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ของไทยรัฐ รวมถึง True Visions NOW ช่อง True Premier Football 4 และช่อง Live Event
ผลเสมอในนัดนี้ถือเป็นบทเรียนราคาถูกที่ดีที่สุดที่ บอลไทย จะได้นำไปปรับแก้ก่อนเผชิญหน้ากับโจทย์ที่หนักกว่าในแดนเยือน แฟนบอลทุกคนเตรียมลุ้นกันต่อได้เลย 🇹🇭⚽ อ่านข่าวกีฬาอื่นๆ ได้ที่
