มีคำแนะนำหนึ่งที่ไม่ค่อยได้ยินจากนักเขียนที่ประสบความสำเร็จ นั่นคือ “อย่าทำแบบผม”
แต่นั่นคือสิ่งที่ โตโต้ องอาจ ชัยชาญชีพ พูดอยู่เสมอ ไม่ใช่เพราะถ่อมตัว แต่เพราะเขารู้ดีกว่าใครว่าเส้นทางของเขามาถึงได้อย่างไร มันไม่ใช่แผนที่วางไว้ดี ไม่ใช่ความมุ่งมั่นแต่ต้น แต่เป็นการหลงทางอย่างเป็นระบบ — จนวันหนึ่งความบังเอิญทำให้ทุกอย่างลงล็อก
เด็กชายที่ไม่มีศรัทธาในตัวเอง
องอาจ ชัยชาญชีพ เกิดวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 เติบโตมาในแบบที่เขาเองบอกว่า “ไม่มีศรัทธา” คือไม่รู้ว่าตัวเองเก่งอะไร ไม่รู้ว่าอยากเป็นอะไร และไม่เชื่อในสิ่งที่ทำในเวลานั้นเพียงพอที่จะอยู่กับมันได้นาน
เขาเคยตัดสินใจออกจากที่ที่ไม่ใช่หลายต่อหลายครั้ง ทั้งงาน สถานที่ และเส้นทาง แล้วใช้การเดินหลงทางไปเรื่อยๆ เป็นวิธีหาตัวเอง ซึ่งในสายตาคนทั่วไปอาจดูเหมือนความไม่จริงจัง แต่สำหรับเขา มันคือกระบวนการที่จำเป็น
ชีวิตในแบบนั้นดำเนินไปจนกระทั่งคืนหนึ่งที่เขาวาดการ์ตูนเล่นๆ เพราะอยากเล่าความคิดในหัวให้คนอื่นฟัง และนั่นคือคืนที่เปลี่ยนทุกอย่าง
หมูบินได้ การ์ตูนหนึ่งเรื่องที่เปลี่ยนชีวิต

หนังสือ “หมูบินได้” ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2544 เป็นนิยายภาพประกอบเชิงปรัชญาที่เล่าเรื่องของหมูน้อย “กองดิน” ที่เกิดมามีปีกเล็กๆ ติดตัวมาตั้งแต่แรก เธอมีความฝันอยากบิน แต่สิ่งที่ขวางทางเธอไม่ใช่ขนาดของปีก แต่คือสังคมหมูรอบข้างที่บอกว่าหมูบินไม่ได้
ไม่มีใครรู้ว่ามันจะดัง ตัวผู้เขียนเองก็ไม่รู้ แต่ผลตอบรับที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นไม่ใช่แค่ยอดขาย
“หมูบินได้” ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับ Master Piece จากการประกวดหนังสือดีเด่น Seven Book Awards ปี 2003-2004 ถูกซื้อลิขสิทธิ์แปลเป็นภาษาต่างประเทศหลายภาษา ดัดแปลงไปเป็นละครเวที บัลเลต์ และบทเพลง และได้รับการคัดเลือกเป็น 1 ใน 100 หนังสือที่ควรอ่านก่อนตายจาก NJ Magazine
หนังสือที่เกิดจากความบังเอิญในคืนเดียวกลายเป็นมรดกที่อยู่กับวงการหนังสือไทยมาจนถึงทุกวันนี้
สำนักพิมพ์เป็ดเต่าควาย ชื่อแปลกที่มีเหตุผล
หลังจากหมูบินได้ประสบความสำเร็จ โตโต้ องอาจ ไม่ได้แค่เป็นนักเขียน แต่ตัดสินใจก่อตั้งสำนักพิมพ์ของตัวเองในชื่อ “สำนักพิมพ์เป็ดเต่าควาย” ซึ่งได้รับการรู้จักกว้างขึ้นในชื่อ “เปิดต่าควาย”
ที่มาของชื่อไม่ได้แปลกเพื่อให้ดูแตกต่าง แต่มาจากแนวคิดที่ว่าสัตว์ธรรมดาอย่างเป็ด เต่า และควาย เมื่อนำมารวมกันด้วยความตั้งใจและปรารถนาดี สิ่งที่ธรรมดาก็สามารถกลายเป็นสิ่งน่าสนใจที่แตกต่างออกไปได้ ไม่ต่างจากงานเขียนที่ดีซึ่งนำแนวคิดธรรมดามาเล่าในแบบที่ไม่ธรรมดา
สำนักพิมพ์นี้กลายเป็นพื้นที่รองรับทั้งผลงานของเขาเองและงานของคนอื่นที่มีวิธีคิดสอดคล้องกัน และเป็นหนึ่งในสำนักพิมพ์อิสระที่มีเอกลักษณ์ชัดเจนที่สุดในวงการหนังสือไทย
25 ปีกับการเลี้ยงชีพด้วยสิ่งที่รัก

ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา โตโต้ องอาจ ชัยชาญชีพ ผลิตผลงานออกมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในรูปแบบการ์ตูน นิยาย และเรื่องสั้น ผลงานที่น่าจดจำนอกจากหมูบินได้ยังมีทั้ง ยอดมนุษย์ดาวเศร้า, ชายหนุ่มผู้ไม่ทำอะไรเลย, หัวแตงโม ซีรีส์ 3 เล่ม และล่าสุดคือ บ้านเบาบำบัด ที่ว่าด้วยการปลดทุกพันธนาการแห่งความทะยาน และปล่อยวางมาตรฐานแห่งชีวิต
สิ่งที่ทำให้ผลงานของเขาต่างจากนักเขียนทั่วไปคือมันไม่พยายามสอน ไม่มีบทสรุปที่บอกว่าต้องรู้สึกอย่างไร มีแค่การตั้งคำถามที่ผู้อ่านต้องเอาไปคิดต่อเอง ซึ่งนั่นเองคือสิ่งที่ทำให้คนอ่านแล้วรู้สึกว่ากำลังคุยกับคนๆ หนึ่ง ไม่ใช่รับฟังบทเรียน
Coming of Age ที่ไม่มีวันสิ้นสุด
ในวัย 49 ปี โตโต้ องอาจ มองย้อนกลับไปที่ชีวิตตัวเองแล้วบอกว่ายังคงอยู่ในกระบวนการ Coming of Age อยู่เสมอ — กระบวนการเติบโตที่ไม่ได้จบเมื่ออายุ 20 หรือ 30 แต่ดำเนินต่อเนื่องตราบเท่าที่ยังมีชีวิตอยู่
นั่นอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมงานของเขาถึงยังพูดกับคนทุกวัยได้ เพราะมันไม่ได้พูดกับ “เด็ก” หรือ “ผู้ใหญ่” แต่พูดกับ “คนที่กำลังหาตัวเอง” ซึ่งอาจเป็นใครก็ได้ในทุกช่วงอายุ
และชายที่เคยบอกว่าโตมาอย่างไม่มีศรัทธา ยังคงวาดและเขียนในทุกวัน พิสูจน์ว่าสิ่งที่เริ่มจากความบังเอิญสามารถกลายเป็นตัวตนได้ ถ้าเราอยู่กับมันนานพอ
