ถ้าเดินเข้าวัดโพธิ์แล้วมุ่งตรงไปยังพระนอนหรือพระอุโบสถทันที คุณอาจพลาดอาคารสีแดงขนาดกะทัดรัดที่ซ่อนตัวอยู่ในส่วนหนึ่งของวัดโดยไม่มีป้ายบอกทาง
ศาลาแดง คืออาคารอายุกว่า 100 ปีที่มีเรื่องเล่าซับซ้อนกว่าที่ตาเห็น ทั้งในแง่สถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ และสัญลักษณ์ที่ฝังอยู่ในทุกองค์ประกอบของอาคาร
ต้นกำเนิด ความรักของลูกที่มีต่อบิดา
มูลเหตุที่มาของการสร้างศาลาแดงแห่งนี้ต้องย้อนกลับไปเมื่อเกือบร้อยปีก่อน ใน พ.ศ. 2464 หม่อมราชวงศ์โต จิตรพงศ์ หม่อมในสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ จะจัดการถวายพระเพลิงให้แก่หม่อมเจ้าแดง งอนรถ ผู้เป็นบิดา จึงมีพระประสงค์ที่จะสร้างอาคารหลังหนึ่งขึ้นมาในพุทธศาสนาเพื่ออุทิศกุศลถวายแด่บิดา พอนำเรื่องนี้ไปหารือกับพระญาณโพธิ (ใจ) พระราชาคณะในวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ท่านจึงได้ชักชวนให้สร้างอาคารเรียนพระปริยัติธรรมขึ้นมาหลังหนึ่ง หม่อมราชวงศ์โตก็ตกลงที่จะสร้าง
จุดเริ่มต้นของศาลาแดงจึงไม่ใช่โครงการของรัฐหรือการสร้างเพื่อการท่องเที่ยว แต่คือการกระทำของลูกคนหนึ่งที่อยากทำบุญอุทิศให้พ่อ และกลายเป็นสถาปัตยกรรมที่ยืนนานมาจนถึงวันนี้

สองสถาปนิก สองโลก มาพบกันที่วัดโพธิ์
สิ่งที่ทำให้ ศาลาแดง วัดโพธิ์ น่าสนใจเป็นพิเศษในแวดวงสถาปัตยกรรมคือความร่วมมือของสองสถาปนิกชั้นครู
สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ผู้ที่นักวิชาการยกย่องว่าเป็น “สมเด็จครู” หรือ “นายช่างใหญ่แห่งกรุงรัตนโกสินทร์” ทรงมีส่วนในการออกแบบอาคารนี้ร่วมกับคาร์โล ริโกลี สถาปนิกชาวอิตาลีที่ทำงานในสยามและทิ้งผลงานไว้หลายชิ้นในกรุงเทพ
อาคารที่เขาออกแบบหลงเหลืออยู่ไม่มากนัก และบ้านหลังนี้ก็มีลายเซ็นของเขาชัดเจนทีเดียว
การที่สถาปนิกไทยและอิตาลีทำงานร่วมกันในยุคนั้น สะท้อนบรรยากาศของสยามช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ที่กำลังรับอิทธิพลจากตะวันตกอย่างมีการไตร่ตรอง ไม่ใช่แค่การลอกแบบ แต่การนำมาผสมผสานกับความคิดและสุนทรียศาสตร์ของไทย
ชื่อ “ศาลาแดง” มาจากสีที่ต่างจากอาคารอื่น
ท่ามกลางอาคารสีขาวและสีทองของวัดโพธิ์ อาคารที่ใช้สีแดงเด่นออกมานั้นเป็นสิ่งที่ไม่ธรรมดา
สีแดงที่ใช้ในงานสถาปัตยกรรมไทยมักสื่อถึงความมีพลัง ความเจริญรุ่งเรือง และยังมีความหมายในเชิงพุทธศาสนาที่เกี่ยวกับพลังงานและชีวิต การที่อาคารเรียนพระปริยัติธรรมถูกเลือกให้มีสีแดงจึงไม่ใช่แค่เรื่องของการตกแต่ง แต่มีนัยยะที่ลึกกว่านั้น
สัญลักษณ์ไตรลักษณ์ ที่ซ่อนอยู่ในทุกมุม
หนึ่งในสิ่งที่ทำให้ ศาลาแดง วันโพธิ น่าศึกษาเป็นพิเศษคือสัญลักษณ์ที่ถูกออกแบบให้ฝังอยู่ในตัวอาคาร
ตามคำบอกเล่าในบทความต้นฉบับของ The Cloud ทีมออกแบบได้ฝังสัญลักษณ์ที่เกี่ยวกับไตรลักษณ์ — เกิด แก่ เจ็บ ตาย — ซึ่งเป็นหัวใจของการเรียนพระปริยัติธรรม เข้าไปในองค์ประกอบสถาปัตยกรรม ทำให้อาคารไม่ได้เป็นแค่ที่พักกาย แต่เป็นสิ่งที่คอยเตือนใจผู้เรียนถึงธรรมชาติของความเป็นมนุษย์ตลอดเวลา
คำที่ว่า “ที่ไหนในโลกไม่มีการเกิดแก่เจ็บตาย” ในชื่อบทความต้นฉบับของ The Cloud จึงไม่ใช่แค่คำโปรย แต่คือประเด็นหลักที่ทำให้อาคารนี้มีคุณค่าเกินกว่าแค่งานสถาปัตยกรรมสวยงาม

วัดโพธิ์ มหาวิทยาลัยเปิดแห่งแรกของไทย
เพื่อเข้าใจว่าทำไมศาลาแดงจึงสร้างขึ้นในวัดโพธิ์โดยเฉพาะ ต้องเข้าใจก่อนว่าวัดโพธิ์มีบทบาทอะไรในสังคมไทย
พระราชประสงค์ของรัชกาลที่ 1 ที่ให้วัดโพธิ์เป็นแหล่งรวมสรรพศิลป์ สรรพศาสตร์ เปรียบเป็นมหาวิทยาลัยแห่งสรรพวิชาไทย (มหาวิทยาลัยเปิดแห่งแรก) ที่รวมเอาภูมิปัญญาไทยไว้เป็นมรดกให้ลูกหลานไทยได้เรียนรู้กันอย่างไม่รู้จบสิ้น
วัดโพธิ์หรือวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ตั้งอยู่ที่ถนนสนามไชย ข้างพระบรมมหาราชวัง เป็นวัดเก่าแก่ ถือเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 1 สร้างขึ้นเพื่อให้พระภิกษุสงฆ์ได้เล่าเรียนพระปริยัติธรรม
การสร้างอาคารเรียนพระปริยัติธรรมที่ดีที่สุดในวัดที่ถูกออกแบบมาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของชาติจึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มันคือการต่อยอดเจตนารมณ์เดิมของวัดให้มีชีวิตต่อไป
อาคารที่เข้าไม่ได้ แต่ยังสำคัญ
ศาลาแดงปัจจุบันไม่ได้เปิดให้สาธารณชนเข้าชมในทุกวัน เนื่องจากยังมีการใช้งานในพื้นที่ศาสนา แต่นั่นก็ไม่ได้ลดคุณค่าของมันลง กลับกันยิ่งทำให้คนที่รู้จักอยากรู้จักมากกว่าเดิม
อาคารที่ยังมีชีวิตอยู่ ยังมีผู้ใช้งาน และยังทำหน้าที่เดิมหลังจากผ่านมา 100 ปี คือนิยามของมรดกสถาปัตยกรรมกรุงเทพที่แท้จริง ต่างจากโบราณสถานที่ถูกอนุรักษ์ไว้เพื่อให้คนมาถ่ายรูปแล้วก็เดินออกไป
สิ่งที่ ศาลาแดง บอกกับเมืองที่เปลี่ยนเร็ว
กรุงเทพในศตวรรษที่ 21 เปลี่ยนแปลงเร็วจนบางครั้งเราลืมไปว่าเมืองนี้มีชั้นประวัติศาสตร์ที่ลึกมากกว่าที่เห็น ทุกตึกเก่าที่ยังอยู่คือชั้นหนึ่งของเรื่องราวที่ไม่มีวันสร้างซ้ำได้
ศาลาแดง วัดโพธิ์ คือหลักฐานว่าเมื่อมีความตั้งใจจริง สถาปนิกสองคนจากสองวัฒนธรรมสามารถสร้างสิ่งที่ยืนทนได้กว่าชั่วอายุคน และเมื่อรวมกับการใช้งานที่ต่อเนื่อง อาคารนั้นก็ไม่มีวันกลายเป็นแค่อนุสรณ์ของอดีต
ข้อมูลการเข้าชม: วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์) ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ เปิดทุกวัน 8.00–18.00 น. ค่าเข้าชม 200 บาทสำหรับชาวต่างชาติ คนไทยเข้าฟรี
