ฟุตบอลโลก 2026 | กลุ่ม J | นัดที่ 44 วันที่ : จันทร์ที่ 22 มิถุนายน 2026 (23.00 น. ET / วันอังคารที่ 23 มิ.ย. 10.00 น. ตามเวลาไทย) สนาม : Levi’s Stadium (San Francisco Bay Area Stadium) ซานตาคลารา แคลิฟอร์เนีย อัปเดตข่าวบอลโลกล่าสุด
เปิดฉาก ศึกดวลชะตากรรมแห่งกลุ่ม J
กลุ่ม J ของฟุตบอลโลก 2026 มีอาร์เจนตินาแชมป์เก่าอยู่ในนั้น และทุกสายตามุ่งไปที่เมสซีเสมอ แต่เกมที่แท้จริงในแง่การแย่งชิงตั๋วรอบน็อกเอาต์อาจอยู่ที่นัดนี้ — จอร์แดน vs แอลจีเรีย ในวันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน ที่ Levi’s Stadium สนามเดิมที่รองรับทั้งคู่ในนัดแรกของกลุ่ม
กลุ่ม J ประกอบด้วยอาร์เจนตินา แอลจีเรีย ออสเตรีย และจอร์แดน ซึ่งหมายความว่าอาร์เจนตินาเกือบแน่นอนว่าจะผ่านรอบ ตั๋วใบที่สองและสามเป็นเรื่องที่สามทีมที่เหลือต้องช่วงชิงกัน และนัดนี้คือจุดหักเหที่สำคัญที่สุดสำหรับทั้งสองฝ่าย
จอร์แดน (อัล-นาชามา) : เดบิวต์โลกที่รอมานานทั้งชาติ

อันดับฟีฟ่า : 68 โลก
จอร์แดนก้าวขึ้นสู่ฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติ ภายใต้โค้ช ญาแมล เซลลามี ที่ประกาศรายชื่อ 26 นักเตะพร้อมดาวนำทีมอย่าง มูซา อัล-ตาอ์มารี และ โมฮัมเหม็ด อบู ซุรัยค์ ฉายา “ชาราเราะห์”
เส้นทางมาถึงที่นี่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ จอร์แดนสะดุดในช่วงต้นของรอบคัดเลือกเอเชีย แต่ฟื้นตัวได้อย่างน่าทึ่งและจบอันดับสองในรอบสุดท้ายของโซน AFC รองจากเกาหลีใต้ เท่านั้นยังไม่พอ พวกเขาเคยเข้าชิงชนะเลิศเอเชียนคัพ 2023 ก่อนแพ้กาตาร์ในนัดสุดท้าย — ทีมนี้มีขีดความสามารถที่สูงกว่าอันดับโลกบอกมาก
ไลน์อัปหลักของจอร์แดน :
- มูซา อัล-ตาอ์มารี (Stade Rennais) — นักเตะที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลจอร์แดน ความเร็ว การเลี้ยง และการสร้างสรรค์โอกาสในสถานการณ์ยากทำให้เขาคืออาวุธหมายเลขหนึ่งที่อันตรายที่สุด
- อาลี โอลวาน (Al-Sailiya) — กองหน้าวัย 26 ปีที่ทำ 9 ประตูในรอบคัดเลือกเอเชีย รวมถึงแฮตทริกในนัดท้ายของรอบสุดท้าย ผู้ทำประตูสูงสุดอันดับสามในโซน AFC
- ยาซาน อัล-อาหรับ — แกนกลางแนวรับที่มีความเป็นผู้นำ กำกับทิศทางเกมรับทั้งสาย
- ราจาอี อาเยด — มิดฟิลด์ตัวรับที่ดูแลโครงสร้างกลางสนาม เป็นกาวใจระหว่างไลน์รับและไลน์รุก
- อิบราฮิม ซาเดะห์ และ อาเมร์ จามุส — คู่ central midfielder ที่ทำงานหนักและกดดันบอลได้ต่อเนื่อง
จอร์แดนน่าจะจัดแผน 4-3-3 โดยให้อัล-ตาอ์มารีอยู่ปีกซ้าย โอลวานทำหน้าที่กองหน้าตัวเป้า และอาซาอีเซห์หรืออบู ซุรัยค์เล่นปีกขวา
แอลจีเรีย (ลา เฟอแนค) : จิ้งจอกทะเลทรายที่ปั้นทีมใหม่

อันดับฟีฟ่า : 34 โลก
แอลจีเรียกลับมาสู่ฟุตบอลโลกเป็นครั้งที่ 5 ในประวัติศาสตร์ และครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2014 ที่บราซิล ซึ่งครั้งนั้นพวกเขาผ่านรอบกลุ่มและถูกเยอรมนีเชือดในช่วงต่อเวลาพิเศษ
โค้ช วลาดิมีร์ เปตโควิช รับตำแหน่งต้นปี 2024 และวางรูปแบบ 4-2-3-1 เป็นหลัก โดยให้ มาแฮรซ อยู่ปีกขวาในตำแหน่งที่เขาถนัด รายล้อมด้วยตัวเชื่อมเกมเพื่อหนุนกองหน้าตัวเป้า
ไลน์อัปหลักของแอลจีเรีย :
- รียาด มาแฮรซ (Al-Ahli) — กัปตันและหัวใจสำคัญที่สุดของทีม 113 แคปพร้อม 38 ประตูให้ทีมชาติ ผู้นำทั้งในและนอกสนาม
- อิบราฮิม มาซา (Bayer Leverkusen) — ดาวรุ่งสดใสที่สุดในฟุตบอลแอลจีเรีย มิดฟิลด์รุกที่ดึงดูดสายตาในบุนเดสลีกาด้วยความสามารถในการตัดเกมและยิงจากระยะไกล
- โมฮาเหม็ด อามูรา (VfL Wolfsburg) — กองหน้าที่มีความเร็วสูง เป็นตัวหนุนให้มาแฮรซสร้างพื้นที่และแทรกจังหวะ
- ราญัน แอต-นูรี (Manchester City) — แบ็กซ้ายที่ขึ้นโจมตีได้ดีเยี่ยม เป็นอาวุธสำคัญฝั่งซ้ายที่คู่ต่อสู้มักกลัว
- อามีน กูรี (Marseille) — กองหน้าสำรองที่มีพลังและทำประตูได้เสมอ
- ลูกา ซีดาน (Granada) — ผู้รักษาประตูลูกชายของซีเนดีน ซีดาน ที่กลับมาฟิตหลังบาดเจ็บขากรรไกร
จุดแข็งของแนวรับแอลจีเรียอยู่ที่ double pivot ระหว่าง ฮิชาม บูดาอุย และ ราเมซ แซรูกี ซึ่งทำหน้าที่คุมพื้นที่กลางสนามและตัดเกมรุกฝ่ายตรงข้ามได้ดี
สถิติการพบกัน (H2H) จอร์แดน พบ แอลจีเรีย
นัด จอร์แดน vs แอลจีเรีย ที่ Levi’s Stadium ครั้งนี้มีนัยยะพิเศษในแง่ประวัติศาสตร์ เพราะ ทั้งสองชาตินี้แทบไม่มีประวัติการพบกันในระดับทีมชุดใหญ่เลย แต่มีจุดเชื่อมในเวทีอาหรับที่น่าสนใจ
ใน FIFA Arab Cup 2025 ที่กาตาร์ จอร์แดนเดินทางไกลถึงรอบชิงชนะเลิศและแพ้โมร็อกโก 2-3 ในช่วงต่อเวลา ส่วนแอลจีเรียในฐานะแชมป์เก่าตกรอบเร็วกว่าคาด ชี้ให้เห็นว่าจอร์แดนกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นในขณะที่แอลจีเรียยังหาสมดุลที่แท้จริงไม่เจอ
ข้อมูลฟอร์มล่าสุด 5 นัด :
- จอร์แดน : ชนะ 1 เสมอ 2 แพ้ 2 เฉลี่ย 1.6 แต้มต่อนัด
- แอลจีเรีย : ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 2 เฉลี่ย 2.2 แต้มต่อนัด
จอร์แดนเพิ่งพ่ายสวิตเซอร์แลนด์ 1-4 ในกระชับมิตรก่อนเปิดทัวร์นาเมนต์ บ่งชี้ว่ายังมีจุดอ่อนให้ทีมระดับยุโรปใช้ประโยชน์ได้
บทวิเคราะห์เชิงยุทธวิธี : ปะทะระหว่างฝันครั้งแรกและภารกิจคืนบัลลังก์
เกมนี้คือการปะทะของแรงจูงใจที่เท่าเทียมกัน — จอร์แดนต้องการแสดงให้โลกเห็นว่าพวกเขาไม่ได้อยู่ที่นี่เพื่อแค่มาดู ส่วนแอลจีเรียต้องการพิสูจน์ว่าการกลับมาครั้งนี้จะไม่จบที่รอบแบ่งกลุ่มแบบที่เคยเกิดขึ้นในปี 1982, 1986 และ 2010
แอลจีเรีย จะใช้ 4-2-3-1 ที่ครองบอลและรอให้มาแฮรซสร้างจังหวะจากปีกขวา ขณะที่มาซาเคลื่อนที่ในพื้นที่ระหว่างไลน์เพื่อสร้าง overload กลางสนาม แอต-นูรีจะทะยานขึ้นบ่อยครั้ง ทำให้มีความกว้างและลึกพร้อมกัน
จอร์แดน ภายใต้เซลลามีจะเลือกกดดันสูงตั้งแต่ต้นเพื่อตัดจังหวะการสร้างเกมของแอลจีเรีย โดยอัล-ตาอ์มารีไม่ได้ทำหน้าที่แค่ปีกโจมตี แต่ยังเป็น pressing trigger ที่สำคัญที่สุด และถ้าจอร์แดนทำ high press ได้ผล การ quick transition ผ่านโอลวานอาจพลิกสถานการณ์ได้
ทีเด็ดและแนวทางการวิเคราะห์ จอร์แดน vs แอลจีเรีย
จากฟอร์มและสถิติที่มีอยู่ แอลจีเรียมีแนวโน้มได้เปรียบในแง่คุณภาพผู้เล่นและประสบการณ์ระดับยุโรป แต่จอร์แดนมีแรงฮึดและพิสูจน์ตัวมาแล้วในเวทีเอเชียนคัพว่าสามารถเอาชนะทีมใหญ่ได้
ทีเด็ด : แอลจีเรียชนะ 1-0 หรือ 2-1 / Under 2.5 ประตู เพราะทั้งสองทีมเล่นเกมรักษาแนวรับดีและไม่ค่อยเปิดโล่ ประตูเดียวอาจตัดสินทุกอย่าง
ปัจจัยพิเศษที่ต้องจับตา จอร์แดน vs แอลจีเรีย
1. ฟอร์มของมาแฮรซในฐานะ Game Changer — ถ้ากัปตันวัย 35 ปีเล่นได้ในระดับที่เขาเคยทำกับ Manchester City เกมจะจบเร็ว แต่ถ้าร่างกายไม่ตอบสนอง แอลจีเรียจะขาดความคมในแนวรุกอย่างเห็นได้ชัด
2. อัล-ตาอ์มารีกับแบ็กขวาแอลจีเรีย — ดวลกันที่สำคัญที่สุดในเกม ถ้าเขาได้ 1v1 บ่อยๆ จอร์แดนมีโอกาสสร้างเซอร์ไพรส์
3. การขาด อิสมาเอล เบนนาเซอร์ — เปตโควิชไม่ได้เรียกเบนนาเซอร์จาก AC Milan เข้าทีม ทำให้กลางสนามแอลจีเรียขาดตัวตัดเกมระดับโลกที่สำคัญ
4. ความสดของทีม — จอร์แดนและแอลจีเรียต่างลงนัดแรกของกลุ่มก่อนหน้านี้ ฟอร์มและความบาดเจ็บจากนัดแรกจะส่งผลต่อการวางตัวในนัดนี้อย่างมีนัยสำคัญ
5. สนาม Levi’s Stadium — สนามในซิลิคอนวัลเลย์ที่มีชุมชนอาหรับอาศัยอยู่จำนวนมากในพื้นที่อ่าวซานฟรานซิสโก เสียงเชียร์จากทั้งสองฝ่ายจะทำให้บรรยากาศในสนามร้อนระอุพิเศษ
สรุปบทวิเคราะห์ จอร์แดน vs แอลจีเรีย
จอร์แดน vs แอลจีเรีย คือนัดที่ตัดสินอนาคตของกลุ่ม J ทั้งหมด ทีมที่ชนะจะอยู่ในฐานะที่ดีกว่ามากในการแย่งตั๋วใบที่สอง ขณะที่ทีมที่แพ้จะต้องพึ่งผลจากนัดอื่นและอาศัยการไล่ตามที่ยากยิ่ง
ในตำนานฟุตบอลโลก ทีมที่ลงสนามโดยไม่มีอะไรจะเสียมักสร้างเรื่องราวที่น่าจดจำที่สุด — นั่นคือสิ่งที่จอร์แดนพกมาด้วย แต่ประสบการณ์และคุณภาพโดยรวมของแอลจีเรียในระดับยุโรปก็ไม่ใช่สิ่งที่ชนะได้ง่ายนัก
คำทำนายสุดท้าย : แอลจีเรียชนะ 1-0 ประตูจากมาแฮรซในครึ่งหลัง บนเกมที่จอร์แดนสู้อย่างถึงใจแต่สุดท้ายคุณภาพของกัปตันทีมที่มากประสบการณ์กลุ่มหนึ่งในโลกเป็นตัวตัดสิน ดูข่าวเกี่ยวกับบอลโลก2026
