หลังจบเกมที่ทัพช้างศึกบุกไปเสมอทีมชาติจีน 0-0 ในเกมอุ่นเครื่องเมื่อวันอังคารที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา สมชาย ชวยบุญชุม หรือ “น้าฉ่วย” ขงเบ้งลูกหนังไทย อดีตกุนซือผู้เพิ่งพาศรีสะเกษ ยูไนเต็ด เลื่อนชั้นสู่ไทยลีก 1 สำเร็จ ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ในฐานะคอมเมนเตเตอร์ให้กับ Thairath Sport
แม้ผลสกอร์ของ จีน พบ ไทย จะออกมาในแง่ดีพอสมควร แต่น้าฉ่วยกลับมองว่าภาพรวมที่เห็นยังมีปัญหาโครงสร้างที่ต้องพูดถึงอย่างตรงไปตรงมา ข่าวกีฬาอัปเดตใหม่
จีนพบไทย วิจารณ์ตรงไม่อ้อม “ติดๆ ขัดๆ ยังไม่สมบูรณ์”

น้าฉ่วยระบุว่า “ผลแข่งโอเค เสมอตามเป้าหมายของโค้ช การไปเสมอที่บ้านจีนถือว่าโอเค แต่เรื่องรูปแบบวิธีการอาจจะยังไม่ดีนัก อาจเป็นการทดลองผู้เล่นซึ่งดูแล้วมันยังติดๆ ขัดๆ ยังไม่สมบูรณ์แบบ”
คำวิจารณ์นี้สอดคล้องกับสิ่งที่แฟนบอลหลายคนสังเกตเห็นในเกม จีน พบ ไทย ครั้งนี้ แม้ทีมจะรักษาคลีนชีตได้สำเร็จในฐานะทีมเยือน แต่ความต่อเนื่องในการเล่นและจังหวะในการสร้างโอกาสยังขาดความลื่นไหล โดยเฉพาะเมื่อต้องใช้ผู้เล่นหน้าใหม่หลายรายในคืนนั้น
จีนก็ไม่ได้ดีเด่น แต่ไทยก็ยังไม่ใช้โอกาสได้เต็มที่
นอกจากนี้น้าฉ่วยยังมองว่าคู่แข่งอย่างทีมชาติจีนในเกมนี้แทบไม่มีการพัฒนาและเล่นในมิติเดียว ซึ่งหากทีมชาติไทยมีความพร้อมมากกว่านี้ก็น่าจะเป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ไม่ยาก
ประเด็นนี้น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะมันบ่งบอกว่าระดับของทั้งสองทีมในยุคปัจจุบันไม่ได้ห่างกันมากอย่างที่คิด ปัญหาของไทยจึงไม่ใช่เรื่องคุณภาพผู้เล่นล้วนๆ แต่เป็นเรื่องการเตรียมความพร้อมและบริหารจัดการที่อยู่เบื้องหลัง
ปัญหาเรื้อรัง วนลูปไม่รู้จบ
ส่วนที่ทรงพลังที่สุดในคำวิจารณ์ของน้าฉ่วยคือการชี้ให้เห็นว่าปัญหาของฟุตบอลไทยไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นวัฏจักรที่วนซ้ำมาหลายสิบปี
“เรื่องการเตรียมทีม ไม่ว่าจะมากี่ชุดต่อกี่ชุด สุดท้ายแล้วก็ต้องมานั่งแก้ไขกันตลอด ความสำเร็จมันอยู่ที่การเตรียมพร้อมมากกว่า ไม่ใช่ทำกันแค่ 1-2 วัน ผมอยู่วงการฟุตบอลมา 50-60 ปี มันก็เหมือนเดิมทุกอย่าง ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าชาตินี้ผมจะได้มีโอกาสเห็นทีมชาติไทยไปฟุตบอลโลกหรือเปล่า”
ประโยคสุดท้ายนั้นเจ็บปวดและสะท้อนใจมาก จากปากของผู้ที่อยู่ในวงการมากว่าครึ่งศตวรรษ ผ่านยุคเสื่อมและยุครุ่งมาแล้วหลายรอบ แต่ก็ยังไม่เคยได้เห็นชาติไทยก้าวขึ้นสู่เวทีฟุตบอลโลกสักครั้ง
ไฟต์บังคับของฮัดสัน 11 ตัวจริงผู้ใหญ่ทั้งนั้น

ประเด็นที่ควรมองควบคู่กันคือ องค์ประกอบของทีมที่ลงในนัดนี้ ซึ่งเป็นที่ฮือฮาในวงกว้าง เพราะมีรายงานจากสยามสปอร์ตระบุว่า ใน 11 ตัวจริงที่ฮัดสันส่งลงสนามดวลกับแดนมังกร มีนักเตะที่อายุเกินเลข 3 ถึง 8 คน สะท้อนให้เห็นชัดว่าทีมชาติไทยยังคงพึ่งพิงซีเนียร์เป็นหลัก และยังขาดความต่อเนื่องในการดึงดาวรุ่งขึ้นมาทดแทน
ฮัดสันมองบวก แต่โจทย์ใหญ่ยังรออยู่
ขณะที่น้าฉ่วยวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมา ฝั่งแอนโธนี ฮัดสัน หัวหน้าผู้ฝึกสอนกลับมองผลเกมในแง่บวก โดยชมจีนที่พัฒนาแบบก้าวกระโดด และประทับใจการสู้ไม่ถอยของนักเตะทีมชาติไทยตลอด 90 นาทีบนแดนเยือน ซึ่งถือเป็นมุมมองที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงระหว่างคนในและคนนอก
บทส่งท้าย ฟุตบอลไทยต้องการมากกว่าแค่ผลเสมอ
ผลเสมอ 0-0 ในนัด จีน พบ ไทย ครั้งนี้อาจฟังดูดีเพียงพอสำหรับเกมอุ่นเครื่อง แต่สิ่งที่น้าฉ่วยสะท้อนออกมาคือเสียงเรียกร้องให้ฟุตบอลไทยพัฒนาอย่างเป็นระบบและจริงจังกว่าที่เป็นอยู่ เพราะฝันที่จะเห็นช้างศึกบนเวทีฟุตบอลโลกไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากการ “เตรียมทีมแค่ 1-2 วัน” แน่นอน 🐘⚽🇹🇭
