“ผีมันเลือกศาสนาได้ด้วยเหรอ”
ประโยคบนโปสเตอร์ของ แดนสาป ไม่ได้ตั้งใจให้ตอบง่ายๆ และนั่นคือสิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้ไม่ใช่แค่หนังผีธรรมดา
ผีมันเลือกศาสนาได้ด้วยเหรอ — นี่คือข้อความบนโปสเตอร์ภาพยนตร์ แดนสาป (The Cursed Land) ที่มีฉากหลังเป็นศาลพระภูมิ ทำให้รู้สึกย้อนแย้งเมื่อทราบว่าหนังเรื่องนี้จัดอยู่ในประเภทสยองขวัญ-มุสลิม เป็นผลงานจาก 2 บุคลากรในวงการภาพยนตร์อย่าง ภาณุ อารี ผู้อำนวยการจัดจำหน่ายภาพยนตร์ที่คราวนี้รับบทเป็นผู้กำกับ และ ก้อง ฤทธิ์ดี นักวิจารณ์ภาพยนตร์มาเป็นผู้เขียนบท

สองคนมุสลิมที่อยากให้คนไทยรู้จัก “ญิน”
ทั้งคู่เป็นคนไทยมุสลิมที่เคยสร้างสรรค์สารคดีตีแผ่ชีวิตคนมุสลิมไทยมาแล้วหลายเรื่อง เช่น มูอัลลัฟ (พ.ศ. 2551), กัดดาฟี (พ.ศ. 2556), Baby Arabia (พ.ศ. 2553) เมื่อรวมกับความชอบหนังสยองขวัญของภาณุ จึงเกิดเป็น แดนสาป หนังที่ผูกโยงกับบ้าน ประวัติศาสตร์ ความเชื่อของคนในและนอกศาสนา อันเป็นประเด็นทับซ้อนที่พัวพันอยู่กับตัวตนของผู้สร้าง
ภาณุ อารี บอกว่า แดนสาป พื้นฐานก็คือหนังบ้านผี (Haunted House) แหละ แต่ผีที่ตัวเอกพยายามปราบดันไม่ใช่ผีที่อยู่ในระบบเดียวกันกับที่เราคุ้นเคย เขาพยายามหาพระสงฆ์ หรือพราหมณ์มาช่วยปราบแล้วไม่ได้ ก็ต้องไปหาคนในพื้นที่ตรงนั้น คนที่เหมาะสมมาปราบคือหมอผีที่เป็นมุสลิม แต่ว่าประเด็นหลักอาจจะไม่ได้เน้นความหลอนแบบหนังผีตุ้งแฮ่ๆ เพราะอยากทำหนังที่จะเป็นแอนตี้ขนบของความเป็นหนังสยองขวัญนิดหนึ่ง มีความเป็นจิตวิทยามากขึ้น และมีเรื่องที่จะขยายความเข้าใจของคนที่อาจจะไม่ใช่มุสลิมเกี่ยวกับเรื่องญิน
เรื่องย่อที่ซ่อนประวัติศาสตร์ไว้ในทุกฉาก
แดนสาป เล่าเรื่องของ มิตร ชายวัย 40 ปี และ เมย์ ลูกสาวของเขา ที่ต้องย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านเก่า ซึ่งมีความลับแอบแฝงอยู่ ในชุมชนมุสลิม วันแรกมิตรได้ดึงผ้ายันต์ออกจนหมด เช้ามา สุนัขที่มิตรเลี้ยงไว้ได้ตายลงโดยไม่ทราบสาเหตุ ต่อมา ฮีม ชายชาวมุสลิมในหมู่บ้านได้เข้ามาเตือน แต่มิตรก็ไม่เชื่อ จนมิตรได้สร้างศาลไว้ภายในบริเวณบ้าน และแล้วความลึกลับที่อยู่ภายในบ้านก็ได้เริ่มเผยให้ทั้งคู่ค่อยๆ เห็น
เมื่อเขาทำลายเครื่องรางในบ้าน เขาได้ปลดปล่อย ญิน ปีศาจร้ายที่ถูกจองจำมานานกว่า 200 ปี ทำให้ชีวิตของทั้งสองตกอยู่ในอันตรายและนำไปสู่การเดินทางเพื่อตามหาหมอผีมุสลิม เพื่อขอความช่วยเหลือในการต่อสู้กับสิ่งชั่วร้ายที่พวกเขาได้ปลุกขึ้นมา
แต่หัวใจที่แท้จริงของ แดนสาป ไม่ได้อยู่ที่ “ญินถูกปลุก” แต่อยู่ที่ “ทำไมญินถึงโกรธ” คำตอบนั้นฝังอยู่ในประวัติศาสตร์ที่คนไทยส่วนใหญ่อาจไม่เคยรู้มาก่อน
ทาสมลายูจำนวนมากถูกเกณฑ์ขึ้นมาขุดคลองแสนแสบ และที่โชคร้ายไปกว่านั้นก็คือ การย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ของเขา ได้ทำให้เขตชุมชนแถวนั้นเกิดความไม่สงบสุข
ญิน ไม่ใช่ผี แต่คือสิ่งที่ศาสนาอิสลามนิยามไว้
แดนสาป พาเราไปทำความรู้จักกับ “ผี” ในอีกความหมายหนึ่งในมุมของวิถีมุสลิม ที่พวกเขาเรียกว่า จินน์ หรือ ญิน อันเป็นรูปแบบที่แตกต่างไป และพาเราไปเข้าใจความคิดความเชื่อและวิถีชีวิตในแบบมุสลิมที่เป็นเหมือนคนชายขอบในสายตาคนไทยส่วนใหญ่ เหมือนเขาพาเราไปนั่งกินข้าวและพูดคุยกับพวกเขา คงเป็นความตั้งใจของผู้เล่าอย่าง ภาณุ อารี และ ก้อง ฤทธิ์ดี ที่ต่างก็นับถือศาสนาอิสลามด้วยกันทั้งคู่ ที่ต้องการนำเสนอเรื่องพวกนี้เพื่อให้คนทั่วไปได้รู้จักโลกของมุสลิมมากขึ้น ปรับเปลี่ยนมุมมองภาพจำในเรื่องความรุนแรงที่มีในใจผู้คนออกไปบ้าง ทั้งพาเราย้อนกลับไปสู่อดีตที่พวกเขาถูกจับมาเป็นทาสในบ้านของคนพุทธที่หลายคนอาจจะไม่เคยได้รู้
ในหลักอิสลาม ญิน ไม่ใช่ “ผี” แบบที่คนไทยคุ้นเคย มันคือสิ่งมีชีวิตอีกประเภทหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาคู่กับมนุษย์ มีทั้งดีและเลว มีทั้งที่เชื่อฟังพระเจ้าและที่ไม่เชื่อ ญินในบ้านเก่าหลังนั้นไม่ได้โกรธเพราะนิสัยเลว แต่โกรธเพราะถูกทำร้ายมาก่อน นั่นคือสิ่งที่ชื่อ “ญินดีที่ถูกทำร้าย” ซึ่งปรากฏในคำรีวิวหลายสำนักพยายามจะสื่อ

หนังสยองขวัญที่ซ้อนเรื่องเล่าทางสังคม
ทั้งผู้กำกับ ภาณุ อารี และ ก้อง ฤทธิ์ดี ผู้ร่วมเขียนบท ไม่เกรงกลัวที่จะขับเน้นให้เห็นถึงภาพทั้งการเป็น “คนดี” และ “คนไม่ดี” มีความเป็น “คนบาปสีเทา” ของผู้ที่อยู่ภายใต้ร่วมเงาแห่งศาสนาอิสลาม มีทั้งผู้ที่ประพฤติตามจารีตครรลอง ไปจนถึงผู้ที่บิดผันความคิดเชื่อเก่าโบราณเพื่อไปสมาทานอุดมการณ์อื่นๆ โดยผิดหลักคำสอน สร้างความเดือดร้อนวุ่นวายให้ตัวละครทั้งหลายในหนัง แดนสาป แถมเนื้อหายังมีการเทียบทาบกับตัวละครศาสนิกอื่นที่แตกต่างไปไม่ว่าจะทาง “พุทธ” หรือทาง “พราหมณ์” สะท้อนความเป็นจริงของสังคมพหุวัฒนธรรมไทยในรุ่นปัจจุบัน
สิ่งที่น่าชื่นชมในการเล่าเรื่องของ แดนสาป คือการปฏิเสธความง่ายของการแบ่งโลกเป็นขาวกับดำ ชาวมุสลิมในหนังไม่ใช่ทั้งหมดที่ดีพร้อม ชาวพุทธไม่ใช่ทั้งหมดที่ตกเป็นเหยื่อโดยไม่มีส่วนผิด และนั่นคือความสมจริงที่ทำให้หนังเรื่องนี้หนักกว่าหนังผีทั่วไปในตลาด
คนดูจากชุมชนมุสลิมถึงเทศกาลหนังนานาชาติ
The Cursed Land แดนสาป คือหนึ่งใน 20 โปรเจกต์ทั่วเอเชียที่ได้รับเลือกใน Hong Kong-Asia Film Financing Forum เปิดฉายใน 7 เทศกาลหนังทั่วโลก
ภาพยนตร์ออกฉายในประเทศวันที่ 11 กรกฎาคม ค.ศ. 2024 และได้ฉายในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติต่างๆ เช่น เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติรอตเตอร์ดัม (IFFR) ในประเทศเนเธอร์แลนด์, เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโฮจิมินห์ ในเวียดนาม, เทศกาลภาพยนตร์เอเชีย ในประเทศอิตาลี, เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติบูชอน (BiFan) ในเกาหลีใต้ และเทศกาลภาพยนตร์เอเชียนิวยอร์ก (NYAFF) ในสหรัฐอเมริกา
การที่ แดนสาป เข้าฉายในเทศกาลหนังระดับโลกหลายแห่งบอกว่าสิ่งที่ผู้กำกับพยายามนำเสนอ — การอยู่ร่วมกันของคนต่างศาสนา บาดแผลทางประวัติศาสตร์ที่ไม่เคยถูกสะสาง — ไม่ใช่เรื่องเฉพาะของคนไทย แต่เป็นภาษาที่คนทั่วโลกเข้าใจได้
ทำไม “แดนสาป” จึงสำคัญกว่าแค่หนังสยองขวัญ
ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ จาก มติชนสุดสัปดาห์ เขียนว่า “แม้ว่าภายนอกจะดูเหมือนภาพยนตร์สยองขวัญ แต่เนื้อแท้แล้วเป็นภาพยนตร์ลึกลับที่ควรได้รับการชื่นชมในสไตล์สัจนิยมมหัศจรรย์ เพราะเต็มไปด้วยสิ่งเหนือธรรมชาติผสมกับโลกแห่งความจริงตลอดเวลา” เขายังชื่นชมว่าเป็นภาพยนตร์ไทยที่ไม่ควรพลาด เพราะเกี่ยวข้องกับประเด็นของพื้นที่ ซึ่งเป็นประเด็นระดับภูมิภาคและระดับโลก แดนสาป เป็นภาพยนตร์ไทยที่ไปสู่แนวหน้าที่ไม่เคยเห็นมาหลายปี
ในยุคที่ หนังผีไทย ส่วนใหญ่แข่งกันด้วยจำนวนฉากที่น่ากลัวและเทคนิค jump scare แดนสาป เลือกทำสิ่งที่ยากกว่า นั่นคือให้คนดูกลัวสิ่งที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ ไม่ใช่สิ่งที่ปรากฏจากเงามืด
ความกลัวที่ลึกที่สุดในหนังเรื่องนี้ไม่ใช่ญิน แต่คือความกลัวต่อสิ่งที่เราไม่เข้าใจ ไม่ว่าจะเป็นคนต่างศาสนา วัฒนธรรมที่แตกต่าง หรือประวัติศาสตร์ที่เราเลือกที่จะไม่จดจำ
ข้อมูลหนัง: แดนสาป (The Cursed Land) กำกับโดย ภาณุ อารี เขียนบทโดย ภาณุ อารี และ ก้อง ฤทธิ์ดี นำแสดงโดย อนันดา เอเวอริงแฮม, เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ, บรอนต์ ปาลาเร่ และสีดา พัวพิมล ฉาย 11 กรกฎาคม 2567 ความยาว 130 นาที
