แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งระดับโลกอย่าง Disney+ Hotstar ได้ฤกษ์เปิดให้บริการในประเทศไทยเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2564

หนึ่งในความฮือฮาของการเปิดตัวครั้งนี้ก็คือ ซีรีส์สัญชาติไทยเรื่อง ‘อิน จัน’ (Extraordinary Siamese Story: Eng and Chang) โดยความร่วมมือของ กันตนา โมชั่น พิคเจอร์ส และ ทรู ออริจินัล ฝีมือการกำกับของ เต็นท์-กัลป์ กัลย์จาฤก ทายาทรุ่นสามของค่ายกันตนา และกรรมการผู้จัดการ บริษัท กันตนา โมชั่น พิคเจอร์ส จำกัด 

ทายาทกันตนา รีเมกสารคดี ‘อิน จัน’ ฝีมือคุณปู่ เป็นซีรีส์ไทยโกอินเตอร์ใน Disney+ Hotstar

นี่คือการหยิบผลงานมาสเตอร์พีซของคุณปู่ ประดิษฐ์ กัลย์จาฤก ที่ทำร่วมกับคุณพ่อ จาฤก กัลย์จาฤก ในรูปแบบรายการสารคดีความยาว 26 ตอน เมื่อ 30 ปีก่อน มาตีความใหม่ในรูปแบบซีรีส์ความยาว 13 ตอน

เต็นท์เล่าถึงแฝดสยามผู้โด่งดังระดับโลกด้วยการตั้งคำถามใหม่ มุมมองใหม่ และวิธีการใหม่ๆ

และปรุงออกมาให้พร้อมเผยแพร่ไปทั่วโลก

ทั้งโจทย์การโกอินเตอร์ การทำซีรีส์ภาษาอังกฤษ การใช้นักแสดงซึ่งส่วนใหญ่ไม่ใช่นักแสดงอาชีพ การยกทีมไปถ่ายทำต่างประเทศ การทำโปรดักชันให้ออกมาเป็นอเมริกายุคศตวรรษที่ 18 งานซีจีที่ต้องวาดหลายฉากขึ้นมาใหม่ งานโพสต์โปรดักชันอย่าง Color Grading และระบบเสียงที่ต้องดีสมกับที่กันตนาเป็นแล็บระดับโลก ถือว่าเป็นงานที่ไม่ง่าย

มาดูกันว่าผู้กำกับหนุ่มคนนี้คิดและทำงานนี้อย่างไร ตั้งแต่ขั้นตอนแรกถึงขั้นตอนสุดท้าย

เพื่อให้ได้งานที่ออกมาน่าพึงพอใจ สมกับวาระฉลองครบรอบ 70 ปีกันตนา

ทายาทกันตนา รีเมกสารคดี ‘อิน จัน’ ฝีมือคุณปู่ เป็นซีรีส์ไทยโกอินเตอร์ใน Disney+ Hotstar

ทำซีรีส์ไทยให้ไปไกลระดับโลก

“กันตนาอยากทำซีรีส์ที่เป็นระดับโลก พอได้คุยกับ ทรู ออริจินัล ซึ่งมีแนวคิดนี้เหมือนกัน เลยเกิดโปรเจกต์นี้ขึ้นเมื่อสามปีก่อน เรามาคิดว่าจะทำอะไรดีที่จะเรียกให้คนทั้งโลกหันมาสนใจได้ ในคลังของเรามีงานอยู่เยอะมาก เพราะสะสมมาตั้งแต่สมัยคุณปู่ ผมคุยกับพ่อ (จาฤก กัลย์จาฤก) และผู้บริหารคนอื่นแล้วก็คิดถึง อิน จัน ที่คุณปู่เคยทำเป็นสารคดียี่สิบหกตอนไว้เมื่อประมาณ พ.ศ. 2534

“ตอนนั้นคุณปู่ คุณพ่อ และทีมงานเดินทางไปศึกษาประวัติศาสตร์ทั้งหมดของอิน จัน ที่อเมริกา ไปตามรอย ไปดูมิวเซียม ไปเจอญาติพี่น้องของเขาซึ่งเป็นรุ่นหลานเหลนแล้ว เราชวนเขาจัดงานรวมญาติครั้งแรกซึ่งมากันเป็นร้อยคน ซึ่งเขาก็จัดต่อเนื่องทุกปีมาถึงตอนนี้ แล้วเราก็ชวนเขามาเมืองไทย มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาก

“เราคิดว่าน่าจะเอามาร้อยเรียงใหม่ให้เข้ายุคเข้าสมัยได้ แต่ก็ท้าทายมากเพราะเราอยากทำมาตั้งนานแล้ว แต่ติดเรื่องงบประมาณ และอะไรอีกหลายอย่าง”

ทายาทกันตนา รีเมกสารคดี ‘อิน จัน’ ฝีมือคุณปู่ เป็นซีรีส์ไทยโกอินเตอร์ใน Disney+ Hotstar

ลองเล่าเรื่องแบบใหม่

“พอดูสารคดีจบ เราพบว่าสิ่งที่ขาดไปคือ ชีวิตของ อิน จัน ตอนอยู่ที่อเมริกา แล้วก็เรื่องความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง พอเราทำบทก็เริ่มต้นจากเรื่องการที่เขาต้องอยู่ด้วยกันตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง มันจะยากขนาดไหน ซึ่งก็มีเสน่ห์ของมัน ผมคงประวัติไว้เหมือนเดิม แล้วก็เอาตัวละครและเหตุการณ์ต่างๆ เข้ามาปรุงให้สนุกขึ้น

“ประเด็นที่สำคัญที่สุดของเรื่องนี้คือ เขาใช้ชีวิตยังไงให้มีครอบครัวและลูกหลานถึงยี่สิบเอ็ดคน โดยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันได้ขนาดนี้ ต้องคุยกันแบบไหนถึงจะทำให้ครอบครัวสมบูรณ์แบบนี้ได้ มันเป็นมากกว่าเรื่องของคนสองคน เขาอยู่ด้วยกันสองคนก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่พอมีสังคม ครอบครัว พี่น้อง ลูก นี่คือตัวแปรสำคัญ เขาจะใช้ชีวิตยังไงให้เดินไปข้างหน้า ตรงนี้ไม่มีใครเล่า ผมสนใจเรื่องนี้มากกว่าแค่ประวัติเฉยๆ”

ทายาทกันตนา รีเมกสารคดี ‘อิน จัน’ ฝีมือคุณปู่ เป็นซีรีส์ไทยโกอินเตอร์ใน Disney+ Hotstar

ปรุงบทแบบอินเตอร์

“เราพยายามปรุงรสชาติแบบสากล แต่ก็ไม่ได้มีสูตรอะไรเป็นพิเศษ แค่เนื้อเรื่องแต่ละตอนต้องแน่น ชัดเจนว่าจะเล่าอะไร ความสากลน่าจะอยู่ที่วิธีนำเสนอเรื่องราวต่างๆ วิธีเขียนบทก็ไม่ได้เริ่มจากหนึ่ง ไปสอง สาม สี่ แต่เราเริ่มตรงกลางเรื่อง ไปข้างหน้า แล้วย้อนกลับ

“แต่ละตอนเราออกแบบให้เริ่มด้วยซีนไฮไลต์ ซึ่งถ่ายแยกนะ แล้วเสริมเข้ามาเป็นเนื้อเรื่อง ให้คนเดาตอนต้นว่าจะเกี่ยวกับอะไร เป็นสิ่งที่ฝรั่งทำกันเป็นปกติแหละ แต่ผมอยากลองเล่าด้วยวิธีนี้ดู

“เรื่องภาษาเราเถียงกันนานมากว่าอยากให้สากล แต่ก็อยากให้คนไทยดู ผมว่ายุคนี้ซีรีส์หรือภาพยนตร์มีภาษาเป็นของตัวเองอยูู่แล้ว ไม่น่ามีปัญหาว่าต้องพูดไทยไหม เราควรทำให้เหมือนจริงที่สุด คือพูดอังกฤษทั้งเรื่อง แต่เวลาที่อินจันคุยกันเองก็พูดภาษาไทย

“เราเขียนบทอยู่ปีกว่า นานตรงแปลเป็นภาษาอังกฤษ แล้วต้องเป็นภาษาในยุค ค.ศ. 1800 ต้องหาคนที่รู้เรื่องภาษาเก่ามาช่วย ต้องศึกษาเยอะ ทั้งประวัติศาสตร์ยุคนั้น เหตุการณ์รอบด้าน มันมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะ”

เลือกนักแสดงตามคาแรกเตอร์

“ผมเชื่อเรื่องคาแรกเตอร์ของนักแสดงที่เหมาะสมมากกว่าใช้นักแสดงชื่อดัง ผมอยากได้ฝาแฝดจริงๆ มาเล่น เพราะเขามีสื่อถึงกันได้โดยธรรมชาติ เวลาพูดกันมันมีความไม่เหมือนกัน แต่ก็เหมือนกัน ผมชอบความรู้สึกนั้น เรามีคนมาแคสต์เป็น อิน จัน ประมาณสิบถึงสิบห้าคู่ เราต้องการฝาแฝดที่พูดภาษาอังกฤษได้ หน้าตาพอไปได้ แสดงได้ สุดท้ายก็เลือก บ็อบ (วรุตม์ บราวน์) กับ เบ็น (วราวุฒิ บราวน์) เขาเป็นนายแบบถ่ายลง Looker ตลอด

ทายาทกันตนา รีเมกสารคดี ‘อิน จัน’ ฝีมือคุณปู่ เป็นซีรีส์ไทยโกอินเตอร์ใน Disney+ Hotstar

“นางเอกสองคน เราก็แคสติ้งตามระบบโมเดลลิ่งปกติ มารีญา (มารีญา พูลเลิศลาภ) ที่มาช่วยทำให้หนังเราดูอินเตอร์ขึ้น ก็ให้ความร่วมมือในการแคสต์เต็มที่ มาแคสต์จนรอบสุดท้าย เพราะตัวละครซาราห์กับอาดิเลดเป็นพี่น้องกัน ผมไม่สามารถเลือกได้เลยถ้าไม่เห็นเขาแสดงด้วยกัน มารีญากับ เดน่า (เดน่า สโลซาร์) เขาเป็นเพื่อนกันอยู่แล้ว ก็เลยง่าย

เบื้องหลังการสร้างซีรีส์ อิน จัน ใน Disney+ Hotstar ด้วยคุณภาพระดับโลก เนรมิตอเมริกาศตวรรษที่ 18 ขึ้นมาจากฉากที่ศาลายา และจอร์เจีย

“เรื่องนี้เหมือนรวมนักแสดงฝรั่งในประเทศไทย ทั้งฝรั่งจริง ทั้งลูกครึ่ง ตั้งแต่รุ่นเล็กจนรุ่นโต เราก็แคสต์ตามแคแรกเตอร์เลย มี เจสัน ยัง, ไบรอน บิชอพ, โอซา แวง, อติล่า (อาร์เธอร์ อภิชาติ กานโยซ์) แล้วก็ทีม The Face”

เบื้องหลังการสร้างซีรีส์ อิน จัน ใน Disney+ Hotstar ด้วยคุณภาพระดับโลก เนรมิตอเมริกาศตวรรษที่ 18 ขึ้นมาจากฉากที่ศาลายา และจอร์เจีย

เวิร์กช็อปฝึกหายใจ

“พอทุกคนไม่ใช่นักแสดงอาชีพก็ต้องเวิร์กช็อปกันนานเหมือนกัน เพราะต้องเล่นเป็นญาติกันด้วย ต้องทำให้คุ้นเคยกัน ที่หนักสุดคือบ๊อบกับเบน ในเรื่องผมพยายามสื่อสารไม่ให้เขาเป็นคนประหลาด เหมือนเป็นคนปกติ ดังนั้น การเคลื่อนไหวต้องเป็นธรรมชาติ เหมือนเป็นคนคนเดียวกัน ก็ต้องฝึกตั้งแต่จังหวะการหายใจ การเดิน ตอนแรกท่าเดินไม่ได้เลย ชนกันไปชนกันมา วิ่งยิ่งยาก ต้องนับแล้วตกลงกันว่าจะเดินขาไหนก่อน แต่นานๆ ไปก็ชิน”

สร้างฉากที่ศาลายา

“สถานที่ที่สำคัญที่สุดคือบ้าน เพราะเป็นที่ที่ทั้งคู่ใช้ชีวิต เราต้องมีบ้านสองหลัง เพราะเขาแยกบ้านกัน แต่ด้วยงบประมาณที่มี เราทำบ้านได้หลังเดียวที่ศาลายา เป็นบ้านสไตล์ฝรั่งในยุคนั้น เราทำเป็นบ้านสี่เหลี่ยมใหญ่ๆ แล้วผ่ากลาง หน้าบ้านเป็นหลังหนึ่ง หลังบ้านเป็นหน้าบ้านของอีกหลังหนึ่ง เข้าไปครึ่งหนึ่งเป็นสีหนึ่ง อีกครึ่งเป็นอีกสี

“เขาเป็นชาวนา เราต้องปลูกข้าวโพดกับฝ้ายด้วย ก็เถียงกันว่า ฝ้ายมันไม่ขึ้นในกรุงเทพฯ นะเว้ย แต่อยู่ดีๆ ก็ขึ้นเฉย เราปลูกกันเป็นสิบไร่ สุดลูกหูลูกตา ฉากบ้านที่เห็นในเรื่องทั้งหมดถ่ายที่ไทย

“ผมเปิดกล้องที่เมืองไทยประมาณอาทิตย์หนึ่ง แล้วบินไปถ่ายที่จอร์เจียระหว่างรอสร้างบ้าน รอข้าวโพดโต กลับมาถ่ายที่ไทย แล้วก็บินไปถ่ายจบที่ญี่ปุ่น ไปเอาฉากหิมะที่นั่น เราถ่ายจบก่อนมีโควิด-19 ประมาณครึ่งปี โชคดีมาก”

เปลี่ยนจอร์เจียให้เป็นอเมริกา

“ตอนแรกผมตั้งใจจะไปถ่ายที่อเมริกา มีทีมงานช่วยหาโลเคชันให้แล้ว แต่ตอนที่ทีมงานประมาณสิบคนจะบินไปดู ปรากฏว่าบางคนวีซ่าไม่ผ่าน แล้วถ้าตอนไปถ่ายจริงเกือบสี่สิบคน มีนักแสดงสักคนวีซ่าไม่ผ่าน จะทำยังไง เราก็เลยลองหาประเทศอื่น ก็มาเจอจอร์เจีย เป็นประเทศที่มีความหลากหลายของวัฒนธรรมเยอะมาก

“เราถ่ายจอร์เจียให้เป็นทั้งอเมริกาทั้ง นอร์ทแคโรไลนา นิวยอร์ก เท็กซัส แล้วก็ไร่ ยุคนั้น อิน จัน เดินทางด้วยรถไฟกับรถม้า แต่ใช้รถม้าบ่อยกว่า ซึ่งต้องเป็นแบบเดียวกับที่ถ่ายที่เมืองไทย ที่เมืองไทยเราประกอบขึ้นมาใหม่ เพราะไม่มีให้เช่า ไปที่โน่นก็ต้องถ่ายรูปรถม้าจากเมืองไทยไปสั่งทำ เราเดินทางไปถ่ายทั่วจอร์เจีย ก็ต้องขนรถม้าไปด้วย ม้าไม่มีปัญหามากนัก ตามพื้นที่ยังพอมี แต่ก็เจอปัญหา ม้าบางสายพันธุ์ลากรถไม่ได้ ต้องใช้ม้าลากโดยเฉพาะ เป็นปัญหาที่ต้องเรียนรู้และแก้กันไป

“ข้อดีอย่างหนึ่งในการไปถ่ายที่จอร์เจียคือ มีระบบโมเดลลิ่งที่เชื่อมต่อกับยุโรป เราอยากหาคนที่สูงมากๆ กับตัวจิ๋ว เหมือนในคณะละครสัตว์ P.T. Barnum นักแสดงก็บินมาเล่นให้เราได้เลย

“ทีมจากเมืองไทยเกือบสี่สิบคนไปถ่ายกันประมาณสามสัปดาห์ ส่วนผมอยู่เกือบสองเดือนเพราะต้องไปดูสถานที่ก่อน”

เบื้องหลังการสร้างซีรีส์ อิน จัน ใน Disney+ Hotstar ด้วยคุณภาพระดับโลก เนรมิตอเมริกาศตวรรษที่ 18 ขึ้นมาจากฉากที่ศาลายา และจอร์เจีย
เบื้องหลังการสร้างซีรีส์ อิน จัน ใน Disney+ Hotstar ด้วยคุณภาพระดับโลก เนรมิตอเมริกาศตวรรษที่ 18 ขึ้นมาจากฉากที่ศาลายา และจอร์เจีย

ขนเสื้อผ้าหนัก 600 กิโลกรัมไปจอร์เจีย

“ในเมืองไทยไม่มีเสื้อผ้าของอเมริกายุคนั้นให้ยืม เราต้องตัดขึ้นมาใหม่หมด ภรรยาผม (รัตนรัตน์ เอื้อทวีกุล) ช่วยดูแลให้ ต้องรีเสิร์ชเยอะมาก แล้วก็มีเรื่องความแตกต่างระหว่างฤดูด้วย

“ต่างหูของมารีญาหล่นหายในฉากวิ่งในไร่ มันเป็นต่างหูวินเทจที่เราต้องเอากลับไปถ่ายต่อที่เมืองไทย ไม่งั้นมันจะไม่ต่อเนื่อง ก็ต้องจับมือกันเดินหาเป็นหน้ากระดานทั้งไร่ สุดท้ายคนที่ทำหน้าที่ควบคุมความต่อเนื่องเป็นคนที่หาเจอ

“เรื่องทรงผมเราก็รีเสิร์ชเยอะ ความยากคือ ผมเล่าสามช่วงอายุคือ สามสิบ สี่สิบห้า ห้าสิบห้า ก็ต้องแต่งหน้าและทำผมให้แก่ตามไปด้วย รวมไปถึงบุคลิกและแอคติ้ง พอมีสามช่วง ผมก็แบ่งโทนสีของหนังไว้ด้วย ตอนกลางจะเทาๆ ช่วงสุดท้ายจะมืดหน่อย”

เบื้องหลังการสร้างซีรีส์ อิน จัน ใน Disney+ Hotstar ด้วยคุณภาพระดับโลก เนรมิตอเมริกาศตวรรษที่ 18 ขึ้นมาจากฉากที่ศาลายา และจอร์เจีย
เบื้องหลังการสร้างซีรีส์ อิน จัน ใน Disney+ Hotstar ด้วยคุณภาพระดับโลก เนรมิตอเมริกาศตวรรษที่ 18 ขึ้นมาจากฉากที่ศาลายา และจอร์เจีย

มีผู้ช่วยผู้กำกับด้านภาษาอังกฤษ

“กำกับภาษาอังกฤษไม่ได้ยากขนาดนั้น เรื่องภาษาผมมีฝรั่งซึ่งทำงานในวงการบันเทิงไทยมานานนั่งข้างๆ ถ้านักแสดงพูดผิดเมื่อไหร่ต้องบอกทันที มันยากตรงต้องใช้ล่ามคุยกับนักแสดงจอร์เจีย กว่าจะคุยกันรู้เรื่องใช้เวลาเยอะมาก

“วิธีการทำงานของคนที่นั่นไม่เหมือนเรา เขาจำกัดชั่วโมงการทำงานต่อวัน แล้วก็มีเรื่องการสื่อสารที่ผิดพลาดด้วย ทำให้เราเจอปัญหาหน้างานตลอด ก็ต้องแก้กันไป

เปลี่ยนหัวลำโพงเป็นนิวยอร์ก

“สตูดิโอโพสต์โปรดักชันของกันตนาทำงานให้ต่างชาติเยอะ แต่เราไม่ค่อยดึงศักยภาพมาใช้ในงานของไทยเท่าที่ควร เพราะไม่มีเรื่องให้ทำด้วย งานนี้ก็เลยชวนทุกฝ่ายมาร่วมมือกันตั้งแต่ต้น ให้ทำงานกันกลมเกลียวเหมือนสมัยรุ่นพ่อรุ่นแม่

“เราสั่งซื้อฟิลเตอร์พิเศษมาตัวหนึ่งจากอเมริกา เพื่อให้ได้ภาพที่มีความนวล ฟุ้งๆ ดูย้อนยุค ซึ่งเป็นเทคนิคที่ทำไม่ได้ในโพสต์โปรดักชัน

“คนวาดซีจีก็เข้าวางแผนตอนถ่ายด้วย ฉากที่ยากสุดคือการวาดหัวลำโพงให้เป็นนิวยอร์ก เป็นการวาดใหม่ทั้งหมด ที่เหลือก็เป็นการเก็บรายละเอียด เช่น เนื้อตรงที่ตัวติดกันของ อิน จัน การเอาเสาไฟ สายไฟ ปลั๊กไฟออก หลังบ้าน อิน จัน ต้องมีภูเขา ก็ต้องวาดเข้าไปเพื่อให้สมบูรณ์ขึ้น

เบื้องหลังการสร้างซีรีส์ ‘อิน จัน’ ใน Disney+ Hotstar ด้วยคุณภาพระดับโลก เนรมิตอเมริกาศตวรรษที่ 18 ขึ้นมาจากฉากที่ศาลายา และจอร์เจีย

“ความพิเศษตอนถ่ายอีกอย่างถือ เราพยายามถ่ายให้รู้สึกว่า อินกับจันเป็นคนละคนกัน ตอนนี้เรากำลังดูคนนี้ เขากำลังสื่อสารกับคนรอบข้างอยู่นะ ไม่อย่างนั้นคนจะรู้สึกว่าเขาเป็นตัวละครตัวเดียวกัน”

เบื้องหลังการสร้างซีรีส์ ‘อิน จัน’ ใน Disney+ Hotstar ด้วยคุณภาพระดับโลก เนรมิตอเมริกาศตวรรษที่ 18 ขึ้นมาจากฉากที่ศาลายา และจอร์เจีย

เพลงประกอบโดยฮิวโก้

“เพลงเป็นสิ่งแรกๆ ที่เราทำตั้งแต่ยังไม่ได้ถ่าย ผมอยากได้เพลงที่เป็นคันทรี คนแรกที่คิดถึงคือ พี่ฮิวโก้ (จุลจักร จักรพงษ์) เขาเป็นตำนานที่ผมอยากร่วมงานด้วย เขาอินกับยุคนั้นอยู่แล้ว ผมเล่าเรื่องให้เขาฟัง เขาก็ทำดนตรีสไตล์เขาเองทั้งหมด ไม่มีอิเล็กทรอนิกส์เลย มีเสียงขูดไม้ เสียงตะปูด้วย

“แล้วก็แต่งเนื้อเพลงเองทั้งหมด ชื่อเพลง White Horse ประโยคแรกบอกว่า There’s a white horse on every wave. เป็นสำนวนภาษาอังกฤษว่า ปลายคลื่นมีฟองสีขาว ฝรั่งเขามองเป็นม้าขาว เขาพยายามบอกว่า ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น จะมีสิ่งที่เกิดตามมาเสมอ ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี เขามองว่า อิน จัน ไม่ใช่แค่เรื่องพี่น้อง แต่เป็นคนไทยที่ต้องไปต่างประเทศ เร่ร่อนไป เป็นคนเอเชียที่ตัวติดกัน เจอความยากตั้งแต่วันแรกถึงวันที่เสียชีวิต เนื้อเพลงออกมาเป็นบทกวีที่ลึกซึ้งมาก

“เราก็เอาเมโลดี้เพลงนี้แตกออกมาเป็นสกอร์สิบกว่ามู้ด ทั้งสนุก ทั้งเศร้า เพื่อใช้ในหนัง”

เลือกแพลตฟอร์ม

“พอทำเสร็จก็เป็นช่วงที่ Disney+ Hotstar เข้ามาพอดี เขาเห็นศักยภาพของเรื่องนี้ แล้วก็มีอารมณ์แบบดิสนีย์ด้วย เราก็เลยฉายที่ Disney+ Hotstar ตอนนี้เริ่มแค่ในเมืองไทยก่อน แต่ก็มีโอกาสจะได้ไปฉายประเทศอื่นด้วย

“ดิสนีย์ดูงานเราแล้วก็ไม่ได้แก้อะไร เพราะไม่ใช่ออริจินัลของดิสนีย์ เขาดูว่าเหมาะสมกับแพลตฟอร์มของเขาไหม ที่คุยกันมากหน่อยคือเรื่องภาษา แพลตฟอร์มเขามีพากย์ไทยอยู่แล้ว ก็ให้นักพากย์อาชีพมาพากย์ ไม่ได้ให้นักแสดงมาพากย์เสียงตัวเอง เพราะมันต้องใช้วิธีพากย์แบบที่นักพากย์ใช้กัน”

โปสเตอร์ที่ตรงกับเรื่อง

“ไอเดียแรกที่ทุกคนคิดถึงคือ ต้องเป็นโชว์ที่ยิ่งใหญ่ แบบมีสองคนบนเวที มีแสงสาดลงมา แต่ผมว่ามันไม่ตรง เพราะเราเน้นเล่าเรื่องครอบครัว ความสัมพันธ์ ดูแล้วต้องรู้สึกถึงสิ่งนี้ ผมปรึกษากับ พี่ติ๋ม (พันธ์สิริ สิริเวชชะพันธ์) เขาก็ถ่ายภาพแล้วทำเลย์เอาต์ออกมาแบบนี้”

เบื้องหลังการสร้างซีรีส์ ‘อิน จัน’ ใน Disney+ Hotstar ด้วยคุณภาพระดับโลก เนรมิตอเมริกาศตวรรษที่ 18 ขึ้นมาจากฉากที่ศาลายา และจอร์เจีย

สิ่งที่อยากให้ผู้ชมได้รับ

“สิ่งที่ผมอยากให้คนดูได้คือ หลักในการใช้ชีวิตที่ปรับใช้กับตัวเองได้ เขาเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่ประสบความสำเร็จในอเมริกา แต่ก็ยังมีปัญหาของตัวเอง เพราะฉะนั้น เราก็อย่าท้อ เขายังอยู่ได้ถึงอายุหกสิบ เราก็ต้องสู้กับปัญหาของเราได้ แล้วก็หวังว่าจะสนุกกับเรื่องราวดราม่าเข้มข้น”

ฟีดแบคจากครอบครัวนักทำหนัง

“คุณพ่อลงมาช่วยตรวจงานด้วยเสมอ ตอนตัดต่อก็บอกว่า ตรงนี้ใช้เทคนิคนี้ ช่วยกระชับตรงนี้หน่อย ผมก็ได้เรียนรู้เพิ่มเติม ปกติผมทำงานอื่นให้กันตนาด้วยเยอะมาก ตอนที่ผมไปกำกับ ผมหายตัวไปพักใหญ่ ก็โดนบ่นๆ หน่อย แต่เขาก็เข้าใจว่า เราชอบแบบนี้ แต่พอเห็นงานเขาก็โอเคนะ ไม่ขี้เหร่ เราก็ทำเต็มที่แล้ว เป็นผลงานที่ออกมาได้ดี ในปีที่กันตนาครบรอบเจ็ดสิบปีด้วย”


ภาพ : บริษัท กันตนา โมชั่น พิคเจอร์ส จำกัด

Writer

ทรงกลด บางยี่ขัน

ทรงกลด บางยี่ขัน

ตำแหน่งบรรณาธิการโดยอาชีพ เป็นนักเดินทางมือสมัครเล่น แบ่งเวลาไปสอนหนังสือโดยสมัครใจ และชอบจัดทริปให้คนสมัครไป

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

3 กุมภาพันธ์ 2566
55

ที่ผ่านมา สังคมไทยพยายามผลักดัน Soft Power ที่เป็นเรื่องศิลปะ วัฒนธรรม แหล่งท่องเที่ยว วัดวาอาราม อาหาร ฯลฯ แต่ในความเป็นจริง เมืองไทยเรายังมี Soft Power ที่ดีและหลากหลาย ซึ่งน่าหยิบยกมาผลักดันและส่งเสริมกันอย่างจริงจัง หนึ่งในนั้นคือ ‘การท่องเที่ยวดูนก’

นกไม่เพียงทำหน้าที่สำคัญในห่วงโซ่อาหาร แต่พวกมันยังเป็นนักปลูกป่า นักกระจายพันธุ์พืช นักปราบแมลง ทำหน้าที่สำคัญให้กับระบบนิเวศ และพวกมันคือเพื่อนของมนุษย์ที่มีสีสันสวยงาม มีเสน่ห์ มีพฤติกรรมชวนให้เกิดความเพลิดเพลิน เป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างคนกับธรรมชาติ 

หลายประเทศรู้จักนำการดูนกมาเป็น Soft Power บริหารจัดการจนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ Scoop รอบนี้จึงขอยกตัวอย่างประเทศต่าง ๆ ที่หยิบยกกิจกรรมดูนกมาเป็นวาระสำคัญ เพื่อผลักดันให้สิ่งนี้ขับเคลื่อนผู้คน สังคม และเศรษฐกิจของประเทศได้ในทางใดทางหนึ่ง 

จีน

วิธีทำให้การดูนกสร้างรายได้กว่า 120 ล้านหยวน

สาธารณรัฐประชาชนจีน บริเวณทะเลสาบโผหยาง ทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ของจีนในมณฑลเจียงซี เทียบเท่ากับจังหวัดระยองของไทย เป็นที่อยู่อาศัยของนกอพยพ 500,000 – 1,000,000 ตัว รวมทั้งนกที่อาศัยอยู่กว่า 500 สายพันธุ์ ทำให้ที่แห่งนี้กลายเป็นแหล่งดูนก ซึ่งทางการจีนมองว่ากิจกรรมนี้ไม่เพียงสร้างความเพลิดเพลิน แต่เป็นการปลูกฝังจิตสำนึกการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมความสัมพันธ์ของคนในชุมชนกับระบบนิเวศ เกิดการจัดตั้งสมาคมอนุรักษ์ เกิดนวัตกรรมการดูนก อีกทั้งช่วยกระจายรายได้ให้ชุมชน 

การดูนก : ประสิทธิภาพ-ความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยมี จนน่าผลักดันสิ่งนี้เป็น Soft Power
ภาพ : birdingbeijing.com/education

หรืออย่างในนครเฉิงตู ตัวอย่างสำคัญที่แสดงถึงวิธีทำให้การชมนกได้รับความนิยมมากขึ้นในรูปแบบของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ นครเฉิงตูได้รับเลือกให้เป็นเมืองสาธิตด้านวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และการบริโภคเป็นกลุ่มแรกในประเทศจีน เน้นดึงดูดผู้คนด้วยการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และมีการพัฒนาระบบนิเวศวิทยาอย่างต่อเนื่อง จึงอุดมไปด้วยนกสวยงามนานาชนิด โดยสมาคมชมนกนครเฉิงตูเปิดเผยว่า ปัจจุบันมีนกอาศัยอยู่มากถึง 511 สายพันธุ์ นักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศจึงเดินทางไปเยือนเพื่อชมนก ชมไม้ ชมหิ่งห้อย นอกจากนี้ ภายในสวนสาธารณะชิงหลงหู ยังมีเกาะนกที่เลี้ยงนกแบบอยู่ร่วมกับธรรมชาติ โดยเปิดให้นักท่องเที่ยวชมได้ในระยะไกล เพื่อไม่ให้มนุษย์เข้าไปรบกวนชีวิตของนกมากเกินไป

เมื่อการชมนกได้รับความนิยมมากขึ้น นอกจากจะสร้างรายได้ให้ประเทศถึง 120 ล้านหยวน การปรับปรุงระบบนิเวศวิทยายังช่วยส่งเสริมการพัฒนาเมือง และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้นด้วย 

ภาพ : thaibizchina.com

สหรัฐอเมริกา

อุตสาหกรรมที่ต่อเนื่องจากกิจกรรมของคนรักนก

เช่นเดียวกับสหรัฐอเมริกา มีการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติ ส่งเสริมการดูนกจนเกิดเป็นอุตสาหกรรมที่ต่อเนื่องตามมา ทั้งหนังสารคดี อุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น กล้องดูนก การบันทึกภาพนก อาชีพผู้นำดูนก ซึ่งสร้างรายได้หลายล้านบาทต่อปี

การดูนก : ประสิทธิภาพ-ความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยมี จนน่าผลักดันสิ่งนี้เป็น Soft Power
ภาพ : birdwatchingdaily.com

ญี่ปุ่น 

หมุดหมายที่คนรักนกจำนวนมากอยากไปเยือน

ญี่ปุ่นก็เป็นอีกประเทศอันดับต้น ๆ ที่ผู้ชื่นชอบนกจำนวนมากอยากไปเยือน เพราะมีสภาพภูมิอากาศตั้งแต่แบบกึ่งเขตหนาวไปจนถึงกึ่งเขตร้อน เมื่อรวมความหลากหลายนี้เข้ากับลักษณะภูมิประเทศและฤดูกาลทั้ง 4 จึงกลายเป็นประเทศที่มีสภาพแวดล้อมที่ต้อนรับสัตว์ป่าหลากประเภทให้มาเยือนได้เป็นอย่างดี 

การดูนก : ประสิทธิภาพ-ความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยมี จนน่าผลักดันสิ่งนี้เป็น Soft Power
การดูนก : ประสิทธิภาพ-ความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยมี จนน่าผลักดันสิ่งนี้เป็น Soft Power
ภาพ : Japan.travel

การดูนกที่ญี่ปุ่นที่ถือว่ามีคุณค่ามากที่สุดอาจเป็นการดูนกกระเรียนมงกุฎแดง นกที่ใคร ๆ ก็ยกให้โดดเด่นเรื่องความสง่างาม เป็นสัญลักษณ์ของความสุขและอายุยืนยาว นกชนิดนี้มีเรื่องราวปรากฏอยู่ในศิลปะของญี่ปุ่นมาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ดังที่พบได้บนกิโมโนของเจ้าสาว ขวดสาเก และฉากกั้นกระดาษ 

นกกระเรียนมงกุฎแดงเป็นที่รู้จักมากที่สุดจากการเต้นหาคู่ ซึ่งมีท่าทางงดงามราวกับได้รับการออกแบบท่าเต้นมา โดยพวกมันจะเต้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม 

ฮอกไกโด ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดของโลกในการดูนก เนื่องจากมากกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรนกกระเรียนมงกุฎแดงในโลกอาศัยอยู่ที่นี่ จากความพยายามอนุรักษ์และฟื้นฟูจำนวนประชากรนกกลับมาหลังจากถูกล่าจนเกือบสูญพันธุ์ จนสุดท้ายจำนวนนกในพื้นที่ชุ่มน้ำคุชิโระของฮอกไกโดเพิ่มขึ้นจากประมาณ 20 ตัว เป็นกว่า 1,300 ตัว และเกิดพฤติกรรมที่เหล่านักดูนกให้ความสนใจ นั่นคือพวกมันไม่ย้ายถิ่นฐาน หรือย้ายห่างออกไปเพียง 150 กิโลเมตรเท่านั้นในฤดูหนาว ซึ่งเป็นปรากฏการณ์พิเศษที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักในนกกระเรียนมงกุฎแดง

ด้วยเหตุนี้ ฮอกไกโดจึงกลายเป็นแหล่งรวมสายพันธุ์นกครึ่งหนึ่งของประเทศ รวมถึงกลายเป็นภูมิภาคยอดนิยมสำหรับนักดูนกและนักท่องเที่ยว 

หรือนกกระสาในโทโยโอกะ เมืองชายฝั่งของญี่ปุ่น อยู่ห่างจากเกียวโตไปทางตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ภูมิภาคนี้ทุ่มเททรัพยากรจำนวนมากในการฟื้นฟูจำนวนประชากรนกกระสาป่าซึ่งสูญพันธุ์ไปแล้ว ตัวสุดท้ายเสียชีวิตที่นี่ในปี 1971 และในปี 1985 นกกระสาฝูงใหม่ได้ถูกนำเข้ามาจากรัสเซีย จากนั้นจำนวนประชากรนกจึงฟื้นตัวมาเป็นประมาณ 170 ตัว 

หนึ่งในวิธีที่ใช้ฟื้นฟูจำนวนประชากรนกกระสา คือการปลูกข้าวออร์แกนิกในทุ่งนา ให้ผืนดินเต็มไปด้วยสัตว์ที่เป็นอาหารของพวกมัน ซึ่งผลพลอยได้ที่ตามมา นอกจากจำนวนนกที่เพิ่มขึ้น ยังเกิดพืชผลที่กลายเป็นผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียม ชื่อว่า ‘โคะ โนะ โทะริ-ฮะกุคุมุ-โอะโคะเมะ’ (ข้าวนกกระสา)
ในประเทศญี่ปุ่น การดูนกถูกยกให้เป็น Soft Power และการปกป้องแหล่งที่อยู่อาศัยของนกนั้นถือเป็นงานสำคัญ มีสถานที่ที่ได้รับการกำหนดว่าเป็นพื้นที่สำหรับนกและความหลากหลายทางชีวภาพถึง 160 แห่ง ซึ่งได้รับการระบุโดย BirdLife International ตามข้อมูลขององค์กรการกุศลนี้ ญี่ปุ่นมีนก 446 สายพันธุ์ ซึ่ง 49 สายพันธุ์ในนั้นอยู่ในสถานะถูกคุกคามทั่วโลก และ 21 สายพันธุ์เป็นนกเฉพาะถิ่น ซึ่งพื้นที่สำหรับนกเฉพาะถิ่น 3 แห่ง ได้แก่เกาะอิซุ เกาะโอกะซะวะระ และเกาะนันเซ

สิงคโปร์

การสร้าง Jurong Bird Park สวนนกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย

แม้สิงคโปร์ที่ถึงจะมีทรัพยากรธรรมชาติไม่มากนัก แต่กลับสร้างสวนนกชื่อดังอย่าง ‘Jurong Bird Park’ ด้วยความตั้งใจให้เป็นสวนนกใหญ่ที่สุดในเอเชีย มีนกกว่า 5,000 ตัว จาก 400 สายพันธุ์

บนพื้นที่ 20.2 เฮกตาร์ นับว่าเป็นสถานที่รวบรวมสัตว์ปีกแทบทุกสายพันธุ์ รวมถึงมีการแสดงที่สนุกสนาน โชว์แบบอินเทอร์แอคทีฟ โดยทั้งหมดมีนกเป็นพระเอกในทุกกิจกรรม 

การดูนก : ประสิทธิภาพ-ความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยมี จนน่าผลักดันสิ่งนี้เป็น Soft Power
ภาพ : visitsingapore.com

อาณาบริเวณกว้างขวางของ Jurong Bird Park มีส่วน Waterfall Aviary หนึ่งในกรงนกใหญ่ที่สุดในโลกที่เดินเข้าไปชมได้ ที่นี่คือบ้านของนกกว่า 600 ตัว มีน้ำตกสูง 30 เมตร และมีกรงนกโนรีแบบวอล์กอินที่ใหญ่ที่สุดในโลก สูงกว่าตึก 9 ชั้น นักท่องเที่ยวจะได้ใกล้ชิดกับนกโนรีสีสันสวยงาม 15 สายพันธุ์ และเพนกวินโคสต์อีกหลากหลายสายพันธุ์ Flamingo Lake ที่เต็มไปด้วยเจ้านกจอมวางมาดนับร้อยตัว และใกล้กันยังมี Pelican Cove รวบรวมนกกระทุงครบทุกสายพันธุ์ มีการบินโชว์ของนกอินทรี เหยี่ยวฟัลคอน เหยี่ยวฮอว์ก การแสดงใน High Flyers Show และยังมีบริการพักค้างคืนที่แคมป์ของสวนนก ซึ่งอยู่ใกล้กับที่อยู่ของนกเพนกวินและนกชนิดอื่น ๆ กิจกรรมค้างคืนนี้จัดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ หรือใครอยากแอบดูนกเกิดใหม่ก็ไปที่ Breeding & Research Centre ได้ ไฮไลต์อยู่ที่ห้องฟักไข่ ห้องอนุบาล และห้องหย่านม

ไทย

วามเป็นไปได้ที่การดูนกจะกลายเป็นอีกหนึ่ง Soft Power 

สำหรับประเทศไทย เราตั้งอยู่ในเขตตะวันออก มีลักษณะเด่นทางชีวภูมิศาสตร์หลายประการ และได้ชื่อว่าเป็นศูนย์รวมความหลากหลายทางชีวภาพ รวมทั้งมีนกเป็นต้นทุนทางธรรมชาติที่มีคุณค่ามากมาย ประเทศไทยมีนกกว่า 986 ชนิด ทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพ รวมถึงนกจาก 2 คาบสมุทร คือคาบสมุทรอินโดจีนและคาบสมุทรมาลายู นกเหล่านี้ช่วยสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับเมืองไทยมานาน มีทั้งนกป่า นกน้ำ นกชายเลน นกทุ่ง แม้แต่นกเมือง

ทั่วทุกภูมิภาคของไทยมีแหล่งที่นักดูนกไปเยือนได้ หรือแม้แต่พื้นที่ชานเมืองกรุงเทพฯ อย่างสถานที่ตากอากาศบางปู จ.สมุทรปราการ หรือ ชายทะเลบ้านกาหลง จ.สมุทรสาคร ที่ส่วนใหญ่เป็นนกชายเลนและนกทะเล มีบ้างที่เป็นนกป่าโกงกาง ก็ยังพบกับนกนางนวล นกซ่อมทะเลอกแดง นกยางเขียว นกกระจ้อยป่าโกงกาง เป็นต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับฤดูกาล สถานที่ และปัจจัยอื่น ๆ 

การมาดูนกในเมืองไทยถือเป็นหนึ่งในโปรแกรมที่นักดูนกจากทั่วโลกให้ความสนใจ เช่น การดูนกที่ดอยอินทนนท์ เทศกาลนับนกเหยี่ยวที่ชุมพร นกเงือกรวมฝูงที่เขาใหญ่ นกชายเลนปากช้อนซึ่งเหลือไม่ถึง 400 ตัวแถวนาเกลือ จ.สมุทรสาคร เป็นต้น 

ตัวอย่างสถานที่ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ที่นักท่องเที่ยวสามารถปักหมุดเดินทางไปดูนกได้ ได้แก่ 

การดูนก : ประสิทธิภาพ-ความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยมี จนน่าผลักดันสิ่งนี้เป็น Soft Power
การดูนก : ประสิทธิภาพ-ความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยมี จนน่าผลักดันสิ่งนี้เป็น Soft Power

ภาคเหนือ ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูง พื้นที่สูงที่สุด 2,565 เมตรอยู่ที่ดอยอินทนนท์ ประกอบด้วย ป่าเต็งรัง ป่าโปร่ง ป่าดิบชื้น ป่าสน ป่าดิบเขา มีแหล่งดูนก เช่น ดอยอินทนนท์ ดอยปุย-สุเทพ ดอยเชียงดาว ดอยอ่างขาง ดอยผ้าห่มปก แม่ฝาง ท่าตอน เชียงแสน ดอยม่อนจอง แม่ปิง ลุ่มน้ำปาย สาละวิน แม่เมย ดอยขุนตาล ดอยผาเมือง ดอยผาช้าง ดอยลังกา ดอยภูคา 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีที่ราบสูง พื้นที่สูงสุดที่บริเวณดงพญาเย็น สูงประมาณ 1,200 – 1,500 เมตร ประกอบด้วย ป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง ป่าดิบบางส่วน มีแหล่งดูนก เช่น เขาใหญ่ ปางสีดา ทับลาน ภูหลวง น้ำหนาว ภูหินร่องกล้า ภูเขียว 

ภาคตะวันออก เป็นที่ราบและภูเขาสูงอยู่ที่เขาสอยดาว สูงประมาณ 1,670 เมตร ประกอบด้วย ป่าดิบฝน ป่าดิบแล้งบางส่วน และป่าชายเลนริมชายฝั่งทะเล มีแหล่งดูนก เช่น เขาสอยดาว เขาอ่างฤาไน เขาเขียว บางพระ

ภาคตะวันตก มีผืนป่าที่สมบูรณ์และกว้างใหญ่ที่สุดในประเทศ มีเทือกเขาตะนาวศรีเป็นเส้นเขตแดนจนถึงภาคใต้ พื้นที่สูงน้อยกว่าภาคเหนือ ภูเขาสูง 1,811 เมตร ประกอบด้วย ป่าดิบแล้ง ป่าดิบ ป่าเต็งรัง ป่าไผ่ ป่าเบญจพรรณ มีแหล่งดูนก เช่น อุ้มผาง ทุ่งใหญ่นเรศวร ห้วยขาแข้ง เกริงกระเวีย ทองผาภูมิ แก่งกระจาน แม่น้ำภาชี เขาสามร้อยยอด 

ตัวอย่างการสร้างรายได้จาก 'กิจกรรมดูนก' ของจีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ อเมริกา เพื่อชี้ว่าไทยก็ชูสิ่งนี้เป็น Soft Power ได้
ตัวอย่างการสร้างรายได้จาก 'กิจกรรมดูนก' ของจีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ อเมริกา เพื่อชี้ว่าไทยก็ชูสิ่งนี้เป็น Soft Power ได้

ภาคใต้ ส่วนใหญ่เป็นที่ราบต่ำและภูเขา พื้นที่สูงสุด 1,835 เมตรอยู่ที่เขาหลวง ฝนตกชุกทำให้พื้นที่ประกอบไปด้วยป่าดิบฝนและป่าชายเลนริมฝั่งทะเล ปัจจุบันพื้นที่สมบูรณ์หลายแห่งถูกตัดถางเป็นสวนยางและปาล์ม มีแหล่งดูนก เช่น คลองนาคา คลองแสง-เขาสก เขาหลวง คลองพระยา เขาพนมเบญจา เขานอจู้จี้ บ้านในช่อง เขาปู่-เขาย่า เขาช่อง โตนงาช้าง ทะเลบัน บูโด-สุไหงปาดี ฮาลาบาลา เกาะลิบง ทะเลน้อย 
หรือหากไม่อยากเดินทางไกล พื้นที่ใกล้กรุงเทพฯ ซึ่งมีสภาพแวดล้อมเหมาะสมกับกิจกรรมดูนกก็มีให้เลือกหลากหลาย 

ทั้งสถานที่ตากอากาศบางปู จ.สมุทรปราการ ส่วนใหญ่เป็นนกชายเลนและนกทะเล มีบ้างที่เป็นนกป่าโกงกาง นกที่น่าสนใจคือ นกนางนวล นกซ่อมทะเลอกแดง นกยางเขียวนกกระจ้อยป่าโกงกาง และนกนางนวลแกลบ 

ชายทะเลบ้านกาหลง จ.สมุทรสาคร กลางเดือนกันยายนจะเริ่มมีนกชายเลนทยอยย้ายถิ่นฐานมาที่นี่ นกที่พบได้แก่ นกตีนเทียน นกหัวโตทรายเล็ก นกอีก๋อยเล็ก นกทะเลขาแดงลายจุด นกชายเลนปากโค้ง นกพลิกหิน และฝูงนกนางนวลแกลบ นอกจากนี้ หาดโคลนที่นี่ยังเป็นทำเลที่พบนกหายากของโลก 3 ใน 51 ชนิดที่ขึ้นบัญชีไว้ใน Red Data Book คือ นกชายเลนปากช้อน นกทะเลเขาเขียวลายจุด และนกซ่อมทะเลอกแดง

หรือวัดไผ่ล้อม จ.ปทุมธานี เป็นแหล่งที่นกปากห่างทำรังและวางไข่ และยังพบนกกระเต็นหัวดำ นกเด้าลมดง นกเค้าจุด บางครั้งอาจพบนกกระทุงและนกกุลาได้ด้วย 

ตัวอย่างการสร้างรายได้จาก 'กิจกรรมดูนก' ของจีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ อเมริกา เพื่อชี้ว่าไทยก็ชูสิ่งนี้เป็น Soft Power ได้

ในช่วง 20 – 30 ปีที่ผ่านมา คนไทยตื่นตัวและให้ความสำคัญกับเรื่องนกมากขึ้น มีการจัดกิจกรรมแข่งขันดูนกระดับโลก เพื่อชวนนักดูนกจากทั่วโลกมาเยือนเมืองไทย มีชมรมดูนกเกิดขึ้นมากมาย เกิดโครงการอนุรักษ์ ทั้งนกเงือก นกแต้วแร้วท้องดำ โครงการปล่อยนกกระเรียนคืนสู่ธรรมชาติ และยังมีข่าวการพบนกที่หาดูยาก ซึ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสัญญาณดีที่จะนำไปสู่การผลักดันให้สิ่งนี้กลายเป็น Soft Power ของประเทศ เป็นโอกาสสร้างเศรษฐกิจสีเขียว ต่อเนื่องไปถึงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงและกระจายรายได้สู่ชุมชน เช่น สร้างอาชีพผู้นำดูนก มัคคุเทศก์ท้องถิ่น รวมถึงภาคส่วนอื่น ๆ ก็อาจใช้โอกาสนี้ได้เช่นเดียวกับตัวอย่างในต่างประเทศที่กล่าวไปข้างต้น

ทั้งนี้ สิ่งที่อยากให้ตระหนักถึงกิจกรรมดูนกก็คือ นี่ไม่ใช่เพียงกิจกรรมที่ทำแล้วเพลิดเพลิน แต่การดูนกจะพาทุกคนออกไปสัมผัสอากาศบริสุทธิ์ เชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อม ช่วยสร้างความเข้าใจถึงความสัมพันธ์และความสำคัญของสรรพชีวิต และจะเป็นการดีอย่างยิ่ง หากการดูนกในเมืองไทยซึ่งนับว่าเพียบพร้อมไม่แพ้แหล่งดูนกติดอันดับโลกอื่น ๆ ถูกหยิบยกมาเป็นยุทธศาสต์ชาติ หรือได้รับการผลักดันให้เป็น Soft Power ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างชาติได้เช่นเดียวกับวัฒนธรรมอันดีงามอื่น ๆ 

ข้อมูลอ้างอิง
  • Thaibizchina.com
  • Japan.travel
  • visit Singapore.com
  • TNN News
  • จารุจินต์ นภีตะภัฏ, กานต์ เลขะกุล และวัชระ สงวนสมบัติ. คู่มือศึกษาธรรมชาติหมอบุญส่ง เลขะกุล นกเมืองไทย.

Writer

เกษม ตั้งทรงศักดิ์

เกษม ตั้งทรงศักดิ์

นักกิจกรรมสังคม สิ่งแวดล้อม เขียนหนังสือเป็นงานหลังเกษียณ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load