โปรแกรมฟุตบอลโลกรอบ 16 ทีม รอบแบ่งกลุ่มและรอบ 32 ทีมสุดท้ายจบลงอย่างดุเดือด และตอนนี้เราได้ครบทั้ง 16 ทีมสุดท้ายของศึก ฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026 เป็นที่เรียบร้อย บทความนี้รวบรวม ตารางบอลโลกรอบ16ทีม ครบทั้ง 8 คู่ พร้อมวัน-เวลา (เวลาไทย) และบทวิเคราะห์เส้นทางของแต่ละทีมแบบเจาะลึก รับรองว่ารอบนี้ไม่มีคำว่า “งานเบา” อีกต่อไป เพราะทุกแมตช์คือเกมแพ้คัดออก แพ้เมื่อไหร่ตกรอบทันที
🗓️ โปรแกรมฟุตบอลโลกรอบ 16 ทีม ฟุตบอลโลก 2026 (เวลาไทย)
วันอาทิตย์ที่ 5 ก.ค. 2026 (ดึกคืนวันเสาร์ที่ 4 ก.ค.)
- 00.00 น. แคนาดา พบ โมร็อกโก
- 04.00 น. ปารากวัย พบ ฝรั่งเศส
วันจันทร์ที่ 6 ก.ค. 2026
- 03.00 น. บราซิล พบ นอร์เวย์
- 07.00 น. เม็กซิโก พบ อังกฤษ
วันอังคารที่ 7 ก.ค. 2026
- 02.00 น. โปรตุเกส พบ สเปน
- 07.00 น. สหรัฐอเมริกา พบ เบลเยียม
- 23.00 น. อาร์เจนตินา พบ อียิปต์
คืนต่อเนื่องสู่วันพุธที่ 8 ก.ค. 2026
- สวิตเซอร์แลนด์ พบ โคลอมเบีย (ปิดท้ายรอบ 16 ทีม โปรดเช็กเวลาถ่ายทอดสดอีกครั้ง)
💥 สายบน (ฝั่งซ้าย) 4 คู่เดือด

ปารากวัย พบ ฝรั่งเศส
ทัพ “ตราไก่” ฝรั่งเศส แชมป์โลก 2 สมัยที่อาวุธล้นทีม ผ่านเข้ารอบมาอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการ ถล่มสวีเดน 3-0 ในรอบ 32 ทีม ต้องมาเจอกับความเหนียวแน่นของปารากวัยที่สร้างเซอร์ไพรส์ เขี่ยเยอรมนีตกรอบด้วยการดวลจุดโทษ (เสมอ 1-1 ชนะจุดโทษ 4-3) งานนี้ฝรั่งเศสเป็นต่อชัดเจนทั้งความเร็วและคุณภาพเกมรุก แต่ต้องระวังการโดนลากเข้าเกมอึดอัดสไตล์อเมริกาใต้ หากตราไก่ไม่ประมาท ก็น่าจะผ่านเข้ารอบ 8 ทีมได้
แคนาดา พบ โมร็อกโก
เป็นการรีแมตช์จากบอลโลก 2022 เมื่อสองทีมพลังหนุ่มมาเจอกันอีกครั้งที่ฮูสตัน แคนาดา เจ้าภาพร่วมที่ใช้ความเร็วเป็นอาวุธ ผ่านเข้ารอบด้วยการ เอาชนะแอฟริกาใต้ 1-0 ขณะที่ โมร็อกโก ม้ามืดจากปี 2022 มาในฟอร์มเขี้ยว เขี่ยเนเธอร์แลนด์ตกรอบด้วยการดวลจุดโทษ (เสมอ 1-1 ชนะจุดโทษ 3-2) คู่นี้คาดว่าจะเป็นเกมที่วิ่งไฟแลบทั้งสองฝั่ง โดยโมร็อกโกมีประสบการณ์เกมใหญ่มากกว่าเล็กน้อย
โปรตุเกส พบ สเปน (ดาร์บี้แมตช์คาบสมุทรไอบีเรีย)
นี่คือโคตรบิ๊กแมตช์ของรอบนี้ “ฝอยทอง” โปรตุเกส ที่พลิกเอาชนะโครเอเชีย 2-1 ต้องมาชนกับ “กระทิงดุ” สเปน ที่เพิ่ง ถล่มออสเตรีย 3-0 แบบเลือดเย็นโดยไม่เสียประตู เกมนี้ยังเป็นการปะทะข้ามเจเนอเรชันระหว่างคริสเตียโน โรนัลโด วัย 41 ปี กับ ลามิน ยามัล ดาวรุ่งวัย 18 ปี ที่แฟนบอลทั่วโลกยกให้เป็น “ไฟนอลก่อนเวลา” ของทัวร์นาเมนต์
สหรัฐอเมริกา พบ เบลเยียม
ทัพ “พญาอินทรี” สหรัฐฯ เจ้าภาพร่วมที่ได้เปรียบเสียงเชียร์เต็มสนาม ผ่านเข้ารอบด้วยการ เอาชนะบอสเนีย 2-0 ต้องรับมือกับ เบลเยียม ยุคผลัดใบที่เพิ่งเฉือน เซเนกัล 3-2 มาอย่างสูสี คู่นี้ทรงบอลก้ำกึ่ง สหรัฐฯ ได้ใจและแรงเชียร์ ส่วนเบลเยียมได้ความเก๋าและคุณภาพเฉพาะตัว มีสิทธิ์ยืดเยื้อถึงช่วงท้ายเกมสูง
💥 สายล่าง (ฝั่งขวา) 4 คู่ระอุ

บราซิล พบ นอร์เวย์
“แซมบ้า” บราซิล เต็งแชมป์ที่เพิ่งเฉือนญี่ปุ่น 2-1 ต้องมาวัดความคมกับ “ไวกิ้ง” นอร์เวย์ ที่ชนะไอวอรี่โคสต์ 2-1 นี่คือการปะทะระหว่างเกมรุกแพรวพราวของบราซิลกับพลังทำลายล้างของ เออร์ลิง ฮาลันด์ และ มาร์ติน โอเดการ์ด บราซิลเป็นต่อเรื่องความหลากหลายในเกมรุก แต่หากเผลอเมื่อไหร่ หมัดสวนกลับของไวกิ้งอาจทำให้เจ็บหนักได้ทุกเมื่อ
เม็กซิโก พบ อังกฤษ
“จังโก้” เม็กซิโก เจ้าภาพร่วมที่พกแพสชั่นมาเต็มเปี่ยม ผ่านเข้ารอบด้วยการ เอาชนะเอกวาดอร์ 2-0 ต้องดวลกับ “สิงโตคำราม” อังกฤษ ที่แฮร์รี เคน เหมา 2 ประตูพลิก แซงชนะดีอาร์ คองโก 2-1 อังกฤษมีสตาร์ล้นทีมแต่มักมีปัญหาฟอร์มฝืดในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ ขณะที่เม็กซิโกได้แรงหนุนจากกองเชียร์เจ้าถิ่น คู่นี้จึงมีลุ้นดราม่าถึงช่วงท้ายเกม
อาร์เจนตินา พบ อียิปต์ (ศึกแห่งราชา)
คู่ไฮไลต์ที่เดือดสุด ๆ แชมป์เก่า “ฟ้าขาว” อาร์เจนตินา ที่หืดจับกว่าจะ ต่อเวลาเฉือนเคปเวิร์ด 3-2 ต้องมาเจอ “ฟาโรห์” อียิปต์ ที่เพิ่งล้างอาถรรพ์ประวัติศาสตร์ ดวลจุดโทษดับออสเตรเลีย 4-2 เข้ารอบน็อกเอาต์บอลโลกได้เป็นครั้งแรก เกมนี้คือการเผชิญหน้าระหว่าง ลิโอเนล เมสซี กับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ สองซูเปอร์สตาร์ที่ต่างแบกความหวังของทั้งชาติไว้บนบ่า
สวิตเซอร์แลนด์ พบ โคลอมเบีย (สงครามแทคติก)
“นาฬิกาพิฆาต” สวิตเซอร์แลนด์ ที่ใช้ความนิ่งและวินัย สยบแอลจีเรีย 2-0 ต้องเจอบททดสอบของจริงอย่าง “กาเฟเตโรส” โคลอมเบีย ที่ฟอร์มร้อนแรงไร้พ่าย และเพิ่ง เบียดเอาชนะกานา 1-0 คำถามสำคัญคือเกมรับอันมีระเบียบของสวิสจะต้านทานความจี๊ดของ หลุยส์ ดิอาซ และ ฮาเมส โรดริเกซ ได้หรือไม่ คู่นี้คือการปะทะกันของสองปรัชญาที่ต่างขั้ว
🔍 3 คู่ที่ต้องดูให้ได้
จากทั้ง 8 คู่ในตารางบอลโลกรอบ16ทีม มีอยู่ 3 คู่ที่โดดเด่นเป็นพิเศษ คู่แรกคือ โปรตุเกส พบ สเปน ที่นอกจากจะเป็นดาร์บี้แมตช์คาบสมุทรไอบีเรียแล้ว ยังเป็นการส่งต่อคบเพลิงระหว่างโรนัลโดกับยามัล คู่ที่สองคือ อาร์เจนตินา พบ อียิปต์ ที่รวมสองไอคอนอย่างเมสซีและซาลาห์ไว้ในเกมเดียว และคู่ที่สามคือ บราซิล พบ นอร์เวย์ ที่เป็นการปะทะระหว่างศิลปะแซมบ้ากับพลังดิบของฮาลันด์ ทั้งสามคู่นี้การันตีความมันส์และดราม่าตลอด 90 นาที (หรืออาจยาวถึงต่อเวลาและจุดโทษ)
📌 สรุปเส้นทางสู่รอบ 8 ทีม
ตารางการแข่งขันรอบ 16 ทีม สุดท้ายของ ฟุตบอลโลก 2026 จะแข่งขันระหว่างวันที่ 5-8 ก.ค. 2026 โดยผู้ชนะทั้ง 8 คู่จะผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ในสายบน ผู้ชนะระหว่างปารากวัย-ฝรั่งเศส จะไปเจอผู้ชนะแคนาดา-โมร็อกโก และผู้ชนะโปรตุเกส-สเปน จะไปเจอผู้ชนะสหรัฐฯ-เบลเยียม ขณะที่สายล่าง ผู้ชนะบราซิล-นอร์เวย์ จะเจอผู้ชนะเม็กซิโก-อังกฤษ และผู้ชนะอาร์เจนตินา-อียิปต์ จะเจอผู้ชนะสวิตเซอร์แลนด์-โคลอมเบีย ทำให้ทุกแมตช์ในรอบนี้ล้วนมีความหมายต่อการวางเส้นทางลุ้นแชมป์โลก
รอบนี้เต็มไปด้วยทั้งทีมเต็งอย่างฝรั่งเศส บราซิล อาร์เจนตินา และสเปน รวมถึงม้ามืดที่พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์อย่างโมร็อกโก อียิปต์ และปารากวัย จึงเป็นรอบที่คาดเดายากและน่าติดตามที่สุดรอบหนึ่งของทัวร์นาเมนต์ อย่าลืมกาปฏิทินและเช็ก ตารางบอลโลกรอบ 16 ทีม ให้ดี เพราะทุกแมตช์คือเกมที่แพ้ไม่ได้ และอาจมีทีมยักษ์ต้องตกรอบแบบช็อกโลกก็เป็นได้ ผลบอลสด
