ปารากวัย พบ ออสเตรเลีย คืนวันที่ 25 มิถุนายน 2026 ณ Levi’s Stadium เมืองซานตาคลารา มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026 กลายเป็นเวทีของสงครามประสาทและยุทธวิธีที่เข้มข้นที่สุดนัดหนึ่งของบอลโลก 2026 ปารากวัยและออสเตรเลียต่างก้าวเข้าสู่นัดชี้ชะตานี้ด้วยคะแนนเท่ากันที่ 3 แต้ม ทำให้เกมนี้แทบไม่ต่างจากรอบเพลย์ออฟที่แพ้ก็ออกไปบ้าน แต่สุดท้ายเกมจบลงด้วยการเสมอ 0-0 ท่ามกลางการป้องกันที่แน่นหนาจากทั้งสองฝั่ง
ออสเตรเลียมีความได้เปรียบด้านผลต่างประตูที่ดีกว่า ทำให้การเสมอก็เพียงพอสำหรับการผ่านรอบ ในขณะที่ปารากวัยจำเป็นต้องชนะเท่านั้นจึงจะมั่นใจได้ว่าจะผ่านเข้าสู่รอบแพ้คัดออก ข่าวฟุตบอลโลก2026
ครึ่งแรก — ยุทธวิธีเหนือสกอร์ สกัดจนไม่มีประตู

45 นาทีแรกในซานตาคลาราเต็มไปด้วยการระวังตัวอย่างสูง ทั้งสองทีมเข้าสู่เกมด้วยการวางแผนยุทธวิธีมากกว่าการบุกถล่ม ปารากวัยจัดทัพด้วยแนวรับ 5 คนที่อัดแน่น และปล่อยให้ออสเตรเลียเป็นฝ่ายถือบอล ก่อนรอจังหวะโต้กลับอย่างรวดเร็ว
ออสเตรเลียเปิดฉากการโจมตีจากปีกขวาโดย อัจดิน ห์รุสติช เปิดบอลข้ามหน้าประตูให้ เทเต เยนกี แต่เยนกีไม่สามารถพุ่งยิงได้อย่างทรงพลังพอ บอลกลิ้งเข้ามือผู้รักษาประตูอย่างง่ายดาย
จอร์ดี บอส ของออสเตรเลียลองโชคด้วยการยิงระยะไกลจากเท้าซ้าย แต่บอลพุ่งตรงเข้ามือผู้รักษาประตูปารากวัยอย่าง ออร์แลนโด กิล ที่รับได้อย่างสบาย
ฝั่งปารากวัยเองก็พยายามสร้างโอกาสจากการโต้กลับ แต่ ปัจจัยที่ฉุดรั้งปารากวัยอย่างหนักในเกมนี้คือการขาด มิเกล อัลมิรอน เพลย์เมกเกอร์คนสำคัญที่ถูกแขวนนัดนี้เนื่องจากใบเหลืองสะสม ทำให้แนวรุกของ “ลา อัลบิร์โรฮา” ขาดความคมและความคิดสร้างสรรค์อย่างเห็นได้ชัด
ทั้งสองทีมเข้าสู่ห้องพักในช่วงพักครึ่งด้วยสกอร์ 0-0 ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดและยังคงไม่มีทีมใดสามารถสร้างโอกาสที่ชัดเจนได้เลย ฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026
ครึ่งหลัง — เปลี่ยนตัวคึกคัก แต่ยังไม่มีประตู

ครึ่งหลังเริ่มต้นด้วยการเปลี่ยนตัวของปารากวัย โดยส่ง เมาริซิโอ ลงแทน มาอิดานา บนปีก เพื่อเพิ่มความเร็วและความคมในการโต้กลับ ทำให้จังหวะของเกมคึกคักขึ้นทันที เมื่อเมาริซิโอจับมือกับ ฆูลิโอ เอนซิโซ เพื่อดึงแนวรับออสเตรเลียออกมา
เอนซิโซยิงจากระยะไกลแต่บอลออกซ้ายของประตู ขณะที่ แอนเดรส คูบาส ลองยิงแต่บอลพุ่งสูงเกินคานไปอย่างน่าเสียดาย
คอนเนอร์ เมตคาล์ฟ ของออสเตรเลียต้องหยุดเกมชั่วคราวหลังจากรับเท้าของ อันเดรส คูบาส เข้าที่ใบหน้าโดยไม่ตั้งใจจนเลือดออก ก่อนที่จะกลับลงสนามด้วยผ้าพันรอบศีรษะ
ออสเตรเลียตอบโต้ด้วยการส่ง อัจดิน ห์รุสติช ลงแทน คริสเตียน โวลปาโต และ พอล โอคอน-เอ็งสเลอร์ ลงแทน แจ็กสัน เออร์วีน โดย ห์รุสติช ลงสนามเป็นครั้งแรกในบอลโลก 2026 ครั้งนี้
จอร์ดี บอส ยังสร้างโอกาสทองในช่วงท้ายเกม ด้วยการวิ่งตัดผ่านกองหลังสองคนและเข้าไปในเขตโทษ ก่อนตัดมายิง แต่บอลพุ่งออกข้างซ้ายของเสาไปอย่างน่าเสียดาย
ช่วงท้ายเกม ดิเอโก โกเมซ ของปารากวัยถูกเตือนด้วยใบเหลืองหลังจากเข้าปะทะ จอร์ดี บอส อย่างรุนแรง ซึ่งหมายความว่าเขาจะต้องพลาดนัดถัดไปของปารากวัยหากผ่านรอบได้ ผลฟุจบอลโลก2026
สรุปผลการแข่งขัน
ปารากวัย พบ ออสเตรเลีย ผลเสมอ 0-0 ส่งออสเตรเลียผ่านเข้ารอบแพ้คัดออกในฐานะรองแชมป์กลุ่ม D อย่างเป็นทางการ ขณะที่ปารากวัยจบในอันดับสามของกลุ่ม และต้องลุ้นว่าจะผ่านรอบในฐานะทีมอันดับสามที่ดีที่สุดหรือไม่
น่าสังเกตว่าปารากวัยสร้างสถิติพิเศษในบอลโลกครั้งนี้ด้วยการยิงรวมมากที่สุดโดยไม่ได้ประตูใน 2 นัดติดต่อกัน รวมถึงการยิง 30 ครั้งในนัดแรกพบสหรัฐฯ รวมสองนัดได้ 62 ครั้ง ซึ่งสะท้อนถึงความโชคร้ายและความไม่คมต่อหน้าประตูของ “ลา อัลบิร์โรฮา” ตลอดรอบกลุ่ม
ในประวัติศาสตร์การพบกัน 5 ครั้งก่อนหน้านี้ ออสเตรเลียชนะ 2 ครั้งและเสมอ 3 ครั้ง โดยปารากวัยไม่เคยชนะออสเตรเลียได้เลยสักครั้ง และนัดนี้ก็ยังคงรักษาสถิตินั้นไว้
การเสมอ 0-0 อาจไม่ใช่ฟุตบอลที่ดูสนุกที่สุด แต่สำหรับออสเตรเลียมันคือ 1 แต้มที่มีค่ามหาศาล ในขณะที่ปารากวัยยังคงมีแสงสว่างปลายอุโมงค์ หากทีมอันดับสามในกลุ่มอื่นไม่ได้คะแนนดีกว่า ทั้งสองทีมยังไม่หมดหวัง และบอลโลก 2026 ยังคงดำเนินต่อไปอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ! สรุปผลฟุตบอลโลก2026
