วันที่ 5 มิถุนายน 2569 สำนักงานเลขานุการ กรมสรรพากร ได้เผยแพร่เอกสารข่าวแจก เลขที่ข่าว ปชส. 13/2569 เรื่อง กรมสรรพากรดำเนินการเร่งรัดจัดเก็บภาษีอากรจากนายทักษิณ ชินวัตร เพื่อชี้แจงความคืบหน้าเกี่ยวกับการบังคับจัดเก็บภาษีอากรให้เป็นไปตามแนวทางกฎหมายและคำพิพากษาของศาล นับเป็นการออกมายืนยันท่าทีอย่างเป็นทางการของกรมสรรพากรอีกครั้ง หลังจากที่กระแสสังคมกดดันให้หน่วยงานเร่งดำเนินการเรียกเก็บภาษีจากอดีตนายกรัฐมนตรีให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
📋 ที่มาของคดี ศาลฎีกาตัดสินอย่างไร
เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 ศาลฎีกาพิพากษากลับคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษและศาลภาษีอากรกลาง โดยตัดสินยกฟ้องคดีที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเป็นโจทก์ยื่นฟ้องกรมสรรพากรกรณีกรมสรรพากรประเมินภาษี เรียกเก็บเบี้ยปรับและเงินเพิ่มจากการขายหุ้นบริษัทชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จำนวน 1.76 หมื่นล้านบาท ซึ่งคำพิพากษาของศาลฎีกาครั้งนี้เป็นผลทำให้นายทักษิณต้องปฏิบัติตามหนังสือแจ้งประเมินภาษีพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่มของกรมสรรพากรตามขั้นตอนต่อไป
📋 อธิบดีกรมสรรพากร ยืนยันจุดยืนชัดเจน
นายสมศักดิ์ อนันทวัฒน์ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี (กลุ่มธุรกิจพลังงาน) รักษาราชการแทนอธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า นับแต่ประเมินภาษีนายทักษิณ ชินวัตร ถึงแม้จะอยู่ระหว่างการใช้สิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และการพิจารณาคดีในชั้นศาล กรมสรรพากรได้ติดตามเร่งรัดภาษีอากรค้างจากนายทักษิณมาโดยตลอดอย่างต่อเนื่องภายใต้กรอบของกฎหมาย โดยดำเนินการแจ้งเตือนให้ไปชำระภาษี สอบสวนทรัพย์สินทุกประเภทเพื่อยึดอายัด นำเงินมาชำระหนี้ภาษีอากร
📋 ล่าสุด สอบทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศ

ปัจจุบันกรมสรรพากรได้ติดตามทรัพย์สินของนายทักษิณ ชินวัตร ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อหาแนวทางดำเนินการบังคับชำระหนี้ภาษีอากร อย่างไรก็ตามเมื่อดำเนินการเร่งรัดภาษีอากรจนถึงที่สุดแล้ว หากกรมสรรพากรได้รับชำระภาษีไม่ครบถ้วนตามการประเมิน ก็จะพิจารณาดำเนินการฟ้องนายทักษิณ ชินวัตรเป็นคดีล้มละลายต่อไป โดยดำเนินการภายใต้กรอบระยะเวลาและอายุความตามกฎหมายมิให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ
📋 ฝ่ายการเมืองจี้ เร่งดำเนินคดีก่อนหมดอายุความ
นายถาวร เสนเนียม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า เรื่องภาษี 17,000 กว่าล้านบาทนั้น เกรงว่ารัฐจะไม่ได้เงินเลย เพราะระยะเวลาบังคับชำระภาษีค้างจะหมดประมาณกลางปี 2570 ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 12 และเบื้องต้นทราบว่าบังคับชำระภาษีได้เพียง 50 ล้านบาทเศษ จากยอดเต็ม 17,629 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ห่างไกลจากยอดหนี้ภาษีจริงอย่างมาก สะท้อนถึงความท้าทายในการบังคับใช้กฎหมายในคดีที่มีความซับซ้อนสูง
📋 ภาคประชาชนยื่นหนังสือ กดดันรัฐบาลเร่งดำเนินการ
ภาคประชาชนจากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น จ.ขอนแก่น ได้เข้ายื่นหนังสือต่อศูนย์ดำรงธรรม ส่งถึงนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อเร่งรัดจัดเก็บเงินค่าภาษีจากนายทักษิณ ชินวัตร ตามคำพิพากษาศาลฎีกาเป็นเงินจำนวน 17,629 ล้านบาท เพื่อนำเงินมาใช้ในการบริหารประเทศ โดยขีดเส้นตาย 1 เดือน หากยังไม่มีความคืบหน้าจะร้องเอาผิดนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และอธิบดีกรมสรรพากร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทั้งหมดนี้ยิ่งตอกย้ำว่าคดีภาษีทักษิณถือเป็นเรื่องที่สังคมจับตามองอย่างใกล้ชิด และเป็นบทพิสูจน์สำคัญของการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมในสังคมไทย
