อ่านเถิดหนา 05 : ที่รักของชั้น ชวนหยิบหนังสือมาอ่านร่วมกันที่หอสมุดแห่งชาติ เมื่อวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2563 นอกจากมีนักอ่านหยิบหนังสือเล่มโปรดของตัวเองมาเพิ่มปริมาณกองดองให้คนอื่น เรายังชวนบรรณารักษ์จากห้องสมุดอีก 6 แห่งมาแนะนำหนังสือจากห้องสมุดทั้งในและต่างประเทศ ลิสต์หนังสือที่ว่า น่าอ่านขนาดที่คนห่างห้องสมุดมานานอย่างเรา อยากหารูปติดบัตรไปสมัครเป็นสมาชิก และหยิบหนังสือเต็มโควต้าที่ห้องสมุดให้ยืมได้เสียเดี๋ยวนี้

ปีนชั้นที่รักหาหนังสือน่าอ่าน แนะนำโดยบรรณารักษ์ห้องสมุด 6 แห่งทั่วไทยและในอังกฤษ, แนะนำหนังสือน่าอ่าน 2020
ปีนชั้นที่รักหาหนังสือน่าอ่าน แนะนำโดยบรรณารักษ์ห้องสมุด 6 แห่งทั่วไทยและในอังกฤษ, แนะนำหนังสือน่าอ่าน 2020

ขอยกตัวอย่างหนังสือน่าอ่านที่เหล่าบรรณารักษ์ภูมิใจนำเสนอสักเล็กน้อย เริ่มจากหนังสือสำหรับนักอ่านอายุ 0 ปี หนังสือโดยชาวต่างชาติฝรั่งที่เล่าถึงต้นคริสมาสต์ต้นแรกของไทยเมื่อกว่า 75 ปีก่อน หนังสือที่อ่านจบปุ๊บอินเทรนด์ปั๊บ หนังสือที่จะพาไปรู้จักศาสตร์และพื้นที่ในไทยที่หลายคนอาจมองข้าม ไปจนถึงนิยายแบบไท้ย ไทย แต่ไปอยู่ไกลถึงห้องสมุดในสหรัฐอเมริกา

ส่วนเจ้าบ้านอย่างบรรณารักษ์จากหอสมุดแห่งชาติก็มาเล่าเรื่องเบื้องหลังหนังสือหายากให้ฟังด้วยนะ ตามอ่านได้ที่นี่ 

หนังสือทุกเล่มที่ว่าหาอ่านได้จริง เลือกเล่มที่ถูกใจ แล้วพุ่งตัวไปห้องสมุดเจ้าของหนังสือเล่มนั้นได้เลย 

01

ดรุณบรรณาลัย ห้องสมุดเด็กปฐมวัย 

เริ่มต้นจากแหล่งรวบรวมหนังสือสำหรับผู้อ่านที่มีอายุตั้งแต่ 0 – 7 ปี ซึ่งเป็นห้องสมุดสำหรับเด็กปฐมวัยแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย นอกจากจะหยิบนิทานสอนใจที่ไม่ใช่เด็กก็อ่านได้มาฝากแล้ว คัธริน กอประคอง ผู้จัดการสำนักงานห้องสมุด และ สุพรรษา เกาศล เจ้าหน้าที่เทคโนโลยีสารสนเทศจากห้องสมุดดรุณบรรณาลัย ยังฝากความรู้เรื่องการอ่านหนังสือให้เด็กมาบอกด้วย

รู้หรือไม่ว่าช่วง 2,000 วันแรกของชีวิตเป็นช่วงเวลาที่เซลล์สมองกำลังสร้างความจดจำสำคัญ ทุกเรื่องที่เด็กได้เห็น รับฟัง และเรียนรู้ จะถูกเก็บไว้ในส่วนลึกๆ ของสมอง เมื่อถึงเวลา สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญที่เขาหยิบมาใช้ได้ เพราะฉะนั้น พ่อแม่ผู้ปกครองเริ่มอ่านหนังสือและปลูกฝังความคิดดีๆ ให้ลูกน้อยได้เลยไม่ต้องรอ อย่างหนังสือ 3 เล่มที่เลือกมาเล่าให้ฟังหลังจากนี้ เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับเป็นนิทานเล่มแรกของเด็กๆ

วัน-เวลา : 10.00 – 17.00 น. ปิดวันจันทร์และอังคาร 

Facebook : ดรุณบรรณาลัย ห้องสมุดเด็กปฐมวัย

  1. ห่านเอ็ดตะโร อยากได้อยากได้ 
    เลขเรียกหนังสือ : 0003280
    ผู้เขียน : รัตนา คชนาท 
    ปีที่พิมพ์ : พ.ศ. 2553
ปีนชั้นที่รักหาหนังสือน่าอ่าน แนะนำโดยบรรณารักษ์ห้องสมุด 6 แห่งทั่วไทยและในอังกฤษ, แนะนำหนังสือน่าอ่าน 2020

นิทานทั้งหลายมักจบลงด้วยประโยค “เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…” แต่นิทานเรื่องนี้มีวิธีให้ข้อคิดที่ต่างออกไป นิทานเล่มนี้จะพาเด็กๆ ไปเรียนรู้พฤติกรรมที่ควรหรือไม่ควรทำผ่านเจ้าห่านที่แสดงความอยากได้อยู่ตลอดเวลา เขาจะได้เห็นว่า เมื่อเจ้าห่านอยากได้แต่ไม่ได้แล้วร้องตะโกนโวยวาย สุดท้ายก็เป็นเพียงความน่ารำคาญ ซึ่งนั่นจะทำให้เขาพิจารณาได้ว่าควรหรือไม่ควรทำตาม 

 และอีกความน่าสนใจของนิทานที่ไม่มีสรุปจบเรื่องนี้ คือการใช้หนังสือเป็นเครื่องมือชี้แนะแนวทาง เพื่อนำไปสู่การที่เขาจะตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง เรียกว่าได้ทั้งอ่านเรื่องสนุกๆ จนตกตะกอนทางความคิด พร้อมกับเรียนรู้พฤติกรรมที่ควรหรือไม่ควรทำไปในคราวเดียว 

  1. เป็ด! กระต่าย! 
    เลขเรียกหนังสือ : 0002936 
    ผู้เขียน : เอมี เคราส์ โรซินทาล (Amy Krouse Rosenthal) 
    ผู้แปล : น้านกฮูก
    ปีที่พิมพ์ : พ.ศ. 2559
ปีนชั้นที่รักหาหนังสือน่าอ่าน แนะนำโดยบรรณารักษ์ห้องสมุด 6 แห่งทั่วไทยและในอังกฤษ, แนะนำหนังสือน่าอ่าน 2020

  เริ่มเรื่องด้วยการอวดหน้าปกหนังสือและตั้งคำถามว่า สัตว์ที่เห็นในภาพเป็นตัวอะไร ใครว่าเป็ด? ใครว่ากระต่าย? และวนซ้ำคำถามนี้ไปจนจบเรื่อง แต่ละหน้าหนังสือที่เปิดผ่าน จะเกิดการถกเถียงและให้เหตุผลสนับสนุนความคิดของตัวเองตลอดเล่ม เมื่อมาถึงหน้าสุดท้าย หากใครต้องการเฉลยว่าสัตว์เจ้าปัญหานี้คือตัวอะไร บอกใบ้ให้เลยว่าหนังสือไม่ได้ให้คำตอบที่ตายตัวเพียงหนึ่งเดียว เพราะวัตถุประสงค์หนังนิทานเรื่องนี้อยู่ที่การฝึกทักษะความคิด ต่อยอดจินตนาการ การรู้จักหาเหตุผลสนับสนุนความคิดของตน ไปจนถึงการยอมรับในความคิดเห็นที่แตกต่างของเพื่อนรอบข้าง 

แล้วคุณล่ะ คิดว่านี่คือเป็ด! หรือกระต่าย!

  1. Is that you wolf? 
    เลขเรียกหนังสือ: 0003343 
    ผู้เขียน : สตีฟ ค็อก (Steve Cox) 
    ปีที่พิมพ์ : ค.ศ. 2012
ปีนชั้นที่รักหาหนังสือน่าอ่าน แนะนำโดยบรรณารักษ์ห้องสมุด 6 แห่งทั่วไทยและในอังกฤษ, แนะนำหนังสือน่าอ่าน 2020

เรื่องราวของเจ้าหมูที่ออกผจญภัยพร้อมเชื่อว่ามีหมาป่าอยู่ในฟาร์ม อาวุธสำคัญที่ต้องใช้ คือสองมือกับความกล้าที่จะผ่านไปในแต่ละหน้า เพื่อหาว่ามีหมาป่าซ่อนอยู่ตรงไหน เด็กๆ จะต้องสอดมือเข้าไปและได้พบกับพื้นผิวที่แตกต่าง นอกจากเพิ่มทักษะการสัมผัส (Sensory) ในทุกครั้งที่สงสัย เขายังต้องรวบรวมความกล้าเพื่อพิสูจน์ 

เจ้าหน้าที่ห้องสมุดเล่าประสบการณ์ที่เคยใช้งานจริงให้ฟังว่า ในหน้าแรกเด็กทุกคนมักกลัว แต่เมื่อค่อยๆ เปิดไป เขาจะเริ่มกล้าลองผิดลองถูก แต่หนังสือเล่มนี้ก็ไม่ได้โลกสวยด้วยการหลอกว่าหมาป่าไม่มีอยู่จริง เพราะปิดหน้าสุดท้ายด้วยการที่หมาป่าตัวโตโผล่ออกมา และก็ถึงเวลาที่เด็กๆ ได้ออกกำลังกาย ด้วยการวิ่งหนีไปไกลอีกฝั่งของสนาม 

การปิดท้ายด้วยเซอร์ไพรส์แบบนี้สอนเขาได้เป็นอย่างดีว่าตัวร้ายไม่ได้มีเพียงนิยาย แม้แต่นิทานที่ดูไม่มีพิษภัย แต่ยังทำให้เด็กๆ เชื่อใจและถูกหลอกได้ เรียกว่าเป็นการสอนประสบการณ์ชีวิตฉบับย่อ โดยไม่ต้องรอให้เขาต้องเผชิญความเลวร้ายจริงๆ 

02

Olin Library Cornell University

คนต่อไปที่มาร่วมแนะนำหนังสือกับเราส่งวิดีโอข้ามทวีปมาจากสหรัฐอเมริกาคือ อภิกัญญา แมคคาร์ที่ แคตตาล็อกเกอร์แห่งห้องสมุดโอลิน มหาวิทยาลัยคอร์เนล (Olin Library Cornell University) หนึ่งในมหาวิทยาลัยเอกชนในไอวีลีก เธอรับผิดชอบจากจัดหมวดหนังสือภาษาไทย ลาว เขมร และทำงานในตำแหน่งนี้มากว่า 21 ปี สำหรับใครที่ยังไม่รู้จักหน้าที่ ‘แคตตาล็อกเกอร์’ เธออธิบายพร้อมเล่าประสบการณ์ทำงานสนุกๆ ไว้แล้ว และหนังสือที่บรรณารักษ์คนไทยในต่างแดนเลือกหยิบมาแนะนำให้พวกเราฟังมีดังนี้ 

  1. ชื่อหนังสือ : พล นิกร กิมหงวน 
    รหัส ISBN : 9786163884312
    ผู้เขียน : ป. อินทรปาลิต 
    ปีที่พิมพ์ : พ.ศ. 2561
ปีนชั้นที่รักหาหนังสือน่าอ่าน แนะนำโดยบรรณารักษ์ห้องสมุด 6 แห่งทั่วไทยและในอังกฤษ, แนะนำหนังสือน่าอ่าน 2020
ภาพ : www.saengdao.com

พล นิกร กิมหงวน เป็นหนังสือชุดในดวงใจในวัยเด็กของแคตตาล็อกเกอร์สาวคนนี้ เธอเล่าว่า หนังสือชุดนี้เป็นหนังสือเล่มแรกๆ ที่เริ่มอ่านและทำให้อ่านหนังสือแตกฉานแม้จะอยู่เพียงชั้น ป.2 ตั้งแต่เด็กจะอ่านไปขำไป ชอบความหล่อของพล ความกะล่อนของนิกร และความขำของกิมหงวน เมื่อก่อนอ่านก็เอาบันเทิงอย่างเดียวไม่ได้คิดอะไรมาก แต่พอตอนนี้ก็แอบคิดในใจว่า ตัวละครแอบมีการ Bully เช่น ล้อเลียนเรื่องหัวล้าน เห็นปมด้อยของคนอื่นเป็นเรื่องตลก ซึ่งในความเป็นจริงไม่ควรส่งเสริมพฤติกรรมแบบนี้ แต่ถึงอย่างไรหนังสือชุดนี้ก็เป็นที่หนึ่งในดวงใจของเธอเสมอ

  1. ชื่อหนังสือ : เจ้าไล
    รหัส ISBN : 9743314709
    ผู้เขียน : คึกเดช กันตามระ
    ปีที่พิมพ์ : พ.ศ. 2542
ปีนชั้นที่รักหาหนังสือน่าอ่าน แนะนำโดยบรรณารักษ์ห้องสมุด 6 แห่งทั่วไทยและในอังกฤษ, แนะนำหนังสือน่าอ่าน 2020
ภาพ : lh3.googleusercontent.com

อีกเล่มที่หยิบมาแนะนำเป็นนิยายเรื่อง เจ้าไล ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 1 เมื่อ พ.ศ. 2542 ตั้งชื่อเรื่องตามพระนามเดิมของสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง พระมหากษัตริย์องค์ที่ 22 แห่งกรุงศรีอยุธยา ในนิยายอิงประวัติศาสตร์เล่มนี้ ผู้อ่านจะได้รับทราบพระราชประวัติของพระองค์โดยละเอียด พร้อมกับการดำเนินเรื่องที่ชวนให้ติดตามต่อ ใครถูกใจนิยายแนวนี้ แนะนำให้ไปตามอ่านงานเขียนนิยายอิงประวัติศาสตร์ผลงานของ คึกเดช กันตามระ ที่สนุกไม่แพ้กันอีกหลายเรื่อง เช่น ท้าวทองกีบม้า เชงสอบู ตำนานรักศรีปราชญ์ 

  1. ชื่อหนังสือ : เกลียวกระซิบ
    รหัส ISBN : 978616773595
    ผู้เขียน : พงศกร
    ปีที่พิมพ์ : พ.ศ. 2561
ปีนชั้นที่รักหาหนังสือน่าอ่าน แนะนำโดยบรรณารักษ์ห้องสมุด 6 แห่งทั่วไทยและในอังกฤษ, แนะนำหนังสือน่าอ่าน 2020
ภาพ : images-se-ed.com

ปิดท้ายด้วยนิยายอิงประวัติศาสตร์อีกเล่มกับ เกลียวกระซิบ การเดินทางย้อนเวลาของสาวชาวพม่าที่มีเชื้อสายอยุธยา ซึ่งครอบครัวของเธอเป็นชาวอยุธยาช่วงกรุงแตกที่ถูกพม่ากวาดต้อนมาเป็นเชลย อ่านแล้วได้ทั้งความรู้และความบันเทิงตามสไตล์งานเขียนของคุณหมอพงศกร ที่ค้นคว้าข้อมูลมาสอดแทรกในนิยายได้อย่างละเมียดละไม บรรณารักษ์ไทยในต่างแดนที่เป็นแฟนนิยายอิงประวัติศาสตร์ตัวยงแถมเทคนิคการอ่านงานของคุณหมอพงศกรให้ว่า ควรอ่านคำนำของแต่ละเรื่องด้วย เพราะเป็นส่วนอธิบายที่มาที่ไปของข้อมูลที่ใช้ประกอบการเขียน ซึ่งจะเสริมให้เราอ่านเรื่องข้างในได้สนุกขึ้น 

03

ห้องสมุดนิลสัน เฮส์ (Neilson Hays Library)

นอกจากห้องสมุดนิลสัน เฮส์ (Neilson Hays Library) จะโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมนีโอคลาสสิกที่ได้รับการออกแบบและก่อสร้างอย่างประณีตอยู่คู่ถนนสุรวงศ์มากว่าร้อยปี ที่นี่ยังเป็นแหล่งรวบรวมหนังสือภาษาอังกฤษหลายแขนง ที่เปิดให้นักอ่านเข้าไปใช้บริการได้ ในคราวนี้ ไพลิน จิตรประเสริฐสุข อดีตกรรมการสมาคมห้องสมุดนิลสัน เฮส์ และปัจจุบันเป็นอาสาสมัครให้กับทางห้องสมุด รับหน้าที่มาแนะนำหนังสือน่าอ่านประจำห้องสมุดนิลสัน เฮส์ 

วันเวลา : วันอังคาร-วันอาทิตย์ 09.30 – 17.00 น ปิดวันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์

เว็บไซต์ : neilsonhayslibrary.org/

Facebook : Neilson Hays Library

  1. ชื่อหนังสือ : From Siam to Thailand : Backdrop to The Land of Smiles
    เลขเรียกหนังสือ : 915.93 O.68 
    ผู้เขียน : จอร์จ ออร์จิเบต (Jorges Orgibet)
    ปีที่พิมพ์ : ค.ศ. 1982 
ปีนชั้นที่รักหาหนังสือน่าอ่าน แนะนำโดยบรรณารักษ์ห้องสมุด 6 แห่งทั่วไทยและในอังกฤษ, แนะนำหนังสือน่าอ่าน 2020

หนังสือรวมบทความจากคอลัมน์ Backdrop ในนิตยสาร Business in Thailand นิตยสารรายเดือนใน ค.ศ. 1982 เนื้อหาในเล่มเล่าถึงการเปลี่ยนแปลงของกรุงเทพฯ ตั้งแต่ ค.ศ. 1945 ทั้งในเชิงสถานที่ วิถีชีวิตของคนไทยและชาวต่างชาติ ผ่านมุมมองของชาวอเมริกันที่เข้ามาในเมืองไทยในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ใช้ชีวิตในประเทศไทยกว่า 40 ปี และผู้เขียนยังเป็นคนเปิดสำนักข่าว AP ประจำประเทศไทยอีกด้วย

หนึ่งบทน่าสนใจที่อยากให้ทุกคนได้อ่าน คือเรื่องต้นคริสมาสต์ต้นแรกที่อยู่ในพื้นที่สาธารณะของกรุงเทพฯ ในหนังสือให้ข้อมูลว่า ใน ค.ศ. 1948 จอร์จร่วมกับเพื่อนที่เป็นผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ Bangkok Post เปิดคลับชื่อว่าบนถนนสีลมใกล้กับย่านพัฒน์พงศ์ในปัจจุบัน และปลูกต้นสนขนาด 12 ฟุต ซึ่งขนมาไกลจากภาคอีสาน ประดับประดาด้วยลูกบอลจากกระดาษห่อของของคนจีน ส่วนไฟก็ใช้ดวงไฟเล็กๆ ที่ใช้ตกแต่งรถสามล้อ

  1. ชื่อหนังสือ : Our Garden Was So Fair 
    เลขเรียกหนังสือ : 926.1 M.143
    ผู้เขียน : เบอร์ธา บราวท์ แม็คฟาร์แลนด์ (Bertha Blount McFarland)
    ปีที่พิมพ์ : ค.ศ. 1943
ปีนชั้นที่รักหาหนังสือน่าอ่าน แนะนำโดยบรรณารักษ์ห้องสมุด 6 แห่งทั่วไทยและในอังกฤษ, แนะนำหนังสือน่าอ่าน 2020
ภาพ : images-na.ssl

ต่อด้วยหนังสือที่เขียนโดยภรรยาของพระอาจวิทยาคม (George Bradley McFarland) และอดีตประธานสมาคมห้องสมุดนิลสัน เฮส์ หนังสือเล่มนี้จึงเปรียบเสมือนประวัติครอบครัวมิชชันนารีชาวอเมริกันที่บุกเบิกศาสตร์หลายแขนงในเมืองไทย ทั้งสร้างโบสถ์ สอนหนังสือ เป็นครูใหญ่โรงเรียนราชแพทยาลัย (คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดลในปัจจุบัน) เขียนหนังสือ จัดทำพจนานุกรม ออกแบบแป้นเครื่องพิมพ์ดีดภาษาไทย ฯลฯ 

Our Garden Was So Fair ตีพิมพ์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นช่วงที่เบอร์ธากลับไปที่สหรัฐอเมริกาแล้ว ส่วนพระอาจวิทยาคมเสียชีวิตที่กรุงเทพฯ ในระหว่างที่เป็นเชลยสงคราม นอกจากประวัติครอบครัว ในเล่มยังเล่าถึงชีวิตของชาวต่างชาติในไทยช่วงก่อนสงคราม และฉายภาพของกรุงเทพฯ เมื่อเกือบร้อยปีก่อน 

  1. ชื่อหนังสือ : For Jennie
    ผู้เขียน : โอ๊ต มณเฑียร
    ปีที่พิมพ์ : พ.ศ. 2562 
ปีนชั้นที่รักหาหนังสือน่าอ่าน แนะนำโดยบรรณารักษ์ห้องสมุด 6 แห่งทั่วไทยและในอังกฤษ, แนะนำหนังสือน่าอ่าน 2020

ปิดท้ายด้วยหนังสือทำมือผลงานของโอ๊ต มณเฑียร ที่ทำขึ้นเป็นพิเศษในงาน Neilson Hays Bangkok Literature Festival เมื่อปีที่ผ่านมา ภายในเล่มประกอบด้วยข้อเท็จจริงทางประวัติศาสคร์จากเอกสารและข่าวเก่าของห้องสมุดฯ พร้อมด้วยภาพสเกตซ์จากจินตนาการและข้อเขียนของคุณโอ๊ต นอกจากการเรียบเรียงที่ทำให้อ่านได้ต่อเนื่อง เนื้อหาที่เล่าโดยตัวละครเจนนี่ยังอบอวลไปด้วยความโรแมนติก ทั้งความรักที่หมอเฮส์มีต่อเธอ และความรักของเธอที่มีต่อห้องสมุด

คุณไพลินบอกทริกเล็กๆ ขณะอ่านหนังสือ For Jennie ว่า ให้หามุมสงบสักแห่งภายในห้องสมุดนิลสัน เฮส์ และอ่านโดยสลับกับหลับตาจินตานาการตามตัวหนังสือและภาพวาดในเรื่อง แล้วคุณจะพบว่า การอ่านหนังสือก็ทำให้เราเข้าถึงอารมณ์โรแมนติกได้ดีเลยล่ะ ใครอยากสัมผัสประสบการณ์แบบนี้ ถามหา For Jennie กับบรรณารักษ์ได้เลยนะ 

04

ห้องสมุดศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)

ห้องสมุดศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เป็นห้องสมุดที่รวบรวมหนังสือทางด้านมานุษยวิทยาและสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง เช่น โบราณคดี สังคมศาสตร์ ภาษาศาสตร์ ศิลปะ เห็นชื่อสาขาของการศึกษาทางมนุษยวิทยาแล้ว คงจะรู้ได้ว่า จริงๆ ศาสตร์แขนงนี้เป็นพื้นฐานของการศึกษาสาขาอื่นอีกมากมาย 

เหตุที่การศึกษาทางมานุษยวิทยากว้างขวางขนาดนี้ ก็เพื่อสอนให้เราเข้าใจในความต่างของสิ่งมีชีวิตและอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ส่วนหนังสือที่ จรรยา ยุทธพลนาวี บรรณารักษ์จากห้องสมุดเฉพาะทางแห่งนี้เลือกมาแนะนำให้นักอ่านทั่วไปก็น่าสนใจ เพราะเป็นหนังสือทางมานุษยวิทยาที่คนทั่วไปอ่านได้ เข้าใจง่าย แถมยังใกล้ตัวเราสุดๆ 

วัน-เวลา : 8.30 – 16.30 น. 

โทร : 0 2880 9429

Facebook : ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร – SAC

  1. ชื่อหนังสือ : หมู่เกาะมาเลย์ : THE MALAY ARCHIPELAGO 1
    เลขเรียกหนังสือ : DS592. ว54 2563
    ผู้เขียน : อัลเฟรด รัสเซล วอลเลซ (Alfred Russel Wallace)
    ผู้แปล : นำชัย ชีววิวรรธน์, ศศิวิมล แสวงผล, ต่อศักดิ์ สีลานันท์, ณัฐพล อ่อนปาน
    ปีที่พิมพ์ : พ.ศ. 2563
ปีนชั้นที่รักหาหนังสือน่าอ่าน แนะนำโดยบรรณารักษ์ห้องสมุด 6 แห่งทั่วไทยและในอังกฤษ, แนะนำหนังสือน่าอ่าน 2020
ภาพ : จรรยา ยุทธพลนาวี

เปิดเล่มแรกด้วยบันทึกการเดินทางสำรวจเพื่อเก็บตัวอย่างสัตว์ในหมู่เกาะมาเลย์ของนักชีววิทยาและนักธรรมชาติวิทยาชาวอังกฤษที่เขียนขึ้นจากการสำรวจหมู่เกาะมาเลย์ บอร์เนียว สิงคโปร์ และหมู่เกาะใกล้เคียง โดยก่อนหนังสือเล่มนี้จะได้รับการตีพิมพ์ ผู้เขียนได้ส่งต้นฉบับให้ชาร์ลส์ ดาร์วิน (Charles Darwin) ผู้ค้นพบทฤษฎีวิวัฒนาการและช่วยผลักดันให้ทฤษฎีนี้ได้รับการรับรอง จนได้ตีพิมพ์เป็นหนังสือ The Origin of Species โดย อัลเฟรด รัสเซล วอลเลซ ได้รับยกย่องในภายหลังว่าเป็น ‘ผู้ร่วมค้นพบทฤษฎีวิวัฒนาการ’

หนังสือ หมู่เกาะมาเลย์ : THE MALAY ARCHIPELAGO 1 ไม่ได้เล่าเพียงวิวัฒนาการทางกายภาพของสิ่งมีชีวิต แต่ยังเล่าถึงวิวัฒนาการทางกายภาพของทั้งมนุษย์และสัตว์ ครอบคลุมทั้งชาติพันธุ์ การอพยพย้ายถิ่นฐาน ภาษา วิถีชีวิตผู้คน ซึ่งทั้งหมดคือพื้นฐานของการศึกษาและการทำงานทางมานุษยวิทยา 

ไม่แน่ว่า เราอาจจะพบบรรพบุรุษคนไทยอยู่ในภูมิภาคอื่นก็ได้

  1. ชื่อหนังสือ : คนใน ประสบการณ์ภาคสนามของนักมานุษยวิทยาไทย
    เลขเรียกหนังสือ : DS592. ว54 2563
    ผู้เขียน : ปริตตา เฉลิมเผ่า กออนันตกูล, นิติ ภวัครพันธุ์, พัฒนา กิติอาษา, ยศ สันตสมบัติ, อานันท์ กาญจนพันธุ์, ศรีศักดิ์ วัลลิโภดม, ม.ร.ว. อคิน รพีพัฒน์
    ปีที่พิมพ์ : พ.ศ. 2555
ปีนชั้นที่รักหาหนังสือน่าอ่าน แนะนำโดยบรรณารักษ์ห้องสมุด 6 แห่งทั่วไทยและในอังกฤษ, แนะนำหนังสือน่าอ่าน 2020
ภาพ : จรรยา ยุทธพลนาวี

จะมีใครเล่าเรื่องคนใน ได้ดีกว่าคนในด้วยกัน!

มีคำกล่าวที่ว่า “ถ้าห้องทำงานของนักวิทยาศาสตร์คือห้องแล็บ ห้องทำงานของนักมานุษยวิทยาก็คือชุมชน” แล้วนักมานุษวิทยาเขาทำงานกันอย่างไร หาคำตอบได้ในหนังสือรวมงานเขียนของนักมานุษฯ ชั้นนำทั่วประเทศเล่มนี้ เนื่องด้วยที่ผ่านมา มีตำราวิชาการเกี่ยวกับศาสตร์มานุษยวิทยาน้อยมาก ประกอบกับคนทั่วไปไม่ค่อยรู้จัก ทั้งที่ศาสตร์นี้เป็นเครื่องมือชั้นดีที่ทำหน้าที่คล้ายแว่นตา ช่วยให้เรามองมนุษย์ด้วยกันได้โปร่งใส และนำไปสู่การ ‘ขจัด’ ข้ออคติใดๆ ที่เรามีต่อผู้คนในสังคมอื่น รับประกันว่าคุณภาพคับเล่ม จะนำไปเป็นแหล่งอ้างอิงก็ได้ หรืออ่านเพื่อเข้าใจการทำงานของคนกลุ่มนี้ก็ดี 

หนังสือเล่มนี้ไม่มีจำหน่ายแล้ว ยืมอ่านได้ที่ห้องสมุดศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เท่านั้น

  1. ชื่อหนังสือ : สายสตรีท : มานุษยวิทยาข้างถนนในมะนิลา
    เลขเรียกหนังสือ : HV4602.57 .บ722 2561
    ผู้เขียน : บุญเลิศ วิเศษปรีชา
    ปีที่พิมพ์ : พ.ศ. 2561 
ปีนชั้นที่รักหาหนังสือน่าอ่าน แนะนำโดยบรรณารักษ์ห้องสมุด 6 แห่งทั่วไทยและในอังกฤษ, แนะนำหนังสือน่าอ่าน 2020
ภาพ : จรรยา ยุทธพลนาวี

อาจารย์บุญเลิศ วิเศษปรีชา หรือที่ใครๆ รู้จักในนามกูรูเรื่องคนไร้บ้าน เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยที่ไปใช้ชีวิตเป็นคนไร้บ้านในมะนิลา ประเทศฟิลิปินส์ กว่า 14 เดือน จนตกตะกอน เข้าใจ และกลายมาเป็นหนังสือ สายสตรีท : มานุษยวิทยาข้างถนนในมะนิลา ในเล่มไม่เพียงฉายภาพคนไร้บ้านว่าพวกเขามีชีวิตอยู่อย่างไร แต่ยังเจาะลึกลงไปถึงความคิดเห็น เหตุผล และหัวใจของคนไร้บ้าน อย่างชายคนหนึ่งที่เล่าย้อนไปก่อนกลายมาเป็นคนไร้บ้าน เขาต้องโทษจนถูกคุมขัง เมื่อพ้นโทษออกมา สังคมกลับกีดกันไม่ให้ใช้ชีวิตเหมือนคนปกติ การอยู่อย่างคนไร้บ้านจึงกลายเป็นทางออกที่เขาไม่ได้เป็นผู้เลือก แต่ถูกสังคมเลือกให้เป็นต่างหาก

เหตุที่เราควรรู้จักความคิดและชีวิตของคนไร้บ้านก็เพราะพวกเขาก็เป็นมนุษย์เหมือนกับเรานั่นเอง 

05

หอสมุดจอห์น เอฟ เคนเนดี้ สำนักวิทยบริการ ม.อ. ปัตตานี 

พานักอ่านเดินทางไกลลงมาเกือบใต้สุดของประเทศ แวะเข้าหอสมุดจอห์น เอฟ เคนเนดี้ (John F. Kennedy Library) สำนักวิทยบริการ ม.อ. ปัตตานี เชื่อว่าหลายคนต้องสงสัย ว่าทำไมห้องสมุดแห่งนี้ถึงใช้ชื่อเดียวกับอดีตประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา ย้อนไปเมื่อ 50 ปีก่อน ในสมัยที่พันเอกถนัด คอมันตร์ เป็นอธิการบดีคนแรกของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ท่านยังดำรงแหน่งเป็นกรรมการมูลนิธิจอห์น เอฟ เคนเนดี้ เมื่อได้สร้างหอสมุดกลางของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ จึงนำชื่อมูลนิธิฯ มาใช้เพื่อให้เกียรติสูงสุด 

นอกจากใช้ชื่อเดียวกับหอสมุดที่อเมริกา แต่ที่นี่รวบรวมหนังสือด้านมานุษวิทยาทางวัฒนธรรมมลายูเอาไว้มากมาย คนทั่วไปที่อยากเข้าใจมลายูขั้นพื้นฐานต้องเลือกอ่านเล่มไหน ประทุมรัตน์ รัตน์น้อย บรรณารักษ์ชำนาญการของหอสมุดปลายด้ามขวานเลือกมาให้แล้ว 

วัน-เวลา : จันทร์-ศุกร์ 08.30 – 17.30 น. เสาร์ 08.30 – 16.30 น. ปิดบริการอาทิตย์ 

Facebook : สำนักวิทยบริการ ม.อ. ปัตตานี

เว็บไซต์ : tanee.oas.psu.ac.th/index.php

  1. ชื่อหนังสือ : สี่กษัตริยาแห่งปาตานี : อำนาจ การเมือง การค้า และโจรสลัดบนแผ่นดินใต้สายลม 
    เลขเรียกหนังสือ : 959.3 ช242ส 2557
    ผู้เขียน : ชาดา นนทวัฒน์
    ปีที่พิมพ์ : พ.ศ. 2557
ปีนชั้นที่รักหาหนังสือน่าอ่าน แนะนำโดยบรรณารักษ์ห้องสมุด 6 แห่งทั่วไทยและในอังกฤษ, แนะนำหนังสือน่าอ่าน 2020
ภาพ : ประทุมรัตน์ รัตน์น้อย 

นิยายที่พาไปเยือนเมืองปัตตานีในสมัยที่ปกครองโดยรายาติดต่อกันถึง 4 พระองค์ในราชวงศ์ศรีวังสา ราชวงศ์สำคัญที่นับเป็นยุคทองของปัตตานี ที่ว่าเป็นยุคทอง เพราะมีทั้งการติดต่อค้าขายกับหลายประเทศ ย้ายเมืองลังกาสุกะมาที่ปากแม่น้ำปัตตานี เปลี่ยนชื่อเมืองเป็นปัตตานีดารุสซาราม ซึ่งมีความหมายว่านครแห่งสันติ และจุดสนุกที่สุดอยู่ตรงที่ราชวงศ์นี้เปลี่ยนการนับถือศาสนาพุทธมาเป็นศาสนาอิสลาม เพื่อแก้ปัญหาโรคผิวหนังที่กำลังระบาดไปทั่วเมือง

เปลี่ยนศาสนาแล้วจะแก้ปัญหาโรคระบาดได้อย่างไร นิยายอิงประวัติศาสตร์เรื่อง สี่กษัตริยาแห่งปาตานีฯ มีคำตอบ 

  1. ชื่อหนังสือ : บุหงาปารี
    เลขเรียกหนังสือ : น ว35บ 2551
    ผู้เขียน : วินทร์ เลียววาริณ
    ปีที่พิมพ์ : พ.ศ. 2551
ปีนชั้นที่รักหาหนังสือน่าอ่าน แนะนำโดยบรรณารักษ์ห้องสมุด 6 แห่งทั่วไทยและในอังกฤษ, แนะนำหนังสือน่าอ่าน 2020
ภาพ : ประทุมรัตน์ รัตน์น้อย 

ขยับจากนิยายอิงประวัติศาสตร์ธรรมดามาเล่าในมุมแฟนตาซี อิงเหตุการณ์ของปัตตานีในยุคที่มีสงครามภายในรัฐและโจรสลัดครองเมือง ปารี ชายหนุ่มผู้กล้าจึงออกศึกษาวิชาเพื่อสำเร็จวิทยายุทธโบราณ ที่จะทำให้เขามีชัยเหนือมนุษย์และสัตว์น้ำทุกชนิด ทั้งการหล่อปืนใหญ่ วิชากริช วิชาซามูไร ถ้าใครจำภาพยนตร์เรื่อง ปืนใหญ่จอมสลัด (พ.ศ. 2551) ได้ ก็มีเค้าโครงมาจากนิยายเรื่องนี้นี่แหละ 

ถึงจะอยู่ในหมวดแฟนตาซี แต่นิยายเรื่องนี้ก็หยิบเหตุการณ์และบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริงในประวัติศาสตร์มาพูดถึงมากมาย ยิ่งถ้าได้อ่าน สี่กษัตริยาแห่งปาตานีฯ มาก่อน เนื้อหาจะต่อเนื่องและสนุกจนวางไม่ลง บุหงาปารี มีภาคต่อที่อัปสเกลการต่อสู้ให้ยิ่งใหญ่ขึ้นในชื่อ บุหงาตานี อ่านเล่มแรกแล้ว ห้ามพลาดเล่ม 2

  1. ชื่อหนังสือ : ปุลากง 
    เลขเรียกหนังสือ : น ส86ป 2555
    ผู้เขียน : โสภาค สุวรรณ 
    ปีที่พิมพ์ : พ.ศ. 2555
ปีนชั้นที่รักหาหนังสือน่าอ่าน แนะนำโดยบรรณารักษ์ห้องสมุด 6 แห่งทั่วไทยและในอังกฤษ, แนะนำหนังสือน่าอ่าน 2020
ภาพ : ประทุมรัตน์ รัตน์น้อย 

ปิดคลาสเรียนวัฒนธรรมมลายูด้วยนิยายเก่าแก่ที่ได้รับคัดเลือกเป็นหนังสืออ่านนอกเวลาวิชาภาษาไทยในระดับชั้น ม.ปลาย เขียนขึ้นจากเรื่องจริงในช่วง พ.ศ. 2520 เล่าเรื่องของปุลากง ตำบลหนึ่งในอำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ผ่านตัวละครที่เป็นตำรวจหนุ่มกับพัฒนากรสาว ทั้งสองเป็นคนกรุงเทพฯ ที่ตั้งใจไปทำงานต่างถิ่น และมุ่งมั่นพัฒนาปุลากงให้เจริญ 

แต่เรื่องรักของนักพัฒนาคู่นี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีอุปสรรคเป็นทั้งปัญหาภายในชุมชนและความรุนแรงในพื้นที่ปัตตานี ไม่เพียงได้เอาใจช่วยให้ความรักของพวกเขาสมหวัง เรายังได้เห็นภาพความเป็นอยู่ ประเพณี วัฒนธรรม และการใช้ภาษา ของปัตตานีเมื่อ 40 ก่อนผ่านนิยายเรื่องนี้ด้วย 

06

ห้องสมุดศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) 

ส่งท้ายด้วยห้องสมุดที่รวมความทันสมัยที่สุดในยุคนี้กับห้องสมุดศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ภายใต้องค์การส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) ห้องสมุดเฉพาะทางด้านการออกแบบและองค์ความรู้ทางด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่ไม่เพียงเป็นแหล่งรวบรวมความรู้ แต่มุ่งเป็น ‘มหรสพทางปัญญา’ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ให้เกิดในสังคมไทย 

ด้วยเหตุนี้ ห้องสมุดศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบจึงกระจายตัวในหลายพื้นที่ รอให้นักสร้างสรรค์ทั้งหลายได้ไปใช้บริการ ทั้งที่อาคารไปรษณีย์กลางบางรัก กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และขอนแก่น สะดวกที่ไหน พุ่งตัวไปหาแรงบันดาลใจได้เลย หรือจะชิมลางจุดประกายไอเดียจากหนังสือน่าอ่าน 3 เล่มที่ ธฤตวัน ไชยวสุ บรรณารักษ์อาวุโส เลือกมาให้ก่อนก็ได้

วัน-เวลา : เปิดวันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 10.30 – 21.30 น.

Facebook : Thailand Creative & Design Center (TCDC)

เว็บไซต์ : www.tcdc.or.th

  1. ชื่อหนังสือ : Thinkertoys : a handbook of creative-thinking techniques
    เลขเรียกหนังสือ : HD 53 M621 2006 
    ผู้เขียน : ไมเคิล มิจัลโก (Michael Michalko)
    ปีที่พิมพ์ : ค.ศ. 2006 
ปีนชั้นที่รักหาหนังสือน่าอ่าน แนะนำโดยบรรณารักษ์ห้องสมุด 6 แห่งทั่วไทยและในอังกฤษ, แนะนำหนังสือน่าอ่าน 2020
ภาพ : ธฤตวัน ไชยวสุ

ใครว่าคิดเรื่องสร้างสรรค์เป็นเรื่องยาก ลองอ่านแบบฝึกหัดพื้นฐานในการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์เล่มนี้ก่อน นอกจากได้เครื่องมือใหม่ๆ ในการดึงไอเดียออกมาใช้ เรายังจะได้รู้วิธีลำดับการคิดอย่างเป็นขั้นตอน และวิธีคิดอย่างไรให้จินตนาการไปไกลไม่จำกัด

ยกตัวอย่างวิธีคิดสนุกๆ ให้ฟัง อย่างการดึงคำที่อาจไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นมาเชื่อมโยงกันหรือ Random Words วิธีนี้จะช่วยให้เราแปลงความคิดออกมาในรูปแบบใหม่ จากวัตถุดิบเดิมที่มีอยู่ในสมองได้แบบสนุก น่าสนใจ และใช้ได้จริง

Thinkertoys : a handbook of creative-thinking techniques มีเวอร์ชันภาษาไทยด้วยนะ ชื่อว่า ติ้งกะตอย : ของเล่นนักคิด หาอ่านได้ที่ห้องสมุดนี้เช่นกัน

  1. ชื่อหนังสือ : Magazine B. และ Magazine F
    เลขเรียกหนังสือ : HD 69 .B7 B817 2012 – 2020 และ HD 9000 F686 2019 – 2020 
ปีนชั้นที่รักหาหนังสือน่าอ่าน แนะนำโดยบรรณารักษ์ห้องสมุด 6 แห่งทั่วไทยและในอังกฤษ, แนะนำหนังสือน่าอ่าน 2020
ภาพ : ธฤตวัน ไชยวสุ

ชวนทำความรู้จักนิตยสารจากเกาหลีใต้ที่จะเติมความทันสมัยให้คุณ ตัว B. บนปกมีที่มาจากคำว่า Brand ชื่อก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าเขาเล่าเรื่องแบรนด์ต่างๆ ที่น่าสนใจและครอบคลุมไปทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์แฟชั่น โรงแรม ร้านค้า สินค้าอุปโภคบริโภค เช่น MUJI, IKEA, LAMY, Google รวมไปถึงเรื่องเมืองและสถานที่ที่คนอินเทรนด์ไม่ควรพลาด ส่วนนิตยสาร F. ก็ทำออกมาเอาใจสาย Food คงคอนเซปต์นำเสนอเทรนด์อาหารของโลกที่น่าจับตา 

นอกจากเนื้อหาที่จะพาให้คุณอินเทรนด์สุดๆ แล้ว รับรองว่านักอ่านสายมินิมอลจะต้องถูกใจ เพราะเขาออกแบบรูปเล่มด้วยดีไซน์อ่านง่าย ภาพประกอบสวยคมชัด แปลงข้อมูลยากๆ ให้กลายเป็นอินโฟกราฟิก ปิดท้ายด้วยแหล่งอ้างอิงพร้อมสำหรับหาข้อมูลต่อ อีกอย่างที่ชนะเลิศ คือไม่มีโฆษณามาคั่นให้กวนใจ ไม่รบกวนความลื่นไหลของเนื้อหา 

  1. ชื่อหนังสือ : Trend Book 
    เลขเรียกหนังสือ : NK 1548 C2821 2020 
    ผู้เขียน : ห้องสมุดศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC)
ปีนชั้นที่รักหาหนังสือน่าอ่าน แนะนำโดยบรรณารักษ์ห้องสมุด 6 แห่งทั่วไทยและในอังกฤษ, แนะนำหนังสือน่าอ่าน 2020
ภาพ : ธฤตวัน ไชยวสุ

ส่งท้ายความทันสมัยด้วย E-book คอลเลกชันพิเศษที่ TCDC จัดทำขึ้นเพื่อให้บริการกับนักออกแบบ ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ รวมถึงนักศึกษา กับหนังสือคาดการณ์แนวโน้มของสี พื้นหลัง พื้นผิว แฟชั่น วัสดุ ไปจนถึงไลฟ์สไตล์ที่น่าจะเกิดขึ้นในอีก 2 ปีข้างหน้า ข้อมูลที่ได้มาจากการลงพื้นที่เก็บข้อมูลและสำรวจพฤติกรรมจากผู้บริโภคทั่วโลก มาพร้อมคำอธิบายของแต่ละแนวคิดทั้งลักษณะ ไอเดียตั้งต้น และตัวอย่างการนำไปสร้างสรรค์เป็นผลงานจริง ละเอียดถึงขั้นมีตัวอย่างวัสดุมาให้ลองสัมผัส จะอ่านไว้ต่อยอดงานตัวเองก็ได้ หรือเอาไว้อัปเดตเทรนด์ให้ตัวเองก็ดี หาอ่าน Trend Book แบบรูปเล่มได้ที่ห้องสมุดศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) หรือจะโหลดแบบ E-Book มาอ่านก่อนได้ที่ www.tcdc.or.th/publication

Writer

สุดาวรรณ วนสุนทรเมธี

นักพิสูจน์อักษรวัยเตาะแตะที่มักจะหลงรักพระรองในซีรีส์เกาหลี และอยู่ระหว่างรักษาระยะห่างจากชานมไข่มุก

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านเถิดหนา

กิจกรรมชวนนักอ่านพาตัวเองกับหนังสือเล่มหนาไปใช้เวลาด้วยกันท่ามกลางบรรยากาศดีๆ

ไม่ว่าใครก็ต้องมีหนังสือที่ซื้อมาแล้วไม่ได้อ่าน เพราะไม่มีเวลา ลืมไปแล้วว่ามี หรือแค่เพียงรอเวลาดีๆ ที่จะหยิบมันขึ้นมาเริ่มละเลียดจับใจความ

เมื่อวันเพ็ญเดือนสิบสองที่ผ่านมา The Cloud ชวนเพื่อนนักอ่านหอบหนังสือเล่มหนาที่เกือบจะลืมไว้ก้นชั้นหนังสือ ขึ้นรถไฟไปอ่านด้วยกันที่ค่ายเยาวชนอนุรักษ์ดอยหลวง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ นักอ่านทั้ง 50 คนเชื่อว่าบรรยากาศดีๆ เสียงน้ำไหล หมอกบางยามเช้า และดาวเต็มตายามค่ำคืน คงทำให้หนังสือดีๆ ออกอรรถรสมากขึ้นอีกหลายสิบเท่า

ทริปนี้ออกจะแปลกสักหน่อย ถ้าพูดตรงๆ ก็คือไม่มีกิจกรรมอะไรเลย กิจกรรมตลอดทั้งทริปมีเพียง 2 อย่าง คือกินข้าวและล้อมวงสนทนา นอกจากนั้นก็เชิญอ่านหนังสือกันตามชอบใจ

พี่ก้อง-ทรงกลด บางยี่ขัน บรรณาธิการบริหาร The Cloud เปิดวงสนทนาด้วยการให้ทุกคนแนะนำตัวแบบ ‘อยากเล่าอะไรก็ให้เล่ามา’ เราเลยได้รู้ว่าคนที่มาทริปนี้ไม่ใช่แค่คนชอบอ่านหนังสือ แต่เป็นคนแปลกๆ ที่มีเหตุผลสนุกๆ ในการหอบหนังสือเล่มหนามาอยู่ร่วมกัน มีทั้งคนเพิ่งเริ่มทำงาน คุณพี่วัยเกษียณ อาจารย์มหาวิทยาลัย นักศึกษา พนักงานออฟฟิศ คนทำงานอิสระ นักจิตวิทยา นักวิทยาศาสตร์ ทนาย นักเขียน นักโบราณคดี พยาบาล ทันตแพทย์ รวมถึงนักแสดงละครใบ้

ถ้าไม่ได้มาทริปนี้ ไม่รู้ว่าต้องพึ่งพาโชคชะตาแบบไหนถึงจะได้ใช้เวลากับคนหลากหลายขนาดนี้พร้อมกัน

เราอาจจะต้องขอบคุณความเหนื่อยล้าจากการวิ่งตามความเร็วของชีวิต หลายคนตัดสินใจมาทริปนี้เพราะอยากพักจากงานยุ่งๆ บางคนอยากมาเจออากาศดีๆ และบางคนแค่เพียงอยากหาเวลาอยู่กับตัวเอง

แล้วก็ต้องขอบคุณความห่างเหินท่ามกลางความแออัดของเมืองใหญ่ ที่ทำให้บางคนมาอยู่ตรงนี้เพราะอยากพบคนที่คล้ายๆ กัน หรือพูดภาษาเดียวกัน

มีสมาชิกคนหนึ่งเขียนใบลางานที่บริษัทว่า ‘ขอลาไปอ่านหนังสือ’ เธอตั้งใจแบบนั้นและหลายๆ คนก็ตั้งใจแบบนั้น แต่พอเวลาผ่านไป เราต่างพบว่าการมาเชียงดาวครั้งนี้ การอ่านหนังสือดูคล้ายเป็นแค่ข้ออ้างที่ทำให้เราได้ละเลียดเวลาชีวิตอยู่ 4 คืน 3 วัน ได้ใช้เวลาอย่างสุรุ่ยสุร่ายบนรถไฟทั้งไปและกลับเที่ยวละ 13 ชั่วโมง จนถึงการจะอาบน้ำเมื่อไหร่ก็ได้ตามที่สะดวกเนื่องจากเราว่างกันทั้งวัน

เราใช้เวลาไปกับการนั่งคุยกัน นอนเล่น กินข้าว จ๊อกกิ้ง ขี่จักรยาน ชงชา เดินไปร้านกาแฟ เอาเท้าแช่น้ำ นั่งล้อมกองไฟ เล่นกับหมา ถ่ายรูปควาย จนแทบจะลืมหยิบหนังสือเล่มที่เล็งไว้ขึ้นมาอ่าน

ทุกคืนที่มาล้อมวงเล่าเรื่องหนังสือ บทสนทนาก็มัวแต่จะออกทะเลไปเรื่องที่ไม่ได้เกี่ยวกับหนังสือสักเท่าไหร่ และก็เป็นบทสนทนาที่สนุกมาก แต่ขอโทษด้วยที่เราคงเอามาเปิดเผยที่นี่ไม่ได้

นอกจากจะคุยกันแล้ว เรายังหอบหนังสือ หนีบแก้วชา ไปหามุมสงบ นั่งอ่านหนังสือเงียบๆ หรือไปแอบงีบใต้ต้นไม้ การได้นอนกลางวันใต้ต้นไม้ก็เป็นความสุขที่หวานหอมไม่แพ้การอ่านหนังสือ

เวลาผ่านไป จากคนแปลกหน้าก็กลายมาเป็นคนคุ้นเคย พวกเราพูดคุยแลกเปลี่ยนกันกลุ่มเล็กบ้าง ใหญ่บ้าง ตั้งแต่เรื่องสัพเพเหระไปจนถึงเรื่องหนักๆ ในชีวิตอย่างออกรส เพราะเราเชื่อว่าเราเป็น ‘พวกเดียวกัน’ เป็นกลุ่มคนที่พกหนังสือไปทุกที่ ชอบใช้เวลาอยู่กับตัวเอง และมีความสุขกับสิ่งเล็กๆ

พวกเรามักจะพูดคุยกันตอนกินข้าว ซึ่งเป็นเวลาที่ใครๆ ก็รอคอย อาหารที่นี่อร่อยมากมาก แม้วันๆ พวกเราจะแทบไม่ได้ทำอะไร แต่ก็เจริญอาหารกันสุดๆ พ่อครัวแม่ครัวที่ค่ายถึงกับตกตะลึงกับปริมาณการกินของผู้มาเยือน ที่กินกันหมดเกลี้ยงจนต้องเปิดครัวทำอาหารออกมาให้เพิ่ม หลังจากนั้นพ่อครัวแม่ครัวก็จัดเต็มมาให้เรากินแบบไม่ยั้งทุกมื้อ

ผักสดๆ ที่นี่กินได้โดยไม่ต้องกลัวสารเคมี เพราะแม่ครัวยืนยันว่ารู้จักคนปลูก เข้ากันได้ดีมากๆ กับน้ำพริกแบบไม่ซ้ำกันสักมื้อ แกงคั่ว ผัดผัก หรือแม้แต่ของง่ายๆ อย่างไก่ทอด ผักทอด อาหารเหนือยอดฮิตอย่างข้าวซอยและขนมจีนน้ำเงี้ยวก็อร่อยถึงขั้นเอากลับมาคิดถึงอยู่หลายวัน

คืนที่ 3 ของการใช้ชีวิตร่วมกัน วันนั้นพระจันทร์อ่อนแสงลงไปแค่เล็กน้อย แต่เหล่าเมฆก็ใจดีหลีกทางให้คนบนพื้นพอจะมองเห็นดาวบนฟ้าบ้าง พวกเราเลยชวนกันมาล้อมวงก่อกองไฟเพิ่มความอบอุ่นที่กลางสนาม ไม่รู้ว่าเพราะเราเริ่มจะคุ้นเคยกันมากขึ้น อากาศที่หนาวจนต้องนั่งเบียดกัน หรือเป็นการพูดกันแบบเห็นหน้าฝ่ายตรงข้ามแค่สลัวๆ กันแน่ ที่ทำให้พวกเราหลายคนได้เปิดใจคุยอะไรกันมากมายรอบกองไฟ

เริ่มจากหนังสือเล่มที่เปลี่ยนชีวิต ชีวิตที่มีเบื้องหลังเป็นตัวหนังสือ ความฝัน ความหวัง ความพยายาม พวกเราที่มาจากต่างที่ ต่างประสบการณ์ แล้วก็ต่างวัย ได้แลกเปลี่ยนพลัง แลกเปลี่ยนกำลังใจ ให้กับคนที่เพิ่งจะรู้จักกันได้ไม่กี่วัน ความอบอุ่นที่อยู่รอบตัวคืนนั้น เราว่ามันมีพลังมากพอๆ กับกองไฟตรงหน้าที่พวกเรานั่งมองมันกันเกือบทั้งคืน

วันเวลาเดินทางมาถึงวันสุดท้าย พี่ก้องขอให้ทุกคนแชร์ประสบการณ์จากทริปนี้แบบ ‘อยากบอกอะไรก็ให้บอกมา’ อีกครั้ง

ด้วยความที่เป็นทริปแสนอิสระ ความประทับใจก็ต่างกันไปตามสภาพ บ้างก็ชอบใจมากๆ ตรงที่นี่ไม่ค่อยมีสัญญาณโทรศัพท์ ได้ใช้ชีวิตแบบนิ่งสงบ ชอบบรรยากาศ ชอบวิว ชอบแดด ชอบเรื่องที่คุย ชอบหนังสือที่อ่าน แต่ที่ชอบกันที่สุดคือผู้คนที่ได้มาพบเจอ เราว่าคนชอบอ่านหนังสือเป็นคนที่มีเสน่ห์ คงเป็นเพราะคนชอบอ่านก็ชอบมีเรื่องมาเล่า มีความความคิดเห็นมาฝาก มีมุกมาเล่น แม้ว่าจะตลกบ้างไม่ตลกบ้าง แต่มันก็สร้างแรงกระเพื่อมเล็กๆ ในใจใครได้เสมอ

ความเรียบง่ายธรรมดาของเรื่องราวที่เกิดในทริปคงเหมือนกับตัวหนังสือในหนังสือเล่มหนาที่พวกเราชอบอ่าน ถ้ามองผ่านๆ มันก็มีแค่ตัวหนังสือกับช่องว่าง แต่ถ้าเราได้นั่งลงอ่านมัน เหมือนที่เราได้ทำความรู้จักกับใครสักคนแล้ว เราก็จะได้พบเรื่องราวที่ลึกซึ้ง น่าอ่าน น่าติดตาม น่าให้กำลังใจ ไม่ต่างกันเลย

ผู้คนที่ได้พบในทริปนี้เหมือนหนังสือรวมเรื่องหลายแนว หลากยุค บ้างก็เป็นเรื่องยาว บ้างก็เป็นเรื่องสั้น รวมๆ แล้วเรื่องเล่าจากชีวิตจริงมันอ่านสนุก บางทีอาจจะมากกว่าหนังสือเล่มหนาที่หอบหิ้วมาด้วยเสียอีก

มันก็จริงที่เราอ่านหนังสือที่ไหนก็ได้ แถมการอ่านคนเดียวน่าจะมีประสิทธิภาพที่สุด แต่การเดินทางครั้งนี้ เราค้นพบว่าการอ่านหนังสือที่ออกรสที่สุด คือการอ่านแล้วมีคนฟังเรื่องที่เราเล่า ได้ฟังมุมมองของประโยคเดียวกันจากคนอื่น ความตื่นเต้นที่ได้รู้ว่าโลกใบเล็กในหนังสือที่เรารักมากก็มีปรากฏอยู่ในชีวิตของคนอื่นด้วยเหมือนกัน แล้วก็รู้สึกเชื่อมั่นมากขึ้นกว่าเดิมว่าหนังสือที่เรามีอยู่เต็มตู้นั้นเป็นของวิเศษที่หาซื้อได้และมีอยู่จริง

ขอบคุณที่ร่วมสร้างวันดีๆ เอาไว้ให้คิดถึง แล้วพบกันใหม่หนา

ใครอยากไปทริปอ่านเถิดหนา 02 : รักนักหนา 15 – 19 กุมภาพันธ์ 2562 คลิกที่นี่เลย

Writer

พิชญา อุทัยเจริญพงษ์

คนกรุงเทพฯ ที่มีความสนใจหลากหลายตั้งแต่เรื่องมนุษย์ไปจนถึงเรื่องนอกโลก ทำงานโฆษณาเป็นอาชีพ แต่ก็ยังอยากทำอะไรอีกหลายอย่าง ชอบบทสนทนาดีๆ ที่มากับกาแฟอุ่นๆ เป็นที่สุด

Photographer

ทรงกลด บางยี่ขัน

ตำแหน่งบรรณาธิการโดยอาชีพ เป็นนักเดินทางมือสมัครเล่น แบ่งเวลาไปสอนหนังสือโดยสมัครใจ และชอบจัดทริปให้คนสมัครไป

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load