อ่านเถิดหนา 05 : ที่รักของชั้น ชวนหยิบหนังสือมาอ่านร่วมกันที่หอสมุดแห่งชาติ เมื่อวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2563 นอกจากมีนักอ่านหยิบหนังสือเล่มโปรดของตัวเองมาเพิ่มปริมาณกองดองให้คนอื่น เรายังชวนบรรณารักษ์จากห้องสมุดอีก 6 แห่งมาแนะนำหนังสือจากห้องสมุดทั้งในและต่างประเทศ ลิสต์หนังสือที่ว่า น่าอ่านขนาดที่คนห่างห้องสมุดมานานอย่างเรา อยากหารูปติดบัตรไปสมัครเป็นสมาชิก และหยิบหนังสือเต็มโควต้าที่ห้องสมุดให้ยืมได้เสียเดี๋ยวนี้

ปีนชั้นที่รักหาหนังสือน่าอ่าน แนะนำโดยบรรณารักษ์ห้องสมุด 6 แห่งทั่วไทยและในอังกฤษ, แนะนำหนังสือน่าอ่าน 2020
ปีนชั้นที่รักหาหนังสือน่าอ่าน แนะนำโดยบรรณารักษ์ห้องสมุด 6 แห่งทั่วไทยและในอังกฤษ, แนะนำหนังสือน่าอ่าน 2020

ขอยกตัวอย่างหนังสือน่าอ่านที่เหล่าบรรณารักษ์ภูมิใจนำเสนอสักเล็กน้อย เริ่มจากหนังสือสำหรับนักอ่านอายุ 0 ปี หนังสือโดยชาวต่างชาติฝรั่งที่เล่าถึงต้นคริสมาสต์ต้นแรกของไทยเมื่อกว่า 75 ปีก่อน หนังสือที่อ่านจบปุ๊บอินเทรนด์ปั๊บ หนังสือที่จะพาไปรู้จักศาสตร์และพื้นที่ในไทยที่หลายคนอาจมองข้าม ไปจนถึงนิยายแบบไท้ย ไทย แต่ไปอยู่ไกลถึงห้องสมุดในสหรัฐอเมริกา

ส่วนเจ้าบ้านอย่างบรรณารักษ์จากหอสมุดแห่งชาติก็มาเล่าเรื่องเบื้องหลังหนังสือหายากให้ฟังด้วยนะ ตามอ่านได้ที่นี่ 

หนังสือทุกเล่มที่ว่าหาอ่านได้จริง เลือกเล่มที่ถูกใจ แล้วพุ่งตัวไปห้องสมุดเจ้าของหนังสือเล่มนั้นได้เลย 

01

ดรุณบรรณาลัย ห้องสมุดเด็กปฐมวัย 

เริ่มต้นจากแหล่งรวบรวมหนังสือสำหรับผู้อ่านที่มีอายุตั้งแต่ 0 – 7 ปี ซึ่งเป็นห้องสมุดสำหรับเด็กปฐมวัยแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย นอกจากจะหยิบนิทานสอนใจที่ไม่ใช่เด็กก็อ่านได้มาฝากแล้ว คัธริน กอประคอง ผู้จัดการสำนักงานห้องสมุด และ สุพรรษา เกาศล เจ้าหน้าที่เทคโนโลยีสารสนเทศจากห้องสมุดดรุณบรรณาลัย ยังฝากความรู้เรื่องการอ่านหนังสือให้เด็กมาบอกด้วย

รู้หรือไม่ว่าช่วง 2,000 วันแรกของชีวิตเป็นช่วงเวลาที่เซลล์สมองกำลังสร้างความจดจำสำคัญ ทุกเรื่องที่เด็กได้เห็น รับฟัง และเรียนรู้ จะถูกเก็บไว้ในส่วนลึกๆ ของสมอง เมื่อถึงเวลา สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญที่เขาหยิบมาใช้ได้ เพราะฉะนั้น พ่อแม่ผู้ปกครองเริ่มอ่านหนังสือและปลูกฝังความคิดดีๆ ให้ลูกน้อยได้เลยไม่ต้องรอ อย่างหนังสือ 3 เล่มที่เลือกมาเล่าให้ฟังหลังจากนี้ เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับเป็นนิทานเล่มแรกของเด็กๆ

วัน-เวลา : 10.00 – 17.00 น. ปิดวันจันทร์และอังคาร 

Facebook : ดรุณบรรณาลัย ห้องสมุดเด็กปฐมวัย

  1. ห่านเอ็ดตะโร อยากได้อยากได้ 
    เลขเรียกหนังสือ : 0003280
    ผู้เขียน : รัตนา คชนาท 
    ปีที่พิมพ์ : พ.ศ. 2553
ปีนชั้นที่รักหาหนังสือน่าอ่าน แนะนำโดยบรรณารักษ์ห้องสมุด 6 แห่งทั่วไทยและในอังกฤษ, แนะนำหนังสือน่าอ่าน 2020

นิทานทั้งหลายมักจบลงด้วยประโยค “เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…” แต่นิทานเรื่องนี้มีวิธีให้ข้อคิดที่ต่างออกไป นิทานเล่มนี้จะพาเด็กๆ ไปเรียนรู้พฤติกรรมที่ควรหรือไม่ควรทำผ่านเจ้าห่านที่แสดงความอยากได้อยู่ตลอดเวลา เขาจะได้เห็นว่า เมื่อเจ้าห่านอยากได้แต่ไม่ได้แล้วร้องตะโกนโวยวาย สุดท้ายก็เป็นเพียงความน่ารำคาญ ซึ่งนั่นจะทำให้เขาพิจารณาได้ว่าควรหรือไม่ควรทำตาม 

 และอีกความน่าสนใจของนิทานที่ไม่มีสรุปจบเรื่องนี้ คือการใช้หนังสือเป็นเครื่องมือชี้แนะแนวทาง เพื่อนำไปสู่การที่เขาจะตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง เรียกว่าได้ทั้งอ่านเรื่องสนุกๆ จนตกตะกอนทางความคิด พร้อมกับเรียนรู้พฤติกรรมที่ควรหรือไม่ควรทำไปในคราวเดียว 

  1. เป็ด! กระต่าย! 
    เลขเรียกหนังสือ : 0002936 
    ผู้เขียน : เอมี เคราส์ โรซินทาล (Amy Krouse Rosenthal) 
    ผู้แปล : น้านกฮูก
    ปีที่พิมพ์ : พ.ศ. 2559
ปีนชั้นที่รักหาหนังสือน่าอ่าน แนะนำโดยบรรณารักษ์ห้องสมุด 6 แห่งทั่วไทยและในอังกฤษ, แนะนำหนังสือน่าอ่าน 2020

  เริ่มเรื่องด้วยการอวดหน้าปกหนังสือและตั้งคำถามว่า สัตว์ที่เห็นในภาพเป็นตัวอะไร ใครว่าเป็ด? ใครว่ากระต่าย? และวนซ้ำคำถามนี้ไปจนจบเรื่อง แต่ละหน้าหนังสือที่เปิดผ่าน จะเกิดการถกเถียงและให้เหตุผลสนับสนุนความคิดของตัวเองตลอดเล่ม เมื่อมาถึงหน้าสุดท้าย หากใครต้องการเฉลยว่าสัตว์เจ้าปัญหานี้คือตัวอะไร บอกใบ้ให้เลยว่าหนังสือไม่ได้ให้คำตอบที่ตายตัวเพียงหนึ่งเดียว เพราะวัตถุประสงค์หนังนิทานเรื่องนี้อยู่ที่การฝึกทักษะความคิด ต่อยอดจินตนาการ การรู้จักหาเหตุผลสนับสนุนความคิดของตน ไปจนถึงการยอมรับในความคิดเห็นที่แตกต่างของเพื่อนรอบข้าง 

แล้วคุณล่ะ คิดว่านี่คือเป็ด! หรือกระต่าย!

  1. Is that you wolf? 
    เลขเรียกหนังสือ: 0003343 
    ผู้เขียน : สตีฟ ค็อก (Steve Cox) 
    ปีที่พิมพ์ : ค.ศ. 2012
ปีนชั้นที่รักหาหนังสือน่าอ่าน แนะนำโดยบรรณารักษ์ห้องสมุด 6 แห่งทั่วไทยและในอังกฤษ, แนะนำหนังสือน่าอ่าน 2020

เรื่องราวของเจ้าหมูที่ออกผจญภัยพร้อมเชื่อว่ามีหมาป่าอยู่ในฟาร์ม อาวุธสำคัญที่ต้องใช้ คือสองมือกับความกล้าที่จะผ่านไปในแต่ละหน้า เพื่อหาว่ามีหมาป่าซ่อนอยู่ตรงไหน เด็กๆ จะต้องสอดมือเข้าไปและได้พบกับพื้นผิวที่แตกต่าง นอกจากเพิ่มทักษะการสัมผัส (Sensory) ในทุกครั้งที่สงสัย เขายังต้องรวบรวมความกล้าเพื่อพิสูจน์ 

เจ้าหน้าที่ห้องสมุดเล่าประสบการณ์ที่เคยใช้งานจริงให้ฟังว่า ในหน้าแรกเด็กทุกคนมักกลัว แต่เมื่อค่อยๆ เปิดไป เขาจะเริ่มกล้าลองผิดลองถูก แต่หนังสือเล่มนี้ก็ไม่ได้โลกสวยด้วยการหลอกว่าหมาป่าไม่มีอยู่จริง เพราะปิดหน้าสุดท้ายด้วยการที่หมาป่าตัวโตโผล่ออกมา และก็ถึงเวลาที่เด็กๆ ได้ออกกำลังกาย ด้วยการวิ่งหนีไปไกลอีกฝั่งของสนาม 

การปิดท้ายด้วยเซอร์ไพรส์แบบนี้สอนเขาได้เป็นอย่างดีว่าตัวร้ายไม่ได้มีเพียงนิยาย แม้แต่นิทานที่ดูไม่มีพิษภัย แต่ยังทำให้เด็กๆ เชื่อใจและถูกหลอกได้ เรียกว่าเป็นการสอนประสบการณ์ชีวิตฉบับย่อ โดยไม่ต้องรอให้เขาต้องเผชิญความเลวร้ายจริงๆ 

02

Olin Library Cornell University

คนต่อไปที่มาร่วมแนะนำหนังสือกับเราส่งวิดีโอข้ามทวีปมาจากสหรัฐอเมริกาคือ อภิกัญญา แมคคาร์ที่ แคตตาล็อกเกอร์แห่งห้องสมุดโอลิน มหาวิทยาลัยคอร์เนล (Olin Library Cornell University) หนึ่งในมหาวิทยาลัยเอกชนในไอวีลีก เธอรับผิดชอบจากจัดหมวดหนังสือภาษาไทย ลาว เขมร และทำงานในตำแหน่งนี้มากว่า 21 ปี สำหรับใครที่ยังไม่รู้จักหน้าที่ ‘แคตตาล็อกเกอร์’ เธออธิบายพร้อมเล่าประสบการณ์ทำงานสนุกๆ ไว้แล้ว และหนังสือที่บรรณารักษ์คนไทยในต่างแดนเลือกหยิบมาแนะนำให้พวกเราฟังมีดังนี้ 

  1. ชื่อหนังสือ : พล นิกร กิมหงวน 
    รหัส ISBN : 9786163884312
    ผู้เขียน : ป. อินทรปาลิต 
    ปีที่พิมพ์ : พ.ศ. 2561
ปีนชั้นที่รักหาหนังสือน่าอ่าน แนะนำโดยบรรณารักษ์ห้องสมุด 6 แห่งทั่วไทยและในอังกฤษ, แนะนำหนังสือน่าอ่าน 2020
ภาพ : www.saengdao.com

พล นิกร กิมหงวน เป็นหนังสือชุดในดวงใจในวัยเด็กของแคตตาล็อกเกอร์สาวคนนี้ เธอเล่าว่า หนังสือชุดนี้เป็นหนังสือเล่มแรกๆ ที่เริ่มอ่านและทำให้อ่านหนังสือแตกฉานแม้จะอยู่เพียงชั้น ป.2 ตั้งแต่เด็กจะอ่านไปขำไป ชอบความหล่อของพล ความกะล่อนของนิกร และความขำของกิมหงวน เมื่อก่อนอ่านก็เอาบันเทิงอย่างเดียวไม่ได้คิดอะไรมาก แต่พอตอนนี้ก็แอบคิดในใจว่า ตัวละครแอบมีการ Bully เช่น ล้อเลียนเรื่องหัวล้าน เห็นปมด้อยของคนอื่นเป็นเรื่องตลก ซึ่งในความเป็นจริงไม่ควรส่งเสริมพฤติกรรมแบบนี้ แต่ถึงอย่างไรหนังสือชุดนี้ก็เป็นที่หนึ่งในดวงใจของเธอเสมอ

  1. ชื่อหนังสือ : เจ้าไล
    รหัส ISBN : 9743314709
    ผู้เขียน : คึกเดช กันตามระ
    ปีที่พิมพ์ : พ.ศ. 2542
ปีนชั้นที่รักหาหนังสือน่าอ่าน แนะนำโดยบรรณารักษ์ห้องสมุด 6 แห่งทั่วไทยและในอังกฤษ, แนะนำหนังสือน่าอ่าน 2020
ภาพ : lh3.googleusercontent.com

อีกเล่มที่หยิบมาแนะนำเป็นนิยายเรื่อง เจ้าไล ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 1 เมื่อ พ.ศ. 2542 ตั้งชื่อเรื่องตามพระนามเดิมของสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง พระมหากษัตริย์องค์ที่ 22 แห่งกรุงศรีอยุธยา ในนิยายอิงประวัติศาสตร์เล่มนี้ ผู้อ่านจะได้รับทราบพระราชประวัติของพระองค์โดยละเอียด พร้อมกับการดำเนินเรื่องที่ชวนให้ติดตามต่อ ใครถูกใจนิยายแนวนี้ แนะนำให้ไปตามอ่านงานเขียนนิยายอิงประวัติศาสตร์ผลงานของ คึกเดช กันตามระ ที่สนุกไม่แพ้กันอีกหลายเรื่อง เช่น ท้าวทองกีบม้า เชงสอบู ตำนานรักศรีปราชญ์ 

  1. ชื่อหนังสือ : เกลียวกระซิบ
    รหัส ISBN : 978616773595
    ผู้เขียน : พงศกร
    ปีที่พิมพ์ : พ.ศ. 2561
ปีนชั้นที่รักหาหนังสือน่าอ่าน แนะนำโดยบรรณารักษ์ห้องสมุด 6 แห่งทั่วไทยและในอังกฤษ, แนะนำหนังสือน่าอ่าน 2020
ภาพ : images-se-ed.com

ปิดท้ายด้วยนิยายอิงประวัติศาสตร์อีกเล่มกับ เกลียวกระซิบ การเดินทางย้อนเวลาของสาวชาวพม่าที่มีเชื้อสายอยุธยา ซึ่งครอบครัวของเธอเป็นชาวอยุธยาช่วงกรุงแตกที่ถูกพม่ากวาดต้อนมาเป็นเชลย อ่านแล้วได้ทั้งความรู้และความบันเทิงตามสไตล์งานเขียนของคุณหมอพงศกร ที่ค้นคว้าข้อมูลมาสอดแทรกในนิยายได้อย่างละเมียดละไม บรรณารักษ์ไทยในต่างแดนที่เป็นแฟนนิยายอิงประวัติศาสตร์ตัวยงแถมเทคนิคการอ่านงานของคุณหมอพงศกรให้ว่า ควรอ่านคำนำของแต่ละเรื่องด้วย เพราะเป็นส่วนอธิบายที่มาที่ไปของข้อมูลที่ใช้ประกอบการเขียน ซึ่งจะเสริมให้เราอ่านเรื่องข้างในได้สนุกขึ้น 

03

ห้องสมุดนิลสัน เฮส์ (Neilson Hays Library)

นอกจากห้องสมุดนิลสัน เฮส์ (Neilson Hays Library) จะโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมนีโอคลาสสิกที่ได้รับการออกแบบและก่อสร้างอย่างประณีตอยู่คู่ถนนสุรวงศ์มากว่าร้อยปี ที่นี่ยังเป็นแหล่งรวบรวมหนังสือภาษาอังกฤษหลายแขนง ที่เปิดให้นักอ่านเข้าไปใช้บริการได้ ในคราวนี้ ไพลิน จิตรประเสริฐสุข อดีตกรรมการสมาคมห้องสมุดนิลสัน เฮส์ และปัจจุบันเป็นอาสาสมัครให้กับทางห้องสมุด รับหน้าที่มาแนะนำหนังสือน่าอ่านประจำห้องสมุดนิลสัน เฮส์ 

วันเวลา : วันอังคาร-วันอาทิตย์ 09.30 – 17.00 น ปิดวันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์

เว็บไซต์ : neilsonhayslibrary.org/

Facebook : Neilson Hays Library

  1. ชื่อหนังสือ : From Siam to Thailand : Backdrop to The Land of Smiles
    เลขเรียกหนังสือ : 915.93 O.68 
    ผู้เขียน : จอร์จ ออร์จิเบต (Jorges Orgibet)
    ปีที่พิมพ์ : ค.ศ. 1982 
ปีนชั้นที่รักหาหนังสือน่าอ่าน แนะนำโดยบรรณารักษ์ห้องสมุด 6 แห่งทั่วไทยและในอังกฤษ, แนะนำหนังสือน่าอ่าน 2020

หนังสือรวมบทความจากคอลัมน์ Backdrop ในนิตยสาร Business in Thailand นิตยสารรายเดือนใน ค.ศ. 1982 เนื้อหาในเล่มเล่าถึงการเปลี่ยนแปลงของกรุงเทพฯ ตั้งแต่ ค.ศ. 1945 ทั้งในเชิงสถานที่ วิถีชีวิตของคนไทยและชาวต่างชาติ ผ่านมุมมองของชาวอเมริกันที่เข้ามาในเมืองไทยในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ใช้ชีวิตในประเทศไทยกว่า 40 ปี และผู้เขียนยังเป็นคนเปิดสำนักข่าว AP ประจำประเทศไทยอีกด้วย

หนึ่งบทน่าสนใจที่อยากให้ทุกคนได้อ่าน คือเรื่องต้นคริสมาสต์ต้นแรกที่อยู่ในพื้นที่สาธารณะของกรุงเทพฯ ในหนังสือให้ข้อมูลว่า ใน ค.ศ. 1948 จอร์จร่วมกับเพื่อนที่เป็นผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ Bangkok Post เปิดคลับชื่อว่าบนถนนสีลมใกล้กับย่านพัฒน์พงศ์ในปัจจุบัน และปลูกต้นสนขนาด 12 ฟุต ซึ่งขนมาไกลจากภาคอีสาน ประดับประดาด้วยลูกบอลจากกระดาษห่อของของคนจีน ส่วนไฟก็ใช้ดวงไฟเล็กๆ ที่ใช้ตกแต่งรถสามล้อ

  1. ชื่อหนังสือ : Our Garden Was So Fair 
    เลขเรียกหนังสือ : 926.1 M.143
    ผู้เขียน : เบอร์ธา บราวท์ แม็คฟาร์แลนด์ (Bertha Blount McFarland)
    ปีที่พิมพ์ : ค.ศ. 1943
ปีนชั้นที่รักหาหนังสือน่าอ่าน แนะนำโดยบรรณารักษ์ห้องสมุด 6 แห่งทั่วไทยและในอังกฤษ, แนะนำหนังสือน่าอ่าน 2020
ภาพ : images-na.ssl

ต่อด้วยหนังสือที่เขียนโดยภรรยาของพระอาจวิทยาคม (George Bradley McFarland) และอดีตประธานสมาคมห้องสมุดนิลสัน เฮส์ หนังสือเล่มนี้จึงเปรียบเสมือนประวัติครอบครัวมิชชันนารีชาวอเมริกันที่บุกเบิกศาสตร์หลายแขนงในเมืองไทย ทั้งสร้างโบสถ์ สอนหนังสือ เป็นครูใหญ่โรงเรียนราชแพทยาลัย (คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดลในปัจจุบัน) เขียนหนังสือ จัดทำพจนานุกรม ออกแบบแป้นเครื่องพิมพ์ดีดภาษาไทย ฯลฯ 

Our Garden Was So Fair ตีพิมพ์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นช่วงที่เบอร์ธากลับไปที่สหรัฐอเมริกาแล้ว ส่วนพระอาจวิทยาคมเสียชีวิตที่กรุงเทพฯ ในระหว่างที่เป็นเชลยสงคราม นอกจากประวัติครอบครัว ในเล่มยังเล่าถึงชีวิตของชาวต่างชาติในไทยช่วงก่อนสงคราม และฉายภาพของกรุงเทพฯ เมื่อเกือบร้อยปีก่อน 

  1. ชื่อหนังสือ : For Jennie
    ผู้เขียน : โอ๊ต มณเฑียร
    ปีที่พิมพ์ : พ.ศ. 2562 
ปีนชั้นที่รักหาหนังสือน่าอ่าน แนะนำโดยบรรณารักษ์ห้องสมุด 6 แห่งทั่วไทยและในอังกฤษ, แนะนำหนังสือน่าอ่าน 2020

ปิดท้ายด้วยหนังสือทำมือผลงานของโอ๊ต มณเฑียร ที่ทำขึ้นเป็นพิเศษในงาน Neilson Hays Bangkok Literature Festival เมื่อปีที่ผ่านมา ภายในเล่มประกอบด้วยข้อเท็จจริงทางประวัติศาสคร์จากเอกสารและข่าวเก่าของห้องสมุดฯ พร้อมด้วยภาพสเกตซ์จากจินตนาการและข้อเขียนของคุณโอ๊ต นอกจากการเรียบเรียงที่ทำให้อ่านได้ต่อเนื่อง เนื้อหาที่เล่าโดยตัวละครเจนนี่ยังอบอวลไปด้วยความโรแมนติก ทั้งความรักที่หมอเฮส์มีต่อเธอ และความรักของเธอที่มีต่อห้องสมุด

คุณไพลินบอกทริกเล็กๆ ขณะอ่านหนังสือ For Jennie ว่า ให้หามุมสงบสักแห่งภายในห้องสมุดนิลสัน เฮส์ และอ่านโดยสลับกับหลับตาจินตานาการตามตัวหนังสือและภาพวาดในเรื่อง แล้วคุณจะพบว่า การอ่านหนังสือก็ทำให้เราเข้าถึงอารมณ์โรแมนติกได้ดีเลยล่ะ ใครอยากสัมผัสประสบการณ์แบบนี้ ถามหา For Jennie กับบรรณารักษ์ได้เลยนะ 

04

ห้องสมุดศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)

ห้องสมุดศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เป็นห้องสมุดที่รวบรวมหนังสือทางด้านมานุษยวิทยาและสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง เช่น โบราณคดี สังคมศาสตร์ ภาษาศาสตร์ ศิลปะ เห็นชื่อสาขาของการศึกษาทางมนุษยวิทยาแล้ว คงจะรู้ได้ว่า จริงๆ ศาสตร์แขนงนี้เป็นพื้นฐานของการศึกษาสาขาอื่นอีกมากมาย 

เหตุที่การศึกษาทางมานุษยวิทยากว้างขวางขนาดนี้ ก็เพื่อสอนให้เราเข้าใจในความต่างของสิ่งมีชีวิตและอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ส่วนหนังสือที่ จรรยา ยุทธพลนาวี บรรณารักษ์จากห้องสมุดเฉพาะทางแห่งนี้เลือกมาแนะนำให้นักอ่านทั่วไปก็น่าสนใจ เพราะเป็นหนังสือทางมานุษยวิทยาที่คนทั่วไปอ่านได้ เข้าใจง่าย แถมยังใกล้ตัวเราสุดๆ 

วัน-เวลา : 8.30 – 16.30 น. 

โทร : 0 2880 9429

Facebook : ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร – SAC

  1. ชื่อหนังสือ : หมู่เกาะมาเลย์ : THE MALAY ARCHIPELAGO 1
    เลขเรียกหนังสือ : DS592. ว54 2563
    ผู้เขียน : อัลเฟรด รัสเซล วอลเลซ (Alfred Russel Wallace)
    ผู้แปล : นำชัย ชีววิวรรธน์, ศศิวิมล แสวงผล, ต่อศักดิ์ สีลานันท์, ณัฐพล อ่อนปาน
    ปีที่พิมพ์ : พ.ศ. 2563
ปีนชั้นที่รักหาหนังสือน่าอ่าน แนะนำโดยบรรณารักษ์ห้องสมุด 6 แห่งทั่วไทยและในอังกฤษ, แนะนำหนังสือน่าอ่าน 2020
ภาพ : จรรยา ยุทธพลนาวี

เปิดเล่มแรกด้วยบันทึกการเดินทางสำรวจเพื่อเก็บตัวอย่างสัตว์ในหมู่เกาะมาเลย์ของนักชีววิทยาและนักธรรมชาติวิทยาชาวอังกฤษที่เขียนขึ้นจากการสำรวจหมู่เกาะมาเลย์ บอร์เนียว สิงคโปร์ และหมู่เกาะใกล้เคียง โดยก่อนหนังสือเล่มนี้จะได้รับการตีพิมพ์ ผู้เขียนได้ส่งต้นฉบับให้ชาร์ลส์ ดาร์วิน (Charles Darwin) ผู้ค้นพบทฤษฎีวิวัฒนาการและช่วยผลักดันให้ทฤษฎีนี้ได้รับการรับรอง จนได้ตีพิมพ์เป็นหนังสือ The Origin of Species โดย อัลเฟรด รัสเซล วอลเลซ ได้รับยกย่องในภายหลังว่าเป็น ‘ผู้ร่วมค้นพบทฤษฎีวิวัฒนาการ’

หนังสือ หมู่เกาะมาเลย์ : THE MALAY ARCHIPELAGO 1 ไม่ได้เล่าเพียงวิวัฒนาการทางกายภาพของสิ่งมีชีวิต แต่ยังเล่าถึงวิวัฒนาการทางกายภาพของทั้งมนุษย์และสัตว์ ครอบคลุมทั้งชาติพันธุ์ การอพยพย้ายถิ่นฐาน ภาษา วิถีชีวิตผู้คน ซึ่งทั้งหมดคือพื้นฐานของการศึกษาและการทำงานทางมานุษยวิทยา 

ไม่แน่ว่า เราอาจจะพบบรรพบุรุษคนไทยอยู่ในภูมิภาคอื่นก็ได้

  1. ชื่อหนังสือ : คนใน ประสบการณ์ภาคสนามของนักมานุษยวิทยาไทย
    เลขเรียกหนังสือ : DS592. ว54 2563
    ผู้เขียน : ปริตตา เฉลิมเผ่า กออนันตกูล, นิติ ภวัครพันธุ์, พัฒนา กิติอาษา, ยศ สันตสมบัติ, อานันท์ กาญจนพันธุ์, ศรีศักดิ์ วัลลิโภดม, ม.ร.ว. อคิน รพีพัฒน์
    ปีที่พิมพ์ : พ.ศ. 2555
ปีนชั้นที่รักหาหนังสือน่าอ่าน แนะนำโดยบรรณารักษ์ห้องสมุด 6 แห่งทั่วไทยและในอังกฤษ, แนะนำหนังสือน่าอ่าน 2020
ภาพ : จรรยา ยุทธพลนาวี

จะมีใครเล่าเรื่องคนใน ได้ดีกว่าคนในด้วยกัน!

มีคำกล่าวที่ว่า “ถ้าห้องทำงานของนักวิทยาศาสตร์คือห้องแล็บ ห้องทำงานของนักมานุษยวิทยาก็คือชุมชน” แล้วนักมานุษวิทยาเขาทำงานกันอย่างไร หาคำตอบได้ในหนังสือรวมงานเขียนของนักมานุษฯ ชั้นนำทั่วประเทศเล่มนี้ เนื่องด้วยที่ผ่านมา มีตำราวิชาการเกี่ยวกับศาสตร์มานุษยวิทยาน้อยมาก ประกอบกับคนทั่วไปไม่ค่อยรู้จัก ทั้งที่ศาสตร์นี้เป็นเครื่องมือชั้นดีที่ทำหน้าที่คล้ายแว่นตา ช่วยให้เรามองมนุษย์ด้วยกันได้โปร่งใส และนำไปสู่การ ‘ขจัด’ ข้ออคติใดๆ ที่เรามีต่อผู้คนในสังคมอื่น รับประกันว่าคุณภาพคับเล่ม จะนำไปเป็นแหล่งอ้างอิงก็ได้ หรืออ่านเพื่อเข้าใจการทำงานของคนกลุ่มนี้ก็ดี 

หนังสือเล่มนี้ไม่มีจำหน่ายแล้ว ยืมอ่านได้ที่ห้องสมุดศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เท่านั้น

  1. ชื่อหนังสือ : สายสตรีท : มานุษยวิทยาข้างถนนในมะนิลา
    เลขเรียกหนังสือ : HV4602.57 .บ722 2561
    ผู้เขียน : บุญเลิศ วิเศษปรีชา
    ปีที่พิมพ์ : พ.ศ. 2561 
ปีนชั้นที่รักหาหนังสือน่าอ่าน แนะนำโดยบรรณารักษ์ห้องสมุด 6 แห่งทั่วไทยและในอังกฤษ, แนะนำหนังสือน่าอ่าน 2020
ภาพ : จรรยา ยุทธพลนาวี

อาจารย์บุญเลิศ วิเศษปรีชา หรือที่ใครๆ รู้จักในนามกูรูเรื่องคนไร้บ้าน เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยที่ไปใช้ชีวิตเป็นคนไร้บ้านในมะนิลา ประเทศฟิลิปินส์ กว่า 14 เดือน จนตกตะกอน เข้าใจ และกลายมาเป็นหนังสือ สายสตรีท : มานุษยวิทยาข้างถนนในมะนิลา ในเล่มไม่เพียงฉายภาพคนไร้บ้านว่าพวกเขามีชีวิตอยู่อย่างไร แต่ยังเจาะลึกลงไปถึงความคิดเห็น เหตุผล และหัวใจของคนไร้บ้าน อย่างชายคนหนึ่งที่เล่าย้อนไปก่อนกลายมาเป็นคนไร้บ้าน เขาต้องโทษจนถูกคุมขัง เมื่อพ้นโทษออกมา สังคมกลับกีดกันไม่ให้ใช้ชีวิตเหมือนคนปกติ การอยู่อย่างคนไร้บ้านจึงกลายเป็นทางออกที่เขาไม่ได้เป็นผู้เลือก แต่ถูกสังคมเลือกให้เป็นต่างหาก

เหตุที่เราควรรู้จักความคิดและชีวิตของคนไร้บ้านก็เพราะพวกเขาก็เป็นมนุษย์เหมือนกับเรานั่นเอง 

05

หอสมุดจอห์น เอฟ เคนเนดี้ สำนักวิทยบริการ ม.อ. ปัตตานี 

พานักอ่านเดินทางไกลลงมาเกือบใต้สุดของประเทศ แวะเข้าหอสมุดจอห์น เอฟ เคนเนดี้ (John F. Kennedy Library) สำนักวิทยบริการ ม.อ. ปัตตานี เชื่อว่าหลายคนต้องสงสัย ว่าทำไมห้องสมุดแห่งนี้ถึงใช้ชื่อเดียวกับอดีตประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา ย้อนไปเมื่อ 50 ปีก่อน ในสมัยที่พันเอกถนัด คอมันตร์ เป็นอธิการบดีคนแรกของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ท่านยังดำรงแหน่งเป็นกรรมการมูลนิธิจอห์น เอฟ เคนเนดี้ เมื่อได้สร้างหอสมุดกลางของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ จึงนำชื่อมูลนิธิฯ มาใช้เพื่อให้เกียรติสูงสุด 

นอกจากใช้ชื่อเดียวกับหอสมุดที่อเมริกา แต่ที่นี่รวบรวมหนังสือด้านมานุษวิทยาทางวัฒนธรรมมลายูเอาไว้มากมาย คนทั่วไปที่อยากเข้าใจมลายูขั้นพื้นฐานต้องเลือกอ่านเล่มไหน ประทุมรัตน์ รัตน์น้อย บรรณารักษ์ชำนาญการของหอสมุดปลายด้ามขวานเลือกมาให้แล้ว 

วัน-เวลา : จันทร์-ศุกร์ 08.30 – 17.30 น. เสาร์ 08.30 – 16.30 น. ปิดบริการอาทิตย์ 

Facebook : สำนักวิทยบริการ ม.อ. ปัตตานี

เว็บไซต์ : tanee.oas.psu.ac.th/index.php

  1. ชื่อหนังสือ : สี่กษัตริยาแห่งปาตานี : อำนาจ การเมือง การค้า และโจรสลัดบนแผ่นดินใต้สายลม 
    เลขเรียกหนังสือ : 959.3 ช242ส 2557
    ผู้เขียน : ชาดา นนทวัฒน์
    ปีที่พิมพ์ : พ.ศ. 2557
ปีนชั้นที่รักหาหนังสือน่าอ่าน แนะนำโดยบรรณารักษ์ห้องสมุด 6 แห่งทั่วไทยและในอังกฤษ, แนะนำหนังสือน่าอ่าน 2020
ภาพ : ประทุมรัตน์ รัตน์น้อย 

นิยายที่พาไปเยือนเมืองปัตตานีในสมัยที่ปกครองโดยรายาติดต่อกันถึง 4 พระองค์ในราชวงศ์ศรีวังสา ราชวงศ์สำคัญที่นับเป็นยุคทองของปัตตานี ที่ว่าเป็นยุคทอง เพราะมีทั้งการติดต่อค้าขายกับหลายประเทศ ย้ายเมืองลังกาสุกะมาที่ปากแม่น้ำปัตตานี เปลี่ยนชื่อเมืองเป็นปัตตานีดารุสซาราม ซึ่งมีความหมายว่านครแห่งสันติ และจุดสนุกที่สุดอยู่ตรงที่ราชวงศ์นี้เปลี่ยนการนับถือศาสนาพุทธมาเป็นศาสนาอิสลาม เพื่อแก้ปัญหาโรคผิวหนังที่กำลังระบาดไปทั่วเมือง

เปลี่ยนศาสนาแล้วจะแก้ปัญหาโรคระบาดได้อย่างไร นิยายอิงประวัติศาสตร์เรื่อง สี่กษัตริยาแห่งปาตานีฯ มีคำตอบ 

  1. ชื่อหนังสือ : บุหงาปารี
    เลขเรียกหนังสือ : น ว35บ 2551
    ผู้เขียน : วินทร์ เลียววาริณ
    ปีที่พิมพ์ : พ.ศ. 2551
ปีนชั้นที่รักหาหนังสือน่าอ่าน แนะนำโดยบรรณารักษ์ห้องสมุด 6 แห่งทั่วไทยและในอังกฤษ, แนะนำหนังสือน่าอ่าน 2020
ภาพ : ประทุมรัตน์ รัตน์น้อย 

ขยับจากนิยายอิงประวัติศาสตร์ธรรมดามาเล่าในมุมแฟนตาซี อิงเหตุการณ์ของปัตตานีในยุคที่มีสงครามภายในรัฐและโจรสลัดครองเมือง ปารี ชายหนุ่มผู้กล้าจึงออกศึกษาวิชาเพื่อสำเร็จวิทยายุทธโบราณ ที่จะทำให้เขามีชัยเหนือมนุษย์และสัตว์น้ำทุกชนิด ทั้งการหล่อปืนใหญ่ วิชากริช วิชาซามูไร ถ้าใครจำภาพยนตร์เรื่อง ปืนใหญ่จอมสลัด (พ.ศ. 2551) ได้ ก็มีเค้าโครงมาจากนิยายเรื่องนี้นี่แหละ 

ถึงจะอยู่ในหมวดแฟนตาซี แต่นิยายเรื่องนี้ก็หยิบเหตุการณ์และบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริงในประวัติศาสตร์มาพูดถึงมากมาย ยิ่งถ้าได้อ่าน สี่กษัตริยาแห่งปาตานีฯ มาก่อน เนื้อหาจะต่อเนื่องและสนุกจนวางไม่ลง บุหงาปารี มีภาคต่อที่อัปสเกลการต่อสู้ให้ยิ่งใหญ่ขึ้นในชื่อ บุหงาตานี อ่านเล่มแรกแล้ว ห้ามพลาดเล่ม 2

  1. ชื่อหนังสือ : ปุลากง 
    เลขเรียกหนังสือ : น ส86ป 2555
    ผู้เขียน : โสภาค สุวรรณ 
    ปีที่พิมพ์ : พ.ศ. 2555
ปีนชั้นที่รักหาหนังสือน่าอ่าน แนะนำโดยบรรณารักษ์ห้องสมุด 6 แห่งทั่วไทยและในอังกฤษ, แนะนำหนังสือน่าอ่าน 2020
ภาพ : ประทุมรัตน์ รัตน์น้อย 

ปิดคลาสเรียนวัฒนธรรมมลายูด้วยนิยายเก่าแก่ที่ได้รับคัดเลือกเป็นหนังสืออ่านนอกเวลาวิชาภาษาไทยในระดับชั้น ม.ปลาย เขียนขึ้นจากเรื่องจริงในช่วง พ.ศ. 2520 เล่าเรื่องของปุลากง ตำบลหนึ่งในอำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ผ่านตัวละครที่เป็นตำรวจหนุ่มกับพัฒนากรสาว ทั้งสองเป็นคนกรุงเทพฯ ที่ตั้งใจไปทำงานต่างถิ่น และมุ่งมั่นพัฒนาปุลากงให้เจริญ 

แต่เรื่องรักของนักพัฒนาคู่นี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีอุปสรรคเป็นทั้งปัญหาภายในชุมชนและความรุนแรงในพื้นที่ปัตตานี ไม่เพียงได้เอาใจช่วยให้ความรักของพวกเขาสมหวัง เรายังได้เห็นภาพความเป็นอยู่ ประเพณี วัฒนธรรม และการใช้ภาษา ของปัตตานีเมื่อ 40 ก่อนผ่านนิยายเรื่องนี้ด้วย 

06

ห้องสมุดศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) 

ส่งท้ายด้วยห้องสมุดที่รวมความทันสมัยที่สุดในยุคนี้กับห้องสมุดศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ภายใต้องค์การส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) ห้องสมุดเฉพาะทางด้านการออกแบบและองค์ความรู้ทางด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่ไม่เพียงเป็นแหล่งรวบรวมความรู้ แต่มุ่งเป็น ‘มหรสพทางปัญญา’ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ให้เกิดในสังคมไทย 

ด้วยเหตุนี้ ห้องสมุดศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบจึงกระจายตัวในหลายพื้นที่ รอให้นักสร้างสรรค์ทั้งหลายได้ไปใช้บริการ ทั้งที่อาคารไปรษณีย์กลางบางรัก กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และขอนแก่น สะดวกที่ไหน พุ่งตัวไปหาแรงบันดาลใจได้เลย หรือจะชิมลางจุดประกายไอเดียจากหนังสือน่าอ่าน 3 เล่มที่ ธฤตวัน ไชยวสุ บรรณารักษ์อาวุโส เลือกมาให้ก่อนก็ได้

วัน-เวลา : เปิดวันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 10.30 – 21.30 น.

Facebook : Thailand Creative & Design Center (TCDC)

เว็บไซต์ : www.tcdc.or.th

  1. ชื่อหนังสือ : Thinkertoys : a handbook of creative-thinking techniques
    เลขเรียกหนังสือ : HD 53 M621 2006 
    ผู้เขียน : ไมเคิล มิจัลโก (Michael Michalko)
    ปีที่พิมพ์ : ค.ศ. 2006 
ปีนชั้นที่รักหาหนังสือน่าอ่าน แนะนำโดยบรรณารักษ์ห้องสมุด 6 แห่งทั่วไทยและในอังกฤษ, แนะนำหนังสือน่าอ่าน 2020
ภาพ : ธฤตวัน ไชยวสุ

ใครว่าคิดเรื่องสร้างสรรค์เป็นเรื่องยาก ลองอ่านแบบฝึกหัดพื้นฐานในการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์เล่มนี้ก่อน นอกจากได้เครื่องมือใหม่ๆ ในการดึงไอเดียออกมาใช้ เรายังจะได้รู้วิธีลำดับการคิดอย่างเป็นขั้นตอน และวิธีคิดอย่างไรให้จินตนาการไปไกลไม่จำกัด

ยกตัวอย่างวิธีคิดสนุกๆ ให้ฟัง อย่างการดึงคำที่อาจไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นมาเชื่อมโยงกันหรือ Random Words วิธีนี้จะช่วยให้เราแปลงความคิดออกมาในรูปแบบใหม่ จากวัตถุดิบเดิมที่มีอยู่ในสมองได้แบบสนุก น่าสนใจ และใช้ได้จริง

Thinkertoys : a handbook of creative-thinking techniques มีเวอร์ชันภาษาไทยด้วยนะ ชื่อว่า ติ้งกะตอย : ของเล่นนักคิด หาอ่านได้ที่ห้องสมุดนี้เช่นกัน

  1. ชื่อหนังสือ : Magazine B. และ Magazine F
    เลขเรียกหนังสือ : HD 69 .B7 B817 2012 – 2020 และ HD 9000 F686 2019 – 2020 
ปีนชั้นที่รักหาหนังสือน่าอ่าน แนะนำโดยบรรณารักษ์ห้องสมุด 6 แห่งทั่วไทยและในอังกฤษ, แนะนำหนังสือน่าอ่าน 2020
ภาพ : ธฤตวัน ไชยวสุ

ชวนทำความรู้จักนิตยสารจากเกาหลีใต้ที่จะเติมความทันสมัยให้คุณ ตัว B. บนปกมีที่มาจากคำว่า Brand ชื่อก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าเขาเล่าเรื่องแบรนด์ต่างๆ ที่น่าสนใจและครอบคลุมไปทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์แฟชั่น โรงแรม ร้านค้า สินค้าอุปโภคบริโภค เช่น MUJI, IKEA, LAMY, Google รวมไปถึงเรื่องเมืองและสถานที่ที่คนอินเทรนด์ไม่ควรพลาด ส่วนนิตยสาร F. ก็ทำออกมาเอาใจสาย Food คงคอนเซปต์นำเสนอเทรนด์อาหารของโลกที่น่าจับตา 

นอกจากเนื้อหาที่จะพาให้คุณอินเทรนด์สุดๆ แล้ว รับรองว่านักอ่านสายมินิมอลจะต้องถูกใจ เพราะเขาออกแบบรูปเล่มด้วยดีไซน์อ่านง่าย ภาพประกอบสวยคมชัด แปลงข้อมูลยากๆ ให้กลายเป็นอินโฟกราฟิก ปิดท้ายด้วยแหล่งอ้างอิงพร้อมสำหรับหาข้อมูลต่อ อีกอย่างที่ชนะเลิศ คือไม่มีโฆษณามาคั่นให้กวนใจ ไม่รบกวนความลื่นไหลของเนื้อหา 

  1. ชื่อหนังสือ : Trend Book 
    เลขเรียกหนังสือ : NK 1548 C2821 2020 
    ผู้เขียน : ห้องสมุดศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC)
ปีนชั้นที่รักหาหนังสือน่าอ่าน แนะนำโดยบรรณารักษ์ห้องสมุด 6 แห่งทั่วไทยและในอังกฤษ, แนะนำหนังสือน่าอ่าน 2020
ภาพ : ธฤตวัน ไชยวสุ

ส่งท้ายความทันสมัยด้วย E-book คอลเลกชันพิเศษที่ TCDC จัดทำขึ้นเพื่อให้บริการกับนักออกแบบ ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ รวมถึงนักศึกษา กับหนังสือคาดการณ์แนวโน้มของสี พื้นหลัง พื้นผิว แฟชั่น วัสดุ ไปจนถึงไลฟ์สไตล์ที่น่าจะเกิดขึ้นในอีก 2 ปีข้างหน้า ข้อมูลที่ได้มาจากการลงพื้นที่เก็บข้อมูลและสำรวจพฤติกรรมจากผู้บริโภคทั่วโลก มาพร้อมคำอธิบายของแต่ละแนวคิดทั้งลักษณะ ไอเดียตั้งต้น และตัวอย่างการนำไปสร้างสรรค์เป็นผลงานจริง ละเอียดถึงขั้นมีตัวอย่างวัสดุมาให้ลองสัมผัส จะอ่านไว้ต่อยอดงานตัวเองก็ได้ หรือเอาไว้อัปเดตเทรนด์ให้ตัวเองก็ดี หาอ่าน Trend Book แบบรูปเล่มได้ที่ห้องสมุดศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) หรือจะโหลดแบบ E-Book มาอ่านก่อนได้ที่ www.tcdc.or.th/publication

Writer

สุดาวรรณ วนสุนทรเมธี

นักพิสูจน์อักษรวัยเตาะแตะที่มักจะหลงรักพระรองในซีรีส์เกาหลี และอยู่ระหว่างรักษาระยะห่างจากชานมไข่มุก

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านเถิดหนา

กิจกรรมชวนนักอ่านพาตัวเองกับหนังสือเล่มหนาไปใช้เวลาด้วยกันท่ามกลางบรรยากาศดีๆ

อ่านเถิดหนา’ คราวนี้ชวนคนมาอ่านหนังสือกันที่หอสมุดแห่งชาติ สถานที่ที่รวบรวมหนังสือหลากประเภท หลายภาษา ไว้กว่าหมื่นเล่ม พวกเราชาวอ่านเถิดหนา 05 : ที่รักของชั้น นัดพบกันเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2563 ณ มุมหนังสือนวนิยาย นอกจากให้สมาชิกแต่ละคนแนะนำหนังสือที่รักประจำชั้นที่เตรียมมา ยังมีไฮไลต์จากเจ้าบ้าน โดยตัวแทนบรรณารักษ์จากห้องหนังสือหายาก หอสมุดแห่งชาติ เปิดคลังขนหนังสือหายากมาให้ชมกันแบบใกล้ชิด พร้อมเล่าเรื่องเบื้องหลังของหนังสือหายากทั้งหมดให้ฟัง 

เริ่มจากทำความรู้จัก ‘หนังสือหายาก’ กันก่อน ในห้องสมุดแต่ละแห่งก็จะมีเกณฑ์ในการคัดเลือกหนังสือหายากเป็นของตัวเอง สำหรับหนังสือที่จัดเป็นหนังสือหายากของหอสมุดแห่งชาติ คือหนังสือที่เป็นมรดกตกทอดและเคยให้บริการตั้งแต่คราวก่อตั้งหอสมุดวชิรญาณ ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นเอกสารที่มีคุณค่าทั้งด้านเนื้อหาและเทคโนโลยีการพิมพ์ คณะกรรมการหอสมุดแห่งชาติจึงมีมติให้รวบรวมหนังสือเหล่านี้ในหมวดหมู่ของ ‘หนังสือหายาก’ และจัดหมวดหมู่หนังสือตามระบบงานบรรณารักษ์ เพื่อผู้ใช้บริการสืบค้นข้อมูลได้ พร้อมเพิ่มระบบการจัดเก็บหนังสือให้ยังคงสภาพเดิมที่สุด 

นอกจากนำหนังสือหายากทั้งหมดเข้าสู่ระบบแคตตาล็อกแล้ว หอสมุดแห่งชาติยังจัดประเภทของหนังสือหายากออกเป็นหมวดต่างๆ เพื่อให้ง่ายต่อการศึกษา ซึ่งแต่ละหมวดมีที่มาที่ไปว่าทำไมหนังสือในหมวดนี้จึงหายาก ความน่าสนใจของหนังสือหายากเหล่านี้จึงไม่ใช่เพียงเรื่องความเก่า แต่เป็นความเก๋าที่ซ่อนอยู่ในแต่ละเล่มต่างหาก! 

 ถึงจะขึ้นชื่อว่าเป็นหนังสือหายาก แต่พี่ๆ บรรณารักษ์หอสมุดแห่งชาติหาให้ได้ ถ้าอยากชมใกล้ๆ จดลิสต์หมวดหนังสือหายากที่ถูกใจ หรือถ้าใครเสิร์ชชื่อหนังสือจากฐานข้อมูลหอสมุดแห่งชาติแล้วเจอชื่อหมวด RBBK แปลว่าหนังสือที่คุณอยากอ่าน มีให้บริการที่ห้องหนังสือหายาก อาคาร 1 ชั้น 3 หอสมุดแห่งชาติ สอบถามกับพี่ๆ บรรณารักษ์ได้เลย 

01

หนังสือฉบับพิมพ์ครั้งแรก

ชื่อหนังสือ : ไกลบ้าน (ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 1)

ผู้แต่ง : พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 

ปีที่พิมพ์ : พ.ศ. 2417 

ชื่อหนังสือ : ไกลบ้าน (ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2)

ผู้แต่ง : พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 

ปีที่พิมพ์ : พ.ศ. 2466 

ชื่อหนังสือ : ไกลบ้าน (ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 3)

ผู้แต่ง : พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 

ปีที่พิมพ์ : พ.ศ. 2479 

นักอ่านทั้งหลายอาจจะไม่ทราบว่า นอกจากให้บริการหนังสือหลายประเภท หลากภาษาแล้ว หอสมุดแห่งชาติยังมีหน้าที่สำคัญอีกอย่าง คือการเก็บต้นฉบับสื่อสิ่งพิมพ์ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ นิตยสาร หรือแม้แต่หนังสือพิมพ์รายวัน ตามพระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์ที่ระบุว่า หากมีการผลิตสิ่งพิมพ์ทุกประเภท จะต้องส่งต้นฉบับมาที่หอสมุดแห่งชาติอย่างน้อย 2 ฉบับ เพื่อใช้เป็นต้นฉบับกรณีมีการตีพิมพ์ครั้งต่อไป รวมถึงใช้เป็นหลักฐานยืนยันต่อศาลกรณีมีคดีความ หากไม่ปฏิบัติตามจะต้องเสียค่าปรับคราวละ 12 บาท ซึ่งใช้อัตราค่าปรับนี้มาตั้งแต่แรกเริ่มมีกฎหมายจนถึงปัจจุบัน 

ด้วยเหตุนี้ หอสมุดแห่งชาติจึงเป็นสถานที่ที่รวบรวมต้นฉบับสิ่งพิมพ์มากมายเอาไว้ แต่ถ้าให้เลือกเพียง 1 เรื่องที่ทางหอสมุดแห่งชาติภูมิใจนำเสนอที่สุด เห็นจะเป็นพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 5 เรื่อง ไกลบ้าน เพราะไม่เพียงเป็นฉบับพิมพ์ครั้งแรก แต่หนังสือเล่มนี้ ยังเป็นครั้งแรกของเผยแผ่พระราชหัตถเลขา 43 ฉบับเมื่อคราวเสด็จฯ ประพาสยุโรปมาเป็นตัวหนังสือให้ประชาชนทั่วไปได้อ่าน ก่อนที่จะมีการตีพิมพ์อย่างแพร่หลาย จนส่งให้ ไกลบ้าน เป็นพระราชนิพนธ์ที่ทุกคนรู้จัก 

เรื่องเบื้องหลังหนังสือหายาก 10 หมวดที่มีอายุกว่าร้อยปีของ หอสมุดแห่งชาติ, หนังสือไกลบ้าน

โดยพระราชนิพนธ์เรื่อง ไกลบ้าน ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 1 แบ่งเนื้อหาจากต้นฉบับที่เป็นพระราชหัตถเลขาออกเป็น 4 เล่ม และมีการตัดเนื้อความบางส่วนออกไป ต่อมาในวาระฉลองพระชันษาพระอรรคชายาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ (พระมารดาของเจ้าฟ้านิภานภดลฯ) จึงจัดพิมพ์ครั้งที่ 2 โดยถือว่าเป็นฉบับสมบูรณ์ที่สุด เพราะมีการเพิ่มเติมเนื้อหาที่ถูกตัดไปกับเพิ่มรูปภาพประกอบ โดยทั้งหมดเป็นรูปทรงถ่ายของรัชกาลที่ 5 

และพระราชนิพนธ์เรื่อง ไกลบ้าน อีกฉบับที่บรรณารักษ์เลือกมาให้ชม เป็นฉบับพิมพ์ครั้ง 3 จัดพิมพ์ในวาระพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพของเจ้าฟ้านิภานภดลฯ ซึ่งภาพหน้าปกเป็นภาพเดียวกับฉบับที่ยังจัดพิมพ์จนถึงปัจจุบัน

เรื่องเบื้องหลังหนังสือหายาก 10 หมวดที่มีอายุกว่าร้อยปีของ หอสมุดแห่งชาติ, หนังสือไกลบ้าน
เรื่องเบื้องหลังหนังสือหายาก 10 หมวดที่มีอายุกว่าร้อยปีของ หอสมุดแห่งชาติ, หนังสือไกลบ้าน

02

หนังสือที่จัดพิมพ์ในโอกาสพิเศษ 

ชื่อหนังสือ : ตำนานหอพระสมุด หอพระมณเฑียรธรรม หอวชิรญาณ หอพุทธสาสนสังคหะ แลหอสมุดสำหรับพระนคร 

ผู้แต่ง : หอพระสมุดวชิรญาณ เรียบเรียงโดย พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระดำรงราชานุภาพ

ปีที่พิมพ์ : พ.ศ. 2459

ชื่อหนังสือ : The Vajirana National Library 

ผู้แต่ง : ศาสตราจารย์ยอร์ช เซเดส์ (George Coedes) 

ปีที่พิมพ์ : ค.ศ. 1924

ในยุคที่การอ่านหนังสือยังไม่เป็นที่แพร่หลาย ประกอบกับเทคโนโลยีการพิมพ์ยังยุ่งยากซับซ้อน การจัดพิมพ์หนังสือแต่ละครั้งจึงมักทำขึ้นในโอกาสพิเศษของพระบรมวงศานุวงศ์และขุนนางชั้นสูงเท่านั้น อย่างการจัดพิมพ์หนังสือที่ระลึกงานศพที่มีขึ้นครั้งแรกสมัยรัชกาลที่ 5 ในพิธีพระราชทานเพลิงศพพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ ตั้งแต่นั้นมา จึงเกิดเป็นธรรมเนียมแพร่หลายในการนำข้อเขียน ตั้งแต่พระราชนิพนธ์ วรรณคดี บทสวดมนต์ ไปจนถึงตำราวิชาการจากสมุดไทยโบราณมาจัดพิมพ์ในรูปแบบของหนังสือ 

นอกจากเป็นประโยชน์ในการเผยแพร่ศาสตร์ความรู้ต่างๆ สู่คนทั่วไป และเป็นการบันทึกข้อเขียนโบราณให้ยังคงอยู่ ในมุมของการศึกษาทางประวัติศาสตร์ หนังสือที่จัดพิมพ์ในโอกาสพิเศษเป็นกุญแจสำคัญที่จะพาเราไปเห็นภาพวิถีชีวิตของสังคมไทยในยุคสมัยนั้นๆ เพราะหนังสือเหล่านี้ไม่ได้บันทึกเพียงข้อเขียนที่เป็นตำราหรือวรรณกรรม แต่ยังมีส่วนที่เป็นประวัติของบุคคลหรือสถานที่ที่เป็นเจ้าของหนังสือเล่มนั้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงสถานภาพ ความสนใจ และโลกทัศน์ของสังคมไทยในยุคร้อยกว่าปีก่อนได้เป็นอย่างดี

เรื่องเบื้องหลังหนังสือหายาก 10 หมวดที่มีอายุกว่าร้อยปีของ หอสมุดแห่งชาติ

เช่นเดียวกับหนังสือ ตำนานหอพระสมุดฯ ที่พระเจ้าบรมวงษ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งสภานายก กรรมการ และเจ้าหน้าที่หอพระสมุดวชิรญาณ เรียบเรียงขึ้นเพื่อทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ในคราวเสด็จฯ เปิดหอสมุดสำหรับพระนคร (ต่อมาคือหอสมุดแห่งชาติ) เมื่อ พ.ศ. 2459 โดยเนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่มูลเหตุที่ตั้งหอสมุดสำหรับพระนครแห่งชาติ ตำนานหอพระสมุดทั้งสามแห่งก่อนจะรวมกันเป็นหอสมุดสำหรับพระนคร กรรมการชุดแรก การชำระหนังสือ การพิมพ์หนังสือ การจัดแผนกหนังสือ ฯลฯ 

เรื่องเบื้องหลังหนังสือหายาก 10 หมวดที่มีอายุกว่าร้อยปีของ หอสมุดแห่งชาติ

ต่อมาใน พ.ศ. 2461 ได้มีการจัดทำเป็นเวอร์ชันภาษาอังกฤษ ในชื่อ The Vajirana National Library โดย ยอร์ช เซเดส์ (George Cœdès) อดีตบรรณารักษ์ใหญ่ประจำหอสมุดวชิรญาณ ซึ่งหนังสือที่จัดพิมพ์ในโอกาสพิเศษทั้งสองเล่มข้างต้น เป็นทั้งบันทึกประวัติการก่อตั้งหอสมุดแห่งชาติ และยังเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่แสดงว่าประเทศไทยได้มีการจัดตั้งแหล่งเรียนรู้สำหรับประชาชนทั่วไปมาเป็นเวลากว่าร้อยปีแล้ว 

เรื่องเบื้องหลังหนังสือหายาก 10 หมวดที่มีอายุกว่าร้อยปีของ หอสมุดแห่งชาติ

03

หนังสือส่วนพระองค์พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว 

ชื่อหนังสือ : The Tour of Doctor Syntax, In Search of the Picturesque ; A Poem 

ผู้แต่ง : วิลเลียม คอมบ์ (William Combe) 

ชื่อหนังสือ : Treatise on Fortification and Artillery, Volume 1

ผู้แต่ง : เฮคเตอร์ สเตรธ (Hector Straith)

ปีที่พิมพ์ : ค.ศ. 1852

ชื่อหนังสือ : The Four Gospels: Arranged as a Practical Family Commentary

ผู้แต่ง : The Author of “The Peep of Day”, etc.

ปีที่พิมพ์ : ค.ศ. 1852

ยุคสมัยหนึ่ง พระบรมวงศานุวงศ์ที่มีความสนพระทัยในการอ่านและสะสมหนังสือมักจะหอสมุดส่วนพระองค์และแสดงความเป็นเจ้าของหนังสือโดยการประทับตราประจำพระองค์ หรือ Book Plate ลงบนหนังสือ ซึ่งประเภทของหนังสือที่เจ้านายแต่ละพระองค์สะสมไว้ สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญและความสนใจในศาสตร์แขนงต่างๆ 

หนังสือส่วนพระองค์ที่ปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ที่ห้องหนังสือหายาก หอสมุดแห่งชาติ โดยมากเป็นหนังสือที่มาจากห้องสมุดส่วนพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีทั้งหนังสือภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ เนื้อหาของหนังสือก็แสดงถึงความสนพระทัยในหลายแขนง ทั้งการทหาร การเดินเรือ บทกวี โคลงกลอน รวมไปถึงหนังสือที่เกี่ยวกับศาสนาคริสต์ นอกจากทุกเล่มจะมี Book Plate หรือตราประจำของพระองค์ติดอยู่ที่ปกในของหนังสือแล้ว ความพิเศษอีกประการที่พบในหนังสือของสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ คือ หนังสือหลายเล่มของพระองค์ระบุข้อความและตัวเลข ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นพิกัดในการเดินเรือเอาไว้ด้วย 

เรื่องเบื้องหลังหนังสือหายาก 10 หมวดที่มีอายุกว่าร้อยปีของ หอสมุดแห่งชาติ

แล้วเราควรจะศึกษาหนังสือส่วนพระองค์ของพระบรมวงศานุวงศ์ไปด้วยเหตุผลใด คำตอบก็คือ เมื่อเราได้ทราบว่าพระบรมวงศานุวงศ์แต่ละพระองค์มีความสนพระทัยที่สะท้อนผ่านการสะสมหนังสือประเภทใด ก็จะนำไปสู่ความเข้าใจว่า รากฐานความเจริญของประเทศไทยที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่องโดยเจ้านายพระองค์ต่างๆ ล้วนมาจากพระปรีชาสามารถ และอาจจะมีไม่มากก็น้อยที่ความเจริญในปัจจุบันเป็นผลมาจากการศึกษาหนังสือเหล่านี้ 

เรื่องเบื้องหลังหนังสือหายาก 10 หมวดที่มีอายุกว่าร้อยปีของ หอสมุดแห่งชาติ
เรื่องเบื้องหลังหนังสือหายาก 10 หมวดที่มีอายุกว่าร้อยปีของ หอสมุดแห่งชาติ
เรื่องเบื้องหลังหนังสือหายาก 10 หมวดที่มีอายุกว่าร้อยปีของ หอสมุดแห่งชาติ

04

หนังสือภาษาอื่นๆ 

หนังสือหายากทั้งหมดในการครอบครองของหอสมุดแห่งชาติ เป็นหนังสือที่เคยให้บริการตั้งแต่สมัยหอพระสมุดวชิรญาณ ก่อนจะนำมาจัดหมวดหมู่ตามระบบงานบรรณารักษ์ แต่ก็ยังมีหนังสืออีกจำนวนหนึ่งที่ยังไม่ได้จัดเข้าระบบเพื่อผู้ใช้บริการสืบค้นข้อมูล เนื่องจากเป็นหนังสือภาษาอื่นๆ ที่ยังไม่มีการถอดความ บ้างก็เป็นภาษาโบราณที่แม้แต่ประเทศเจ้าของภาษาก็ไม่มีการใช้งานแล้ว ทำให้ไม่สามารถระบุว่าหนังสือภาษาอื่นๆ เหล่านี้มีชื่อเรื่อง เนื้อหา หรือรายละเอียดต่างๆ อย่างไรบ้าง 

เรื่องเบื้องหลังหนังสือหายาก 10 หมวดที่มีอายุกว่าร้อยปีของ หอสมุดแห่งชาติ

อย่างหนังสือที่หอสมุดแห่งชาติได้รับตกทอดมาจากหอสมุดส่วนพระองค์ของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระจันทบุรีนฤนาถ พระบรมวงศานุวงศ์ที่ทรงมีพระปรีชาสามารถด้านภาษาบาลี-สันสกฤต หนังสือของพระองค์ที่หอสมุดแห่งชาติรวบรวมไว้จึงมีทั้งหนังสือพิมพ์ด้วยอักษรอริยกะ (อักษรที่ใช้เขียนภาษาบาลี) หนังสือพิมพ์ด้วยอักษรเทวนาครี (อักษรที่ใช้เขียนภาษาฮินดีและภาษาสันสกฤต) จนไปถึงหนังสือพิมพ์ด้วยภาษาพม่าโบราณ ซึ่งเก่าแก่และต่างจากภาษาพม่าในปัจจุบันขนาดที่ว่าขนาดเจ้าของภาษายังอ่านไม่ออก 

เรื่องเบื้องหลังหนังสือหายาก 10 หมวดที่มีอายุกว่าร้อยปีของ หอสมุดแห่งชาติ

ด้วยเหตุนี้ หนังสือที่พิมพ์ด้วยภาษาโบราณยากต่อการตีความจึงกลายเป็นขุมทรัพย์ทางการศึกษาด้านภาษาศาสตร์ บรรณารักษ์หอสมุดแห่งชาติเล่าเพิ่มเติมว่า ตอนนี้มีผู้เชี่ยวชาญพยายามถอดความจากภาษาโบราณเหล่านี้และบันทึกลงในบัตรรายการ เพื่อจะได้เป็นประโยชน์ทั้งในการศึกษาภาษาและเป็นประโยชน์ในส่วนงานบรรณารักษ์ สำหรับใครที่มีความสามารถหรือสนใจศึกษา ทางหอสมุดแห่งชาติก็ยินดีให้ใช้หนังสือเหล่านี้เป็นแหล่งเรียนรู้

เรื่องเบื้องหลังหนังสือหายาก 10 หมวดที่มีอายุกว่าร้อยปีของ หอสมุดแห่งชาติ

05

หนังสือประวัติบุคคล

ชื่อหนังสือ : บุรุษเรืองนาม 

ผู้แต่ง : หลวงสารานุประพันธ์ (นวล ปาจิณพยัคฆ์)

ปีที่พิมพ์ : พ.ศ. 2466

ชื่อหนังสือ : นารีเรืองนาม 

ผู้แต่ง : พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ปีที่พิมพ์ : พ.ศ. 2462

ย้อนไปในคาบเรียนวิชาวรรณคดีไทย วรรณคดีประเภทหนึ่งเราต้องเคยเรียนคือบทยอพระเกียรติ วรรณคดีประเภทนี้แต่งขึ้นเพื่อเชิดชูพระเกียรติของพระมหากษัตริย์ เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนผ่านมาสู่อีกยุคหนึ่ง รูปแบบของการเชิดชูพระเกียรติพระมหากษัตริย์จึงเปลี่ยนมาเป็นการนำเสนอผ่านหนังสือ และไม่ได้จำกัดการเชิดชูเกียรติเพียงในชนชั้นสูงเท่านั้น แต่ยังมีการเชิดชูและกล่าวถึงประวัติของวีรบุรุษ วีรสตรี คนทั่วไป รวมถึงชาวต่างชาติ ที่สร้างคุณงามความดีทั้งต่อประเทศไทยและในระดับโลก 

เรื่องเบื้องหลังหนังสือหายาก 10 หมวดที่มีอายุกว่าร้อยปีของ หอสมุดแห่งชาติ

หนังสือประวัติบุคคลที่จัดว่าเป็นหนังสือหายากของหอสมุดแห่งชาติที่เราได้ชมกันคือ บุรุษเรืองนาม และ นารีเรืองนาม โดยเนื้อหาหลักยังเป็นการกล่าวถึงประวัติบทสรรเสริญบุคคลต่างๆ 

อย่างในเล่ม บุรุษเรืองนาม ที่หลวงสารานุประพันธ์ (นวล ปาจิณพยัคฆ์) รวบรวมพิมพ์เพื่อแจกในงานศพของนายนูน ปาจิณพยัคฆ์ ผู้เป็นบิดา ก็เป็นหนังสือที่รวบรวมบทสรรเสริญคุณความดีของผู้ชายที่มีตั้งแต่พระมหากษัตริย์ไทยในอดีต พระเจ้ากรุงเบลเยียม นายขนมต้ม พันท้ายนรสิงห์ สุนทรภู่ พระสงฆ์ ไปจนถึงขงจื๊อและเล่าปี่จากวรรณกรรมจีนเรื่อง สามก๊ก โดยนำเสนอในรูปแบบของโคลงกลอนหลายรูปแบบ 

เรื่องเบื้องหลังหนังสือหายาก 10 หมวดที่มีอายุกว่าร้อยปีของ หอสมุดแห่งชาติ
เรื่องเบื้องหลังหนังสือหายาก 10 หมวดที่มีอายุกว่าร้อยปีของ หอสมุดแห่งชาติ

ส่วนในเล่ม นารีเรืองนาม โคลงสุภาษิตพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ก็มีบทสรรเสริญผู้หญิงทั้งไทยและต่างชาติมากมาย อาทิ นางนพมาศ ท้าวเทพกษัตรี คุณหญิงโม พระราชินีวิกตอเรีย นางวิสาขา ไปจนถึง ฟลอเรนซ์ ไนติงเกล ซึ่งบทสรรเสริญทั้งหมดทรงแต่งด้วยรูปแบบการประพันธ์ที่หลากหลาย ทั้งฉบัง 16 , สัทธรา 21, สุรางคนางค์ 28, อินทรวิเชียร 11, วสันตดิลก 14 เป็นต้น 

06

หนังสือรูปเล่มสวยงาม : หน้าปก

ชื่อหนังสือ : มัทนะพาธา 

ผู้แต่ง : พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

ปีที่พิมพ์ : พ.ศ. 2468 

นอกจากการศึกษาเนื้อหาของหนังสือหายากแต่ละเล่ม แต่ละประเภท จะสะท้อนภาพชีวิตความเป็นอยู่และความสนใจของคนไทยในยุคร้อยกว่าปีก่อนแล้ว หากมองในมุมของความเก่าแก่ หนังสือหายากเหล่านี้ยังเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชั้นดีที่แสดงถึงเทคโนโลยีการพิมพ์หนังสือในยุคแรกเริ่ม กว่าที่จะมีวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน 

แม้กาลเวลาจะล่วงเลยมากว่าร้อยปี แต่หนังสือหายากเหล่านี้ยังได้รับการเก็บรักษาเป็นอย่างดี นอกจากจัดหนังสือทุกเล่มเข้าหมวดหมู่ตามระบบงานบรรณารักษ์แล้ว ทางห้องหนังสือหายาก หอสมุดแห่งชาติ ยังเพิ่มระบบดูแลรักษาหนังสือ โดยเก็บในอาคารที่ควบคุมด้วยระบบอัจฉริยะ มีเครื่องปรับอากาศที่ควบคุมได้ทั้งอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ พร้อมทั้งมีระบบป้องกันเพลิงไหม้ และหนังสือทุกเล่มในห้องหนังสือหายากยังให้บริการด้วยระบบชั้นปิด (Closed Stack) คือการจัดหนังสือที่เจ้าหน้าที่ห้องสมุดจะเป็นผู้หยิบเล่มหนังสือที่ผู้ใช้บริการต้องการออกมาให้เท่านั้น ทั้งนี้ หากมีหนังสือที่ชำรุดเสียหาย ทางหอสมุดแห่งชาติก็มีกลุ่มงานสงวนรักษาหนังสือ มีหน้าที่ซ่อมแซมหนังสือทุกประเภทให้คงสภาพเดิมที่สุด 

เรื่องเบื้องหลังหนังสือหายาก 10 หมวดที่มีอายุกว่าร้อยปีของ หอสมุดแห่งชาติ, มัทนะพาธา

ในคราวนี้ เราก็มีโอกาสได้ชมหนังสือเก่าบางส่วนที่ทางห้องหนังสือหายากจัดว่าเป็นหนังสือรูปเล่มสวยงาม เริ่มต้นด้วยเล่มที่คนรักวรรณคดีทุกคนต้องรู้จัก คือหนังสือ มัทนะพาธา บทพระราชนิพนธ์บทละครพูดในรัชกาลที่ 6 นอกจากได้รับการยกย่องจากวรรณคดีสโมสรให้เป็นยอดของบทละครพูดคำฉันท์ รูปเล่มของ มัทนะพาธา ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 1 นี้ยังจัดว่าเป็นหน้าปกที่สวยงามมาก โดยภาพหน้าปกมาจากสัญลักษณ์สำคัญของเรื่องอย่างดอกกุหลาบที่ลงด้วยสีทอง แม้จะเป็นฉบับเก่าแก่ที่ตีพิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2468 แต่ก็ยังสวยสดใสเหมือนใหม่ เพราะได้รับการเก็บรักษาเป็นอย่างดี มีการห่อปกด้วยพลาสติกไมลาร์เพื่อป้องกันความชื้นและความร้อน

เรื่องเบื้องหลังหนังสือหายาก 10 หมวดที่มีอายุกว่าร้อยปีของ หอสมุดแห่งชาติ, มัทนะพาธา

หน้าปกรูปดอกกุหลาบของ มัทนะพาธา ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 1 สวยงามและได้รับการตีพิมพ์ซ้ำอีกหลายครั้ง โดยฉบับที่ตีพิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2557 เป็นการตีพิมพ์ซ้ำครั้งสำคัญ เนื่องจากคงสภาพและรายละเอียดจากฉบับพิมพ์ครั้งที่ 1 ไว้ได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด ซึ่งฉบับพิมพ์ใหม่นั้นได้จำหน่ายหมดไปแล้ว แต่ถ้าใครอยากสัมผัสเล่มจริง ติดต่อที่ห้องหนังสือหายากของหอสมุดแห่งชาติได้เลย 

07

หนังสือรูปเล่มสวยงาม : รูปเล่ม

ชื่อหนังสือ : Treaty of Peace between the Allied and Associated Powers and Germany

ปีที่พิมพ์ : ค.ศ. 19191

ชื่อหนังสือ : Nouvelle Géographie universelle

ผู้แต่ง : Elisee Reclus 

ปีที่พิมพ์ : ค.ศ. 1877

ชื่อหนังสือ : The Unrepealed Central Acts of the Governor-General in Council (Third Edition)

ผู้แต่ง : D.E. Cranenburgh

ปีที่พิมพ์ : ค.ศ. 1893

นอกจากหนังสือรูปเล่มสวยงามที่มีหน้าปกโดดเด่นแล้ว หนังสือหายากอีกประเภทที่ห้องหนังสือหายากภูมิใจนำเสนอ คือหนังสือที่มีรูปเล่มสวยงามและมีความหนาของกระดาษมากกว่า 700 แผ่น โดยหนังสือหายากเล่มหนาที่มาจากต่างประเทศเหล่านี้ไม่เพียงดีงามที่ปริมาณ แต่ยังอัดแน่นไปด้วยคุณภาพ เพราะความหนาของเล่มที่เพิ่มเข้ามา ทำให้ใส่เทคนิคและรายละเอียดลงไปได้มากขึ้น เช่น สันหนังสือที่ระบุทั้งรายละเอียดของหนังสือและภาพประกอบ ขอบหนังสือที่เคลือบด้วยวัสดุแข็งแรง ไปจนถึงการเคลือบขอบกระดาษทุกแผ่นด้วยสีทอง และมีกล่องสำหรับจัดเก็บ ซึ่งข้อดีของการมีกล่องเก็บหนังสือเช่นนี้ ทำให้การรักษาสภาพหนังสือทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ เรียกว่ารายละเอียดทุกส่วนของหนังสือแสดงถึงความใส่ใจ และเทคโนโลยีการพิมพ์ของต่างประเทศที่ก้าวไกลมาก 

เรื่องเบื้องหลังหนังสือหายาก 10 หมวดที่มีอายุกว่าร้อยปีของ หอสมุดแห่งชาติ
เรื่องเบื้องหลังหนังสือหายาก 10 หมวดที่มีอายุกว่าร้อยปีของ หอสมุดแห่งชาติ
เรื่องเบื้องหลังหนังสือหายาก 10 หมวดที่มีอายุกว่าร้อยปีของ หอสมุดแห่งชาติ
เรื่องเบื้องหลังหนังสือหายาก 10 หมวดที่มีอายุกว่าร้อยปีของ หอสมุดแห่งชาติ

08

หนังสือขนาดใหญ่

ชื่อหนังสือ : Romeo and Juliet

ผู้แต่ง : วิลเลียม เชกส์เปียร์ (William Shakespeare)

ปีที่พิมพ์ : ค.ศ. 1884 

ยังอยู่กับเรื่องรูปเล่มของหนังสือ นอกจากหนังสือที่รูปเล่มสวยงามในแบบต่างๆ แล้ว ห้องหนังสือหายาก หอสมุดแห่งชาติ ก็ยังให้บริการหนังสือที่มีขนาดพิเศษ ซึ่งขนาดที่ต่างกันไปของหนังสือเหล่านี้ เชื่อมโยงไปยังเนื้อหาในหนังสือแต่ละเล่ม และสะท้อนถึงวัตถุประสงค์ที่อยากให้ผู้อ่านได้รับจากหนังสือ 

เรื่องเบื้องหลังหนังสือหายาก 10 หมวดที่มีอายุกว่าร้อยปีของ หอสมุดแห่งชาติ, Romeo and Juliet

เริ่มต้นจากหนังสือขนาดใหญ่ เล่มที่เราเลือกมาเล่าให้ฟังเป็นวรรณกรรมเรื่อง Romeo and Juliet นักอ่านทั้งหลายคงจะเคยเห็นรูปเล่มของวรรณกรรมระดับโลกเรื่องนี้ผ่านตามามากมาย แต่หลายคนอาจไม่เคยเห็นเวอร์ชันเล่มใหญ่จุใจเท่านี้มาก่อน 

หนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์เมื่อ ค.ศ. 1884 เรื่องขนาดของเล่มที่ว่าใหญ่ คือต้องใช้ 2 คนช่วยกันเปิดและพลิกหน้า หน้าปกก็มีภาพวาดและฟอนต์ตัวหนังสือที่สวยงาม ปกหลังเป็นภาพสเกตซ์ที่วาดลงบนเล่มจริงๆ ด้านในมีภาพวาดประกอบที่เป็นไฮไลต์สำคัญของเรื่อง โดยถ้าหน้าใดมีภาพวาดอยู่ ก็จะมีกระดาษแผ่นบางคั่นหน้าเอาไว้เพื่อป้องกันการเสียหาย 

ส่วนคุณภาพกระดาษทุกแผ่นก็ยังดี หมึกพิมพ์ตัวหนังสือชัดเจนสุดๆ สันนิษฐานว่าสาเหตุที่ต้องทำรูปเล่มให้ใหญ่กว่าหนังสือทั่วไป ก็เพื่อให้นักอ่านได้ดื่มด่ำไปกับความเรียงผลงานของวิลเลียม เชกส์เปียร์ พร้อมกับพลิกมาดูภาพวาดและองค์ประกอบอื่นๆ ในเล่ม ที่จะส่งให้ผู้อ่านได้ซึมซับและรับรู้อารมณ์รักโรแมนติกของโรมิโอและจูเลียตได้ดียิ่งขึ้น 

เรื่องเบื้องหลังหนังสือหายาก 10 หมวดที่มีอายุกว่าร้อยปีของ หอสมุดแห่งชาติ, Romeo and Juliet
เรื่องเบื้องหลังหนังสือหายาก 10 หมวดที่มีอายุกว่าร้อยปีของ หอสมุดแห่งชาติ, Romeo and Juliet

ขอบอกไว้ก่อนว่าหนังสือขนาดใหญ่ที่บรรณารักษ์ขนมาให้ชมกันในวันนี้นับว่ายังไม่ใช่ที่สุดที่หอสมุดแห่งชาติเก็บรักษาไว้ เพราะเล่มที่ใหญ่ที่สุดมีความกว้างคูณยาวมากกว่าโต๊ะหนังสือเสียอีก

08

หนังสือเล่มเล็ก

ชื่อหนังสือ : ละครพูดสองฉาก เรื่องล่องแก่งแม่ปิง

ผู้แต่ง : หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล

ปีที่พิมพ์ : พ.ศ. 2503

ชื่อหนังสือ : ปะติทินหลวง ในปีพุทธศักราช ๒๔๖๒ 

ปีที่พิมพ์ : พ.ศ. 2462

ชื่อหนังสือ : สามดาว ตอนที่ 13

ผู้แต่ง : ป. อินทรปาลิต

ปีที่พิมพ์ : พ.ศ. 2474 

ชื่อหนังสือ : The Poetical Works Volume II

ผู้แต่ง : วิลเลียม คาวเปอร์ (William Cowper)

ปีที่พิมพ์ : ค.ศ. 1838 

ชื่อหนังสือ : Poem by Shelley

ผู้แต่ง : เพอร์ซี เชลลีย์ (Percy Shelley)

อวดโฉมหนังสือขนาดใหญ่แล้ว ต่อไปก็มาถึงตาหนังสือเล่มเล็กบ้าง หนังสือเล่มเล็กที่เราได้ชมกันมีหลากภาษา มาจากหลายประเทศ ส่วนมากมีขนาดประมาณฝ่ามือ แม้รูปเล่มจะเป็นขนาดจิ๋ว แต่ตัวอักษรที่อยู่ด้านในก็มีขนาดที่อ่านได้สบายตา สันนิษฐานว่าวัตถุประสงค์ในการจัดพิมพ์หนังสือเล่มเล็กก็เพื่อส่งเสริมการอ่านให้แก่ประชาชนทั่วไป เมื่อหนังสือเล่มเล็กพกพาง่าย น่าจะทำให้อยากหยิบหนังสือติดกระเป๋าไปอ่านได้ทุกที่ ทุกเวลา 

เรื่องเบื้องหลังหนังสือหายาก 10 หมวดที่มีอายุกว่าร้อยปีของ หอสมุดแห่งชาติ

เริ่มเล่มแรกด้วยหนังสือชุด บทละครพูดชุดเล็ก สำหรับเผยแพร่เป็นละครวิทยุของหม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ต่อมาเป็นหนังสือ ปะติทินหลวง ในปีพุทธศักราช ๒๔๖๒ (สะกดตามชื่อหนังสือ) เนื้อหาด้านในบอกวันหยุดราชการประจำปีและกำหนดงานพิธีต่างๆ ตามมาด้วยเล่มนี้ที่โดดเด่นด้วยรูปภาพหน้าปกสีสันสดใสกับนิยายเรื่อง สามดาว ตอนที่ 13 ของ ป. อินทรปาลิต 

เรื่องเบื้องหลังหนังสือหายาก 10 หมวดที่มีอายุกว่าร้อยปีของ หอสมุดแห่งชาติ

นอกจากหนังสือเล่มเล็กที่เป็นภาษาไทยแล้ว ยังมีที่เป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งห้องหนังสือหายากได้รับมอบมาจากหอสมุดส่วนพระองค์ของสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้แก่ Poem by Shelley หนังสือรวมบทกวีที่มีทั้งตราส่วนพระองค์และเป็นปกหนัง รวมถึง The Poetical Works Volume II ที่ตีพิมพ์ตั้งแต่ ค.ศ. 1838 

10

หนังสือเกี่ยวกับประเทศไทยที่เขียนโดยชาวต่างชาติ 

ชื่อหนังสือ : SIAM DAS LAND DER TAI 

ผู้แต่ง : วิลเฮล์ม เครดเนอร์ ( Wilhelm Credner)

ปีที่พิมพ์ : ค.ศ. 1966 

ชื่อหนังสือ : A New Historical Relation of the kingdom of Siam

ผู้แต่ง : ซีมง เดอ ลา ลูแบร์ (Simon de La Loubère)

ปีที่พิมพ์ : ค.ศ. 1693

ปิดท้ายความพิเศษจากการเปิดคลังหนังสือหายากของหอสมุดแห่งชาติในครั้งนี้ ด้วยหนังสือเกี่ยวกับประเทศไทยที่เขียนโดยชาวต่างชาติ ซึ่งบรรณารักษ์จากห้องหนังสือหายาก หอสมุดแห่งชาติ เล่าให้ฟังถึงวิธีการที่กว่าหนังสือเหล่านี้จะเดินทางสู่สายตาของพวกเรา ส่วนใหญ่ได้มาจากในคราวที่พระบรมวงศานุวงศ์หรือเจ้านายชั้นสูงเสด็จฯ ไปยังประเทศต่างๆ และทรงไปพบกับหนังสือเหล่านี้ในต่างแดน จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นเพื่อเป็นหลักฐานของประวัติศาสตร์ชาติไทย บ้างก็ได้มาจากคราวที่อัครราชทูตจากต่างแดนขนข้ามน้ำข้ามทะเลเพื่อมามอบให้เป็นของที่ระลึกในการเจริญสัมพันธไมตรี ซึ่งหนังสือเกี่ยวกับประเทศไทยที่เขียนโดยชาวต่างชาติทั้งหมดนี้ เป็นแหล่งความรู้ชั้นดีที่จะทำให้เรามองเห็นคุณค่าของสยามประเทศ ในมุมมองจากนานาอารยชนทั่วโลก 

เรื่องเบื้องหลังหนังสือหายาก 10 หมวดที่มีอายุกว่าร้อยปีของ หอสมุดแห่งชาติ

เช่นหนังสือ SIAM DAS LAND DER TAI จากเยอรมนี พิมพ์เมื่อ ค.ศ. 1935 และ A New Historical Relation of the kingdom of Siam จากฝรั่งเศส ที่พิมพ์เมื่อ ค.ศ. 1969 เล่าถึงสยามในมุมมองที่หลากหลาย ทั้งประวัติศาสตร์ ราชวงศ์ วัฒนธรรม ประเพณี รวมถึงเรื่องความเป็นอยู่ของชาวบ้าน อย่างการระบุแหล่งปลูกผลไม้และพืชพร้อมด้วยภาพประกอบทั้งภาพถ่ายและภาพวาด 

เรื่องเบื้องหลังหนังสือหายาก 10 หมวดที่มีอายุกว่าร้อยปีของ หอสมุดแห่งชาติ

  สำหรับใครที่อยากชมภาพของหนังสือหายากทั้งหมด และฟังเรื่องราวเต็มๆ จากพี่บรรณารักษ์ รับชมได้ที่นี่เลย 

Writer

สุดาวรรณ วนสุนทรเมธี

นักพิสูจน์อักษรวัยเตาะแตะที่มักจะหลงรักพระรองในซีรีส์เกาหลี และอยู่ระหว่างรักษาระยะห่างจากชานมไข่มุก

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load