ใบของหูกวางต้นใหญ่ที่แผ่ปกคลุมเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง บ้างร่วงหล่นปกคลุมหน้าดินที่ยังชื้นจากการฝนตกติดต่อกันหลายวัน เป็ดตัวหนึ่งเดินตัดหน้าพวกเราไป มีเสียงหัวเราะสนุกสนานจริงใจไหลออกมาจากบริเวณครัว

วันนี้ The Cloud กลับมาหาฟาร์มขนาดกะทัดรัดแต่อัดแน่นไปด้วยความอบอุ่นอีกครั้ง

ที่ฟาร์มลุงรีย์ พื้นที่เล็กๆ ในเขตชานเมืองกรุงเทพฯ เต็มไปด้วยการพัฒนาวิธีทำฟาร์มแบบใหม่ๆ ผ่านการเปิดฟาร์มให้คนเข้ามาเรียนรู้วิถี Smart Farmer เกษตรกรที่เน้นการใช้ความคิดมากกว่าลงแรง และการจัดอบรมเพื่อสร้างเครือข่ายของคนที่อยากทำฟาร์มสไตล์เดียวกัน

เรื่องสำคัญที่ลุงรีย์และฟาร์มของเขาตั้งใจจะบอกแก่เราคือ ชาวสวนก็เป็นอาชีพที่เท่ได้

ในพื้นที่เล็กๆ แห่งนี้จึงอัดแน่นไปด้วยพื้นที่ทดลองขนาดย่อม ทั้งมุมเลี้ยงสัตว์ มุมบ่อน้ำ ห้องเพาะเห็ด คอนโดฯ ไส้เดือน ครัวเล็กๆ ร้านขายของออร์แกนิก และพื้นที่สำหรับเวิร์กช็อป

“ก่อนเข้าโครงการพอแล้วดี ผมเป็นคนที่ครีเอทีฟมาก ชอบคิด คิดแบบไม่มีกรอบ ตอนนั้นไม่รู้อะไรเลย คิดทำนู่นทำนี่ ทำไปๆ มาๆ แป๊บเดียวก็ 3 ปีแล้ว คือเราโตได้ดีนะ มีเงินเยอะกว่าตอนนี้อีก แต่พอคนถามว่า ทำธุรกิจอะไร เรากลับตอบไม่ได้ เงินเข้าฟาร์มมาจากส่วนไหนบ้าง เราก็ตอบไม่ได้ ตั้งเป้าไว้ยังไง ตอบไม่ได้ ตอบอะไรไม่ได้เลย” ลุงรีย์ หรือ ชารีย์ บุญญวินิจ เล่าย้อนอดีตให้ฟัง

อาจจะฟังเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่สำหรับลุงรีย์ นี่คือปัญหาใหญ่ที่ทำให้เขาหันกลับมาทบทวนตัวเอง ด้วยความช่วยเหลือของโครงการ ‘พอแล้วดี The Creator’ ที่ทำให้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงใช้ได้จริงกับการทำธุรกิจ

ต่อไปนี้คือสิ่งที่ลุงรีย์ได้ประจักษ์โดยตรงกับธุรกิจฟาร์มแสนเก๋ของตัวเอง

ฟาร์มลุงรีย์, พอแล้วดี The Creator

01

ฟาร์มที่เริ่มจากความรู้ แล้วออกผลเป็นความรู้

ฟาร์มของลุงรีย์เริ่มต้นมาจากการรู้ว่าขยะเศษอาหารเป็นปัญหาใหญ่ของเมือง และเป็นปัญหาที่จะเกิดขึ้นเรื่อยๆ และทำให้รู้ว่าหากนำเรื่องดังกล่าวมาเป็นโจทย์หลัก ธุรกิจจะได้เปรียบเชิงทรัพยากร เมื่อคิดได้ดังนั้นแล้ว ลุงรีย์ก็ออกไปขวนขวายหาความรู้เกี่ยวกับการแก้ปัญหาเศษอาหารนี้ จนงอกเงยออกมาเป็นทั้งความรู้ในการเลี้ยงไส้เดือน เพาะเห็ดหิมาลัย และทำสวน แบบที่แน่นพอจนเปิดเวิร์กช็อปให้คนข้างนอกเข้ามาศึกษาต่อได้ครั้งแล้วครั้งเล่า

“วัตถุดิบมันมีอยู่แล้ว รูปแบบก็เปลี่ยนแปลงได้ ความรู้ต่างหากคือส่วนสำคัญ และเมื่อนำความรู้เข้าไปจับกับแก่นของแบรนด์จะก่อเกิดอะไรก็ได้อีกมาก” ลุงรีย์บอก

“ฟาร์มนี้คนไม่ได้มาเพราะของหรอก แต่คนมาเพราะอยากรู้”

เมื่อมีความรู้แล้ว สิ่งธรรมดาสามัญที่หาที่ไหนก็ได้ อย่างไส้เดือนและเศษอาหารก็กลายมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าได้ เพราะประดับด้วยความรู้

ฟาร์มลุงรีย์, พอแล้วดี The Creator

02

เริ่มต้นจากดิน คืนคุณค่าสู่ดิน

ก่อนจะเป็นลุงรีย์ ผู้ตั้งใจฟูมฟักฟาร์มลุงรีย์ให้เป็นพื้นที่เรียนรู้การทำเกษตรสำหรับคนเมือง ในอดีต เขาคือนักเรียนออกแบบจากคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ผู้สร้างสรรค์ กล้าคิด กล้าทำ และกล้าทดลองสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ ตลอดเวลา 5 ปี ฟาร์มลุงรีย์จึงเติบโตและแตกต่างจากฟาร์มทั่วไป โดยความเป็นไปได้ที่ไร้ที่สิ้นสุดของเขา มาจากโจทย์ง่ายๆ คำเดียว อย่าง ‘ดิน’  

ที่ฟาร์มของลุงรีย์ ไม่ว่าจะเป็นหมู เห็ด เป็ด ไก่ แพะ ไส้เดือน พืชผักผลไม้ และคน ทุกสิ่งล้วนเกี่ยวข้องกับดิน ไม่ในทางใดก็ทางหนึ่ง ขณะที่ดินเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งมีชีวิต สิ่งมีชีวิตทั้งหลายนั้นก็ช่วยบำรุงให้ดินอุดมสมบูรณ์ขึ้นด้วย

เมื่อนำคำว่าดินและลูกบ้ากล้าสร้างสรรค์ของเขามารวมกัน ลุงรีย์จึงได้นิยามให้ตัวเองว่ากำลังทำธุรกิจสร้างสรรค์สิ่งใหม่จากดิน ภายใต้ตำแหน่ง Earth Creator หรือ ‘นักสร้างดิน’ ซึ่งมีหน้าที่เพิ่มคุณค่าให้แก่ดิน ผ่านสายตาที่มองเห็นความเป็นไปได้ และสองมือที่พร้อมจะลงมือทดลองทำ

“พอชัดตรงนี้ ก็ตอบได้สักทีว่าทำไมเราต้องมีภาพลักษณ์ใส่เอี๊ยม ใส่ยีนส์ เพราะเราเปื้อนได้ เราพร้อมจะลงไปคลุกกับดินและติดกับดิน เพื่อนำสิ่งใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับมันออกมา” ลุงรีย์อธิบายที่มาของคอสตูมสีตุ่นอย่างภูมิใจ

ฟาร์มลุงรีย์, พอแล้วดี The Creator

ฟาร์มลุงรีย์, พอแล้วดี The Creator ฟาร์มลุงรีย์, พอแล้วดี The Creator

03

กลุ่มเป้าหมายที่ใช่จะพาธุรกิจไปให้ไกลกว่าเดิม

เมื่อฟาร์มลุงรีย์เริ่มรู้จักตัวตนและมีทิศทางของสิ่งที่ทำชัดเจนขึ้น เขาก็เริ่มวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าตามลำดับขั้น

“ผมเคยคิดว่า ถ้ากลุ่มเป้าหมายเราไม่ชอบฟาร์มลุงรีย์ เขาก็คงจะชอบไร่รื่นรมย์ แต่พอลองดูข้อมูลหลังบ้านในเพจเฟซบุ๊ก กลับพบว่าไม่ใช่เลย คนที่สนใจล้วนเป็นคนเมืองที่ชอบดูหนังบู๊ทั่วๆ ไป เป็นคนธรรมดาๆ อย่างเรานี่แหละ มีตั้งแต่ยังเรียนอยู่ไปจนถึงเกษียณอายุแล้ว แต่ทุกคนมีจุดร่วมความสนใจที่เหมือนกันคือ อยากผันตัวมาทำฟาร์มแบบเรา อยากก่อร่างสร้างสิ่งใหม่จากผืนดินที่เขามี” ลุงรีย์เล่าข้อมูลที่ทำให้เขาประหลาดใจ ซึ่งต่างไปจากสิ่งที่เขาคิดเมื่อนานมาแล้ว

ที่ผ่านมา ฟาร์มลุงรีย์เข้าถึงง่ายและมีชื่อเสียงเพราะได้รับความสนใจจากสื่อมากมาย ทั้งรายเล็กรายใหญ่ จนหลายครั้งไม่อาจพาทุกคนไปสู่เป้าหมายที่ตั้งใจ เพื่อให้เรื่องราวของฟาร์มส่งตรงถึงคนกลุ่มที่จะสนใจอยากเรียนรู้แนวคิดของเขา และเอาไปพัฒนาต่อยอดจนเกิดดอกผลในวงกว้าง จากที่เคยรับสัมภาษณ์ทุกสื่อ เขาจึงเลือกรับเฉพาะสื่อที่เหมาะกับธุรกิจ

เมื่อกลุ่มลูกค้าชัดเจนและมีฟาร์มลุงรีย์มีทิศทางที่ชัดยิ่งขึ้น นั่นหมายถึง คนที่จะเข้ามาในฟาร์มจะน้อยลง แต่เข้ามาแล้วได้องค์ความรู้และแรงบันดาลใจกลับไปอย่างครบถ้วนมากขึ้น ซึ่งช่วยให้งานของฟาร์มเบาลงด้วย “แต่ก่อนเราทำเยอะ ต่อยพันหมัดเข้าแปดหมัดก็ดีใจแล้ว แต่พอรู้ตัวเอง เราต่อยสิบหมัดก็เข้าแปดหมัด เข้าเป้าง่ายขึ้นโดยที่ทำน้อยลง แล้วแม่นขึ้น” ลุงพูด พร้อมยิ้มเท่ๆ อย่างจอมยุทธ์

ฟาร์มลุงรีย์, พอแล้วดี The Creator ฟาร์มลุงรีย์, พอแล้วดี The Creator ฟาร์มลุงรีย์, พอแล้วดี The Creator

04

แผนที่ตั้งอยู่อย่างสมเหตุสมผลเป็นเสาที่ทำให้แบรนด์แข็งแกร่ง

นอกจากรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์และจัดอบรมที่ช่วยเลี้ยงชีวิตให้อยู่ได้แล้ว อะไรคือเหตุผลที่เขาตั้งใจทำฟาร์มนี้ให้เติบโตต่อไป เราถาม ก่อนที่ชายหนุ่มอารมณ์ดีจะหันหลังไปหยิบกระดานสีขาวขนาดใหญ่ แล้วลงมือเขียน 4 เสาหลักของฟาร์ม พร้อมอธิบายแผนงานของเขาให้ฟัง

เริ่มจากจักรวาลไส้เดือน การใช้นวัตกรรม การผลิตองค์ความรู้ใหม่ และความใส่ใจสิ่งแวดล้อม

จักรวาลไส้เดือนนั้นแท้จริงแล้วคือวิธีการสร้างเครือข่ายคนที่จะร่วมพัฒนาสร้างสรรค์ดินไปกับเขา ส่วนการใช้นวัตกรรม หมายถึงวิธีการทำงานในฟาร์มที่จะต้องนำนวัตกรรมมาช่วยให้การทำเกษตรกรรมง่ายขึ้น ตามมาด้วยการผลิตองค์ความรู้ ซึ่งก็คือผลลัพธ์ที่เขาหวังให้ฟาร์มแห่งนี้สร้างสรรค์ออกมา และเสาสุดท้าย ความใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยเป็นภาพลักษณ์แบรนด์ฟาร์มลุงรีย์ที่จะซึมอยู่ในทุกขั้นตอนกระบวนการ

นี่คือแผนการเพิ่มคุณค่าให้แบรนด์ฟาร์มลุงรีย์ ไม่ใช่แค่สร้างรายได้ แต่ธุรกิจนี้จะมีประโยชน์ในด้านอื่นๆ ด้วย ทั้งเกิดเครือข่าย สร้างวิธีคิดวิธีทำใหม่ๆ และดีต่อสิ่งแวดล้อม ดังนั้น เมื่อลุงรีย์คิดอยากทำสิ่งใหม่อะไร เขาจะกลับมาดูโร้ดแมพนี้ เพื่อคอยตรวจสอบว่าสิ่งที่ทำยังมีค่าอยู่หรือไม่

แผนที่วางอย่างเป็นระบบ และสะท้อนสู่แก่นหลักของธุรกิจเช่นนี้ ทำให้ตอบได้ว่า นี่แหละ คือเหตุผลที่ควรมีฟาร์มลุงรีย์ต่อไป

ฟาร์มลุงรีย์, พอแล้วดี The Creator ฟาร์มลุงรีย์, พอแล้วดี The Creator

05

โลกหมุนไปก็ต้องหมุนตามด้วยฟาร์มคิดสร้างสรรค์

ในพื้นที่เล็กๆ ของฟาร์มลุงรีย์อัดแน่นไปด้วยการทดลองพัฒนาเล็กๆ มากมาย ทั้งมุมเลี้ยงสัตว์ มุมบ่อน้ำ ห้องเพาะเห็ด คอนโดฯ ไส้เดือน ครัวเล็กๆ ร้านขายของออร์แกนิก และพื้นที่สำหรับเวิร์กช็อป แม้จะดูรกไปบ้าง แต่ก็เป็นระเบียบตามสัดส่วนของมัน

แม้การทำงานหนักและประสบการณ์ท่วมท้นของลุงรีย์จะช่วยให้ฟาร์มมีชื่อเสียงมาก แต่ลุงกลับไม่ขยายฟาร์มตามกระแส เขายังคงยืนยันว่าฟาร์มลุงรีย์จะมีแค่สาขาเดียว และมีขนาดเพียงแค่นี้ เพราะจุดนี้คือความพอดีของฟาร์มที่ไม่เบียดเบียนตัวเขาเอง ไม่เบียดเบียนผู้อื่น และไม่เบียดเบียนโลกด้วย

เมื่อไม่ขยายที่ขนาดฟาร์มในแนวขวาง จึงต้องขยายในแนวตั้งแทน ลุงรีย์บอกกับเราว่า ในโลกใบนี้ที่หมุนเปลี่ยนไปอยู่เสมอ หากไม่เรียนรู้ทำความเข้าใจและไม่สร้างสิ่งใหม่ที่เหมาะสมตาม จุดที่เคยพออาจจะกลายเป็นไม่พอไปได้

นี่คือเหตุผลที่ฟาร์มลุงรีย์ต้องมีนวัตกรรมต่างๆ เข้ามาช่วย เพื่อให้ทำงานน้อยลงแต่ทำอย่างชาญฉลาดขึ้น เช่น การประดิษฐ์เครื่องกรองไส้เดือนออกจากดินเองแบบบ้านๆ เพื่อลดต้นทุนในการซื้อเครื่อง หรือการทำห้องเห็ดอัตโนมัติ ที่สภาพแวดล้อมในห้องควบคุมด้วยเทคโนโลยี เพียงกดไอแพดก็ตั้งปัจจัยให้ตรงตามที่เห็ดต้องการได้

สิ่งที่ขยายไม่ใช่พื้นที่ฟาร์ม แต่คือหัวใจ ที่ขยายออกไปเพื่อทำงานให้เกิดสิ่งใหม่ ผู้อื่น และให้สิ่งแวดล้อม “ใจเราต้องใหญ่ก่อน ถ้าใจเราไม่ใหญ่ แค่ทำเพื่อเงินก็จบ แต่ถ้าใจเราใหญ่ เราก็จะอยากทำมากกว่านั้น” ลุงบอกยิ้มๆ

ฟาร์มลุงรีย์, พอแล้วดี The Creator ฟาร์มลุงรีย์, พอแล้วดี The Creator

06

ฟาร์มที่ขับเคลื่อนด้วยความร่วมมือจากคนที่เชื่อเหมือนกัน

ระหว่างการสนทนา เราได้กลิ่นผัดพริกแกงและกลิ่นทอดเห็ดหอมฟุ้งออกมาจากครัว ถามถึงที่มาจึงรู้ว่าเป็นฝีมือของ พี่นัท-กิตติพงศ์ กีรติเตชะนันท์ Mushroom Man ผู้ร่วมทำงานเพาะเห็ดคุณภาพกับลุงรีย์ และ พี่อัฐ-อรรถพล ไชยจักร เจ้าของ Farm Behind the Barn ฟาร์มน้อยในจังหวัดบุรีรัมย์ ผู้ควบตำแหน่งที่ปรึกษาฟาร์มแห่งนี้่ด้วย

ทั้งคู่เป็นทั้งเพื่อนร่วมงานและเพื่อนร่วมชีวิตของลุงรีย์มาตลอดช่วง 5 ปีของฟาร์ม

เสียงหัวเราะและการหยอกล้อกันของพวกเขาทำให้เรารู้ว่าคนเหล่านี้แหละที่ทำให้ฟาร์มมีชีวิต

ฟาร์มลุงรีย์, พอแล้วดี The Creator

ลุงรีย์เล่าว่า เขาเจอทั้งคู่รวมถึงคนอื่นๆ ที่มีเป้าหมายคล้ายกัน จากการจัดอบรมกว่า 60 ครั้งของที่ฟาร์ม ซึ่งจัดโดยคาดหวังว่าในรุ่นหนึ่ง น่าจะเจออย่างน้อยสักคนที่มีเป้าหมายคล้ายกัน เพื่อรวบรวมคนเหล่านั้นเข้าด้วยกัน ทำให้เกิดสมาพันธ์คนที่สนใจงานเกษตรแบบตั้งใจคิดตั้งใจทำ มาแลกเปลี่ยนความรู้ และช่วยกันพัฒนา โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ฟาร์มลุงรีย์นี่เอง

อีกด้านหนึ่ง ลุงรีย์ยังร่วมงานกับธุรกิจอื่นๆ ในกลุ่มโครงการ ‘พอแล้วดี The Creator’ อยู่เสมอ แทบทุกแบรนด์ที่ The Cloud ไปพูดคุยด้วย ต่างต้องพูดถึงลุงรีย์ด้วยความรัก เช่น The Yard Hostel ที่ได้เมลอนจากสวนเครือข่ายลุงมาฝากแขกที่พัก miNATURE_c ที่คุยปรึกษากับลุงเรื่องการทำดินเพื่อปลูกต้นไม้ หรือ Hom Hostel and Cooking Club ที่ชวนลุงมาสอนเรื่องการใช้ไส้เดือนย่อยขยะจากเศษอาหาร และอีกมากมาย

07

โตไปด้วยกันกับชุมชนรอบข้าง

คนอีกกลุ่มที่ต้องใส่ใจอย่างขาดไม่ได้ คือชุมชนที่อยู่รอบฟาร์มนั่นเอง

ลุงรีย์บอกว่า สำหรับธุรกิจนี้ เขาเลือกใช้วิธีคิดแบบ CSV (Creating Shared Value) นั่นคือการทำธุรกิจโดยคำนึงถึงชุมชนรอบตัวไปพร้อมกันนั้นเลย สิ่งที่ธุรกิจได้ ชุมชนก็จะได้ด้วย ซึ่งต่างจาก CSR (Corporate Social Responsibility) ตรงที่ธุรกิจไม่ได้หยิบยื่นสิ่งใดมอบให้ชุมชนโดยรอบ แต่เป็นการสร้างสิ่งนั้นไปด้วยกันมากกว่า

ยกตัวอย่างเช่นกระเป๋าจากกระสอบดินที่ลุงรีย์ให้บ้านข้างๆ ช่วยกันเย็บ หรือที่จอดรถสำหรับผู้มาเยี่ยมชม ลุงก็ให้เจ้าของที่บริเวณเยื้องกันเป็นคนคอยรับ รวมถึงระหว่างทางจากรถไฟฟ้ามา ในซอยมีผลหมากรากไม้วางขายเต็มไปหมด ชุมชนเติบโตมีรายได้ขึ้นมาได้เพราะฟาร์มแห่งนี้ ยิ่งฟาร์มลุงรีย์โต ชุมชนรอบๆ ก็จะยิ่งโตไปด้วย และคอยสนับสนุนปกป้องฟาร์มไว้ นี่เองคือภูมิคุ้มกันที่ใหญ่ที่สุด หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว

“ตอนนี้ไม่ใช่แค่ควรแล้วนะ แต่เรา ‘ต้อง’ คำนึงถึงชุมชนรอบๆ เพราะถ้าไม่ทำ แล้ววันหนึ่งชุมชนปฏิเสธเราขึ้นมา เราก็จะไม่รอด” ลุงรีย์พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

08

ในฟาร์มลุงรีย์มีความพอเพียง

“พอหาตัวเองเจอ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน ตอนนี้ตารางงานก็เต็มวันเหมือนเดิม แต่เป็นเต็มวันแบบตามแผน มีทิศทาง แล้วมีความสุขมาก” ลุงรีย์สรุปผลของการเปลี่ยนแปลง เมื่อลองมองไปรอบๆ แล้วเห็นรอยยิ้มของลุงและพี่ๆ ได้กลิ่นหอมของอาหารซึ่งทำจากวัตถุดิบที่ปลูกเอง และได้ยินเสียงเพลงสบายๆ ลอยมาจากในครัว ทุกอย่างดูเรียบง่าย ธรรมดา และติดดิน สมตามความฝันของลุงรีย์ ทำให้เราเข้าใจความสุขแบบพอดีๆ ของลุงอย่างชัดเจน

“เกษตรกรรมไม่ใช่ความสโลว์ไลฟ์เสมอไป ความสุขในการเป็นเกษตรกรจะเกิดขึ้นได้ มันมาจากความลงตัวต่างหาก” เกษตรกรหัวใจใหญ่เอ่ยทิ้งท้าย

ฟาร์มลุงรีย์, พอแล้วดี The Creator

Uncleree Farm

ประเภท : ธุรกิจเกี่ยวกับการเกษตร
ที่ตั้ง : 19/29 เพชรเกษม 46 แยก 11 แขวงบางด้วน เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ 10160
เจ้าของกิจการ : ชารีย์ บุญญวินิจ
Facebook : Uncleree farm

 

พอแล้วดี The Creator

Facebook | พอแล้วดี The Creator
porlaewdeethecreator.com

Writer

อลิษา ลิ้มไพบูลย์

นักอยากเขียนผู้เรียนปรัชญาเพื่อเยียวยาอาการคิดมาก เวลาว่างใช้ไปกับการร้องคอรัสเล่นๆ แบบจริงจัง และดูหนังอย่างจริงจังไปเล่นๆ

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

พอแล้วดี

วิธีคิดและทำธุรกิจสร้างสรรค์อย่างพอแล้วดี

แกงหมูชะมวง มัสมั่นทุเรียน ถั่วฝักยาวผัดกะปิกุ้งแห้ง

ยำมังคุด สละลอยแก้ว และไอศกรีมส้มมะปี๊ด

ถ้าถามถึงของดีเมืองจันท์ ฉันจะมีคำตอบในใจอยู่ 2 อย่าง หนึ่งคือ ชุมชนริมน้ำจันทบูร ชุมชนซึ่งเต็มไปด้วยตึกแถวเก่าแก่ที่มีชีวิตเพราะยังมีคนอาศัยอยู่จริง ส่วนสองคือ ‘จันทรโภชนา’ ร้านอาหารในชุมชนแห่งนี้ ที่มัดใจฉันไว้ด้วยรสชาติแสนอร่อยไม่ซ้ำใคร เพียงกินแค่ครั้งเดียว ลิ้นก็จดจำความกลมกล่อมได้แม่น จนอยากกลับไปจันทบุรีทุกครั้งที่มีโอกาส

จันทรโภชนา

จันทรโภชนา

ร้านจันทรโภชนาถือกำเนิดจากฝีมือการทำอาหารระดับพระกาฬของ คุณแม่ละออง วงษ์ทองสาลี และ คุณน้าไพจิตต์ วนานันท์ ก่อนต่อยอดจนโดดเด่นได้ด้วยการวางแผนอย่างละเอียดอ่อนของ อุกฤษฏ์ วงษ์ทองสาลี ทายาทรุ่นสองผู้เป็นเจ้าของกิจการคนปัจจุบัน ซึ่งควบตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ประจำโรงเรียน ‘พอแล้วดี the Creator’ ห้องเรียนหลักการบริหารธุรกิจด้วยปรัชญาแห่งเศรษฐกิจพอเพียงอย่างเป็นรูปธรรม และจันทรโภชนาก็เป็นหนึ่งในตัวอย่างเชิงปฏิบัติของธุรกิจร้านอาหาร

ความพอเพียงช่วยยกระดับจันทรโภชนาให้เป็นมากกว่าแค่ร้านอาหารที่อร่อย แต่มีคุณค่าส่งผลถึงชุมชนรอบด้าน เป็นส่วนหนึ่งในการทำให้ประวัติศาสตร์มีชีวิตเข้มแข็งขึ้น

ร้านอาหารดีๆ แบบนี้นำบทเรียนเรื่องความพอดีมาปรับใช้อย่างไรบ้าง ไปฟังกัน

จันทรโภชนา

01

ร้านอาหารที่เติบโตไปพร้อมชุมชน

จุดเริ่มต้นของทุกอย่างมาจากเมื่อเกือบ 9 ปีที่แล้ว อุกฤษฏ์ตัดสินใจลาออกจากงานในวงการโฆษณา แล้วกลับมาอยู่บ้านที่จังหวัดจันทบุรี

เขาพบกลิ่นอายของบ้านเกิดที่เคยหลงลืมไป และอยากนำองค์ความรู้ที่ตนเองสั่งสมจากการทำงานครีเอทีฟมาพัฒนาร้านอาหารของครอบครัวดูบ้าง ซึ่งเมื่อลองมองดูให้ดี เขาคิดว่าควรมองให้ไกลกว่าการทำธุรกิจเดียวโดดๆ แต่ครอบคลุมไปถึงชุมชนริมน้ำจันทบูรโดยรวมด้วย

เพราะการพัฒนาไปพร้อมกันน่าจะช่วยให้ทั้งชุมชนและร้านยั่งยืนกว่า แก่นของร้านจันทรโภชนาจึงวางไว้สอดคล้องอย่างพอดีกับแก่นของชุมชน ซึ่งได้แก่ความเป็นเมืองเก่าที่งดงามอย่างดั้งเดิม แต่ก็มีพื้นที่ว่างมากพอให้เกิดการต่อยอดเพื่อเติบโตได้ รวมถึงการเป็นแหล่งผลไม้ประจำชาติแสนอร่อย

สิ่งที่จันทรโภชนาสังเคราะห์ออกมาจากความเป็น ‘จันท์’ คือการเพิ่มคุณค่าความเป็นท้องถิ่นผ่านอาหาร อุกฤษฏ์อธิบายว่า “เราอยู่ในธุรกิจอาหาร เราก็อยากจับอาหารนี่แหละมาเป็นตัวชูโรงให้คนรู้จักจันทบุรีมากขึ้น โดยหวังว่าถ้าร้านเราเติบโต เหล่าเขียงหมูและร้านขายปลาที่แม่พี่เคยซื้อ เหล่าพ่อค้าแม่ค้าท้องถิ่นก็ต้องเติบโตไปกับเราด้วย”

เมื่อธุรกิจรู้จุดเด่นของตัวเอง มีเป้าหมายชัดเจนแล้ว ก็พร้อมออกเดินทาง

จันทรโภชนา จันทรโภชนา

02

การวางแผนที่ต่อเนื่องมาจากปณิธานตั้งต้น

การวางแผนธุรกิจที่ดี คือการเลือกถนนหนทางที่ใช่ โดยมีแนวคิดที่ตั้งไว้เป็นคล้ายเข็มทิศ ชี้ว่าควรทำสิ่งใด และตัดสินใจอย่างไร

ที่ร้านจันทรโภชนา อุกฤษฏ์ให้ความสำคัญกับเรื่องการเลือกวัตถุดิบมากที่สุด ซึ่งการเป็นร้านอาหารท้องถิ่นที่มีชื่อเสียงกว้างไกล ทำให้ผู้ผลิตรายใหญ่หลายรายเข้ามาติดต่อ แต่เขาเลือกที่จะปฏิเสธ และนำชื่อเสียงที่มีไปเล่าให้ผู้ผลิตรายเล็กในท้องถิ่นฟัง เป็นแรงกระตุ้นให้ผู้ผลิตรายเล็กหมั่นพัฒนาตัวเอง เช่น เขียงหมูต้องใช้หมูที่ได้มาตรฐานมากขึ้น ร้านขายปลาต้องมีเฉพาะปลาตามฤดูกาลเท่านั้น ร้านผักต้องหันมาปลูกผักอินทรีย์ ผลที่ออกมาจึงดีกับทั้งร้านและชุมชน เพราะธุรกิจก็มีความเฉพาะตัว ส่วนชุมชนก็ได้พัฒนา

อีกด้านหนึ่ง กลยุทธ์ในการเติบโตของร้านก็ต้องเป็นไปอย่างสมเหตุสมผลด้วย สะท้อนจุดยืนของร้านที่มาจากแก่นที่อุกฤษฏ์ตั้งไว้ “ธุรกิจไม่ได้เติบโตที่ขนาด แต่เติบโตที่การเพิ่มคุณค่าท้องถิ่นให้เปล่งปลั่งมากขึ้น จันทรโภชนาจะไม่เอาเสน่ห์ออกไปเดินทางไกล แต่อยากให้คนมาเจอเสน่ห์ของเมืองจันท์ที่ร้านมากกว่า”

จันทรโภชนา จันทรโภชนา

03

ใช้ความรู้ช่วยให้บรรลุเป้าหมาย

ในธุรกิจร้านอาหาร สิ่งที่สร้างการแข่งขันและชี้วัดความอยู่รอดที่สำคัญคือ ความรู้ด้านการทำอาหาร ซึ่งสำหรับจันทรโภชนาที่ใช้กลิ่นอายของท้องถิ่นเป็นแก่นของร้าน อุกฤษฏ์บอกว่ามากกว่ารสชาติอาหาร ความรู้ที่สำคัญคือความรู้จริงเกี่ยวกับวัตถุดิบท้องถิ่นและความคิดสร้างสรรค์พลิกแพลงวัตถุดิบท้องถิ่นที่ได้มา ประยุกต์อย่างไรให้ออกมาถูกปากจนทุกคนติดใจ บางวัตถุดิบอร่อยมากอยู่แล้ว อย่างชะมวงหรือทุเรียน ทำอย่างไรให้อร่อยยิ่งขึ้นไปอีก หรือแม้แต่ในวัตถุดิบที่ไม่ถูกปาก การรู้จักธรรมชาติจะช่วยรังสรรค์เมนูใหม่ๆ ออกมาได้มากมาย

“ตอนนี้เรากำลังจะเปิดร้านกาแฟด้วย แทนที่จะไปซื้อกาแฟดังๆ จากมาดากัสการ์ เราซื้อกาแฟอาราบิก้าจากเขาสอยดาว และโรบัสต้าในท้องถิ่นมา ถ้าชงดื่มไม่อร่อย เราก็ทำเป็นอย่างอื่น เช่น กรานิต้ากินกับไอศครีมกะทิ หรือเราอยากขายขนมปัง เราก็จะทำยีสต์จากผลไม้เมืองร้อนอบแห้ง เช่น มะละกอ สับปะรด ลำไย ที่ปลูกในเมืองจันท์นี่เอง” อุกฤษฏ์ยกตัวอย่างให้ฟัง

นอกจากจะทำให้เมนูของที่นี่มีความโดดเด่นไม่ซ้ำใคร ยังสร้างมาตรฐานความอร่อยให้กับเมนูหน้าตาสวยและมีเรื่องราวเล่านี้ ชวนให้เราอยากกลับมากินอีกครั้งแล้วครั้งเล่า

จันทรโภชนา จันทรโภชนา จันทรโภชนา

04

การให้เกียรติก่อให้เกิดภูมิคุ้มกัน

“ก๋งสอนแม่ไว้ว่า การมีเพื่อนบ้านที่ดี เหมือนมีกำแพงแก้วคุ้มครอง” อุกฤษฏ์ทวนสำนวนเก่าที่นำมาใช้ได้แม้กับโลกยุคใหม่ เขามองว่าการให้เกียรติชุมชนรอบด้านเป็นเรื่องจำเป็น เพราะหากธุรกิจช่วยเกื้อกูลชุมชนด้วยความถ่อมตัว เมื่อถึงวันที่ธุรกิจต้องเผชิญมรสุม ชุมชนก็จะยื่นมือเข้ามาช่วยประคับประคองเป็นการตอบแทน

ความเคารพที่อุกฤษฏ์มีต่อชุมชน สะท้อนผ่านการสื่อสารพูดคุยกับบ้านแต่ละหลังในชุมชนด้วยตัวเอง เขาเล่าขำๆ ว่าตัวเองแทบจะเป็นเหมือน สสส. ที่ไล่แวะทักทายคุณลุงคุณป้าไปตามบ้าน เพื่อพูดคุย รับฟัง และยื่นข้อเสนอเกี่ยวกับการพัฒนาชุมชน โดยที่ทำเช่นนี้ก็เพื่อให้ทุกคนมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน และรับรู้ถึงความมุ่งมั่นแต่นอบน้อมของร้านจันทรโภชนา ไม่ใช่ในฐานะจุดเด่นชุมชนริมน้ำฯ แต่ในฐานะผู้นำของคนรักชุมชนริมน้ำฯ

นอกจากชุมชนแล้ว อุกฤษฏ์ยังให้ความสำคัญกับการให้เกียรติธรรมชาติร่วมด้วย

เพราะจันทรโภชนาเป็นธุรกิจร้านอาหารที่มีผักและผลไม้เป็นทรัพยากรสำคัญ ร้านจึงต้องบริหารทรัพยากรเหล่านี้ให้ดีเพื่อรักษาธุรกิจให้แข็งแรงมั่นคง ซึ่งเขาบอกว่าการบริหารให้ดีจำเป็นต้องให้ธรรมชาติช่วย นั่นคือ ต้องหมั่นสังเกตความเป็นไปในสิ่งแวดล้อม ว่าช่วงไหนที่ธรรมชาติจะออกพืชผลอร่อย แล้วเลือกใช้วัตถุดิบตามนั้น

“เมนูส้มตำทุเรียนและมัสมั่นทุเรียนของเรา เกิดมาจากช่วงที่ทุเรียนถูกมาก จนวันหนึ่งกลายเป็นเป็นเมนูจานดังของร้าน ที่คนมากินเยอะและก็อยากจะกินตลอดปี แต่เราทำไม่ได้ ผลผลิตที่อร่อยที่สุดต้องมาอย่างเป็นธรรมชาติ การใช้ผลผลิตนอกฤดู ทำอย่างไรความอร่อยก็ไม่เหมือนกัน ดังนั้น ช่วงนอกฤดูทุเรียน เราจะนำเสนอเมนูอื่นมาทดแทน ซึ่งแฟนประจำของร้านก็จะกินได้ไม่มีวันเบื่อ” อุกฤษฏ์เล่า

จันทรโภชนาทำให้เรานึกถึงธุรกิจที่ปรับตัวตามสภาพอากาศ หมายความว่าแม้ในวันที่ไม่มีวัตถุดิบหนึ่ง ก็จะยังอยู่ได้ เพราะมีวัตถุดิบอื่นแทน

จันทรโภชนา จันทรโภชนา

05

ในทุกขั้นตอนต้องมีความสมดุล

ตลอดช่วงเวลาที่พูดคุยกันอุกฤษฏ์มักจะพูดถึงความสมดุลอยู่เสมอ

“ความสมดุล ไม่ได้หมายความว่าขวาซ้ายจะต้องเท่ากัน ขวาอาจมากกว่า ซ้ายอาจมากกว่า ถ้าเรารู้จักที่จะเร่งตอนที่ควรเร่ง และหยุดตอนที่ควรหยุด ชีวิตก็จะไปถูกทาง” อาจารย์ใหญ่ของห้องเรียน ‘พอแล้วดี The Creator’ บอกเรา

ความสมดุลของจันทรโภชนาเห็นได้ชัดจากเมนูอาหาร ร้านไม่ได้ทำอาหารทุกประเภท แต่ทำเพียงอาหารบ้านๆ แบบที่ร้านถนัด เมื่อรู้สมดุลของร้านตัวเองแล้ว ก็จะรู้จุดที่ควรพอ และเหลือพื้นที่ให้ธุรกิจอื่นๆ ได้เติบโตด้วย หากอยากกินอาหารประเภทอื่น เช่น ก๋วยเตี๋ยวหรือส้มตำ ก็มีร้านในจันทบุรีอีกมากมายที่อุกฤษฏ์อยากแนะนำให้คนต่างถิ่นแวะไปลองชิมนอกเหนือจากการมาอุดหนุนที่ร้านจันทรโภชนา

“เรามักจะบอกพนักงานในร้านเสมอว่า ให้ทำตัวเป็นทูตสันถวไมตรี เพราะคนมาร้านเราเยอะกว่าไปศูนย์ท่องเที่ยวจังหวัดอีก ถ้าลูกค้าอยากรู้อะไรเราเลยต้องไปหาคำตอบมาให้ได้ ข้างโทรศัพท์ของร้านจะมีลิสท์ร้านอาหารกับโรงแรม พร้อมเบอร์โทรศัพท์ ถ้าใครโทรมาจองตอนร้านเราเต็ม จะแนะนำได้ทันทีว่าให้ไปร้านนี้ โรงแรมนั้นแทน” อุกฤษฏ์เล่าด้วยความภูมิใจ

จันทรโภชนา

06

ความพอเพียงเปลี่ยนชีวิต

เมื่อเราชวนให้อุกฤษฏ์จินตนาการถึงโลกที่จันทรโภชนาไม่ได้นำความพอแล้วดีมาใช้ เขาตอบว่า “ถ้าเราไม่ได้ใช้หลักการเศรษฐกิจพอเพียงกับร้าน เราก็คงเป็นแค่ร้านทั่วไปอีกร้านหนึ่ง เราอาจจะมีเมนูอะไรมากมายไปหมด และเผลอทำสิ่งที่ไม่ได้เป็นตัวเรา”

ตัดภาพมาที่ปัจจุบัน ชุมชนจันทบูรเป็นชุมชนอบอุ่นมีเอกลักษณ์ที่ใครๆ ก็พูดถึงและอยากแวะเวียนมา พร้อมกับร้านจันทรโภชนาที่อยู่ได้อย่างมั่นคง แต่ก็ยังมีความเป็นไปได้ให้แตกหน่อต่อยอดพัฒนาอีกมากมาย

เพราะความสุขที่เขาได้รับจากการใช้แนวคิดความพอเพียงกับร้านอาหารของครอบครัว ทำให้อุกฤษฏ์อยากเผยแพร่เรื่องราวความพอแล้วดี ไม่ว่าจะผ่านการบอกเล่า หรือผ่านการพามาเรียนรู้ เผื่อใครที่ผ่านไปผ่านมาจะได้นำบางส่วนของแนวคิดนี้ไปใช้ ทั้งกับธุรกิจ และกับชีวิตของตัวเองด้วย

ให้เกิดความสุขจากการพอเพียงกันโดยถ้วนหน้า

จันทรโภชนา

จันทรโภชนา

ประเภท: ธุรกิจร้านอาหาร
ที่ตั้ง: 86/20 ถนนมหาราช ตำบลตลาด อำเภอเมืองฯ จังหวัดจันทบุรี 22000
เจ้าของกิจการ: อุกฤษฏ์ วงษ์ทองสาลี
Facebook: Chanthornrestaurant
โทร: 039 327 179

พอแล้วดี The Creator

Facebook | พอแล้วดี The Creator
porlaewdeethecreator.com

Writer

อลิษา ลิ้มไพบูลย์

นักอยากเขียนผู้เรียนปรัชญาเพื่อเยียวยาอาการคิดมาก เวลาว่างใช้ไปกับการร้องคอรัสเล่นๆ แบบจริงจัง และดูหนังอย่างจริงจังไปเล่นๆ

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load