ที่มาของ The Entrepreneur ตอนนี้เริ่มต้นจากเราสนใจ ‘ของเล่นดูแลต้นไม้ (คิวท์ๆ)’ ของ Uncle Ree’s Farm

คุยไปคุยมาเรากลับประทับใจองค์รวมของฟาร์มลุงรีย์ทั้งหมด ร้อนถึงโครงสร้างเนื้อหาคอลัมน์นี้ แต่โปรดจงมั่นใจในเรดาร์ความเป็นผู้ประกอบการและแผนธุรกิจ ฟาร์มลุงรีย์วันนี้ สนุกและมีเรื่องเล่ามากกว่าเดิม

เปลี่ยนภาพลุงรีย์ชายเลี้ยงไส้เดือนฮิปสเตอร์ ให้เป็นแค่ลุงรีย์-ชารีย์ บุญญวินิจ เจ้าของฟาร์มลุงรีย์ผู้ตั้งใจ ทดลองและสนุกกับการต่อยอดและพัฒนาฟาร์มอยู่ทุกวัน กลายเป็นเกษตรกรแบบเต็มเวลาและเป็นที่ปรึกษาพิเศษบริษัทออกแบบผ้าแบบชั่วคราว

แม้เวลาจะผ่านไปถึง 5 ปี โจทย์ของการเริ่มทำฟาร์มลุงรีย์ Uncle Ree’s Farm ก็ยังคงไม่เปลี่ยน ใครจะรู้ว่าจุดเริ่มต้นที่แท้จริงของฟาร์มลุงรีย์คือ “ขยะกรุงเทพมันเยอะจังนะ”

“แล้วเราจะแปลงขยะให้กลายเป็นต้นทุนการเกษตรได้ไหม?”

เมื่อไม่ได้เป็นเกษตรกรตั้งแต่กำเนิด แล้วอะไรทำให้เขาต้องศึกษาและเอาจริงเอาจังกับการทำฟาร์มขนาดนี้ เราถาม

“ความรู้สึกของการปลูกต้นไม้แล้วต้นไม้ไม่ตาย แต่กลับงอกงามและเติบโต ยิ่งทำให้เราอยากปลูก อยากรู้ อยากศึกษา”

ปัจจุบันฟาร์มลุงรีย์เป็นทั้งฟาร์มและฮับ (hub) ของเพื่อนๆ บ้างเป็นเกษตรกรเจ้าของฟาร์ม บ้างเป็นเชฟและคนรักในการทำอาหาร บ้างเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชาต่างๆ แต่สนใจการทำเกษตร ฮับที่นี่เป็นทั้งพื้นที่ช่วยกันวิเคราะห์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ และเป็นจุดจำหน่าย

‘พ.ศ. 2504 ลุงชื่อรีย์ตีกลองประชุม ชาวบ้านก็มาชุมนุม มาประชุมที่ฟาร์มลุงรีย์’

ฟาร์มลุงรีย์ กับการลากเส้นต่อจุดของแบรนด์ที่เปลี่ยนการทำฟาร์มให้เป็นเรื่องเท่

เกษตรศาตร์-สาระ-สน-เท่

หลายคนจำเขาได้จาก ฮิปสเตอร์หนุ่มเลี้ยงไส้เดือนกับชีวิตสโลว์ไลฟ์

“ความตั้งใจของผมคือ ‘เกษตรต้องเท่’ เพราะถ้าวัยรุ่นเข้ามาสนใจเราก็จะเห็นอะไรใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมายเลย แล้ววัยรุ่นสมัยนี้เก่งๆ ทั้งนั้น ผมอาจจะใช้เวลาถึง 5 ปี กว่าที่ผมจะได้บอกว่าทำไม ผมเมื่อ 5 ปีที่แล้วถึงต้องทำอย่างนั้น มันต้องเท่ก่อน มันต้องเข้าถึงคนจำนวนมากก่อน จนถึงวันนี้ที่ผมมีผลิตภัณฑ์จริง ทำฟาร์มได้จริง และอยู่ได้”

ในช่วงแรก ลุงรีย์เริ่มจัดการเศษผัก ข้าวที่หุงเสร็จ กากถั่วเหลือง เปลือกไข่ จนเริ่มค้นพบแนวทาง และไส้เดือนเป็นหนึ่งในเครื่องมือจัดการเศษผักทิ้งเหลือ ก่อนจะค่อยๆ เพิ่มจำนวนไส้เดือน เรียนรู้และต่อยอดออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เปิดวิชาเรียน เปิดให้เยี่ยมชมฟาร์มฟรี สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ จัดการขยะได้ปริมาณมากขึ้นและหลากหลายประเภทมากขึ้น

ลุงรีย์เริ่มต้นฟาร์มของเขาจากพื้นที่ขนาด 1 ช่องจอดรถให้กลายเป็นพื้นที่ขนาด 1 งานในช่วงเวลา 5 ปี และจากการเลี้ยงไส้เดือน วันนี้ที่นี่มีหมู เห็ด เป็ด และไก่

เป้าหมายของฟาร์มลุงรีย์ไม่ใช่การเปิดฟาร์มใหม่ที่ใหญ่ขึ้นแต่เป็นการกระจายแนวคิดการเปลี่ยนขยะเป็นสินค้าเกษตร หรือโครงการในอนาคตที่ลุงรีย์แอบเล่าให้เราฟังอย่าง Farm to Fitness ให้การทำฟาร์มที่ได้ทั้งเหงื่อได้ทั้งแรงสามารถสร้างรายได้เป็นผลผลิต

“แต่ตอนนี้กำลังสนใจเรื่อง smart farming เรื่องนี้กำลังเป็นที่พูดถึง แต่ความเข้าใจในเรื่องนี้ยังมีไม่มากนัก เราจึงอยากลงมือศึกษาและพิสูจน์ดูว่าเทคโนโลยีจะมาอยู่ร่วมการทำเกษตรอย่างไร”

เทคโนโลยี-สาระ-สน-เท่

“สิ่งแรกหากคุณจะทำ smart farming คุณต้องเริ่มจากการทำเกษตรแนวตั้ง

“สิ่งต่อมา คุณต้องรู้จักการรวมพื้นที่ สิ่งที่ใช้ความชื้น แสง อุณภูมิใกล้เคียงกัน จับมาไว้อยู่ในพื้นที่เดียวกัน เช่นเกษตรหลังเลิกงานที่ผมทำ การทำต้นอ่อนทานตะวัน เห็ด ไส้เดือน การเลี้ยงกุ้งก้ามแดง นำละอองน้ำที่เกิดจากการเลี้ยงกุ้งมาเพาะเห็ด เอาก้อนเห็ดเก่ามาเลี้ยงไส้เดือน หรือเอาก้อนเห็ดเก่าและมูลไส้เดือนมาเพาะต้นอ่อนทานตะวัน วนเวียนอยู่อย่างนี้ เหล่านี้เป็นตัวอย่างการจัดการรวมพื้นที่

“สิ่งที่สาม คุณต้องรู้จักฤดูกาล รู้จักจังหวะของการทำเกษตร เพื่อผ่อนสิ่งนี้มาเพิ่มสิ่งนั้นเพื่อที่จะไม่กลายเป็นเกษตรเชิงเดี่ยว”

มาถึงตรงนี้ ลุงรีย์บอกเราว่าเขาไม่สามารถเล่าทุกอย่างให้เราฟังโดยไม่พาเราเดินชมได้

แล้วเราจะรออะไรล่ะ

ถ้าคุณเห็นเสื้อผ้าและหน้าผมของผู้เขียน คุณจะเข้าใจว่าเราพร้อมมากแค่ไหน

Uncle Ree's Farm ฟาร์มลุงรีย์ กับการลากเส้นต่อจุดของแบรนด์ที่เปลี่ยนการทำฟาร์มให้เป็นเรื่องเท่ Uncle Ree's Farm ฟาร์มลุงรีย์ กับการลากเส้นต่อจุดของแบรนด์ที่เปลี่ยนการทำฟาร์มให้เป็นเรื่องเท่ Uncle Ree's Farm ฟาร์มลุงรีย์ กับการลากเส้นต่อจุดของแบรนด์ที่เปลี่ยนการทำฟาร์มให้เป็นเรื่องเท่

ฟาร์มรัก ฟาร์มรักเจ้าขา จู่ๆ ก็มาไม่ทันตั้งตัว

ฟาร์มอะไร ทำไมสนุกจัง

ทุกพื้นที่ในฟาร์มแห่งนี้เป็นพื้นที่ทดลองให้ลุงรีย์พบนวัตกรรมใหม่ๆ เขาย้ำกับเราหลายครั้งทุกการผสมผสานไม่ได้เกิดจากตัวเขา แต่เป็นเพราะการรู้ทฤษฎี ผสมผสานความสงสัยแล้วลองปรับใช้เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสม

ลุงรีย์เดินนำเราไปที่ Aquaponics ขนาดย่อมของเขา ตัวอย่างแรกของการรวมพื้นที่ปลูกพืชกับบ่อเลี้ยงปลาไว้ด้วยกัน

กลางบ่อ มีภาชนะปลูกพืชด้วยดินเผาลอยน้ำตั้งเรียงในระดับความสูงต่างกัน เกิดเป็นน้ำตกขนาดย่อมให้น้ำที่ไหลเวียนมีออกซิเจนอยู่ตลอดเวลา

ในน้ำ มีขี้กุ้งและขี้ปลาที่ลุงรีย์จะใช้จุลินทรีย์จัดการให้เหลือชิ้นเล็กๆ เพื่อให้ซึมเข้าสะสมในเม็ดบอลเซรามิกหรือเม็ดดินเผาลอยน้ำกลายเป็นสารอาหารให้พืชและเป็นที่ให้รากพืชเกาะ

นอกบ่อ มีแหนแดงที่ใครอาจมองว่าเป็นวัชพืชน้ำนิ่ง แต่จริงๆ เป็นอาหารอันโอชะของปลาสลิดในบ่อ และเมื่อปลาสลิดกินแหนมันก็จะไม่รังแกปลาตัวเล็กหรือกุ้งที่อยู่ร่วมบ่อเดียวกัน

“หลายครั้งที่การเลี้ยงปลาในบ่อนี้ไม่ได้เลี้ยงตั้งแต่เป็นตัวเล็กๆ เพื่อหวังจะกินเมื่อตัวโตใหญ่ แต่เป็นปลาที่รอพักน้ำจากบ่อของเพื่อนๆ ที่ทำฟาร์มปลา โดยที่ผมไม่ได้คิดค่าเช่าบ่อจากเพื่อนเพราะขี้ปลาที่เกิดขึ้นมีส่วนในการสร้างธาตุอาหารให้พืชที่ปลูกด้วย เรียกว่าเป็นการทำเกษตรแบบรู้จังหวะมากกว่าหวังผลทางตัวเงินเพียงอย่างเดียว”

เห็นแล้วก็คิดเหมือนกับลุงรีย์ว่าถ้าเปลี่ยนจากบ่อปลาคราฟต์มาเป็นบ่อ Aquaponics แบบนี้ก็คงสนุกดี

ฟาร์มที่มีจุลินทรีย์ดับกลิ่น

อยู่ๆ ก็นึกขึ้นได้ ทำไมฟาร์มที่นี่ไม่มีกลิ่น และเหมือนลุงรีย์จะอ่านใจได้ เขาจึงชี้ชวนให้เราดูน้ำจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงที่เขาภูมิใจนำเสนอ

จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงหรือจุลินทรีย์ที่ชอบแดด เป็นสิ่งที่ช่วยระงับกลิ่นจากสิ่งปฏิกูลโดยจุลินทรีย์จะช่วยย่อยให้โมเลกุลเล็กลง นอกจากชอบแดดมากๆ แล้ว จุลินทรีย์ชนิดนี้ยังเติบโตอย่างไม่จำกัด เพียงแค่กินไข่ขาวได้สารโปรตีน กินเปลือกไข่ได้แคลเซียมแล้วเติมน้ำส้มสายชูลงไปได้แคลเซียมคาร์บอร์เนต กินหอมแดงได้ซัลเฟอร์ นอกจากจะใช้ในการเกษตรแล้ว ยังสามารถดับกลิ่นส้วมได้ดีด้วย

“ผมเรียนเซรามิกมา ผมจึงท่องตารางธาตุและสูตรเคมีได้แม่นยำ” ลุงรีย์รีบตอบเมื่อเราทำหน้าสงสัย ว่าทำไมเกษตรกรอย่างเขาไม่เพียงพูดชื่อสูตรสารการทำจุลินทรีย์คล่องปาก ยังรู้จักประโยชน์จากสารเคมีเหล่านี้เป็นอย่างดี

Uncle Ree's Farm ฟาร์มลุงรีย์ กับการลากเส้นต่อจุดของแบรนด์ที่เปลี่ยนการทำฟาร์มให้เป็นเรื่องเท่ Uncle Ree's Farm

คนนี้มาแรงสัญชาตญาณบอก

ก่อนจะพาเดินไปดูที่เลี้ยงไส้เดือน ลุงรีย์แนะนำเราให้รู้จักกับไส้เดือน 3 สายพันธุ์ ได้แก่ ไส้เดือนพันธุ์แอฟริกัน กินเก่ง หนีเก่ง เพราะนอกจากจะกินเศษผัก กินมูลสัตว์ กินปุ๋ยคอก ยังสามารถกินเปลือกกล้วยทั้งหวีหมดภายใน 1 สัปดาห์ ไส้เดือนพันธุ์ Blue Worms เป็นสายพันธุ์ที่มีกลิ่นตัวหอมดอกไม้ มูลที่ได้จะละเอียดมากมีมูลค่าสูงถึงขีดละ 600 บาท และสุดท้ายไส้เดือนพันธุ์ลายเสือ จะมีหางเป็นลายเสือ มูลของมันเหมาะกับการเป็นอาหารสัตว์น้ำ

ระหว่างที่กำลังกล้าๆ กลัวๆ แอบมองการชอนไชของไส้เดือนตัวเรียวยาวอยู่นั้น ลุงรีย์ก็ชี้ชวนให้ดูบ่อปุ๋ยคอกอาหารอันโอชะของเหล่ากองทัพไส้เดือน ที่ไม่ส่งกลิ่นหอมลาเวนเดอร์ให้หงุดหงิดใจแม้เพียงนิดเดียว เพราะได้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงช่วยดับกลิ่น ก่อนเล่าถึงภาชนะการเลี้ยงไส้เดือนแบบวางตั้งเป็นแนวกำแพง ที่ควบคุมการให้น้ำและค่าความชื้นสัมพัทธ์ด้วยระบบสั่งการเซนเซอร์ที่เชื่อมต่อกับแอพพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ พร้อมเล่าจำนวนปุ๋ยจากไส้เดือนที่ผลิตได้ครึ่งตันในพื้นที่จำกัด อย่างพื้นที่ด้านหนึ่งของกำแพงบ้าน

อีกด้านหนึ่งของบริเวณเลี้ยงไส้เดือน เป็นห้องว่างขนาดหอพักที่ลุงรีย์ใช้เป็นห้องเลี้ยงกุ้งก้ามแดง

จากมูลไส้เดือนที่เต็มไปด้วยสารอาหารชั้นดีสำหรับต้นไม้แล้ว เมื่อนำมาอัดเม็ดให้มีหนักเพื่อที่ใส่น้ำแล้วจมลงไปเป็นอาหารกุ้ง เป็นมูลไส้เดือนอัดเม็ด ถือเป็นการเพิ่มมูลค่าต่อยอดผลิตภัณฑ์ แล้วเปิดตลาดใหม่ ขายไส้เดือนตัวเล็กเป็นอาหารกุ้งโดยเฉพาะให้กุ้งตั้งท้องออกไข่ได้ดี ขณะที่สารอาหารจากมูลไส้เดือนช่วยให้กุ้งลอกครอบได้ดี

“ที่สำคัญเลย 80% ของวงการไส้เดือน เขาเลี้ยงไส้เดือนเพื่อส่งเป็นอาหารเลี้ยงกุ้ง แต่เรามองเห็นว่ามูลจากกุ้งจะช่วยทำให้น้ำในบ่อเป็นสีเขียวเพราะเต็มไปด้วยแพลงก์ตอนให้กุ้งไม่กัดกัน”

Uncle Ree's Farm

เห็ดในสิ่งเชื่อ เชื่อในสิ่งที่เห็ด

มาถึงห้องว่างไฮไลต์ของฟาร์มลุงรีย์อย่างห้องเพาะเห็ด

ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป เรารู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในแกลเลอรี่จัดแสดงงานศิลปะรูปเห็ดมากกว่าที่จะรู้สึกว่ากำลังอยู่ในเรือนเพาะชำเห็ดทั่วไป ลุงรีย์เรียกเจ้าเห็ดสีขาวโพลนดอกใหญ่นี้ว่าเห็ดหิมาลัย แค่ชื่อก็เผลอกลืนน้ำลายอย่างไรรู้ตัวแล้ว เห็ดหิมาลัยนี้เกี่ยวกับไส้เดือนอย่างไรเราจะเล่าให้ฟัง

หลังจากที่ลุงรีย์ทำน้ำหมักมูลไส้เดือน เขาเอากากมูลไส้เดือนที่เหลือมาใส่ผิวหน้าก้อนเห็ด เมื่อผ่านไป 1 สัปดาห์เราก็จะได้เห็ดหิมาลัยซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในเชฟ รสชาติออกนมๆ ถ้านำไปต้มจะให้รสสัมผัสเหมือนเนื้อไก่ แต่ถ้านำไปย่างจะให้รสสัมผัสที่เหมือนปลาหมึก

“ห้องเห็ดเป็นตัวอย่างของการทำ smart farming หรือใช้เทคโนโลยีกับเกษตรมากที่สุดเลย ผมจะตั้งค่าระดับความชื้น มีเซนเซอร์ที่จะปล่อยหมอกความชื้น มีเซนเซอร์ระดับความสูงดอกเห็ดที่จะทำให้ไฟ LED ทั้งหมดจะติดเพื่อคุมรูปทรงของเห็ดในแบบที่ต้องการไม่ว่าจะแบบอวบอ้วนหรือแบบสูงยาว เชฟบอกผมได้เลย

“จุดที่ยากคือ การเปิดไฟเพื่อควบคุมรูปทรงนี้จะต้องเปิดไฟให้แสงวันละ 10 ครั้ง ครั้งละ 2 นาที ดังนั้นเทคโนโลยีที่เข้ามาจะช่วยทุ่นแรงงานส่วนนี้ได้มาก แล้วยังเป็น reality marketing เพราะผมสามารถส่งรูปรายงานการเติบโตของเห็ดให้แก่เชฟได้ตลอดเวลาด้วย เป็นการเชื่อมเกษตร คนทำครัว และเทคโนโลยี เข้าไว้ด้วยกัน ที่สำคัญ เราทำฟาร์มเห็ดแบบไม่นึ่งก้อนเห็ด ซึ่งเกษตรกรต้องมีความรู้เรื่องจุลินทรีย์ เอาจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงมาระงับการเน่า เอามูลไส้เดือนมาระงับการขึ้นรา ควบคุมด้วยชีวภาพจริงๆ”

จำนวนผลผลิตของฟาร์มลุงรีย์เพียงพอต่อความต้องการของตลาดไหม เราถาม

“อยู่ที่ว่าตลาดนั้นคือใคร ถ้าเป็นเชฟที่อยากได้วัตถุดิบชั้นดีส่วนนี้เพียงพออยู่แล้ว แต่ถ้าตลาดคือคนหมู่มาก ส่วนนี้เราก็ต้องสร้างกันเพิ่ม ฟาร์มของเราเป็นเพียงโมเดลต้นแบบที่เป็นตัวอย่างให้เห็นว่าสามารถทำและต่อยอดได้จริง ก่อนหน้านี้มีปัญหาว่าเกษตรกรไม่รู้ว่าจะเลี้ยงไส้เดือนแล้วไปขายใคร คำตอบก็คือไม่ต้องขายใครน่ะดีที่สุด แต่ต้องรู้จักและเข้าใจสิ่งนั้นมากพอที่จะต่อยอดด้วยตัวเอง อย่างการทำเห็ดถ้าไม่เป็นมูลไส้เดือน เห็ดหิมาลัยไม่มีทางออกดอกใหญ่ขนาดนี้ได้

“ใครจะเรียกผมว่าเป็นคนเลี้ยงไส้เดือนเหมือนเดิมก็ได้ เพราะผมก็แค่เป็นคนเลี้ยงไส้เดือนที่รู้ว่าจะเอามูลไส้เดือนไปต่อยอดทำอะไรได้อีกบ้าง และผมก็จะไม่หยุดแค่นี้”

เห็นลุงรีย์เล่นสนุกอย่างนี้ รายได้หลักจากฟาร์มลุงรีย์มาจาก หนึ่ง รายได้จากการเรียนการสอนทำเกษตรในแบบลุงรีย์

สอง ผลิตภัณฑ์จากไส้เดือนเพื่อการทำฟาร์ม เช่น ดินและปุ๋ย

สาม เป็นที่ปรึกษาแก่ฟาร์มหรือหน่วยงานต่างๆ ที่มีพื้นที่และตั้งใจพัฒนาให้เกิดฟาร์มแบบบูรณาการ

และสี่ ผลิตภัณฑ์กินได้จากฟาร์มลุงรีย์และเพื่อนลุง เช่น ปลาสลิด ไข่ไก่ ผักสลัด ส่งตรงถึงบ้านในชื่อ Uncle Drive

“แม้เราจะเป็นฟาร์มเล็กๆ แต่เราใช้วิธีชวนเพื่อนๆ ลุงมาร่วมกัน เป็นการชวนปลูกและชวนกิน เรามีลุงในเครือข่าย 10 – 20 คน แต่ละคนเป็นหัวหน้าในแต่ละส่วน บ้านทุกคนคือสต็อกสินค้า รถทุกคนคือรถส่งของ”

Uncle Ree's Farm Uncle Ree's Farm Uncle Ree's Farm

Garden Accessories

เดิมทีที่เราอยากคุยกับลุงรีย์ก็เพราะเรื่องอุปกรณ์ทำสวนน่ารักๆ สินค้าใหม่ของฟาร์มลุงรีย์นี่แหละ เพียงแต่เมื่อพูดคุยเรื่องราวการเติบโตที่ผ่านมาตลอด 5 ปี ที่เปลี่ยนภาพจำจากหนุ่มติสท์เลี้ยงไส้เดือนเก๋ๆ เป็นลุงรีย์ที่เอาจริงเอาจังกับไส้เดือน รักการทดลองและสร้างสรรค์กฎเกณฑ์การทำเกษตรใหม่ๆ จากทฤษฎีที่มีผสมผสานเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ในพื้นฐานความเป็นไปได้จนออกมาเป็นฟาร์มที่เชื่อมโยงออกไปและโยงทุกอย่างกลับเข้ามาด้วยไส้เดือน โจทย์แรกโจทย์กับวันที่เริ่ม

“ผมรู้สึกและอยากสื่อสารว่าเป็นเกษตรกรแต่ก็อย่าหารายได้ทางเดียว และส่งที่ผมทำได้มีไม่กี่อย่าง ดินปลูกกับดินปั้น”

จากพื้นฐานนักเรียนออกแบบเซรามิกและเครื่องเคลือบดินเผา ลุงรีย์นำสองสิ่งที่เขารักมาเจอกัน ด้วยประโยชน์ของเซรามิกในการดูดซับสารอาหารจากมูลไส้เดือนและเป็นที่อยู่ของจุลินทรีย์ เริ่มจาก Walnut เซรามิกในรูปทรงลูกวอลนัตที่เราใส่ปุ๋ยมูลไส้เดือนอัดเม็ดลงไปแล้วนำไปแขวนในตำแหน่งเหนือต้นไม้ที่ปลูก เมื่อรดน้ำแร่ธาตุในปุ๋ยจะค่อยๆ ละลายให้อาหารต้นไม้อย่างช้าๆ เพิ่มมูลค่าให้ปุ๋ยและเปลี่ยนทัศนคติที่คนเคยมีต่อมูลไส้เดือนไปในคราวเดียวกัน

ชุดใบไม้น่ารักหลากหลายขนาดที่เห็นตรงหน้ามีชื่อเรียก Oak Leaf ทำมาจากดินพื้นบ้านที่เผาในหลากหลายอุณหภูมิ วิธีการใช้คือนำน้ำหมักมูลไส้เดือนผสมน้ำแล้วแช่ใบไม้เซรามิกไว้ 15 นาที ใช้วางบนหน้าดินกระถางต้นไม้ให้ทั้งสารอาหาร รักษาความชุ่มชื้นที่หน้าดิน และให้ความสวยงาม

Uncle Ree's Farm ฟาร์มลุงรีย์ กับการลากเส้นต่อจุดของแบรนด์ที่เปลี่ยนการทำฟาร์มให้เป็นเรื่องเท่

ทำนะ ย่อมชนะอธรรม

คำแนะนำจากลุงรีย์สำหรับทุกคนไม่ว่าคุณจะทำเกษตรหรือไม่ก็ตาม

“ไม่มีอะไรชัดเจนตั้งแต่แรก คุณต้องลงมือทำก่อน และในตอนที่คุณคิดว่าสิ่งนี้น่าจะใช่ อยากให้ค่อยๆ คิดให้ดี ว่าคุณทุ่มเทกับสิ่งนั้นไปมากเท่าไหร่ หรือถ้าคุณอยากสโลว์ไลฟ์ หรือใช้ชีวิตในสไตล์แบบนี้ คุณต้องรู้จักคุมความเร็วของมันให้ได้ในจังหวะที่คุณอยากและจำเป็นต้องเร็วหรือช้า

“จริงๆ ของเล่นดูแลต้นไม้ที่ผมทำมันพูดแทนผมเยอะมากนะ อยากน้อยก็ช่วยบอกตัวตนของผมออกไปว่าศิลปะและเรื่องงานออกแบบเซรามิกยังอยู่ในตัวผมเสมอไม่ได้หายไปไหน”

ก่อนที่ลุงรีย์ทิ้งท้ายเรื่องมุมมองความรักชอบในออร์แกนิกและการตัดสินคนอื่นเพียงเพราะไม้บรรทัดมาตรฐานที่มาจากตัวเรา

“อย่าไปยึดติดมาก ถ้าจะอยู่ร่วมกับคนอื่น เขาจะทำออแกนิกส์ 100% หรือไม่ เราก็ต้องเข้าใจเขา เกษตรกรบางคนยังใช้เคมีไม่ใช่เพราะเขาไม่อยากเปลี่ยน แต่เขาอาจจะยังมีพันธะหรือภาระที่เขาจำเป็น อย่าตัดสินคนอื่นโดยมองเพียงผิวเผิน เขาอาจจะมีความคิดที่ดีมากแต่วันนี้เขายังต้องทำแบบนี้”

Rules

  1. ในหนึ่งวันต้องมีทั้งงานที่ปวดตัวและปวดหัว
  2. ลองขยายโต๊ะทำงานให้ใหญ่ขึ้น ทำงานที่ไหนก็ได้
  3. ไอเดียมันมักจะมาไม่รู้เวลาเสมอ ถ้าคิดออกให้รีบจดมันซะ

ฟาร์มลุงรีย์เปิดให้เข้าเยี่ยมชมและเรียนรู้การทำฟาร์มสไตล์ลุงรีย์ทุกวันอาทิตย์ เวลา 10:00-12:00 น. ที่อยู่ 19/29 เพชรเกษม 46 แยก 11 แขวงบางด้วน เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ 10160 หรือสอบถามเพิ่มเติมที่ Line ID: uncleree หรือโทร 061-414-5242

Facebook: Uncleree Farm

Instagram: @Uncleree Farm

 

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

‘Ericeira เมืองเซิร์ฟของประเทศโปรตุเกส-เขาหลัก ใน 20 ปี?’

นี่คือชื่อบทความออนไลน์ที่เราอ่านระหว่างทำความรู้จัก ‘Better Surf Thailand’ โรงเรียนสอนเล่นเซิร์ฟที่เกิดจากการรวมตัวของเซิร์ฟเฟอร์ในเขาหลัก ก่อนเดินทางไปสัมภาษณ์พวกเขา

บทความฉายภาพให้เห็นถึงเมืองประมงเล็ก ๆ เงียบ ๆ แห่งหนึ่งในโปรตุเกส ที่เติบโตจนพลิกฟื้นให้เมืองกลับมาคึกคักด้วยการโต้คลื่น และกลายเป็นจุดหมายปลายทางของผู้คนมากมายจากทั่วโลก

พวกเขามองว่าเขาหลักเองก็ไม่ต่างกัน และตั้งเป้าหมายว่าจะต้องทำแบบนั้นให้ได้

Better Surf วางพิมพ์เขียวของความฝันของตัวเองไว้อย่างไร ไปดูกัน 

Better Surf Thailand โรงเรียนสอนโต้คลื่นที่พลิกหน้ามรสุมเป็น High Season ณ เขาหลัก พังงา

First Sight

ที่นี่เริ่มมาจากคำชวนง่าย ๆ ของ ต๊ะ-ทวีโรจน์ เอี๋ยวพานิช เจ้าของเพจ Surfer’s Holiday ที่ชวน แมน-ชาติชาย สมพร นักกีฬาโต้คลื่นทีมชาติที่ประจำอยู่ภูเก็ต ให้ลองเปลี่ยนบรรยากาศมาโต้คลื่นที่เขาหลักบ้านเขา 

แมนไม่รอช้า คว้าบอร์ดขึ้นมอเตอร์ไซค์มาสองคนกับเพื่อน เขาบอกว่ามาถึงตกดึกยังไม่ทันเห็นอะไร รุ่งเช้าวันถัดไปเขาถึงได้รู้จักคลื่นที่เขาหลักเป็นครั้งแรก โดยไม่ทันเอะใจว่าที่นี่จะกลายมาเป็นบ้านหลังที่ 2 ในที่สุด

การโต้คลื่นครั้งนั้นก็ยังไม่ใช่จุดเริ่มต้นของ Better Surf เสียทีเดียว ทั้งคู่เคยทำโปรเจกต์ Monkey Dive Hostel ด้วยกันมาก่อน โดยนำสปาเก่ามาปรับปรุงเป็นที่พักนักเดินทาง ค่อย ๆ เริ่มไปทีละขั้นทีละตอน ตั้งแต่ก่อสร้างไปจนถึงต้อนรับลูกค้าด้วยตัวเอง ทำให้ได้เจอกับ Co-founder คนที่ 3 เรมี-อาทิต์ยา จันทร์ประเสริฐ 

Better Surf Thailand โรงเรียนสอนโต้คลื่นที่พลิกหน้ามรสุมเป็น High Season ณ เขาหลัก พังงา

Better Surf, Better City

2 ปีแรกที่ Monkey Dive Hotel พวกเขาใช้เวลาช่วงหน้ามรสุมปิดโฮสเทลไปทำอย่างอื่น เพราะเป็นช่วงที่เกาะต่าง ๆ ซึ่งเป็นแม่เหล็กสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวของจังหวัดพังงาปิดชั่วคราว ธุรกิจอื่นก็ซบเซาเสียจนเมืองเงียบเหงา 

พวกเขาเริ่มเห็นลู่ทางใหม่ แม้คลื่นลมในหน้ามรสุมทำให้การท่องเที่ยวบนเกาะเป็น Low Season แต่ก็เป็นคลื่นลมนี้เช่นกันที่ทำให้การโต้คลื่นสนุกขึ้น ช่วงพฤษภาคมจนถึงตุลาคมที่เคยเงียบเหงา จึงกลายมาเป็น High Season สำหรับการเล่นเซิร์ฟ ความคิดที่จะเปิดโรงเรียนสอนโต้คลื่นเพื่อทำให้มาเที่ยวพังงาได้ทั้งปีจึงเกิดขึ้น

ย้อนไปวันแรก แมนบอกว่ากังวลอยู่ไม่น้อย เพราะไม่ได้มีพื้นฐานทำธุรกิจมาก่อน แต่โชคดีที่ Co-founder ทั้งสามคนมีความรู้ในด้านที่ต่างกันลงตัวพอดิบพอดี เขาใช้ประสบการณ์ที่มีสอนทฤษฎีและการโต้คลื่น ขณะที่ต๊ะกับเรมีช่วยดูเรื่องแผนการตลาด และยังได้แรงสนับสนุนจาก คุณฉิ่ง-มนตรี ณ ตะกั่วทุ่ง เจ้าของสถานที่ผู้ที่มีส่วนสำคัญในการผลักดันกีฬาโต้คลื่นในพังงาให้เติบโตอย่างทุกวันนี้

กิจการเริ่มขึ้นในปี 2018 กับการสอนนักเรียน 150 คนแรก พวกเขาทำเองเกือบทุกขั้นตอน ทั้งตอบอินบ็อกซ์ รับจองคลาสเรียน รวมถึงลงน้ำสอนโต้คลื่นด้วยตัวเอง จนมั่นใจว่าโรงเรียนจะไปต่อได้เลยเริ่มตั้งชื่อ 

พวกเขาอยากให้เป็นชื่อที่ดี เลยคิดจะใช้ Surf Thailand ทว่าคิดอีกที Better Surf Thailand น่าจะดีกว่า

เพราะสิ่งที่คิดจะทำ ไม่ใช่แค่โรงเรียนสอนโต้คลื่นในไทย แต่ต้องเป็นโรงเรียนสอนโต้คลื่นที่ให้ประการณ์ที่ดียิ่งกว่า เพื่อทำให้เขาหลักเป็นมากกว่า Surf Town และผลักดันธุรกิจท่องเที่ยวของเมืองให้เป็น Tourist Spot ให้ได้ ทั้งทีมเลยตั้งใจพัฒนา 2 ส่วนสำคัญ คือ โรงเรียน และ คอมมูนิตี้

Better Surf Thailand โรงเรียนสอนโต้คลื่นที่พลิกหน้ามรสุมเป็น High Season ณ เขาหลัก พังงา
Better Surf Thailand โรงเรียนสอนโต้คลื่นที่พลิกหน้ามรสุมเป็น High Season ณ เขาหลัก พังงา

Surf School’s System

“ผมมองว่าการสอนเซิร์ฟ มันมากกว่าลงไปเล่นแล้วยืนได้” แมนเล่าแบบนั้น “แต่เขาต้องแฮปปี้และปลอดภัย นั่นเป็นเป้าหมายที่เราหวังไว้”

เหตุผลที่เขาเลือกเป็นคนสอนพื้นฐานและทฤษฎีบนบกเอง เพื่อให้แน่ใจว่านักเรียนได้เรียนรู้ทักษะที่จำเป็นต้องใช้ในการปฏิบัติ เอาตัวรอดในน้ำได้อย่างครบถ้วนและถูกต้อง จากนั้นถึงจะส่งไม้ต่อให้ครูท่านอื่นสอนนักเรียนกับคลื่นจริงตัวต่อตัว

จากการซาวเสียงคนรอบตัว ส่วนใหญ่ที่ได้มีโอกาสโต้คลื่นครั้งแรก มักได้คำตอบรับกลับมาว่าสนุก ประทับใจ เพราะเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ไม่เคยสัมผัส ทำให้อยากกลับไปเรียนอีก 

แต่พอเราถามถึงการเล่นครั้งที่ 2 3 หรือ 4 ก็มีบางเสียงบอกว่ายากเกินไป เพราะหลาย ๆ โรงเรียนเน้นสอนแต่คอร์ส Try Surf และไม่มีบันไดขั้นอื่นให้เดินต่อ แต่ไม่ใช่กับ Better Surf

Better Surf Thailand โรงเรียนสอนโต้คลื่นที่พลิกหน้ามรสุมเป็น High Season ณ เขาหลัก พังงา

ระบบของที่นี่ส่งเสริมการเรียนของนักเรียนมากขึ้น โดยนำความรู้จากเนื้อหาของ ISA (International Surfing Association) มาย่อยเป็นทักษะต่าง ๆ ที่นักโต้คลื่นแต่ละระดับควรมี เขียนออกมาเป็นเอกสารสำหรับทั้งครูและนักเรียน ตั้งแต่ระดับ Beginner, Intermediate ไปจนถึง Advance ซึ่งเราไม่เคยได้เห็นจากโรงเรียนอื่น 

“เรามีเอกสารให้กรอกเลยว่า ใน 1 ชั่วโมงที่เรียน นักเรียนคาดหวังอยากเรียนรู้อะไร พอจบ 1 ชั่วโมงปุ๊บ ครูผู้สอนมีหน้าที่อธิบายและแนะนำว่า อะไรคือส่วนที่ทำได้ดีแล้ว และจะปรับปรุงส่วนไหนเพื่อให้ครั้งหน้าเล่นได้ดีขึ้น นักเรียนจะได้รู้ว่า แต่ละขั้นควรเรียนรู้อะไรเพื่อก้าวไปสู่ขั้นถัดไป และทำให้รู้ว่าที่มาเรียนนี่ผมไม่ได้เลี้ยงไข้คุณนะ” เขาหัวเราะ

แต่ในบางครั้งโดยเฉพาะช่วง High Season ที่คิวสอนของครูแต่ละคนยาวต่อเนื่องชั่วโมงต่อชั่วโมง ก็เกิดการฟีดแบ็กไม่ทันเช่นกัน เขาไม่นิ่งนอนใจและแก้ปัญหานี้ด้วยการทำกล่องคอมเมนต์ไว้ที่โต๊ะลงทะเบียนของโรงเรียน ซึ่งหย่อนได้ทั้งนักเรียนและคุณครู 

“ไม่มีคอมเมนต์ไหนที่ไม่ดีนะ เพราะการที่เขามาคอมเมนต์ แปลว่าเขาเห็นจุดอ่อน เห็นอะไรที่คิดว่ามันพัฒนาไปได้ไกลกว่านี้”

Better Surf Thailand โรงเรียนสอนโต้คลื่นที่พลิกหน้ามรสุมเป็น High Season ณ เขาหลัก พังงา

Soft Skill

ในปี 2019 ซึ่งเป็นช่วง High Season ความต้องการเล่นเซิร์ฟตื่นตัวมากเป็นประวัติการณ์ ที่นี่จึงจำเป็นต้องรับสมัครครูสอนเซิร์ฟเพิ่มเป็นครั้งแรก สิ่งที่น่าสนใจในการมองหาผู้ร่วมทีมคนใหม่ คือ Better Surf ไม่ได้มองหาผู้สมัครที่เล่นได้เก่งที่สุด แต่เลือกคนที่มีไฟในการพัฒนาตัวเองและการสอน 

Soft Skills คือสิ่งที่เขาบอกว่าเป็นทักษะสำคัญที่ครูแต่ละคนควรมี ความเห็นอกเห็นใจ (Empathy) เป็นสิ่งที่ต้องใช้เยอะมากในการสอน เพื่อสร้างความประทับใจและสร้างประสบการณ์การเรียนที่ดีให้กับนักเรียน เพราะครูผู้สอนเหมือนเป็นประตูด่านแรกในการเล่นกีฬาโต้คลื่น ถ้าได้รับประสบการณ์ที่ไม่ดี ก็อาจปิดประตูกีฬาชนิดนี้ไปเลย ทั้ง ๆ ที่มันเป็นกีฬาที่สนุก เปิดโอกาสให้ได้อยู่กับธรรมชาติ ได้พูดคุยกับผู้คน โดยไม่ต้องพะวงกับมือถือหรือโลกภายนอก 

“ผมบอกครูทุกคนว่า บทบาทของคุณสำคัญต่อการขับเคลื่อนองค์กรนะ เพราะถ้าไม่มีคุณ Better Surf ก็ไปต่อไม่ได้ หรือต่อให้ทำได้ก็ไม่มีทีมเวิร์ก ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ เราอยากให้คุณพัฒนาศักยภาพตัวเอง เพราะในอนาคต คุณมีฐานนักเรียนที่เขาแฮปปี้กับคุณ มันต่อยอดได้อีกเยอะ ไปที่อื่นก็มีคนตามคุณอยู่ เพราะเขารู้ว่าคุณเป็นครูแบบไหน”

Better Surf Thailand โรงเรียนสอนโต้คลื่นที่พลิกหน้ามรสุมเป็น High Season ณ เขาหลัก พังงา

Empower People

นอกจากความสนุกในการเล่น เราพบว่าอีกส่วนที่กีฬาโต้คลื่นทำได้ดีคือการสร้างเสริมความมั่นใจ แมนบอกเราว่า จริง ๆ แล้ว 80 – 90 เปอร์เซ็นต์ของนักเรียนเป็นผู้หญิง เพราะสื่อโซเชียลที่ทันสมัยทำให้ทุกคนมีโอกาสได้เห็นแรงบันดาลใจใหม่ ๆ เปลี่ยนภาพจำจากเซิร์ฟที่ดูเป็นกีฬาเอ็กซ์ตรีมของผู้ชาย ให้กลายเป็นกีฬาที่ใคร ๆ ก็เล่นได้

“พี่เรมีน่าจะเป็นอีกคนที่ Empower ให้ผู้หญิงไทยมาเล่นเซิร์ฟ”

แมนเล่าถึง Co-founder คนที่ 3 ที่ใช้เวลา 2 ปี เปลี่ยนการโต้คลื่นจากงานอดิเรกให้เป็นเรื่องจริงจังขนาดติดทีมชาติ และคว้าเหรียญทองแดงกลับมาจากการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 30 

Better Surf เองก็เคยทำแพ็กเกจ Solo Traveller ส่งสารถึงผู้หญิงทุกคนว่า การมาโต้คลื่นเป็นกิจกรรมที่ทำคนเดียวได้ ไม่ต้องรอใคร ไม่ว่าจะแข็งแรงดีหรืออกหักอยากพักใจ ก็จองคลาสเรียนมาได้เลย เพราะถึงแม้จะเดินทางมาคนเดียว ก็ยังมีเพื่อนผู้หญิงอีกหลายคนร่วมเดินทางด้วยกัน กลายเป็นคอมมูนิตี้แห่งใหม่ขึ้น

การเล่นเซิร์ฟทำหน้าที่เป็นเพื่อนใหม่ให้กับใครหลาย ๆ คน อย่างใน Barcadi Camp แคมป์เซิร์ฟแรกที่โรงเรียนจัด มีผู้ร่วมกิจกรรมหลายคนแชร์ประสบการณ์เรื่องภาวะซึมเศร้ากับการโต้คลื่น ว่าการได้มาลองโต้คลื่นในแคมป์เป็นประสบการณ์ที่ดี ทำให้ได้เจอเพื่อน เจอคลื่น พบกีฬาที่ชอบ และได้รับพลังกลับไป 

โรงเรียนสอนโต้คลื่นในเขาหลัก จ.พังงา ที่ช่วยขับเคลื่อนให้เมืองนี้กลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง
โรงเรียนสอนโต้คลื่นในเขาหลัก จ.พังงา ที่ช่วยขับเคลื่อนให้เมืองนี้กลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง

Ride the Right Wave

ช่วงปี 2019 เป็นปีสำคัญของโรงเรียน Better Surf เพราะเป็นปีที่มีทั้งจังหวะเติบโตและจังหวะหยุดอยู่กับที่ โควิด-19 ระลอกแรกทำให้ธุรกิจแทบทุกอย่างที่กำลังไปได้สวยหยุดชะงัก ในจังหวะนั้น ต๊ะเสนอทางรับมือกับปัญหาเกี่ยวกับนโยบายป้องกันโรคระบาดที่ผันผวนไปมา โดยวางแผนร่วมกับธุรกิจภาคโรงแรม เตรียมความพร้อมไว้รอวันที่การท่องเที่ยวกลับมาคึกคักอีกครั้ง เพราะเชื่อว่าเมื่อถึงเวลาที่เมืองเปิด คนจะกลับมา 

และก็เป็นอย่างที่คาดการณ์เอาไว้

หลังคลายล็อกดาวน์ จำนวนนักเรียนจากเดิมที่สอนแค่วันละ 5 – 7 คน ทะลุไปสู่หลักร้อย โดยเฉพาะช่วงสุดท้ายของซีซั่นปลายเดือนตุลาคม พอคำนวณรวบยอดทั้งซีซั่น พวกเขาสอนนักเรียนร่วมหนึ่งหมื่นคน นับเป็นนิมิตรหมายที่ดีต่อธุรกิจ แต่เมื่อทบทวนดี ๆ กลับพบว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่ต้องการ

“เราไม่ต้องการให้คนมาเรียนวันละ 100 คน เพราะไม่ได้มองว่าธุรกิจที่เราทำต้องได้ผลกำไรสูงสุด แต่อยากให้มันยั่งยืนมากกว่า เพราะถ้าเราโตเร็ว ก็อาจจะไปเร็วเหมือนกัน”

พวกเขาเลยกลับมาที่ Core Value คือการค่อย ๆ ขยายธุรกิจไปแบบไม่เร่งร้อน รับครูและพนักงานเพิ่มปีละ 1 – 2 คน ตามขนาดธุรกิจที่เติบโตขึ้น เพื่อเป็นฐานสำหรับการสร้างคอมมูนิตี้เซิร์ฟให้เติบโตไปอย่างแข็งแรงและยั่งยืน ซึ่งเขาวางแผนเอาไว้ว่า มีสิ่งที่ต้องพัฒนาทั้งหมด 5 อย่าง 

หนึ่ง การพัฒนาบุคลากร อบรมและสร้างมาตรฐานการสอนให้ครู เพื่อทำให้การมาเรียนโต้คลื่นสนุก ปลอดภัย นักเรียนอยากกลับมาอีก พร้อมกับสร้างความเข้าใจกับคนท้องที่เรื่องการเป็นเจ้าบ้านว่า Service Mind เป็นสิ่งสำคัญ ยิ่งเราเป็นเจ้าบ้านที่ดี ถ้อยทีถ้อยอาศัยกับนักท่องเที่ยวได้เท่าไหร่ เศรษฐกิจท้องถิ่นยิ่งโตไปข้างหน้าเท่านั้น เพราะเมื่อนักท่องเที่ยวติดใจจนอยากกลับมาซ้ำ คนท้องถิ่นเองก็จะมีรายได้มั่นคงขึ้น ไม่ต้องไปย้ายถิ่นฐานไปไกลบ้าน

สอง จำกัดจำนวนผู้เรียนให้น้อยลงและไม่รับนักเรียน Walk-in เพื่อที่โรงเรียนจะได้จัดการบุคลากรอย่างพอดี ให้ครูแต่ละคนมีเวลาเตรียมตัว ทำความรู้จักพื้นฐานของนักเรียนแต่ละคนเต็มที่ ตั้งแต่ก่อนที่นักเรียนจะมาถึง เพื่อสร้างความประทับใจแรกให้กับนักเรียน และอีกด้านหนึ่ง Better Surf Thailand ต้องการทำหน้าที่การตลาดและเลือกที่จะกระจายนักเรียนไปยังโรงเรียนโต้คลื่นอื่น ๆ ที่มีมาตรฐานเช่นเดียวกัน อย่างเช่น Pakarang Surf School และ Seapiens Camp Khaolak ที่คอยทำงานและพัฒนาไปด้วยกัน

สาม สร้างโอกาสให้นักกีฬาเยาวชนได้พัฒนาศักยภาพเพิ่มขึ้น ด้วยการจัดสรรทั้งทุนและอุปกรณ์ ผ่านชมรมกระดานโต้คลื่นของจังหวัดพังงาที่มีต๊ะเป็นประธาน เพราะปัจจุบันมีนักกีฬารุ่นใหม่ทักษะดีที่รอการเจียระไนอยู่อีกมาก และพวกเขามองว่าจะประสบความสำเร็จในเวทีใหญ่ได้ไม่ยาก ถ้าหากได้รับการสนับสนุนที่ดีพอ

สี่ สนับสนุนให้นักเรียนลองขยับขยายไปเล่นที่อื่นอีกหลาย ๆ ที่ ไม่ว่าจะเป็นทะเลตะวันออก อย่างเขาแหลมหญ้าที่ระยอง หาดเจ้าหลาวที่จันทบุรี หรือฝั่งอ่าวไทย ตั้งแต่หัวหิน ปราณบุรี ถึงสงขลา ที่หน้า High Season ไม่ตรงกับฝั่งอันดามัน เพื่อให้นักเรียนได้มีโอกาสเล่นเซิร์ฟทั้งปี ไม่ใช่แค่ที่เขาหลัก เป็นการผลักดันให้ทุกที่มีรายได้เลี้ยงตัวเอง เติบโตเป็นเครือข่ายกีฬาโต้คลื่นที่แข็งแรงด้วยกันทั้งประเทศ

ห้า รณรงค์เก็บขยะ ไม่ใช่แค่ที่ Memories Beach ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงเรียน แต่กระจายออกไปให้ทั่วทุกหาด ทุกพื้นที่ เพื่อทำให้ธรรมชาติสวยสะอาด ดึงดูดใจให้คนมาท่องเที่ยว 

เราเชื่อว่า 5 อย่างที่ทาง Better Surf กำลังตั้งใจทำอยู่ในตอนนี้ ประกอบกับธรรมชาติที่ดีของเขาหลัก จะพาให้พวกเขาไปถึงฝัน ในการใช้กีฬาโต้คลื่นพลิกฟื้นเมืองและธุรกิจท้องถิ่นให้กลับมาคึกคัก เป็น Tourist Destination แบบ Ericeira ได้ไม่ยาก และอาจจะไม่ต้องใช้เวลามากถึง 20 ปี 

“แมนคิดว่า 5 ปีก็น่าจะเริ่มเห็นผลแล้วนะ” คุณครูทิ้งท้ายไว้พร้อมรอยยิ้ม 

โรงเรียนสอนโต้คลื่นในเขาหลัก จ.พังงา ที่ช่วยขับเคลื่อนให้เมืองนี้กลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง

Lessons Learned

  • การเลือกคนให้เหมาะกับงาน ต้องอ่านเนื้องานให้ขาด ถึงจะได้คนที่มีคุณสมบัติที่ถูกเหมาะสมแบบที่ Better Surf เลือกให้คุณสมบัติของครูผู้สอนมีไฟ เข้าใจ Soft Skills มาเป็นอันดับแรก เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับนักเรียน
  • การจับจังหวะเป็นอีกทักษะสำคัญของการทำธุรกิจ ต้องอ่านสถานการณ์ให้ออกว่าจังหวะไหนต้องหยุดรอ จังหวะไหนทำต่อได้ เพราะการฝืนทำในจังหวะที่ยังไม่ใช่ อาจจะทำให้ธุรกิจไม่ได้ไปต่อ
  • การจับคู่กับพาร์ตเนอร์ซึ่งทำธุรกิจที่ส่งเสริมกัน จะช่วยยกระดับให้เศรษฐกิจท้องถิ่นเติบโต พัฒนาไปได้ไกลกว่าการทำเพียงเจ้าเดียวโดด ๆ
  • พัฒนาธุรกิจไปพร้อม ๆ กับพัฒนาท้องถิ่นที่อยู่ เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืนของทุกฝ่าย

Writer

นิปุณ แสงอุทัยวณิชกุล

สถาปนิกที่สนใจในงานเขียน สถาปัตยกรรม ที่ว่าง เวลา และหมาฟลัฟฟี่

Photographer

ณัฐปคัลภ์ ทัศนวิริยกุล

ช่างภาพอิสระ | ภูเก็ต ชอบหาของอร่อยกิน รักการใช้เวลากับคนรัก ig : Kenhitive

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load