20 Nov 2018
PAGE
9 K
The Cloud x British Council

 

For English Version,  Click Here

 

อลิสัน เวลช์ (Alison Welsh) เคยอยู่ที่แถวหน้าสุดของบรรดาแฟชั่นโชว์ในลอนดอน

ในยุค 80 เธอคือหนึ่งในสมาชิกโต๊ะยาวที่ทำนายโทนสีของแฟชั่นอังกฤษในฤดูกาลถัดไป ซึ่งต้องทำงานถึง 2 ปีล่วงหน้า หน้าที่ของเธอคือเก็บภาพแฟชั่นโชว์อย่างรวดเร็วที่สุด รวบรวมแรงบันดาลใจและวัฒนธรรมที่ส่งอิทธิพลต่อแฟชั่นอังกฤษ เพื่อจัดพิมพ์หนังสือโทนสีและดีไซน์ที่ถูกสั่งซื้อจากทั่วโลก

เธอเป็นที่ปรึกษาของบริษัทเสื้อผ้าชั้นนำหลายแห่ง เช่น บริษัทเสื้อผ้ากีฬา บริษัทกางเกงยีนส์ ให้ข้อมูลพวกเขา ช่วยทำให้พวกเขาอุ่นใจว่ากำลังเดินถูกทาง

แฟชั่นที่ว่าเปลี่ยนไวแล้ว อลิสันไวกว่า เธอรู้ว่าดีไซเนอร์จะใช้สีอะไร หรือออกแบบปกเสื้อแบบไหน ก่อนที่พวกเขาจะรู้ตัวเสียอีก

ผ้าทอ, น่าน

นั่นคือโลกเมื่อ 30 กว่าปีที่แล้วที่เธอยังอยู่ในธุรกิจแฟชั่นเต็มตัว เมื่อตัดสินใจสร้างครอบครัว อลิสันย้ายออกจากลอนดอนไปทำงานเป็นอาจารย์สอนการออกแบบใน Manchester Metropolitan University ปัจจุบันเธอเดินทางทำงานไปทั่วโลก หนึ่งในงานของเธอคือสอนวิชาดีไซน์ให้ดีไซเนอร์ไทยรุ่นใหม่ และพัฒนาผ้าทอมือของชุมชนจังหวัดน่าน ในโครงการของ British Council

วันที่เราพบกันที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน อลิสันไม่ได้แต่งตัวล้ำสมัยเลยสักนิด ตรงกันข้าม เธอใส่ชุดผ้าฝ้ายอินเดียทอมือที่ได้มาเมื่อ 10 ปีที่แล้ว และภูมิใจมากในชุดที่สวมใส่

ไม่ใช่เพราะหัวหน้าฝ่ายวิจัยแฟชั่นของสถาบันแฟชั่นแมนเชสเตอร์หันหลังให้เสื้อผ้าสวยงาม แต่เพราะเธอมั่นใจว่าอุตสาหกรรมแฟชั่นที่สร้างมลพิษให้โลกเป็นอันดับสอง รองจากอุตสาหกรรมน้ำมัน จะหันกลับมาสนใจงานคราฟต์และสนใจการรักษาสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น

โลกแฟชั่นจะหมุนช้าลง นี่เป็นหนทางเดียวเท่านั้น เพราะเราไม่มีโลกดวงสำรองให้ใช้อีกแล้ว

ผ้าทอ, น่าน

ก่อนมาทำงานที่นี่ ได้ข่าวว่าคุณเคยทำงานที่สนุกมาก

ฉันเคยทำงานด้านการทำนายเทรนด์แฟชั่น ฉันไม่ค่อยอยากใช้คำว่าทำนายเท่าไหร่ เพราะมันฟังดูลึกลับ จริงๆ ฉันทำงานกับความจริง รวบรวมข้อมูล แล้วตัดสินใจ

ช่วงยุคต้น 80 โชว์ของ ฌอง ปอล โกลติเยร์ (Jean-Paul Gaultier) มีอิทธิพลมาก สมัยสาวๆ ฉันจะนั่งอยู่แถวหน้าสุดของแฟชั่นโชว์เพื่อถ่ายภาพแฟชั่นด้วยกล้องฟิล์ม เราซึมซับข้อมูลจากแฟชั่นโชว์ และทำนายแฟชั่นได้ค่อนข้างตรงทีเดียว โดยเฉพาะเสื้อผ้าผู้ชายที่เปลี่ยนแปลงทีละน้อย เราฟันธงได้เลยว่าปีหน้าสีเทาอ่อนๆ จะเปลี่ยนเป็นเทาอบอุ่น ปกเสื้อจะเล็กลง หรือเสื้อสูทจะเปลี่ยนเป็นกระดุม 2 แถว

บริษัทใหญ่ๆ จะเข้ามาพูดคุยเรื่องเทรนด์ทุกฤดูกาล ฉันต้องทำพรีเซนเทชันล่วงหน้า 18 เดือนก่อนฤดูกาลจริง และ 2 ปีสำหรับสี ฉันไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองอยู่ในปีอะไรเพราะในสมองนำหน้าไปแล้วหลายปี

ทำไมต้องทำงานล่วงหน้านานขนาดนั้น

สีเป็นสิ่งแรกที่เกิดขึ้นในฤดูกาลแฟชั่น และเป็นสิ่งที่น่าสนใจที่สุด เมื่อคุณเลือกสีแล้วต้องส่งให้โรงงานผ้าทอ พวกเขาต้องใช้เวลาอย่างน้อย 6 เดือนในการทอ

ผ้าทอ, น่าน

ผ้าทอ, น่าน

ขั้นตอนการทำนายเทรนด์แฟชั่นเป็นอย่างไร

เราต้องจับตามองดีไซเนอร์ที่ทำงานใหม่ๆ หนังที่มีอิทธิพล นิทรรศการ ดนตรี หรือกระทั่งบทกวี เรามองหาอิทธิพลต่อแฟชั่นและสีสัน ฉันเคยอยู่ในการประชุมสีกับคนที่ทำงานในอุตสาหกรรมผ้าที่อังกฤษ เราประชุมกันปีละ 2 ครั้ง และตัดสินใจว่าจะใช้สีอะไรในฤดูกาลถัดไป

ฉันน่าจะเป็นคนที่เด็กที่สุดในโต๊ะ ก่อนหน้าการประชุมฉันจะรวบรวมข้อมูล ซื้อหนังสือเกี่ยวกับภาพวาดหรือหาแรงบันดาลใจ อย่างนิทรรศการที่ได้ดูที่ปารีสหรือฟลอเรนซ์ เพราะตอนนั้นเราไม่มีอินเทอร์เน็ต

ในการประชุม เราจะนั่งรอบโต๊ะยาวและรอให้ถึงคิวอธิบายความคิดตัวเองทีละคน พอผ่านไปสัก 6 คนจะเริ่มสนุกละ เพราะเราจะเห็นความคล้ายคลึงระหว่างคน 6 คน คนหนึ่งอาจจะบอกว่าเทาอุ่นและน้ำตาล อีกคนอาจจะบอกว่าฉันเลือกเทาเหมือนกัน ฉันสนใจคอนกรีต พื้นผิวแข็งๆ และสถาปัตยกรรมเมือง อีกคนอาจจะบอกว่าสนใจสถาปัตยกรรม สีขาว และสีเทา

ถึงการวิจัยของเราจะทำโดยสัญชาตญาณ แต่เมื่อทุกคนที่มีความรู้มาอยู่ร่วมกัน เราจะได้ผลลัพธ์ที่น่าสนใจมาก ที่ประชุมจะรวมรวบข้อมูลและตีพิมพ์การ์ดสีอังกฤษ ไปจัดแสดงและจำหน่ายที่ Premier Vision ซึ่งเป็นงานแฟร์ด้านผ้าที่ปารีส และไปรวมอยู่กับการ์ดสีนานาชาติของประเทศอื่นๆ ชาวญี่ปุ่น อิตาลี และฝรั่งเศส ก็มีการประชุมแบบนี้เหมือนกัน

 

ทุกวันนี้ยังมีการประชุมเลือกสีประจำประเทศแบบนี้รึเปล่า

ยังมีอยู่ แต่ไม่มีหนังสือเทรนด์แฟชั่นแล้ว หลายคนยังเก็บหนังสือพวกนี้ไว้ สมัยก่อนหนังสือพวกนี้แพงมาก ฉันวาดภาพ ใส่รายละเอียดข้อมูล เทรนด์ต่างๆ ไอเดีย และรวมภาพถ่ายเต็มไปหมด บริษัทจากญี่ปุ่น อเมริกา ออสเตรเลีย และอังกฤษ ก็เคยซื้อหนังสือเหล่านี้

แต่ตอนนี้เราอยู่ในโลกที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง ยุคนี้ทุกอย่างอยู่ในอินเทอร์เน็ตทันที Burberry ก็ถ่ายทอดแฟชั่นโชว์สดลงอินเทอร์เน็ตหลายปีแล้ว

ผ้าทอ, น่าน

ตอนนี้เรายังสามารถทำนายแฟชั่นได้ไหม

ฉันไม่คิดว่าได้นะ โครงร่าง รูปทรง และความยาวกระโปรงเป็นเรื่องของยุคก่อน ตอนนี้อะไรก็ใส่ได้ และคุณจะใส่อะไรก็ได้ที่คุณชอบ คุณจะใส่ชุดจาก 10 ปี 20 ปี หรือ 30 ปีที่แล้วก็ได้ ไม่มีใครว่าอะไร

 

ลักษณะของแฟชั่นสมัยนี้คืออะไร

ตอนนี้ทุกคนมองหาสิ่งที่ต่างกันออกไป มี Fast Fashion ที่ถูกและซื้อง่าย โดยเฉพาะสำหรับวัยรุ่น ตอนนี้ที่อังกฤษร้านค้าออนไลน์ขายดีมาก บ่อยครั้งที่เด็กๆ สั่งซื้อเสื้อผ้าสัก 6 ชุด เสื้อผ้าจะมาส่งที่บ้านในวันรุ่งขึ้น พวกเขาจะลองใส่ เลือกตัวที่ชอบและส่งที่เหลือกลับคืนไป

หลายบริษัทพยายามหาทางหลีกเลี่ยงไม่ให้ลูกค้าส่งของกลับ คุณจะเก็บชุดไว้ถ้าคุณใส่ได้พอดีและดูดี บริษัทจำนวนมากเลยลงทุนกับการทำไซส์เสื้อผ้าให้ถูกต้อง ถ้าจะทำไซส์ 8 ก็ต้องวัดตัวผู้หญิงไซส์ 8 เป็นร้อยๆ คน เป็นงานที่ยากและน่าสนใจมาก

ปัญหาคือมีคนที่อยากซื้อเสื้อผ้าที่ถูกมากๆ เพื่อใส่แค่ครั้งเดียวคืนนี้ แล้วก็ไม่ใส่มันอีกเลย เพราะมันดูดีบนอินสตาแกรม หรือไม่ก็เหมาะสมกับโอกาส

ฉันเข้าใจนะ สมัยสาวๆ ฉันก็ทำเสื้อผ้าใส่เอง ฉันเข้าใจความต้องการที่จะเปลี่ยนอย่างฉับพลัน และความตื่นเต้นที่ได้ใส่ของใหม่ตลอดเวลา เราเบื่อตู้เสื้อผ้าของเรา หรือไม่ก็สิ่งที่เราใส่ คนส่วนใหญ่รู้สึกแบบนั้น แต่ฉันไม่คิดแบบนั้นแล้ว

 

ทำไมล่ะ

ถ้าคุณเก็บอะไรไว้นานพอ คุณจะข้ามผ่านช่วงเบื่อและจะหลงรักมัน ฉันได้ชุดนี้มาเมื่อ 10 ปีที่แล้ว และดีใจที่ได้ใส่มันในวันนี้ เพราะฉันเก็บมันไว้และดูแลมันอย่างดี

งานวิจัยเรื่องเหตุผลที่คุณเก็บเสื้อผ้าไว้ในตู้น่าสนใจมาก มันอาจส่งอิทธิพลต่อการออกแบบที่ตามมา ผู้คนมีเสื้อผ้าในตู้ที่พวกเขารักและไม่เคยโยนทิ้ง เราต่างมีเหตุผลของตัวเอง มันอาจจะมีความหมายต่อจิตใจ ใส่ได้สะดวก พอดีตัว หรือเหมาะสมกับทุกโอกาส

สมัยก่อนเราอายที่เก็บเสื้อผ้าไว้นานๆ แต่ตอนนี้เราเริ่มภูมิใจและมีความสุขที่ยังใส่ชุดเดิมได้อยู่

Alison Welsh อดีตนักทำนายเทรนด์แฟชั่นอังกฤษ ที่ผันตัวมาออกแบบผ้าทอมือไทย

ผ้าทอ, น่าน

ถ้าเราใส่แต่เสื้อผ้าเดิมๆ และทำนายแฟชั่นไม่ได้อีกต่อไป แล้วอนาคตของอุตสาหกรรมแฟชั่นจะเป็นอย่างไร

บริษัทใหญ่ๆ ทั่วโลกมีฝ่ายดูแลความรับผิดชอบต่อสังคม พวกเขากำลังมองอนาคตของธุรกิจแฟชั่น ผู้คนกำลังหาวิธีหยุดทิ้งผ้า หยุดทิ้งขยะ อย่าง H&M แสดงจุดยืนชัดเจนโดยจัดโครงการเพื่อความยั่งยืน พวกเขาจัดการประกวดเรื่องความยั่งยืนที่ให้คนนอกวงการแฟชั่นสมัครได้ พวกเขาจะคัดเลือกและสนับสนุนทุนให้

ดีไซเนอร์บางคนเริ่มคิดถึงการออกแบบชุดที่ส่งต่อให้ลูกหลานได้ คิดถึงการสร้างสิ่งที่จะมีชีวิตยืนยาวต่อจากช่างที่ทอมันขึ้นมา สิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างเชื่องช้า ประณีต และเย็บด้วยมือ คุณมองเห็นความรักที่ถักทอในนั้นได้ คุณจะรู้สึกถึงจิตวิญญาณของคนทำ และจะไม่มีวันทิ้งมันลง นาทีที่คุณมองมันก็รู้แล้วว่ามันจะถูกส่งต่อให้รุ่นต่อไป

ฉันเคยกลัวที่จะใส่ชุดผ้าฝ้ายออร์แกนิกหรือชุดปักมือทั้งตัว แต่ก็ต้องใส่ เพราะถ้าคุณมีชุดคุณก็ต้องใส่มันนะ พวกเสื้อผ้าทำมือย้อมสีธรรมชาติสีจะค่อยๆ จางและนุ่มลงหลัง 10 ปีผ่านไป เหมือนกางเกงยีนส์ที่จะดูดีที่สุดถ้าคุณเก็บมันไว้สัก 10 ปี

ผ้าทอ, น่าน

ผ้าทอ, น่าน

อะไรทำให้คุณแน่ใจว่า Slow Fashion เป็นเทรนด์ที่กำลังมา

ถ้าคุณไปซื้อขนมปังที่ปารีส แต่ก่อนคุณจะเห็นร้านเบเกอรี่แบบดั้งเดิม แต่เดี๋ยวนี้เตาอบจะอยู่กลางร้าน คนอบขนมปังจะอยู่ในร้านด้วย คุณสามารถได้กลิ่นขนมปัง มองคนทำขนมปัง จับมือทักทายเขาและถามวิธีการอบขนมปัง แป้งที่ใช้ หรือเวลาที่เขาตื่นนอนตอนเช้าได้

อาหารแบบคราฟต์มาแรงมากตอนนี้ ยังไม่ใช่ทุกที่ แต่ผู้บริโภคอยากรู้ว่าแฮมที่กินมาจากไหน แป้งที่ใช้มาจากที่ไหนในอิตาลี สิ่งเหล่านี้ปรากฏบนฉลากให้เราเห็น

เสื้อผ้าและอุตสาหกรรมแฟชั่นอยู่ไม่ไกลจากจุดนี้ คนกำลังตื่น เริ่มตระหนักว่าของทำมือและงานฝีมือกำลังเติบโต อุตสาหกรรมอาหารอาจจะนำหน้าอุตสาหกรรมแฟชั่นไปสัก 10 ปี เราสามารถเรียนรู้จากวิธีการของพวกเขาได้ อาหารไม่ได้เปลี่ยนเป็นออร์แกนิกและถูกจริยธรรมในทันที มันเกิดจากทุกคนทุ่มเทที่จะเปลี่ยนให้มันออร์แกนิก ถ้าทุกคนช่วยกันคนละนิดเราจะก้าวไปข้างหน้า

เราต้องการคนที่สร้างความแตกต่าง ส่วนหนึ่งคือการทำงานกับผู้ผลิตโดยตรง หรือลดการสร้างขยะ อย่างผ้าฝ้ายพวกนี้ทอด้วยมือ การตัดผ้าเหล่านี้ทิ้งเป็นอาชญากรรมนะ

ตอนนี้นักเรียนดีไซเนอร์คนหนึ่งกำลังพยายามตัดชุดโดยไม่ตัดผ้าทิ้งเลย นี่เป็นแค่ตัวอย่างเล็กๆ ในประเทศไทย ฉันแน่ใจว่ามีตัวอย่างมากมายแบบเดียวกันทั่วโลก เราจำเป็นต้องทำแบบนี้เพื่ออนาคต

ผ้าทอ, น่าน

ผ้าทอ, น่าน

คุณสนใจเปลี่ยนแปลงอะไรในผ้าฝ้ายทอมือของอำเภอปัว

ผ้าที่นี่มีศักยภาพมาก บางผืนเอามาตัดเสื้อโค้ตได้เลย มันเบาเพราะเป็นผ้าทอมือ ขณะเดียวกันก็อุ่นด้วยเพราะว่าทอด้วยมือเหมือนกัน

ตอนนี้เรากำลังทำงานกับสีธรรมชาติ เพราะที่นี่เคยมีประเพณีย้อมสีธรรมชาติมาก่อน ตอนนี้เราทดลองใช้เส้นใยธรรมชาติอย่างใยข่าหรือใยกาบกล้วยมาทอกระเป๋าหรือเสื้อผ้า มันออร์แกนิกและใส่ได้จริง ที่นี่มีความรู้เรื่องการใช้ต้นไม้ดีมาก แต่ละต้นมีคุณค่าต่างกัน เช่น เปลือกเงาะใช้ย้อมสี กาบกล้วยใช้ทอเส้นใย

เราพยายามใช้สีธรรมชาติมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะมันเริ่มหายไปแล้ว ฉันคุยถึงเรื่องสีแสบตากับสีที่สบายตากับคนที่นี่ สีเคมีนั้นง่าย ราคาถูก สีชัด และไม่ตก แต่สีธรรมชาตินั้นนุ่มนวลกับสายตา กระทั่งสีชมพูธรรมชาติที่สดที่สุดก็ยังสบายตา คุณแทบไม่จำเป็นต้องทำการ์ดสีเลย เพราะสีธรรมชาติมีความคล้ายกัน มันทำงานง่ายและเข้าคู่ลงตัวอยู่แล้ว

ผ้าทอ, น่าน

ผ้าทอ, น่าน

อะไรทำให้คุณตัดสินใจกลับมาเมืองไทยหลายปีเพื่อช่วยเหลือชุมชนเหล่านี้

ฉันชอบทำงานกับนานาชาติและชอบทำงานกับดีไซเนอร์รุ่นใหม่ งานอีกส่วนหนึ่งของเราคือพยายามสนับสนุนให้คนหนุ่มสาวมีส่วนร่วมกับงานช่าง ที่นี่ช่างทอผ้าก็แก่ลงไปทุกวัน ทักษะของพวกเขาพัฒนามากและซับซ้อนมาก

ถ้าเราหันหลังให้ธรรมเนียมประเพณี มันก็จะหายไป เหมือนที่คนอังกฤษสูญเสียทักษะงานทำมือไปหลายร้อยปีก่อน ตั้งแต่การปฏิวัติอุตสาหกรรมเริ่มต้นที่แมนเชสเตอร์ ฉันยังทันเห็นโรงงานทอฝ้ายเต็มเมือง ก่อนที่อพาร์ตเมนต์สวยๆ จะเข้ามาแทนที่พวกมันอีกต่อหนึ่ง

ผู้หญิงที่นี่มีพลังขับเคลื่อนธุรกิจ และชุมชนก็ขับเคลื่อนด้วยพวกเธอ ฉันตื่นเต้นและดีใจที่ได้มาอยู่ตรงนี้ แล้วสร้างประโยชน์ได้จริงๆ

ผ้าทอ, น่าน

ผ้าทอ, น่าน

ภาพ: นินทร์ นรินทรกุล ณ อยุธยา

 

Crafting Futures เป็นโครงการของ British Council ที่สนับสนุนงานคราฟต์ทั่วโลก โดยสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ระหว่างสหราชอาณาจักรและประเทศอื่นๆ เพื่อช่วยเหลือดีไซเนอร์และชุมชนให้ทำงานคราฟต์ที่ดีขึ้น ขายได้มากขึ้น และทำให้ผู้บริโภคเห็นคุณค่าของงานฝีมือมากขึ้น ถ้าสนใจกระบวนการพัฒนางานคราฟต์ อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่

CONTRIBUTORS

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการหมวดท่องเที่ยวและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจงานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

นินทร์ นรินทรกุล ณ อยุธยา

นินทร์ชอบถ่ายรูปมาตั้งแต่เด็ก พ่อแม่ซื้อฟิล์มให้ไม่ยั้ง ตื่นเต้นกับเสียงชัตเตอร์เสมอต้นเสมอปลาย เพื่อนชอบชวนไปทะเล ไม่ใช่เพราะนินทร์น่าคบเพียงอย่างเดียวแน่นอน :)