มีวัดบางแห่งที่มีเหตุผลมากกว่าหนึ่งข้อที่ทำให้ต้องไปเยือน วัดเกาะพญาเจ่ง ที่อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรีคือหนึ่งในนั้น — ที่นี่มีทั้งจิตรกรรมฝาผนังที่ผู้เชี่ยวชาญยกย่องว่างามที่สุดในประเทศ มีประวัติของแม่ทัพมอญผู้สร้างวัดและสร้างชาติ และมีอนุสรณ์สถานที่บันทึกเหตุการณ์โศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่สุดในรัชกาลที่ 5 ไว้อย่างไม่มีวันลืม
พญาเจ่ง : แม่ทัพมอญที่ได้รับพระราชทานแผ่นดินไทย
เรื่องราวของวัดเกาะพญาเจ่งเริ่มต้นจากเรื่องราวของผู้คน ไม่ใช่อาคาร
วัดแห่งนี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2318 โดยพญาเจ่ง แม่ทัพมอญผู้นำไพร่พลชาวมอญเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารในสยาม ซึ่งได้รับพระราชทานที่ดินจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เพราะพญาเจ่งมีความชอบอย่างมากจากการช่วยสยามรบกับพม่า รัชกาลที่ 1 ต่อมาพระราชทานยศให้เป็น “เจ้าพระยามหาโยธา” ซึ่งเป็นยศทหารสูงสุดในสมัยนั้น
ต่อมาเจ้าพระยามหาโยธา (ทอเรียะ คชเสนี) บุตรชาย ได้บูรณะและสร้างวัดต่อ เดิมวัดนี้เรียกว่าวัดเกาะหรือวัดเกาะบางพูด เมื่อมีชุมชนชาวมอญอพยพเข้ามาบริเวณนี้จึงถูกเรียกว่า “วัดเกาะรามัญ” (รามัญคือมอญ) ต่อมาหลวงบริณัยจรรยาราษฎร์ (มณฑล คชเสนี) ผู้สืบสกุลของเจ้าพระยามหาโยธา เปลี่ยนชื่อวัดเป็น “วัดเกาะพญาเจ่ง” เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่บรรพบุรุษ
คำว่า “เกาะ” ในชื่อวัดมาจากภาษามอญที่หมายถึงแผ่นดินที่ถูกล้อมรอบด้วยน้ำ เรือกสวน ไร่นา หรือบ้านเรือนชุมชน — สะท้อนภูมิทัศน์ที่วัดนี้ตั้งอยู่ตั้งแต่แรก

จิตรกรรมฝาผนัง : งานช่างหลวงที่ไม่มีที่ไหนเหมือน
สิ่งที่ทำให้วัดเกาะพญาเจ่งเป็นที่กล่าวขานในหมู่นักวิชาการและคนรักศิลปะคือจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถ
จิตรกรรมฝาผนังที่อุโบสถวัดเกาะพญาเจ่งนับเป็นเพชรน้ำเอกแห่งจังหวัดนนทบุรี เป็นศิลปะสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ราวรัชกาลที่ 3 ถึงสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นรูปแบบการเขียนภาพตามแบบแผนของช่างหลวง ที่รวบรวมเรื่องราวไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวอดีตชาติของพระพุทธเจ้าแสดงปางมารวิชัย การชุมนุมของเหล่าเทพบนสวรรค์ รวมถึงนิทานพื้นบ้านอย่างพระสุธนมโนราห์ และพระรถเมรี
ภาพที่ผนังหุ้มกลองด้านหน้าพระประธานเป็นภาพพระพุทธประวัติตอนมารผจญ แสดงพระยาวัสวดีมารที่ขี่ช้างคีรีเมฆพร้อมพลนิกรที่มีศาสตราวุธและเวทย์มนต์เข้าขัดขวางพระโพธิสัตว์ ขณะที่ผนังด้านอื่นบันทึกเรื่องราวชาดกและตำนานที่ผสมผสานคติความเชื่อของชาวมอญเข้ากับพุทธศิลป์ไทยได้อย่างประณีต
ด้วยความวิจิตรบรรจงจนผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะยกให้เป็นจิตรกรรมฝาผนังที่งดงามที่สุดในประเทศไทย
พระเจ้าเข้านิพพาน : สิ่งที่หาได้ยากในไทย
หนึ่งในสิ่งสำคัญที่สุดในวัดเกาะพญาเจ่งคือพระพุทธรูปปางปรินิพพาน หรือที่เรียกว่า “พระเจ้าเข้านิพพาน” ซึ่งเป็นพระพุทธรูปนอนที่มีลักษณะแตกต่างจากพระพุทธรูปนอนทั่วไปในวัดไทย เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากศิลปะมอญที่มีรายละเอียดเฉพาะตัว เป็นสมบัติล้ำค่าของชาวมอญที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมและความเชื่อที่นำมาจากแผ่นดินเกิด

31 พฤษภาคม 2423 : วันที่โศกนาฏกรรมเกิดขึ้นหน้าวัด
วัดเกาะพญาเจ่งยังเป็นพยานของเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่น่าเศร้าที่สุดเหตุการณ์หนึ่งในรัชกาลที่ 5
เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2423 เกิดเหตุการณ์เรือสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี อัครมเหสีในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ล่มลง ณ ตำบลบางพูด บริเวณหน้าวัดเกาะพญาเจ่ง ทำให้พระองค์พร้อมด้วยสมเด็จเจ้าฟ้ากรรณาภรณ์เพชรรัตน์ฯ และสมเด็จเจ้าฟ้าในพระครรภ์สิ้นพระชนม์พร้อมด้วยพระพี่เลี้ยง สร้างความโทมนัสอย่างยิ่งใหญ่แก่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ต่อมาพระองค์ทรงโปรดให้สร้างอนุสรณ์สถานเจดีย์ด้านทิศเหนือของวัดเกาะพญาเจ่ง เป็นเจดีย์ทรงกลมขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนฐานทรงกลมสูงมีซุ้มโค้งตามทิศทั้งสี่ ภายในฐานเจดีย์ประดิษฐานพระพุทธรูปพระศรีอาริย์สี่องค์หันพระพักตร์ไปทางทิศทั้งสี่ พร้อมคำจารึกบันทึกความทรงจำและความเจ็บปวดที่หน้าพระเจดีย์ — อนุสรณ์สถานแห่งนี้คือหลักฐานของความรักที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีต่อพระมเหสีแม้เมื่อทรงจากไปแล้ว
การเดินทางไปวัดเกาะพญาเจ่ง 2026
วัดเกาะพญาเจ่งตั้งอยู่ที่อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี สามารถเดินทางโดยเรือจากท่าน้ำนนทบุรีหรือท่าน้ำปากเกร็ด หรือเดินทางทางบกผ่านถนนแจ้งวัฒนะและเข้าสู่อำเภอปากเกร็ด วัดเปิดให้เข้าชมทุกวัน ไม่มีค่าเข้าชม และควรแต่งกายสุภาพเมื่อเข้าไปในพระอุโบสถ
การมาเยือนวัดเกาะพญาเจ่งครั้งเดียวจะได้รับทั้งความรู้ด้านประวัติศาสตร์ชาวมอญในไทย ได้ชื่นชมงานจิตรกรรมระดับมาสเตอร์พีซของไทย และได้รับรู้เรื่องราวอันเศร้าโศกแต่งดงามที่จารึกไว้ในเจดีย์ริมน้ำ
