โปรแกรม รอบรอง ชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2026 เดินทางมาถึงรอบรองชนะเลิศอย่างเป็นทางการ โดยคู่แรกที่แฟนบอลทั่วโลกรอคอยที่สุดคือการปะทะกันของสองมหาอำนาจลูกหนังยุโรป ฝรั่งเศส พบ สเปน ซึ่งจะแข่งขันกันในคืนวันอังคารต่อเช้าวันพุธที่ 15 กรกฎาคม 2569 เวลา 02.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ที่สนามดัลลัส สเตเดียม (AT&T Stadium) เมืองอาร์ลิงตัน สหรัฐอเมริกา ฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026
ฝรั่งเศสผ่านเข้ารอบด้วยสถิติชนะรวดทุกนัด พร้อมเกมรุกที่เฉียบคม นำโดย คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ที่กำลังนำดาวซัลโวของการแข่งขัน ขณะที่สเปนโชว์ความแข็งแกร่งทั้งเกมรุกและเกมรับ ผ่านเข้าสู่รอบนี้ด้วยการเสียประตูเพียงครั้งเดียวตลอดทัวร์นาเมนต์ และเพิ่งเฉือนเบลเยียม 2-1 จากประตูชัยช่วงท้ายเกมของ มิเกล เมรีโน
การแข่งขันนัดนี้ไม่ใช่เพียงการชิงตั๋วเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศเท่านั้น แต่ยังเป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีของสองชาติที่มีประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ในวงการฟุตบอลโลก ทั้งสองทีมอัดแน่นไปด้วยนักเตะระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น เอ็มบัปเป้, อุสมาน เดมเบเล, ออเรเลียง ชูอาเมนี, ลามีน ยามาล, เปดรี, โรดรี และฟาเบียน รุยซ์ ทำให้ทุกตำแหน่งสามารถเปลี่ยนผลการแข่งขันได้ตลอดเวลา
อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือการแย่งชิงตำแหน่ง ดาวซัลโว (Golden Boot) โดยเอ็มบัปเป้ยังคงนำด้วยผลงาน 8 ประตู ขณะที่ผู้เล่นคนอื่นยังมีโอกาสไล่ตาม หากสามารถสร้างผลงานโดดเด่นในรอบรองชนะเลิศและรอบชิงชนะเลิศ
เกมนี้ไม่มีพื้นที่ให้ผิดพลาด เพราะผู้ชนะเพียงทีมเดียวเท่านั้นจะได้สิทธิ์เข้าสู่นัดชิงชนะเลิศทันที ส่วนผู้แพ้ต้องไปลุ้นเหรียญทองแดงในรอบชิงอันดับ 3 ต่อไป ข่าวฟุตบอลโลก2026
ประวัติทีม ฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026
ฝรั่งเศส
ฝรั่งเศสเข้าสู่รอบรองชนะเลิศด้วยฟอร์มที่สมบูรณ์แบบที่สุดของทัวร์นาเมนต์ ชนะรวดทุกนัดโดยไม่ต้องพึ่งต่อเวลาพิเศษแม้แต่ครั้งเดียว เคยคว้าแชมป์โลกมาแล้ว 2 สมัยในปี 1998 และ 2018 พร้อมเป็นรองแชมป์เมื่อปี 2022 ล่าสุดเอาชนะโมร็อกโกในรอบ 8 ทีม 2-0 โดยคีลิยัน เอ็มบัปเป้ทำประตูไปแล้ว 8 ลูก แซงสถิติดาวซัลโวตลอดกาลของฌุสต์ ฟงแตน กลายเป็นความหวังหลักในการล่าแชมป์สมัยที่ 3
สเปน
สเปนคือแชมป์โลกปี 2010 ที่กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้งด้วยเกมครองบอลอันเป็นเอกลักษณ์ ตลอดทัวร์นาเมนต์นี้เสียประตูเพียงลูกเดียวเท่านั้น สะท้อนถึงความมั่นคงของแนวรับ ล่าสุดเอาชนะเบลเยียม 2-1 ในรอบ 8 ทีม จากประตูช่วงทดเวลาบาดเจ็บของมิเกล เมรีโน ทีมชุดนี้มีลามีน ยามาลและเปดรีเป็นกำลังหลักในเกมรุก พร้อมความมั่นใจเต็มเปี่ยมจากสถิติการเจอฝรั่งเศส 10 นัดหลังสุดที่สเปนชนะมากกว่า
รอบรองชนะเลิศ ฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026 วันที่ 15 ก.ค. 2569 (ตามเวลาประเทศไทย)

| เวลา (ไทย) | คู่แข่งขัน | สนาม |
|---|---|---|
| 02.00 น. | ฝรั่งเศส vs สเปน | ดัลลัส สเตเดียม (AT&T Stadium, อาร์ลิงตัน) |
นักเตะที่น่าจับตามองในแมตช์ 15 ก.ค. 2569 ฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026
1. คีลิยัน เอ็มบัปเป้ (ฝรั่งเศส) กัปตันทัพตราไก่ที่ร้อนแรงที่สุดของทัวร์นาเมนต์ ด้วยผลงาน 8 ประตู 3 แอสซิสต์ ความเร็วและความเฉียบขาดหน้ากรอบเขตโทษของเขาคือกุญแจสำคัญที่จะเจาะทะลวงแนวรับอันเหนียวแน่นของสเปนให้ได้ หากทำประตูได้อีกในนัดนี้ เขาจะยิ่งตอกย้ำสถานะดาวซัลโวตลอดกาลของทีมชาติฝรั่งเศสในฟุตบอลโลก และมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลรองเท้าทองคำเต็มตัว
2. ลามีน ยามาล (สเปน) ปีกดาวรุ่งวัยเพียง 19 ปี ที่กลายเป็นตัวชูโรงเกมรุกของกระทิงดุ ด้วยความสามารถในการดึงคู่แข่งออกจากตำแหน่งและจ่ายบอลทะลุช่องได้อย่างแม่นยำ เขาคือผู้เล่นที่ทำให้เกมครองบอลของสเปนมีความคมมากขึ้น และเป็นความหวังหลักที่จะเจาะแนวรับฝรั่งเศสในเกมที่กดดันสูงสุดของทัวร์นาเมนต์
หมายเหตุ: ราคาบอลและข้อมูล ณ ก่อนแข่งขันอาจมีการเปลี่ยนแปลง แฟนบอลควรตรวจสอบรายชื่อ 11 ตัวจริงและสถานการณ์อาการบาดเจ็บของนักเตะอีกครั้งก่อนเสียงนกหวีดเริ่มเกม ผลการแข่งขันบอลโลก2026
ฟุตบอลโลก 2026 ล่าสุด ครบทุกคู่ โปรแกรมแข่งขัน ฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026

โปรแกรม รอบรอง หลังผ่านรอบแบ่งกลุ่มและรอบน็อกเอาต์มาอย่างดุเดือด ขณะนี้เหลือเพียง 4 ทีมสุดท้ายที่ยังมีสิทธิ์ลุ้นแชมป์โลก ได้แก่ ฝรั่งเศส สเปน อังกฤษ และอาร์เจนตินา โดยมีความพิเศษคือทั้ง 4 ชาติล้วนเคยคว้าแชมป์โลกมาแล้วทั้งสิ้น การันตีว่าแชมป์สมัยใหม่จะต้องเป็นทีมที่เคยสัมผัสถ้วยทองคำมาก่อน
คู่ที่สองของรอบรองชนะเลิศคือ อังกฤษ พบ อาร์เจนตินา ซึ่งจะแข่งขันในคืนวันพุธต่อเช้าวันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2569 เวลา 02.00 น. ตามเวลาไทย ที่สนามเมอร์เซเดส-เบนซ์ สเตเดียม เมืองแอตแลนตา โดยอังกฤษผ่านเข้ารอบมาด้วยประตูชัยของจู๊ด เบลลิงแฮมในช่วงต่อเวลาพิเศษ ขณะที่อาร์เจนตินาแชมป์เก่าเอาชนะสวิตเซอร์แลนด์มาได้อย่างเหนื่อยยาก
ผู้ชนะจากทั้งสองคู่จะได้สิทธิ์เข้าสู่นัดชิงชนะเลิศ ในวันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม 2569 ที่ MetLife Stadium รัฐนิวเจอร์ซีย์ สนามที่ใหญ่ที่สุดของทัวร์นาเมนต์ ส่วนสองทีมที่พ่ายแพ้ในรอบรองชนะเลิศจะต้องมาดวลกันในรอบชิงอันดับ 3 วันที่ 18 กรกฎาคม ที่ Hard Rock Stadium เมืองไมอามี ก่อนที่ทัวร์นาเมนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก ซึ่งขยายเป็น 48 ทีมเป็นครั้งแรก จะปิดฉากลงอย่างสมบูรณ์ สรุปข่าวสารฟุตบอลโลกล่าสุด
ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามผลการแข่งขันจริง
