อุสมาน เดมเบเล่ โชว์ฟอร์มสุดร้อนแรง ทำแฮตทริกในครึ่งแรกเพียงครึ่งเดียว นำพาฝรั่งเศสเอาชนะนอร์เวย์ไปได้ 4-1 ในนัดสุดท้ายของกลุ่ม I ฟุตบอลโลก 2026 คว้าตำแหน่งแชมป์กลุ่มไปครองอย่างสมบูรณ์แบบ แม้เกมนี้ถูกคาดหมายว่าจะเป็นการดวลกันระหว่าง คีลิยัน เอ็มบัปเป้ กับ เออร์ลิง ฮาลันด์ แต่เดมเบเล่กลับใช้ความเร็วและทักษะเฉพาะตัวเจาะแนวรับนอร์เวย์ได้ถึง 3 ครั้ง สร้างความตื่นตะลึงให้แฟนบอลทั่วโลก ฝั่งฮาลันด์ยิงตีไข่แตกคืนมาได้ 1 ลูก แต่ไม่เพียงพอพลิกสถานการณ์ ทำให้ฝรั่งเศสเก็บ 9 แต้มเต็มจาก 3 นัด ผ่านเข้ารอบ 32 ทีมสุดท้ายในฐานะจ่าฝูงกลุ่ม ข่าวฟุตบอลโลกล่าสุด
ค่ำคืนแห่งดาวยิงคนใหม่ ที่บอสตัน สเตเดียม

เกมนัดสุดท้ายของกลุ่ม I ระหว่างนอร์เวย์กับฝรั่งเศส ที่ถูกประกาศิตว่าจะเป็นการดวลกันของสองดาวยิงตัวเก่งอย่างคีลิยัน เอ็มบัปเป้ และเออร์ลิง ฮาลันด์ กลับกลายเป็นเวทีที่ผู้เล่นอีกคนช่วงชิงพื้นที่พระเอกไปครองอย่างเต็มตัว นั่นคือ อุสมาน เดมเบเล่ ปีกตัวเก่งของฝรั่งเศสที่ปีนี้เพิ่งคว้ารางวัลบัลลงดอร์มาครอง ได้ออกมาประกาศความยิ่งใหญ่อีกครั้งด้วยการทำแฮตทริกภายในครึ่งแรกเพียงครึ่งเดียว นำพาทัพตราไก่เอาชนะไวกิ้งนอร์เวย์ไปได้ด้วยสกอร์ 4-1 พร้อมคว้าตำแหน่งแชมป์กลุ่ม I ไปครองอย่างสมบูรณ์แบบ
เกมเปิดฉากด้วยจังหวะที่นอร์เวย์พยายามเล่นเกมรุกกดดันตั้งแต่ต้นเกม แต่ฝรั่งเศสที่มีความเฉียบขาดในเกมสวนกลับใช้เวลาไม่นานในการเจาะช่องว่างของแนวรับไวกิ้งได้สำเร็จ โดยเดมเบเล่เป็นผู้รับบทพระเอกอย่างเต็มตัว ด้วยการใช้ความเร็วและทักษะเฉพาะตัวเจาะแนวรับนอร์เวย์ได้ถึง 3 ครั้งในเวลาไม่ถึง 45 นาที สร้างความตื่นตะลึงให้กับแฟนบอลทั่วโลกที่ติดตามชมการแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2026
แฮตทริกที่เขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่

การทำแฮตทริกของเดมเบเล่ในครั้งนี้มีความหมายมากกว่าแค่สามประตูธรรมดา เพราะนี่คือแฮตทริกแรกของเขาในเวทีฟุตบอลโลก และยังเป็นการตอกย้ำสถานะนักเตะที่ดีที่สุดของโลกในช่วงเวลานี้ หลังจากที่เพิ่งได้รับการยอมรับในระดับสโมสรมาอย่างต่อเนื่อง การยิงประตูได้ครบทั้งสามลูกภายในครึ่งแรกยังถือเป็นผลงานที่หาได้ยากในระดับทัวร์นาเมนต์ใหญ่ เพราะปกติทีมระดับโลกอย่างนอร์เวย์ที่มีฮาลันด์เป็นหัวหอกมักจะไม่เสียประตูในจำนวนมากเช่นนี้ง่ายๆ
ด้านเอ็มบัปเป้แม้จะไม่ได้เป็นผู้ทำประตู แต่ก็มีบทบาทสำคัญในการดึงความสนใจของแนวรับนอร์เวย์ออกจากพื้นที่ ทำให้เดมเบเล่มีช่องว่างมากขึ้นในการสร้างสรรค์เกมรุก ส่วนฝั่งนอร์เวย์ ฮาลันด์ยังคงสามารถยิงประตูตีไข่แตกคืนมาได้ 1 ลูกในช่วงท้ายเกม ซึ่งเป็นเพียงสิ่งที่ช่วยลดความพ่ายแพ้ให้ดูสวยงามขึ้นเท่านั้น เพราะถึงเวลานั้นเกมก็แทบจะถูกฝรั่งเศสปิดประตูชัยไปเรียบร้อยแล้ว
ผลการแข่งขันนี้ยังส่งผลให้ฝรั่งเศสปิดท้ายรอบแบ่งกลุ่มด้วยการเก็บ 9 แต้มเต็มจาก 3 นัด คว้าตำแหน่งแชมป์กลุ่ม I ไปครองอย่างไม่มีข้อกังขา ขณะที่นอร์เวย์แม้จะแพ้นัดนี้ แต่ด้วยแต้มสะสมที่เก็บไว้ก่อนหน้าก็ยังเพียงพอสำหรับการผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้ายในฐานะอันดับ 2 ของกลุ่ม ทำให้ทั้งสองทีมยังมีโอกาสเดินหน้าต่อในทัวร์นาเมนต์นี้ด้วยกัน ผลการแข่นขันบอลโลก2026
สรุป
อุสมาน เดมเบเล่ แม้ก่อนเกมจะมีการคาดการณ์ว่าศึกนอร์เวย์-ฝรั่งเศสจะเป็นการดวลกันของเอ็มบัปเป้กับฮาลันด์ แต่ผลที่ออกมากลับเป็นอุสมาน เดมเบเล่ ที่ก้าวขึ้นมาเป็นพระเอกของเกมอย่างเต็มตัว ด้วยการทำแฮตทริกภายในครึ่งแรกเพียงครึ่งเดียว พาฝรั่งเศสเอาชนะนอร์เวย์ไปได้ 4-1 และคว้าตำแหน่งแชมป์กลุ่ม I ไปครอง ผลงานครั้งนี้ตอกย้ำให้เห็นว่าฝรั่งเศสไม่ได้มีเพียงเอ็มบัปเป้เป็นอาวุธเดียวในแนวรุก แต่ยังมีนักเตะระดับโลกอย่างเดมเบเล่ที่พร้อมจะระเบิดฟอร์มได้ทุกเมื่อ ทำให้แฟนบอลทั่วโลกต้องจับตามองทัพตราไก่อย่างใกล้ชิดในรอบน็อกเอาต์ที่กำลังจะมาถึง สรุปข่าวฟุตบอลโลก2026
