นิวซีแลนด์ พบ อียิปต์ ศึกฟุตบอลโลก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม G นัดชี้ขาดความเป็นต่อ ระหว่าง นิวซีแลนด์ กับ อียิปต์ จบลงด้วยการพลิกกลับมาเอาชนะ 3-1 ของทัพฟาโรห์ ที่สนาม บีซี เพลส เมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา ฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026 เมื่อวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา ผลการแข่งขันนี้ทำให้อียิปต์ขึ้นเป็นจ่าฝูงกลุ่ม G และยังเป็นชัยชนะครั้งแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกของประเทศอียิปต์อีกด้วย ข่าวการแข่งขันบอลโลก
เกมที่มีความสำคัญต่อทั้งสองทีม
ก่อนเกมนี้ ทั้งสองทีมต่างเข้าสู่สนามด้วยผลงานเสมอในนัดเปิดสนาม โดยกลุ่ม G กลายเป็นหนึ่งในกลุ่มที่คาดเดาได้ยากที่สุดและมีความเข้มงวดทางแทคติกมากที่สุดของฟุตบอลโลก 2026 โดยถูกกำหนดด้วยชุดของผลเสมอที่ไม่มีทีไหนยอมแพ้ใคร นัดเปิดสนามของกลุ่มที่อียิปต์เสมอกับเบลเยียม 1-1 ที่สนามซีแอตเทิล สเตเดียม ตามมาด้วยการเสมอกันอย่างสนุกสนาน 2-2 ระหว่างอิหร่านกับนิวซีแลนด์ที่ลอสแอนเจลิส สเตเดียม ทำให้ทุกทีมในกลุ่มยังคงมีคะแนนเท่ากัน และนัดนี้รวมถึงนัดระหว่างเบลเยียมกับอิหร่าน กลายเป็นเกมที่ต้องชนะโดยพฤตินัยสำหรับทุกทีม
เซอร์แมนโขกนำนิวซีแลนด์ในครึ่งแรก

เกมนี้นิวซีแลนด์เป็นฝ่ายเปิดสกอร์ได้ก่อน โดยฟินน์ เซอร์แมนโขกบอลจากลูกเตะมุมที่เกิดจากการเล่นอย่างชาญฉลาดของอีไลจาห์ จัสต์ทางริมเส้นซ้าย ทำให้นิวซีแลนด์ขึ้นนำไปก่อนในนาทีที่ 15 ของเกม โดยที่อีไลจาห์ จัสต์ ผู้ทำสองประตูในนัดเปิดสนามที่เสมอกับอิหร่าน ยังคงเป็นจุดที่สร้างความสดใสให้กับทีมของดาร์เรน เบเซลีย์อย่างต่อเนื่อง
อียิปต์เล่นได้ไม่ดีในครึ่งแรก
แม้จะตามหลังอยู่ แต่ปัญหาของอียิปต์ในครึ่งแรกไม่ได้มาจากนิวซีแลนด์เพียงอย่างเดียว โดยอียิปต์เล่นได้สะเปะสะปะอย่างมากในการครองบอลตลอดครึ่งแรก มีจังหวะที่จ่ายบอลตรงไปให้คริส วู้ด กองหน้าของฝ่ายตรงข้ามที่อยู่หน้าประตู ซึ่งเกือบทำให้เสียประตูที่สองไปแล้ว และด้วยการที่ไม่มีเส้นทางส่งบอลปกติไปถึงโมฮัมเหม็ด ซาลาห์และโอมาร์ มาร์มูช ทำให้ 45 นาทีแรกเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับทัพฟาโรห์ ทำให้นิวซีแลนด์ขึ้นนำ 1-0 เมื่อจบครึ่งแรก หลังจากเสมอกับอิหร่านไป 2-2 ในนัดเปิดสนามของกลุ่ม G
ครึ่งหลังที่อียิปต์พลิกเกมได้สำเร็จ

เข้าสู่ครึ่งหลัง อียิปต์ก็ปรับเปลี่ยนแผนการเล่นทันที โดยฮอสซัม ฮัสซัน ผู้จัดการทีมส่งผู้เล่นบุกขึ้นไปมากขึ้นในช่วงครึ่งหลัง ทำให้ทีมยิงเข้าไปได้สองประตูในที่สุด ประตูแรกของการพลิกกลับมาเกิดขึ้นผ่านมุสตาฟา ซิโก้ ที่หลุดมาในกรอบเขตโทษอย่างอิสระ โขกบอลเข้าประตูได้สำเร็จในนาทีที่ 59
ไม่นานหลังจากนั้น อียิปต์ก็พลิกกลับมาขึ้นนำได้สำเร็จ โดยโมฮัมเหม็ด ซาลาห์ จับมือกับมุสตาฟา ซิโก้อย่างยอดเยี่ยมในและรอบกรอบเขตโทษ เล่นวันทูวันก่อนรับบอลคืนและยิงในจังหวะต่ำเรียดเข้าประตูผ่านแม็กซ์ โครคอมบ์ไปได้สำเร็จ เป็นช่วงเวลาแห่งความคลาสสิกของนักเตะดาวรุ่งสตาร์จากลิเวอร์พูล ทำให้สกอร์เป็น 2-1 และอียิปต์เริ่มควบคุมเกมได้มากขึ้น
ประตูที่สามปิดเกมจากเทรเซเก้ต์

เมื่อเข้าใกล้ช่วงท้ายเกม อียิปต์ก็ปิดประตูชัยให้สมบูรณ์แบบ โดยโมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ส่งลูกเตะมุมเข้ามาในกรอบเขตโทษอย่างแม่นยำ ก่อนที่เทรเซเก้ต์จะวิ่งโผล่ขึ้นมาที่เสาใกล้และโขกบอลข้ามหัวแม็กซ์ โครคอมบ์เข้าประตูไปได้สำเร็จ ทำให้นิวซีแลนด์เสียการควบคุมเกมไปอย่างสิ้นเชิงหลังจากครึ่งแรกที่ดูมีโอกาส จากที่นำ 1-0 กลับกลายเป็นตามหลัง 1-3 ในที่สุด ทำให้อียิปต์สร้างการพลิกกลับมาที่น่าทึ่ง และความสำเร็จทางประวัติศาสตร์ก็อยู่ใกล้แค่เอื้อม
ความหมายทางประวัติศาสตร์ของชัยชนะนี้
ชัยชนะครั้งนี้มีความหมายอย่างมากสำหรับอียิปต์ เนื่องจากนี่เป็นชัยชนะครั้งแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกของประเทศ และทำให้อียิปต์ขึ้นเป็นจ่าฝูงกลุ่ม G ทันที ด้วยผลงานในครึ่งหลังที่กดดันมากขึ้น และยิงเข้าไปได้ถึงสองประตู นอกจากนี้แม้ผลการแข่งขันจะออกมาเป็นเช่นนี้ แต่อียิปต์ก็ได้แสดงด้านที่หาได้ยากของตัวเองให้เห็น ทั้งในฟุตบอลโลกหรือที่ใดก็ตาม โดยมีความสามารถในการสร้างโอกาสได้ แม้จะเผชิญหน้ากับเกมรับแนวต่ำของฝ่ายตรงข้าม ซึ่งอาจกลายเป็นสิ่งสำคัญในนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มที่จะพบกับอิหร่านในวันศุกร์ เพื่อรักษาตำแหน่งจ่าฝูงของกลุ่ม G ผลบอลโลกล่าสุด
ผลกระทบต่อตารางคะแนนกลุ่ม G
ด้วยความพ่ายแพ้ครั้งนี้ ทำให้นิวซีแลนด์ต้องผิดหวังอย่างมาก หลังจากครองความได้เปรียบมาตลอดครึ่งแรก แต่ก็ยังต้องไปลุ้นต่อในนัดสุดท้ายของกลุ่มกับเบลเยียมที่จะเสมอกับอิหร่านไปก่อนหน้านี้ ส่วนอียิปต์เองก็ก้าวขึ้นมาเป็นทีมเดียวในกลุ่ม G ที่สามารถเก็บ 3 แต้มเต็มได้สำเร็จ ทำให้มีโอกาสสูงในการผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้าย ฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026
สรุป
นิวซีแลนด์ พบ อียิปต์ ชัยชนะ 3-1 ของอียิปต์เหนือนิวซีแลนด์ในคืนนี้ เป็นการพลิกกลับมาที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง จากการที่ทีมเล่นได้ไม่ดีนักในครึ่งแรก แต่กลับมาควบคุมเกมได้อย่างสมบูรณ์ในครึ่งหลัง โดยมีโมฮัมเหม็ด ซาลาห์เป็นผู้นำทัพที่โดดเด่นที่สุด ทั้งในฐานะผู้ทำประตูและผู้สร้างโอกาส ทำให้อียิปต์สร้างประวัติศาสตร์คว้าชัยชนะครั้งแรกในฟุตบอลโลก และก้าวขึ้นเป็นจ่าฝูงกลุ่ม G ได้สำเร็จ ขณะที่นิวซีแลนด์ต้องยอมรับความผิดหวังและต้องไปลุ้นต่อในนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม ข่าวฟุตบอลโลก2026
