อุรุกวัย พบ เคปเวิร์ด ศึกฟุตบอลโลก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม H นัดประวัติศาสตร์ระหว่าง อุรุกวัย กับ เคปเวิร์ด จบลงด้วยผลเสมอสุดดราม่า 2-2 ที่สนาม ไมอามี สเตเดียม เมืองไมอามี การ์เดนส์ รัฐฟลอริดา เมื่อวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา ฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026 เป็นเกมที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อทั้งสองทีมในการลุ้นเข้ารอบน็อกเอาต์ หลังต่างเปิดสนามด้วยผลเสมอกันมา โดยนี่ยังถือเป็นการพบกันครั้งแรกในประวัติศาสตร์ระหว่างสองชาตินี้ ทั้งในระดับทัวร์นาเมนต์และนัดกระชับมิตร ข่าวด่วนฟุตบอลโลก
เคปเวิร์ดสร้างประวัติศาสตร์เปิดสกอร์ก่อน

เกมนี้สร้างความตกตะลึงให้กับแฟนบอลทันที เมื่อในนาทีที่ 21 เควิน ปีน่า เขียนชื่อตัวเองลงในหน้าประวัติศาสตร์ ด้วยการยิงฟรีคิกระยะ 32 หลาอย่างหนักหน่วงทะลุกำแพงนักเตะอุรุกวัยเข้าประตูไปได้สำเร็จ เป็นประตูแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกของประเทศเคปเวิร์ด ก่อนหน้านี้ในนาทีที่ 19โรดริโก เบนตันกูร์ ก็ได้รับใบเหลืองจากการทำฟาวล์เชิงกลยุทธ์ ซึ่งกลายเป็นจังหวะที่นำไปสู่ลูกฟรีคิกประวัติศาสตร์นี้
อุรุกวัยไล่ตีเสมอก่อนหมดครึ่งแรก

หลังจากตกเป็นฝ่ายตามหลัง อุรุกวัยก็เร่งเครื่องตอบโต้อย่างหนัก โดยทัพลา เซเลสเต้สร้างแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง ด้วยค่า xG สูงถึง 1.93 จากการระดมยิงประตูเคปเวิร์ดไม่หยุด ก่อนที่ความพยายามจะเป็นผลในช่วงท้ายครึ่งแรก เมื่อโรดริโก เบนตันกูร์โขกบอลพุ่งเข้าหาประตู แม้บอลจะกระดอนจากกาบรัลและกระแทกฐานเสาประตู แต่ก็ทำให้โวซินญ่า ผู้รักษาประตูเซเข้าผิดทาง ก่อนที่แม็กซี่ อาราอูโฆจะไหวตัวเร็วที่สุด พุ่งโขกบอลที่กระดอนเข้าประตูไปได้สำเร็จในนาทีที่ 44 ทำให้สกอร์เป็น 1-1
ปิดท้ายครึ่งแรกด้วยประตูที่สองของอุรุกวัย

ก่อนหมดครึ่งแรกเพียงไม่กี่วินาที อุรุกวัยก็เพิ่มความได้เปรียบขึ้นไปอีก โดยแม็กซี่ อาราอูโฆเป็นผู้สร้างเกมในครั้งนี้ ก่อนที่จะกลายเป็นผู้จ่ายบอลในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ส่งบอลให้อากุสติน คาโนบบิโอจบสกอร์ในระยะใกล้ ทำให้อุรุกวัยขึ้นนำเคปเวิร์ด 2-1 เมื่อหมดครึ่งแรก หลังทดเวลาบาดเจ็บไปถึง 7 นาที เป็นการพลิกสถานการณ์ที่น่าประทับใจจากการตกเป็นฝ่ายตามหลังในช่วงต้นเกม
วาเรล่ายิงตีเสมอเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์

เข้าสู่ครึ่งหลัง เคปเวิร์ดก็สร้างเซอร์ไพรส์ให้กับทุกคนอีกครั้ง โดยเอลิโอ วาเรล่า ยิงตีเสมอได้สำเร็จ ซึ่งกลายเป็นประตูที่เร็วที่สุดของผู้เล่นสำรองชาวแอฟริกันในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก ด้วยเวลาเพียง 2 นาที 16 วินาที นับจากลงสนาม ซึ่งเป็นสถิติที่เร็วที่สุดนับตั้งแต่โรเจอร์ มิลล่ายิงให้แคเมอรูนพบกับรัสเซียในปี 1994 ที่ใช้เวลาเพียง 1 นาที 24 วินาที ทำให้สกอร์กลับมาเป็น 2-2 อีกครั้ง
เบนตันกูร์เซฟวินาทีสุดท้ายช่วยทีม
แม้เกมจะดำเนินไปอย่างดุเดือดจนถึงช่วงทดเวลาบาดเจ็บ แต่อุรุกวัยก็รอดพ้นจากความพ่ายแพ้ได้ โดยเคปเวิร์ดยังคงอยู่ในระยะที่สามารถสร้างความแตกต่างได้ และต้องการช่วงเวลามหัศจรรย์อีกครั้งเพื่อยับยั้งโมเมนตัมของอุรุกวัยที่กำลังพุ่งทะยาน โดยในช่วงท้ายเกมเคปเวิร์ดออกมาบุกอย่างหนักหลังพักครึ่งหลัง และได้ลูกเตะมุมจากการป้องกันของอาราอูโฆ ซึ่งปิโก โลเปสโขกบอลไปติดเสาออกไปอย่างหวุดหวิด แต่ในที่สุด โรดริโก เบนตันกูร์ ก็เข้าสกัดบอลในจังหวะสำคัญช่วงวินาทีสุดท้ายของเกม เพื่อรักษาผลเสมอให้กับทีม
สถิติของเกมที่สูสีจนนาทีสุดท้าย

ตลอดทั้งเกม ทั้งสองทีมต่างผลัดกันสร้างความตื่นเต้น โดยอุรุกวัยเข้าสู่เกมนี้ด้วยกองกลางที่เปี่ยมด้วยฝีเท้า นำโดยเฟเดริโก้ บัลเบร์เด้, มานูเอล อูการ์เต้ และโรดริโก เบนตันกูร์ ขณะที่เคปเวิร์ดพึ่งพาความเป็นระเบียบในเกมรับที่ช่วยให้พวกเขาเก็บผลเสมอประวัติศาสตร์กับสเปนได้มาก่อน โดยอุรุกวัยลงเล่นโดยไม่มีโรนัลด์ อราอูโฆ กองหลังตัวหลักที่บาดเจ็บกล้ามเนื้อน่อง ขณะที่เคปเวิร์ดยังคงใช้โวซินญ่า ผู้รักษาประตูวัยเก๋าเป็นเสาหลักในเกมรับเช่นเดิม
ความหมายทางประวัติศาสตร์ของเคปเวิร์ด
ผลเสมอครั้งนี้ตอกย้ำให้เห็นถึงการเดินทางที่น่าทึ่งของเคปเวิร์ดในทัวร์นาเมนต์นี้ เนื่องจากทีมเปิดตัวในฟุตบอลโลกครั้งแรกด้วยผลเสมอ 0-0 ที่น่าตื่นตาตื่นใจกับสเปน แชมป์ยุโรปคนปัจจุบัน ซึ่งเป็นผลงานที่เกิดจากฝีมือของโวซินญ่า ผู้รักษาประตูวัย 40 ปีที่กลายเป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำนัด ทำให้การได้แต้มเพิ่มอีกหนึ่งแต้มจากอุรุกวัยในนัดนี้ เป็นการตอกย้ำว่าทีมเล็กๆ จากแอฟริกาแห่งนี้ไม่ได้มาเล่นๆ ในเวทีระดับโลกครั้งนี้ เช็คตารางบอลโลกที่นี่
ผลกระทบต่อตารางคะแนนกลุ่ม H
ด้วยผลเสมอครั้งนี้ ทำให้ทั้งอุรุกวัยและเคปเวิร์ดต่างเก็บได้คนละ 2 แต้มจาก 2 นัด ขณะที่สเปนกลายเป็นจ่าฝูงกลุ่ม H ด้วย 4 แต้มเต็ม หลังเอาชนะซาอุดีอาระเบียไปได้ 4-0 ในวันเดียวกัน ทำให้กลุ่ม H ยังคงเปิดกว้างสำหรับการลุ้นในนัดสุดท้าย ที่ทุกทีมยังมีโอกาสผ่านเข้ารอบต่อไปได้ ฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026
สรุป
อุรุกวัย พบ เคปเวิร์ด ผลเสมอ 2-2 ระหว่างอุรุกวัยกับเคปเวิร์ดในคืนนี้ เป็นเกมที่เต็มไปด้วยอารมณ์และความผันผวนตลอด 90 นาที จากการที่ทีมเล็กอย่างเคปเวิร์ดกล้าท้าทายทีมใหญ่อย่างอุรุกวัยถึงสองครั้ง ก่อนที่ฝีมือป้องกันในวินาทีสุดท้ายของโรดริโก เบนตันกูร์จะช่วยรักษาแต้มสำคัญไว้ได้ ผลการแข่งขันนี้ทำให้กลุ่ม H ยังคงเปิดกว้างสำหรับทุกทีม และทุกอย่างจะถูกตัดสินในนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มที่จะมาถึง ผลบอลโลก
