มีคนบางคนที่ต้องล้มลุกหลายครั้งก่อนจะถึงที่ที่ควรอยู่ และมีคนบางคนที่พอถึงแล้วก็ยังไม่หยุดเดินหน้าต่อ แคน อติรุจ กิตติพัฒนะ คือทั้งสองอย่างนั้น — ชายจากสุโขทัยที่ใช้เวลากว่าสิบกว่าปีพิสูจน์ตัวเองในหลายเวที และทุกครั้งที่เวทีหนึ่งปิดลง เขาก็พบว่ามีเวทีใหม่ที่ใหญ่กว่ารออยู่
สุโขทัย เชียงใหม่ และเส้นทางที่เริ่มจากหน้าจอเคเบิล
อติรุจ กิตติพัฒนะ เกิดที่ตำบลเมืองสวรรคโลก อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนสวรรค์อนันต์วิทยา และระดับปริญญาตรีคณะการสื่อสารมวลชน สาขาการประชาสัมพันธ์และการโฆษณา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ประสบการณ์การทำงานในวงการบันเทิงชิ้นแรกคือรายการพาชิมอาหารทางช่อง cm สัญจร ช่อง WE TV เคเบิลทีวีเชียงใหม่ หน้าจอเล็กๆ ของเคเบิลในต่างจังหวัดคือจุดเริ่มต้นของคนที่ต่อมาจะยืนอยู่หน้ากล้องให้คนทั้งประเทศได้เห็น
สามครั้งบน The Star บทเรียนที่ไม่มีในตำรา

แคน อติรุจ เคยเข้าประกวดในรายการ เดอะสตาร์ ค้นฟ้าคว้าดาว มาแล้ว 2 ครั้ง คือปี 6 และปี 7 ทั้ง 2 ครั้งเขาผ่านเข้ารอบได้มากที่สุดเพียงรอบ 20 คนสุดท้ายเท่านั้น จนกระทั่งตัดสินใจมาประกวด เดอะสตาร์ ค้นฟ้าคว้าดาว ปี 8 อีกครั้ง จนได้รับตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 3
หนุ่มแคนไม่ละความพยายามที่จะเดินตามความฝันในการเป็นนักร้อง ตั้งหน้าตั้งตาฝึกฝน จนมาประกวดใน The Star 8 สามปีสามครั้ง นั่นไม่ใช่ความดื้อรั้น แต่คือความเชื่อในตัวเองที่หลายคนไม่มีพอ
ปีที่สาม แคนมาในฐานะตัวแทนภาคเหนือ และครั้งนี้เขาไปได้ไกลกว่าที่เคย ทั้งฝีมือที่พัฒนาและบุคลิกที่สุกงอมขึ้นในแบบที่คนดูรู้สึกได้ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 จึงไม่ใช่แค่ผลการแข่งขัน แต่คือบทสรุปของการพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดนิ่ง
หม่อมน้อย ลูกศิษย์ และบทเรียนที่ปากสอนไม่ได้
หลังจาก The Star ปิดฉากลง แคน อติรุจไม่ได้หยุดเรียนรู้ วันหนึ่งเขากลายเป็นลูกศิษย์ของ หม่อมน้อย หรือ ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล ผู้กำกับและนักเขียนบทชั้นครูของวงการบันเทิงไทย บทเรียนจากหม่อมน้อยไม่ใช่บทเรียนที่หาได้จากห้องเรียน แต่เป็นมุมมองที่ทำให้คนคนหนึ่งมองงานและมองชีวิตต่างออกไป
ผู้ประกาศข่าวช่อง 3 จากนักร้องสู่หน้าจอข่าว

ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2562 แคนย้ายมาเป็นผู้ประกาศข่าวทางช่อง 3 เอชดี และเริ่มรายการข่าวครั้งแรกคือ ข่าววันใหม่ โดยเริ่มดำเนินรายการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2563 ต่อมา วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2564 ได้เข้ามาเป็นหนึ่งในผู้ประกาศข่าว เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
ก่อนหน้านั้น ผลงานละครได้แก่ คู่กรรม (2556) รับบท รต.หม่อมเจ้าวิชญา และเคยเป็นพิธีกรรายการหลายรายการก่อนเข้าสู่แวดวงข่าว เส้นทางที่หลากหลายนั้นสร้างแคน อติรุจที่หน้ากล้องข่าวได้อย่างน่าสนใจ เพราะเขามีทั้งความเป็นนักบันเทิงที่อ่านคนออก และความเป็นนักสื่อสารที่รู้ว่าคนอยากฟังอะไร
คืนที่กดวางสายพี่หนุ่ม และวันที่โลกรู้จัก “แคน โหนกระแส”

นี่คือเที่ทุรื่องกคนพูดถึง และเป็นเรื่องที่บอกทุกอย่างเกี่ยวกับแคน อติรุจในประโยคเดียว
คืนนั้นแคนหลับไปแล้ว เพราะปกติอ่านข่าวเช้าตอนตี 5 ครึ่ง ต้องตื่นตี 3 กว่า เลยหลับตั้งแต่ 3 ทุ่ม พอตอน 5 ทุ่ม มีเสียงโทรศัพท์ดัง ผมคิดว่าเป็นเสียงนาฬิกาปลุกเลยกดวาง สักพักพี่ทีมข่าวเที่ยงคอลไลน์มา เขาบอกว่าแคนกดตัดสายพี่หนุ่ม กรรชัย
เมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2566 แคน อติรุจ ได้รับการติดต่อจาก กรรชัย กำเนิดพลอย ให้มาดำเนินรายการโหนกระแสแทน 1 วัน และเมื่อดำเนินรายการแล้ว ก็ได้รับความนิยมและได้รับคำชื่นชมจากผู้ชมในสื่อสังคมเป็นจำนวนมาก จนได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดำเนินรายการสำรองอีก 1 คน
ความฝันที่ยังไม่สิ้นสุด เวทีราชมังฯ และชีวิตที่สมบูรณ์
แคน อติรุจ ยังคงมีความฝันว่าอยากร้องเพลงในสนามราชมังคลากีฬาสถาน — ความฝันที่ยังคงอยู่แม้ชีวิตจะพาเขาไปสู่เส้นทางอื่นแล้ว บางทีความฝันไม่ได้มีไว้เพื่อให้เกิดขึ้นในทันที แต่มีไว้เพื่อเป็นเชื้อเพลิงให้กับทุกสิ่งที่ทำในวันนี้
ชีวิตส่วนตัว แคนสมรสกับ พ.ญ.ศิดลยา สุทธิพงษ์เกียรติ หรือ หมอใบชา จักษุแพทย์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ซึ่งเป็นเพื่อนของน้องสาว หลังจากคบหาดูใจกันมา 4 ปี และเมื่อวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2568 ได้จัดพิธีสมรสที่โรงแรม The Athenee Hotel Bangkok อย่างเป็นทางการ
การเป็น แคน อติรุจ ทุกวันสนุกหมดเลย ความโชคดีคือถ้าคุณได้ทำงานที่คุณชอบ มันจะเปลี่ยนความคิดคุณแน่นอน มันแตกต่างกันระหว่างคนที่อยากตื่นไปทำงานกับคนที่ตื่นมาวันหยุดแล้วดีใจจัง — นั่นคือคำอธิบายของคนที่เดินมาถูกทาง
