ระยองเป็นจังหวัดที่คนไทยส่วนใหญ่รู้จักในสองบทบาท — เมืองอุตสาหกรรมปิโตรเคมีขนาดใหญ่ และแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลทางตะวันออก
แต่มีสิ่งหนึ่งที่ระยองมีและไม่ค่อยมีใครพูดถึง นั่นคือ สับปะรดทองระยอง ผลไม้ที่ได้รับการรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา มีรสชาติเฉพาะตัวที่ต่างจากสับปะรดพันธุ์อื่น และเป็นพืชเศรษฐกิจที่ผูกพันกับวิถีชีวิตชาวสวนในพื้นที่มาหลายชั่วอายุคน
และจากสับปะรดต้นนี้ คือจุดเริ่มต้นของ ภูเสม็ด
เมื่อขวดแก้วใบหนึ่งเล่าเรื่องท้องถิ่น
ชื่อ Beyond Spirit ในภาษาอังกฤษนั้นตั้งใจพ้องกับคำว่า Spirit ทั้งในความหมายของ “สุรา” และ “จิตวิญญาณ” พร้อมกัน และนั่นคือสิ่งที่ ภูเสม็ด พยายามบรรจุลงในขวดแก้วใบนั้น ไม่ใช่แค่แอลกอฮอล์ แต่คือเรื่องเล่าของพื้นที่ กลิ่นของผลไม้ที่ปลูกโดยมือเกษตรกรท้องถิ่น และความภูมิใจของคนระยองที่อยากให้โลกได้รู้จักบ้านของตัวเอง
แนวคิด “เพิ่มมูลค่าจากท้องถิ่น” ที่ ภูเสม็ด ยึดถือไม่ใช่เรื่องใหม่ในยุคที่สุราชุมชนกำลังเติบโตทั่วไทย แต่สิ่งที่น่าสนใจคือวิธีที่พวกเขาเลือกทำมัน ด้วยการมองสับปะรดซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของจังหวัดในฐานะวัตถุดิบที่มีศักยภาพมากกว่าแค่ผลไม้สดหรือสับปะรดกระป๋อง
สับปะรดทองระยอง วัตถุดิบที่รอคนมองเห็น

สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI คือเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้บริโภคเข้าใจว่าสินค้านั้นมีลักษณะพิเศษต่างไปจากสินค้าจำพวกเดียวกันที่ผลิตขึ้นจากแหล่งอื่น ซึ่งจะส่งผลให้สินค้านั้นมีราคาสูงขึ้น
สับปะรดทองระยอง ไม่ได้เป็นแค่ผลไม้ธรรมดา มันคือผลผลิตจากดินระยองที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในเรื่องรสชาติและความหอม ซึ่งเมื่อนำมากลั่นเป็นสุรา กลิ่นและรสชาติเหล่านั้นไม่ได้หายไป แต่กลับถูกกักเก็บและเข้มข้นขึ้น
นี่คือสิ่งที่ ภูเสม็ด ค้นพบ และเป็นจุดขายที่ไม่มีแบรนด์อื่นจากที่อื่นในโลกจะลอกเลียนได้ เพราะสับปะรดทองระยองที่ปลูกในดินระยองและเก็บเกี่ยวโดยชาวระยองนั้น คือเรื่องราวที่เป็นของภูเสม็ดแต่เพียงผู้เดียว
เซียนสับปะรดกับคนรุ่นใหม่ การจับมือที่ทำให้เกิดอะไรใหม่
หนึ่งในสิ่งที่น่าสนใจที่สุดในเรื่องของ ภูเสม็ด คือโมเดลความร่วมมือระหว่างรุ่น
“เซียนสับปะรด” คือคำที่บอกว่าความรู้ด้านพืชผลนั้นต้องการเวลาสะสมนับสิบปี เกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดระยองที่เข้าร่วมกับ ภูเสม็ด คือคนที่รู้ดีที่สุดว่าผลไหนสุกพอดี ฤดูไหนให้ผลหวานที่สุด และวิธีการคัดเลือกที่ทำให้ได้วัตถุดิบชั้นดีที่สุดสำหรับการกลั่น
ขณะที่คนรุ่นใหม่ที่เข้ามาสร้าง ภูเสม็ด นำมาซึ่งทักษะที่เซียนสับปะรดไม่มี ทั้งความรู้ด้านการกลั่น การออกแบบแบรนด์ การเล่าเรื่อง และการเชื่อมตลาดใหม่ให้กับผลผลิตที่เคยถูกมองว่าเป็นแค่ของสด
การจับมือนี้ไม่ใช่แค่การทำธุรกิจ แต่คือการส่งต่อความรู้ข้ามรุ่นในรูปแบบที่ทั้งสองฝ่ายได้ประโยชน์จริงๆ
ทำไมต้องเป็น “ขวดแก้ว” และทำไมมันสำคัญ
การที่ ภูเสม็ด เลือกใช้ขวดแก้วเป็นบรรจุภัณฑ์หลัก ไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงาม แต่มีนัยยะที่ลึกกว่านั้น
ขวดแก้วในวงการสุรากลั่นไทยคือสัญลักษณ์ของการยกระดับ ของการบอกว่าสิ่งที่อยู่ข้างในนั้นมีคุณค่าพอที่จะบรรจุในภาชนะที่ดี มันต่างจากขวดพลาสติกใสราคาถูกที่สุราท้องถิ่นหลายรายยังคงใช้ และนั่นคือการส่งสัญญาณครั้งแรกว่า ภูเสม็ด ไม่ได้อยากเป็นแค่สุราชุมชนที่ขายในงานวัด แต่อยากเป็นcraft spiritsไทยที่ยืนได้บนชั้นวางเดียวกับสุราต่างประเทศ
คลื่นลูกใหม่ของสุราท้องถิ่นไทย

ภูเสม็ดไม่ได้ก้าวเดินบนถนนสายนี้คนเดียว ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กระแสสุราชุมชนและcraft spirits ไทยเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทั่วประเทศ
ผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์คนไทยไม่ใช่แค่ภาพสะท้อนของการสังสรรค์เท่านั้น แต่มันยังเป็นสิ่งที่ยึดโยงกับภูมิปัญญาชุมชน และวิถีชีวิตอย่างคนท้องถิ่น
ทิศทางนี้สอดคล้องกับโมเดลของ ภูเสม็ด อย่างสมบูรณ์แบบ เพราะสับปะรดทองระยองไม่ใช่แค่วัตถุดิบ แต่คือ “ภูมิปัญญา” ที่สะสมมาจากรุ่นสู่รุ่น และภูเสม็ดคือคนที่เลือกจะนำมันออกมาให้คนนอกได้รับรู้
เพิ่มมูลค่าที่ไม่ใช่แค่ตัวเลขราคา
การแปรรูปให้ได้เป็นสิ่งสำคัญ เพราะนอกจากการเพิ่มมูลค่าแล้ว ยังช่วยยืดอายุ ส่งทางไกลได้สะดวก เพิ่มกลุ่มลูกค้าได้อีกมากมาย
สิ่งที่ ภูเสม็ด ทำกับสับปะรดระยองคือการแปรรูปในระดับที่ลึกกว่าสับปะรดกระป๋องหรือน้ำสับปะรด มันคือการแปลงผลไม้ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่คนดื่มจะนึกถึงระยอง ซึ่งหมายความว่าทุกขวดที่ขายออกไปคือการส่งต่อเรื่องราวของจังหวัดและของเกษตรกรที่ปลูกสับปะรดลงในนั้นด้วย
นั่นคือมูลค่าที่ไม่สามารถวัดเป็นตัวเลขได้ แต่เป็นสิ่งที่สุราท้องถิ่นระยองยี่ห้อนี้ภูมิใจที่สุด
เรื่องของคนที่เลือกกลับบ้าน
คนรุ่นใหม่กลับบ้านพัฒนาถิ่นบ้านเกิดช่วยเหลือชุมชนอยู่ดีกินดี จัดตั้งวิสาหกิจชุมชน รับซื้อผลผลิตและแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม จำหน่ายสินค้าผ่านตลาดออนไลน์ และร้านขายของฝาก จนกลายเป็นสินค้าของดีประจำจังหวัด
เรื่องราวแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำๆ ในหลายจังหวัดทั่วไทย และ ภูเสม็ด คือเวอร์ชันระยองของมัน คนที่เข้าใจทั้งสองโลก ทั้งโลกของเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดและโลกของผู้บริโภคในเมืองที่อยากดื่มอะไรที่มีเรื่องราว คือคนที่สามารถเชื่อมสองโลกนั้นเข้าหากันได้
ภูเสม็ด คือ ของดีจากระยอง จึงไม่ใช่แค่แบรนด์สุรา แต่คือจุดเชื่อมระหว่างดิน กลิ่น และคน ที่บอกว่าของดีไม่จำเป็นต้องมาจากต่างประเทศ บางทีมันอยู่ในสวนสับปะรดใกล้บ้านนั่นเอง รอแค่คนที่กล้ามองมันในมุมใหม่
