บราซิล พบ โมร็อกโก 14 มิถุนายน 2569 – อีสต์ รัทเทอร์ฟอร์ด, นิวเจอร์ซีย์ หนึ่งในคู่ที่ถูกจับตามองมากที่สุดของรอบแบ่งกลุ่ม ฟีฟ่าเวิล์ดคัพ 2026 อย่าง บราซิล พบ โมร็อกโก ในศึกกลุ่ม C จบลงด้วยผลเสมอ 1-1 ที่สนามเมตไลฟ์ สเตเดียม เมืองอีสต์ รัทเทอร์ฟอร์ด รัฐนิวเจอร์ซีย์ ต่อหน้าผู้ชมจำนวนมหาศาลถึง 80,663 คน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในบรรยากาศที่ดุเดือดที่สุดของทัวร์นาเมนต์นี้จนถึงตอนนี้ ข่าวฟุตบอลโลก
โมร็อกโกเปิดเกมได้สวย ขึ้นนำก่อนช่วงต้น

ก่อนเริ่มเกม ทั้งสองทีมต่างมีอันดับโลกที่ใกล้เคียงกัน โดยบราซิลแชมป์โลก 5 สมัยอยู่ในอันดับที่ 6 ของฟีฟ่า ขณะที่โมร็อกโกอยู่อันดับ 7 เป็นรองเพียงอันดับเดียว ทำให้นัดนี้ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในแมตช์ที่มีความสูสีสูงที่สุดของรอบแบ่งกลุ่ม โมร็อกโกเป็นฝ่ายเริ่มเกมได้ดีกว่า โดยทีมสิงโตคำรามคุมเกมได้ในช่วงต้นและสร้างปัญหาให้กับแนวรับบราซิลด้วยการเล่นบอลเร็วและการกดดันที่ดุดัน ก่อนที่ความพยายามนั้นจะออกผล เมื่อ อิสมาเอล ไซบารี ยิงเปิดสกอร์ได้ในนาทีที่ 20 ด้วยลูกยิงเท้าขวาจากนอกกรอบเขตโทษ โดยจังหวะนี้เกิดขึ้นจากการสวนกลับอย่างรวดเร็ว และ บราฮิม ดิแอซ เป็นผู้จ่ายบอลทะลุทะลวงที่แม่นยำให้กับไซบารี
ก่อนหน้านี้ ทางฝั่งบราซิลก็มีโอกาสทำประตูเช่นกัน แต่อิกอร์ ไทอาโก ยิงโหม่งพลาดในระยะประชิดในนาทีที่ 14 หลังได้รับบอลโยนจากวินิซิอุส ซึ่งเป็นจังหวะที่ทำให้แฟนบอลเสียดายอย่างมาก เพราะไทอาโกเพิ่งทำผลงานยิงประตูได้ถึง 22 ลูกในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลแรกกับเบรนท์ฟอร์ด ผลบอลสดที่นี่
วินิซิอุส ทวงคืนความเสมอภาคในเกมรับโล่ 50 นัด บราซิล พบ โมร็อกโก

แม้จะตกเป็นฝ่ายตามหลัง แต่บราซิลก็ไม่ปล่อยให้สถานการณ์เลวร้ายไปกว่านี้ เพราะ วินิซิอุส จูเนียร์ ทำประตูตีเสมอได้สำเร็จ ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญในนัดที่เขาลงเล่นให้ทีมชาติครบ 50 นัด ทำให้สกอร์กลับมาเสมอกัน 1-1 และทำให้เกมในครึ่งแรกกลับมาคุกรุ่นอีกครั้ง ภาพรวมของครึ่งแรกจึงเป็นไปอย่างสมน้ำสมเนื้อ โดยครึ่งแรกของเกมจบลงด้วยสกอร์ 1-1 หลังจาก 45 นาทีที่เปิดเกมได้อย่างสนุกสนานที่เมตไลฟ์ สเตเดียม
ช่วงท้ายเกมดุเดือด ทั้งสองทีมต่างมีโอกาสคว้าชัย
เกมยิ่งเข้มข้นมากขึ้นในช่วงท้าย โดยเชมส์ดีน ทาลบี้ ของโมร็อกโกเกือบทำประตูที่สองได้สำเร็จ ด้วยการเปิดบอลข้ามหน้าประตูบราซิลอย่างอันตราย แต่ไม่มีเพื่อนร่วมทีมอยู่ในตำแหน่งที่จะรับบอลได้ จากนั้นบราซิลก็สวนกลับมาทันที โดยเกิดจังหวะหวาดเสียวสุดๆ เมื่ออิสซา ดิยอป กองหลังโมร็อกโก ทำผิดพลาดร้ายแรงด้วยการแบ็กพาสที่หลงทิศทาง ทำให้บอลตกไปอยู่ในเท้าของราฟินญ่าซึ่งพร้อมจะทะลุเข้าไปยิงประตูได้ทันที แต่ยาสซีน บูนู ผู้รักษาประตูโมร็อกโก แสดงความว่องไวและความกล้าหาญอย่างยอดเยี่ยม พุ่งออกจากเส้นประตูเพื่อสไลด์สกัดบอลออกไปได้สำเร็จก่อนที่ราฟินญ่าจะทำประตูได้ ถือเป็นการรอดพ้นจากสถานการณ์ที่หวาดเสียวอย่างมากของโมร็อกโก ไม่นานหลังจากนั้น บราซิลก็เป็นฝ่ายได้โอกาสคุกคามอีกครั้ง โดยราฟินญ่ายิงบอลด้วยลูกยิงต่ำที่หนักหน่วง แต่บูนูก็เซฟไว้ได้อีกครั้งอย่างสำคัญ ซึ่งจังหวะนี้ทำให้บูนูดูเหมือนจะรู้สึกเจ็บที่ข้อเท้าซ้ายระหว่างพักจากการปะทะนั้น
สรุปภาพรวมและความหมายต่อกลุ่ม C
บราซิล พบ โมร็อกโก ผลเสมอ 1-1 ในนัดนี้ถือเป็นการเริ่มต้นที่สมเหตุสมผลสำหรับทั้งสองทีม เมื่อพิจารณาจากศักยภาพที่สูสีกันของทั้งสองฝ่าย แม้บราซิลจะเข้าทัวร์นาเมนต์นี้ในฐานะหนึ่งในทีมเต็ง แม้จะขาดเนย์มาร์ไปก็ตาม ขณะที่โมร็อกโกก็เดินทางมาด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างชื่อในฐานะหนึ่งในทีมที่อันตรายที่สุดของฟุตบอลโลกระดับนานาชาติ
สำหรับกลุ่ม C ฟีฟ่าเวิล์ดคัพ 2026 การแบ่งแต้มกันคนละ 1 แต้มในนัดเปิดสนามทำให้สถานการณ์ในกลุ่มยังเปิดกว้าง ทั้งสองทีมจะต้องกลับไปทบทวนทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนที่เผยออกมาในเกมนี้ ไม่ว่าจะเป็นความผิดพลาดในแนวรับของโมร็อกโก หรือโอกาสที่บราซิลยังทำประตูไม่ได้มากเท่าที่ควร ก่อนที่จะต้องลงสนามในนัดต่อไปของรอบแบ่งกลุ่มซึ่งจะเป็นตัวชี้ชะตาสำคัญสำหรับการลุ้นเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้าย อัปเดตข่าวฟุตบอลโลก
