ฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026 | กลุ่ม C | นัดแรก วันที่ : เสาร์ที่ 13 มิถุนายน 2026 เวลา : 18.00 น. ET / 05.00 น. วันอาทิตย์ที่ 14 มิ.ย. ตามเวลาไทย สนาม : MetLife Stadium อีสต์รัทเทอร์ฟอร์ด รัฐนิวเจอร์ซีย์ อ่านต่อข่าวบอลโลก
เปิดฉาก คู่ที่โลกรอดู
บราซิล VS โมร็อกโก เปิดฉากกลุ่ม C ในวันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน เวลา 18.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออก ที่ MetLife Stadium อีสต์รัทเทอร์ฟอร์ด รัฐนิวเจอร์ซีย์ สนามอเนกประสงค์ที่จะกลายเป็นเวทีชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกในวันที่ 19 กรกฎาคม ทำให้นัดนี้มีนัยสำคัญยิ่งกว่าแค่การเปิดตัวในรอบแบ่งกลุ่ม
บราซิลมาในฐานะหนึ่งในเต็งชนะเลิศ ไล่ล่าแชมป์โลกสมัยที่ 6 ด้วยคลังแสงรุกที่น่าเกรงขามที่สุดในสนาม ส่วนโมร็อกโกที่เคยฝากรอยไว้ที่รอบรองชนะเลิศในปี 2022 ก็ไม่ใช่แขกที่จะยืนรับโดนฝ่ายเดียว นัดนี้คือการตอบคำถามว่าราชสีห์แห่งแอตลาสยังคมพอที่จะเจ็บปวดได้อีกไหม เช็ควันเวลาในการแข่ง
บราซิล (เซเลเซา) ฝันที่รอคอยมา 24 ปี

🇧🇷 บราซิล ราชาแห่งสนามโลก
บราซิลคือทีมชาติที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก ด้วยแชมป์ทั้งสิ้น 5 สมัยในปี 1958, 1962, 1970, 1994 และ 2002 เพียงชาติเดียวในโลกที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกมาทุกครั้งตั้งแต่เริ่มจัดการแข่งขัน ทำให้ “เซเลเซา” หรือ “ทัพแซมบ้า” กลายเป็นสัญลักษณ์ของฟุตบอลโลกที่แยกออกจากกันไม่ได้ ฟุตบอลโลก 2026 คือภารกิจสำคัญที่บราซิลตั้งเป้ายุติช่วงเวลาที่ห่างหายจากถ้วยแชมป์มายาวนานถึง 24 ปี ภายใต้การนำทัพของ คาร์โล อันเชลอตติ กุนซือระดับตำนาน แต่กลับต้องเผชิญปัญหาใหญ่ตั้งแต่ต้น เมื่อ เนย์มาร์มีอาการบาดเจ็บน่องขวา และต้องพักประมาณ 2-3 สัปดาห์ ทำให้มีความเสี่ยงต่อการพลาดแมตช์แรกที่บราซิลจะพบกับโมร็อกโกวันที่ 13 มิถุนายน รอยเตอร์สยืนยันว่าเนย์มาร์จะพลาดการแข่งขันนัดแรกอย่างแน่นอน และยังไม่มีข้อบ่งชี้ใดๆ ว่าเขาจะลงเล่นในเกมกลุ่มนัดต่อๆ ไปกับเฮติและสก็อตแลนด์หรือไม่
อันดับฟีฟ่า : 5 โลก
บราซิลจบอันดับที่ 5 ในรอบคัดเลือกโซน CONMEBOL ด้วย 28 คะแนน ซึ่งถือว่าต่ำกว่าที่คาดสำหรับทีมระดับนี้ แต่โค้ช คาร์โล อันเชลลอตติ เข้ามาพลิกทุกอย่างด้วยปรัชญาที่ชัดเจน — 4-3-3 ที่ขับเคลื่อนด้วยผู้เล่นระดับโลก
ดาวดังที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือ วินิซิอุส จูเนียร์ (Real Madrid) กองหน้าซ้ายที่กลายเป็นศูนย์กลางของโปรเจกต์อันเชลลอตติ หลังจากสร้างชื่อในฐานะหนึ่งในนักเตะที่ตัดสินเกมได้มากที่สุดในโลก
แนวรบหลักของบราซิล :
- วินิซิอุส จูเนียร์ (Real Madrid) ทำ 16 ประตู 5 แอสซิสต์ในลาลีกาฤดูกาลนี้ ความเร็วของเขาทำให้แนวรับที่นั่งรอลึกๆ อย่างโมร็อกโกประสบปัญหาเสมอ
- ราฟินญา (Barcelona) ทำ 13 ประตู 3 แอสซิสต์ในลาลีกา มาในฟอร์มที่ดีที่สุดในชีวิต พร้อมเป็นอาวุธปีกขวาที่อันตราย
- นีมาร์ (Santos) กลับมาในทีมชาติอีกครั้งในวัย 34 ปี ในฐานะผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลของบราซิล นี่อาจเป็นฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายของเขา
- บรูโน กิมาไรส์ (Newcastle) กลางสนามที่เป็นเครื่องยนต์แห่งพลังงาน คุมจังหวะและตัดเกมฝ่ายตรงข้าม
- อาลิสซง (Liverpool) ผู้รักษาประตูระดับโลกที่ป้องกันได้และเริ่มเล่นเท้าได้ดีเยี่ยม
- มาร์กีนโญส (PSG) กัปตันและแกนหลังสายที่มีประสบการณ์ฟุตบอลโลก 3 ครั้ง
เอ็นดริกและมาเตอุส คูนญา คือตัวเลือกในแนวรุก โดยคูนญาหรืออีกอร์ เตียโกจะทำหน้าที่กองหน้าตัวเป้า ขณะที่เอ็นดริกเป็นผู้เล่นที่ต้องจับตาหลังจากโชว์ฟอร์มดีในยืมตัวที่ลียง
โมร็อกโก (ราชสีห์แห่งแอตลาส) ยุคใหม่ที่ไม่กลัวใคร

🇲🇦 โมร็อกโก ราชสีห์แห่งแอตลาสที่โลกต้องเกรง
ในฟุตบอลโลก 2022 โมร็อกโกพลิกเอาชนะโปรตุเกส 1-0 ในรอบก่อนรองชนะเลิศ สร้างประวัติศาสตร์เป็นทีมแรกจากทวีปแอฟริกาที่เข้าถึงรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก และนั่นไม่ใช่จุดสูงสุดของพวกเขา เพราะโมร็อกโกของวาลิด เรกรากียังสร้างสถิติชนะต่อเนื่อง 16 นัดติดต่อกัน ทำลายสถิติเดิมของสเปน พร้อมยิงไปถึง 50 ประตูและเสียเพียง 4 ประตูตลอดระยะเวลา 19 เดือน ทำให้โมร็อกโกเข้าสู่ฟุตบอลโลก 2026 ในฐานะทีมที่น่ากลัวที่สุดของแอฟริกา และเป็นหนึ่งในม้ามืดที่อันตรายที่สุดของทัวร์นาเมนต์ การดวลกับบราซิลในนัดเปิดสนามจึงไม่ใช่เกมง่ายๆ สำหรับ “ทัพแซมบ้า” แม้แต่น้อย ⚽🔥
อันดับฟีฟ่า : 8 โลก (สูงสุดในแอฟริกา)
โค้ช โมฮัมเหม็ด อัลอวาบี ประกาศทีม 26 คนที่รักษาแกนหลักจากยุค 2022 ไว้ครบถ้วน ทั้ง ยาซีน บูนู, อัชราฟ ฮากีมี, นุสสาอีร์ มาซราอุย, โซฟยาน อัมราบัต และ บราฮิม ดิอัซ แต่ขาด ยูซุฟ เอน-เนสรี และ ฮากิม ซิยาช ซึ่งบ่งบอกถึงทิศทางใหม่ที่เน้นความสดและพลังงาน
แนวรบหลักของโมร็อกโก :
- อัชราฟ ฮากีมี (PSG) แบ็กขวาที่ถือเป็นหนึ่งในดีที่สุดในโลก เป็นผู้นำทีมทั้งในและนอกสนาม ความเร็วและการอ่านเกมของเขาทำให้อันตรายทั้งรับและรุก
- โซฟยาน อัมราบัต มิดฟิลด์ตัวรับที่เป็นกาวใจของระบบ หากวางมิดฟิลด์นั่งรอ อัมราบัตคือตัวเลือกแรก
- บราฮิม ดิอัซ มิดฟิลด์รุกที่ผ่านทั้ง Real Madrid และ AC Milan ตัวสร้างสรรค์ที่สำคัญที่สุดในทีม
- อาโยบ เอล กาบี ทำ 18 ประตูใน 25 นัดในกรีกซูปเปอร์ลีก เป็นตัวเก็บประตูที่น่าเชื่อถือที่สุดในทีม
- ยาซีน บูนู ผู้รักษาประตูที่พิสูจน์ตัวเองในเวทีนานาชาติแล้วตั้งแต่ฟุตบอลโลก 2022
สถิติที่น่าสนใจ โมร็อกโกชนะทุกนัดในฟุตบอลโลก 8 นัดติดต่อกัน รวมรอบคัดเลือก ตัวเลขที่บอกว่าทีมนี้ไม่แพ้บนเวทีใหญ่มานานมากแล้ว
ฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026 สถิติการพบกัน
ทั้งสองทีมเคยพบกันในฟุตบอลโลกเพียงครั้งเดียว ในปี 1998 ที่ฝรั่งเศส ซึ่งบราซิลชนะ 3-0 แต่นั่นคือคนละยุค คนละทีม และคนละระดับของโมร็อกโกที่ตอนนี้ทำให้ยุโรปเจ็บปวดได้แล้ว
บทวิเคราะห์เชิงยุทธวิธี เมื่อโจมตีพบกำแพง
เกมนี้คือการชนกันของสองปรัชญาที่แตกต่างกันสุดขั้ว
บราซิล จะพยายามครองบอลตั้งแต่นาทีแรก อันเชลลอตติใช้ 4-3-3 ที่ให้วินิซิอุสและราฟินญาฉีกแนวรับด้วยความเร็ว ขณะที่บรูโนและปาเกตาสร้างจังหวะจากกลางสนาม ถ้าบราซิลเปิดเกมได้ตามแผน โมร็อกโกจะเจอแรงกดดันตลอดเวลา
โมร็อกโก ภายใต้ดีเอ็นเอที่สืบทอดมาจากยุค 2022 จะถอยลึก จัดแนว 4-4-2 หรือ 5-4-1 ที่แน่นหนา รอให้บราซิลผิดพลาดแล้วโต้กลับผ่านฮากีมีและบราฮิม ดิอัซ โมร็อกโกใช้การครองบอลน้อยกว่าฝ่ายตรงข้ามในเกือบทุกนัดในฟุตบอลโลก 2022 แต่ยังสามารถเก็บแต้มจากทีมแถวหน้าของยุโรปได้
ปัญหาของบราซิลคือ แนวรับที่ยังไม่เสถียร อันเชลลอตติเสียประตูให้ญี่ปุ่น 3 ลูก และให้ฝรั่งเศส 2 ลูกในเกมกระชับมิตร ซึ่งชี้ให้เห็นจุดอ่อนที่โมร็อกโกอาจใช้ประโยชน์ได้
ราคาบอลและทีเด็ด
ราคาบราซิลชนะ -175, เสมอ +300 และโมร็อกโกชนะ +425
ราคาโดยรวม :
- บราซิลชนะ : -160 ถึง -175
- เสมอ : +300
- โมร็อกโกชนะ : +425 ถึง +475
ทีเด็ด : บราซิลชนะ / Under 2.5 ประตู เพราะโมร็อกโกเป็นทีมที่มีวินัยเกมรับสูง เล่นกันเป็นระบบและไม่ค่อยเปิดพื้นที่ให้คู่แข่งเข้าทำง่าย ๆ ส่งผลให้โอกาสที่จะเห็นเกมสกอร์สูงมีค่อนข้างจำกัด ขณะที่บราซิลยังคงเหนือกว่าทั้งคุณภาพนักเตะและความสามารถเฉพาะตัวในแนวรุก แม้อาจไม่ใช่เกมที่ยิงกันถล่มทลาย แต่ด้วยความเฉียบคมและประสบการณ์ในเกมใหญ่ วิเคราะห์บอล เชื่อว่าทัพแซมบ้ามีดีพอที่จะหาจังหวะเจาะแนวรับโมร็อกโกและเก็บชัยชนะได้สำเร็จ โดยราคา Under 2.5 ประตู ที่เปิดมา ถือว่าน่าสนใจสำหรับสายที่เชื่อมั่นในความแข็งแกร่งของแนวรับโมร็อกโกและรูปเกมที่เน้นความรัดกุมของทั้งสองทีม
ปัจจัยพิเศษที่ต้องจับตา
1. วินิซิอุสกับฮากีมี ดวลแบ็กกับปีก การประกบกันของปีกซ้ายบราซิลและแบ็กขวาโมร็อกโกจะเป็นปัจจัยชี้ขาดที่สุดในเกม ใครได้เปรียบคนนั้นชนะ
2. ฟอร์มนีมาร์ ถ้าเขาสมบูรณ์จริง บราซิลมีอีกมิติที่โมร็อกโกไม่มีทางหยุดได้ ถ้าเขาไม่ฟิต อาจเป็นตัวแปรที่ทำให้ทีมเสียสมดุล
3. โค้ชใหม่ของโมร็อกโก วาลิด เรกรากี ลาออกในเดือนมีนาคม 2026 และอัลอวาบีเข้ามารับงาน เช่นเดียวกับที่เกิดก่อนฟุตบอลโลก 2022 ซึ่งก็ไม่ได้หยุดโมร็อกโกจากการผ่านรอบกลุ่มในฐานะผู้นำกลุ่ม
4. MetLife Stadium สนาม 82,500 ที่นั่งที่จะเป็นเวทีชิงชนะเลิศ บรรยากาศจะเต็มไปด้วยแฟนบอลชาวบราซิลและโมร็อกโกจำนวนมากที่อาศัยอยู่ในภาคตะวันออกของสหรัฐฯ
5. แนวรับบราซิลที่ยังมีเครื่องหมายคำถาม ฟอร์มล่าสุด 5 นัดของบราซิล W-L-D-W-L บ่งบอกความไม่เสถียรที่โมร็อกโกสามารถใช้ประโยชน์ได้หากรอจังหวะโต้กลับได้ดีพอ
สรุปบทวิเคราะห์
นัดเปิดกลุ่ม C คือหนึ่งในเกมที่น่าตื่นเต้นที่สุดในรอบแบ่งกลุ่มทั้งหมด บราซิลมีทุกอย่างบนกระดาษ แต่โมร็อกโกพิสูจน์แล้วในปี 2022 ว่าไม่มีทีมไหนในโลกที่พวกเขาไม่กล้าสู้ด้วย
คำทำนายสุดท้าย : บราซิลชนะ 1-0 ประตูจาก วินิซิอุส จูเนียร์ ในครึ่งหลัง บนเกมที่บราซิลครองแต่โมร็อกโกอดทนได้ถึงนาทีสุดท้าย ก่อนที่ความแตกต่างระดับผู้เล่นจะตัดสินทุกอย่าง โปรแกรมฟุตบอลโลก 2026
