มีด เขียง เขียนไปแล้ว ตอนนี้ถึงคิว ครก นี่ไม่มีไม่ได้ ถ้านึกว่าใช้เครื่องปั่นไฟฟ้าแทนได้ ทีเครื่องแกงเผ็ด ผัดเผ็ด ก็ซื้อที่ตลาดอยู่แล้ว ถึงเครื่องไฟฟ้าจะใช้งานได้หลายอย่าง แต่ใช้ตำน้ำพริกกะปิ ตำพริกไทย รากผักชี กระเทียม ไม่ได้ กรอบอาหารไทยมีต้ม ยำ ตำ แกง ตำนั้นต้องใช้ครก

ครก เป็นของคู่คิด มิตรคู่บ้าน จะทำอะไร จะใช้ครกอย่างไร มีสัญชาตญาณในการตำกันทุกคน เอาเป็นว่าจะตำถั่วลิสงต้องออกแรงขนาดไหน ถึงจะหยาบๆ หรือแหลกละเอียด หรือตำกุ้งแห้ง ปลากรอบ จะเอาละเอียดฟูเป็นปุยแค่ไหน สมองกับมือสัมพันธ์กันแบบอัตโนมัติ 

ครก เครื่องมือคู่ครัวไทย ที่มีประโยชน์ตั้งแต่บดของสารพัดในครัว จนไปถึงใช้จำนำ

แล้วครกนี่ยังทำให้น่ากินอย่างไม่รู้ตัว ถ้าตำเครื่องแกงสำหรับทอดมันหัวปลี ทอดมันปลากราย วิธีตำที่น่าจะทำ ต้องตำให้พริกแห้งหยาบๆ หรือที่เรียกว่าลอยใบ แม้กระทั่งแกงส้ม ถ้าพริกแห้งลอยใบแสดงว่าตำเครื่องแกงด้วยมือ ความน่ากินก็เกิดขึ้นเอง 

เมื่อก่อนมีร้านอาหารไทยชื่อ ‘ส.หญิงไทย’ อยู่ตรงขอบวงกลมของสี่กั๊กพระยาศรี ที่เดี๋ยวนี้กลายเป็นห้างขายนาฬิกา Rolex ไปแล้ว ฝีมือเด็ดขาดมาก ลูกค้าเป็นพวกช่างกิน ที่อร่อยก็มีแกงเขียวหวานเนื้อ ไข่เจียวปู และผัดเผ็ดปลาดุกที่ทุกคนต้องสั่ง พอมีใครสั่งจะได้ยินเสียงครก แค่เสียงยังไม่ได้กินก็อร่อยแล้ว

เมื่อก่อนชอบไป ‘ร้านวัลย์อาหารป่า’ กระทุ่มแบน เป็นบ้านไม้ ครัวอยู่ชั้นล่าง ที่นั่งกินเป็นเพิงมุงหญ้าคา ไปที่นั่นต้องสั่งผัดเผ็ดเชิงตะพาบน้ำ ได้ยินเสียงคุณยายของบ้านตำเครื่องแกงด้วยครก เสียงเหมือนปลุกน้ำย่อยให้ลุกขึ้นจากที่นอน ต่อมาไม่มีตะพาบน้ำก็ไม่มีเสียงครก เลยไม่ค่อยได้ไป ที่ยกตัวอย่างมานั้น ครกไม่ใช่แค่เครื่องมือเท่านั้น ของกินที่ใช้ครกเชื่อถือได้เสมอ และครกเป็นนางกวักเรียกลูกค้าได้ด้วย

เมื่อเป็นครก ก็ต้องพุ่งไปที่ครกหินอ่างศิลา นี่เป็น Encyclopedia ของครก เมื่อ 60 – 70 ปีที่แล้วครกอ่างศิลาเป็นของสุดปรารถนาของแม่บ้าน ชาวบ้านทั่วไปจับต้องไม่ไหว คนมีเงินต้องไปซื้อที่เวิ้งนครเกษมที่เดียว ครกอ่างศิลาข้ามน้ำ ข้ามทะเลมาทางเรือ มาขึ้นที่ท่าน้ำราชวงศ์ มีค่าขนาดไหนก็ดูเอาว่าจำนำในโรงรับจำนำได้

ครก เครื่องมือคู่ครัวไทย ที่มีประโยชน์ตั้งแต่บดของสารพัดในครัว จนไปถึงใช้จำนำ
ครก เครื่องมือคู่ครัวไทย ที่มีประโยชน์ตั้งแต่บดของสารพัดในครัว จนไปถึงใช้จำนำ

เคยไปอ่างศิลาเมื่อเป็นวัยรุ่น ทั้งแถบเป็นกระต๊อบหลังคามุงจากยาวติดต่อกัน เสียงตอกหินทำครกดังก๊องแก๊งทั้งหมู่บ้าน คนแกะครกหินเป็นคนจีนทั้งนั้น รูปแบบเป็นของจีน ที่ยืนยันอย่างนั้นเพราะตอนไปเมืองจีน ไปเห็นครกหินแอนทีคของจีน ปุ่ม 2 ปุ่มข้างครกแกะเป็นรูปหัวสิงห์โต สวยมากอยากได้

ช่างแกะครกอ่างศิลาก็ยึดรูปแบบตามต้นฉบับ แต่แกะปุ่มเรียบๆ เจ้าปุ่มนี้มีประโยชน์ เอาไว้จับตอนตำ นั่นเป็นปกติที่มือข้างหนึ่งตำ อีกข้างหนึ่งจับปุ่ม แต่ถ้าไม่มีปุ่มเผลอไปจับตรงขอบครก พลาดขึ้นมาจะกลายเป็นคนมือแป 

ทำไมถึงต้องทำที่อ่างศิลา หินที่นั่นมีมหาศาล เป็นโขดเล็ก โขดน้อย กระจายไปทั่วริมชายทะเลและตามเนินเขา ตอกสกัดแล้วอุ้มมาแกะทุกวัน เอามาจนหมดเกลี้ยง ตอนหลังๆ ต้องไปเล่นของใหญ่ เป็นโขดหินใหญ่ๆ ตามไร่สวนท้องนา เจ้าของที่เขาชอบ ให้ฟรีจะได้เอาพื้นที่เพาะปลูก 

หินอ่างศิลาสีสวย สีขาวตุ่นๆ อมเหลือง นั่นหมดไปนานมากแล้ว เคยกัดฟันซื้อครกใบเล็ก ความลึกเท่าถ้วยน้ำจิ้ม ราคาเท่าแหวนทองวงเล็กๆ ตั้งใจเอามาใส่น้ำพริกกะปิแทนถ้วย ให้สมกับว่ากินพริกครกหนึ่ง มาคิดทีหลัง ตอนนั้นสติคงฟั่นเฟือน มีเงินแทนที่จะซื้อทองแต่ดันไปซื้อหิน

เดี๋ยวนี้ใครๆ จะซื้อครกหินต้องไปอ่างศิลา แต่ไม่ใช่หินอ่างศิลาและไม่ได้ทำที่อ่างศิลาด้วย เปลี่ยนจากครกหินมาเป็นครกแบบอื่นๆ บ้าง เดี๋ยวนี้ไม่ว่าที่ไหนก็มีครกดินเผากับครกไม้กลึงวางขาย ที่เห็นจนชินตามีร้านอาหารอีสาน ที่ใช้ครกดินเผาบ้าง ครกไม้บ้าง 

ครก เครื่องมือคู่ครัวไทย ที่มีประโยชน์ตั้งแต่บดของสารพัดในครัว จนไปถึงใช้จำนำ
ครก เครื่องมือคู่ครัวไทย ที่มีประโยชน์ตั้งแต่บดของสารพัดในครัว จนไปถึงใช้จำนำ

สำหรับครกไม้นั้น ถือว่าเป็นครกโบร่ำโบราณของชาวเหนือและชาวอีสาน นั่นเพราะมีไม้มาก ทำครกเป็นกันทุกคน ทนทาน ไม่ต้องดูแลรักษา งานที่ตำส่วนใหญ่คือตำเกลือเม็ด พริก หอม กระเทียม ปลากรอบ ปลาย่าง ไม่ต้องล้างก็ยังได้ เขรอะมากนัก เล็กไป ใหญ่ไป ก็โยนทิ้ง เปลี่ยนใหม่ 

อยู่ๆ ครกไม้เก่าๆ ไปเข้าตานักจัดสวนบางคน เอาครกไม้เก่าบ้าง รางข้าวเลี้ยงหมูเก่าๆ อ่างน้ำไม้ของชาวเขา เอามาปลูกต้นไม้ ดูเท่ แปลกจากใช้กระถาง เอาของหมดค่ามาทำให้มีค่า ตอนนั้นเลยเกิดโกลาหลหาซื้อกันยกใหญ่ พ่อค้าเมืองเหนือหัวใสไปกว้านซื้องานพวกนั้นมาจากชาวบ้าน ชาวบ้านก็ชอบได้เงินมาฟรีๆ ดีกว่าทิ้งไว้ให้ปลวกกิน ครกไม้เก่าหายจากเมืองเหนือ อีสาน มาอยู่ที่ตลาดต้นไม้ที่จตุจักร

จังหวะนั้นชาวเหนือ อีสานเอง ก็ใช้ครกหินอ่างศิลา ครกดินเผาบ้างแล้ว มีน้อยที่ยังใช้ครกไม้ทำเองอยู่ เอาเป็นว่าครกไม้เริ่มเลือนๆ ไป เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ขึ้นจังหวัดน่านบ่อย มีครั้งหนึ่งกำลังขับรถอยู่ระหว่างอำเภอร้องกวาง แพร่ กับอำเภอเวียงสา น่าน เห็นเพิงขายของริมทาง เห็นแค่แวบเดียวว่าขายครกไม้ ถ้าครั้งนั้นวิ่งเลยตามเลย คงเจ็บใจไปนาน วกกลับมา มีครกไม้วางขาย 10 กว่าใบ รูปร่างต่างๆ กัน ทำจากไม้สักบ้าง ไม้มะโจ้กบ้าง เป็น Folk Art ศิลปะพื้นบ้านของจริง ราคา 50 – 80 บาท เอามาแค่ 2 ใบเท่านั้น มานึกทีหลังน่าจะกวาดมาให้หมด 

เล่าเรื่องครกหลายเวอร์ชัน และการใช้ครกหิน ครกไม้ ครกดินเผา ที่เหมาะกับอาหารต่างชนิดกัน
เล่าเรื่องครกหลายเวอร์ชัน และการใช้ครกหิน ครกไม้ ครกดินเผา ที่เหมาะกับอาหารต่างชนิดกัน

เมื่อไม่นานนักที่เชียงใหม่เห็นโรงแรมแห่งหนึ่ง ตกแต่งห้องอาหารด้วยครกไม้ วางเป็นแถบ เขาไปให้ช่างแกะไม้ บ้านถวาย หางดง แกะมาให้ สวยดี เจตนาเพื่อตกแต่งเท่านั้น ไม่ได้เอามาใช้งาน อย่างน้อยใครไปใครมาจะได้รู้จักครกไม้

ครกดินเผานี่อีกอย่างที่รู้จักกันดี เคยไปอีสานเห็นคนทำครกขาย ใช้ระบบตีขึ้นรูป ยังสงสัยว่าจะแตกง่ายหรือเปล่า เพราะการตีความหนาบางอาจะไม่เสมอกัน เวลาเผาความแกร่งก็อาจจะไม่เท่ากัน แต่นึกอีกทีการตำของชาวอีสานนั้น ไม่ได้ตะบี้ตะบันตำจนทุกอย่างแหลกละเอียด ครกไม่ได้แตกง่ายๆ 

การทำเครื่องปั้นดินเผานั้น ทางเมืองเหนือใช้วิธีปั้นขึ้นรูปด้วยแป้นหมุน ไม่ว่าจะเป็นกระถาง โถพลู ครก มีอยู่ครั้งไปจังหวัดเลย เจอครกดินเผาในร้านโชห่วย ปั้นขึ้นรูปตามระบบที่ว่า รูปร่างพอเหมาะ เป็นสีน้ำตาลแต่เคลือบสีเขียวบางๆ ให้สีไหลไปตามธรรมชาติ สีเขียวนั้นไปทางสีเครื่องเคลือบศิลาดล ใช้เวลาตัดสินใจ 3 วินาที อุ้มใบนั้นมา จากนั้นมาก็เบรกไม่อยู่แล้ว เห็นครกสวยๆ ไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นครกอะไร กระเป๋าสตางค์มันดิ้นพั่บๆ 

เล่าเรื่องครกหลายเวอร์ชัน และการใช้ครกหิน ครกไม้ ครกดินเผา ที่เหมาะกับอาหารต่างชนิดกัน

มาเป็นการแนะนำครกให้ซื้อไว้ใช้บ้าง เอาครกหินอ่างศิลาก่อน ชวนไปดูที่ ‘ร้านธำรงค์แกรนด์สโตน’ ทางไปจากตัวชุมชนอ่างศิลา ไปตามถนนเรียบชายหาดเป็นทางที่จะไปบางแสน ไปสักพักจะเจอร้าน มีงานหินวางเต็มหน้าร้าน มีพระบ้าง สิงโตบ้าง ลูกนิมิตบ้าง ข้างในมีสารพัดครก แต่ไม่ใช่หินอ่างศิลา เป็นหินแกรนิตจากที่อื่น รูปแบบครกหลากหลาย เผอิญร้านนี้มีลูกจบการออกแบบลาดกระบัง เคยทำครกส่งออกเมืองนอก จะออกแบบเองหรือเมืองนอกออกแบบมาอันนี้ไม่รู้ มีเหลืออยู่ ทันสมัย ใช้งานสะดวก ไม่หนักมาก ก็เลือกเอาตามชอบ มีข้อเสียนิดหนึ่ง เจ้าของร้านหน้าตานิ่งสมกับขายหิน และถ้าคนไหนเป็นคนแรกๆ เขาจะถามว่าจะเอาอะไร ถ้าไม่คิดจะซื้อไม่ต้องเข้าร้าน จะเสียฤกษ์ค้าขายในวันนั้น

ครกหินของ IKEA ก็น่าใช้ ออกแบบดี ทำจากจีน ขนาดกำลังพอดี ใช้ได้ 2 ด้าน ด้านตื้นกับลึกแล้วแต่จะตำอะไร 

ห้างโรบินสันสั่งอุปกรณ์เครื่องครัวจากจีนเข้ามาขายเอง เคยมีครกหินอ่อน สวย ไม่รู้ยังมีอยู่หรือเปล่า โดยปกติครกทั่วไปทำจากหินแกรนิต มีความแกร่ง ตำอะไรหินไม่กะเทาะ แต่หินอ่อนชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าอ่อน ตำไปนานๆ พื้นครกกับสากจะมีความพรุน เหมือนกะเทาะไปบ้าง

แนะนำครกเมืองไกลบ้าง เป็นครกบาหลี ถ้าไปเที่ยวบาหลี โดยเฉพาะไปเที่ยวที่อูบุด มีตลาดใหญ่น่าสนุก ขายของสารพัด ลองดูแผงขายครก น่าสนใจ เป็นหินภูเขาไฟ เนื้อหินหยาบหน่อย รูปแบบของครกส่วนใหญ่จะแบน ตื้นหน่อย สากเป็นด้าม หัวสากงอเหมือนฆ้อน เพราะการใช้งานของเขาเป็นการตอก ไม่เหมือนแบบไทยที่ใช้ตำตรงๆ แต่ไหนๆ ไปที่นั่นแล้วก็น่าซื้อมา หาทางใช้เอาข้างหน้า 

ครกจะเป็นแบบไหน ทำจากอะไร ใช้ดีไหม เหมาะหรือไม่ ไม่เป็นไร 

มีติดบ้านไว้ ยังไงก็ต้องได้ใช้แน่ๆ

Writer & Photographer

สุธน สุขพิศิษฐ์

ศิลปะ-ดนตรี-อาหาร ที่มีอยู่ในโลกนี้ ไม่มีพรมแดน ไม่มีภาษา ไม่มีการเมือง ไม่มีการกีดกัน ไม่มีรวยหรือจน เข้าถึงง่าย มีความสุขเท่าเทียมกัน เอาสามอย่างเท่านี้ก็พอ

รสเกษม

เรื่องอาหารยุคเก่า วัฒนธรรมการกินในวันวาน เปรียบเทียบกับสมัยใหม่โดยนักชิมรุ่นเก๋า

พอออกพรรษาแล้วก็ถึงเทศกาลทอดกฐิน ชาวพุทธจะรู้ว่าสำคัญอย่างไร จะต้องทำอะไร ผมเองเป็นชาวพุทธที่ไม่ได้เรื่อง เรื่องที่ควรรู้กลับไม่รู้ ที่ไหนทอดกฐินก็ไปกินกฐินอย่างเดียว กินตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่ไหน อย่างไร ก็เก็บเอามาเล่า

เอาตั้งแต่เด็กที่ยังไม่ประสีประสา ผู้ใหญ่หอบหิ้วไปงานทอดกฐินทางน้ำ สนุกตื่นเต้นเพราะได้นั่งเรือใหญ่ๆ ไปไกลๆ ถึงวัดริมน้ำที่ทอดกฐิน ซึ่งเป็นปกติของวัดภาคกลาง คนจัดจะเช่าเรือโดยสารเหมาลำขนาดใหญ่ที่ปกติวิ่งขึ้นล่องกรุงเทพฯ อยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี จุคนได้เป็นร้อย ตอนจะลงเรือก็ตื่นเต้น จากที่เรือประดับไฟสว่างไสวทั่วลำ ทั้งสีเหลือง แดง เขียว ดูเหมือนกำลังนั่งศาลเจ้าลอยน้ำ เรือออกจากท่าเรือที่ท่าเตียน วิ่งไปทั้งคืน กว่าจะไปถึงวัดเช้า จำไม่ได้ว่าวัดไหน แต่รู้ว่าอยู่ในเขตอยุธยา 

พอขึ้นศาลาท่าน้ำวัด เห็นคนเยอะแยะ และครึกครื้นด้วยเสียงวงปี่พาทย์ดนตรีไทย มีของกินเพียบ ขนมไทยเยอะแยะ กล้วย ส้ม อ้อย มะพร้าวอ่อน มีเป็นกุรุส ข้าวปลาอาหารใส่กระทง ใช้ใบตาลตัดแทนช้อน แล้วกินกันไม่อั้น

พวกผู้ใหญ่ขึ้นบนศาลาการเปรียญไปทำพิธีทอดกฐิน เราเป็นเด็กก็เดินเล่นรอบๆ วัด ไปเจอผู้ใหญ่นั่งล้อมวงกินอะไรอยู่ก็แถไปดู ก็ได้เรื่อง เพราะวงผู้ใหญ่นั้นกำลังเล่นกระแช่กับเหล้าอุอยู่ เขาเห็นเป็นเด็กกรุงเทพฯ เลยแกล้งให้กินเหล้าอุที่อยู่ในไห ต้องใช้หลอดไม้ซางดูด ตอนกินก็อร่อยดี หวานๆ แต่พอลุกยืนเท่านั้น เป๋ซ้ายเป๋ขวา ทอดกฐินครั้งนั้นจำได้ว่าได้นั่งเรือโดยสาร ได้เที่ยวงานวัด และจำเหล้าอุได้ ซึ่งเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิต

น้ำพริก ขนมจีนแกงไก่ ขนมไทย ผลไม้ และสารพัดของกิน จากครัวสามัคคีงานกฐินในความทรงจำ
น้ำพริก ขนมจีนแกงไก่ ขนมไทย ผลไม้ และสารพัดของกิน จากครัวสามัคคีงานกฐินในความทรงจำ

พอโตเป็นหนุ่ม ไปงานทอดกฐินอยู่บ้าง ส่วนใหญ่มีคนบอกบุญแล้วชวนให้ไปร่วมงาน สนุกตอนแห่ผ้าพระกฐินรอบพระอุโบสถ มันสุดเหวี่ยงจากเสียงแตรวง คนที่จัดพิธีทอดผ้าพระกฐินก็ว่ากันไป แต่ผมมาสนใจเอาที่โรงครัว ซึ่งเหล่าแม่บ้านอาสาสมัครช่วยกันทำอาหารกันเป็นทีมเวิร์ก ทำเสร็จจัดใส่สำรับ เราเป็นแขกก็จัดให้นั่งกิน ที่นั่งกินเป็นโต๊ะและม้ายาวอยู่ใต้ถุนศาลาการเปรียญนั่นเอง สำหรับอาหารคาวหวาน ผลไม้มีครบ เรื่องอร่อยนั้นแน่นอนอยู่แล้ว เพราะเหล่าแม่บ้านแต่ละคนฝีมือเฉียบขาด แล้วยังอิ่มบุญปากที่กินของวัด นี่เป็นการกินกฐินแบบหนึ่ง

เคยรู้จัก ผู้ใหญ่ทองหยิบ แก้วนิลกุล ผู้ใหญ่บ้านผู้หญิงที่บ้านหัวหาด อัมพวา สมุทรสงคราม ผู้ใหญ่ทองหยิบเป็นผู้ใหญ่ผู้หญิงแรกๆ ของเมืองไทย ชาวบ้านนับถือมาก เรื่องการดูแลท้องถิ่นได้ใจชาวบ้าน บุคลิกคล่องแคล่ว พูดจาฉะฉาน อัชฌาสัยเป็นเลิศ เป็นนักอนุรักษ์นิยมและหัวก้าวหน้าไปพร้อมๆ กัน ผู้ใหญ่จึงได้รางวัลแหนบทองคำฐานะผู้นำชุมชนยอดเยี่ยม แต่ที่เด็ดดวงที่สุดที่ผมรู้จัก เป็นแม่ครัวมีฝีมือหาใครเทียบยาก

ผมได้สูตรน้ำพริกกะปิ น้ำพริกมะขามสด ปลาทูสดย่างกาบมะพร้าวกับน้ำปลาพริกแบบมอญ แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย จากผู้ใหญ่ทองหยิบนี่แหละ ผู้ใหญ่เป็นผู้บุกเบิกโฮมเสตย์ในแถบคลองอัมพวา ที่พ่วงสอนทำอาหารไทยให้อีกด้วย 

ญี่ปุ่น ฝรั่งหลายชาติ ชอบมาพักมาบ้านผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่จับเดินเข้าสวนเก็บผลหมากรากไม้ในสวนเอามาทำกิน เรื่องภาษาไม่มีปัญหา พูดกันรู้เรื่องจนได้ ความฉลาดและจี้เส้นของผู้ใหญ่ชอบตั้งชื่อใหม่ให้แขก คนนั้นชื่อแตงกวา ลิ้นจี่ ส้มโอ กล้วย มะม่วง เพราะว่าชื่อติดตัวคนพวกนั้นเรียกยาก ตั้งใหม่จำง่ายว่าใครเป็นใคร

น้ำพริก ขนมจีนแกงไก่ ขนมไทย ผลไม้ และสารพัดของกิน จากครัวสามัคคีงานกฐินในความทรงจำ
เล่าเรื่องบรรยากาศและของกินประจำงานกฐิน ความอิ่มบุญและอิ่มท้องในงานบุญสมัยก่อน

ผมไปงานทอดกฐินวัดใกล้บ้านผู้ใหญ่ สนุกมาก ถามว่าทำไมกับข้าวเลี้ยงแขกมีแต่ขนมจีนน้ำยา กับขนมจีนแกงไก่เท่านั้น ผู้ใหญ่บอกว่าง่าย สะดวก และอิ่ม ดั้งเดิมตั้งแต่โบราณทำกันมาอย่างนั้น สมัยก่อนชาวบ้านมาช่วยกันตั้งโรงทำขนมจีน ตั้งแต่หมักข้าวเจ้า โม่เป็นแป้ง ปั้นก้อนแป้ง นวด และเอามาโรยในน้ำร้อนเป็นเส้นขนมจีน ส่วนน้ำยานั้น ปลากับมะพร้าวทำกะทินั้นอัมพวามีเหลือเฟือ พอมาสมัยนี้ขนมจีนก็ซื้อเอา ทำแกงเขียวหวานไก่เพิ่ม นี่ทำให้รู้ว่าขนมจีนน้ำยา เป็นอาหารของสังคมประเพณีใช้ได้ทุกงาน รวมทั้งงานทอดกฐิน

มาเป็นทอดกฐินแบบเหนือบ้าง สมัยก่อนผมขึ้นดอยอินทนนท์เป็นนิจ แล้วลงไปอำเภอแม่แจ่ม ซึ่งดั้งเดิมอำเภอนี้เหมือนเป็นเมืองลับแลของเชียงใหม่ จะเข้า-ออก ต้องไปทางออบหลวง ชายขอบระหว่างอำเภอจอมทอง เชียงใหม่ กับแม่ฮ่องสอน พอมีถนนบนดอยอินทนนท์ก็ตัดลงไปอีกเส้นหนึ่ง สะดวกขึ้น แต่ค่อนข้างชันและคดเคี้ยว จำแม่นว่าพอโค้งสุดท้ายจะเห็นแม่แจ่มแบบพาโนรามาเต็มตา ตื่นตาตื่นใจกับความงามบริสุทธิ์เหมือนรักแรกพบ แล้วไม่ใช่เป็นแต่ผมคนเดียว เผ่าทอง ทองเจือ เพื่อนเก่าแก่ผมก็ตกอยู่ในอาการเดียวกัน จะหนักกว่าด้วยซ้ำไป ไปหลายๆ ครั้งสุดท้ายก็ซื้อบ้านเก่า ที่เคยเป็นคุ้มหมอเมืองเก่า ที่ปล่อยรกร้างอยู่นาน สวยตามแบบบ้านเรือนล้านนาแท้ๆ แต่เฮี้ยนน่าดู

แม่แจ่มมีวัดป่าแดดเก่าแก่ที่มาก อุโบสถเป็นสถาปัตยกรรมล้านนาโบราณย่อเก็จสามชั้น อาจารย์สน สีมาตรัง ผู้เชี่ยวชาญสถาปัตยกรรมและจิตรกรรมฝาผนังล้านนา ยกย่องวัดป่าแดดเป็น 1 ใน 12 วัดที่จิตรกรรมฝาผนังยอดเยี่ยมของล้านนา แต่สมัยก่อนทรุดโทรมไปเยอะ เผ่าทองมีจิตกุศลไปทำโครงการบูรณะซ่อมแซมวัดป่าแดดจนเรียบร้อย 

เสร็จงานวัดป่าแดดแล้ว หาเรื่องมาทำงานจุลกฐินที่วัดยางหลวง เมื่อ พ.ศ. 2548 บอกบุญกับเหล่าไฮโซกระเป๋าหนักให้ไปทอดกฐิน งานเท่มาก จับเหล่าไฮโซพักตามบ้านชาวบ้าน ให้กินง่ายอยู่ง่าย ตอนค่ำมีมื้อสุดซึ้งกับกับบรรยากาศล้านนาหรือกาดมั่ว นั่งกินกับเสื่อ ข้าวปลา อาหารเป็นพื้นถิ่นตัวจริง เป็นกาดมั่วที่ไม่ดัดจริต ง่ายๆ ชาวบ้านมานั่งจัดสำรับให้กิน ยังมีสะล้อ ซอ ซึง ฟังเสนาะหู แถมมีชาวบ้านเอาผ้าทอมือ ผ้าผวยห่มนอน ผ้าคลุมไหล่กันหนาว ผ้าซิ่นตีนจก มาวางขายยั่วกิเลส อะไรๆ ลงตัวไปหมด โดยเฉพาะตอนนั้นแม่แจ่มเหมือนเปิดแอร์ทั้งอำเภอ

จุลกฐินเป็นประเพณีโบราณ มีขบวนการขั้นตอนการทำผ้าไตรจีวรสำหรับพระ เริ่มตั้งแต่เก็บดอกฝ้ายมาหีบ ปั่นเป็นเส้นด้าย ทอเป็นผืน ตัดเย็บ ย้อมสี รีดจนเป็นจีวร จะต้องเสร็จภายใน 24 ชั่วโมง เรียกว่าเสร็จหมาดๆ ก็ถวายเป็นผ้าพระกฐินได้เลย ที่สำคัญที่สุดการเก็บดอกฝ้าย มาหีบปั่นเป็นเส้นด้ายนั้น ต้องเป็นเด็กสาวพรหมจรรย์ แม่แจ่มเหมาะกับทำจุลกฐินเพราะเป็นเมืองปลูกฝ้าย สำหรับทอผ้าอยู่แล้ว 

ที่เผ่าทองทำจุลกฐินครั้งนั้น อยากให้ชาวเมืองกรุงให้เห็นจุลกฐิน ซึ่งที่อื่นๆ หายไปเกือบหมดแล้ว

เล่าเรื่องบรรยากาศและของกินประจำงานกฐิน ความอิ่มบุญและอิ่มท้องในงานบุญสมัยก่อน

ตอนทอดกฐินนั้นอลังการ แต่เป็นธรรมชาติสุดๆ ชาวบ้านตั้งแต่แม่อุ้ยถึงเด็กสาวเล็กๆ นุ่งผ้าซิ่นตีนจกแม่แจ่มทุกคน ผ้าซิ่นตีนจกที่ยอดเยี่ยมที่สุดในเมืองไทยมีที่หาดเสี้ยว ศรีสัชนาลัย บ้านน้ำอ่าง อุตรดิตถ์ และแม่แจ่มเชียงใหม่ ถ้าอยากเห็นผ้าซิ่นตีนจกหาดเสี้ยวกับบ้านน้ำอ่าง ต้องไปงัดจากตู้ที่ร้านขายผ้า แต่สำหรับแม่แจ่มนั้นพอมีงานบุญทีไรจะใส่กันทั้งเมือง เห็นผ้าซิ่นสวยๆ ละลานตา นี่เป็นประเพณีที่งดงามหมดจด ใครเห็นก็ต้องหลงเสน่ห์เมืองแม่แจ่ม

การทอดกฐินปรับตัวมาเรื่อยๆ ตามสภาพสังคม บางทีก็งงๆ อยู่เหมือนกันว่าวัดเยอะแยะไปหมด บางวัดห่างกันแค่ 100 – 200 เมตร แล้วญาติโยมอุปัฏฐากวัดจะทอดกฐินวัดไหน เดี๋ยวนี้ถึงมีการหลีกทางกัน วัดนั้นทอดวันเสาร์ วัดนี้ทอดวันอาทิตย์ อีกอย่างเพื่อความสะดวกต่อคนทำงาน พนักงานต่างๆ ที่หยุดวันเสาร์-อาทิตย์ด้วย

วัดเองก็ต้องมีศรัทธาวัดที่จะมาเป็นเจ้าภาพในการทอดกฐิน คนนั้นต้องไประดมปัจจัยมาทำบุญ ให้ได้เงินเข้าวัดมากๆ ยิ่งดี นอกจากศรัทธาหาเงินแล้วต้องมีศรัทธาเอาอาหาร เครื่องดื่ม ขนม มาตั้งซุ้มให้คนมาร่วมงานกินกัน จะมีอยู่ 2 อย่าง มีทั้งร้านค้าขายอาหารอยู่แล้ว เอาของที่ขายมาร่วมทำบุญ อีกอย่างมีคนไปเหมาร้านอาหารที่ดังๆ มีฝีมือมาออกร้าน วัดไหนใหญ่โต ศรัทธาวัดเยอะ อาหารการกินก็สมบรูณ์ ก๋วยเตี๋ยว ข้าวแกง กวยจั๊บ กระเพาะปลา ข้าวเหนียวหมูปิ้ง ส่วนใหญ่เน้นสะดวกทำมาเรียบร้อยแล้วมาตั้งเลย ประเภทมาทำหน้างานจานต่อจานจะยุ่งยาก ไม่ค่อยนิยม

ชาวบ้านรวมทั้งผมเองด้วยชอบ ไปทำบุญถวายปัจจัยให้วัดแล้วถือโอกาสกินกฐิน วันเสาร์ไปกินวัดนั้น วันอาทิตย์ไปกินวัดนั้น ร้านไหนถูกปากขึ้นทะเบียนไว้ ตามไปกินที่ร้านที่เขาขายอยู่ หรือบ้านไหนทำอะไรอร่อยก็ถามสูตรมา แต่การกินกฐินปีนี้อาจจะทำไม่ได้ เพราะคนเยอะเสี่ยงกับโควิด-19 ต้องยกยอดไปปีหน้า

Writer & Photographer

สุธน สุขพิศิษฐ์

ศิลปะ-ดนตรี-อาหาร ที่มีอยู่ในโลกนี้ ไม่มีพรมแดน ไม่มีภาษา ไม่มีการเมือง ไม่มีการกีดกัน ไม่มีรวยหรือจน เข้าถึงง่าย มีความสุขเท่าเทียมกัน เอาสามอย่างเท่านี้ก็พอ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load