ยินดีต้อนรับสู่จังหวัดนครปฐม

WELCOME TO NAKHON PATHOM

พลันสายตาปะทะแผ่นเหล็กสีน้ำเงินสดประทับอักษรสีขาว ‘ยินดีต้อนรับสู่จังหวัดนครปฐม’ เท่ากับยืนยันว่า ‘ผู้มาเยือน’ ถึงจุดหมายปลายทางเรียบร้อยแล้ว จะปักหมุดชิมส้มโอหวาน แวะซื้อข้าวหลามหรืออุดหนุนข้าวสาร ก็ตามแต่ใจและเท้าจะเหยียบคันเร่งให้แล่นไปหา แต่ล้อของเรากำลังจะหมุนเข้าร้านของฝาก LIFE SHOP Nakhon Pathom

ฟังไม่เพี้ยน มาเยือนเมืองหมูทั้งทีไม่ยักจะโซ้ยข้าวหมูแดงอันลือนาม แต่ดันจอดรถหน้าตึกแถว เยือนร้านของฝากน้องใหม่แห่งเมืองนครปฐม ทว่าแปลกตากว่าร้านของฝากตามหัวมุมจังหวัด แค่เห็นแวบแรกก็อุทาน จ๊าบ!

LifeShop.Nakhon Pathom ร้านของฝากเล็กๆ ขายพัดลมยันไอศกรีมข้าวหมูแดงที่คนนครปฐมต้องภูมิใจ

ก๊อก ก๊อก เราเปิดประตูกระจกเดินเข้าร้านพร้อมส่งเสียงสวัสดี วิ-วิชชุกร โชคดีทวีอนันต์ เจ้าบ้านประจำ LIFE SHOP Nakhon Pathom และเจ้าบ้านประจำหมู่บ้าน The Bound House เธอส่งยิ้มหวานต้อนรับ

แม้มองจากด้านนอกจะเห็นเป็นตึกแถว แต่ด้านในกลับกว้างขวาง โปร่งโล่งสบายตาด้วยเพดานยกสูง แสงธรรมชาติและสีเขียวของต้นไม้, สายตาของเราเริ่มสำรวจทั่วบริเวณ มุมนั้นเป็นมุมไอศกรีมชื่นใจ มุมโน้นเป็นมุมของฝาก คลับคล้าย Selected Shop เน้นวางสินค้าดีไซน์ ส่วนด้านบนเป็นพื้นที่ว่างสำหรับหย่อนใจ จะนั่งทำงานก็เข้าที

ด้วยร้านขายของฝากขนาดกะทัดรัดหลังนี้อยู่หน้าหมู่บ้าน The Bound House จึงรับบทเป็นห้องรับแขกของบ้านหลังใหญ่ไปโดยปริยาย และ LIFE SHOP Nakhon Pathom ไม่ได้เป็นแค่ร้านขายของฝาก แต่เป็น ‘ชีวิต’ 

LifeShop.Nakhon Pathom ร้านของฝากเล็กๆ ขายพัดลมยันไอศกรีมข้าวหมูแดงที่คนนครปฐมต้องภูมิใจ

เราจับจ่ายเรื่องราวจากนครปฐมติดไม้ติดมือมาเป็นของฝากให้คุณถึงหน้าประตู ถ้าสนใจใคร่รู้ลองแกะห่อกระดาษ พร้อมคลี่อ่านความเป็นมาและความเป็นไปของร้านของฝากน้องใหม่ที่คนนครปฐมต้องภูมิใจ

สวัสดีนครปฐม

“นครปฐมเป็นเมืองน่ารัก” 

วิเริ่มต้นบทสนทนา เรามั่นใจว่าเธอตกหลุมรักจังหวัดนี้เข้าอย่างจัง 

“เราเรียนศิลปากร มานครปฐมตั้งแต่สมัยเรียน ครอบครัวแฟนก็เป็นคนนครปฐม ช่วงทำโครงการหมู่บ้านเรามานครปฐมบ่อยมาก ข้อดีคือใกล้กรุงเทพฯ แล้วบางย่านดูเหมือนเชียงใหม่ ตื่นเช้าก็ไปกินโจ๊กในตลาด มีคาเฟ่เก๋ให้นั่ง มีร้านอาหารป่าเด็ดๆ ซึ่งบางอย่างมันแตกต่างกันมาก เป็นเมืองที่มีหลายมิติ เราว่าตรงนี้มันคือเสน่ห์ของนครปฐม”

ความผูกพันกับพื้นที่บวกกับสายตาเฉียบคมของอดีตครีเอทีฟไดเรกเตอร์แห่ง Greyhound เธอคิดอยากจะทำร้านของฝาก LIFE SHOP Nakhon Pathom ให้เป็นหนึ่งในเช็กลิสต์ของนักเดินทาง ถ้ามานครปฐม ต้องมาที่นี่!

LifeShop.Nakhon Pathom ร้านของฝากเล็กๆ ขายพัดลมยันไอศกรีมข้าวหมูแดงที่คนนครปฐมต้องภูมิใจ

“เวลาเที่ยวเมืองนอก เราจะมีเช็กลิสต์ว่าต้องไปร้านไหนบ้าง เลยคุยกับแฟน (บอน-วีรภัฎ โชคดีทวีอนันต์) ว่าเราอยากมีร้านที่คนรู้สึกแบบนั้นในนครปฐมบ้าง มันอาจไม่ได้เป็นร้านใหญ่ แต่เป็นร้านเล็กๆ ที่เป็นเหมือนบ้าน

“คำว่า LifeShop มันคือ ชีวิต เราอยากให้คนมาแล้วเขาสบายใจ ได้ของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้าน”

จากความคิดก้อนจิ๋วก่อร่างสร้างตัวเป็นร้านขายของที่ระลึกประจำจังหวัดในตึกแถวเรียบโก้ มีพื้นที่สำหรับนั่งทำงาน อ่านหนังสือนิทาน นอนเหยียดแข้งเหยียดขาพักกาย เป็นห้องรับแขกที่ต้อนรับทุกเพศทุกวัย เด็กตัวเล็กจนถึงผู้ใหญ่ตัวโต เชื่อมสัมพันธ์ฉันท์มิตรด้วยไอศกรีมรสหวานเย็น มีสินค้าดีไซน์กิ๊บเก๋จากเพื่อนพ้องดีไซเนอร์ให้เลือกจับจอง

LifeShop.Nakhon Pathom ร้านของฝากเล็กๆ ขายพัดลมยันไอศกรีมข้าวหมูแดงที่คนนครปฐมต้องภูมิใจ

“เราทำงานดีไซน์และทำแบรนด์ Home Studio Shop อยู่แล้ว เลยทำโปรดักต์พิเศษสำหรับร้าน LifeShop ขึ้นมา แต่จะขายของที่ระลึกอย่างเดียวก็กะไรอยู่ เลยขายไอศกรีมด้วย มันเป็นสิ่งที่ชอบแล้วเราก็พัฒนามันอีกที”

กระซิบเสียงดังฟังชัดเลยว่า รสชาติไอศกรีมของที่นี่สนุกมาก รับรองว่าคุณจะตาลุกวาวแล้วตะโกน 

ว้าว ว้าว ว้าว!

ไอศกรีมข้าวหมูแดง

“การชิมไอศกรีมสนุกมาก มันเป็นสิ่งใหม่สำหรับเรา ตอนทำก็นั่งคิดนะ เรามาถึงขั้นนี้ได้ยังไง” จากคนชอบกินไอศกรีมกลายมาเป็นคนทำไอศกรีม ทั้งคิดรสชาติ ชิม ชิม แล้วก็ชิม จนได้ไอศกรีมรสอร่อยพร้อมเสิร์ฟถึงโต๊ะ

“เราเพิ่งรู้ว่าไอศกรีมเป็นวิทยาศาสตร์มาก สมมติทำรสเก๊กฮวยน้ำผึ้ง จะทำพร้อมกันไม่ได้ เพราะจุดเยือกแข็งของเก๊กฮวยกับจุดเยือกแข็งของน้ำผึ้งไม่เท่ากัน ต้องทำทีละก้อนแล้วค่อยมาปั่นรวมกัน ความรู้ใหม่มากเลย”

LifeShop.Nakhon Pathom ร้านของฝากเล็กๆ ขายพัดลมยันไอศกรีมข้าวหมูแดงที่คนนครปฐมต้องภูมิใจ

วิทดลองประดิษฐ์รสชาติไอศกรีม 6 รสชาติ ข้าวหมูแดง (ฟังไม่ผิด) ส้มโอนครปฐม นมก้อนเมฆ เก๊กฮวยน้ำผึ้ง ชาเขียวโอริโอ และดีต่อใจ รสชาติใหม่ล่าสุดสำหรับเดือนแห่งความรัก เป็นการรวมผลไม้สีแดงที่ส่งผลดีกับหัวใจ

“ไอศกรีมข้าวหมูแดง จะทำยังไงให้คนกินหมดถ้วย เป็นโจทย์ของเรา” พอเห็นชื่อรสชาติเราก็ตะลึงตาโต และต้องตาโตตะลึงอีกรอบตอนลิ้มเข้าปาก นี่มันข้าวหมูแดง เป็นอื่นไปไม่ได้ แต่นี่มันไอศกรีมนะ (เสียงในหัว)

“ทุกคนตกใจมากพอเห็นข้าวหมูแดง ไอเดียมาจากเราอยากเอาของดีนครปฐมมาใช้ อย่างที่รู้กันคนมานครปฐมต้องหาร้านข้าวหมูแดงอร่อย แต่ข้าวหมูแดงก็มีความหวานอยู่ด้วยนะ น่าจะลองพัฒนาให้กลายเป็นไอศกรีม เราก็คุยกับน้องที่เป็นเชฟทำไอศกรีม ซึ่งตอนทำยากมาก ชิมกันเป็นสิบรอบกว่าจะลงตัว พอคนได้กินจะนึกถึงข้าวหมูแดง”

วิเฉลยว่า ไอศกรีมข้าวหมูแดงตั้งต้นจากไอศกรีมข้าวหอมมะลิแล้วเบลนด์น้ำหมูแดงสลับเป็นเลเยอร์

LifeShop.Nakhon Pathom ร้านของฝากเล็กๆ ขายพัดลมยันไอศกรีมข้าวหมูแดงที่คนนครปฐมต้องภูมิใจ

“เรามีรสส้มโอนครปฐมด้วยนะ ระหว่างขับรถกลับกรุงเทพฯ จะเห็นแผงส้มโอเยอะมาก เราก็แวะซื้อจากตรงนั้น บางวันสีขาว บางวันสีชมพู แล้วแต่ว่าเป็นพันธุ์ขาวน้ำผึ้งหรือพันธุ์ทองดี เราใส่เนื้อส้มโอเข้าไปด้วย กินแล้วสดชื่น”

การันตีว่าสดชื่นจริงไม่ติงนัง แถมรสชาติคล้ายเกรปฟรุ๊ต หวานต้นขมปลาย ยิ่งอากาศร้อนปรอทวัดไม่ได้แบบนี้ยิ่งอยากฟาดเรียบสักสามถ้วย ใครอิ่มข้าวหมูแดงถ้วยก่อนหน้า ลองล้างปากด้วยส้มโอนครปฐมดูสักถ้วยนะ

ไม่เพียงไอศกรีมรสชาติประจำ วิยังอยากให้ LIFE SHOP Nakhon Pathom เป็นทางเลือกของคนรักไอศกรีมด้วยการชวนเพื่อนบ้านหวานเย็นมาลงตู้เดียวกัน ปรบมือยินดีต้อนรับ miTiiTim และ YORA ไอศกรีมโฮมเมดที่รสชาติเด็ดดวงไม่แพ้กัน อาทิ กะทิแมคคาเดเมีย น้ำปลาคาราเมล หม้อแกง กะทิและน้ำตาลโตนด ไวท์มอลต์และขนมตุ๊บตั๊บ

LifeShop.Nakhon Pathom ร้านของฝากเล็กๆ ขายพัดลมยันไอศกรีมข้าวหมูแดงที่คนนครปฐมต้องภูมิใจ

“เรารู้สึกว่าไอศกรีมมันเหมือนหนังสือการ์ตูนนะ ผู้ใหญ่ดูได้ เด็กก็ดูได้ แอบมีความแฟนตาซีนิดหน่อย แล้วไอศกรีมเป็นเหมือนความสุขหลังมื้ออาหาร เราเลยรู้สึกชอบและอยากให้มีไอศกรีมอยู่ในร้าน” วิยิ้มตาหยี

ฝากร้าน

LifeShop.Nakhon Pathom ร้านของฝากเล็กๆ ขายพัดลมยันไอศกรีมข้าวหมูแดงที่คนนครปฐมต้องภูมิใจ

ถัดจากโซนไอศกรีมกลางร้าน เขยิบๆ ออกมานิดใกล้ชิดหน้าประตู มีพื้นที่สี่เหลี่ยมสำหรับวางสินค้าดีไซน์จากพลพรรคเพื่อนดีไซเนอร์ ของฝากประทับตรา LifeShop และมินิป๊อปอัพขนาดย่อมของ Home Studio Shop

วิทำของที่ระลึกประจำจังหวัดนครปฐมเป็นเสื้อยืดผ้าสบายใส่ได้ทั้งครอบครัว มีตั้งแต่ไซส์คุณพ่อ คุณแม่ คุณลูก หรือจะซื้อฝากคุณตา คุณยาย คุณปู่ คุณย่า ก็มีพร้อม สินค้าที่เห็นแล้วน่ารักน่าชังคงเป็นหมวกผ้าทอที่ใส่ได้สองด้าน กระเป๋าใส่เศษเงินขนาดพอเหมาะ กระเป๋าสะพายข้างใส่ขวดน้ำสำหรับสายอีโค่ เห็นแล้วอยากเสียทรัพย์

LifeShop.Nakhon Pathom ร้านของฝากเล็กๆ ขายพัดลมยันไอศกรีมข้าวหมูแดงที่คนนครปฐมต้องภูมิใจ
LifeShop.Nakhon Pathom ร้านของฝากเล็กๆ ขายพัดลมยันไอศกรีมข้าวหมูแดงที่คนนครปฐมต้องภูมิใจ

“ใบนี้เป็นกระเป๋าใช้งานได้สองด้าน ด้านหนึ่งเป็นเศษผ้า อีกด้านเป็นกระสอบข้าว ถ้าพลิกด้านกระสอบออกด้านนอก เวลาวางบนพื้นก็จะไม่เลอะ หรือพลิกเข้าด้านในเวลาใส่ของเปียกก็ไม่ต้องกังวลว่าน้ำจะซึมออกมามั้ย

“เราเป็นคนอิน Zero-waste อยู่แล้ว ความคิดแรกคืออยากเอาเศษผ้ามาเจอกับวัสดุ ก็เลยตามซื้อถุงข้าวสารเพราะเขาทิ้งจากการใช้งานแล้วและทิ้งจากการที่โรงงานพิมพ์เสีย เราเอามาประกอบกับผ้าไทย เกิดดีไซน์ใหม่ แต่ละใบไม่เหมือนกัน แล้วก็ตอบโจทย์ที่เราอยากเอาของที่ไม่เกิดประโยชน์มาทำให้เกิดประโยชน์ใหม่” นักออกแบบอธิบาย

LifeShop.Nakhon Pathom ร้านของฝากเล็กๆ ขายพัดลมยันไอศกรีมข้าวหมูแดงที่คนนครปฐมต้องภูมิใจ

การหยิบข้าวของมาดีไซน์ใหม่เป็นหัวใจเดียวกันกับ Home Studio Shop วิเลือกผ้าทอปลายม้วนที่เหลือจากการผลิตสินค้าในโรงงานอุตสาหกรรม มาปรับโฉมและแต่งองค์ทรงเครื่องเป็นเสื้อผ้าตัวใหม่ ซึ่งตัดได้เพียงชุดสองชุด

เราฟังเธอเล่าความเป็นมาของสินค้าแต่ละชิ้นด้วยความเพลิดเพลิน อย่างกระเป๋าใบนู้นทอจากเศษไหมพรม กระเป๋าใบนั้นทอจากเส้นใยพลาสติก ผ้าไหมจากขอนแก่น กระเป๋าหวายจากภาคเหนือ พัดลมบังกะโล เซรามิกเพนต์ลายจาก A Clay Ceramic สบู่ล้างมือจาก Seriously Hobby สต็อปเปอร์ประตูจาก o-d-a ข้าวสารจากแต้คุณฮะ

LifeShop.Nakhon Pathom ร้านของฝากเล็กๆ ขายพัดลมยันไอศกรีมข้าวหมูแดงที่คนนครปฐมต้องภูมิใจ

“ข้าวสารของบ้านเป็ด (ภาคภูมิ ลมูลพันธ์) กับยูน (พยูณ วรชนะนันท์) เป็นข้าวจากทุ่งกุลาร้องไห้ 5 จังหวัด ชิมแล้วอร่อยดี เลยเอามาขายตอนปีใหม่ แล้วมีก็ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดออร์แกนิก มีเสื้อยืด DudeSweet ด้วย

“เราอยากเลือกของมาวางให้หลากหลาย มิกซ์กันเองอยู่ในร้าน บางทีเพื่อนทำงานดีไซน์ก็เอามาวางร้านเรา อย่างรูปบางรูปที่แขวนผนังเราก็ขาย เก้าอี้นี่ก็ขาย ถ้าเห็นอันไหนมีป้ายติดแสดงว่าขาย” เธอหัวเราะชอบใจ

เห็นข้าวของเข้ากันบ้างไม่เข้ากันบ้าง ยิ่งมองยิ่งน่ารัก เช่นเดียวกันกับเสน่ห์ของนครปฐมดังที่เจ้าบ้านชมเชยตอนต้น มิติและความหลากหลายของคนและสิ่งของคอยขุดหลุมให้ลึก ลึก และลึก จนวิตกหลุมรักครั้งแล้วคร้ังแล่า

ร้านของฝากมีชีวิต

“เราคิดว่าร้านของฝากไม่จำเป็นต้องอยู่จุดไฮไลต์หรือถนนเส้นหลัก มันอาจจะออกมารอบนอก แต่ก็ยังมีเสน่ห์ได้ในแบบของมัน เราอยากให้ร้านเราเป็นแบบนั้น อยากให้คนนครปฐมมาแล้วเขารู้สึกแตกต่าง อยากกลับมาอีก” 

แม้ร้านของฝากน้องใหม่เพิ่งจะเปิดประตูบ้านต้อนรับแขกประจำถิ่นและแขกต่างถิ่นได้ไม่นาน แต่ด้วยทำเลไม่ไกลจากถนนใหญ่ ทะลุได้หลายเส้นทาง เข้ากรุงเทพฯ ก็ง่าย ทะลุเส้นองค์พระฯ ก็ได้ จะขับฉิ่วไกลถึงนครชัยศรีก็ย่อมได้ ทำให้คนผ่านไปผ่านมาแวะเวียนมาไม่ขาดสาย บ้างแวะกินไอศกรีมดับร้อน บ้างจับจ่ายของฝากให้คนรู้ใจ

LifeShop.Nakhon Pathom ร้านของฝากเล็กๆ ขายพัดลมยันไอศกรีมข้าวหมูแดงที่คนนครปฐมต้องภูมิใจ

“เราตั้งใจให้พื้นที่ตรงนี้เป็น Destination ใหม่ของคนนครปฐม คนกรุงเทพฯ หรือคนจังหวัดใกล้เคียงที่แวะมาเที่ยวนครปฐม ให้เขาแวะมากินไอศกรีม พาเด็กๆ มาอ่านหนังสือนิทาน เดินดูของฝาก แวะเติมความสุขก่อนกลับบ้าน 

“ความสุขของเราคือการเห็นพื้นที่ตรงนี้ค่อยๆ เป็นรูปเป็นร่าง แม้แต่ต้นไม้ในร้านเราก็ซื้อเองทุกต้น อย่างต้นสารภีก็ลุ้นมากว่าจะอยู่ได้มั้ย วันไหนมาแล้วเห็นต้นไม้ออกใบเขียว เรามีความสุขมาก สนุกกับการดูแลชีวิตในร้าน”

“พอเห็นต้นไม้โตขึ้นเรื่อยๆ ก็ยิ่งสะท้อนว่าสถานที่ตรงหน้ามีชีวิตอยู่ในนั้นจริงๆ” เราบอกเธอ

“เราอยากให้เป็นแบบนั้นเลย ไลฟ์ช็อปไม่ใช่แค่คนหรือลูกค้า แต่ต้นไม้ก็คือชีวิต”

LifeShop.Nakhon Pathom ร้านของฝากเล็กๆ ขายพัดลมยันไอศกรีมข้าวหมูแดงที่คนนครปฐมต้องภูมิใจ

LIFE SHOP Nakhon Pathom

ที่ตั้ง : 186/3 ถนนเทศบาล 1 ตำบลธรรมศาลา อำเภอเมืองนครปฐม

จังหวัดนครปฐม 73000 (แผนที่)

เปิดวันพฤหัสบดี – วันอาทิตย์ เวลา 10.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 08 9664 2829

Facebook : LIFE SHOP Nakhon Pathom

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

4

1

นับเลขช้า ๆ สูดหายใจเข้าลึก ๆ ผ่อนลมหายใจออก เตรียมตัวหลีกหนีจากความวุ่นวายไปสู่ความสงบ ชีวิตช้า ๆ ที่ทำให้สบายใจ

ทว่ายังไม่ทันจะได้เริ่มหายใจให้ช้าลง พระพิรุณก็กระหน่ำฟ้าฝนลงมาดั่งแกล้งกัน เหลือบตามองท้องฟ้าที่มืดครึ้มแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจยาว ๆ ตามมาด้วยเงาของความกังวลที่วันนี้อาจจะไม่มีโอกาสได้เข้าไปสำรวจ ‘Slow Life บางกอก Market’ แห่งนี้เสียแล้ว

กระนั้นความร้อนใจของเราก็ได้ดับลงด้วยผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ผู้มาพร้อมแนวคิดชีวิตที่ช้าลงโบกมือเรียกเราเข้าบ้านด้วยรอยยิ้ม

เชฟจิ้น-กวีวิรัญจ์ บัวสุวรรณ Slow Life บางกอก

ปรับบ้านเพื่อแบ่งปัน 

จิง-ธีรา ลี้อบาย เจ้าของตลาด Slow Life บางกอก และศิลปินนักวาดภาพสีน้ำผู้สนใจสิ่งแวดล้อม เปิดบ้านพาเราเข้าไปนั่งในพื้นที่ ‘พักทำสวน’ ที่เปิดเป็นคาเฟ่ให้ผู้คนได้เข้ามาพักผ่อนพร้อมรับประทานอาหารที่ดีและอร่อย 

ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามายังบ้านสีขาวสลับน้ำตาลหลังนี้ บรรยากาศชวนนึกถึงบ้านพักต่างจังหวัดสวย ๆ สักหลังที่ทำให้เราได้หย่อนใจในวันเหนื่อยล้า จนย้อนคิดได้ว่า นับวันพื้นที่แสนสงบในกรุงเทพฯ ยิ่งหายาก ด้วยความเจริญและเศรษฐกิจที่เติบโต เมืองหลวงของเราจึงมีภาพจำของความวุ่นวาย เร่งรีบ ตึกสูงและคอนโดมิเนียม ที่แห่งนี้จึงเป็นดั่งขุมทรัพย์ใน ‘ลาดพร้าว’ ย่านที่ถูกขนานนามว่า ไฟแดงชาตินี้ ไฟเขียวชาติหน้า 

Slow Life บางกอก : ตลาดออร์แกนิกแสนสงบที่คืนบรรยากาศ 'ลาดมะพร้าว' ในอดีตให้ย่านลาดพร้าว

จิงเล่าให้เราฟังว่า เจ้าของบ้านตัวจริงคือ เชฟจิ้น-กวีวิรัญจ์ บัวสุวรรณ ที่สนใจวัตถุดิบท้องถิ่น ธรรมชาติ และการเกษตร ผู้เป็นเจ้าของแนวคิด Slow Life ในบางกอก 

“พี่จิ้นเป็นเจ้าของบ้าน โตที่นี่ ตรงนี้ก็เป็นญาติกันไปหมดจนสุดคลองลาดพร้าว เป็นที่ดินของคุณตาคุณยาย คุณลุงคุณป้า ตัวพี่จิ้นเติบโตมากับการวิ่งเล่นริมสวน พื้นที่ตรงนี้เคยเป็นลาดพร้าวที่เป็นลาดมะพร้าวจริง ๆ พอเมืองเข้ามา ก็ยังอยากเก็บบรรยากาศเดิม ๆ ไว้” จิงเล่า

เชฟจิ้น-กวีวิรัญจ์ บัวสุวรรณ Slow Life บางกอก

บ้านขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่นี้ชั้นล่างเป็นร้านอาหาร ส่วนด้านบนเป็นแกลเลอรี่ที่เปิดให้ศิลปินเข้ามาแสดงผลงานได้ จึงอาจกล่าวได้ว่า นอกเหนือจากการเป็นคาเฟ่หรือบ้านพักริมสวนของสองสามีภรรยาแล้ว พื้นที่แห่งนี้ยังเป็นสนามเด็กเล่นให้ผู้คนได้รู้และได้ลองทำในสิ่งที่ตนเองต้องการ 

Slow Life บางกอก : ตลาดออร์แกนิกแสนสงบที่คืนบรรยากาศ 'ลาดมะพร้าว' ในอดีตให้ย่านลาดพร้าว

“ไม่ได้อยากให้ที่นี่เป็นบ้านของเรา หรือร้านของเราอย่างเดียว เราเปิดให้หลาย ๆ คนเข้ามา อย่างเชฟเขาก็เป็นเชฟในระบบทั่วไป นอกจากวันทำงานแล้ว พอมีวันหยุด 1 วัน ก็อยากทำอะไรที่มันมีคุณค่า มากกว่าเมนูที่ระบบสั่งมา เลยชวนให้น้องมาอยู่ที่นี่ เขาจะดีไซน์เมนูของเขา เปิดพื้นที่ให้คนที่อยากลอง”

Slow Life บางกอก : ตลาดออร์แกนิกแสนสงบที่คืนบรรยากาศ 'ลาดมะพร้าว' ในอดีตให้ย่านลาดพร้าว

ย้อนรอยวันเปิดตลาด

นอกเหนือจากตัวบ้านที่เปิดเป็นคาเฟ่แล้ว จุดมุ่งหมายที่พาเรามาที่นี่ คือตลาด Slow Life บางกอก

ตลาดแห่งนี้เริ่มมาจากงานขึ้นบ้านใหม่ ด้วยความที่ทั้งสองคนอยู่ในแวดวงสินค้าออร์แกนิกอยู่แล้ว จึงถือโอกาสชวนเพื่อนนำสินค้ามาขายที่บ้าน แต่ก็ไม่ได้สานต่อโปรเจกต์นี้มากนักเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 หลังภาวะโรคระบาดนี้ดีขึ้น จิงจึงตัดสินใจกลับมาจัดตลาดอีกครั้ง ประกอบกับในช่วงนั้นได้พบกับมูลนิธิ MOA ซึ่งสนับสนุนเกษตรกรเรื่องออร์แกนิก สุนทรี ปรัชญา ธรรมชาติกับศิลปะ ตลอดจนสุขภาพและวัฒนธรรม จากเดิมทีที่การทำงานพัฒนาเกษตรกรต้องดำเนินการในต่างจังหวัดเท่านั้น ตลาดนี้จึงเป็นโอกาสให้ได้พัฒนาเกษตรกรในกรุงเทพฯ ร่วมด้วย

พอมีคำว่าออร์แกนิกขึ้นมา เราก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ในโลกอันกว้างใหญ่ของนิยามคำว่าออร์แกนิกนั้น ความเข้าใจของเราจะถูกต้องสักเศษเสี้ยวหนึ่งไหม 

Slow Life บางกอก : ตลาดออร์แกนิกแสนสงบที่คืนบรรยากาศ 'ลาดมะพร้าว' ในอดีตให้ย่านลาดพร้าว

จิงคิดอยู่สักพักก่อนตอบว่า “เราก็คุยกันอยู่เหมือนกันนะ ว่าอะไรจะมาชี้วัดว่าออร์แกนิก เราว่ามันคือหัวใจของคนที่ทำ บางคนอาจจะคิดว่าแค่ตรารับรอง มันก็คือออร์แกนิกแล้ว ใจของคนทำสำคัญกว่า ถ้าเราตั้งใจทำ ตั้งใจไม่ใช้ยา ถึงปริมาณไม่ได้เยอะ ไม่ได้สวยงามก็ดีกว่า ออร์แกนิกไม่ใช่แค่มาตรฐานหรือตรากำกับ มันคือจิตใจของผู้คนนี่แหละ” 

จุนเจือกันไม่ขาด 

คุยกันไปมาได้สักพัก ฟ้าที่มืดครึ้มก็สว่างจ้า กลับมาทอแสงแดดสวยเหมือนเดิม เรามองออกไปจากประตูกระจกของร้านเห็นบรรดาพ่อค้าแม่ค้ายกโต๊ะ เก้าอี้ และร่มคันสวย กลับมาจัดหน้าร้านกันอย่างขันแข็ง จึงถือโอกาสให้จิงพาเดินชมตลาดพลางพูดคุยกัน

Slow Life บางกอก : ตลาดออร์แกนิกแสนสงบที่คืนบรรยากาศ 'ลาดมะพร้าว' ในอดีตให้ย่านลาดพร้าว

ความเป็นกันเอง สบาย ๆ ของทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย เป็นจุดเด่นที่สังเกตเห็นได้ทั้งตลาด หรืออาจกล่าวได้ว่า ที่นี่ไม่ได้มีกฎเกณฑ์อะไรมากมาย ในราคาค่าแผงเพียง 100 บาท พ่อค้าแม่ค้าต่างพึ่งพาตนเองและช่วยเหลือกัน นอกจากนั้นความพิถีพิถันในการเลือกลูกตลาดให้ลูกค้าที่เข้ามาซื้อของได้รับประโยชน์สูงสุด ก็เป็นอีกความน่าสนใจที่ทำให้ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงตลาดออร์แกนิกธรรมดา

Slow Life บางกอก : ตลาดออร์แกนิกแสนสงบที่คืนบรรยากาศ 'ลาดมะพร้าว' ในอดีตให้ย่านลาดพร้าว

Slow Life บางกอก Market เปิดพื้นที่ให้สินค้าออร์แกนิก เกษตรอินทรีย์ พืช อาหารที่ไม่ใช้ยาฆ่าหญ้า ยาฆ่าแมลง และเหล่างานคราฟต์เข้ามาขาย โดยคำนึงมากกว่าเพียงตัวผลิตภัณฑ์ เพราะจิงและจิ้นมองลึกลงไปถึงความสัมพันธ์ ร้านค้าที่เข้ามาเป็นลูกตลาดต้องมีจุดเด่นที่บอกได้ว่าสินค้าของคุณต่างจากคนอื่นอย่างไร และนอกจากดีต่อร่างกายแล้ว มันดีต่อใจอย่างไร

ชิมรสชาติพิเศษล้ำ

จิงพาเราเดินมาถึงร้านสวนดินคานาอัน รถเข็นคันเล็ก ๆ ที่ขายพัฟย่าง ทั้งรสเผือก เห็ดอบชีส ไก่เทอริยากิ และผักโขมอบชีส แต่สิ่งที่สะดุดตาเรามากที่สุด คือ ‘ปลาส้มฟัก’ เมนูที่เราพยายามมองหา ‘ฟัก’ ในอาหารชนิดนี้ 

เด็กกรุงเทพฯ ตาใสอย่างเราไม่เคยได้ยินเมนูนี้มาก่อน พี่เจ้าของร้านอธิบายให้ฟังว่า ปลาส้มฟักก็เหมือนแหนม แต่เป็นแหนมที่ทำจากเนื้อปลา โดยรากศัพท์เกิดจากการผสมคำว่า ปลาส้ม แปลว่าการนำปลาไปหมักดอง กับฟักที่หมายถึงการสับหรือบดละเอียด ปลาส้มฟักร้านนี้ใช้ปลาจากเขื่อนอุบลรัตน์ ไม่มีก้างและไม่มีผงชูรส 

Slow Life บางกอก : ตลาดออร์แกนิกแสนสงบที่คืนบรรยากาศ 'ลาดมะพร้าว' ในอดีตให้ย่านลาดพร้าว

 เดินถัดมา 3 – 4 ร้าน เราสังเกตเห็นร้านที่เหมือนรถขายกาแฟทั่วไป แต่มีเลม่อนปลูกเองจากสวนที่นำมาสรรสร้างเป็นเมนูพิเศษมากมาย ตั้งแต่เครื่องดื่มเพิ่มความสดชื่นอย่างเลม่อนน้ำผึ้ง หรือกาแฟเลม่อนที่มีรสหวานอมเปรี้ยวขมปลาย ช่วยให้วันฟ้าหมอง ๆ สว่างขึ้นมาได้ 

 ระหว่างพูดคุยเรื่องสัพเพเหระ เจ้าของร้านชวนเราชิมเมล็ดโกโก้สด สัมผัสแรกคือกลิ่นโกโก้ที่หอมตีขึ้นจมูก ก่อนจะตามมาด้วยความมันและรสขมบาง ๆ ความรู้สึกคล้ายกำลังทานเมล็ดถั่วที่มีกลิ่นโกโก้หอมตลบอบอวลทั้งปาก

ตลาดสโลว์ไลฟ์ใจกลางลาดพร้าวที่อยากให้ทุกคนหายใจช้าลง ด้วยบรรยากาศผ่อนคลาย อาหารออร์แกนิก งานคราฟต์ และสังคมเกื้อกูล

นอกจากนั้นยังมีร้านข้าวต้มมัดที่มีคุณยายวัย 80 ปี ซึ่งเป็นผู้นำชุมชนนำมาขาย โดยขนมในตะกร้าสานนั้นเวียนกันไปในการจัดตลาดแต่ละครั้ง ตั้งแต่ถั่วแปบ ขนมใส่ไส้ ขนมกล้วย ตลอดจนขนมฟักทอง อาจเรียกได้ว่า คุณจะได้สุ่มทานขนมไทยอร่อย ๆ ทุกครั้งที่มาเยือนตลาดแห่งนี้

ตลาดสโลว์ไลฟ์ใจกลางลาดพร้าวที่อยากให้ทุกคนหายใจช้าลง ด้วยบรรยากาศผ่อนคลาย อาหารออร์แกนิก งานคราฟต์ และสังคมเกื้อกูล

พาทัวร์ออกนอกถิ่น 

หลังตลาดแห่งนี้จัดต่อเนื่องมาถึง 3 ครั้ง จิงและจิ้นยังคงมุ่งหวังให้ตลาดนี้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องในรูปแบบของคอมมูนิตี้ที่เพื่อน ๆ พร้อมช่วยเหลือกัน โดยอาจจะเปิดโปรเจกต์ใหม่ด้วยการพาลูกตลาดไปสัญจรยังที่ต่าง ๆ 

ตลาดสโลว์ไลฟ์ใจกลางลาดพร้าวที่อยากให้ทุกคนหายใจช้าลง ด้วยบรรยากาศผ่อนคลาย อาหารออร์แกนิก งานคราฟต์ และสังคมเกื้อกูล

“เราไม่ได้อยากให้เป็นร้านอย่างเดียว เราอยากให้เป็นที่ที่คนมารวมกัน มาเจอกันที่นี่แล้วก็ไปเจอกันที่อื่นได้อีก มารู้จักกันที่นี่แล้วพากันไปที่อื่นได้อีก”

ฝึกจนชินด้วยเวิร์กชอป

สำหรับเดือนกันยายนนี้ ตลาด Slow Life บางกอก จัดขึ้นในธีม Workshop Village ชวนคุณเข้ามาทดลองทำงานคราฟต์ด้วยพลังกายและพลังใจ แนวคิดของธีมนี้เกิดขึ้นจากการรับความคิดเห็นของผู้คนที่เข้ามาเยี่ยมชมตลาดเมื่อ 2 ครั้งที่ผ่านมา ประกอบกับความต้องการปรับพื้นที่โซนสวนให้คนเข้าไปเดินเล่นได้ จนกลายเป็นต้นกำเนิดของงานในครั้งนี้ สำหรับเดือนถัด ๆ ไป Slow Life บางกอก Market ก็จะรับข้อเสนอแนะและปรับธีมไปตามความสนใจของผู้คนในตลาดเช่นกัน

ตลาดสโลว์ไลฟ์ใจกลางลาดพร้าวที่อยากให้ทุกคนหายใจช้าลง ด้วยบรรยากาศผ่อนคลาย อาหารออร์แกนิก งานคราฟต์ และสังคมเกื้อกูล

ผ้าผ่อนเกิดอาภรณ์

หลังเดินวนชมมารอบตลาด ก็ถึงเวลาที่เราขอเข้าร่วมเวิร์กชอปการเย็บเสื้อง่าย ๆ กับร้าน Beehive Art-icle Rare แนวคิดหลักของการตัดเย็บเสื้อผ้านี้ คือการมอง ‘เครื่องนุ่งห่มให้เป็นเครื่องนุ่งห่ม’ หากมองย้อนไปในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา มนุษย์มองเสื้อผ้าต่างออกไปจากอดีต เราใช้เสื้อผ้าเป็นเครื่องประดับร่างกาย สิ่งเพิ่มความสวยงาม โดยลืมหน้าที่หลักอย่างการเป็นเครื่องนุ่งห่มไป ปัญหาจากแนวคิดเหล่านี้ทำให้เกิดภาวะขยะแฟชั่นล้นเมือง คนใส่เสื้อครั้งเดียวแล้วก็ทิ้ง Beehive Art-icle Rare จึงนำเสนอมุมมองใหม่ ๆ ในการตัดเย็บเสื้อผ้าให้เราได้สวมใส่อย่างสวยงามและรักษ์โลกในคราวเดียวกัน 

เรากับการตัดเย็บเสื้อผ้า ถ้าพูดให้คนในครอบครัวฟังก็คงขำแล้วบอกว่ามันเป็นงานที่ต้องอาศัยทักษะชั้นสูง แต่กว่า 1 ชั่วโมงในการทำเวิร์กชอปนี้ไม่น่าเบื่อเลย และทำให้เราได้เปิดมุมมองใหม่ ๆ ของการตัดเย็บเสื้อผ้าอีกด้วย 

เริ่มต้นจากการเลือกผ้าที่ต้องการ จากนั้นนำผ้ามาฉีกออกมาเป็น 2 ส่วนคือ ด้านหน้าและด้านหลังของตัวเสื้อ จากนั้นวัดพื้นที่บริเวณคอเสื้อและใช้เข็มกลัดกลัดไว้เพื่อเย็บไหล่ทั้งสองข้าง ก่อนเย็บด้านข้างของลำตัว และติดป้ายร้านเพื่อแสดงเป็นเครื่องหมายว่า ‘วันนี้เราได้มาเจอกัน’

ตลาดสโลว์ไลฟ์ใจกลางลาดพร้าวที่อยากให้ทุกคนหายใจช้าลง ด้วยบรรยากาศผ่อนคลาย อาหารออร์แกนิก งานคราฟต์ และสังคมเกื้อกูล

ช่วงเวลา 50 กว่านาทีที่นั่งอยู่ใต้ชายคาของร้านนี้ มีสมาชิกร่วมตัดเย็บกับเราอีก 1 คน จนคล้ายเป็นสภากาแฟในช่วงบ่ายที่ได้ร่วมพูดคุยกันถึงประเด็นสิ่งแวดล้อม ด้วยความแตกต่างของช่วงวัยทำให้คุณป้าถามเราถึงเทรนด์การรักษาสิ่งแวดล้อมในวัยรุ่น จากประเด็นการแยกขยะและเสื้อผ้า Fast Fashion นำไปสู่การพูดคุยระดับนโยบายของประเทศ การกำจัดขยะ และปัญหางบประมาณประเทศที่จำเป็นต้องลงทุนกับการดูแลสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืน

“พอพูดเรื่องการแยกขยะ บางทีเราไม่ได้แยกขยะ แต่เราไม่สร้างขยะตั้งแต่แรก พยายามซื้อของมือสอง ใส่เสื้อมือสอง มันก็คือเรื่องสิ่งแวดล้อมทั้งนั้น” คุณป้าเจ้าของร้านสรุปประเด็นที่พูดคุยกัน หลังเราเล่าเรื่องเสื้อผ้ามือสองของโกดังต่าง ๆ

ช่วงบ่าย 3 – 4 โมงเย็นที่เรานั่งใช้เข็มสะกิดเนื้อผ้าไปมาจนเป็นทรง วงนั่งเล่นขึ้นมาซ้อมดนตรีขับกล่อมให้ใจเย็นลง ดั่งช่วงเวลาเวทมนตร์ เวิร์กชอปนี้จึงมอบเสื้อสวย ๆ ให้สวมกลับบ้านอย่างภาคภูมิใจ พร้อมด้วยบทสนทนาดี ๆ ที่เปิดมุมมองใหม่ในหลากหลายประเด็น

ตลาดสโลว์ไลฟ์ใจกลางลาดพร้าวที่อยากให้ทุกคนหายใจช้าลง ด้วยบรรยากาศผ่อนคลาย อาหารออร์แกนิก งานคราฟต์ และสังคมเกื้อกูล

เงาสะท้อนช้าจนชาญ

จากตอนแรกที่รู้สึกหลงถิ่นเหลือเกินกับการเดินทางเข้ามายังพื้นที่นี้ ด้วยนิสัยรีบร้อนของมนุษย์กรุงเทพฯ ที่ฝังลึกในดีเอ็นเอ แถมยังไม่เข้าใจคำว่าสโลว์ไลฟ์อย่างถ่องแท้ จนพาลให้จิงต้องอธิบายความหมายให้ฟังอยู่หลายรอบ

“คนทั่วไปคิดว่าสโลว์ไลฟ์หมายถึงต้องใช้ชีวิตช้า ๆ อะไรแบบนี้ใช่ไหม (หัวเราะ) จริง ๆ แล้วไม่เลยนะ ไม่ต้องใช้ชีวิตช้า ๆ ที่นี่มี Gadgets เทคโนโลยีทั่วไป ติดโซลาร์เซลล์ เราใช้โรบอตดูดฝุ่นบ้าน ใช้เทคโนโลยีทุกอย่าง แค่ไม่ต้องใช้ชีวิตแบบกดดันหรือเร่งรีบในระบบของสังคม แค่ทำสิ่งที่เราอยากทำนั่นแหละ มันเป็นความสุขภายใต้มุมของเรา เรายังไปเดินห้างปกติ ไม่ต้องกินอาหารออร์แกนิกเท่านั้น ผงชูรสก็กินได้ ส่วนตัวเรารู้สึกว่าความหลากหลายนั้นสำคัญกว่า เรากินสารพิษหลาย ๆ อย่างแล้วก็คละเคล้ากัน เราก็อยู่ได้” เราท้าวคางนั่งฟังจิงอย่างตั้งใจ โดยไม่รู้ตัวเลยว่าประโยคนี้เปลี่ยนความคิดเราไปมากมาย 

เชฟจิ้น-กวีวิรัญจ์ บัวสุวรรณ Slow Life บางกอก

ที่นี่เป็นเสมือนขุมทรัพย์ใจกลางเมืองที่พาเราไปพักผ่อนสบาย ๆ โดยไม่ต้องขับรถหลายชั่วโมงไปถึงต่างจังหวัด ด้วยสภาพแวดล้อม สังคม และผู้คน จะชวนให้เราได้พักหายใจ ทำอะไรช้าลง คิดอะไรช้าลง  

หากคุณมีเวลาว่างในวันหยุดเสาร์แรกของต้นเดือนหน้า เราอยากชวนให้คุณได้ไปสัมผัสประสบการณ์ดี ๆ ของตลาดที่จัดขึ้นด้วยใจ ณ Slow Life บางกอก Market

ตลาดสโลว์ไลฟ์ใจกลางลาดพร้าวที่อยากให้ทุกคนหายใจช้าลง ด้วยบรรยากาศผ่อนคลาย อาหารออร์แกนิก งานคราฟต์ และสังคมเกื้อกูล

Slow Life บางกอก 

ที่ตั้ง : ซอยจามจุรี รัชดา32/ลาดพร้าว23 เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร (แผนที่

วัน-เวลาทำการ​ : ทุกเสาร์แรกของเดือน เวลา 10.00 – 18.00น.

โทรศัพท์ : 08 9897 9651

Facebook : Slow Life บางกอก 

Writer

ปณิตา พิชิตหฤทัย

นักเรียนสื่อผู้ชอบเล่าเรื่องแถวบ้าน ความฝันสูงสุดคือการเป็นเพื่อนกับแมวสามสีทุกตัวบนโลก

Photographer

ณัฐวุฒิ เตจา

เกิดและโตที่ภาคอีสาน เรียนจบจากสาขาศิลปะการถ่ายภาพ สนใจเรื่องราวธรรมดาแต่ยั่งยืน ตอนนี้ถ่ายภาพเพื่อเข้าใจตนเอง ในอนาคตอยากทำเพื่อเข้าใจคนอื่นบ้าง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load