ยินดีต้อนรับสู่จังหวัดนครปฐม

WELCOME TO NAKHON PATHOM

พลันสายตาปะทะแผ่นเหล็กสีน้ำเงินสดประทับอักษรสีขาว ‘ยินดีต้อนรับสู่จังหวัดนครปฐม’ เท่ากับยืนยันว่า ‘ผู้มาเยือน’ ถึงจุดหมายปลายทางเรียบร้อยแล้ว จะปักหมุดชิมส้มโอหวาน แวะซื้อข้าวหลามหรืออุดหนุนข้าวสาร ก็ตามแต่ใจและเท้าจะเหยียบคันเร่งให้แล่นไปหา แต่ล้อของเรากำลังจะหมุนเข้าร้านของฝาก LIFE SHOP Nakhon Pathom

ฟังไม่เพี้ยน มาเยือนเมืองหมูทั้งทีไม่ยักจะโซ้ยข้าวหมูแดงอันลือนาม แต่ดันจอดรถหน้าตึกแถว เยือนร้านของฝากน้องใหม่แห่งเมืองนครปฐม ทว่าแปลกตากว่าร้านของฝากตามหัวมุมจังหวัด แค่เห็นแวบแรกก็อุทาน จ๊าบ!

LifeShop.Nakhon Pathom ร้านของฝากเล็กๆ ขายพัดลมยันไอศกรีมข้าวหมูแดงที่คนนครปฐมต้องภูมิใจ

ก๊อก ก๊อก เราเปิดประตูกระจกเดินเข้าร้านพร้อมส่งเสียงสวัสดี วิ-วิชชุกร โชคดีทวีอนันต์ เจ้าบ้านประจำ LIFE SHOP Nakhon Pathom และเจ้าบ้านประจำหมู่บ้าน The Bound House เธอส่งยิ้มหวานต้อนรับ

แม้มองจากด้านนอกจะเห็นเป็นตึกแถว แต่ด้านในกลับกว้างขวาง โปร่งโล่งสบายตาด้วยเพดานยกสูง แสงธรรมชาติและสีเขียวของต้นไม้, สายตาของเราเริ่มสำรวจทั่วบริเวณ มุมนั้นเป็นมุมไอศกรีมชื่นใจ มุมโน้นเป็นมุมของฝาก คลับคล้าย Selected Shop เน้นวางสินค้าดีไซน์ ส่วนด้านบนเป็นพื้นที่ว่างสำหรับหย่อนใจ จะนั่งทำงานก็เข้าที

ด้วยร้านขายของฝากขนาดกะทัดรัดหลังนี้อยู่หน้าหมู่บ้าน The Bound House จึงรับบทเป็นห้องรับแขกของบ้านหลังใหญ่ไปโดยปริยาย และ LIFE SHOP Nakhon Pathom ไม่ได้เป็นแค่ร้านขายของฝาก แต่เป็น ‘ชีวิต’ 

LifeShop.Nakhon Pathom ร้านของฝากเล็กๆ ขายพัดลมยันไอศกรีมข้าวหมูแดงที่คนนครปฐมต้องภูมิใจ

เราจับจ่ายเรื่องราวจากนครปฐมติดไม้ติดมือมาเป็นของฝากให้คุณถึงหน้าประตู ถ้าสนใจใคร่รู้ลองแกะห่อกระดาษ พร้อมคลี่อ่านความเป็นมาและความเป็นไปของร้านของฝากน้องใหม่ที่คนนครปฐมต้องภูมิใจ

สวัสดีนครปฐม

“นครปฐมเป็นเมืองน่ารัก” 

วิเริ่มต้นบทสนทนา เรามั่นใจว่าเธอตกหลุมรักจังหวัดนี้เข้าอย่างจัง 

“เราเรียนศิลปากร มานครปฐมตั้งแต่สมัยเรียน ครอบครัวแฟนก็เป็นคนนครปฐม ช่วงทำโครงการหมู่บ้านเรามานครปฐมบ่อยมาก ข้อดีคือใกล้กรุงเทพฯ แล้วบางย่านดูเหมือนเชียงใหม่ ตื่นเช้าก็ไปกินโจ๊กในตลาด มีคาเฟ่เก๋ให้นั่ง มีร้านอาหารป่าเด็ดๆ ซึ่งบางอย่างมันแตกต่างกันมาก เป็นเมืองที่มีหลายมิติ เราว่าตรงนี้มันคือเสน่ห์ของนครปฐม”

ความผูกพันกับพื้นที่บวกกับสายตาเฉียบคมของอดีตครีเอทีฟไดเรกเตอร์แห่ง Greyhound เธอคิดอยากจะทำร้านของฝาก LIFE SHOP Nakhon Pathom ให้เป็นหนึ่งในเช็กลิสต์ของนักเดินทาง ถ้ามานครปฐม ต้องมาที่นี่!

LifeShop.Nakhon Pathom ร้านของฝากเล็กๆ ขายพัดลมยันไอศกรีมข้าวหมูแดงที่คนนครปฐมต้องภูมิใจ

“เวลาเที่ยวเมืองนอก เราจะมีเช็กลิสต์ว่าต้องไปร้านไหนบ้าง เลยคุยกับแฟน (บอน-วีรภัฎ โชคดีทวีอนันต์) ว่าเราอยากมีร้านที่คนรู้สึกแบบนั้นในนครปฐมบ้าง มันอาจไม่ได้เป็นร้านใหญ่ แต่เป็นร้านเล็กๆ ที่เป็นเหมือนบ้าน

“คำว่า LifeShop มันคือ ชีวิต เราอยากให้คนมาแล้วเขาสบายใจ ได้ของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้าน”

จากความคิดก้อนจิ๋วก่อร่างสร้างตัวเป็นร้านขายของที่ระลึกประจำจังหวัดในตึกแถวเรียบโก้ มีพื้นที่สำหรับนั่งทำงาน อ่านหนังสือนิทาน นอนเหยียดแข้งเหยียดขาพักกาย เป็นห้องรับแขกที่ต้อนรับทุกเพศทุกวัย เด็กตัวเล็กจนถึงผู้ใหญ่ตัวโต เชื่อมสัมพันธ์ฉันท์มิตรด้วยไอศกรีมรสหวานเย็น มีสินค้าดีไซน์กิ๊บเก๋จากเพื่อนพ้องดีไซเนอร์ให้เลือกจับจอง

LifeShop.Nakhon Pathom ร้านของฝากเล็กๆ ขายพัดลมยันไอศกรีมข้าวหมูแดงที่คนนครปฐมต้องภูมิใจ

“เราทำงานดีไซน์และทำแบรนด์ Home Studio Shop อยู่แล้ว เลยทำโปรดักต์พิเศษสำหรับร้าน LifeShop ขึ้นมา แต่จะขายของที่ระลึกอย่างเดียวก็กะไรอยู่ เลยขายไอศกรีมด้วย มันเป็นสิ่งที่ชอบแล้วเราก็พัฒนามันอีกที”

กระซิบเสียงดังฟังชัดเลยว่า รสชาติไอศกรีมของที่นี่สนุกมาก รับรองว่าคุณจะตาลุกวาวแล้วตะโกน 

ว้าว ว้าว ว้าว!

ไอศกรีมข้าวหมูแดง

“การชิมไอศกรีมสนุกมาก มันเป็นสิ่งใหม่สำหรับเรา ตอนทำก็นั่งคิดนะ เรามาถึงขั้นนี้ได้ยังไง” จากคนชอบกินไอศกรีมกลายมาเป็นคนทำไอศกรีม ทั้งคิดรสชาติ ชิม ชิม แล้วก็ชิม จนได้ไอศกรีมรสอร่อยพร้อมเสิร์ฟถึงโต๊ะ

“เราเพิ่งรู้ว่าไอศกรีมเป็นวิทยาศาสตร์มาก สมมติทำรสเก๊กฮวยน้ำผึ้ง จะทำพร้อมกันไม่ได้ เพราะจุดเยือกแข็งของเก๊กฮวยกับจุดเยือกแข็งของน้ำผึ้งไม่เท่ากัน ต้องทำทีละก้อนแล้วค่อยมาปั่นรวมกัน ความรู้ใหม่มากเลย”

LifeShop.Nakhon Pathom ร้านของฝากเล็กๆ ขายพัดลมยันไอศกรีมข้าวหมูแดงที่คนนครปฐมต้องภูมิใจ

วิทดลองประดิษฐ์รสชาติไอศกรีม 6 รสชาติ ข้าวหมูแดง (ฟังไม่ผิด) ส้มโอนครปฐม นมก้อนเมฆ เก๊กฮวยน้ำผึ้ง ชาเขียวโอริโอ และดีต่อใจ รสชาติใหม่ล่าสุดสำหรับเดือนแห่งความรัก เป็นการรวมผลไม้สีแดงที่ส่งผลดีกับหัวใจ

“ไอศกรีมข้าวหมูแดง จะทำยังไงให้คนกินหมดถ้วย เป็นโจทย์ของเรา” พอเห็นชื่อรสชาติเราก็ตะลึงตาโต และต้องตาโตตะลึงอีกรอบตอนลิ้มเข้าปาก นี่มันข้าวหมูแดง เป็นอื่นไปไม่ได้ แต่นี่มันไอศกรีมนะ (เสียงในหัว)

“ทุกคนตกใจมากพอเห็นข้าวหมูแดง ไอเดียมาจากเราอยากเอาของดีนครปฐมมาใช้ อย่างที่รู้กันคนมานครปฐมต้องหาร้านข้าวหมูแดงอร่อย แต่ข้าวหมูแดงก็มีความหวานอยู่ด้วยนะ น่าจะลองพัฒนาให้กลายเป็นไอศกรีม เราก็คุยกับน้องที่เป็นเชฟทำไอศกรีม ซึ่งตอนทำยากมาก ชิมกันเป็นสิบรอบกว่าจะลงตัว พอคนได้กินจะนึกถึงข้าวหมูแดง”

วิเฉลยว่า ไอศกรีมข้าวหมูแดงตั้งต้นจากไอศกรีมข้าวหอมมะลิแล้วเบลนด์น้ำหมูแดงสลับเป็นเลเยอร์

LifeShop.Nakhon Pathom ร้านของฝากเล็กๆ ขายพัดลมยันไอศกรีมข้าวหมูแดงที่คนนครปฐมต้องภูมิใจ

“เรามีรสส้มโอนครปฐมด้วยนะ ระหว่างขับรถกลับกรุงเทพฯ จะเห็นแผงส้มโอเยอะมาก เราก็แวะซื้อจากตรงนั้น บางวันสีขาว บางวันสีชมพู แล้วแต่ว่าเป็นพันธุ์ขาวน้ำผึ้งหรือพันธุ์ทองดี เราใส่เนื้อส้มโอเข้าไปด้วย กินแล้วสดชื่น”

การันตีว่าสดชื่นจริงไม่ติงนัง แถมรสชาติคล้ายเกรปฟรุ๊ต หวานต้นขมปลาย ยิ่งอากาศร้อนปรอทวัดไม่ได้แบบนี้ยิ่งอยากฟาดเรียบสักสามถ้วย ใครอิ่มข้าวหมูแดงถ้วยก่อนหน้า ลองล้างปากด้วยส้มโอนครปฐมดูสักถ้วยนะ

ไม่เพียงไอศกรีมรสชาติประจำ วิยังอยากให้ LIFE SHOP Nakhon Pathom เป็นทางเลือกของคนรักไอศกรีมด้วยการชวนเพื่อนบ้านหวานเย็นมาลงตู้เดียวกัน ปรบมือยินดีต้อนรับ miTiiTim และ YORA ไอศกรีมโฮมเมดที่รสชาติเด็ดดวงไม่แพ้กัน อาทิ กะทิแมคคาเดเมีย น้ำปลาคาราเมล หม้อแกง กะทิและน้ำตาลโตนด ไวท์มอลต์และขนมตุ๊บตั๊บ

LifeShop.Nakhon Pathom ร้านของฝากเล็กๆ ขายพัดลมยันไอศกรีมข้าวหมูแดงที่คนนครปฐมต้องภูมิใจ

“เรารู้สึกว่าไอศกรีมมันเหมือนหนังสือการ์ตูนนะ ผู้ใหญ่ดูได้ เด็กก็ดูได้ แอบมีความแฟนตาซีนิดหน่อย แล้วไอศกรีมเป็นเหมือนความสุขหลังมื้ออาหาร เราเลยรู้สึกชอบและอยากให้มีไอศกรีมอยู่ในร้าน” วิยิ้มตาหยี

ฝากร้าน

LifeShop.Nakhon Pathom ร้านของฝากเล็กๆ ขายพัดลมยันไอศกรีมข้าวหมูแดงที่คนนครปฐมต้องภูมิใจ

ถัดจากโซนไอศกรีมกลางร้าน เขยิบๆ ออกมานิดใกล้ชิดหน้าประตู มีพื้นที่สี่เหลี่ยมสำหรับวางสินค้าดีไซน์จากพลพรรคเพื่อนดีไซเนอร์ ของฝากประทับตรา LifeShop และมินิป๊อปอัพขนาดย่อมของ Home Studio Shop

วิทำของที่ระลึกประจำจังหวัดนครปฐมเป็นเสื้อยืดผ้าสบายใส่ได้ทั้งครอบครัว มีตั้งแต่ไซส์คุณพ่อ คุณแม่ คุณลูก หรือจะซื้อฝากคุณตา คุณยาย คุณปู่ คุณย่า ก็มีพร้อม สินค้าที่เห็นแล้วน่ารักน่าชังคงเป็นหมวกผ้าทอที่ใส่ได้สองด้าน กระเป๋าใส่เศษเงินขนาดพอเหมาะ กระเป๋าสะพายข้างใส่ขวดน้ำสำหรับสายอีโค่ เห็นแล้วอยากเสียทรัพย์

LifeShop.Nakhon Pathom ร้านของฝากเล็กๆ ขายพัดลมยันไอศกรีมข้าวหมูแดงที่คนนครปฐมต้องภูมิใจ
LifeShop.Nakhon Pathom ร้านของฝากเล็กๆ ขายพัดลมยันไอศกรีมข้าวหมูแดงที่คนนครปฐมต้องภูมิใจ

“ใบนี้เป็นกระเป๋าใช้งานได้สองด้าน ด้านหนึ่งเป็นเศษผ้า อีกด้านเป็นกระสอบข้าว ถ้าพลิกด้านกระสอบออกด้านนอก เวลาวางบนพื้นก็จะไม่เลอะ หรือพลิกเข้าด้านในเวลาใส่ของเปียกก็ไม่ต้องกังวลว่าน้ำจะซึมออกมามั้ย

“เราเป็นคนอิน Zero-waste อยู่แล้ว ความคิดแรกคืออยากเอาเศษผ้ามาเจอกับวัสดุ ก็เลยตามซื้อถุงข้าวสารเพราะเขาทิ้งจากการใช้งานแล้วและทิ้งจากการที่โรงงานพิมพ์เสีย เราเอามาประกอบกับผ้าไทย เกิดดีไซน์ใหม่ แต่ละใบไม่เหมือนกัน แล้วก็ตอบโจทย์ที่เราอยากเอาของที่ไม่เกิดประโยชน์มาทำให้เกิดประโยชน์ใหม่” นักออกแบบอธิบาย

LifeShop.Nakhon Pathom ร้านของฝากเล็กๆ ขายพัดลมยันไอศกรีมข้าวหมูแดงที่คนนครปฐมต้องภูมิใจ

การหยิบข้าวของมาดีไซน์ใหม่เป็นหัวใจเดียวกันกับ Home Studio Shop วิเลือกผ้าทอปลายม้วนที่เหลือจากการผลิตสินค้าในโรงงานอุตสาหกรรม มาปรับโฉมและแต่งองค์ทรงเครื่องเป็นเสื้อผ้าตัวใหม่ ซึ่งตัดได้เพียงชุดสองชุด

เราฟังเธอเล่าความเป็นมาของสินค้าแต่ละชิ้นด้วยความเพลิดเพลิน อย่างกระเป๋าใบนู้นทอจากเศษไหมพรม กระเป๋าใบนั้นทอจากเส้นใยพลาสติก ผ้าไหมจากขอนแก่น กระเป๋าหวายจากภาคเหนือ พัดลมบังกะโล เซรามิกเพนต์ลายจาก A Clay Ceramic สบู่ล้างมือจาก Seriously Hobby สต็อปเปอร์ประตูจาก o-d-a ข้าวสารจากแต้คุณฮะ

LifeShop.Nakhon Pathom ร้านของฝากเล็กๆ ขายพัดลมยันไอศกรีมข้าวหมูแดงที่คนนครปฐมต้องภูมิใจ

“ข้าวสารของบ้านเป็ด (ภาคภูมิ ลมูลพันธ์) กับยูน (พยูณ วรชนะนันท์) เป็นข้าวจากทุ่งกุลาร้องไห้ 5 จังหวัด ชิมแล้วอร่อยดี เลยเอามาขายตอนปีใหม่ แล้วมีก็ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดออร์แกนิก มีเสื้อยืด DudeSweet ด้วย

“เราอยากเลือกของมาวางให้หลากหลาย มิกซ์กันเองอยู่ในร้าน บางทีเพื่อนทำงานดีไซน์ก็เอามาวางร้านเรา อย่างรูปบางรูปที่แขวนผนังเราก็ขาย เก้าอี้นี่ก็ขาย ถ้าเห็นอันไหนมีป้ายติดแสดงว่าขาย” เธอหัวเราะชอบใจ

เห็นข้าวของเข้ากันบ้างไม่เข้ากันบ้าง ยิ่งมองยิ่งน่ารัก เช่นเดียวกันกับเสน่ห์ของนครปฐมดังที่เจ้าบ้านชมเชยตอนต้น มิติและความหลากหลายของคนและสิ่งของคอยขุดหลุมให้ลึก ลึก และลึก จนวิตกหลุมรักครั้งแล้วคร้ังแล่า

ร้านของฝากมีชีวิต

“เราคิดว่าร้านของฝากไม่จำเป็นต้องอยู่จุดไฮไลต์หรือถนนเส้นหลัก มันอาจจะออกมารอบนอก แต่ก็ยังมีเสน่ห์ได้ในแบบของมัน เราอยากให้ร้านเราเป็นแบบนั้น อยากให้คนนครปฐมมาแล้วเขารู้สึกแตกต่าง อยากกลับมาอีก” 

แม้ร้านของฝากน้องใหม่เพิ่งจะเปิดประตูบ้านต้อนรับแขกประจำถิ่นและแขกต่างถิ่นได้ไม่นาน แต่ด้วยทำเลไม่ไกลจากถนนใหญ่ ทะลุได้หลายเส้นทาง เข้ากรุงเทพฯ ก็ง่าย ทะลุเส้นองค์พระฯ ก็ได้ จะขับฉิ่วไกลถึงนครชัยศรีก็ย่อมได้ ทำให้คนผ่านไปผ่านมาแวะเวียนมาไม่ขาดสาย บ้างแวะกินไอศกรีมดับร้อน บ้างจับจ่ายของฝากให้คนรู้ใจ

LifeShop.Nakhon Pathom ร้านของฝากเล็กๆ ขายพัดลมยันไอศกรีมข้าวหมูแดงที่คนนครปฐมต้องภูมิใจ

“เราตั้งใจให้พื้นที่ตรงนี้เป็น Destination ใหม่ของคนนครปฐม คนกรุงเทพฯ หรือคนจังหวัดใกล้เคียงที่แวะมาเที่ยวนครปฐม ให้เขาแวะมากินไอศกรีม พาเด็กๆ มาอ่านหนังสือนิทาน เดินดูของฝาก แวะเติมความสุขก่อนกลับบ้าน 

“ความสุขของเราคือการเห็นพื้นที่ตรงนี้ค่อยๆ เป็นรูปเป็นร่าง แม้แต่ต้นไม้ในร้านเราก็ซื้อเองทุกต้น อย่างต้นสารภีก็ลุ้นมากว่าจะอยู่ได้มั้ย วันไหนมาแล้วเห็นต้นไม้ออกใบเขียว เรามีความสุขมาก สนุกกับการดูแลชีวิตในร้าน”

“พอเห็นต้นไม้โตขึ้นเรื่อยๆ ก็ยิ่งสะท้อนว่าสถานที่ตรงหน้ามีชีวิตอยู่ในนั้นจริงๆ” เราบอกเธอ

“เราอยากให้เป็นแบบนั้นเลย ไลฟ์ช็อปไม่ใช่แค่คนหรือลูกค้า แต่ต้นไม้ก็คือชีวิต”

LifeShop.Nakhon Pathom ร้านของฝากเล็กๆ ขายพัดลมยันไอศกรีมข้าวหมูแดงที่คนนครปฐมต้องภูมิใจ

LIFE SHOP Nakhon Pathom

ที่ตั้ง : 186/3 ถนนเทศบาล 1 ตำบลธรรมศาลา อำเภอเมืองนครปฐม

จังหวัดนครปฐม 73000 (แผนที่)

เปิดวันพฤหัสบดี – วันอาทิตย์ เวลา 10.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 08 9664 2829

Facebook : LIFE SHOP Nakhon Pathom

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

อยู่เมืองไทย ใครเลยจะไม่เคยเห็นครุฑ

สัตว์ใหญ่ในตำนาน อมนุษย์ครึ่งคนครึ่งนก พาหนะของพระนารายณ์ผู้ทรงเป็นหนึ่งในสามมหาเทพในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู สัญลักษณ์แทนองค์พระมหากษัตริย์

คติความเชื่อที่ไล่เรียงมาข้างต้น ล้วนเป็นคำตอบว่าทำไมครุฑจึงมีความศักดิ์สิทธิ์และสำคัญยิ่งในสังคมไทย แม้ว่าเราทุกคนจะไม่เคยเห็นครุฑองค์เป็น ๆ แต่ศิลปะรูปครุฑกลับปรากฏอยู่ทั่วทุกแห่งหน ทั้งในจิตรกรรมฝาผนัง วัตถุมงคล ผืนธง ตราแผ่นดิน ไปจนกระทั่งประติมากรรมหน้าห้างร้านหรือธนาคารต่าง ๆ ที่เด็กทุกคนน่าจะเคยถูกผู้ใหญ่ชี้ชวนให้ดูกันทั้งนั้น

พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ

แต่จะมีสถานที่ใดในไทย (และในโลก) ที่มีครุฑให้เห็นมากเท่าที่นี่ไหม

ทดคำถามนี้ไว้ในใจ แล้วให้ตัวอักษรพาทุกท่านเยี่ยมยลพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไปพร้อม ๆ กัน

ครุฑหน้าธนาคาร

หลายคนอาจไม่เคยทราบมาก่อนว่า ตราครุฑที่ติดอยู่หน้าธนาคารเรียกว่า ‘ตราตั้งห้าง’ หรือ ‘ตราตั้ง’ เป็นรูปครุฑพ่าห์หรือครุฑซึ่งเป็นพาหนะ ตราครุฑพ่าห์ (พระครุฑพ่าห์) ถูกใช้ในส่วนราชการมาช้านาน ก่อนจะมีการออกแบบตราครุฑพ่าห์สำหรับใช้เป็นตราตั้งห้างของภาคเอกชนให้มีลักษณะต่างกันเล็กน้อย ธุรกิจเอกชนสามารถขอตราตั้งห้างประดับอาคารที่ทำการได้ ด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากสำนักพระราชวัง ซึ่งมีเงื่อนไขว่ากิจการนั้นจะต้องปลอดหนี้สิน ทำธุรกิจด้วยความสุจริต และทำคุณประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง เป็นต้น

ธนาคารเอกชนมากมายได้รับพระบรมราชานุญาตให้ใช้ติดตั้งตราครุฑ หลายแห่งยังดำเนินกิจการอยู่ ขณะที่บางแห่งก็สิ้นชื่อไปจากสารบบนานแล้ว ตัวอย่างเช่น ‘ธนาคารนครหลวงไทย’ ซึ่งควบรวมกิจการกับธนาคารธนชาตไปเมื่อ พ.ศ. 2554

พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ

เนื่องจากนครหลวงไทยเป็นธนาคารเก่าแก่ ก่อตั้งในสมัยรัชกาลที่ 8 ประกอบธุรกิจการเงินนานกว่า 70 ปี ในวันที่ยุบรวมกับธนชาต ย่อมเป็นธรรมดาที่ธนาคารนี้จะได้รับพระราชทานครุฑ แต่เมื่อกิจการถูกโอนสู่มือเจ้าของใหม่อย่างธนาคารธนชาต องค์ครุฑที่เคยกางปีกเป็นสง่าอยู่หน้าสาขาธนาคารนครหลวงไทยทั่วประเทศจำต้องถอดลงตามกฎหมาย แต่แทนที่จะเก็บครุฑทั้งหมดไว้ให้เปล่าดาย ผู้บริหารธนาคารกลับเล็งเห็นคุณค่าของตราครุฑพระราชทานเหล่านี้

จึงเป็นจุดเริ่มต้นของ ‘พิพิธภัณฑ์ครุฑ’ ที่รวบรวมองค์ครุฑจากธนาคารนครหลวงไทยสาขาต่าง ๆ มาจัดแสดงไว้ที่บางปู

ในระยะแรก พิพิธภัณฑ์ครุฑสงวนไว้ให้เข้าชมได้เฉพาะผู้ติดต่อเข้ามาเป็นกรณีพิเศษ เช่น คณะนักเรียนที่เข้ามาทัศนศึกษา กระทั่งธนาคารธนชาตได้ควบรวมกิจการกับธนาคารทหารไทยใน พ.ศ. 2564 และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ธนาคารทหารไทยธนชาต (ทีทีบี) ที่นี่จึงเปิดสู่สาธารณชนเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรก

พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ

“พิพิธภัณฑ์ครุฑแห่งนี้ ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมสังคมเพื่อความยั่งยืนของทีทีบี ที่เราได้วางแนวทางการทำกิจกรรมเพื่อสังคมในหลากหลายมิติ ทั้งด้านเยาวชน ชุมชน และการจุดประกายความเป็นไทย ซึ่งองค์ครุฑอยู่คู่กับสังคมไทยมายาวนาน เป็นสัญลักษณ์แห่งความกตัญญู ความซื่อสัตย์ และความดีงาม ซึ่งไม่ว่าโลกจะทันสมัยไปอีกสักแค่ไหน แต่ 3 สิ่งนี้ยังเป็นสิ่งที่มีคุณค่าที่เราควรรักษา”

คุณกาญจนา โรจวทัญญู ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการตลาดและประสบการณ์ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวกับพวกเราชาว The Cloud ไว้

“พิพิธภัณฑ์ครุฑแห่งนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีความเฉพาะตัว ด้วยเรื่องราวของพญาครุฑ การอนุรักษ์และจัดแสดงครุฑพระราชทานกว่า 150 องค์ รวมถึงการถ่ายทอดเรื่องราวที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมไทยที่จะส่งผ่านถึงคนรุ่นหลังให้ตระหนักถึงคุณค่าขององค์ครุฑ ในรูปแบบการจัดแสดงที่ทันสมัยทั้งแอนิเมชันและมัลติมีเดียที่เหมาะกับผู้ชมทุกวัย เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับทุกคนในครอบครัว ซึ่งการเปิดให้ชมสำหรับบุคคลทั่วไปครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปี จึงนับเป็นโอกาสดีที่พิพิธภัณฑ์ครุฑแห่งนี้จะเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรมที่คนไทยทุกคนจะได้ร่วมภาคภูมิใจ”

ครุฑองค์ใหญ่

พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ

สิ่งแรกที่ทุกคนจะได้เห็นเมื่อมุ่งหน้ามาถึงพิพิธภัณฑ์ครุฑในนิคมอุตสาหกรรมบางปู ซอย 9A ก็คือประติมากรรมรูปครุฑองค์ใหญ่สูงกว่า 4 เมตร สยายปีกต้อนรับผู้มาเยือนอยู่เหนือป้ายชื่อพิพิธภัณฑ์ สีสันที่ลอกเลือนตามกาลเวลาบอกให้รู้ว่าครุฑองค์ใหญ่นี้มีอายุไม่ต่ำกว่าครึ่งศตวรรษ

ครุฑองค์นี้ได้รับการอัญเชิญมาจากหน้าสำนักงานใหญ่ของอดีตธนาคารนครหลวงไทยบนถนนเพชรบุรี ไม่นานหลังเกิดการรวมกิจการเมื่อ พ.ศ. 2554 พร้อมกับเสียงร่ำลือมากมายเกี่ยวกับความศักดิ์สิทธิ์ของพญาครุฑองค์นี้ จึงเกิดเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่เจ้าหน้าที่จะเชื้อเชิญให้ทุกคนที่มาเยี่ยมเยือนได้จุดธูปสักการะครุฑองค์ใหญ่ก่อนเข้าชมพิพิธภัณฑ์ 

ตึกทรงครุฑ

พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ

พิพิธภัณฑ์ครุฑแห่งนี้อยู่ในอาคารหลังเดียวกับศูนย์ฝึกอบรมธนาคารธนชาต บางปู

ตอนที่ถอดครุฑลงจากธนาคารนครหลวงไทยแต่ละสาขา องค์ครุฑพระราชทานเหล่านั้นก็ได้รับการอัญเชิญมาไว้ศูนย์ฝึกอบรม ซึ่งเป็นเรื่องบังเอิญมากที่อาคารนี้มีปีกยื่นออกไปสองข้าง แผนผังคล้ายกับพญาครุฑในอิริยาบถกางปีกอันคุ้นตา หากมองมาจากมุมสูง

สถานที่นี้จึงเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งที่จะใช้ประดิษฐานองค์ครุฑซึ่งอัญเชิญมาจากทั่วสารทิศ โดยพื้นที่ที่ใช้เป็นพิพิธภัณฑ์คืออาคารกลางและปีกขวาบางส่วน

ภายในพิพิธภัณฑ์มี 2 ชั้น แบ่งพื้นที่จัดแสดงออกเป็น 6 ส่วน มีเจ้าหน้าที่พาชมและคอยให้ความรู้เป็นรอบ ๆ เพื่อให้ผู้เข้าชมทุกชีวิตก้าวสู่โลกของพญาครุฑไปพร้อม ๆ กัน

โถงต้อนรับ

ประตูบานเลื่อนอัตโนมัติสองบานตั้งขนาบกลางป้ายประกาศสรรพคุณของที่นี่ว่า ‘พิพิธภัณฑ์ครุฑแห่งแรกและแห่งเดียวในอาเซียน’ เพราะแม้ว่าเรื่องเล่าความเชื่อเกี่ยวกับพญาปักษีจะมีอยู่ทั่วอุษาคเนย์ แต่ก็ไม่มีพิพิธภัณฑ์ใดในภูมิภาคนี้ที่มีครุฑเป็นธีมหลัก นอกจากที่นี่

พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ

เมื่อเราย่างเท้าผ่านประตูบานนี้ไป สายตาก็จะเผชิญกับผนังทรงโค้งวาดลวดลายธรรมชาติของป่าหิมพานต์ ความเจ๋งของฝาผนังนี้อยู่ที่ QR Code ซึ่งสแกนเพื่อใช้ฟิลเตอร์ใหม่ในอินสตาแกรมสตอรี่ได้ หากนำกล้องมือถือไปส่องกับผนัง ก็จะพบภาพกราฟิก AR (Augmented Reality) เล่าขานศึกสายเลือดระหว่างครุฑกับนาคโดยมีป่าหิมพานต์เป็นพื้นหลัง

พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ
พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ

ส่วนจัดแสดงนี้ยังมีห้องฉายภาพยนตร์สั้นที่จะพาผู้ชมไปรู้จักประวัติพิพิธภัณฑ์ และเรื่องราวเบื้องต้นของพญาครุฑ เริ่มตั้งแต่จุดกำเนิด ข้อแตกต่างระหว่างครุฑในศาสนาฮินดูกับพุทธ ธรรมชาติของครุฑ ฯลฯ เพื่อปูทางความรู้เรื่องครุฑก่อนไปชมส่วนจัดแสดงต่อไป

ครุฑพิมาน

เสร็จจากการเยี่ยมชมพื้นที่จัดแสดงชั้นล่าง เจ้าหน้าที่ก็จะพาเราทุกคนขึ้นไปชั้นบนโดยผ่านบันไดที่ตกแต่งด้วยก้อนหินและสุมทุมพุุ่มไม้หนาทึบประหนึ่งผืนป่าใจกลางตึก

ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะชั้นบนของพิพิธภัณฑ์เป็นภาพจำลองของป่าหิมพานต์ตามคติความเชื่อของชาวไทยในอดีต ซึ่งภาพจำลองนั้นยิ่งดูแจ่มชัดขึ้นเมื่อเราไปถึงส่วนจัดแสดงที่สองอันมีชื่อว่า ‘ครุฑพิมาน’

พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ

โถงใหญ่กลางชั้นสองคือห้องเรียนจักรวาลไตรภูมิ และดินแดนในเทพนิยายอย่างป่าหิมพานต์ ป่าเชิงเขาพระสุเมรุ อันเป็นที่อยู่ของสิงสาราสัตว์นานาชนิด

ช่องว่างกลางโถงถูกดัดแปลงเป็นสระอโนดาต สระน้ำหล่อเลี้ยงสรรพชีวิตที่ไม่มีวันแห้งเหือดตราบเท่าที่กลียุคยังไม่มา มุมสระทั้ง 4 ทิศมีทางน้ำไหลระบายออกจากปากสัตว์มงคล 4 ชนิด ประกอบด้วยราชสีห์ ช้าง ม้า และโค รอบพื้นที่จัดแสดงเดียรดาษไปด้วยต้นไม้ สัตว์หิมพานต์ ฤๅษี คนธรรพ์ วิทยาธร รวมถึงต้นไม้ประหลาดอย่าง ‘นารีผล’ หรือ ‘มักกะลีผล’ ที่ออกผลเป็นหญิงสาววัยแรกรุ่น มีหน้าตาสะสวยราวนางอัปสร ดึงดูดให้เหล่าเทวดาเพศชายพากันหมายปองและแย่งชิงกันเด็ดไปเชยชม

นครนาคราช

พิพิธภัณฑ์โดยธนาคารทหารไทยธนชาตที่ให้คุณได้สักการะองค์ครุฑ ฟังเทพปกรณัมหิมพานต์ เที่ยวชมครุฑที่มีมากถึง 150 องค์

เมื่อพูดถึง ‘ครุฑ’ ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะหลีกเลี่ยงการพูดถึง ‘นาค’ ซึ่งเป็นพี่น้องต่างมารดาและศัตรูตัวฉกาจของเจ้าแห่งนก

ส่วนจัดแสดงที่ 3 มีชื่อว่า ‘นครนาคราช’ ซึ่งมาในธีมโลกบาดาล ฉากพรรณไม้ในป่าหิมพานต์เมื่อห้องที่แล้วถูกแทนที่ด้วยสีน้ำเงินของเกลียวคลื่นและผืนสมุทร เมื่อมาถึงห้องนี้ ผู้เข้าชมจะได้รู้จักความเชื่อเรื่องโลกบาดาลในพุทธศาสนา บทบาทของพญานาคผู้ยิ่งใหญ่ในฐานะสัตว์พาหนะของพระนารายณ์ขณะบรรทมอยู่เหนือเกษียรสมุทร ปิดท้ายด้วยตำนานความบาดหมางระหว่างพญานาคกับพญาครุฑที่เป็นพี่น้องต่างมารดาของกัน แต่กลับต้องบาดหมางกันเพราะนางวินตา มารดาพญาครุฑตกเป็นทาสของนางกัทรุ มารดาแห่งนาค 1,000 ตน นานถึง 500 ปี พญาครุฑจึงใช้สติปัญญาของตนชิงเอาน้ำอมฤตไปไถ่ความเป็นทาสแก่ผู้ให้กำเนิดได้สำเร็จ เป็นเหตุให้นาคกับครุฑกลายเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันสืบมา

อมตะเจ้าเวหา

ส่วนจัดแสดงที่ 4 มีลักษณะเป็นห้องทรงกลมโอบล้อมด้วยประติมากรรมครุฑพ่าห์ 

เมื่อสาวเท้าเข้าสู่ห้องนี้ รอบตัวเราจะมืดสนิท ก่อนที่แสงแรกจะฉายฉานขึ้นบนหน้าจอทรงโค้ง เพื่อสดุดีคุณธรรมอันสูงส่งขององค์ครุฑ อันได้แก่ความกล้าหาญ ความเสียสละ และความกตัญญูกตเวทิตา

พิพิธภัณฑ์โดยธนาคารทหารไทยธนชาตที่ให้คุณได้สักการะองค์ครุฑ ฟังเทพปกรณัมหิมพานต์ เที่ยวชมครุฑที่มีมากถึง 150 องค์

แอนิเมชันลายเส้นสวยในห้องนี้บรรยายเหตุการณ์ตอนที่พญานาคตั้งข้อแลกเปลี่ยนกับพญาครุฑให้ไปชิงน้ำอมฤตมาเพื่อปลดปล่อยนางวินตาสู่ความเป็นไทอีกครั้ง แม้ว่าพระนารายณ์จะเสด็จขึ้นมาจากการบรรทมหลับกลางทะเลน้ำนมเพื่อหยุดยั้งการชิงน้ำอมฤตของพญาครุฑ แต่พญาครุฑก็ยังดึงดันจะช่วยมารดาให้ได้ทั้งที่ต้องเสี่ยงถึงชีวิต ทั้งสองฝ่ายจึงประจัญบานกัน ผลลงเอยที่ไม่มีฝ่ายใดแพ้หรือชนะ พระนารายณ์จึงทรงแลกเปลี่ยนกับครุฑ ด้วยการขอใช้ครุฑเป็นพาหนะยามที่พระองค์เสด็จไปไหนต่อไหน และทรงยินยอมให้ครุฑอยู่ในตำแหน่งสูงกว่าพระองค์ พร้อมประทานความเป็นอมตะให้ เป็นที่มาของชื่อห้อง ‘อมตะเจ้าเวหา’

ล้นเกล้าจอมราชัน

แอนิเมชันอันน่าตื่นเต้นจบลงพร้อมกับความรู้ที่เพิ่มพูนขึ้น ผู้เข้าชมอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ ได้เข้าใจกันแล้วว่าเหตุใดพญาครุฑถึงมีความผูกพันกับพระนารายณ์อย่างแนบแน่น แต่ขณะเดียวกัน หลายคนก็อาจเกิดความฉงนใจก้อนใหม่ขึ้นมาแทนว่า ครุฑเกี่ยวข้องอย่างไรกับชาติไทย สัญลักษณ์รูปครุฑจึงโผล่มาอยู่ในเอกสารราชการให้เราเห็นได้แทบทุกวัน

‘ล้นเกล้าจอมราชัน’ ส่วนจัดแสดงที่ 5 ให้คำตอบเรื่องนี้ได้ดีเยี่ยม ด้วยสื่อผสมผสานทั้งวิดีโอและป้ายให้ข้อมูล ทำให้ผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ได้รู้ว่าศิลปกรรมรูปครุฑนั้นพบในดินแดนไทยมาตั้งแต่ยุคทวารวดีแล้ว ก่อนจะทวีความสำคัญขึ้นในสมัยอยุธยา เมื่อตรา ‘ครุฑพ่าห์’ เริ่มได้รับการใช้เป็นสัญลักษณ์เชื่อมโยงกับพระมหากษัตริย์ เหตุเพราะคติเทวราชที่ไทยรับมาจากเขมรมีความเชื่อว่า พระมหากษัตริย์เป็นอวตารของพระนารายณ์ ผู้ทรงครุฑเป็นพาหนะ

พิพิธภัณฑ์โดยธนาคารทหารไทยธนชาตที่ให้คุณได้สักการะองค์ครุฑ ฟังเทพปกรณัมหิมพานต์ เที่ยวชมครุฑที่มีมากถึง 150 องค์

สื่อจัดแสดงในห้องนี้เล่าย้อนประวัติศาสตร์ตั้งแต่โบราณกาลมาจนถึงยุคปัจจุบัน อธิบายสาเหตุที่ธงตราครุฑบนพื้นเหลืองอันมีชื่อเรียกว่า ‘ธงมหาราช’ ต้องถูกเชิญขึ้นเหนือเสาพระราชวังเมื่อพระมหากษัตริย์ไทยประทับอยู่ การออกแบบตราครุฑพ่าห์โดยฝีพระหัตถ์เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ หรือมูลเหตุที่ตราครุฑพ่าห์กลายเป็นตราแผ่นดินไทยสมัยล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 

นอกจากนี้ ด้วยความที่พิพิธภัณฑ์ครุฑเปิดทำการครั้งแรกใน พ.ศ. 2554 อันเป็นปีมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี ทรงมีพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ พื้นที่หนึ่งในส่วนจัดแสดงนี้จึงถูกใช้บอกเล่าเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในรัชสมัย เพื่อเทิดพระเกียรติพระเจ้าแผ่นดินที่ครองสิริราชสมบัติยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย

พิพิธภัณฑ์โดยธนาคารทหารไทยธนชาตที่ให้คุณได้สักการะองค์ครุฑ ฟังเทพปกรณัมหิมพานต์ เที่ยวชมครุฑที่มีมากถึง 150 องค์

ห้องจัดแสดงครุฑ

ห้องที่เป็นทั้งไฮไลต์และจุดเริ่มต้นของพิพิธภัณฑ์ครุฑ ถือเป็นส่วนจัดแสดงสุดท้ายที่เราจะได้ชมกัน

ห้องโถงใหญ่ที่ผนังด้านหนึ่งเจาะหน้าต่างยาวตลอดแนว คือสถานที่ประดิษฐานครุฑตราตั้งห้างพระราชทานทั้ง 150 องค์ ซึ่งรับรองได้ว่าไม่มีที่ใดรวบรวมงานศิลปะเฉพาะตราครุฑไว้มากเท่าที่นี่มาก่อน

พิพิธภัณฑ์โดยธนาคารทหารไทยธนชาตที่ให้คุณได้สักการะองค์ครุฑ ฟังเทพปกรณัมหิมพานต์ เที่ยวชมครุฑที่มีมากถึง 150 องค์

องค์ครุฑที่เห็นอยู่นี้ส่วนใหญ่เป็นงานไม้ ย้ายมาจากธนาคารนครหลวงไทยกว่า 100 สาขา ต่างได้รับการดูแลรักษาให้คงอยู่ในสภาพเดิมวันที่อัญเชิญมาจากแหล่งเก่า โดยที่ไม่มีการซ่อมแซมแก้ไขเลยแม้แต่จุดเดียว เพื่อให้เห็นความเก่าแก่และสภาพจริงของครุฑองค์นั้นนั้น

การจะอัญเชิญองค์ครุฑมาจัดแสดงรวมกันที่นี่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายเอาเสียเลย เพราะว่าครุฑเป็นของสูง เจ้าหน้าที่ผู้รับบทวิทยากรนำชมได้เล่าให้เราฟังว่า ก่อนจะเชิญแต่ละองค์ลงจากอาคารที่ติดตั้งไว้ ต้องมีการปิดตาครุฑเสียก่อน เพื่อไม่ให้สัตว์กึ่งเทพที่ปกติอยู่บนที่สูงเช่นครุฑมองในที่ต่ำ เมื่ออัญเชิญมาถึงพิพิธภัณฑ์ครุฑแล้วจึงต้องทำพิธีเบิกเนตรเพื่อความเป็นสิริมงคลอีกครั้งหนึ่ง

ทอดสายตาดูครุฑที่ประดับอยู่บนผนังและบนแท่นกลางห้อง แม้มองเพียงผ่าน ๆ ตาก็จะดูรู้ว่าครุฑแต่ละองค์มี ‘ครุฑลักษณะ’ แตกต่างกันทั้งสิ้น ทั้งนี้ก็เพราะครุฑที่เห็นอยู่เป็นผลงานของนายช่างคนละคนกัน ต่างคนก็ต่างฝีมือ ต่างแนวคิด ต่างค่านิยมในการสร้าง ยังผลให้ครุฑเกือบทุกองค์ดูผิดแผกจากกันด้วยสรีระ ใบหน้า เครื่องทรง ไปจนถึงสีสันผ้านุ่งที่สวมใส่

อ้อ มาถึงห้องนี้แล้วอย่าลืมมองหาครุฑองค์แรกของธนาคารนครหลวงไทย กับครุฑจากสาขาเยาวราชด้วยนะ แล้วตอบตัวเองให้ได้ด้วยล่ะว่าครุฑสององค์นี้มีความพิเศษอย่างไรบ้าง

พิพิธภัณฑ์โดยธนาคารทหารไทยธนชาตที่ให้คุณได้สักการะองค์ครุฑ ฟังเทพปกรณัมหิมพานต์ เที่ยวชมครุฑที่มีมากถึง 150 องค์

พิพิธภัณฑ์ครุฑ โดยธนาคารทหารไทยธนชาต กำลังจะเปิดให้ชมอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ที่ 3 มิถุนายน 2565 โดยจะเปิดให้ชมเฉพาะวันศุกร์และเสาร์วันละ 3 รอบ ได้แก่ เวลา 10.00 น., 13.00 น. และ 15.00 น. มีผู้นำชมทุกรอบ และไม่มีค่าใช้จ่าย

เรื่องการเดินทาง ถึงแม้พิพิธภัณฑ์จะอยู่ไกลจากถนนใหญ่สักหน่อย แต่อย่าเพิ่งกังวลไป เพราะทางธนาคารได้จัดรถตู้คอยจอดรอรับ-ส่ง จากพิพิธภัณฑ์เคหะ วันละ 3 รอบ ตามเวลาเข้าชม

ส่วนใครที่อยากเข้าชม แต่ไปไม่ได้ด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ ก็ไม่ต้องเสียใจอีกเช่นกัน เพราะพิพิธภัณฑ์ครุฑเปิดให้ชมทางออนไลน์ที่ Garuda Virtual Tour 

นี่คือพิพิธภัณฑ์ที่จะเปิดมุมมองใหม่ ๆ ให้กับพวกเราคนไทยว่า ครุฑนั้นมีเรื่องราวที่น่าสนใจมากกว่าจะเป็นแค่ตราสัญลักษณ์ที่เห็นบ่อยจนชินชา

พิพิธภัณฑ์ครุฑ โดยธนาคารทหารไทยธนชาต

ที่ตั้ง : นิคมอุตสาหกรรมบางปู ซอย 9A ตำบลแพรกษาใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : วันศุกร์-เสาร์ เวลา 10.00 น., 13.00 น., 15.00 น.

โทรศัพท์ : 09 8882 3900

เว็บไซต์ : /www.ttbfoundation.org/th/garudamuseum/

หมายเหตุ

ผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ครุฑจะได้รับของที่ระลึกเป็นแผ่นผ้าองค์ครุฑ พร้อมข้อความแสดงถึงคุณธรรมสำคัญที่องค์ครุฑทั้งสามข้อ เฉพาะผู้เข้าชม 500 ท่านแรกเท่านั้น

พิพิธภัณฑ์โดยธนาคารทหารไทยธนชาตที่ให้คุณได้สักการะองค์ครุฑ ฟังเทพปกรณัมหิมพานต์ เที่ยวชมครุฑที่มีมากถึง 150 องค์

Writer

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

ชอบอ่านเขียนตั้งแต่จำความได้ สนใจวิชาสังคมศึกษาตั้งแต่จบอนุบาล ใฝ่รู้ประวัติศาสตร์ตั้งแต่อยู่ประถม หัดแต่งนวนิยายตั้งแต่เรียนมัธยม เขียนงานสารพัดด้วยนามปากกา “แพทริก เหล่า” ตั้งแต่เข้ามหา’ลัย

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load