16 กุมภาพันธ์ 2564
3 K

“เอาแปลกๆ เลยนะ”

ชายตรงข้ามทวนคำพูดเมื่อผมขอให้เขายกตัวอย่างผลงานให้ฟัง

“จิ๋มกระป๋องมั้ยล่ะ”

ชีวิตสุดเปรี้ยวของโต๋ Slowmotion ที่ออกแบบทั้งพัดลมบังกะโล ตาลปัตร ยันแพ็กเกจจิ๋มกระป๋อง

ต้องขอชิงอธิบายตั้งแต่ตรงนี้เลยว่า เรากำลังสนทนาอยู่กับ โต๋-นุติ์ นิ่มสมบุญ Design Director แห่งบริษัท slowmotion ผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการออกแบบ ทำปกซีดีศิลปินไทยยุค 2000 มาแล้วหลายสิบชิ้น ตั้งแต่ Moderndog Crescendo ไปจนถึงก้านคอคลับ

และเรากำลังคุยกันเกี่ยวกับเรื่องการออกแบบล้วนๆ ไม่มีอะไรทะลึ่งตึงตังแม้แต่น้อย

แต่ไอ้ผลงานการออกแบบแพ็กเกจจิ๋มกระป๋องนี่แหละ ที่น่าจะบ่งบอกตัวตนของโต๋และ slowmotion ได้ดี

“โจทย์คือลูกค้าอยากขายจิ๋มกระป๋องในร้านสะดวกซื้อ พองานเข้ามาเราเลยเล่นสนุกด้วย”

ค่อยๆ เขยิบขึ้นมาจากใต้สะดือแล้วใช่ไหมล่ะ

ชีวิตสุดเปรี้ยวของโต๋ Slowmotion ที่ออกแบบทั้งพัดลมบังกะโล ตาลปัตร ยันแพ็กเกจจิ๋มกระป๋อง

“เริ่มต้นด้วยการวาดฟอร์มที่สัมพันธ์กับผู้หญิง แล้วหยิบมาออกแบบเป็นชิ้นต่างๆ มีทั้งถ่ายภาพเปลือย ดีไซน์แพ็กเกจและโฆษณา อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าไปวางในร้าน Sex Shop เมืองนอก คนจะรู้สึกยังไง”

ลูกบ้าอย่างนี้หาไม่ได้ง่ายๆ และใช่จะมีในตัวดีไซเนอร์ทุกคน

เราไม่ผิดหวังที่ยกหูโทรศัพท์นัดหมายพูดคุยกับเขา แม้ธงในใจแต่แรกจะเป็นเรื่องดีไซน์สุดเก๋ของพัดลมบังกะโล เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ขอเชิญคุณผู้อ่านทุกท่านมาทำความรู้จักชายคนนี้ไปพร้อมกัน รับประกันความบ้าบิ่นและเรื่องไม่คาดฝัน

01

จนวันหนึ่งผมงอนโรงเรียน

เด็กชายโต๋คือคนที่โตมาพร้อมกับพรสวรรค์ เขารู้ตัวเองว่าชอบศิลปะตั้งแต่เด็ก ทำให้ต้องรับหน้าที่เป็นตัวแทนโรงเรียนไปแข่งขันอยู่บ่อยๆ

“จนวันหนึ่งผมงอนโรงเรียน”

เราหงุดชะงัก ละสายตาจากกระดาษสู่คู่สนทนา

“เพราะโรงเรียนให้รางวัลเป็นแค่สีไม้กล่องเล็กๆ คิดว่าทำไมเขาให้ค่าศิลปะน้อยจัง ม.ปลายเลยย้ายมาเรียนสายวิทย์”

แล้วก็เละ

“ใช่ เละเลย ตอนนั้นดื้อมาก ทำเลวทุกอย่าง พอเอ็นทรานซ์ไม่ติดแม่เลยดัดสันดาน ส่งไปเรียนออกแบบภายในที่มหาวิทยาลัยไกลเมืองในอเมริกา เรียนได้สองปีก็รู้ว่าไม่ชอบ เพราะการวาดแบบมี Perspective ไม่สนุกเหมือนการวาดตามใจตัวเอง”

ชีวิตสุดเปรี้ยวของโต๋ Slowmotion ที่ออกแบบทั้งพัดลมบังกะโล ตาลปัตร ยันแพ็กเกจจิ๋มกระป๋อง

โต๋รู้ตัวดีว่าตัวเองเหมาะกับอะไร แม้พยายามอธิบายให้ครอบครัวเข้าใจว่าอยากเรียนกราฟิกดีไซน์มากกว่า เขาขอย้ายวิชาเรียนและมหาวิทยาลัย แต่ความดื้อรั้นที่ผ่านมาทำลายความน่าเชื่อถือของเขาไปจนหมดสิ้น

“ผมเลยทะเลาะกับอาจารย์จนได้ย้ายที่เรียน” เขาปล่อยหมัดเด็ดเพื่อให้ได้อย่างใจหมาย

ไม่ใช่เพราะหยิบโหย่งไม่เอาถ่าน แต่เป็นเพราะความต้องการพิสูจน์ตัวเอง ทำให้โต๋หันหัวเรือกลับมาได้ เขาตัดสินใจกลับไทยมาเริ่มต้นใหม่

“ถ้านึกภาพเหมือนเรื่อง ฉลาดเกมส์โกง ผมคือคนที่ให้เพื่อนลอกอะ พลิกหน้ามือเป็นหลังมือเลย เรียนรังสิตนี่เกียรตินิยม A เยอะมาก โดยเฉพาะพวกวิชาประวัติศาสตร์ศิลป์ซึ่งเป็นเหมือนยาขม ได้เต็มตลอด”

โต๋ในวัยที่หมดสนุกกับการเกกมะเหรกเกเร กลายเป็นเด็กเนิร์ดเต็มตัวเสียแล้ว

02

ต่อโทตอนเมา

เขาไม่ได้เนิร์ดแค่เรื่องเรียน แต่ยังกระหายประสบการณ์ นายนุติ์ได้ติดสอยห้อยตามอาจารย์พิเศษไปฝึกงานกับ Bakery Music ค่ายเพลงในฝันของเขา ซึ่ง ณ เวลานั้นถือว่ามีชื่อเสียงด้านงานครีเอทีฟมาก

“ผมชอบฟังเพลงตั้งแต่เด็ก เลยอยากลองทำงานฝ่ายออกแบบปกเทปดู แต่กลับจับพลัดจับผลูได้ไปช่วยงานกองบรรณาธิการของนิตยสาร Katch แทน เพราะตอนนั้นฝ่ายปกเต็มไปด้วยคนเก่งระดับพระกาฬ

“แต่ชอบนะเพราะได้เรียนรู้อะไรจากคนพวกนี้เยอะ แล้วเด็กสุด เขาให้ทำอะไรก็ทำ โดนกดทุกอย่าง ฝึกความอดทนมาก ไม่ได้ทำปกซีดีอย่างที่ตั้งใจไว้ก็ไม่เสียดายเลย พอฝึกงานจบก็เป็นฟรีแลนซ์ให้เขา”

ชีวิตสุดเปรี้ยวของโต๋ Slowmotion ที่ออกแบบทั้งพัดลมบังกะโล ตาลปัตร ยันแพ็กเกจจิ๋มกระป๋อง

โต๋เริ่มสร้างชื่อในวงการ เพื่อให้มั่นใจว่าเส้นทางสายออกแบบในอนาคตจะมีที่ทางสำหรับตัวเอง เขากำลังสนุกเมามันอยู่กับการเรียนและการงาน ขณะที่ทุกอย่างดูกำลังไปได้สวย

“แต่พอเรียนจบปุ๊บ ผมไปอังกฤษเลย อันนี้ไม่เคยบอกใครนะ วันนั้นนั่งเมาอยู่สีลมซอย 4 แล้วมีเพื่อนคนหนึ่งเมาเหมือนกัน เดินมาบอกว่าเดือนหน้ากูจะส่งพอร์ตไปมหาวิทยาลัยนี้ ไปด้วยกันเปล่า ไอ้เราก็ดันตอบตกลงไป”

แต่ละคนไปเรียนต่างประเทศด้วยนานาเหตุผล แต่เชื่อว่าไม่ค่อยมีใครตัดสินใจไปตอนเมาแน่ๆ 

ระยะเวลาเตรียมแฟ้มสะสมผลงานน้อยมากเพียง 1 เดือน แต่ก็ทำให้เขาได้คำตอบรับเข้าเรียนต่อระดับปริญญาโทที่ Central Saint Martins College of Art and Design สาขา Communication Design นับเป็นข้อพิสูจน์ว่าโต๋มีของดี

สิ่งสำคัญกว่าวุฒิการศึกษา คือโอกาสได้ไปสัมผัสวัฒนธรรมต่างแดน ซึ่งทำให้เขาเป็นคนมีเหตุผลในการออกแบบกว่าเดิมต่างหาก

“มันเป็นพื้นฐานที่ดีเลยนะ เราจะทำตามเทรนด์แบบหลับหูหลับตาไม่ได้ แค่มีแหล่งอ้างอิงมากๆ ไม่พอ ต้องดูว่าหนักแน่นแค่ไหน คิดหลายขั้นตอน ไอ้วิธีการอาจจะงี่เง่าได้ แต่เหตุผลต้องปึ้ก”

03

เจ้าพ่อปกซีดียุค 2000

หลังเรียนจบ ดีไซเนอร์หนุ่มดีกรีนักเรียนนอกก็ตัดสินใจเข้าสู่วงการอุตสาหกรรมดนตรีดังที่หวังไว้อย่างเต็มตัว เขายกหูโทรศัพท์หาค่ายเดิมเพื่อแจ้งข่าวสารว่าพร้อมรับจ๊อบทันที

“งานแรกที่ได้รับมอบหมายคือปกซีดีของวงโมเดิร์นด็อกชุด The Very Common of Moderndogcumentary เป็นปกคอนเสิร์ตท้องฟ้าสีๆ แล้วก็ตามด้วยแดดส่อง มาถึงก็พีกตามใจหวังเลย”

ปกอัลบั้มชิ้นนี้เป็นเหมือนประตูบานแรกที่วงการเพลงไทยเปิดต้อนรับนักออกแบบคนนี้เข้าไป ด้วยฝีไม้ลายมือฉกาจฉกรรจ์ งานจึงเริ่มถาโถมเข้าหาโต๋อย่างต่อเนื่อง จนเจ้าตัวออกปากเองเลยว่าตอนนั้นถึกมาก ชนิดที่ว่าช่วง Music Festival โต๋ต้องออกแบบงาน 3 ปกภายใน 1 สัปดาห์

จริงอยู่ที่โต๋เป็นคนมีความสามารถ แต่เขาไม่ใช่ยอดมนุษย์ผู้มีพลังความคิดสร้างสรรค์ล้นเหลือจะทำงานจำนวนมหาศาลได้ทั้งหมดคนเดียว เขาจึงชวน โน้ต-พงษ์สรวง คุณประสพ นักจัดปาร์ตี้แห่ง Dudesweet และ กัน-ภฤศิษฐ์ รัชไชยบุญ เพื่อนอีกคน ร่วมกันก่อตั้งบริษัทรับออกแบบชื่อ slowmotion ขึ้น

โต๋ โน้ต และกัน ใส่ความเป็นตัวตนของแต่ละคนลงไปในงานอย่างสนุกสนานชัดเจน คาแรกเตอร์เรียบร้อยจากโต๋ ความห่ามกวนบาทาจากโน้ต และ Typograhy สุดเก๋จากกัน ผสมผสานกันในอัตราส่วนที่ไม่แน่นอน

ชีวิตสุดเปรี้ยวของโต๋ Slowmotion ที่ออกแบบทั้งพัดลมบังกะโล ตาลปัตร ยันแพ็กเกจจิ๋มกระป๋อง

ปกอัลบั้มแรกของวง Crescendo ที่ทำเป็นฉากการกล่าวทักทายในเรื่อง The Godfather

ปกอัลบั้ม The Days Of Pry – Anthology ของพราย ปฐมพร ที่เรืองแสงได้เมื่อปิดไฟ

ปกอัลบั้มแรกของวง BrandNew Sunset ที่เป็นภาพสไลด์กล้องจุลทรรศน์ของเนื้อเยื่อข้างกระพุ้งแก้มและเลือดจริงของสมาชิกในวง

ปกอัลบั้มของก้านคอคลับ ที่มาจากไอเดีย ‘จระเข้ฟาดหาง’ และถ่ายรูปจากหางจระเข้ตัวเป็นๆ

เหล่านี้เป็นเพียงเศษเสี้ยวประสบการณ์อันแสนสนุกที่โต๋ยกตัวอย่างให้เราฟัง แต่วิธีการทำงานแบบไหนกันล่ะที่ทำให้บริษัทนี้เป็นที่ไว้วางใจ จนเรียกได้ว่าเป็นเบอร์ต้นๆ ในวงการ

“ได้รับโจทย์มาปุ๊บก็รีเสิร์ชเลย สมมติขายเก้าอี้ ก็ต้องไปนั่งไปนอนในโชว์รูม ไปพูดคุยหาข้อมูลจากคนจริง คลุกคลีกับมันให้นาน เหมือนทำความรู้จักเพื่อนใหม่คนหนึ่ง

“จนหลายคนชอบด่าว่าช้า ดูดปุ๊นป่าวไอ้พวกนี้ แต่นี่แหละคือที่มาของชื่อ เราอยากให้ผลงานที่ออกไป ไม่ว่าจะอยู่ในแกลเลอรี่หรืองานเพื่อการค้า ทำให้คนดูหยุดนิ่งได้ เหมือนโมเมนต์ในหนังรักที่อะไรๆ ช้าลง เห็นแล้วพอจะคิดอะไรต่อไปได้ คล้ายงานศิลปะที่ผู้ชมมีสิทธิ์ตีความ ชอบไม่ชอบก็ได้ นี่คือปรัชญาของเรา

“ทุกคนจะบอกว่างานเราเหมือนผู้ชายหล่อ เนี้ยบ แต่เดินเหยียบเปลือกกล้วยนะ ลื่นนิดหนึ่ง เพราะกระบวนการทำที่คราฟต์แหละ เลยดูเท่ แต่ก็ใส่ลูกเล่น ตัวตนของลูกค้าหรือแบรนด์ลงไป ทำให้ดูเปิ่นๆ มีชีวิตขึ้นมาเหมือนมนุษย์ แทนที่จะเป็นแค่พรินต์แข็งๆ”

04

หล่อเลือกได้

slowmotion เกิดมาแล้ว 16 ปี เติบโตมาพร้อมๆ กับโต๋ด้วยจังหวะของพวกเขาเอง

ถ้าเป็นคน ปีนี้ slowmotion จะอายุเท่าไหร่

“ประมาณยี่สิบสี่ คงเป็นวัยที่กำลังเรียนรู้เหตุผล ทำงานลองผิดลองถูกมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่มีประสบการณ์เหมือนคนวัยสี่สิบ

“ก่อนหน้านี้ ช่วงปีที่สี่ถึงห้าคือช่วงวัยรุ่น เราเนื้อหอมชนิดที่คุยได้เลยว่าไม่เคยออกไปหาลูกค้า หล่อเลือกได้เชียวแหละ ทำให้มีทิฐิแรงมากจนทะเลาะกับลูกค้าบ่อยๆ บางทีเขาสั่งเคาะตัวหนังสือลงมาแค่บรรทัดเดียวเราก็ไม่ยอม เคยด่าลูกค้าจนร้องไห้เพราะยอมหักไม่ยอมงอ เรามีเหตุผลที่ดีในการออกแบบนะแค่สื่อสารไม่เป็น เหมือนต่อยแรงแต่ต่อยมั่ว”

แต่ตอนนี้ slowmotion โตขึ้นแล้ว

ดีไซเนอร์หนุ่มผู้เป็นหัวเรือของบริษัทแก้ไขปัญหาด้วยการตั้งทีมดูแลภาพรวมของการสื่อสารกับลูกค้า เป็นเหมือนเจ้านายที่คอยจิกคอยถามเหตุผลเบื้องหลังของงานทุกชิ้น นักออกแบบในทีมต้องสอบป้องกันวิทยานิพนธ์อยู่ตลอดเวลา บางครั้งก็ขายงานออกแบบพร้อมคิดแผนกลยุทธ์ให้เสร็จสรรพ นอกจากทำให้งานไม่กลวงแล้ว ยังช่วยสร้างและสานสัมพันธ์อันดีเอาไว้ได้ด้วย

05

พัดลมบังกะโล

3 ปีก่อนคือช่วงเวลาที่ slowmotion กำลังก้าวเดินอย่างมันคงในวงการออกแบบ

เวลานั้นคืออีกหมุดหมายสำคัญที่พิสูจน์ว่าโต๋ไม่ได้มีดีแค่ออกแบบกราฟิก เขาใช้ทักษะการดีไซน์สร้างสรรค์พัดลมแฮนด์เมดแบรนด์ไทยสุดเท่ชื่อ ‘บังกะโล’ (Bungalow)

ชีวิตสุดเปรี้ยวของโต๋ Slowmotion ที่ออกแบบทั้งพัดลมบังกะโล ตาลปัตร ยันแพ็กเกจจิ๋มกระป๋อง

เอกลักษณ์ของบังกะโลคือรูปทรงคลาสสิกและการประกอบอันไร้ที่ติ ใช้เวลาไม่นานก็เลื่อนสถานะเป็นพัดลมที่มีเกือบทุกบ้านได้ แต่โต๋กลับเอ่ยปากว่าเริ่มต้นทำเพราะความรำคาญล้วนๆ

“ผมหงุดหงิดเวลาไปบ้านที่ตกแต่งภายในสวยมากแล้วมาเสียกับพัดลม เราอยู่เมืองร้อน พัดลมคือสิ่งสำคัญ เลยพยายามหาแบบที่ไม่ขัดใจถ้าจะเอามาตั้งไว้ในบ้าน”

ชีวิตสุดเปรี้ยวของโต๋ Slowmotion ที่ออกแบบทั้งพัดลมบังกะโล ตาลปัตร ยันแพ็กเกจจิ๋มกระป๋อง

นักออกแบบผู้เก๋าเกมใช้ทักษะด้านกราฟิกดีไซน์ ใส่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ลงไปโดยสัญชาตญาณ

“ตั้งแต่สัดส่วน วัสดุ และทฤษฎีสี ซึ่งหลายคนอาจไม่คิดว่าสำคัญ ผมผสมนิกเกิลเล็กน้อยเพื่อเวลาวางในแสงต่างกัน จะได้สีทั้งเงินและอมทองหน่อยๆ”

แม้พัดลมบังกะโลเกิดจากเหตุผลเบาบาง แต่สิ่งที่เขาหนักแน่นคือแก่นการออกแบบและรายละเอียดซึ่งหลายคนมองข้าม เรียกได้ว่าถ้าเป็นเรื่องดีไซน์ โต๋ไม่ยอมอะลุ่มอล่วยเด็ดขาด

ชีวิตสุดเปรี้ยวของโต๋ Slowmotion ที่ออกแบบทั้งพัดลมบังกะโล ตาลปัตร ยันแพ็กเกจจิ๋มกระป๋อง

06

ดีไซเนอร์พ่อลูกสอง

“นักออกแบบแหละ” เขาตอบโดยแทบจะไม่ต้องคิด เมื่อเราถามเขาว่าตอนนี้นิยามตัวเองว่าเป็นอะไร

“เป็นอย่างนั้นจริงๆ เราชอบที่คนเรียกว่าเป็นกราฟิกดีไซเนอร์ เพราะเรายังชอบทำอะไรเองกระจุกกระจิกอยู่ ชอบทำงานกับทีมมากกว่าไปคุยกับลูกค้า แม้ว่าด้วยหน้าที่จะต้องดูแลอะไรหลายๆ อย่างก็ตาม แล้วผมก็ยังคงวิธีการทำงานแบบเดิมมาตลอด คือเหตุผลต้องแน่น น้องๆ หลายคนชอบบ่นว่าเราเพ้อเจ้อ”

ชายหนุ่มตรงหน้าหัวเราะพลางตอบทีเล่นทีจริง แต่เราสัมผัสความมุ่งมั่นและความซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพของเขาได้อย่างไร้ข้อกังขา แม้จะทำอะไรสนุกมากมายอยู่ตลอดเวลา โต๋กลับรู้สึกแฮปปี้และภูมิใจในวิชาชีพนักออกแบบกราฟิกเป็นที่สุด

“จะนับกราฟิกดีไซเนอร์เป็นศิลปินก็ได้ ไม่นับก็ได้ จะว่าเป็นนักขายก็ใช่ จะว่าเป็นนักคิดก็ไม่ผิด ผมไม่จำกัดตัวเอง ปีก่อนทำนิทรรศการกับ ตุล อพาร์ตเมนต์คุณป้า ก็เพราะเราสนุกที่ได้ปล่อยของและทำงานศิลปะหลากหลายแขนง

“แต่รู้มั้ย”

เขาหยุดดื่มน้ำ ทิ้งจังหวะให้ความฉงนสนเท่ห์ทำงาน

ชีวิตสุดเปรี้ยวของโต๋ Slowmotion ที่ออกแบบทั้งพัดลมบังกะโล ตาลปัตร ยันแพ็กเกจจิ๋มกระป๋อง

“พอสอนศิลปะลูก ยิ่งรู้ว่ามีวิธีคิดหลากหลายมาก ไม่มีกรอบเหมือนการออกแบบ บางครั้งเด็กทำได้ดีกว่าที่เราตั้งใจทำอีก เพราะเขาไม่มีหลักการกำหนด ไม่เครียดว่าเป็นอาชีพการงาน”

โต๋คือศิลปิน ข้อนี้เราพูดได้เต็มปาก

โต๋คือนักออกแบบที่ดี ข้อนี้เรากล้ายืนยัน

เพราะสิ่งที่ซ่อนอยู่ในงานดีไซน์ขั้นเทพอันเป็นฝีไม้ลายมือของเขา คือความคิดและเหตุผลอันลึกซึ้ง

“เราว่าไอ้โปรแกรมใหม่ๆ สนุกทุกอย่างแหละ แต่อย่าลืมว่านั่นก็แค่เครื่องมือ ถ้าแก่นชัดแล้วจะหยิบอะไรมาใช้ งานก็ดีทั้งนั้น”

ต่อไปนี้คือ 5 ผลงานของโต๋และ slowmotion ที่ยืนยันให้เห็นว่างานดีไซน์จะกลายร่างไปอยู่ในรูปแบบใดก็ได้ทั้งนั้น ถ้า Core Idea แม่นจริง

This Brings Me Here

“งานนี้สนุกเพราะได้ร่วมงานกับ เต๋อ-นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ปัญหาคือห้างไม่มีคนเพราะความหรูหรามันพูดจายากมาก เราเลยไปดึง กิโกะ มิซูฮาระ (Kiko Mizuhara) มา เพื่อจะสื่อสารไปถึงคนเอเชียทั้งทวีป คอนเซปต์ของแคมเปญคือ This Brings Me Here มีนัยยะจะบอกว่า Central Embassy มีทุกอย่าง เราเลยตีความออกมาเป็นโฆษณาหลายรูปแบบ และพลิกแพลงเรื่องเพื่อนำเสนอมุมต่างๆ ของห้างได้หลากหลาย ชวนให้คนมาที่นี่”

B Magazine

ชีวิตสุดเปรี้ยวของโต๋ Slowmotion ที่ออกแบบทั้งพัดลมบังกะโล ตาลปัตร ยันแพ็กเกจจิ๋มกระป๋อง

“งานนี้เป็นพรินต์เล็กๆ แบรนด์ Ballentine อยากให้ช่วยประชาสัมพันธ์แบรนด์ เราเลยทำ Art Book ที่จับต้องได้ ความพิเศษคือการเย็บเล่ม บางหน้าจะเปิดไม่ได้ คนอ่านต้องฉีกรอยประเอง และนั่นจะบ่งบอกว่าแต่ละคนเป็นคนยังไง ถ้ารีบร้อนไม่สนใจก็เละ ถ้าใจเย็นก็ค่อยๆ ฉีก ส่วนเนื้อหาข้างในก็สนุก เราเลือกสัมภาษณ์คนที่เราชอบ ทั้ง เดวิด ศริกลีย์ (David Shrigley), Elmgreen and Dragset, พี่เจ้ย อภิชาติพงศ์ เหมือนได้เป็นอิดิเตอร์เล็กๆ”

Sanook.com

ชีวิตสุดเปรี้ยวของโต๋ Slowmotion ที่ออกแบบทั้งพัดลมบังกะโล ตาลปัตร ยันแพ็กเกจจิ๋มกระป๋อง

เลือกงาน CI ใหญ่ๆ บ้าง เราใส่ความไร้ระเบียบลงไปเพื่อให้มีชีวิตชีวาสมกับชื่อ ‘สนุก’ แต่จุดจบของงานนี้คือนักเลงคีย์บอร์ดหรือพี่ๆ นักวิชาการทางด้านกราฟิกดีไซน์มาคอมเมนต์เยอะมาก ทำให้เราได้กลับมาทบทวนหลักคิดของ slowmotion อีกครั้ง การได้เจอกลุ่มคนที่ไม่ใช่ทาร์เก็ตของ Sanook.com เลย อย่างคนสายแฟชั่น คุยกันบนโต๊ะทานข้าวเกี่ยวกับข่าวจากเว็บนี้ มันตอบโจทย์ของเราแล้ว แปลว่าเราประสบความสำเร็จในการออกแบบ”

Mahanakhon Observation Deck : Interface Design and Content

ชีวิตสุดเปรี้ยวของโต๋ Slowmotion ที่ออกแบบทั้งพัดลมบังกะโล ตาลปัตร ยันแพ็กเกจจิ๋มกระป๋อง
ชีวิตสุดเปรี้ยวของโต๋ Slowmotion ที่ออกแบบทั้งพัดลมบังกะโล ตาลปัตร ยันแพ็กเกจจิ๋มกระป๋อง

“เราต้องทำคอนเทนต์ให้คนขึ้นไปแล้วสนุก เลยเล่าเรื่องกรุงเทพฯ จากแผนที่ทั้งหกทิศรอบตึกมหานคร เป็นจอที่พอกดไปก็จะให้ข้อมูลเกี่ยวในมิติต่างๆ ที่คนทั่วไปไม่รู้ เช่น สปอร์ตคลับตรงถนนอังรีดูนังต์เคยเป็นสนามบินมาก่อน มองไปสาทรก็หยิบเรื่องสุสานมาพูดแทนจะเล่าว่าเป็นย่านออฟฟิศ เห็นคลองแสนแสบก็ใส่อินโฟกราฟิกว่านั่งเรือรอบหนึ่งใช้เวลาเท่าไหร่ งานแบบนี้ต้องรีเสิร์ชหนัก แต่ก็สนุก”

Dhamma Graphic

ชีวิตสุดเปรี้ยวของโต๋ Slowmotion ที่ออกแบบทั้งพัดลมบังกะโล ตาลปัตร ยันแพ็กเกจจิ๋มกระป๋อง
ชีวิตสุดเปรี้ยวของโต๋ Slowmotion ที่ออกแบบทั้งพัดลมบังกะโล ตาลปัตร ยันแพ็กเกจจิ๋มกระป๋อง

“พวกกราฟิกดีไซเนอร์มักโดนขอให้ช่วยทำการ์ด ทั้งงานแต่ง งานศพ อย่างหนึ่งที่ผมเคยทำแล้วสนุกจนอยากยึดเป็นอาชีพคือตาลปัตร ถ้าศึกษาจริงๆ จะรู้ว่ายุคก่อนมันล้ำมาก บ่งบอกความเป็นตัวตนสุดๆ 

“ครั้งหนึ่งเราออกแบบตาลปัตรเป็นของที่ระลึกในงานศพคุณตั้ม Mamafaka นักวาดภาพประกอบ โดยใช้พรมเช็ดเท้าที่เดินไปเจอในบิ๊กซีมาทำเอาคาแรกเตอร์ Mr. HellYeah

“มีหนังสือสวดมนต์และนิตยสารธรรมะ ธรรมดา ที่เราเอางานดีไซน์ใส่ลงไป ให้สนุกและน่าหยิบมากขึ้น เห็นได้ว่าหนังสือแบบนี้ไม่จำเป็นต้องน่าเบื่อจำเจ หรือติดกับกรอบเดิม”

ชีวิตสุดเปรี้ยวของโต๋ Slowmotion ที่ออกแบบทั้งพัดลมบังกะโล ตาลปัตร ยันแพ็กเกจจิ๋มกระป๋อง

Writer

นิรภัฎ ช้างแดง

beautiful and bittersweetly

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

In Design

วิธีคิดและแรงบันดาลใจของนักออกแบบที่น่าทำความรู้จัก

ถ้าลองเข้าเว็บไซต์งานส่วนตัวของ ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร ศิลปินภาพประกอบวัย 23 ปี จะพบว่านิยามคำว่า ‘ภาพประกอบ’ ของเธอกว้าง ตั้งแต่ภาพวาด แอนิเมชัน ของเล่นไขลาน ตุ๊กตา ไปจนถึงพรม 

สำหรับลันลัน ภาพประกอบคือการสื่อสารโจทย์ผ่านศิลปะ จึงไม่จำเป็นต้องอยู่เฉพาะบนกระดาษสองมิติ ไม่ว่าจะรูปแบบไหน ถ้ามันทำหน้าที่เล่าเรื่องได้อย่างหมดจด ก็ถือเป็นภาพประกอบที่เยี่ยมยอดแล้ว

ในอีกแง่มุมหนึ่ง หลายครั้งลันลันก็ใช้ภาพประกอบมาเล่าเรื่องชีวิตของตัวเองด้วยเช่นกัน เธอกล่าวถึงเรื่องที่เป็นปัญหาของผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นสิ่งที่พบเจอเอง ผ่านกลิ่นอายลายเส้นภาพนิทานสำหรับเด็ก ไม่ว่าจะเป็นการคิดฟุ้งซ่านจนนอนไม่หลับ ที่ใช้ปลาว่ายวนเป็นตัวแทนการคิดเวียนไปมาตอนตี 3 ตัวการ์ตูนสัตว์ประหลาดคล้ายหมาที่กินไม่หยุดในช่วงกักตัว หรือปัญหาในครัวอย่างถังข้าวที่โดนรุกรานจากผีเสื้อกลางคืน

ด้วยรัก ผดุงวิเชียร ศิลปินภาพประกอบวัย 23 ใน USA ที่มีผลงานแสดงในลอนดอน โอซาก้า เวนิส

ความน่ารักในงานของลันลันโลดแล่นอยู่บนเวทีประกวดระดับโลกมาแล้วตั้งแต่ตอนเธอเรียนมัธยมปลาย งานของศิลปินวัยเยาว์ได้รับเลือกบนเวทีการประกวด Young Arts : Merit Award ค.ศ. 2014, 2015 และ 2016 โดยจัดแสดงผลงานที่ Disney Concert Hall ลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา 

ช่วงมหาวิทยาลัย ลันลันเป็นศิลปินในรอบสุดท้ายเวที Arte Laguna Prize 2018 ได้จัดแสดงผลงานที่เวนิส ประเทศอิตาลี (ลันลันแอบกระซิบมาว่า ปีนี้งานของเธอได้รับเลือกอีกครั้ง) ปีถัดมา เธอเข้ารอบสุดท้ายเวที RWS Royal Watercolor Society 2019 ได้จัดแสดงงานที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ รวมถึงได้เป็นศิลปินรับเชิญจัดแสดงผลงานที่ IYN Gallery ณ โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น และเข้ารอบสุดท้ายบนเวที Society Of Illustration ค.ศ. 2020, Association of Illustration ค.ศ. 2020, Society Of Illustration West ค.ศ. 2021

ศิลปินมากฝีมือคนนี้ยังเคยร่วมงานกับ Oliver Chin บรรณาธิการสำนักพิมพ์ Immedium ผู้แต่งหนังสือสำหรับเด็กมาแล้วกว่า 15 เล่ม รวมถึงเคยร่วมงานกับ Tom Kracauer และ Sean Hernandez ศิลปินผู้ทำงานผ่านหลากหลายสื่อและเทคนิค นอกจากนี้ เธอยังทำงานอาสาสมัครเป็นครูศิลปะจากผ้า (Fiber Art) ให้กับบุคคลที่มีความต้องการพิเศษในมูลนิธิ Exceptional Children Foundation

ไม่ว่าคุณจะเคยรู้จักเธอมาก่อนหรือไม่ เราอยากชวนลันลันมาพูดคุยเรื่องการเติบโตไปพร้อมกับศิลปะ ที่พาความฝันการศิลปินจากประเทศไทยมายัง Interlochen Arts Academy โรงเรียนศิลปะที่รัฐมิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกา สู่ Rhode Island School of Design (RISD) มหาวิทยาลัยศิลปะซึ่งโด่งดังด้านการสอนศิลปะภาพประกอบ และอาชีพปัจจุบันในฐานะนักวาดภาพประกอบอิสระในลอสแอนเจลิส พร้อมคุยถึงที่มาของความหลากหลายทางเทคนิคที่เธอใช้ในงานศิลปะ ธรรมชาติอันเป็นแรงบันดาลใจมาตลอด อนาคตก้าวต่อไปที่ใฝ่ฝัน และกระแสในปัจจุบันอย่าง NFT หรือตลาดศิลปะดิจิทัล

มาเริ่มบทสนทนาที่จะทำให้เราอยากหยิบสิ่งใกล้ตัวมาประดิษฐ์งานศิลปะกันเถอะ 

ด้วยรัก ผดุงวิเชียร ศิลปินภาพประกอบวัย 23 ใน USA ที่มีผลงานแสดงในลอนดอน โอซาก้า เวนิส
ด้วยรัก ผดุงวิเชียร ศิลปินภาพประกอบวัย 23 ใน USA ที่มีผลงานแสดงในลอนดอน โอซาก้า เวนิส

ช่วงนี้ทำอะไรอยู่บ้าง

ตอนนี้เป็นฟรีแลนซ์ ทำภาพประกอบกับแอนิเมชันอยู่ แล้วก็ทำพรมขาย มีโปรเจกต์อยู่ในช่วงเซ็นสัญญา วาดภาพประกอบกับสำนักพิมพ์จากฝรั่งเศส เขากำลังจะทำหนังสือเกร็ดความรู้เรื่องสัตว์ต่างๆ ส่วนที่เราเข้าไปรับผิดชอบคือ หอยทาก

ทำไมภาพของลันลัน ส่วนใหญ่ถึงเป็นสัตว์กับธรรมชาติ

เราโตมากับธรรมชาติ ครอบครัวเราทุกคนชอบต้นไม้ ที่บ้านปลูกต้นไม้แนวป่าฝนเยอะมาก วิ่งเล่นในสวนของหมู่บ้าน ต้นไม้ก็เยอะ เรียนโรงเรียนรุ่งอรุณก็อยู่กับธรรมชาติ พอชีวิตล้อมรอบด้วยธรรมชาติ เลยได้แรงบันดาลใจมาจากสิ่งที่เห็นในชีวิตประจำวัน

ตอน ม.1 คุณพ่อคุณแม่พาไปดำน้ำ เราเห็นปลาเยอะๆ แล้วชอบมาก มันดูอิสระ สีสันสวย เลยเป็นแรงบันดาลใจให้ชอบวาดปลา

พอทำงานจากสิ่งรอบตัวแบบนี้ ตอนย้ายมาเรียนมัธยมปลายที่มิชิแกน เลยเริ่มมีสัตว์อื่นมากขึ้นอย่างกวาง กระรอก ไม่ใช่แค่งูหรือปลา เพราะมันคือสัตว์ที่เห็นในโรงเรียน หรือต้นไม้ต่างๆ อย่างตอนนี้อยู่แอลเอ บรรยากาศรอบตัวเป็นทะเลทราย ก็มีกระบองเพชรหรือทิวทัศน์ทะเลทรายในภาพมากขึ้น มันเปลี่ยนไปตามสถานที่

แล้วสัตว์ประหลาดมาจากไหน

ตอนมัธยมปลาย เราเริ่มเอาสัตว์หลายๆ ชนิดมาผสมกัน พอวาดเยอะขึ้นก็เริ่มคิดว่า ทำไมเราไม่สร้างตัวประหลาดของเราขึ้นมาเอง จนเข้ามหาวิทยาลัยเลยเป็นสัตว์ที่ Abstract มากขึ้น 

ด้วยรัก ผดุงวิเชียร ศิลปินภาพประกอบวัย 23 ใน USA ที่มีผลงานแสดงในลอนดอน โอซาก้า เวนิส

ขอย้อนกลับไปหน่อย ลันลันรู้ตัวว่าชอบและเริ่มวาดภาพตั้งแต่เมื่อไหร่

จำไม่ได้เลยว่าเริ่มตั้งแต่ตอนไหน (หัวเราะ) เพราะอนุบาลก็ชอบวาดและทำงานคราฟต์แล้ว วิชาศิลปะเป็นวิชาที่เราชอบและทำได้ดีที่สุด 

เราเรียนได้ศิลปะกับ ครูเล็ก (สุภาพร เจริญสุข) ตั้งแต่อนุบาลถึงจบมัธยมต้น มัธยมปลายมาเรียน Interlochen Arts Academy โรงเรียนศิลปะที่มิชิแกน สหรัฐอเมริกา ตอนนั้นติดเพื่อนไปลองเรียน ครูเล็กสอนศิลปะแบบไม่จำกัดอะไรเลย เช่น ถ้าเราสนใจเย็บผ้า ครูก็จะหาอุปกรณ์มาให้ เราอยากลองปั้นดิน ทำภาพพิมพ์ ครูก็หามาให้ ครูไม่ได้บังคับว่าอยู่ประถมต้องใช้แค่ดินสอสี อยากทำอะไรได้ทำหมด เลยเป็นจุดเริ่มต้นให้เราชอบทำงานศิลปะหลายๆ อย่าง ไม่ได้ติดอยู่กับแค่งานรูปแบบเดียว

งานศิลปะรูปแบบไหนที่ชอบทำเป็นพิเศษ

เราชอบทำงานกับผ้า จำได้ว่าตอน ป.6 คุณแม่ซื้อตุ๊กตาบลายธ์ (Blythe) มาให้แล้วเสื้อผ้ามันแพงมาก ครูเล็กเสนอว่ามาลองทำชุดตุ๊กตากันไหม เราได้ลองทำแล้วชอบมาก ทำชุดตุ๊กตาอยู่เป็นปีๆ ตอนนั้นน่าจะเป็นช่วงที่ได้ทำงานผ้ามากที่สุดแล้ว 

พอ ม.ปลาย ที่โรงเรียนเน้นศิลปะ เลยได้ลองทำงานผ้าอย่างอื่นเพิ่มอีก ได้ทำประติมากรรมนุ่ม (Soft Sculpture หรือประติมากรรมที่ทำจากวัสดุผิวสัมผัสนุ่ม) เรารู้สึกว่ามันเป็นเทคนิคที่เข้ากับสไตล์ที่ทำอยู่ เพราะอยากให้คนเห็นรูปเราแล้วมีความสุข พอมันมาเป็นอะไรนิ่มๆ จับแล้วก็ยิ่งมีความสุข เอามากอดได้ เอามาใช้ได้ บางทีใช้หลายเทคนิคมารวมกันก็มี ปักผ้า โครเชต์ ทำหมดเลย

ล่าสุดเห็นทำงานพรมด้วย 

ตอนแรกเลยเริ่มสนใจเทคนิคงานพรม เพราะรู้สึกว่ามันเหมือนรูปวาดนิ่มๆ และเป็นอะไรได้หลายอย่าง ทั้งเอาไว้แขวนบนผนังเป็นงานอาร์ต เอามาใช้เป็นพรม ทำเป็นเสื้อผ้า หรือทำเป็นกระเป๋า ช่วงที่ โควิด-19 เข้ามา คนก็สนใจพวกตกแต่งบ้านกันเยอะขึ้นมากๆ เพราะส่วนใหญ่ต้อง Work from Home เมื่อเราเอาพรมลายน่ารักๆ แปลกๆ มาใช้ มันช่วยให้บ้านมีสีสันขึ้น ดูสนุกขึ้น

หลายครั้งเรารู้สึกว่าศิลปะมันจับต้องไม่ได้ แต่เราอยากให้ศิลปะอยู่ร่วมกับชีวิตประจำวันได้ ไม่ใช่ต้องไป Museum อย่างเดียว พอเป็นพรมเลยตอบโจทย์ตรงนี้ทั้งหมด

มาสนใจงานภาพประกอบตอนไหน

ตอนเข้ามหาวิทยาลัยปีแรกที่ Rhode Island School of Design (RISD) เรายังไม่ต้องเลือกเอก เลยเป็นโอกาสได้ลองทำงานหลายๆ รูปแบบ เช่น Coding ทำงานศิลปะด้วยหุ่นยนต์ ซึ่งเราพบว่าตัวเองชอบวิชา Illustration (ภาพประกอบ) แล้วครูบอกยังว่า “จริงๆ การทำงานภาพประกอบมันไม่ได้ตายตัวแค่ภาพวาดนะ แค่เราสื่อสารหัวข้อออกมาได้ด้วยศิลปะ ก็ถือเป็นภาพประกอบแล้ว” เลยเลือกเรียนเอกนี้

งานภาพประกอบเข้ากับเราที่ไม่ตายตัวด้านเทคนิค อีกอย่างคือเราชอบทำงานตามโจทย์ สำหรับเรา การนั่งคิดตามโจทย์มันสนุกที่ว่าจะเสนอภาพออกไปอย่างไรดีให้เป็นสไตล์เรา และตอบโจทย์ที่ได้มาไปในเวลาเดียวกัน

ด้วยรัก ผดุงวิเชียร ศิลปินภาพประกอบวัย 23 ใน USA ที่มีผลงานแสดงในลอนดอน โอซาก้า เวนิส

จากการเรียนศิลปะที่อเมริกาตอน ม.ปลาย กับมหาวิทยาลัย ลันลันคิดว่าการสอนศิลปะที่ไทยกับอเมริกาแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

จำได้ว่าช่วงก่อนย้ายไปอเมริกา เห็นเพื่อนที่ไทยหลายคนอยากเรียนศิลปะ ต้องไปติววาดภาพเหมือน (Still Life Drawing และ Portrait Drawing) ตอนแรกที่ไปเราก็แอบกังวลเหมือนกัน ว่าพื้นฐานจะพอหรือเปล่าเพราะไม่ได้ติวไป 

แต่พอไปถึง กลายเป็นว่าครูที่อเมริกาไม่อินกับภาพเหมือนเลย ครูบอกว่าภาพเหมือนมันฝึกกันได้ แต่คอนเซ็ปต์กับเรื่องราวของรูปสำคัญกว่า เขาบอกอีกว่า ถ้าว่าต้องวาดภาพให้เหมือนของจริง เราก็จะไม่ลองเทคนิคใหม่ๆ งานก็จะซ้ำๆ อยู่แบบเดิม 

ตอนสอบเข้ามหาวิทยาลัยในอเมริกา ไม่ได้ให้วาดภาพเหมือนแบบในไทย แต่ให้เราส่งงานอะไรที่คิดว่าแข็งแรงที่สุด จะเป็นศิลปะนามธรรม งานปั้น งานเย็บ อะไรได้หมดเลย ตอนเข้าไปเรียน ถ้าไม่ใช่วิชาวาดภาพเหมือน ครูก็จะไม่มาติเรื่องเทคนิค ความเหมือน หรือความสวย แต่จะให้ความเห็นว่างานของเรามันตอบโจทย์แค่ไหน และให้แนะนำว่าอะไรที่ปรับแล้ว งานจะสื่อสารได้ดีขึ้น 

แล้วการประกอบอาชีพศิลปินล่ะ ลันลันคิดว่าที่อเมริกามีอะไรที่ไม่เหมือนกันบ้าง

เรารู้สึกว่าคนที่นี่ให้ค่ากับงานศิลปะมาก เพราะเวลาศิลปินขายงาน เราจะคิดเป็นชั่วโมงว่างานชิ้นนี้ใช้เวลาทำกี่ชั่วโมงแล้วก็คูณไป เช่น ปกติคิดกันชั่วโมงละหกร้อยบาท อาจดูแพง แต่ว่าค่ากินอยู่ที่นี่ก็แพงมากเหมือนกัน คิดชั่วโมงเสร็จก็บวกค่าอุปกรณ์เข้าไปอีก จำได้ว่าเราเคยเห็นเพจประมูลงานศิลปะของไทย เขาตั้งราคาเริ่มต้นต่ำมาก จนเรางงว่า โห เขาใช้เวลาทำไปตั้งกี่ชั่วโมง ทำไมถึงขายถูกขนาดนี้

อีกอย่างที่รู้สึกคือ ที่อเมริกามีงานด้านศิลปะหลากหลายมาก มีหลายสายงานเราไม่ค่อยได้เห็นในไทย มันเปิดกว้างมากเลย

ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ
ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ

เปิดกว้างขนาดนี้ มีอะไรที่อยากลองทำอีกไหม และวางอนาคตตัวเองไว้อย่างไร

ถ้าไม่สนใจเรื่องเงินเลย อยากเปิดสตูดิโอกับเพื่อน ขายของทำมือให้จริงจังมากขึ้น เป็นสตูดิโอประหลาดๆ ขายแต่ของที่คนไม่ค่อยซื้อกัน (หัวเราะ)

และคิดมาสักพักแล้วว่าอยากทำงานกับ Stop Motion Studio (แอนิเมชันที่ทำโดยการถ่ายทีละภาพแล้วนำมาต่อกัน) ที่นี่มีบริษัททำ Stop Motion ให้โฆษณาโดยเฉพาะ ซึ่งเราเคยคุยแล้วเขาบอกว่า บริษัทต้องการศิลปินที่ทำได้หลายเทคนิค เพราะวิดีโอ Stop Motion แต่ละตัวไม่ได้ใช้เทคนิคเดียวเสมอไป ใช้ไม้ ผ้า กระดาษ ดิน หลายๆ อย่าง เราเองก็ชอบสร้างนู่นนี่จากของหลายๆ อย่างอยู่แล้ว เลยอยากลอง น่าสนุกดี

ไม่สนใจขายงานศิลปะทาง NFT (ตลาดศิลปะดิจิทัล) เหรอ

ตอนแรกก็สนใจนะ เห็นศิลปินหลายคนเริ่มเข้ามาขาย NFT และทำเงินได้จากตรงนี้ แต่พอเราหาข้อมูลเพิ่มไปเรื่อยๆ ก็พบว่าการเอารูปขึ้นระบบ NFT หนึ่งรูปมันใช้ทรัพยากรและพลังงานเยอะมาก ทำให้ตอนนี้เรายังไม่ขายผลงานทาง NFT รอดูก่อนว่า ในอนาคตตลาด NFT จะมีมาตรการแบบไหน ในการปรับตัวให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ
ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ

เราเห็นลันลันเลือกวาดภาพด้วยมือหรือทำงานประดิษฐ์ มากกว่าดิจิทัลอาร์ต (ศิลปะดิจิทัลที่วาดด้วยคอมพิวเตอร์) มันให้ความรู้สึกต่างกันอย่างไร

เราชอบการทำงานศิลปะที่นั่งจับ นั่งใช้เวลากับวัสดุ เพราะได้รู้สึกเชื่อมโยงกับสิ่งที่ทำผ่านร่างกาย เป็นสิ่งที่จับต้องได้ เป็นรูปธรรม เลยเป็นเหตุผลที่เรารู้สึกผูกพันกับงานทุกชิ้น

เราก็ทำดิจิทัลอาร์ตบ้างนะ แต่จะมีลายเส้นคล้ายทำมืออยู่ดี ไม่ได้ดูดิจิทัลอาร์ตแบบแฟลช สีสด เส้นคม เท่าดิจิทัลอาร์ตส่วนใหญ่ในเทรนด์ตอนนี้ เคยลองทำแบบนั้นแล้วรู้สึกว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ชอบ ไม่ใช่ตัวเรา

ลันลันมีวิธีสร้างโอกาสให้ตัวเองอย่างไร ถึงได้ไปจัดแสดงงานหลายประเทศทั่วโลก

ต้องยกเครดิตให้คุณแม่ เขาคอยผลักดันให้เราส่งงานเข้าประกวด เพื่อสร้างพอร์ตโฟลิโอให้ตัวเอง เราอยู่อเมริกา โอกาสมันยากมาก คนมีความสามารถก็เยอะ คุณแม่เลยสนับสนุนให้ลองส่งประกวดตั้งแต่ ม.ปลาย ตอนแรกเราก็ไม่ค่อยมั่นใจในงานของตัวเอง เพราะลายเส้นเราดูเด็ก ไม่ใช่แนววิจิตรศิลป์แบบที่คนอื่นส่งประกวด แต่พอได้ส่งจริงๆ ถึงรู้ว่ามันก็มีเวทีประกวดที่เหมาะกับงานสไตล์เรา

มีครั้งไหนที่เกิดคาดบ้างไหม

Arte Laguna Prize ที่ได้ไปจัดแสดงที่อิตาลี เราคิดว่าเขาไม่น่าจะชอบงานเรา เพราะคนอื่นคือยิ่งใหญ่ เช่น งานศิลปะนามธรรมขนาด 3 x 3 เมตร ส่วนของเราเป็น Artist Book (หนังสือที่เน้นการเล่าเรื่องเชิงทัศนศิลป์) เกี่ยวกับตัวละครซึ่งมีแรงบันดาลใจมาจากเห็ดชนิดต่างๆ วางเล็กจิ๋วอยู่มุมหนึ่งของนิทรรศการ ตกใจมากตอนได้เข้ารอบสุดท้ายครั้งแรก (หัวเราะ) พอปีนี้ได้เข้ารอบสุดท้ายอีกครั้ง ตกใจที่สุดเลย!

สุดท้ายแล้ว เล่าถึงผลงานที่มีความหมายต่อชีวิตให้ฟังสัก 5 ชิ้นได้ไหม

ได้เลยค่ะ

01 Night Thoughts

ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ

Night Thoughts เป็นงานที่ทำในชั้นเรียน Animalia คือ ทำงานภาพประกอบที่เกี่ยวกับสัตว์ หรือใช้สัตว์มาเป็นองค์ประกอบ เราเลยเลือกปลาบาราคูด้า (Barracuda) ที่ว่ายเป็นทอร์นาโด เพราะเราชอบลักษณะการเคลื่อนไหวนี้มาก คิดว่ามันคล้ายตอนเรานอนไม่หลับ เวลาที่มีความคิดเข้ามาในหัวเยอะๆ ฟุ้งซ่าน วนไปเรื่อยๆ ซึ่งพอเป็นภาพนิ่ง มันอาจไม่เห็นความวุ่นวายหมุนวนของปลา เลยทำเป็นแอนิเมชัน ชิ้นนี้ได้ 3 รางวัล คือเข้ารอบสุดท้ายเวที Arte Laguna Prize ครั้งล่าสุด แล้วก็ได้เข้ารอบสุดท้ายเวที Society Of Illustration West และที่สี่ Society Of Illustration 

02 Quarantine Planet

ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ
ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ
ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ
ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ
ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ

งานนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากช่วงโควิด-19 เพราะเดือนแรกๆ ที่ระบาด ทุกคนต้องกักตัวอยู่บ้าน เป็นประสบการณ์ใหม่มาก ไม่มีใครเคยอยู่บ้านทั้งวันทั้งคืนมาก่อน งานนี้เลยเป็นการเล่าเหตุการณ์ว่า การติดอยู่ในบ้านเราทำอะไรบ้าง ใช้สัตว์ประหลาดมาแทนตัวเรา ส่วนบ้านเป็นดาวเคราะห์ที่สัตว์ประหลาดต้องมาติดอยู่ 

ภาพแรก คือกองเสื้อผ้าที่เราขี้เกียจเก็บ ตอนนั้นเพิ่งย้ายไปอยู่บ้านคุณอาที่โอไฮโอ พอเอาเสื้อผ้าออกจากกระเป๋าก็ไม่ได้จัด กองอยู่แบบนั้น 

ภาพที่สอง คือการที่เราอยู่บ้านแล้วกินทั้งวัน เปิดตู้เย็นกินไม่หยุด 

ภาพที่สาม คือประชุมออนไลน์กับสัตว์ประหลาดจากดาวเคราะห์อื่นๆ ที่ต้องติดอยู่บ้านเหมือนกัน 

ภาพที่สี่ คืออยู่บ้านดูทีวี กดเปลี่ยนช่องไปเรื่อยๆ 

ภาพสุดท้าย คือการที่เราใช้เวลาผ่อนคลายในห้องน้ำเยอะมาก 

03 Moth

ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ

ตอนเรียนมหาวิทยาลัยปีที่สี่ เราย้ายไปอยู่ห้องพักใหม่กับเพื่อน แล้วมีถังข้าวสาร ปิดฝาไว้อย่างแน่นหนา อยู่ดีๆ วันหนึ่งก็มีผีเสื้อกลางคืนไปสร้างรังอยู่ข้างใน ทำให้ถังนั้นใช้ไม่ได้อีกเลย เราไม่เคยรู้มาก่อนว่าผีเสื้อกลางคืนเข้าไปอยู่เพื่อกินข้าวสารได้ ตกใจมาก เลยเอาเหตุการณ์นั้นมาทำงาน Artist Book

เราเขียนเป็นกลอนไฮกุเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ว่า

Moth are flying around

Seeking roving then landed

On my precious rice 

แปลประมาณว่า ผีเสื้อกลางคืนมันบินไปมา แล้วร่อนลงมาอยู่บนข้าวที่แสนมีค่าของฉัน ใน Artist Book เป็นภาพตุ๊กตาผีเสื้อกลางคืนที่เราเย็บขึ้นมา ที่ตรงกลางตัวติดกระดุมเล็กๆ กับกล่องข้าว แล้วก็ปักกลอนไฮกุที่เราเขียนไว้ที่ปีก

04 พรมงู

ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ

พรมชิ้นนี้มาจากภาพประกอบที่เคยทำ มีที่มาจากเรื่องราวตอนเด็ก เวลาไปวิ่งเล่นในหมู่บ้าน ได้ยินกลุ่มพี่แม่บ้านคุยกันถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านบ่อยๆ ว่ามีไอ้เหลือมมากินแมวทั้งตัว เพราะหมู่บ้านป่ารกมาก งูเยอะ พอมาเป็นภาพ เลยอยากให้เห็นว่ามีแมว มีไก่ หรือหมา อยู่ในงูทั้งตัว แล้วเวลาไปคุยกับเพื่อนหรือครูที่อเมริกา ทุกคนจะตกใจมากว่าที่บ้านเรามีงูตัวใหญ่ขนาดนี้เลยหรอ

05 Dancing Sardine

ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ

Dancing Sardine เป็นปลากระป๋องของเล่นไขลาน เราทำงานชิ้นนี้ขึ้นมาในชั้นเรียนทำของเล่น เรามองสิ่งรอบตัวว่าใช้ทำประโยชน์อื่นๆ อะไรได้บ้าง ซึ่งตอนนั้นกินปลากระป๋องเยอะมาก และชอบรูปร่างของกระป๋อง เลยคิดไปว่าน่าสนุกดีถ้าเอามาทำของเล่น เพราะมันอันเล็กๆ และเป็นสิ่งที่ผู้คนเชื่อมโยงได้ ของเล่นไขลานเป็นปลามานั่งเต้นบนกระป๋องปลากระป๋องจึงเกิดขึ้น ปกติถ้าเป็นงาน 3D ชิ้นอื่น เราจะลงสี แต่งานนี้ไม่ลง คงเนื้อและความวาวของอะลูมิเนียมไว้ เพราะมันเป็นเอกลักษณ์ของวัสดุ

ภาพ : ด้วยรัก ผดุงวิเชียร

Writer

ภาสินี ประมูลวงศ์

เตยเป็นนักอ่าน รื้อค้น และเล่า เรื่องราวเกี่ยวกับศิลปะ มีความสนใจเป็นพิเศษด้านศิลปะกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม สิ่งที่ชอบคือหนังสือและพิพิธภัณฑ์ สิ่งที่ไม่ชอบคือเสียงดัง ปัจจุบันเตยทำเพจชื่อ Artteller และพยายามเขียนหนังสืออยู่

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load