1 มิถุนายน 2565
446

ช่วงปีที่ผ่านมา โลกของเราก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วในสารพัดมิติจนตามแทบไม่ทัน

อาจดูน่ากลัว แต่หากเรามองเห็นโอกาสและฝึกปรือตัวเองหรือผู้คนรอบข้างให้พร้อมวิ่งไปข้างหน้า เราอาจพบความเป็นไปได้ใหม่ที่น่าตื่นเต้นมากมาย

ที่คือปรากฏการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นที่ขอนแก่น เมืองที่ได้รับการผลักดันเป็น Smart City ที่ทันสมัยไม่แพ้ใคร ตอบโจทย์วิถีชีวิตของประชาชน ด้วยพลังของภาคเอกชน ท้องถิ่น และประชาชนด้วยกันเอง เช่น การคมนาคมรถไฟฟ้ารางเบาที่ได้รับการร่วมลงทุนจากบริษัท ขอนแก่นพัฒนาเมือง (เคเคทีที) จำกัด ที่เกิดจากการรวมตัวของนักธุรกิจและนวัตกรกว่า 20 บริษัทที่ตั้งใจร่วมกันขับเคลื่อนเมืองให้ไปข้างหน้า

ล่าสุด พวกเขาร่วมกันผลักดันสร้างโทเคนดิจิทัลชื่อ KGO Token (Knowledge Governance Token) ด้วยพลังของบล็อกเชน โดยจุดมุ่งหมายไม่ได้มีไว้เพื่อใช้ประโยชน์เท่านั้น แต่เป็นกลยุทธ์หนึ่งในการสร้างพลเมืองและธุรกิจที่พร้อมสำหรับโลกอนาคต 

“เราไม่ได้ต้องการบอกสังคมว่าเศรษฐกิจจะโตขึ้นได้ด้วยบล็อกเชนเท่านั้น แต่เราอยากบอกว่าบล็อกเชนหรือเทคโนโลยีสมัยใหม่สามารถสร้างสิ่งใหม่ที่เราไม่เคยสร้างมาก่อน มันสำคัญมากที่ประเทศเราจะก้าวเข้าสู่ Digital Economy อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะเป็นแบบนั้นได้ คนต้องไม่เห็นแต่แง่ร้าย เช่น การมุ่งเก็งกำไรเพียงอย่างเดียว เราหวังว่าโทเคนนี้จะช่วยให้คนเห็นด้านดีและพัฒนาคนไปพร้อมกัน” สุรเดช ทวีแสงสกุลไทย หนึ่งในทีมงานของขอนแก่นพัฒนาเมืองที่ร่วมผลักดันโปรเจ็กต์นี้ เล่าแนวความคิดให้เราฟัง

ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ลงทะเบียนร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของ Local Economic Forum Khon Kaen 2022 จะได้รับ KGO ไปลองใช้กันด้วย

KGO Token และภารกิจสร้าง Metaverse พัฒนาพลเมืองขอนแก่นให้เข้มแข็ง พร้อมสำหรับโลกอนาคต

ที่จริงแล้ว Token นี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ตอนนี้ทีมของเขากำลังซุ่มพัฒนาพื้นที่บนโลก Metaverse ที่มีเป้าหมายปลายทางคือการช่วยให้ผู้คนได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างเท่าเทียม

จะเป็นไปได้อย่างไร แล้วมีอะไรให้เมืองอื่น ๆ ได้เรียนรู้บ้าง ชวนคุณมาฟังวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของขอนแก่นกัน

ภารกิจพัฒนาเมืองเพื่อทุกคน

“ขอนแก่นพัฒนาเมืองเกิดขึ้นมาเพื่อทำเรื่องสังคม” สุรเดชประกาศภารกิจที่ชัดเจนของกลุ่ม ก่อนจะลงลึกคุยกันเรื่อง Token หรือเทคโนโลยีใด ๆ 

เพราะเทคโนโลยีเป็นเรื่องของเครื่องมือที่ตามมาทีหลัง จุดหมายสำคัญที่ทำให้ขอนแก่นพัฒนารุดหน้าได้อย่างทุกวันนี้ เป็นเพราะแนวคิดตั้งต้นของผู้คน

“เราทำงานที่ถ่ายทอดวิธีคิดแบบคนตัวเล็กมาเป็นสิบปีแล้ว เช่น ที่ผ่านมา เราร่วมกันทำรถรางเบาเพื่อแก้โจทย์ความเหลื่อมล้ำ พาบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ เอาเงินมาทำกองทุนเพื่อพัฒนาเมือง ให้คนรู้สึกถึง Sense of Belonging กับเมืองที่เขาอยู่ และด้านอื่น ๆ (เช่น รถโดยสารประจำทาง) ที่เราลงเงินมาพัฒนาโดยไม่หวังผลกำไร มีคนถามกลุ่มเราเหมือนกันว่าโง่หรือเปล่า ไปทำอะไรเหล่านี้ทำไม แต่เราเชื่อเรื่องการคิดถึงคนตัวเล็กก่อน” 

เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนผ่าน พวกเขาขยับขยายเข้าสู่การทำงานโลกดิจิทัลด้วยวิธีคิดแบบเดียวกัน ลงทุนสร้างโครงสร้างเพื่อประโยชน์ส่วนรวม มุ่งหวังการพัฒนาผู้คนและเมืองให้เติบโตขึ้นด้วยเศรษฐกิจดิจิทัล

ด้วยเทคโนโลยีที่เอื้ออำนวย พวกเขาตั้งเป้าหมายไปถึงการสร้างทีมที่พลิกโฉมไปจากองค์กรเดิม ๆ ไม่ต้องมีตำแหน่งระดับขั้นหรือกฎระเบียบในลักษณะเดิม แต่เป็นองค์กรที่คนธรรมดามีสิทธิ์เสียงและดำเนินอย่างเป็นธรรม เป็นรูปแบบองค์กรแห่งอนาคตที่กระจายอำนาจและมีระบบอัตโนมัติคอยบริหารจัดการการตัดสินใจต่าง ๆ เรียกว่า DAO (Decentralized Autonomous Organization)

KGO Token และภารกิจสร้าง Metaverse พัฒนาพลเมืองขอนแก่นให้เข้มแข็ง พร้อมสำหรับโลกอนาคต
KGO Token และภารกิจสร้าง Metaverse พัฒนาพลเมืองขอนแก่นให้เข้มแข็ง พร้อมสำหรับโลกอนาคต

“เป้าหมายสูงสุดของพวกเราคือ ในอีก 3 ปีข้างหน้า คนจะตั้งคำถามกันเป็นเรื่องปกติว่า เราจำเป็นต้องมี ส.ส. หรือหน่วยงานกลางในหลาย ๆ เรื่องหรือเปล่า ในเมื่อเรารวมตัวกันแล้วส่ง Proposal สั่งให้กระทรวงต่าง ๆ และข้าราชการทำงานได้โดยตรงเลย ไม่ต้องผ่านขั้นตอนของมนุษย์แบบเดิม ๆ นั่นเป็นเทรนด์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต

“แต่ก่อนจะถึงวันนั้น เราต้องมีสนามเด็กเล่นให้คนเข้าใจก่อนว่ามันคืออะไร เหมือนเกม SimCity™ ที่ช่วยให้คนเข้าใจเรื่อง Urban Development ได้ง่ายขึ้นมาก” สุรเดชเล่าวิสัยทัศน์ ทีมงานของพวกเขาฝันถึงบ้านเมืองที่ทุกคนมีส่วนร่วมและผลักดันเมืองไปข้างหน้าได้ ไม่จำเป็นต้องมียศฐาบรรดาศักดิ์อะไร

KGO Token และภารกิจสร้าง Metaverse พัฒนาพลเมืองขอนแก่นให้เข้มแข็ง พร้อมสำหรับโลกอนาคต

KGO Token 

เพื่อไปให้ถึงจุดนั้น KGO Token คือเครื่องมือในการปูทางให้แก่สังคม

KGO เป็น Utility Token หรือสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีคุณสมบัติเป็นแต้มส่วนลดดิจิทัล ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ผู้คนได้ใช้กับสินค้าและบริการของกิจการต่าง ๆ เหมือนเป็น E-Voucher ที่สามารถเปลี่ยนมือผ่านการแลกเปลี่ยนเหรียญ ปัจจุบันมีผู้ใช้งานในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นรวมกว่า 22,000 กระเป๋าผู้ใช้งาน และ 270 กว่าร้านค้า

คนที่ถือเหรียญสามารถใช้ KGO เป็นแต้มส่วนลด เมื่อซื้อสินค้าหรือบริการกับร้านค้าในระบบ (ทั้งในโลกออฟไลน์และโลกเสมือน) โดยเก็บสะสมเหรียญนี้ได้จากตอนลงทะเบียนครั้งแรก การซื้อของด้วยเงินบาท และการทำกิจกรรมกับหน่วยงานหลากหลายประเภทที่ได้รับการกระจาย KGO ซึ่งมักเป็นงานที่ไม่แสวงผลกำไร หรือเป็นประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม

KGO Token และภารกิจสร้าง Metaverse พัฒนาพลเมืองขอนแก่นให้เข้มแข็ง พร้อมสำหรับโลกอนาคต

“ต่อไปเวลามหาวิทยาลัยทำวิจัย หน่วยงานสามารถให้ KGO เป็นค่าตอบแทนในการทำแบบสอบถาม ใครอยากได้เพิ่ม ก็ไปทำกิจกรรมกับเทศบาล หน่วยงานจังหวัด หาซื้อไม่ได้ สิ่งนี้จะทำให้คนเริ่มได้ยินเกี่ยวกับบล็อกเชนมากขึ้นแบบที่เข้าถึงได้ง่าย เริ่มเข้าใจว่า Digital Economy เป็นอย่างไร ไม่ใช่มีแต่เรื่องการเก็งกำไรเท่านั้น นี่คือสิ่งที่ขอนแก่นอยากทำให้สังคมเห็น” 

ทางด้านร้านค้าหรือกิจการ สิ่งที่พวกเขาได้รับคือเครื่องมือส่งเสริมการขายได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องลงทุนอะไรมาก พวกเขาบริหารจัดการ KGO ให้เป็นแต้มส่วนลด โปรโมชั่น สำหรับลูกค้า อย่างง่ายดาย เช่น ลูกค้าใช้ 100 KGO เพื่อส่วนลด 5 เปอร์เซ็นต์ หรือใช้ 50 KGO กับเงินอีก 1 บาท เพื่อขึ้นรถเมล์ (รวมถึงร้านค้ายังสามารถใช้จ่ายเพื่อประชาสัมพันธ์ตามช่องทางต่าง ๆ ของพาร์ทเนอร์ในระบบนิเวศด้วย) 

KGO Token และภารกิจสร้าง Metaverse พัฒนาพลเมืองขอนแก่นให้เข้มแข็ง พร้อมสำหรับโลกอนาคต

ด้วยพลังของบล็อกเชน ข้อมูลทุกอย่างจะถูกบันทึกไว้และตรวจสอบย้อนกลับได้ทั้งหมด และเปิดโอกาสให้หน่วยงานต่าง ๆ ทำงานร่วมกัน เหมือนมีเครื่องมือที่เป็นตัวกลางไว้ใช้ได้ตามที่ต่าง ๆ โดยไม่ได้มีบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นเจ้าของที่กุมอำนาจแท้จริง ทุกอย่างผ่านระบบอัตโนมัติที่คอยจัดสรรให้เป็นไปตามกลไก

เมื่อระบบนิเวศขยายใหญ่ขึ้น การสร้างสังคมที่คนมีทักษะดิจิทัลจะง่ายขึ้นตามไปด้วย

แต่นี่เป็นเพียงก้าวแรกเท่านั้น

INFINITLAND

“เรากำลังพัฒนาพื้นที่ Metaverse บนแพลตฟอร์มระดับโลก เรียกว่า INFINITLAND (เดิมชื่อ Siam Metaverse)” สุรเดชเล่าถึงงานน่าตื่นเต้นที่กำลังพัฒนาอยู่ 

พื้นที่เสมือนนี้ไม่ได้ติดอยู่กับกรอบของโลกออฟไลน์ เป็นการสร้างพื้นที่ที่สามารถกำหนดกฎเกณฑ์การจัดสรรพื้นที่ได้ใหม่
เช่น พื้นที่ 30 เปอร์เซ็นต์ของ INFINITLAND จะถูกแจกจ่ายให้กับผู้มีรายได้น้อย เพื่อสร้างโอกาสให้ผู้คน ส่วนที่เหลืออีก 50 เปอร์เซ็นต์จะเปิดให้มีการซื้อขาย ซึ่งการซื้อขายทั้งหมดจะทำผ่าน Digital Currency เช่น Bitcoin 

และคนยังใช้ KGO เพื่อเป็นแต้มส่วนลดในการซื้อที่ดินหรือสิทธิ์ในการโหวตเรื่องต่าง ๆ ด้วย ทำให้ KGO มีความต้องการในระบบมากขึ้นไปอีก

ในอนาคต ถ้าพื้นที่บนโลกเสมือนนี้มีกิจกรรมที่ดึงดูดให้คนสนใจจำนวนมาก ที่ดินจะมีมูลค่ามากขึ้น เปิดโอกาสให้คนปล่อยเช่าเพื่อสร้างรายได้ได้ต่อเนื่อง ซึ่งสุรเดชกระซิบบอกเราว่ากำลังจะมีอีเวนต์ใหญ่เกิดขึ้นให้ติดตามดูเร็ว ๆ นี้

นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาแพลตฟอร์ม NFT ที่เพิ่มโอกาสการสร้างรายได้ให้คนท้องถิ่น และเกม (GameFi) ให้คนเล่นไปพร้อมกับการทำความเข้าใจการทำงานของเทคโนโลยีแห่งอนาคต 

“เราตั้งใจจะเป็นตัวอย่างของการพัฒนา Digital Economy เพื่อแก้ปัญหาที่ประเทศนี้ยังแก้ไขไม่ได้มานานหลายสิบปีอย่างเรื่องความยากจน และทำให้สังคมเข้าใจเศรษฐกิจแบบนี้ ประเทศเราจะได้ไปสู่โลกดิจิทัลเร็วขึ้น”

เบื้องหลังการพัฒนาเทคโนโลยีที่พาคนขอนแก่นและสังคม ขึ้นขบวนเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างเท่าทันและเข้มแข็ง

The Future is Here, Evenly Distributed 

“ทำเรื่องดิจิทัลอาจง่ายกว่าทำรถรางอีกนะ” สุรเดชตอบ เมื่อเราถามว่าเขาและทีมขับเคลื่อนภารกิจใหญ่ขนาดนี้ได้อย่างไร  

หนึ่งในข้อดีของการขับเคลื่อนด้านดิจิทัลคือการไม่ค่อยติดอยู่กับกรอบเกณฑ์ โครงสร้างหรือผู้คนเดิม ๆ (แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มี) และมีคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยีเหล่านี้ที่พร้อมเข้ามาร่วมหัวจมท้าย กล้าทดลองอะไรเหนือจินตนาการไปด้วยกัน

“คนอายุเยอะแล้วอย่างเรามีหน้าที่เป็นคนให้กำลังใจเด็ก ๆ เวลาทำงาน บางทีเด็กอาจกลัวจากการถูกจำกัดกรอบตามระบบมาตลอด กังวลว่าจะมีปัญหาทางกฎหมายเวลาทำอะไรใหม่ ผมบอกเลยเดี๋ยวผมรับผิดชอบเอง บอกคนไปเลยว่าเราให้ลองเอง” สุรเดชกล่าว เขามองเห็นว่าคนรุ่นใหม่มีพลังมหาศาล หากได้รวมพลังกับผู้ใหญ่ที่เข้าใจ พร้อมรับฟังและแนะนำ ยิ่งเกิดความเป็นไปได้ใหม่

เบื้องหลังการพัฒนาเทคโนโลยีที่พาคนขอนแก่นและสังคม ขึ้นขบวนเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างเท่าทันและเข้มแข็ง
เบื้องหลังการพัฒนาเทคโนโลยีที่พาคนขอนแก่นและสังคม ขึ้นขบวนเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างเท่าทันและเข้มแข็ง

“สุดท้าย เราไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง แต่เรากล้าเดินหน้าก่อนสังคม เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่จะเป็นประโยชน์ในอนาคต พอเราทำได้ คนรุ่นต่อไปก็จะกล้าเดินเหมือนกัน เป็นสิ่งที่เราอยากให้เกิดขึ้นที่ขอนแก่น”

อีกความพิเศษคือ ความไร้พรมแดนของโลกดิจิทัล ที่ทำให้เมืองอื่น ๆ เชื่อมต่อและสร้างปรากฏการณ์เช่นเดียวกันนี้ เพียงแต่ต้องมีแนวคิดและทีมที่ใช่ด้วย

“ถ้าคิดว่าจะรวย มันเริ่มไม่สำเร็จหรอก เพราะในแนวคิดนี้ มันแฝงเรื่องการทำเพื่อคนอื่น ถ้าคิดว่าอยากทำอะไรให้คนอื่นจริง ไม่ได้คิดเลี้ยวเข้ามาหาประโยชน์ส่วนตัว คิดงานอะไรก็ออก ถ้าใจเราเชื่อแบบนั้นเมื่อไร มาเรียนรู้จากที่ขอนแก่นแล้วไปทำต่อง่ายมาก”

แน่นอนว่าระหว่างทางอาจมีอุปสรรคบ้าง การทำสิ่งใหม่มักไปรบกวนสิ่งเดิม ๆ ที่ไม่ยอมเปลี่ยน รวมถึงมีความเสี่ยงที่จะไม่สำเร็จ แต่เราต้องไม่กลัว

“เราต้องไม่อายที่จะล้มเหลว ประเทศนี้เราอยู่กับการทำฟอร์มให้ดีมาเยอะ ต้องทำตัวให้ดูดี แต่พอฟอร์มเยอะ เราก็จะคิดถึงตัวเองมากและกลัวความล้มเหลว แต่ทีมผมไม่กลัว ล้มก็ทำใหม่ ถ้าเราทำสำเร็จขึ้นมาหนึ่งอัน เดี๋ยวคนก็ลืมเรื่องล้มเหลว 15 เรื่องที่ผ่านมาเอง แป้กก็ช่างมัน โดนหัวเราะเยาะอยู่สองวัน แต่สำเร็จเมื่อไร เดี๋ยวเราจะปรบมือให้สิ่งนี้ด้วยกัน”

เบื้องหลังการพัฒนาเทคโนโลยีที่พาคนขอนแก่นและสังคม ขึ้นขบวนเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างเท่าทันและเข้มแข็ง

Writer

ปัน หลั่งน้ำสังข์

บัณฑิตวิศวฯ ที่ผันตัวมาทำงานด้านสื่อ เพราะเชื่อว่าเนื้อหาดี ๆ จะช่วยให้คนอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

11 มิถุนายน 2565
4.65 K

เบื้องหลังคลองภักดีรำไพที่ทอดยาวเลียบไปกับถนน คือทิวทัศน์ของภูเขาและหนึ่งฟ้ากว้างเคล้ากับหมอกจาง ๆ ที่มองแล้วรู้สึกสงบใจ ใครจะคิดว่าวิวนี้มองเห็นได้จากศูนย์การค้าอย่าง ‘เซ็นทรัล จันทบุรี’ ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

ศูนย์การค้าแห่งนี้เริ่มต้นขึ้น เมื่อ ‘เซ็นทรัลพัฒนา’ เล็งเห็นศักยภาพของจังหวัดจันทบุรี ที่รุ่มรวยทั้งวัฒนธรรมและทรัพยากรธรรมชาติ อย่างภูเขา น้ำตก ทะเล ผลไม้เมืองร้อน ไปจนถึงอัญมณี ราวกับเป็น Hidden Gem แห่งภาคตะวันออกที่รอการเจียระไนให้เฉิดฉาย 

เซ็นทรัลพัฒนาจึงปักหมุดพื้นที่กว่า 40 ไร่ เพื่อพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก โดยมีทั้งศูนย์การค้า โรงแรม คอนโดมิเนียม และคอนเวนชันฮอลล์สำหรับจัดงานแสดงสินค้าและงานอีเวนต์ต่าง ๆ โดยมีโจทย์คือทำอย่างไรให้เชื่อมโยงพื้นที่จากภายในอาคารสู่ภายนอกอาคารได้อย่างลื่นไหล กลมกลืน รวมทั้งใช้สอยพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด จึงเกิดเป็นศูนย์การค้าแบบ Semi-outdoor ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การกิน เที่ยว ช้อปปิ้งตั้งแต่เช้าจรดค่ำ 

ความพิเศษของสถานที่แห่งนี้ คือดีไซน์ที่ไม่ป่าวประกาศว่าเป็นอาคารหน้าใหม่ ที่เพิ่งปรากฏขึ้นในจังหวัดจันทบุรี หากเป็นการผสมผสานความทันสมัยและเอกลักษณ์ของท้องถิ่นไว้อย่างลงตัว รวมถึงการออกแบบพื้นที่ให้โอบรับกับวิถีชีวิตของผู้คนหลากหลายช่วงวัย 

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

เสน่ห์เมืองจันท์ที่แทรกซึมอยู่ในการออกแบบ

ถ้ามีใครถามหาคู่มือ ‘รู้จักจันทบุรีฉบับรวบรัด’ เราคงแนะนำให้เดินทางมายังเซ็นทรัล จันทบุรี เพราะสถานที่แห่งนี้เป็นเสมือนการรวบรวมเอาความรุ่มรวยของทั้งจังหวัด มาไว้ในการออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Charming Chanthaburi’ หรือ ‘มหัศจรรย์จันทบุรี’ 

หากมองจากภายนอกตัวอาคาร เราจะพบสัญลักษณ์ของเมืองจันท์อย่าง Art Feature กระต่ายสีขาวแสนน่ารักในหลากหลายอิริยาบถรอบ ๆ ศูนย์การค้า ชวนให้เรารู้สึกสดใสและอบอุ่นหัวใจในเวลาเดียวกัน

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

ส่วนบริเวณด้านหน้า เราจะเห็นฟาซาด (Façade) หรือองค์ประกอบด้านหน้าของอาคาร เป็นสีน้ำตาลอิฐที่มีรูปทรงโค้งมนซ้อนทับกันหลายชั้น โดยลวดลายดังกล่าวได้รับแรงบันดาลใจมาจากลายเสื่อจันทบูร ผสมผสานกับประกายของอัญมณีเมืองจันท์

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

เมื่อก้าวเข้าไปข้างใน เราจะพบว่าพื้นที่ครึ่งหนึ่งของอาคารเป็นแบบเปิดโล่งหรือ Semi-outdoor เพื่อรับแสงและลมธรรมชาติ โดยตัวอาคารค่อนข้างโปร่ง ทำให้อากาศถ่ายเทเย็นสบาย เมื่อรวมกับวัสดุกึ่งปูนกึ่งไม้ ยิ่งได้กลิ่นอายของบ้านเรือนในชุมชนริมน้ำจันทบูร แต่ความละเอียดของสถาปัตยกรรมดังกล่าวไม่ได้จบเพียงเท่านี้ เพราะเมื่อมองลึกลงไปจนถึงดีเทลเล็ก ๆ อย่างเสาบริเวณชั้น 1 จะเห็นว่าเสาถูกตกแต่งด้วยเสื่อจันทบูรลายเก๋ ตลอดจนลายกระเบื้องบริเวณศูนย์อาหาร (Food Patio) ก็มีการเลือกใช้สีสันและแพตเทิร์นที่คล้ายกับเสื่อกกเช่นกัน

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย
เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย
เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงจันทบุรี คงอดไม่ได้ที่จะนึกถึงรสชาติผลไม้เมืองร้อน อย่างเงาะ มังคุด ทุเรียน หรือลองกอง ซึ่งความน่ารักของบริเวณชั้น 2 คือ โซนสำหรับนั่งพักที่บ่งบอกถึงความเป็นจันทบุรี ผ่านเฟอร์นิเจอร์สีสวยดีไซน์สร้างสรรค์ โดยเฉพาะเก้าอี้รูปทรงทุเรียนและมังคุดสุดมินิมอล ราวกับเป็นผลงานศิลปะที่นั่งได้จริง

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

คงกลิ่นอายความเป็นชุมชน

นอกจากการออกแบบที่คำนึงถึงท้องถิ่นแล้ว สิ่งที่ทำให้เซ็นทรัล จันทบุรี โดดเด่น คือการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยชูอัตลักษณ์ของดีแห่งจันทบุรี นำร้านรวงและสินค้าท้องถิ่นมาเปิดขายในศูนย์การค้า ไม่ว่าจะเป็นร้านขายของดีเมืองจันท์ ในงานสีสันจันทบูร ร้านกาแฟคราฟต์ของนักธุรกิจท้องถิ่นรุ่นใหม่อย่าง กาแฟบ้านทวด และ ‘โซนพลอยจันท์’ ที่เต็มไปด้วยร้านอัญมณีชื่อดังของจังหวัด

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

‘ตลาดจริงใจ’ ที่มีผักและผลไม้จากสวนในท้องถิ่น เช่น มะปี๊ดหรือส้มจี๊ด หน่อไม้ มังคุด ลองกอง เงาะ ฯลฯ ส่วนบริเวณ Semi-outdoor ของชั้น G ก็ได้รวมเอาของดีจาก 10 อำเภอดังมาจัดจำหน่ายอีกด้วย

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย
เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

ส่วนภายนอกอาคาร ยังมี ‘จุดชมจันท์’ ที่มองวิวบริเวณคลองภักดีรำไพได้แบบ 360 องศา โดยชั้นล่างเปิดเป็นคาเฟ่ ‘Seed Of Siam’ คาเฟ่ที่ตั้งใจจะฟื้นคืนกาแฟจันทบูรที่เคยห่างหายไปนับร้อยปี ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง โดยเอกลักษณ์ของเมล็ดกาแฟจันทบูร คือรสช็อกโกแลตที่จิบแล้วมีรสหวานตบท้าย เรียกว่าเป็นอีกโซนหนึ่งที่ได้สัมผัสทั้งบรรยากาศและรสชาติในแบบฉบับของเมืองจันท์เลยทีเดียว

การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย
การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย

เซ็นทรัล จันทบุรี ยังจ้างงานคนท้องถิ่นมาทำงานในศูนย์การค้า เปิดโอกาสให้ชาวจันทน์ที่ต้องไปทำงานต่างบ้าน ได้มีโอกาสกลับมาทำงานในจังหวัด ดูแลท้องถิ่น และสร้างความรู้สึกให้ชุมชนได้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาจังหวัดตัวเอง

พื้นที่สาธารณะที่โอบรับคนทุกวัย

อีกจุดเด่นของเซ็นทรัล จันทบุรี คือพื้นที่สาธารณะที่ตอบโจทย์ผู้คนทุกช่วงวัย โดยภายในอาคารจะมี ‘บ้านชานจันท์’ Co-working Space ร้านกึ่งคาเฟ่สำหรับนั่งทำงานหรืออ่านหนังสือ ถัดไปไม่ไกลจากบริเวณนั้นยังมีสนามเด็กเล่นขนาดย่อมที่เด็ก ๆ เข้าไปปีนป่ายเล่นได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายอีกด้วย

การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย
การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย

เมื่อเดินออกมาจากโซน Semi-outdoor เราจะพบพื้นที่กว่า 4 ไร่ที่ถูกพัฒนามาเป็น ‘สวนเพลิน’ เพื่อตอบโจทย์การพักผ่อนหย่อนใจของชาวจันทบุรี สำหรับคนที่อยากนั่งเงียบ ๆ ก็มี ‘เรือนจันทบูร’ ให้หย่อนใจทอดสายตามองวิวแม่น้ำและภูเขา ส่วนสายออกกำลังกาย ที่นี่มีทั้งลู่วิ่งรอบสวน ความยาวกว่า 400 เมตร จุดจอดจักรยาน ลานสเกตบอร์ด สนามบาสเกตบอล เครื่องออกกำลังกาย สนามเด็กเล่น ไปจนถึงพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยง

การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย
การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย
เรือนจันทบูร
การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย
การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย
สวนเพลิน

ถัดจากโซนสัตว์เลี้ยง คือบริเวณ ‘ลานอินจัน’ ที่ตั้งชื่อตามต้นไม้ประจำจังหวัดจันทบุรี โดยลานนี้จะใช้เป็นพื้นที่สำหรับนั่งพักหรือจัดกิจกรรมต่าง ๆ ความพิเศษคือท่ามกลางไม้ดอกไม้ประดับ เราจะเห็นต้นอินจันและผลไม้ท้องถิ่นอย่างมะปี๊ด มังคุด และทุเรียน ปลูกแซมอยู่ภายในสวน เพื่อรอวันให้เราได้ยลโฉม (และอาจจะได้ลิ้มรส) เมื่อต้นไม้เหล่านี้ผลิดอกออกผลเต็มที่

การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย

หากย้อนกลับมามองในภาพรวมของเซ็นทรัล จันทบุรี เราจะไม่ได้เห็นเพียงผู้คนที่ก้าวเข้ามาซื้อสินค้าและบริการเท่านั้น แต่เราจะเห็นผู้มาเยือนที่ได้ทำความรู้จักจังหวัดนี้ผ่านดีไซน์และร้านรวงต่าง ๆ ได้เห็นเด็ก ๆ กำลังเล่นสนุก วัยรุ่นมาถ่ายรูปเช็กอิน วัยทำงานมาใช้พื้นที่ Co-working Space ครอบครัวพาเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ไปจนถึงสัตว์เลี้ยงมาเดินเล่นออกกำลังกาย เพราะนอกจากการเป็นศูนย์การค้าแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นพื้นที่แห่งนี้ยังเชื่อมต่อผู้คนมากหน้าหลายตาให้เข้ามาใช้ชีวิต และสัมผัสเสน่ห์ของจังหวัดจันทบุรีได้อย่างเต็มอิ่ม

Writer

ธัญญารัตน์ โคตรวันทา

มนุษย์ที่กำลังเติบโตในทุกๆ ด้าน ยกเว้นความสูง ชอบเดินเป็นงานอดิเรก หลงรักเสียงเพลงและเป็นแฟนหนังสือมูราคามิ

Photographer

ณัฐสุชา เลิศวัฒนนนท์

เรียนวารสาร เที่ยวไปถ่ายรูปไปคืองานอดิเรก และหลงใหลช่วงเวลา Magic Hour ของทุกๆวัน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load