29 พฤษภาคม 2564
8.92 K

ชาไข่มุก ส้มตำรสแซ่บ ข้าวกล่องหน้าไก่ย่างพิริพิริ และเบเกิลหอมๆ ขนาดพอดีมือ เป็นอาหารที่ไม่น่าจะจัดหมวดหมู่เดียวกัน หรือมีขายอยู่ในร้านเดียวกันได้เลย แต่ในยุคที่บริการเดลิเวอรี่เติบโตหลายเท่า อาหารเหล่านี้สามารถสั่งมารวมกันได้ในบ้านหลังเดียว หรือในออฟฟิศเดียวกัน 

2 – 3 ปีที่ผ่านมาการสั่งอาหารให้มาส่งที่บ้านนั้นเติบโตขึ้นหลายเท่า และต้องยอมรับว่ามันกลายเป็นส่วนหนึ่งของพฤติกรรมการกินของเราไปแล้ว 

บริการเดลิเวอรีไม่ใช่สิ่งเดียวที่เกิดขึ้นและเติบโต รูปแบบของร้านอาหารก็เปลี่ยนแปลงไปด้วย ร้านอาหารไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านอีกต่อไป ทำการสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ และใช้บริการครัวกลางร่วมกันที่เรียกว่า Cloud Kitchen สิ่งนี้ช่วยทำให้ร้านอาหารลดต้นทุนไปได้มาก จากเดิมที่ต้องมีหน้าร้านและพนักงาน

Good Eats Kitchen ร้านออนไลน์ที่ขายส้มตำออร์แกนิก ชาไข่มุกพิเศษ และสารพัดของกินดีต่อสุขภาพ

Cloud Kitchen เป็นธุรกิจที่เกิดขึ้นมาสักพักใหญ่ แต่เริ่มเติบโตขึ้นมากในระยะเวลา 2 – 3 ปีที่ผ่านมา เป็นการสร้างครัวกลางขึ้นมา แล้วชวนร้านอาหารทั้งที่มีหรือไม่มีหน้าร้านเข้ามาร่วม เพื่อขยายร้านแบบลดต้นทุนการทำหน้าร้าน

ที่ยกตัวอย่างส้มตำ ชาไข่มุก เบเกิล และข้าวกล่องหน้าต่างๆ เมื่อตอนต้น เพราะ 4 เมนูนี้ถูกจับรวมกันในชื่อแบรนด์ Good Eats Kitchen เป็น Cloud Kitchen หน้าใหม่ที่สร้างแบรนด์ร้านขึ้นใหม่ทั้งหมดจากการใช้ทีมและสิ่งที่มี เพื่อแก้ไขปัญหาในช่วงวิกฤตของของ Kinnest Group หรือที่น่าจะคุ้นเคยมากกว่า ถ้าพูดถึงชื่อร้านกาแฟ Roots ร้านอาหารอย่าง Roast และ OCKEN

ในช่วง COVID-19 ระลอกที่ 3 Kinnest ตัดสินใจหยุดบริการหน้าร้านและเดลิเวอรี่ของร้านอาหารทั้งสองร้านแรก เหลือแค่ Roots ที่เปิดบริการสั่งกลับบ้านและเดลิเวอรี่ 

นั่นหมายถึงหยุดการบริการหน้าร้านไป 2 ร้าน แต่เพิ่มขึ้นมาใหม่อีก 4 ร้านด้วยการขายรูปแบบใหม่ไร้หน้าร้าน และน่าจะเพิ่มจำนวนร้านขึ้นอีกเรื่อยๆ ในเร็วๆ นี้

คุยกับ เต้-วรัตต์ วิจิตรวาทการ เรื่องแพลตฟอร์มใหม่ เทรนด์อาหารเดลิเวอรี่ Cloud Kitchen และทางเลือกเพื่อทางรอดของร้านอาหารในยุคนี้

ผมได้คุยกับ เต้-วรัตต์ วิจิตรวาทการ ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท Kinnest Group ถึงเรื่องการตัดสินใจและวิธีคิดของ Good Eats Kitchen กับส้มตำ ชาไข่มุก และเบเกิล ในสไตล์ของเขา เลยไปถึงแนวโน้มของธุรกิจเดลิเวอรี่และ Cloud Kitchen ที่เขามองเห็นยุคนี้ 

Cloud Kitchen กำลังมา?

“คนสั่งเดลิเวอรี่มากขึ้นอยู่แล้ว ตัวเลขมันโตขึ้นหลายเท่าตัว ยังไงมันมาแล้วล่ะ และมันก็ไม่ไปแล้ว” เต้เริ่มเล่า

“ขึ้นอยู่ว่าเราจะเข้าไปอยู่กับสิ่งนี้ยังไง แต่หลังๆ ที่เห็นมากขึ้นคือ เริ่มเห็นคนสั่งของจากหลายที่เพื่อมากินในช่วงเวลาเดียวกันบ่อยขึ้น บางคนสั่งอาหารมากินกับเพื่อนในออฟฟิศ แต่ละคนสั่งอาหารที่อยากกินต่างกัน แล้วก็สั่งกันทีละคน ก็ต้องจ่ายค่าส่งเยอะแยะไปหมด อยู่บ้านเดียวกันแต่อยากกินอาหารที่หลากหลายไม่เหมือนกัน

“ทางบริษัทที่ให้บริการสั่งอาหารเดลิเวอรี่เอง ก็บอกว่ามีคนสั่งออเดอร์ซ้อนในเวลาเดียวกันเพิ่มขึ้นเยอะมาก มันเป็นเทรนด์ที่ดี และ Cloud Kitchen ก็คงตอบโจทย์ตรงนี้ได้บ้าง ให้คนที่อยากส่งด้วยกันแล้วประหยัดค่าส่ง เลยสร้างเป็น Good Eats Kitchen เพราะอยากให้คนเข้ามาเลือกของที่หลากหลาย

“เราเลือกทำ Good Eats Kitchen ให้มีร้านหลากหลาย เพิ่มร้านใหม่ขึ้น แต่ว่าแต่ละร้านมีเมนูไม่มาก บางร้านอาจจะมีแค่สี่ถึงห้าเมนู ให้แต่ละร้านมีของไม่กี่อย่าง แต่ทำให้แต่ละอย่างโคตรอร่อยไปเลย” เขาเล่าถึงรูปแบบร้านใหม่ ซึ่งคิดว่าน่าจะเหมาะกับพฤติกรรมการกินอาหารของคนในยุคนี้ที่สุด

พวกเขาเริ่มต้นโปรเจกต์นี้ด้วยสิ่งที่มีอยู่ในมือ จะโดยตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจก็ตามคือ ครัวในร้านอาหารเดิม โลเคชันของร้านที่มีสาขาไม่มาก แต่ก็กระจายตัวอยู่ทั่วเมืองพอสมควร และที่สำคัญมากกว่าคือ มีทีมที่ฝึกฝนการพัฒนาอาหารและเครื่องดื่มอยู่ตลอดเวลา เลยใช้ครัวที่ปรับเป็นครัวทดลอง และใช้ทีมของร้านต่างๆ รวมกันเฉพาะกิจมาช่วยกันพัฒนาร้านใหม่ที่ไร้หน้าร้านนี้

คุยกับ เต้-วรัตต์ วิจิตรวาทการ เรื่องแพลตฟอร์มใหม่ เทรนด์อาหารเดลิเวอรี่ Cloud Kitchen และทางเลือกเพื่อทางรอดของร้านอาหารในยุคนี้

กินดี

ร้านที่อยู่ใน Good Eats Kitchen ในช่วงเริ่มต้นมีร้าน ‘Tumdee’ (ตำดี) ร้านอาหารอีสานที่มีส้มตำ คอหมูย่าง ข้าวเหนียว ครบสูตรตามแบบฉบับเมนูร้านส้มตำ ความพิเศษของส้มตำของ Tumdee คือทำให้เป็นส้มตำที่กินเข้าไปแล้วปลอดภัยต่อร่างกายที่สุด โดยเลือกใช้วัตถุดิบออร์แกนิกจากเครือข่ายเกษตรกรรายเล็กที่ส่งผลผลิตให้ Roots, Roast และ OCKEN อยู่แล้วมาใช้ให้ได้มากที่สุด ตั้งแต่มะละกอจนไปถึงปลาร้า 

“ร้าน Tumdee ที่ทำเมนูส้มตำดูแลโดยทีม Roast และพนักงานหลายๆ ร้านที่เรียกมารวมตัวเฉพาะกิจ ทีม Roast จะมีหลักคิดของเขาชัดเจน เช่น ใช้ของที่มีคุณภาพ สดใหม่ แต่รสชาติกินได้ง่ายๆ สบายๆ 

“อยู่ๆ เราจะทำส้มตำ เราคงไม่ไปแข่งกับร้านที่รสชาติหนักๆ จัดๆ แต่เราทำส้มตำแบบกินได้ง่าย กินได้ทุกวัน รสชาติคลีนๆ เพราะความเป็น Roast คือเป็นของที่กินได้ทุกวัน ไก่ทอด คอหมูย่าง ก็ใช้เทคนิคการทำอาหารฝรั่งมาทำกับอาหารแบบอีสาน แค่ใช้เครื่องไทยและวัตถุดิบไทย 

คุยกับ เต้-วรัตต์ วิจิตรวาทการ เรื่องแพลตฟอร์มใหม่ เทรนด์อาหารเดลิเวอรี่ Cloud Kitchen และทางเลือกเพื่อทางรอดของร้านอาหารในยุคนี้

“ส่วน ‘Montysbkk’ คือร้านเบเกิลสไตล์ Montreal เป็นหน้าที่ของทีมเบเกอรี่มาช่วยดูแล เบเกิลที่ทำขึ้นเองทั้งหมดทุกกระบวนการ ใช้แป้งแบบ Sourdough ต้มกับน้ำผสมน้ำผึ้ง ทำให้แป้งกรอบ หวาน และอบใหม่ทุกวัน ขายแบบเบเกิลเป็นชิ้น และมีแบบแซนด์วิชไส้แน่นๆ เป็นอาหารเช้าแบบอิ่มๆ ได้เลย”

คุยกับ เต้-วรัตต์ วิจิตรวาทการ เรื่องแพลตฟอร์มใหม่ เทรนด์อาหารเดลิเวอรี่ Cloud Kitchen และทางเลือกเพื่อทางรอดของร้านอาหารในยุคนี้

‘Super Bowl’ คือร้านข้าวหน้าต่างๆ ที่มีเนื้อย่าง ไก่ย่างพิริพิริหมักเครื่องเทศย่างกับผักดองและกิมจิที่หมักเองเป็นเครื่องเคียง รวมถึงบะหมี่ไข่เส้นแบนนุ่มๆ ทำเอง กับหมูตุ๋นซีอิ๊วชุ่มฉ่ำกลิ่นอายแบบเอเชียน ซึ่งได้ทีม OCKEN มาช่วยดูแลร้าน Super Bowl ข้าวกล่องหน้าต่างๆ ที่เป็นสิ่งที่ OCKEN ถนัดอยู่แล้ว

คุยกับ เต้-วรัตต์ วิจิตรวาทการ เรื่องแพลตฟอร์มใหม่ เทรนด์อาหารเดลิเวอรี่ Cloud Kitchen และทางเลือกเพื่อทางรอดของร้านอาหารในยุคนี้

และ ‘3 CHA’ ร้านเครื่องดื่มแบรนด์ใหม่ที่มีเครื่องดื่มที่คุ้นเคย ทั้งโอเลี้ยง ชา และชาไข่มุก แต่เป็นโอเลี้ยงและชาไข่มุกในแบบสเปเชียลตี้ที่พัฒนาโดยทีม Roots คาเฟ่ที่ลงลึกเรื่องกาแฟแบบพิเศษ และใช้เฉพาะเมล็ดกาแฟไทยที่ลึกไปถึงขั้นพัฒนาเมล็ดและการแปรรูปร่วมกับเกษตรกร เมื่อ Roots มาทำโอเลี้ยงและชาไข่มุกเลยน่าติดตามว่าจะออกมาเป็นอย่างไร 

‘ส้มตำ’ คือคำที่คนค้นหามากที่สุด

สังเกตได้ตั้งแต่แรกว่าประเภทของอาหารที่เลือกมาเป็นอาหารที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยดี และกินเป็นอาหารประจำวัน เป็นอาหารที่เราอาจจะเดินเจอได้ทั่วๆ ไป โดยเฉพาะส้มตำและชาไข่มุก ถูกเลือกมาเป็นโจทย์แรกในการสร้างร้านใหม่ของทีม

“จากการคุยกับผู้ให้บริการเดลิเวอรี่หลายๆ เจ้า คำที่เสิร์ชเยอะที่สุดคือ ส้มตำ รองลงมาก็เป็นอาหารอย่างข้าวมันไก่ ไก่ทอด ก๋วยเตี๋ยว เราก็อยากทำสิ่งที่คนมองหาอยู่แล้ว แต่เราจะทำก๋วยเตี๋ยวในแบบของเรายังไงให้ต่างจากเจ้าอื่นๆ มีตัวตนของตัวเราเอง แค่เรามองจากความต้องการของคนกลุ่มกว้าง” เขาอธิบาย

คุยกับ เต้-วรัตต์ วิจิตรวาทการ เรื่องแพลตฟอร์มใหม่ เทรนด์อาหารเดลิเวอรี่ Cloud Kitchen และทางเลือกเพื่อทางรอดของร้านอาหารในยุคนี้
Good Eats Kitchen ร้านออนไลน์ที่ขายส้มตำออร์แกนิก ชาไข่มุกพิเศษ และของกินสุขภาพ

Specialty and Everyday

แต่การจะทำส้มตำที่หาได้แทบทุกหัวมุมถนน โอเลี้ยง และโอเลี้ยงยกล้อที่เดินไปไม่ไกลก็หาได้ไม่ยาก หรือชาไข่มุกที่มีคู่แข่งขันในตลาดอีกหลายเจ้า การจะทำอาหารเหล่านี้ไปแข่งขันในตลาดอย่างไรเป็นโจทย์แรกๆ ที่ในทีมต้องช่วยกันคิด 

“Specialty และ Everyday เป็นสองแนวคิดที่พวกเราให้ความสำคัญมาตลอด เรื่องราคามันก็สำคัญ เราพยายามทำทุกอย่างให้เข้าถึงคนในราคาที่เหมาะสมที่สุด เป็นของที่กินได้ทุกวัน แต่อีกเรื่องที่เราให้ความสำคัญคือ การเลือกใช้ของที่พิเศษจากคนที่ใส่ใจในการผลิตจริงๆ หรือใส่ใจต่อการรักษาสิ่งแวดล้อมและคนรอบข้าง 

“เราไม่ได้คิดแค่อร่อยอย่างเดียว แต่จะให้ทุกอย่างเป็นธรรมชาติ และไม่ให้มีสารปรุงแต่งให้ได้มากที่สุด 

Good Eats Kitchen ร้านออนไลน์ที่ขายส้มตำออร์แกนิก ชาไข่มุกพิเศษ และของกินสุขภาพ

“เช่น ชาไข่มุก มันต้องหวานอยู่แล้ว แต่เราจะทำยังไงให้หวานแบบดีต่อร่างกายมากขึ้นนิดหนึ่ง เราไม่อยากใช้นมผง ไม่อยากใส่สารที่ทำให้ตัวชาออกมาเข้มข้น เราก็ลงมือทำนมข้นจืด นมข้นหวานกันเอง เบลนด์ชากันใหม่

“หรือส้มตำที่โคตรธรรมดาเลย ของง่ายๆ บ้านๆ ก็จริง แต่เราลองลงดีเทลเล็กๆ น้อยๆ ที่เราทำกันอยู่แล้ว เรารู้จักกับเกษตรกรอินทรีย์เยอะ จริงๆ ทำอันนี้เราเหมือนเปิดโอกาสให้ใช้ของท้องถิ่นมากขึ้นด้วย ถ้าหาผักออร์แกนิกมาใช้กับส้มตำของเราได้ไหม ผงชูรสไม่ใส่ คนกินก็น่าจะสบายใจขึ้น

“บางคนอาจจะสนใจ บางคนอาจจะไม่สนใจ แต่มันเป็นตัวตนของเรา เราก็ทำให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้” 

เรียนรู้ว่าอย่าคิดว่าเรารู้ทุกอย่าง

Good Eats Kitchen คิดขึ้นมาในเวลาไม่นาน เป็นการแก้ปัญหาในช่วงวิกฤต แตกต่างจากวิธีการทำงานที่ผ่านมาทั้งหมดของร้าน ซึ่งจะคิดจนมั่นใจแล้วค่อยเปิดตัว

“สิบปีที่ผ่านมา ถ้าไม่พร้อมจริงๆ ก็จะไม่ปล่อย ถ้ายังเลือกได้อยู่ก็คงอยากให้เป็นอย่างนั้น แต่ในสถานการณ์นี้ บางทีความเร็วก็สำคัญมาก ผมได้เปลี่ยนมายด์เซ็ตของทั้งตัวเองและทีม คิดว่าเราคงต้องมีความคิดที่จะทดลองทำ ฟังลูกค้า และเปลี่ยนให้เร็ว ไม่ใช่สิ่งที่เราคิดและทดลองกันเองจนพร้อมเป็นสิ่งที่ถูกที่สุดเสมอ เราต้องฟังข้างนอกด้วย อาจจะไม่ได้ดีถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์นะ แต่ถ้ามันเกินเจ็ดสิบห้าเปอร์เซ็นต์แล้วเราปล่อยไปก่อน และพัฒนาต่อ พูดตรงๆ ก็คือไม่ได้มีเวลามากขนาดนั้น แต่ข้อดีคือเราได้ลดความคิดเอาเองลงไปด้วย

“อย่าคิดว่าเรารู้ทุกอย่าง ส้มตำหรือชาไข่มุก เราใส่ความเป็นตัวเองเข้าไปให้มากที่สุด ทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วสุดท้ายเราไปเรียนรู้จากลูกค้าด้วยดีกว่า มากกว่าใช้เวลาคิดไปเองทุกอย่าง สุดท้ายเราก็ต้องมาปรับเปลี่ยนอยู่ดี เพราะอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เรารู้จริงหรือเคยทำมาก่อน

“มันใหม่สำหรับเราจริงๆ และมีอยู่ในตลาดเยอะอยู่แล้ว แต่ถ้าคนบอกว่าราคานี้แพง ไม่ต้องใช้ผักออร์แกนิกก็ได้ หรือบอกว่ารสมันยังนัวไม่พอ ให้ใส่ผงชูรสดีกว่า เราก็คงไม่ทำ คงไม่ไปขายในราคาถูกลงเพื่อสู้กับเขา แต่คงหาวิธีแก้ไขแบบที่เราเชื่อมากกว่า”

Good Eats Kitchen ร้านออนไลน์ที่ขายส้มตำออร์แกนิก ชาไข่มุกพิเศษ และของกินสุขภาพ

การปรับตัวของร้านอาหาร

การปรับตัวครั้งนี้เป็นครั้งสำคัญของเต้และทีม เขามองว่าอนาคตของวงการอาหารทั้งไทยและทั่วโลกคงเปลี่ยนโฉมไปพอสมควร เต้เล่าว่าการตัดสินใจปรับเปลี่ยนแบบที่ยังคงความเป็นตัวเอง ในสถานการณ์ที่ถูกบีบคั้น ทำให้มุมมองต่อการทำธุรกิจร้านอาหารเปลี่ยนไปมาก

“ครั้งนี้ตัดสินใจว่าเป็นสิ่งใหม่ที่บริษัทจะทำ ไม่ได้แค่ใช้อุดรอยรั่ว ในสถานการณ์แบบนี้มันไม่รู้จริงๆ ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ร้านอาหารเองจะรอให้มันกลับมาดี แล้วมีคนมานั่งกินห้าร้อย หกร้อยคน ผมไม่เชื่อแล้ว โลกมันเปลี่ยนไป การที่คนจะสั่งอาหารมากินที่บ้านไม่ใช่เรื่องชั่วคราวแล้ว มันจะเป็นแบบนี้ต่อไปในอนาคต

“ในฐานะที่อยู่ในวงการนี้ เราก็ต้องเริ่มยอมรับ เริ่มกระจายความเสี่ยงของการทำธุรกิจนี้ไปในช่องทางที่กว้างกว่าเดิม Cloud Kitchen มันน่าจะทำได้ เรามีคนที่มีความสามารถในการพัฒนาโปรดักต์อยู่แล้ว มีคนที่พัฒนาแบรนด์อยู่แล้ว มีพื้นที่อยู่แล้ว เราก็ทำเรื่องนี้ให้เป็นเรื่องจริงจังเลยดีกว่า ตัวไส้ในอย่างร้านค้าหรืออาหารปรับเปลี่ยนไปได้ แต่ตัวแพลตฟอร์มยังต้องคงอยู่ 

Good Eats Kitchen ร้านออนไลน์ที่ขายส้มตำออร์แกนิก ชาไข่มุกพิเศษ และของกินสุขภาพ

“เราคงไม่ทำหน้าร้านแบรนด์ใหม่อีกแล้ว ถ้าอาหารไม่สามารถทำเดลิเวอรี่ด้วย ผมว่า Food Business ถ้าจะให้ดี ให้แข็งแรงจริงๆ น่าจะต้องมีสามขา หนึ่งคือหน้าร้าน ซึ่งสำคัญมากและไม่มีทางที่จะหายไปได้ แต่ว่าเราจะมีเดลิเวอรี่เป็นขาที่สอง และออนไลน์เป็นขาที่สามได้หรือเปล่า” เต้เน้นสามสิ่งที่จะต้องมีหากจะทำร้านใหม่ในอนาคต

“ตอนที่เกิดผลกระทบกับธุรกิจ Roots เป็นแบรนด์ที่ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด เพราะแบรนด์นี้มีครบทั้งสามขา จริงๆ นั่งกินที่ร้านไม่ได้ก็สั่งเดลิเวอรี่ อยู่นอกพื้นที่เดลิเวอรี่สั่งออนไลน์ก็มีกาแฟ Cold Brew ส่งไปกินที่บ้านได้ หน้าร้านปิดยอดขายออนไลน์ก็โต มันมีความยั่งยืนอยู่ในนั้น

“ในอนาคตถ้าจะทำแบรนด์อาหารใหม่ๆ เราคงต้องคิดถึงตรงนี้มากขึ้น เราคงจะไม่พึ่งทุกอย่างอยู่ที่จุดใดจุดหนึ่ง สำหรับผมเองไม่ค่อยกล้า อย่างน้อยต้องมีสองในสาม และคิดว่ารูปแบบอาหาร Food Delivery หลังจากนี้ถ้าจะให้สั่งได้บ่อยๆ มันก็ต้องเป็นอาหารธรรมดาที่ทุกคนคุ้นเคย แต่ในความคุ้นเคยเราก็ยังยกระดับอาหารนั้นให้ขึ้นได้ไปเรื่อยๆ ได้ ใส่ใจได้มากขึ้น แต่ราคาก็ต้องเหมาะสม เข้าถึงได้ง่ายด้วย”

อยากลองเมนูที่คุ้นเคยแบบที่ทำขึ้นในแบบสเปเชียลตี้ เข้าไปสั่งส้มตำ เบเกิลหอมๆ ชาไข่มุกรสเข้มข้น ข้าวกล่อง กาแฟ และอาหารที่กินแล้วดีกับสุขภาพได้ง่ายในออเดอร์เดียวมาชิมกันที่บ้านได้เลย

ภาพ : GoodEatsKitchen

Good Eats Kitchen

เวลาเปิด-ปิด : 11.00 – 20.30 (Monty’s Bagels เปิด 8.00 น.) เปิดทุกวัน 

เว็บไซต์ : www.goodeatskitchenbkk.com

สั่งผ่าน Grab : https://bit.ly/3fmwYY6

สั่งผ่าน LINE MAN : https://bit.ly/341Adih

Writer

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

Full Course

เปิดสูตรลัดเรื่องรสชาติและความสัมพันธ์ของมนุษย์กับอาหาร ผ่านการนั่งกินอาหารกับเชฟ

28 มิถุนายน 2565
2.76 K

ก้าวขาลงจาก BTS เพลินจิตด้วยท้องหิว เดินเท้าผ่านถนนที่ขนาบข้างไปด้วยสถานทูตแบบไส้กิ่ว แต่ป้ายบอกทางสุดน่ารักที่เขียนว่า ‘Little Sunshine Cafe’ หน้าปากซอยวิทยุ 1 เรียกให้เราก้าวขาย้อนกลับไป 1 ก้าว

เดินเข้าซอยมาให้พอได้เหงื่อ ก็พบกับร้านอาหารขนาดกะทัดรัดซ่อนตัวอยู่ใต้อะพาร์ตเมนต์สุทธวงษ เพลส มีพนักงานต้อนรับเป็นแก๊งแมวจรหน้าโหดแต่ใจดี พวกมันส่งเสียงร้องเหมียวก่อนที่ ป๋วย-อัจจิมา ศรีปรัชญาอนันต์ จะเปิดประตูต้อนรับการเยี่ยมเยือนของเราในวันนี้

หลังผ่านการปิดปรับปรุงกว่า 6 เดือน เพื่อแปลงโฉมร้านอาหารที่คงสภาพเดิมมานานถึง 7 ปี ป๋วยเนรมิต Little Sunshine Cafe ขึ้นมาใหม่ทั้งหมด (จนตากล้องของเรายังไม่แน่ใจว่า ใช่ร้านที่นัดกันไว้หรือเปล่า) อย่างแรกที่เปลี่ยนไปคือผมทรงใหม่ของเธอ และจุดมุ่งหมายใหม่ที่อยากทำให้แหล่งพลังงานแสงอาทิตย์น้อย ๆ นี้ เป็นพื้นที่แบ่งปันความรู้เรื่องการกินอย่างถูกวิธี ตามแบบฉบับนักกำหนดอาหารผู้รักการทำกับข้าวเป็นชีวิตจิตใจ

 ป๋วย-อัจจิมา ศรีปรัชญาอนันต์
Little Sunshine Cafe ร้านโฮมเมดของนักกำหนดอาหาร ปรุงรสทีละจานให้อร่อยและดีต่อสุขภาพ

Little Miss Sunshine

เมื่อมาถึงร้าน ก็เป็นจริงอย่างที่ช่างภาพของเราบอก ภาพร้านอาหารใต้อะพาร์ตเมนต์ที่เราเคยเห็นในโซเชียลมีเดียแตกต่างออกไปพอสมควร ป๋วยบอกว่าความคิดอยากปรับปรุงร้านเริ่มตั้งแต่เดินทางเข้าปีที่ 4 เพราะมองเห็นว่าร้านของเธอมีศักยภาพมากพอที่จะไปต่อได้อย่างยั่งยืน ประจวบเหมาะกับการมาของโรคระบาดโควิด-19 เธอจึงใช้เวลานี้โละของเก่าทิ้งไปจนเกลี้ยง

“เรายังคงความเป็นคาเฟ่ไว้ แต่ทำพื้นที่ให้กว้างขวางขึ้น ทำใหม่ให้เป็นพื้นที่ที่จะสร้างความรู้เกี่ยวกับการกินให้แก่คน เปลี่ยนเมนูบางอย่างให้สะท้อนถึงสิ่งที่เราอยากทำมากที่สุด นั่นคือการเห็นคนกินแบบรักษาสมดุลได้

“ทุกเมนูไม่มีดีหรือไม่ดี เรากินได้หมด อยู่ที่ว่าเรากินขนาดไหนมากกว่า เช่น คาโบนาร่าเป็นอาหารโฮมเมด เป็นอาหารบ้าน ๆ ไม่หรูหรา จริง ๆ แล้วตามประวัติศาสตร์มันเป็นอาหารที่ให้พลังงานสูง ถ้าคนที่กินต้องการพลังงานสูง มันก็เป็นอาหารที่ตอบโจทย์ หรือคนที่ไม่ได้กินบ่อยมันก็โอเค”

สาเหตุที่ป๋วยเลือกลดจำนวนที่นั่งในร้านให้น้อยลง แต่เพิ่มพื้นที่ของการทำกิจกรรมเข้ามาแทน เธอตั้งใจจะทำเวิร์กชอปเพื่อเผยแพร่ความรู้เรื่องโภชนาการอาหารให้กับคนที่สนใจ ทั้งลงมือทำด้วยตัวเองและเชิญวิทยากรมาร่วมแบ่งปัน

เนื่องจากบทสนทนานี้ถูกบันทึกไว้หลายอาทิตย์ก่อนที่คุณจะได้อ่าน การทำเวิร์กชอปจึงไม่ใช่แค่ความปรารถนาของป๋วยอีกต่อไป เธอสร้างกิจกรรม Cookbook Club: The New Orleans Kitchen ไปไม่กี่วันก่อนหน้า เพื่อพาผู้เข้าร่วมเปิดประสบการณ์เที่ยวนิวออร์ลีนส์ทิพย์ จากการกินอาหารตามสูตรหนังสือที่เธอสะสมไว้เต็มกระบุง

Little Sunshine Cafe ร้านโฮมเมดของนักกำหนดอาหาร ปรุงรสทีละจานให้อร่อยและดีต่อสุขภาพ
Little Sunshine Cafe ร้านโฮมเมดของนักกำหนดอาหาร ปรุงรสทีละจานให้อร่อยและดีต่อสุขภาพ

อาหารรักษาโรค

ป๋วยบอกว่าเธอเลือกเรียนนักกำหนดอาหาร จากการชอบดู แดจังกึม จอมนางแห่งวังหลวง

เราหัวเราะเมื่อได้ยิน แต่สำหรับป๋วย นั่นเป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่ที่เปลี่ยนชีวิต

ย้อนกลับไปหลักสิบปี เธอพบว่าสายการเรียนในไทยคล้าย ๆ กันไปหมด คนที่ชอบความแปลกใหม่และฝันอยากเรียนเฉพาะทางมาก ๆ จึงเลือกฝากชีวิตนักศึกษาไว้ที่ประเทศอเมริกา กับการเรียนวิชาอาหารรักษาโรค

ในเมืองไทย นักกำหนดอาหารจะคาบเกี่ยวกับนักโภชนาการประมาณหนึ่ง แต่ต่างกันที่การเทรนนิ่ง ประกอบอาชีพได้หลากหลาย เช่น ทำคลินิกของตัวเอง ทำร้านอาหาร ทำงานในโรงเรียน หรือให้คำปรึกษาเกี่ยวกับอาหารเฉพาะโรค ป๋วยมีโอกาสทำงานที่โรงพยาบาลอยู่ 2 ปีเต็ม และพบว่านี่ไม่ใช่ที่ของเธอ

“เรากดดันมาก เพราะอาหารมีส่วนที่ทำให้คนไข้ดีขึ้นหรือแย่ลง เราทำทั้งห้องไอซียู ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยหนัก การที่เราให้สารอาหารไม่ใช่เพื่อกิน แต่คือสารอาหารทางหลอดเลือด ถ้าคำนวณผิด ร่างกายก็รวนไปด้วย เหมือนเราเป็นหมออีกคน”

หลักสูตรการเรียนก็เข้มข้นประหนึ่งเรียนหมอผสมเชฟ เธอต้องเรียนทั้งเคมี ฟิสิกส์ ชีวะฯ องค์ประกอบของอาหาร โภชนาการ สารอาหารในร่างกายคน จิตวิทยา การทำธุรกิจ และที่สำคัญคือ วิชาทำอาหาร ที่ทำให้ป๋วยได้พบความสุขอีกอย่างในชีวิต จนอยากมีร้านอาหารเป็นของตัวเองก่อนตาย

“อยากเปิดร้านอาหารตั้งแต่ตอนเรียน เป็นหนึ่งในลิสต์ที่อยากทำรองจากพวกบันจี้จั๊มป์ เรารู้สึกว่าถ้าไม่ได้ทำแล้วจะตายตาไม่หลับ แต่กลับมาจากอเมริกาก็เป็นคอลัมนิสต์นิตยสารอาหาร ชีวิตมีความสุขมาก จนมาได้ที่ตรงนี้ เราลาออกจากงานเลย ไม่ต้องคิดเยอะ”

 ป๋วย-อัจจิมา ศรีปรัชญาอนันต์

อาหารฝีมือแม่

คำว่า โฮมเมด สำหรับป๋วย แปลตรงตัวไม่มีความหมายพิสดาร เป็นอาหารที่ตั้งใจทำกินที่บ้าน อยากกินอะไรก็กิน เปิดตู้เย็นมาเจออะไรก็ทำ ไม่ต้องมีคำจำกัดความว่าเป็นอาหารสัญชาติไหน อีกอย่างคือแค่ฟังก็รู้สึกอบอุ่นใจ เหมือนแม่ทำกับข้าวให้เรากิน

“เราไม่ได้ถนัดอาหารอย่างใดอย่างหนึ่ง เราชอบอะไรบ้าน ๆ พวกสลัด พาสต้า ข้าว เมนูเบสิก เพราะประสบการณ์เราก็น้อยด้วย ตอนนั้นคนยังไม่ค่อยสนใจอาหารเพื่อสุขภาพ เราเริ่มจากการทำให้คนรู้จัก สร้างคอมมูนิตี้ของเรา 7 ปีผ่านไป เมนูก็โตไปตามตัวเรา เข้าใจยากมากขึ้น” ป๋วยหัวเราะ

“อยากให้รู้สึกว่าอาหารของเราสนุก ไม่น่าเบื่อ ไม่จำเจ ไม่อยากให้มันดูน่ากลัวหรือเข้าไม่ถึง แต่กินแล้วได้ความรู้ไปด้วย ว่าต้องกินยังไง กินเท่าไหร่ เราไม่อยากให้คนคิดว่า ฉันกินพาสต้าครีมไม่ได้เพราะมีครีมเยอะ แต่ถ้าพูดถึงสารอาหารในพาสต้า เห็ดมีเบต้ากลูแคนที่ช่วยส่งเสริมภูมิคุ้มกันได้นะ มันก็มีดีของมัน”

นอกจากอาหาร บรรยากาศในร้านก็ให้ความรู้สึกอบอุ่น เป็นกันเอง มีลูกค้าแวะเวียนเข้ามากินอาหารบ้านเพื่อนไม่ขาดสาย ตลอดเวลาที่เราพูดคุยกัน ป๋วยเองก็ชอบที่ร้านของเธอมีขนาดกำลังดี ไม่เล็กหรือใหญ่ไป ควบคุมดูแลได้ทุกขั้นตอน ทั้งการซื้อ การเตรียม การปรุงอาหาร ที่เธอไม่เน้นเตรียมเยอะ แต่ขอให้เตรียมสดเข้าไว้

ในฐานะนักกำหนดอาหารที่ถึงคราวต้องมาสวมผ้ากันเปื้อน ลงมือปรุงรสด้วยตัวเอง และเป็นเจ้าของร้านแห่งความฝัน ป๋วยอยากให้ทุกคนได้กินอาหารโฮมเมดที่ปรุงสดจานต่อจาน มีประโยชน์ครบถ้วน อร่อยได้โดยไม่ต้องรู้สึกผิดกับใคร

จากที่เปิดร้านขึ้นมาเพื่อพิชิตบักเก็ตลิสต์ก่อนตาย วันนี้ Little Sunshine Cafe ของป๋วยกลายเป็นพื้นที่แห่งการกินดี ส่งต่อความรู้เรื่องอาหาร เป็นจุดหมายของคนที่ชอบอะไรคล้าย ๆ กัน ไม่ใช่แค่เพื่อเธอคนเดียวอีกแล้ว

Little Sunshine Cafe ร้านโฮมเมดของนักกำหนดอาหาร ปรุงรสทีละจานให้อร่อยและดีต่อสุขภาพ

อาหารประจำกาล

การกินแบบรักษาสมดุลที่เธอยึดถือเป็นหัวใจหลัก ส่งผลให้ทุกจานของเธอเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่ไม่ตึงเครียดจนเกินไป ไม่ได้ผัดด้วยน้ำเปล่า ไม่ตัดขาดเครื่องปรุงบางชนิด ไม่หักดิบสารอาหารบางอย่างที่สำคัญต่อร่างกายเพียงเพราะจะทำให้น้ำหนักขึ้น และพยายามสรรหาผักผลไม้ปลอดสารเท่าที่ทำได้ จากการไปเลือกเองที่ตลาดสดทุกสัปดาห์

ป๋วยตั้งใจจะเปลี่ยนเมนูทุก ๆ 3 เดือน จากความคิดที่อยากรังสรรค์เมนูอาหารให้สอดคล้องกับวัตถุดิบตามฤดูกาล และข้อเท็จจริงที่ว่าร่างกายของคนเรามีความต้องการในแต่ละฤดูแตกต่างกัน วันนี้เราจึงได้ทานอาหาร 5 จานที่มีเฉพาะฤดูฝนเท่านั้น

อดสงสัยไม่ได้ว่า หากสารตั้งต้นของทุกจานคือโภชนาการและความต้องการของร่างกาย แล้วตัวตนของเจ้าของร้านที่รักการทำอาหารมากที่สุดไปอยู่ที่ไหน ป๋วยไม่อธิบาย แต่บอกว่าหากเห็นหน้าตาอาหารก็จะรับรู้ได้เอง ว่าเธอเป็นมนุษย์เพี้ยน ๆ และช่างเยอะสิ่งขนาดไหน

เต้าหู้เย็นเอดามาเมะราดซอสโชยุ

Little Sunshine Cafe ร้านโฮมเมดของนักกำหนดอาหาร ปรุงรสทีละจานให้อร่อยและดีต่อสุขภาพ

ถ้าสไตล์โอกินาว่าจะใช้ถั่วเหลืองผสมถั่วลิสง ราดด้วยซอสโชยุ แต่ป๋วยปรับเป็นใช้ถั่วเอดามาเมะ มีกลิ่นคล้ายใบเตย ผสมกับแป้งเท้ายายม่อม ได้สัมผัสนุ่มหยุ่น ราดด้วยซอสจากสต็อกของสาหร่ายคอมบุกับเห็ดหอม ท็อปด้วยปูอัดกับมันแกวให้พอเคี้ยว ใส่ขิงซอยและน้ำมันพริก ช่วยให้กินแล้วสดชื่น

พาสต้ากุ้งพริกขี้หนูผักพื้นบ้าน 

Little Sunshine Cafe ร้านโฮมเมดของนักกำหนดอาหาร ปรุงรสทีละจานให้อร่อยและดีต่อสุขภาพ

เส้นพาสต้าผัดกับพริกขี้หนูรสแซ่บ ถูกปากคนไทย มีเนื้อสัตว์เป็นกุ้งปลอดสารพิษ ใส่ดอกขจร ดอกโสน ถั่วแขก ผักพื้นบ้านที่จะมีแค่ 3 เดือนหน้าฝนเท่านั้น

ซุปมิโสะต้มยำเกี๊ยวซ่า

Little Sunshine Cafe คาเฟ่สไตล์โฮมเมดของนักกำหนดอาหาร ปรุงรสทีละจาน ตามคติว่า ‘ชีวิตจะมีความสุข ถ้ากินอย่างสมดุล’

เป็นเกี๊ยวซ่าไส้ผักรวม เต้าหู้ และเห็ด ราดด้วยน้ำต้มยำรสแซ่บ จากปลาโอแห้งกับสาหร่ายคอมบุ ผสมกับพริกเผาทำเอง ให้ความรู้สึกเหมือนซดน้ำซุปแบบไทย ๆ ป๋วยบอกว่าเธอชอบเมนูนี้เป็นพิเศษ เพราะมีจุลินทรีย์ดี มีสมุนไพรช่วยต้านหวัด เหมาะกับหน้าฝน และคนที่ชอบอาหารร้อน ๆ ซดแล้วคล่องคอ

ข้าวไข่ข้นปลาเทอริยากิ

Little Sunshine Cafe คาเฟ่สไตล์โฮมเมดของนักกำหนดอาหาร ปรุงรสทีละจาน ตามคติว่า ‘ชีวิตจะมีความสุข ถ้ากินอย่างสมดุล’

นอกจากเป็นจานที่มีสีสันสวยงาม ยังเป็นอาหารทานง่ายที่กินแล้วอิ่มท้องมาก ในหนึ่งจานประกอบไปด้วย ไข่ เนื้อสัตว์ ผัก ทานคู่กับผักดองทำเองช่วยตัดรสชาติ

สลัดยำโซบะแซลมอนย่าง น้ำสลัดยูสุ

Little Sunshine Cafe คาเฟ่สไตล์โฮมเมดของนักกำหนดอาหาร ปรุงรสทีละจาน ตามคติว่า ‘ชีวิตจะมีความสุข ถ้ากินอย่างสมดุล’

เส้นโซบะคลุกน้ำยำ จากน้ำยูสุผสมซีอิ๊วญี่ปุ่น ได้รสเปรี้ยว เค็ม หวาน กับความเผ็ดจากพริกป่นนิดหน่อย ราดน้ำยำและคลุกเคล้าให้เข้ากัน ทานกับแซลมอนย่างหอม และผักสลัดปลอดสารพิษ เป็นยำแบบไทย ๆ ที่กินได้ครบทุกรส

จะเห็นได้ว่าแต่ละจานที่ป๋วยยกมาเสิร์ฟ ล้วนมีองค์ประกอบเยอะมาก หน้าตาไม่เหมือนอาหารเพื่อสุขภาพ ที่ใครหลายคนรวมถึงเรามักจะนึกถึงความจืดชืด ธัญพืช หรืออกไก่ไม่มีรสชาติ แต่กลับเต็มไปด้วยสีสัน สารอาหารอัดแน่น และไม่น่ากลัวเลยสักนิด อาจเป็นเพราะเธอเชื่อว่าการกินอาหารหลากหลายเป็นสิ่งสำคัญ

“ถ้ากินไส้กรอกซ้ำ ๆ กัน โซเดียมเยอะมากนะ อยากกินให้หลากหลายก็ต้องหาอาหารที่มีโพแทสเซียมมาบาลานซ์กัน หรือหลากหลายสีก็จะได้วิตามินกับเกลือแร่ที่แตกต่างกัน

“ในหนึ่งเมนูของเราก็เลยหลากหลายมาก ถ้ามาหลายคนก็แบ่งกันได้ โดยรสชาติ รสสัมผัสแตกต่างกัน ไม่น่าเบื่อจนเกินไป เช่น ของว่างเรามีปาเต้ตับไก่บดกับแยมหัวหอม เต้าหู้เย็นเอดามาเมะราดซอสโชยุ เต้าหู้อบชีสเมนไทโกะ 3 อย่างนี้มีทั้งร้อนและเย็น ประเภทของอาหารก็อันหนึ่งอบ อันหนึ่งบด อันหนึ่งเป็นของเย็น

“มันง่ายตรงที่พอหลากหลาย เราก็มั่นใจได้ว่าสารอาหารจะครบ มีแป้ง เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ ไม่จำเป็นต้องจำกัดการกินของตัวเอง แค่รู้ว่าต้องบาลานซ์ยังไง”

Little Sunshine Cafe คาเฟ่สไตล์โฮมเมดของนักกำหนดอาหาร ปรุงรสทีละจาน ตามคติว่า ‘ชีวิตจะมีความสุข ถ้ากินอย่างสมดุล’

อาหารเพื่อนสุขภาพ

เราถามป๋วยว่า เพราะอะไรร้านอาหารที่ต้องเปิดให้ได้ก่อนตายถึงมีชื่อว่า Little Sunshine เธอตอบว่า เพราะอยากเป็นร้านเล็ก ๆ ที่สร้างความสดใสให้กับคนในละแวก และยังเป็นเหมือนการจุดประกายความรู้น้อย ๆ ให้ผู้คนได้กินอย่างถูกต้อง เพราะเธอเองก็เคยผ่านช่วงที่ตึงเกินไปของชีวิต

ป๋วยเปิดอกกับเราว่า คนที่เรียนกำหนดอาหารมักมีความผิดปกติเรื่องการกิน (Eating Disorder) ที่เรียกว่าออร์โทเร็กเซีย (Orthorexia) เป็นอาการของคนที่มีความรู้เรื่องอาหารเยอะมาก จึงทำให้ระมัดระวังในการกินจนเกินพอดี เธอไม่ใส่น้ำมันในอาหารแม้แต่หยดเดียว กังวลว่าจะเผลอกินอาหารที่เป็นพิษ ป๋วยกลายเป็นคนเข้าสังคมลำบาก จากหญิงสาวที่เคยร่าเริงก็มีเพื่อนนั่งกินข้าวน้อยลงทุกที ส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิตโดยที่เธอไม่รู้ตัว กระทั่งได้มีโอกาสลงพื้นที่ทำงานกับชุมชนเกษตรกร ความคิดของป๋วยจึงเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ

“เรามองว่าอาหารไม่ใช่แค่สิ่งที่เรากินเข้าไปในร่างกาย อาหารคือวัฒนธรรม คือสังคม คือสิ่งรอบตัว คือระบบนิเวศ อาหารคือความสุข เราหาจุดสมดุลระหว่างอาหารที่กินแล้วดีต่อสุขภาพกับการอยู่ร่วมกับคนอื่น ความคิดเราเปลี่ยนไปเลย เราจะสร้างความสัมพันธ์ใหม่กับอาหาร แทนที่จะมองว่ามันน่ากลัว ก็มองว่ามันมีดียังไง อร่อยยังไง ทำอะไรได้บ้าง

“การกินเพื่อสุขภาพ นอกจากกินอร่อยแล้วต้องอารมณ์ดีด้วยนะ ถ้ากินแล้วรู้สึกตึงเกิน ซีเรียสจังเลย เดือดร้อนกันหมดทุกคน มันก็ไม่มีความสุข”

จากประสบการณ์ในอดีต รวมถึงความรู้ความเชี่ยวชาญด้านอาหาร เธอไม่อายที่จะบอกว่าตัวเองก็เคยเคร่งเครียดกับการกินจนมีปัญหา ผ่านการรักษาคนไข้ด้วยอาหารมาจนหายดีก็หลายคน ทำให้ป๋วยพูดคุยเรื่องสุขภาพกับลูกค้าของเธอเป็นประจำ เราเองยังเผลอปรึกษาเธอหลายอย่างเพราะนึกว่ากำลังคุยกับคุณหมออยู่ แม้ป๋วยจะไม่ชอบการทำงานในโรงพยาบาลมากเพียงใด แต่การทำร้านนี้ก็เหมือนได้เป็นทั้ง 2 อาชีพที่เธอรัก ทั้งนักกำหนดอาหาร และคนทำอาหารไปพร้อมกัน ทั้งยังมีความสุขมากขึ้น

 ป๋วย-อัจจิมา ศรีปรัชญาอนันต์

“มีลูกค้าชวนคุยเรื่องสุขภาพของเขาทุกวัน มาสั่งว่าอยากกินข้าวผัดไม่ใส่น้ำมัน เราก็จะถามเขาว่าทำไม เพราะอะไรคะ เขาบอกว่ากลัวอ้วน เราเข้าใจนะ แต่ก็บอกว่าน้ำมันช่วยดูดซึมวิตามิน ต่อให้คุณกินผักไปเท่าไหร่ ถ้าไม่มีน้ำมันในการดูดซึมก็จะไม่เป็นผล งั้นเราขอใส่น้ำมันน้อยลงดีไหม เพราะเราใช้น้ำมันรำข้าวอยู่แล้ว เราพยายามพูดคุยกับเขา ทำความเข้าใจ แลกเปลี่ยนความรู้กัน

“อย่างการขอลดเค็ม มันน้อย หวานน้อย หรือเป็นวีแกน เป็นคำที่เราต้องชวนคุยตลอดว่าวีแกนยังไงคะ เพราะวีแกนกับมังสวิรัติไม่เหมือนกันนะ มันมีหลายแบบมาก เราจะถามตลอดว่ากินเพราะอะไร เราต้องเปิดเลกเชอร์เดี๋ยวนี้ (หัวเราะ)

“กินได้ไม่ว่า แต่ต้องรู้ว่ากินยังไงให้ดี ให้เหมาะกับตัวเอง เราเสริมสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับเขา สิ่งที่ควรต้องระวังมีอะไรบ้าง แต่ต้องให้ลูกค้าตัดสินใจเอง คนบอกว่าแพ้ เราก็จะชวนคุยตลอดว่าอาการเป็นยังไง ถ้าคนที่รู้ว่าเราเป็นนักกำหนดอาหารก็จะคุยกับเราจริงจังมากขึ้น”

หากเป็นแต่ก่อน จะมีลูกค้ามาขอให้ป๋วยทำอาหารนอกเมนูค่อนข้างมาก ปัจจุบันเธอแสดงจุดยืนชัดเจน ว่าร้านของเธอไม่ใช่ร้านอาหารวีแกน ไม่มีเมนูแพลนต์เบส แต่เธอสนับสนุนการกินอาหารให้สมดุล คัดสรรวัตถุดิบมาเป็นอย่างดี ออกแบบเมนูที่คิดจากร่างกายเป็นสำคัญ ยินดีที่จะให้ลูกค้าทุกท่านระบุความต้องการ และให้ความสำคัญกับสารอาหารทุกอย่างที่อยู่บนจาน

Little Sunshine Cafe คาเฟ่สไตล์โฮมเมดของนักกำหนดอาหาร ปรุงรสทีละจาน ตามคติว่า ‘ชีวิตจะมีความสุข ถ้ากินอย่างสมดุล’

สิ่งหนึ่งที่เราประทับใจมาก คือ การที่คุณพลิกเมนูหน้าสุดท้ายไปดูได้เลยว่า มีองค์ประกอบใดบ้างที่กินแล้วแพ้ ฉะนั้น ขอให้มั่นใจว่าการกินอาหารที่นี่จะดีต่อสุขภาพ โดยที่ยังมีโปรตีนชิ้นโต อัดแน่นด้วยเนื้อ นม ไข่ ความสุขในการกินอาหารที่ป๋วยทำ สะท้อนให้เห็นตั้งแต่การตกแต่งจานแล้วด้วยซ้ำไป

“ทุกคนกินอาหารแบบที่เรากินอยู่แล้ว แต่คุณไม่เคยมานั่งมองมันจริง ๆ ว่าคุณกินยังไงกันแน่ เราว่าการกินมันไม่จำเป็นต้องยาก เราปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ ตามสิ่งที่มีตรงหน้า แค่เรามีความรู้ที่ถูกต้อง ปรับอาหารให้เข้ากับตัวเอง ไม่ต้องถึงกับเครียด”

ไม่ว่าเทรนด์สุขภาพจะมุ่งหน้าไปในทิศทางไหน คนจะหันมาบริโภคนมถั่วเหลืองทดแทน หรือร้านอาหารเจ้าใหญ่จะทยอยออกเมนูแพลนต์เบส สิ่งที่ได้จากป๋วยคือการใช้ความสุขและความเหมาะสมเป็นหลักในการกิน เพราะตัวเราเองเท่านั้นที่รู้ดีกว่าใคร อย่างน้อยขอให้อ่านฉลากอาหารเป็นก่อนจับจ่าย แค่หันกลับมาสนใจคนที่จะอยู่กับเราไปตลอดชีวิตก็พอ

Little Sunshine Cafe คาเฟ่สไตล์โฮมเมดของนักกำหนดอาหาร ปรุงรสทีละจาน ตามคติว่า ‘ชีวิตจะมีความสุข ถ้ากินอย่างสมดุล’

Little Sunshine Cafe

ที่ตั้ง : เลขที่ 83/4 อะพาร์ตเมนต์สุทธวงษ เพลส ซอยวิทยุ 1 แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 08.30 – 16.00 น. (เปิดให้บริการแบบจองเท่านั้น)

โทรศัพท์ : 09 1889 8327

Facebook : Little Sunshine Cafe

Writer

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ มีคติประจำใจว่าอย่าเชื่ออะไรจนกว่าหมอบีจะทัก รักการดูหนังและเล่นกับแมว

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load