เจมส์ คาเมรอนกับจักรวาลที่เขาใช้เวลาสร้าง 30 ปีก่อนจะได้เล่าให้โลกฟัง จากโลกสีน้ำเงินที่เปลี่ยนวงการภาพยนตร์ ไปจนถึงอาณาจักร 5 ภาคที่ยังไม่จบ
ปี 2009 มีหนังออกมาเรื่องหนึ่งที่เปลี่ยนทุกอย่าง
ไม่ใช่เปลี่ยนในแง่บทภาพยนตร์ที่ไม่เหมือนใคร ไม่ใช่เรื่องราวที่ซับซ้อนจนต้องคิดตาม แต่มันเปลี่ยนในสิ่งที่วงการภาพยนตร์บอกว่า “ทำได้”
Avatar ของเจมส์ คาเมรอน ทำรายได้สูงสุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ด้วย 2.9 พันล้านดอลลาร์ คว้าออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม กำกับภาพยอดเยี่ยม และเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม — และทำให้ผู้ชมทั่วโลกรู้จักคำว่า “แพนดอร่า” และ “นาวี” เหมือนกับที่รู้จักคำว่า “มิดเดิลเอิร์ธ” และ “ฮอบบิท”
แต่เรื่องที่น่าสนใจกว่าตัวหนังคือเรื่องของชายคนหนึ่งที่ใช้เวลา 30 ปีสร้างโลกที่อยู่ในหัวของเขา
ผู้กำกับที่รอเทคโนโลยีตามทัน
เจมส์ คาเมรอนคิดเรื่อง Avatar มาตั้งแต่ต้นทศวรรษ 1990s — ก่อนที่เขาจะสร้าง Titanic ด้วยซ้ำ
เขามีแนวคิดเกี่ยวกับโลกต่างดาวที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตที่เรืองแสงในยามค่ำ ป่าทึบที่แตกต่างจากโลกมนุษย์โดยสิ้นเชิง และสายพันธุ์ที่มีความเชื่อมโยงทางจิตวิญญาณกับธรรมชาติรอบตัว
แต่มีปัญหาเดียวที่ทำให้โปรเจกต์นั้นหยุดนิ่งมานาน — เทคโนโลยีที่มีอยู่ในช่วงทศวรรษ 1990s ไม่สามารถสร้างภาพที่เขาเห็นอยู่ในหัวให้ออกมาได้
คาเมรอนไม่ยอมประนีประนอม เขาปล่อยให้ความคิดนั้นนอนรออยู่ในลิ้นชัก ทำ Titanic ในปี 1997 ที่เปลี่ยนชีวิตหลายสิบล้านคน แล้วหลังจากนั้นก็ทุ่มเวลาไปกับการพัฒนาเทคโนโลยีที่จะทำให้แพนดอร่าเป็นจริงได้
ใช้เวลา 4 ปีในการพัฒนา ก่อนที่งานก่อสร้างจริงจะเริ่มในปี 2006 และหนังก็ออกฉายในปี 2009
30 ปีจากความคิดแรกสู่หน้าจอ

โลกที่มีชีวิตมากกว่าแค่ฉากหลัง
สิ่งที่ทำให้ Avatar แตกต่างจากหนัง Sci-Fi อื่นๆ คือ แพนดอร่า ไม่ได้เป็นแค่ฉากหลัง มันเป็นตัวละครหลักตัวหนึ่งของเรื่อง
แพนดอร่าเป็นดวงจันทร์ขนาดใหญ่ที่โคจรรอบดาวแก๊สยักษ์ชื่อ Polyphemus ในระบบดาว Alpha Centauri ห่างจากโลกประมาณ 4.37 ปีแสง
บรรยากาศของแพนดอร่ามีความดันสูงกว่าโลกและมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และสารพิษอื่นๆ ที่มนุษย์ไม่สามารถหายใจได้โดยตรง สิ่งมีชีวิตบนแพนดอร่ามีระบบประสาทที่สามารถเชื่อมต่อกันได้ผ่านโครงสร้างชีวภาพที่คล้ายกับสายประสาท ชาวนาวีเรียกระบบนี้ว่า “Eywa” และมองว่ามันคือพระแม่ธรณีของพวกเขา
ป่าของแพนดอร่าเรืองแสงในยามค่ำคืน สัตว์มีโครงสร้างที่ต่างจากโลกอย่างชัดเจน และทุกสิ่งมีชีวิตดูเหมือนจะเชื่อมต่อกันในระดับที่ลึกกว่าที่ตาเห็น
เรื่องราวภาค 1 ฝั่งใดที่ควรยืน
เนื้อเรื่อง Avatar ภาคแรกเล่าผ่านสายตาของ เจค ซัลลี อดีตนาวิกโยธินที่ขาเป็นอัมพาต มาร่วมโครงการ Avatar — โปรแกรมที่มนุษย์ควบคุมร่างสังเคราะห์ที่มีรูปร่างเหมือนนาวีเพื่อเข้าไปติดต่อกับชาวพื้นเมือง
เจคถูกส่งไปเพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับชุมชนนาวีที่ตั้งอยู่เหนือแหล่งแร่ Unobtanium ที่บริษัทต้องการขุด
แต่ระหว่างที่ใช้ชีวิตอยู่กับชาวนาวี เจคได้รู้จักกับ เนย์ทีรี ลูกสาวของหัวหน้าเผ่า เขาเริ่มเรียนรู้วิถีชีวิตของนาวี รู้สึกเชื่อมโยงกับโลกที่เคยเป็นแค่ภารกิจ และในที่สุดก็ต้องตัดสินใจว่าตัวเองยืนอยู่ฝั่งไหน
Avatar ภาคแรกถูกวิจารณ์ว่าพล็อตเรื่องนั้นคุ้นเคยมาก — มนุษย์ต่างถิ่นที่ “กลายเป็น” ชนเผ่าพื้นเมืองได้ดีกว่าคนพื้นเมืองเอง เป็นสูตรที่เห็นใน Dances with Wolves, The Last Samurai หรือ Pocahontas มาก่อนแล้ว
แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้คนดูน้อยลง — มันเป็นหนังทำรายได้สูงสุดตลอดกาลนานกว่า 10 ปี
เทคโนโลยีที่เปลี่ยนวงการ
Avatar ไม่ได้แค่เป็นหนัง 3D ที่ดี มันคือหนังที่ทำให้ผู้ผลิตภาพยนตร์ทั่วโลกต้องนั่งคิดใหม่ว่าจะทำงานอย่างไร
คาเมรอนพัฒนา “Fusion Camera System” — ระบบกล้องที่รวมกล้องสองตัวเพื่อจำลองการมองเห็นสองตาของมนุษย์ ทำให้ภาพ 3D มีความลึกที่ธรรมชาติกว่าเทคนิคก่อนหน้ามาก
Motion Capture ที่ใช้ในหนังก็ล้ำกว่าที่เคยทำมา ทีมงานไม่ได้แค่ถ่ายการเคลื่อนไหวร่างกาย แต่ยังถ่ายการแสดงสีหน้าในรายละเอียดสูงมาก ทำให้ตัวละคร CGI เช่นเนย์ทีรีมีอารมณ์ที่คนดูรู้สึกได้จริงๆ
ผลลัพธ์คือภาพที่ในปี 2009 ไม่มีหนังเรื่องไหนทำได้ก่อนหน้า และยังคงน่าประทับใจแม้จะผ่านมา 15 ปีแล้ว

13 ปีรอ Avatar 2 มาถึง
Avatar: The Way of Water ออกฉายปี 2022 หลังรอมา 13 ปี
ครั้งนี้เรื่องราวไม่ได้เริ่มจากเจคมาใหม่ แต่เล่าต่อเนื่องจากภาคแรก — เจคและเนย์ทีรีมีลูกหลายคน ใช้ชีวิตในเผ่า Omaticaya จนกระทั่งภัยคุกคามจากมนุษย์กลับมาอีกครั้ง ทำให้พวกเขาต้องอพยพออกจากป่าไปหาที่หลบภัยในเผ่า Metkayina ชาวนาวีที่อาศัยอยู่ริมทะเล
ถ้าภาคแรกพาผู้ชมไปสำรวจป่าของแพนดอร่า ภาคสองพาไปสำรวจมหาสมุทรของแพนดอร่า ซึ่งก็งดงามในแบบเดียวกัน
อวตาร: วิถีแห่งสายน้ำ ทำรายได้ 2,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นภาพยนตร์ที่ทำเงินสูงสุดในอันดับที่ 1 ของปี 2022 และเป็นภาพยนตร์ที่ทำเงินสูงสุดตลอดกาลเป็นอันดับที่ 3 ซึ่งยืนยันว่าโลกยังรักแพนดอร่า
สิ่งที่ Avatar 2 ทำได้ดีกว่า
ภาค 2 ได้รับคำวิจารณ์ที่ดีกว่าในด้านของอารมณ์ครอบครัว การเล่าเรื่องผ่านมุมมองของลูกๆ ซัลลี ทำให้ผู้ชมรู้สึกได้ถึงน้ำหนักของการสูญเสียและการเติบโตที่ต่างไปจากภาคแรกที่เน้นเรื่องการต่อสู้และการเลือกข้าง
Kate Winslet รับบทเป็นโรนัล หัวหน้าชาวนาวีทางทะเล ซึ่งเธอฝึกหายใจใต้น้ำเพื่อรับบทนี้โดยเฉพาะ สถิติการกลั้นหายใจใต้น้ำที่เธอทำไว้คือ 7 นาที 14 วินาที — ทำลายสถิติเก่าของทอม ครูซจากการถ่ายทำ Mission Impossible
ฉากใต้น้ำของ Avatar 2 ยังคงเป็นหนึ่งในงานภาพที่สวยที่สุดที่เคยปรากฏบนจอภาพยนตร์
Avatar 3 Fire and Ash ครบสามแล้วยังไม่จบ
Avatar 3: Fire and Ash ออกฉายวันที่ 17 ธันวาคม 2025
ภาคนี้นำเสนอ Ash People หรือชาวนาวีที่อาศัยในพื้นที่ภูเขาไฟ สิ่งมีชีวิตที่แพนดอร่าคนดูยังไม่เคยเห็น และการขยายจักรวาลของแพนดอร่าออกไปอีกมิติหนึ่ง
ภาคนี้ยังคงได้รับคำชมในงานสร้าง การสร้างเทคนิคพิเศษทางภาพ และการกำกับ แต่ยังมีคำวิจารณ์เรื่องบทที่ซ้ำซากและการเล่าเรื่องที่ไม่ต่างจากภาคก่อนมากนัก
Avatar 4 และ 5 จบอีกทีไหน
คาเมรอนวางแผนทำ Avatar ทั้งหมด 5 ภาค โดยภาค 4 และ 5 จะออกฉายปีเว้นปีไปจนถึงปี 2031
นั่นหมายความว่าถ้านับตั้งแต่ภาคแรก ปี 2009 จนถึงภาคสุดท้ายที่วางแผนไว้ จะเป็นเวลา 22 ปีของการเล่าเรื่องในแพนดอร่า
สิ่งที่น่าสนใจคือคาเมรอนบอกว่าเขาออกแบบให้แต่ละภาคมีความสมบูรณ์ในตัวเอง ไม่ต้องดูทุกภาคจึงจะเข้าใจ แต่คนที่ดูทุกภาคจะเห็น “เรื่องราวใหญ่” ที่ซ้อนอยู่ในเรื่องราวย่อยของแต่ละภาค
สิ่งที่ Avatar พูดถึง
Avatar ถูกมองในหลายมิติ บางคนมองว่ามันเป็นหนังเกี่ยวกับลัทธิจักรวรรดินิยมและการล่าอาณานิคม บางคนมองว่ามันเป็นหนังเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ บางคนมองว่ามันคือการสะท้อนเหตุการณ์จริงๆ ในประวัติศาสตร์
ชนพื้นเมือง Navi ที่ถูกคุกคามโดยบริษัทที่ต้องการทรัพยากรในดินแดนของพวกเขา เป็นภาพที่คนหลายกลุ่มเห็นตัวเองอยู่ในนั้น
แต่สิ่งที่แน่ชัดที่สุดคือ Avatar เป็นหนังเกี่ยวกับ การเลือก — ว่าเมื่อต้องยืนอยู่ฝั่งใดฝั่งหนึ่ง คุณจะเลือกอะไร
เจมส์ คาเมรอน ผู้กำกับที่ทำลายสถิติซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เจมส์ คาเมรอนกำกับ Titanic (1997) ที่ครองตำแหน่งหนังทำรายได้สูงสุดตลอดกาลนานถึง 12 ปี Avatar (2009) แซงสถิตินั้นและครองตำแหน่งนานถึง 13 ปี ก่อนที่ Avengers: Endgame จะแซงในปี 2019 — แต่แล้ว Avatar ก็ออกฉายซ้ำและกลับมาครองตำแหน่งอีกครั้งในปี 2021
ชายคนเดียวที่เป็นเจ้าของสองหนังที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาลในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์
ทำไมแพนดอร่าถึงยังอยู่ในใจ
Avatar ไม่ใช่หนังที่คนพูดถึงตัวละครแล้วจำชื่อได้ มีน้อยคนที่จำชื่อ “เนย์ทีรี” ได้ แต่ทุกคนจำ “หนังโลกสีน้ำเงิน” ได้
มันทำงานในระดับของประสาทสัมผัส — ความรู้สึกที่ว่าถ้าโลกที่สวยงามขนาดนั้นมีอยู่จริง และถ้าเราทำร้ายมันเพื่อแร่ธาตุและผลกำไร มันจะเป็นความสูญเสียที่น่าเสียดายที่สุดในประวัติศาสตร์
นั่นคือสิ่งที่คาเมรอนต้องการพูด และนั่นคือสาเหตุที่เขาใช้เวลา 30 ปีสร้างโลกที่ดีพอจะส่งสารนั้นได้
